แชร์

3 | คำชวน

ผู้เขียน: นัวร์เนีย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 20:57:06

        สี่ปีต่อมา

        วาลีกลายเป็นบัณฑิตสาวป้ายแดง บรรดาเจ้าหน้าที่ในมูลนิธิต่างพากันเอาของขวัญและดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีในวันรับปริญญาบัตร ไม่ต่างจากโสภาที่วันนี้เดินทางมาพร้อมกับรุ่งอรุณ ลูกสาวคนเล็กของบ้านพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่มามอบให้ด้วยรอยยิ้ม

        “คุณโสภา คุณเวลา สวัสดีค่ะ” คนตัวเล็กในชุดครุยสีขาวยกมือไหว้ผู้มีพระคุณ ก่อนเอื้อมมือออกไปรับช่อดอกไม้และยืนให้ช่างภาพถ่ายรูปร่วมกัน

        จากนั้นทุกคนก็พากันไปนั่งที่ม้าหินอ่อนหน้าลานคณะเพื่อพูดคุยแสดงความยินดี โสภามอบของขวัญที่ตั้งใจซื้อมาเพื่อแสดงความยินดีกับสาวน้อยคนเก่ง วาลีที่เห็นดังนั้นก็รีบยกมือไหว้ปลกๆ เป็นการขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีที่ได้รับมาตลอด

        “แกะดูสิลูก” โสภาคะยั้นคะยอกับคนตัวเล็กพลางลูบศีรษะรับไหว้ด้วยความเอ็นดู

        วาลีโตมาสวยราวกับรูปวาด ผิวพรรณก็เนียนเปล่งปลั่ง ไร้ริ้วรอย จนหลายครั้งเธอก็อดแปลกใจเวลาที่ได้เจอหน้ากันแต่ละครั้งที่มูลนิธิไม่ได้ หากไม่ทราบมาก่อน ว่าเธอเป็นเด็กที่มูลนิธิอุปถัมภ์ คงคิดว่าเป็นลูกสาวคุณหญิงคุณนายที่ไหน

        มือน้อยแกะของขวัญตามคำสั่งอย่างว่าง่าย และพบว่ามันคือนาฬิกาเรือนหรู ดวงตากลมโตแอบเหลือบไปเห็นข้อมือของรุ่งอรุณก็พบว่าเป็นแบบเดียวกัน คนตัวเล็กสีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะปิดมันลงแล้วมองหน้าหญิงวัยกลางคนด้วยความเกรงใจ

        วาลีกลัวว่าลูกสาวคุณเล็กของท่านจะคิดมาก หาเธอได้รับของอย่างเดียวกันกับลูกสาวแท้ๆ

        “อย่าเกรงใจ อะไรที่แม่ให้ แม่คิดดีแล้ว”

        โสภาแทนตัวเองว่าแม่กับวาลีเสมอ พร้อมกับเรียกเธอว่าลูกมาโดยตลอด วาลีที่ได้ฟังเช่นนั้นจึงพยักหน้าแล้วยกมือไหว้ขอบคุณอีกครั้ง ส่วนรุ่งอรุณที่รอจังหวะเข้าร่วมบทสนทนาอยู่แล้วก็พูดขึ้นมาบ้าง

“อันนี้ของขวัญจากเวลานะวา”

        กล่องของขวัญชิ้นใหญ่ถูกยื่นมาตรงหน้าบัณฑิตสาว วาลีเงยหน้าสบตาคนอายุเท่ากันเล็กน้อย ก่อนจะรับมันมาด้วยความรู้สึกขอบคุณ

        “โน้ตบุ๊ก ไม่ต้องเปิดมาดูก็ได้เดี๋ยวเก็บลำบาก เวไปเลือกมากับพี่ไทม์ เผื่อวาทำงานจะได้มีโน้ตบุ๊กดีๆ ไว้ทำงานไง รุ่นนี้ดีมากเลยนะ เวซื้อมาลองใช้เองแล้ว”หญิงสาววัยเดียวกันจ้อบรรยายสรรพคุณสินค้าให้เธอฟังไม่หยุด

        วาลีรู้สึกตื้นตันใจกับสิ่งที่ครอบครัวนี้มอบให้เธอจนเก็บสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ไม่อยู่ สิ่งที่ได้รับมันยิ่งกว่าบุญคุณ

        อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย เงินทอง รวมถึงโอกาสทางการศึกษา สิ่งเหล่านี้ยิ่งใหญ่จนแม้แต่ครอบครัวแท้ๆ ของเธอเองก็อาจจะหามันให้ไม่ได้ด้วยซ้ำ

        หากมีสิ่งไหนที่เธอสามารถช่วยเหลือตอบแทนได้ เธอยินดีที่จะช่วยทันที

        “วันนี้พี่ไทม์กับคุณพ่อติดประชุมบ่าย ไว้พรุ่งนี้แม่จะให้รถไปรับที่มูลนิธิไปกินข้าวที่บ้าน วาจะได้เจอคุณย่าด้วย”

        ใบหน้าสวยที่เคยยิ้มแย้มพลันแสดงสีหน้าเหยเกทำตัวไม่ถูก เมื่อได้ยินว่าต้องไปเข้าพบผู้อาวุโสของตระกูลสิทธิเกรียงไกร

        จริงอยู่ที่เธอจะได้รับการอุปการะเป็นอย่างดีจากสองสามีภรรยาบ้านนี้ หากแต่ยังไม่เคยเข้าไปภายในบ้านหลังนั้นเลยสักครั้ง มีเพียงรูปถ่ายตามหน้าสื่อสังคมเท่านั้น ที่จะได้เห็นหน้าของมารดาวิรัชบ้าง

        แต่ช่วงสี่ห้าปีมานี้ วาลีกลับเห็นเพียงวิรัชกับพลบค่ำที่เป็นฝ่ายออกงานสังคม ส่วนหญิงอาวุโสน่าจะวางมือจากการออกงานแล้วเนื่องจากอายุที่มากขึ้น

        ใบหน้าสวยแสดงออกถึงความรู้สึกประหม่าอย่างไม่ปกปิด อีกทั้งยังกลัวจะถูกครหาจากคนภายนอก ว่าประจบประแจงคนจากตระกูลนี้

        “วา...”

        ริมฝีปากอวบอิ่มกำลังรวบรวมความกล้าที่จะกล่าวปฏิเสธคำชวน แต่กลับถูกโสภาก็พูดขัดไว้เสียก่อน

        “ไปเถอะลูก คุณย่าเองก็อยากเจอหนูวา คุณย่ารู้เรื่องหนูมาตลอดเลยนะ แต่ยังไม่มีโอกาสมาเจอด้วยตัวเอง ยิ่งตอนนี้คุณย่าเองก็ป่วยตามประสาคนมีอายุ ถ้าได้เจอหนูก็คงจะดี”

        พูดแบบนี้จะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร

        อีกทั้งแววตาคาดหวังแกมขอร้องที่ทั้งคู่ส่งมาให้เธออีก สุดท้ายวาลีก็ต้องยิ้มรับและพยักหน้าเป็นการตกลง

        “ค่ะ วาจะไป”

 

        บ้านสิทธิเกรียงไกร

        คฤหาสน์หรูสีขาวถูกตกแต่งเรียบง่ายดูดี ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเน้นความสบายใจของผู้อยู่ แต่ภายในคฤหาสน์กลับเต็มไปด้วยของตกแต่งหรูหราบ่งบอกถึงฐานะผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างดี

        วาลีในชุดเดรสแขนกุดยาวคลุมเข่าลงจากรถด้วยอาการตื่นเต้นเต็มอก ผมยาวสลวยถูกถักเปียรวบไปทางด้านซ้ายดูเรียบร้อยสวยงาม ใบหน้าจิ้มลิ้มถูกแต่งเติมให้สวยได้อย่างพอดิบพอดีสมวัย

        รุ่งอรุณวิ่งออกมารับพร้อมกับสีหน้าดีใจอย่างไม่ปกปิด

        “วา~”

        “สวัสดีค่ะคุณเวลา”

        “จะเลิกเรียกคุณกี่โมง?”

        ใบหน้าเล็กบูดบึ้งพร้อมกับบ่นแขกอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะจูงมือกึ่งลากเข้าไปในบ้าน

        ตั้งแต่เด็กจนโต รุ่งอรุณมักจะชอบลากเธอไปนั่นไปนี่ทุกครั้งในวันที่ไปมูลนิธิ ส่วนคนถูกลากเองก็เต็มใจให้ลากอย่างไม่อิดออด เพราะยอมลูกสาวคนเล็กของบ้านง่ายๆ รุ่งอรุณจึงรักจึงหลงวาลียิ่งกว่าเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน

        “แม่คะ ยัยวามาแล้วค่ะ”

        รุ่งอรุณเอ่ยกับมารดาตนเองเสียงดังฟังชัดทันทีที่เดินมาถึงหน้าทางเข้าครัว เนื่องจากวันนี้เป็นครั้งแรกที่วาลีมาที่บ้าน  โสภาจึงลงมือทำอาหารเองกับมือหลายอย่าง โดยมีแม่บ้านคอยเป็นลูกมือในครัวสามสี่คน

        วาลียกมือขึ้นไหว้ทักทายทุกคนในครัวอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินเข้ามาในครัวลำพัง เนื่องจากรุ่งอรุณไม่ยอมเดินเข้ามาในครัวด้วย

        “ตามสบายนะวาลี เวไม่ชอบให้กลิ่นอาหารติดตัว ฮิๆ แม่คะ เวไปตามคุณพ่อกับพี่ไทม์ให้นะคะ” พูดจบก็วิ่งปรู๊ดหนีออกไป ทิ้งให้วาลียืนกับโสภาในครัว

        “หนูช่วยนะคะ”

        คนตัวเล็กเดินไปล้างมือบริเวณอ่างล้างจาน ก่อนจะเอื้อมไปหยิบผักมาในกระจาดมาหั่นอย่างคล่องแคล่ว

        เพราะการทำอาหารและดูแลเด็กเป็นงานประจำในมูลนิธิ วาลีจึงทำได้อย่างชำนาญ ไม่ว่าจะปอก จะหั่น จะผัด จะปรุงก็ทำได้อย่างคล่องแคล่วไม่มีที่ติแถมยังรสชาติดีจนโสภาเองยังตกใจ

        “แกงส้มอร่อยมากเลยลูก เก่งจังเลย เรียนก็เก่ง ทำอาหารก็เก่ง นิสัยก็ดี ใครได้เป็นลูกสะใภ้ดีใจแย่เลย” หญิงวัยกลางคนชมออกมาจากใจจริง

        ส่วนคนถูกชมก็ทำได้เพียงยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ตอบอะไร

        “หนูวามีแฟนรึยังลูก”

        “ยังค่ะ”

        “ตายแล้ว! ผู้ชายในมหาลัยไม่มีคนที่ถูกใจเลยเหรอ ลูก โกหกแม่หรือเปล่า ถ้ามีก็พามาหาแม่บ้างนะ จะได้รู้จักไว้ว่าคบหากับใครอยู่”

        “ค่ะ”

        วาลีตอบรับคำพูดนั้นออกไปอย่างเสียไม่ได้ ทั้งที่ประสบการณ์การถูกทอดทิ้งจากครอบครัวจะฝังใจอยู่ลึกๆ ว่าไม่ควรลงหลักปักฐานกับใคร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   SPECIAL PART

    หนึ่งปีต่อมา ครอบครัวสิทธิเกรียงไกรก็มีสมาชิกใหม่ถือกำเนิดขึ้นเป็นสีสันของคนในบ้าน เด็กชายวงศ์วรัณ สิทธิเกรียงไกรหรือน้องเทมป์ ชื่อจริงถูกตั้งโดยคุณย่าผู้เป็นที่เคารพของคนในตระกูล ซึ่งวงศ์วรัณนั้นมีความหมายว่า ผู้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ทุกคนที่ได้ฟังครั้งแรกต่างชื่นชอบเพราะเหมาะสมและยิ่งใหญ่ สมกับการทายาทรุ่นที่สี่คนแรกของครอบครัว ส่วนชื่อเล่นนั้น ภรรยาคนสวยเป็นคนตั้ง โดยให้มีความหมายเดียวกับชื่อเล่นบิดา คงไม่ต้องอธิบายว่าลูกชายคนแรกของพลบค่ำจะเป็นที่รักแก่คนในครอบครัวขนาดไหน เรียกได้ว่าหากวันไหนพลบค่ำและวาลีต้องเข้าไปประชุมที่บริษัท วิรัชกับโสภาจะพากันมาเคาะประตูห้องนอนรับหลานชายไปเลี้ยงตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น จากนั้นจึงอุ้มหลานชายวัยสี่เดือนเศษไปรับประทานมื้อเช้าเป็นเพื่อนคุณย่าทวด ซึ่งท่านเองก็แข็งแรงดีขึ้นทันตานับตั้งแต่ทราบข่าวว่าวาลีตั้งครรภ์ลูกคนแรก ก๊อกๆๆ “ตาไทม์ ตาไทม์ แม่มารับหลาน” เสียงของโสภาดังมาจากหน้าห้องนอนสลับกับเสียงเคาะประตูไม่หยุด ปลุกให้ลูกชายที่เพิ่งได้หลับพักผ่อนงัวเงียลุกขึ้นมาเปิดประตู

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   EPILOGUE | One Percentage

    ‘วันนี้วันอะไรคะ...’ พลบค่ำจำได้ดี ว่านี่คือหนึ่งในคำต้องห้ามที่เพื่อนทั้งสามคนเคยบอกเอาไว้ หากถูกเมียถาม นั่นหมายถึงว่าวันนี้ต้องเป็นวันสำคัญอะไรสักอย่าง เช่น จับมือกันครั้งแรก เดตกันครั้งแรก วันครบรอบวันแต่งงาน เป็นต้น ชายหนุ่มมั่นใจว่าไม่ใช่วันเกิดของภรรยาเป็นอย่างแรก ส่วนวันครบรอบวันแต่งงานยิ่งแล้วใหญ่ เนื่องจากเพิ่งแต่งงานยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ “พี่ไทม์~ ไม่รู้เหรอคะ?” การถูกถามซ้ำยิ่งทำให้เขาลุกลี้ลุกลน พูดตามตรงคือนึกไม่ออก แต่ก็รู้ว่าหากยอมรับออกไปตามตรงก็เสี่ยงตาย “อ่า...” “คะ?” ใบหน้าสวยพอดีกับรูปร่างเอียงคอรอคำตอบอย่างน่ารัก คนถูกมองด้วยความรักใจอ่อนยวบ สุดท้ายจึงอ้อมแอ้มยอมรับกับภรรยาออกมาเสียงแผ่ว “พี่ไม่ทราบครับ น้องวาบอกพี่ได้ไหมว่าวันนี้วันอะไร” พลบค่ำยกมือขึ้นประคองแผ่นหลังเนียน ซึ่งสวมเพียงชุดนอนตัวบางสีชมพูกับเสื้อคลุมผ้าซาตินสีเดียวกันเอาไว้ กลัวว่าเธอจะร้องไห้ตัวสั่นตัวโยนเพราะสามีจำวันสำคัญไม่ได้ ทว่าคนที่นั่งคร่อมหันหน้าเข้าหากันกลับหัวเราะคิกคัก จากนั้นจึงโน้มตัวลงมาซ

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 36 | ครอบครัว

    วาลีได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ในอีกหลายวันถัดมา ตั้งใจว่าจะไปเก็บของเพื่อย้ายเข้าบ้านใหญ่ตามคำสั่งของแม่สามีก็พบว่าสามีให้สาวใช้ที่คฤหาสน์มาจัดการให้หมดแล้ว ทันทีที่เท้าแตะลงบนพื้นในเขตบ้านสิทธิเกรียงไกร คุณหญิงย่าผู้เป็นอาวุโสของบ้านก็เดินออกมารับด้วยตนเองพร้อมกับโสภาและรุ่งอรุณ “น้องวา ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก” ท่านเดินช้าๆ เข้ามาสวมกอดคนตัวเล็ก ซึ่งวาลีก็ย่อตัวลงสวมกอดตอบด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ “ต่อไปอยู่บ้านเราที่นี่แหละ ปลอดภัย ไม่มีใครทำอะไรหนูได้” วาลียิ้มรับคำพูดน้ำ ก่อนจะประนมมือไหว้ขอบคุณหลังจากผละออกจากอ้อมกอดอบอุ่น “ขอบคุณค่ะคุณย่า ช่วงนี้วายังไม่ได้กลับไปทำงาน มีอะไรเรียกใช้วาได้เลยนะคะ” คำพูดคำจาน่ารักเรียกความเอ็นดูจากคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ก่อนที่ผู้อาวุโสของบ้านจะตอบกลับด้วยอารมณ์ขัน “โอ๊ย~ บ้านนี้แม่บ้านเยอะแยะ หนูวาพักผ่อนเถอะ อย่าขยันกว่าเจ้าเวนักเลย” “คุณย่าอะ!!” รุ่งอรุณแหวลั่น เมื่อถูกท่านพาดพิงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว นั่นทำให้ทุกคนในบ้านหัวเราะออกมากับท่าทางดิ้นดีดงอแงของเธอ “

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 35 | เด็กดี II

    โสภากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามโถงทางเดินด้วยความร้อนใจ รุ่งอรุณที่หอบตะกร้าอาหารวิ่งตามมาติดๆ แทบจะเดินไม่ทันฝีเท้าของมารดาด้วยซ้ำ แต่เข้าใจได้ว่าแม่กำลังเป็นห่วงวาลีมาก กลางดึกเมื่อคืนหลังจากโสภาจับสังเกตได้ว่ารถตู้ครอบครัวหายไปหนึ่งคันก็จัดการเค้นสอบรายบุคคลจนสามีเป็นฝ่ายอ้อมแอ้มบอกออกมาว่าลูกชายเอาไปใช้ และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังจนเป็นลมล้มพับไปหนึ่งรอบ ประตูห้องพักถูกเปิดออกกว้างเต็มแรงที่มี เห็นลูกสะใภ้นอนห้อยสายน้ำเกลือหลับปุ๋ยอยู่ ข้างเตียงมีลูกชายตัวดีนอนฟุบหลับเช่นเดียวกัน ผลัวะ! กระเป๋าหนังแบรนด์เนมฟาดลงกลางหลังลูกชายเต็มแรงจนคนถูกตีสะดุ้ง พอหันมามองว่าใครเป็นคนทำร้าย พลบค่ำก็ตาแทบถลน “มะ แม่!!!” “ยังจำได้ว่าฉันเป็นแม่ใช่ไหมไอ้ไทม์!!” ผลัวะ! ฟาดฝ่ามือกลางแผ่นหลังหนาซ้ำลงไปอีกรอบด้วยความโมโห คนตัวสูงมุ่ยหน้าแต่ไม่กล้าเถียงออกมาสักคำ ก็ทำตัวไม่ดี ถูกแม่ตีก็สมควรแล้ว “พี่ไทม์เป็นบ้าหรือไง ถึงได้หายัยวาคนเดียวน่ะ” รุ่งอรุณออกปากด่าผสมโรงเข้าไปด้วย “หาคนเดียวที

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 34 | รู้สึกผิด

    วิรัชไม่รอให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ท่านเปิดอีกอีเมลที่วาลีส่งเข้ามาในวันเดียวกันกับวันที่ถูกปราการพาตัวไป เวลาในการส่งคือเที่ยงครึ่ง นั่นหมายถึงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เธอจะถูกปราการหลอกให้ออกจากบริษัทไปพร้อมกัน ไฟล์ถูกเข้ารหัสล็อกเป็นอย่างดี มีรหัสผ่านส่งเข้าอีเมลตามหลังแยกต่างหาก พลบค่ำเปิดไฟล์ดูทีละหน้าอย่างตั้งใจ เด็กดีของเขาทุ่มเทหาหลักฐานการทุจริตของปราการมาได้หลายร้อยหน้า มีภาพประกอบและข้อมูลอ้างอิงเสร็จสรรพ สามารถส่งต่อให้ทีมกฎหมายไปจัดการต่อได้เลย อันนี้หรือเปล่าที่นั่งหลังขดหลังแข็งทำทุกวัน... “พ่อไปเรียกตำรวจให้” วิรัชอาสาเปิดประตูออกไปตามเจ้าหน้าที่ เพราะสภาพลูกชายตอนนี้ตาแดงก่ำจนเก็บอาการตนเองต่อไม่ไหว เขาสงสัยความรู้สึกของภรรยาตนเองได้อย่างไร พลบค่ำรู้สึกว่าตัวเองโคตรงี่เง่าที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องแค่นั้น เรื่องยาคุมแผงเดียว! ประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินตามบิดาเข้ามา ผู้หญิงที่เขาคุ้นหน้าเดินร้องไห้เข้ามาพร้อมกับเด็กผู้ชายที่ตนเองเคยเจอ

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 33 | จับกุม

    ปราการกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊ก หน้าจอสีขาวมีเอกสารที่จะถูกยื่นขอลาออกสิ้นเดือนนี้ เหตุผลในการลาออกคือออกไปหาประสบการณ์ใหม่ แน่นอนว่าปราการยื่นสมัครไปหลายบริษัท เงินเดือนก็เรียกสูงขึ้นยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ตามมาตรฐาน เหลือบมองมุมขวาล่างของจอ อีกไม่ถึงสิบนาทีก็ได้เวลาเลิกงาน ลุกไปเข้าห้องน้ำสักรอบแล้วค่อยกลับมาเก็บของกลับบ้านดีกว่า... กริ๊งงงง~!! เพียงแค่ลุกขึ้นยืนโทรศัพท์ประจำโต๊ะก็แผดเสียงเรียกเอาไว้ จำได้ว่านั้นคือเบอร์ต่อของโต๊ะตุ๊กตาเลขาของบอส จึงคว้ามารับอย่างไม่คิดมาก “ครับตุ๊กตา” เขาเรียกปลายสายด้วยน้ำเสียงสนิทสนม เพราะชอบให้ความเป็นกันเองกับคนในที่ทำงาน เวลารู้ข่าววงในก็รู้ก่อนคนอื่น เผื่อเป็นเรื่องของตนเองจะได้ไหวตัวทัน (เอกสารที่พี่กานจะให้บอสเซ็นได้เอามาฝากตุ๊กหรือยังคะ? พอดีตุ๊กหาไม่เจอเลย) “เอ๊ะ! พี่เอาไปวางบนโต๊ะให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่ ตุ๊กทำหายหรือเปล่า?” ปราการหงุดหงิดจนเผลอพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดีให้ปลายสายได้ยิน ก่อนจะนึกขึ้นมาได้แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงให้กลับมาใจดีตามเดิม “ไม่เป็นไร เดี๋ย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status