Share

Episode 2 หักเหลี่ยม

Penulis: PAPER GREY
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-08 17:51:16

“เราสนใจนายอ่ะ จีบได้ป้ะ?”

คำพูดของกรรณิการ์สร้างความตกตะลึงระคนตกใจให้กับสองหนุ่มที่นั่งฟังอยู่

ทั้งพชรและศุภวิชญ์ต่างหันมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างทัศนัยซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าอึ้ง ๆ ปนงุนงง

สาวฮอตเป็นฝ่ายรุกว่าอึ้งแล้ว แต่นี่เพื่อนพวกเขายังโดนสาวสวยดีกรีอดีตดาวมหา’ลัยขอจีบซึ่ง ๆ หน้าอีก มันจะหล่อเท่เสน่ห์แรงอะไรเบอร์นั้น

แต่คนถูกขอจีบกลับไม่แสดงสีหน้าอาการอะไรออกมาแม้แต่น้อย เขาทำเพียงจ้องหน้าหญิงสาวนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เริ่มเปลี่ยนจากนิ่งสุขุมเป็นเบื่อหน่ายแทน

“ไร้สาระ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ

กรรณิการ์นึกหมั่นไส้ท่าทางไม่สนใจอะไรของชายหนุ่มไม่น้อย แต่เธอก็ยังทำทียิ้มแย้มแล้วตื๊อเขาต่อ

มาถึงขนาดนี้แล้วเรื่องอะไรที่เธอจะถอยกลับไปมือเปล่า เขาทำเธอหน้าแตกละเอียดชนิดหมอไม่รับเย็บขนาดนั้น เธอคงจะยอมได้อยู่หรอก!

“เราจริงจังนะ ถือว่านายอนุญาตก็แล้วกัน งั้นขอไอจีหน่อยสิ แลกกับแหวนวงนี้” หญิงสาวยกเรื่องแหวนเข้ามาเป็นข้อต่อรอง

ทัศนัยนึกเหนื่อยใจอยู่ไม่น้อย เขาไม่เคยเจอผู้หญิงน่ารำคาญขนาดนี้มาก่อน หากเป็นปกติป่านนี้เขาคงลุกหนีไปแล้ว ไม่ยอมนั่งอยู่กับตัววุ่นวายอย่างนี้เป็นแน่

แต่เป็นเพราะแหวนที่อยู่ในมือเธอมันสำคัญกับเขามาก สุดท้ายจึงได้แต่จำใจให้ช่องทางติดต่อกับคนช่างตื๊อไป

ถ้าเธอทักมาค่อยปล่อยเบลอก็แล้วกัน

“มีแต่ไลน์”

“ไลน์ก็ได้ค่ะ” คนตัวเล็กว่าพร้อมหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด เปิดเข้าหน้าแอดเพื่อนในมือถือของตนเองขึ้นมาก่อนจะส่งมันให้กับชายหนุ่มหน้านิ่ง

ทัศนัยกรอกไอดีของตัวเองลงไป แล้วยื่นโทรศัพท์คืนให้หญิงสาว

“แหวน” เสียงทุ้มเอ่ยสั้น ๆ

ทว่ากรรณิการ์ที่รับมือถือมาเรียบร้อยแล้วกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือการยัดแหวนสีเงินของทัศนัยลงในร่องอกของตนเองที่โผล่ออกมาให้เห็นวับ ๆ แวม ๆ เพราะหญิงสาวปลดกระดุมเสื้อช็อปลงมาถึงสองเม็ด ซึ่งด้านในมีเพียงเกาะอกสีดำสวมซับอยู่

จังหวะนั้นทั้งพชรและศุภวิชญ์ต่างเผลออ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน ไม่คิดว่าคุณหนูสุดแซ่บจะแสบสันได้ถึงขนาดนี้

“ไว้เจอกันใหม่นะคะ” พูดจบก็ทำท่าส่งจูบขยิบตาให้เขาไปอย่างทะเล้น แล้วหมุนตัวเดินหนีออกมาทันที

ทิ้งให้คนที่ถูกสับขาหลอกนั่งหงุดหงิดอยู่ในใจ ข้อเสียของคนใจเย็นและพูดน้อยคงเป็นการที่เขาไม่อาจตะโกนเรียกผู้หญิงสุดเหลี่ยมคนนั้นให้คนทั้งโรงอาหารหันมามอง หรือจะวิ่งไปคว้าตัวเธอมาแล้วบังคับให้คืนแหวนมาได้

“โคตรแสบ” คล้อยหลังกรรณิการ์ไปแล้ว พชรก็ชิงพูดอย่างนึกขบขัน ใจก็แอบสงสารเพื่อนสนิทที่ถูกสาวหลอกขอไลน์

เขายังคงมองแผ่นหลังของหญิงสาวไปจนลับสายตา ในใจก็แอบสงสารเพื่อนสนิทที่ถูกสาวสวยหักเหลี่ยมโหดแบบนี้

“เจอตัวเด็ดแล้วว่ะ” ตามมาด้วยศุภวิชญ์ที่หันกลับมาพูดแซวเพื่อน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังคงนั่งเงียบอยู่ตลอด

“อย่าบอกนะว่าน้องเขาคือคนที่มึงบอกว่าเขาคิดว่ามึงจะไปจีบ?” พชรถามเพื่อนที่ยังนั่งหน้าตึงอยู่ด้วยความใคร่รู้

ทัศนัยไม่ตอบ เขาทำเพียงมองตามแผ่นหลังบางของคนที่ชิ่งของสำคัญเขาไปอย่างนึกหงุดหงิด

“สงสัยจะใช่ ดูท่าน้องเขาไม่ปล่อยมึงง่ายแน่ รายนี้ไม่เคยพุ่งใส่ใครก่อน แต่ถ้าได้เป็นฝ่ายรุกก่อนกูว่ามึงหนีไม่รอดแล้วว่ะ” ศุภวิชญ์เอ่ยกลั้วหัวเราะ

เห็นเพื่อนสนิทจอมนิ่งถูกก่อกวนจนหน้านิ่วคิ้วขมวดได้ พวกเขากลับนึกสนุกมากกว่าเห็นใจ

ต่างจากทัศนัยที่เริ่มมีสีหน้าและแววตาอึมครึมลง ไม่เคยมีใครมาวุ่นวายกับเขาได้มากเท่าที่เธอคนนี้ทำ ทั้งที่เพิ่งเจอกันยังไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ้ำ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนเส้นเลือดในสมองเต้นตุบ ๆ

ทางด้านกรรณิการ์ที่เดินกลับมาถึงโต๊ะหน้าคณะของตนเอง ซึ่งมีเพื่อนสนิททั้งสองคนอย่างลลิตาและคุณากรนั่งรออยู่ ใบหน้าสวยก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาทันที

ร่างเพรียวเดินเข้าไปทิ้งกายนั่งลงข้างเพื่อนสาวคนสนิท แล้วกระแทกลมหายใจระบายความหงุดหงิดออกมา

“เป็นอะไรของแก แล้วไหนบอกจะไปซื้อขนมกับน้ำส้ม ทำไมกลับมาตัวเปล่า” ลลิตาถามคนที่พอกลับมาถึงก็เอาแต่ทำหน้าบึ้งถอนหายใจทิ้ง จนเธอกลัวว่าเพื่อนสาวคนสวยประจำกลุ่มจะแก่เร็วเกินวัย

“ไปเจอธันอะดิ มาตื๊อให้ฉันกลับไปคุยต่อ จนได้ยืนเถียงกันอยู่กลางโรงอาหารนู่น คนนินทากันฉ่ำ น่าอายชะมัด” กรรณิการ์บ่นร่ายยาวถึงเรื่องราวชวนหงุดหงิดให้เพื่อนสนิทฟัง

ซึ่งคุณากรที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ก็พลันเงยหน้าขึ้นมาถามด้วยความเป็นห่วง

“แล้วมันได้ทำอะไรแกรึเปล่า” มือหนาพับปิดหน้าหนังสือที่กำลังอ่านลง แล้วหันมาให้ความสนใจกับเพื่อนสนิทสาวแทน

เพราะเป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มเพื่อนผู้หญิง ถึงจะรู้ว่าเพื่อนสนิททั้งสองสามารถดูแลตัวเองได้ แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

กรรณิการ์ส่ายใบหน้าไปมาเบา ๆ เป็นเชิงปฏิเสธ

“ฉันว่าแกระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ ธันมันดูน่ากลัวแปลก ๆ อ่ะ” ลลิตาพูดเสริมขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างกัน

กลุ่มของพวกเธอมีกันอยู่สามคน ถึงแม้แต่ละคนจะมีสไตล์ที่แตกต่างกันไป แต่เรื่องหนึ่งที่มีเหมือนกันนั้นก็คือความเอาใจใส่คนรอบตัว และความเป็นห่วงที่มีให้กันอยู่เสมอ

“อือ ฉันจะระวังนะ ขอบใจที่เป็นห่วง” กรรณิการ์รับคำเสียงอ่อน ก่อนจะเผลอถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่

ใบหน้าสวยยังคงแสดงออกถึงความเบื่อหน่ายและดูหัวเสียเล็กน้อย

อาการนั้นของหญิงสาวทำให้เพื่อนสนิทอีกสองคนต่างหันมองหน้ากันด้วยความสงสัย

ปกติกรรณิการ์มักจะร่าเริงและช่างพูดช่างจา แต่ท่าทางแบบนี้ของเพื่อนสนิทสาวแน่นอนว่าย่อมมีเรื่องให้คิดหนักอยู่เป็นแน่

“แกมีเรื่องอะไรอีกรึเปล่า ทำหน้าบึ้งจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นโบว์แล้วนั่น” ก่อนที่ลลิตาจะเป็นคนเอ่ยถามขึ้น พร้อมทั้งยื่นมือไปจิ้มกลางระหว่างคิ้วของคนที่นั่งอยู่ข้างกัน

ซึ่งคุณากรที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของลลิตา

คนที่ถูกสายตาสองคู่จ้องหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

“จริง ๆ มันก็มี แต่ถ้าฉันเล่าให้ฟังพวกแกห้ามล้อฉันนะ” กรรณิการ์ทำท่าทางจริงจังขึ้นมาจนเพื่อนทั้งสองคนได้แต่มองหน้ากันอย่างงง ๆ แต่ก็ยอมรับคำไปก่อน

“อือหึ้ ได้ดิ” ลลิตาว่า

“ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นอยู่แล้ว” และตามด้วยคุณากร

คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะยอมเล่าเรื่องราวระหว่างเธอกับชายหนุ่มที่บังเอิญเดินชนกันตรงมุมตึกให้เพื่อนทั้งสองฟัง

“คือเมื่อกี๊ตอนแยกออกมาจากธันแล้ว ฉันไปเดินชนกับผู้ชายคนหนึ่งเข้าน่ะ”

“อ่าห้ะ แล้ว?” ลลิตาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง พลางขยับตัวนั่งเท้าคางหันหน้าเข้าหาเพื่อนสาวอย่างให้ความสนใจ

“ตอนแรกฉันคิดว่าเขาจะจีบ ก็เลยบอกไปก่อนว่าตอนนี้ยังไม่อยากคุยกับใคร แต่ตอนที่ฉันกำลังจะเดินออกมา เขาก็เรียกไว้แล้วบอกว่า...” กรรณิการ์เว้นช่วงประโยค พลางมองท่าทางตั้งใจฟังของเพื่อนทั้งสองแล้วก็เริ่มไม่อยากเล่าต่อไปจากนี้แล้ว

มันน่าอายจนเธอแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่เพราะความอยากเอาชนะบวกกับความหมั่นไส้นิด ๆ หรืออาจจะมีความสนใจเข้ามาข้องเกี่ยวอีกเล็กน้อย ทำให้เธอเลือกที่จะเป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่เขาก่อนเอง

“เขาไม่ได้จะจีบฉันจริง ๆ แถมยังทำหน้าแบบเบื่อโลกใส่ฉันอีก ฮือ!” ใบหน้าสวยบึ้งตึงหนักขึ้นกว่าเก่าเมื่อเล่ามาจนถึงจุดนี้

พูดกี่ครั้งคิดกี่หนก็ยังรู้สึกหน้าชาไม่หาย

ทว่า...

“อุ๊บ! ก๊าก~ ฮ่า ฮ่า!” ลลิตาที่กลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ก็พลันหลุดเสียงหัวเราะออกมาเสียงดังก๊าก

“ยัยเลิฟ! ไหนบอกว่าจะไม่ล้อไง!” เสียงหวานร้องถามเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกกระดากอาย

“ฮึบ!” ก่อนที่คุณากรจะรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อกลั้นเสียงขำเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

ทว่าไหล่ที่สั่นไหวของชายหนุ่มก็ทำให้กรรณิการ์รู้ว่าเขากำลังหัวเราะเธออยู่

“นี่พวกแกหยุดขำเลยนะ!” ใบหน้าสวยง้อง้ำอมลมจนแก้มเนียนป่องทั้งสองข้าง

“ยัยคุณหนูโดนเล่นแล้ว คิกคิก” ลลิตาที่ขำจนแทบเสียเส้นยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากหางตา เพราะหัวเราะจนท้องแข็งน้ำตาไหลไปหมดแล้ว

ส่วนคุณากรที่ไม่อยากหัวเราะเสียงดังเพราะเกรงว่าจะทำให้เพื่อนเสียความมั่นใจก็กลั้นขำเอาไว้อย่างสุดฤทธิ์

“ฉันจะงอนพวกแกแล้วนะ ฮึ่ย!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 12 ตัววุ่นวาย

    ผ่านมาหลายวันหลังจากวันที่เกิดเหตุการณ์ผีผลักในรถของทัศนัย พอวันต่อมาเขาก็ไม่ได้เข้ามาที่มหา’ลัยทำให้ไม่ได้เจอหน้าหญิงสาว เพราะปีสี่ไม่ค่อยมีการเรียนการสอนมากเท่าไหร่ ส่วนมากจะเน้นให้นักศึกษาได้วางแผนทำวิจัย หรือบางคณะก็อ่านหนังสือติวเข้มเตรียมสอบ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ค่อยได้เจอกับคนน้องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ก็มีบ่อยครั้งที่หญิงสาวส่งข้อความมาหา ถามไถ่ไปเรื่อยตามประสาของเธอ ถ้าจะมีสิ่งที่แปลกไปก็คงเป็นตัวเขาที่เริ่มตอบข้อความเธอบ่อยขึ้น ไม่ได้รู้สึกรำคาญเวลาถูกคนน้องหยอกล้อ หรือแกล้งหยอดคำหวานหรือส่งมุกจีบมาให้ พอเธอเลิกก่อกวน และพูดจาน่ารักกับเขาบ่อยขึ้น ทัศนัยก็รู้สึกว่าเนื้อแท้ของคนตัวเล็กไม่ได้แย่นัก กรรณิการ์เป็นผู้หญิงร่าเริง คุยเก่งและบางครั้งก็ชอบอ้อนแบบไม่รู้ตัว ถึงแม้จะพิมพ์คุยกันในแมสเสจเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาก็พอจะจับสังเกตได้ เหมือนอย่างตอนนี้ที่คนน้องมานั่งอยู่กับเขาที่ใต้ตึกคณะนิติศาสตร์ ซึ่งวันนี้เขาเข้ามหา’ลัยมาเพื่อพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาและจัดการเอกสารที่ช่วยอาจารย์สอนเล็กน้อย “แล้วพี่ไทม์จะกลับตอนไหนเหรอ” เสียงหวานของกรรณิการ์เอ่ยถามคนพี่ เนื่องจ

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 11 เสียอาการ

    รู้ตัวอีกทีเธอก็ขึ้นมานั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ โดยมีสารถีเป็นชายหนุ่มรุ่นพี่สุดเย็นชาเสียแล้ว กรรณิการ์ลอบมองซีกหน้าด้านข้างของคนพี่ซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า โดยตรงไปตามเส้นทางที่จะไปเพ้นท์เฮ้าส์ของเธอ ความคิดที่เคยอยากแกล้งเขาเพื่อเอาคืนที่ถูกปฏิเสธในวันแรกนั้น ตอนนี้มันแทบจะเลือนหายไปจากสมองของเธอหมดแล้ว ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน ที่หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้เขา มันอาจจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง คงเป็นวันที่เธอถูกดักทำร้ายล่ะมั้ง... แต่ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในตอนนี้เธอก็ไม่กล้าพอที่จะคิดเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์นี้ เธอไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงในตอนนี้ เพราะอย่างนั้นจึงยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ได้ พอมาคิด ๆ ดู หากเธอเป็นฝ่ายที่ถูกตามก่อกวน ถูกแกล้งหรือยั่วโมโห แต่วันดีคืนดีอีกฝ่ายกลับมาทำท่าทางเหมือนตกหลุมรักเธอ มันก็คงพิลึกไม่น้อย แต่เรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนสวยอย่างเธอหรอก คนหล่อมีเยอะ แต่คนหล่อที่ตรงเทสเธอน่ะมันไม่ได้มีให้เจอบ่อย ช่วยไม่ได้ที่เขาอยากเกิดมาหล่อเอง “ถึงแล้ว” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นช่วยเรียกสติของคนที่กำลังเหม่อลอยให้กล

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 10 แอบใส่ใจ

    ภายในร้านชาบูหม้อไฟซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของน้ำซุปหลากหลายรสชาติ กรรณิการ์สั่งเนื้อเซ็ตใหญ่มาพร้อมกับกุ้งถาดใหญ่อีกสองถาดโดยมีทัศนัยนั่งมองอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ หลังจากที่หยอกล้อชายหนุ่มรุ่นพี่จนพอใจแล้ว เธอก็ชวนเขามานั่งกินหม่าล่าหม้อไฟด้วยกัน ซึ่งก็ได้ถามคนพี่ก่อนแล้วว่าเขาสามารถกินเผ็ดได้ไหม และด้านทัศนัยเองก็ยืนยันว่ากินได้ เธอจึงพาเขามาที่ร้านประจำของตัวเอง “ทำไมสีมันดูจัดขนาดนี้” หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าน้ำซุปในหม้อหม่าล่าสีดูจัดจ้านจนเขารู้สึกแสบท้องทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทานเลยด้วยซ้ำ “หม่าล่าก็แบบนี้แหละค่ะ แต่ถ้าพี่ไม่ชอบก็มีอีกฝั่งเป็นทงคัตสึไงคะ” กรรณิการ์มองคนพี่พลางพยักเพยิดหน้าให้เขามองอีกฝั่ง ซึ่งเป็นน้ำซุปทงคัตสึรสชาติกลมกล่อมเหมาะกับคนที่ไม่ชอบทานเผ็ด “กินเผ็ดแบบนี้ไม่กลัวแสบท้องหรือไง” เขาถามด้วยความสงสัย สีของมันดูน่าจะเผ็ดมากแถมน้ำมันยังเยอะอีกด้วย เพราะด้วยภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่ดูเป็นคุณหนู แม้จะไม่ได้น่ารักน่าทะนุถนอมขนาดนั้น แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าเธอจะกินเผ็ดขนาดนี้ได้ยังไง “แค่นี้สบายมาก ถึงหนูจะเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสแต่เรื่องกินเผ็ดหนูได้เ

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 9 ปากแข็ง

    นับว่าในยังเป็นโชคดีที่เหตุการณ์รุนแรงนั่นเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันศุกร์ ทำให้กรรณิการ์ไม่ต้องแต่งหน้าโบกรองพื้นหนา ๆ กลบเพื่อไปเรียน หรือพยายามหลบเลี่ยงสายตาของใคร เรื่องที่เธอถูกดักตบเมื่อวานถูกจัดการให้เงียบที่สุดโดยฝีมือบอดี้การ์ดของพี่ชาย ซึ่งเธอแอบขู่ฝ่ายนั้นไปว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายไปถึงหูคนในครอบครัวเธอเมื่อไหร่ ได้เจอคุณหนูกรีนเวอร์ชั่นนางมารอย่างแน่นอน คงต้องขอบคุณวีรกรรมต่าง ๆ ที่เธอได้สร้างสรรค์ไว้ เพราะเพียงแค่ขู่ไปเท่านั้น บรรดาบอดี้การ์ดที่คอยดูแลเธอก็รับคำเป็นอย่างดี กรรณิการ์กลับมาที่เพ้นท์เฮ้าส์เมื่อวานในช่วงบ่ายแก่ แล้วก็ต้องพบกับความแปลกใจที่ได้เห็นว่าคุณากร เพื่อนสนิทหนุ่มของเธอนั้นถูกพี่สาวเธอพาเข้ามาวัดตัวที่นี่ ดูท่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้คงไม่ธรรมดา ว่ากันตามตรงเธอเองก็พอจะเดาออกจากการกระทำของเพื่อนสนิทตัวเองอยู่บ้าง คุณากรดูสนใจพี่สาวของเธอมาตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่งแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นคิดว่าคุณากรคงแค่ชอบเพราะพี่เธอสวย แต่ตอนนี้เธอคิดว่าคงไม่ใช่แค่นั้นแล้วล่ะ ติ๊ง! Ttime : หายดีแล้ว? กรรณิการ์หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความที่ถูกส่งเข้ามา แล้วตอบกลับอีกฝ่าย

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 8 หนุ่มซึน

    เพราะเกรงว่าหากกลับไปที่เพ้นท์เฮ้าส์ในสภาพนี้แล้ว อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้หากพี่สาวอย่างกุลนิภาเห็นว่าน้องสาวคนเล็กของบ้านมีสภาพเหมือนพึ่งไปฟัดกับหมามาจากไหนสักที่ แน่นอนว่าหากพี่สาวรู้ พี่ชายเธอก็ต้องได้รู้ เกิดเรื่องเข้าหูเกรย์สันเมื่อไหร่ เธอไม่อาจรับรองความปลอดภัยให้ใครได้เลยจริง ๆ เพื่อไม่ให้เรื่องราวมันน่าปวดหัวไปมากกว่านี้ กรรณิการ์จึงขอให้รุ่นพี่หนุ่มมาส่งที่หอของลลิตาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ระหว่างทางภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบ หญิงสาวแอบชำเลืองมองคนที่กำลังขับรถอยู่เป็นระยะ เธอรู้สึกขอบคุณเขาสำหรับเรื่องในครั้งนี้มากจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกละอายใจกับการกระทำของตนเองไปด้วย จะไม่ให้รู้สึกแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเธอไปก่อกวนตามแกล้งทำตัววุ่นวายใส่เขาตั้งมากมายขนาดนั้น แต่คนพี่กลับไม่คิดปล่อยผ่านตอนที่เห็นเธอโดนทำร้าย แถมยังอาสามาส่งกันอีก แม้จะเป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่ใจจนไม่สนสี่สนแปดขนาดนั้น ทุกครั้งที่กลั่นแกล้งเขาเธอก็พยายามไม่ให้มันเลยเถิดมากเกินไป ส่วนเรื่องแหวนเธอไม่ได้ตั้งใจจะเก็บไว้นานนัก แค่คิ

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 7 เพื่อนรัก

    ตกเย็นหลังจากเลิกเรียนในคลาสสุดท้ายแล้ว กุลนิภาพี่สาวคนกลางของเธอก็ส่งข้อความมาบอกว่าจะเข้ามารับ เพราะเจ้าตัวมาทำธุระแถวนี้พอดี โดยคุณากรก็ขอติดรถไปด้วยกัน ความจริงแล้วเธอสามารถขอให้บิดาออกรถให้ได้หรือจะเรียกคนขับรถจากบ้านใหญ่มาคอยรับส่งก็สามารถทำได้ แต่เพราะอยากใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อยตามใจตัวเอง เธอจึงปฏิเสธที่จะซื้อรถส่วนตัวหรือใช้รถของครอบครัว ขณะกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนรถโดยมีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ กลบความเงียบภายในรถนั้น ดวงตาคู่สวยพลันเหลือบขึ้นมองถนนเบื้องหน้าเพราะเริ่มมึนหัว แต่เรื่องบังเอิญก็ช่างเกิดได้ถูกจังหวะตรงเวลาเสียเหลือเกิน “เจ๊ เดี๋ยวจอดให้หนูลงข้างหน้านี้หน่อยค่ะ” เสียงหวานโพล่งขึ้นเมื่อรถกำลังจะเคลื่อนผ่านจุดหมายไป “จะไปเถลไถลที่ไหนอีกล่ะตัวแสบ” แม้จะปากบ่นอยู่บ้าง แต่กุลนิภาก็ตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางให้ในทันที “แค่ไปช้อปปิ้งเอง เอาเป็นว่าจะรีบกลับนะ” จบคำเบนซ์ลีย์คันหรูก็จอดนิ่งสนิท กรรณิการ์จึงหันมามองหน้าพี่สาวแล้วพูดต่ออีกประโยคว่า “ฝากเจ๊ไปส่งนิคด้วยนะ บ๊ายบาย” เนื่องจากคุณากรเองก็รู้จักมักคุ้นกับพี่สาวของเธออยู่พอสมควร เธอจึงคิดว่าคงไม่เป็นไรที่จะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status