ログイン
กลิ่นธูปลอยเข้าจมูกเป็นสัญญาณว่าลมหายของใครคนนั้นได้หายไปแล้ว ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีเสียงครวญครางใด ๆ ทั้งสิ้น มีเพียงน้ำตาเต็มดวงตาสวยคู่หนึ่ง ที่กำลังพนมมือนั่งชันเข่าอยู่ตรงหน้าโลงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านขวามีกรอบรูปหญิงสาววัยกลางคนหน้าตาละม้ายคล้ายคนตรงข้าม กำลังเผยยิ้มให้ทั้งที่บรรยากาศนั้นโศกเศร้า
“แม่....”
“ทำไม..ฮึก ถึงทิ้งลินไป” ลลิน ลลิตา โชติอนันต์กิจ เป็นลูกสาวทายาทบริษัทนำเข้าส่งออกผลไม้อบแห้งอันดับหนึ่งของประเทศไทย เธอเป็นลูกคุณหนู เธอถูกเลี้ยงมามีแม่ตามใจมาตลอด เพราะชีวิตเธอมีแค่แม่เพียงคนเดียว ถึงบ้านเธอจะมีบริษัทส่งออกผลไม้ ใครต่างอิจฉา แต่หารู้ไม่ว่า...ชีวิตของเธอนั้นไม่ต่างอะไรกับครอบครัวแตกแยก
“ชีวิตลินไม่เหลือใครแล้ว”
“ที่คุณแม่บอกให้ลินตั้งใจเรียน นี่ไงคะลินกำลังจะเริ่ม”
“ทำไมคุณแม่ไม่อยู่รอดูลินก่อน...ฮือ”
ลินตา ลลินตา โชติอนันต์กิจ เธอผิดหวังช้ำใจรักจากสามีที่ไม่เหมือนสามี เขาเป็นสามีแค่ทางนิตินัยเพียงเท่านั้น เพราะเขานั้นได้มีคนในใจแล้ว ส่วนเธอมีดีแค่ทำให้เขาได้เข้ามารับตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้น มีอำนาจมากขึ้น เธอใช้มารยาล่อลวงในขณะที่เขากำลังมึนเมา คร่ำครวญหาแต่ผู้หญิงคนนั้นจนท้ายที่สุดก็เกิดก้อนเนื้อดวงใจจากวิธีสกปรกขึ้นมา
ซึ่งเขาก็ไม่เคยใยดี...
“คุณพ่อขา พรุ่งนี้ที่โรงเรียนจัดกิจกรรมวันพ่อ”
“คุณพ่อไปไหมคะ” เด็กหญิงหน้าตาน่ารัก วัยกำลังเติบโตที่กำลังรอคอยผู้เป็นพ่อกลับมา รีบวิ่งเข้าไปหา
“งานกิจกรรมไร้สาระแบบนั้น ฉันไม่ไปให้เสียเวลา” เอก เอกภพ โชติอนันต์กิจแสดงสีหน้าเหนื่อยหน่ายจากงานที่ถาโถมเข้ามา การที่เขาได้มาอยู่จุดสูงสุดนี้และไปไหนไม่ได้เพราะไอเด็กที่อยู่ตรงหน้าเขาที่แหละ เขาไม่ได้รักลินตา เขามีผู้หญิงในดวงใจแล้ว ลินตาต่างหากที่คิดใช้วิธีสกปรกจับเขา เขาจะไม่สนใจไม่แคร์ไม่เห็นแปลก
“ไร้สาระแปลว่าอะไรเหรอคะ” ลลิน เด็กหญิงที่ยังไม่เข้าใจความหมายแบบนั้นได้แต่ส่งสายตาสงสัยมายังผู้เป็นพ่อ
“ลินลูก มากวนอะไรคุณพ่อคะ” ลินตารีบวิ่งเข้ามาหาเนื่องจากเธอกำลังเตรียมทำอาหารมื้อเย็นให้ลูกสาว เพราะลูกสาวเธออ้อนให้แต่เธอทำ ไม่ยอมให้แม่บ้านทำให้ ทำให้บางทีไม่ทันได้ดูลูกในระยะสายตาตลอด
“งานวันพ่อที่โรงเรียนลูก คุณก็ไปแล้วกัน”
“ผมไม่ว่าง” เอกภพเดินขึ้นชั้นสองไปทันที มือสวยลูบหลังเจ้าหญิงตัวน้อยของเธอ ที่ทำหน้างุนงงไม่หาย
“ไม่เป็นไรนะคะลลิน เดี๋ยวคุณแม่ไปดีกว่า”
“เพื่อนลินไม่มีคุณแม่ไปเลย มีแต่คุณพ่อ”
“ที่โรงเรียนก็ถามว่าคุณพ่อลินไม่มีเหรอ” เด็กน้อยเอียงคอตอบคุณแม่ไปแบบไม่เข้าใจว่าเธอก็มีคุณพ่อเหมือนกับคนอื่น แต่ทว่าพ่อของเธอไม่เคยไปส่งไปรับ ร่วมกิจกรรมอะไรเลย ซึ่งตั้งแต่ที่เธอตั้งใจทำให้ลลินเกิดมา เอกภพยิ่งทำตัวห่างเหินกับเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ความน้อยใจและเหนื่อยล้าเข้ามาจนทำให้น้ำตาไหลออกมาที่หางตาสวย
“คุณแม่ร้องไห้อีกแล้วเหรอคะ”
“ลินแค่ถามนะคะ คุณแม่ไปก็ได้ค่ะ”
เรื่องราวในอดีตค่อย ๆ ผุดขึ้นมา จากเด็กน้อยนิสัยน่ารักก็เริ่มเป็นตรงกันข้าม เธอไม่ร่าเริง เธอไม่ค่อยยิ้ม เธอขี้วีนขี้เหวี่ยง ไม่ตั้งใจเรียนต่อต้านทุกอย่าง
“คุณแม่ไม่อยู่ ลินก็ไม่รู้จะเป็นคนดีเพื่อใคร” มือสวยเลื่อนธูปที่อยู่ในมือนำไปปักไว้กระถางธูปตรงหน้า พร้อมปาดน้ำตาก่อนจะเดินกลับไปที่รถ
“คุณลลินจะกลับกี่โมงคะ”
“อยากทานอะไรไหม ป้าเดือนจะทำไว้รอค่ะ” ป้าเดือนผู้หญิงที่ครองโสดจนอายุเข้าเลขห้า คอยรับใช้ดูแลมาตั้งแต่สมัยลินตา จวบจนเปลี่ยนเป็นรุ่นลูกเจ้านาย เธอที่อยู่เคียงข้างลินตารับรู้เรื่องราวของนายมาตลอด ก็อดเอ็นดูปนสงสารเจ้านายน้อยของเธอไม่ได้ “ความรักมันน่ากลัวแบบนี้สินะ”
“ไม่เป็นไรค่ะป้าเดือน”
“ลินน่าจะกลับเช้า” ตอบกลับเสร็จไม่รอให้ฝ่ายตรงข้ามตอบกลับ ร่างบางเดินตรงขึ้นรถหรูทันที เดือนได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับหันหน้าไปพนมมือเข้าไปในเมรุ มองรูปอดีตเจ้านายของเธอ
“ช่วยคุ้มครองคุณลินด้วยนะคะ คุณลินตา”
13Sun & Lalin Talk ตอนเเรกเขาจะปล่อยให้เธอลงไปซื้อคนเดียว แต่ต้องมาอยู่รอในห้องเธอคนเดียว รู้สึกแปลก ๆ เราพึ่งทำความรู้จักกันได้ไม่นาน ส่วนเธอก็ให้เขาเข้ามาง่าย ๆ เราสองคนเดินเข้ามาในร้านสะดวกซื้อใต้คอนโด เธอก็ลากรถเข็นออกมา “ซื้อแค่ข้าวทำไมต้องเอารถเข็น” เขาถามเธอ “ซื้ออย่างอื่นด้วย ในห้องฉันไม่มีอะไรเลย” ลลินตอบเขา ก่อนเดินนำเข็นรถเข็นเลือกของสบายใจ “มีน้ำไหม” “ไม่มี” ก่อนเขาจะเป็นฝ่ายเดินนำเธอ ก่อนจะยกน้ำเเพ็ค “ไม่เอายี่ห้อที่นายเลือกมันไม่อร่อย” “เอายี่ห้อนั้น” เเม่คุณชี้นิ้วสั่งเลย เขาก็ต้องยกตามเพราะมันน้ำกินมันของห้องเธอ ลลินเดินหยิบขนม น้ำอัดลมมากมาย แต่ในขณะเธอกำลังหยิบเพิ่มก็ต้องโดนเสียงเข้มเอ็ดขึ้น “เธอกินเเต่ของแบบนี้ไง ถึงได้ปวดท้อง” “รู้ได้ไงว่าฉันปวดท้อง” “ก็บัดดี้ตัวเองหาย ก็ต้องรู้สิ” เขาตอบหน้าตาเฉยก่อนจะหยิบขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลมกระป๋องวางที่เดิมเเละเขาก็ดันฉันออกเป็นเขาเข็นรถแทน เขาเข็นรถมาหยิบฝั่งของสดผลไม้ตัด
12มาเอาผ้าเช็ดหน้า ร่างสูงเดินมาถึงหน้าลิฟต์ก็ต้องชะงักเพราะนักเรียนจำนวนมากก็รอขึ้นลิฟต์เข้าชั้นเรียนเหมือนกัน โรงเรียนนานาชาติของเขามีระบบลิฟต์ เพราะโรงเรียนมีระดับความสูงถึงหกชั้น ชั้นเรียนพี่มอหกอย่างเขาอยู่ชั้นสุดท้ายของตึกนี้ พอลิฟต์เปิดออกนักเรียนก่อนหน้าเดินเข้าไป เขาภาวนาว่าเหลือพื้นที่เล็ก ๆ ให้เขาได้เข้าไปและมันก็เป็นอย่างที่เขาหวัง “…” ร่างสูงเข้ามาในลิฟต์เเล้ว โชคดีเหลือพื้นที่ว่างให้เขา เเต่ทว่าก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ลิฟต์แม่งหยุดทุกชั้น เขาไม่เคยต้องร้อนรนอะไรขนาดนี้ ในมือมีถุงนมกับโยเกิร์ตโดนคนชนไปมา ก่อนเขาจะเปลี่ยนมาอุ้มไว้ด้านหน้าแทนติ๊ง! สองขาเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในห้องเรียน พบว่าพวกเพื่อนเเละอาจารย์มากันเเล้ว ร่างสูงขออนุญาตเข้าห้อง พบว่าบัดดี้ของเขาไม่อยู่เเล้ว “มึงไปไหนมา” “มึงไม่เคยเข้าห้องเรียนสาย” สิงห์ถามก่อนจะมองในมือเพื่อนเขามีถุงนมกับโยเกิร์ต “กูไปต่อคิวซื้อของมากิน” เขาตอบเรียบ ๆ “แล้วยายนี่ล่ะ” เขาหันไปถามเพื่อน หนังสือเรียนยังไม่ได้หยิ
11ฉันขอได้ไหม ฉันอยากกินไข่พะโล้ หมดคาบเช้าลลินก็แทบจะฟุบคาโต๊ะเรียนทันที เธอเหมือนใช้พลังสมองไปมากกว่าปกติ เพื่อนร่วมห้องทยอยเดินออกไปพักกลางวัน “ลลินไปกินข้าวกัน” กันต์จัดว่าเป็นหนุ่มหล่อนิสัยติสต์ ชอบวาดรูปสมองของเขาคล้าย ๆ เธอไม่ชอบคำนวณเลข ส่วนเพื่อนสนิทเขา ลลินก็ไม่รู้ว่าว่านายคนนี้สนิทกับใครบ้างเป็นพิเศษ แต่ก็ถือว่าเป็นคบได้คนหนึ่ง ส่วนพวกบัดดี้แก็งค์เด็กเรียนพากันเดินเกาะกลุ่มกันไปก่อนเเล้ว “อืมไปสิ” ลลินตอบก่อนลุกเดินตามกันต์ออกไป โรงอาหารที่นี่จัดว่าดีเลย มีโต๊ะนั่งยาวหลายตัว ภายในห้องอาหารมีเเอร์ ลลินนึกสงสัยทำไมเมื่อก่อนเธอถึงไม่ค่อยถูกใจมันนัก “โรงอาหารเหม็นมากฉันไม่ชอบเลย” จินนี่จิบปากบอกก่อนจะทำหน้าเซ็ง ๆ “อืมใช่ ฉันไม่ค่อยชอบ” “ไปร้านข้างนอกดีกว่าลลิน” เซย่าเสริมทับอีกคน เราสามคนไปพักเที่ยงร้านข้างนอกตลอด เเทบจะไม่ซ้ำร้าน ร้านคาเฟ่บ้าง อาหารในห้างบ้างสลับกันไป บางครั้งก็กลับมาเรียนช้าเพราะร้านที่ไปกินอยู่ไกลจนเข้าเรียนสายประจำ สายตาของเธอมองหาร้านอาหารหลากหลา
10ก็ฉันเรียนไม่เก่ง มือเเกร่งเต็มไปด้วยเส้นเลือดกำลังใส่กระดุมทีละเม็ดหน้ากระจก ทรงผมเซ็ทเรียบร้อยสไตล์คนเจ้าระเบียบ มือหยิบเข็มขัดโรงเรียนใส่ก่อนจะไม่ลืมหยิบแว่นราคาแพงสวมตาม เช้าวันแรกของการเปิดเรียน วันนี้จะได้ลงเรียนวิชาแรกช่วงเช้าเป็นคณิตศาสตร์ เป็นวิชาที่เขาชอบมันมีหลักการคิดของมันอย่างแคลคูลัส “…” สายตาคมผ่านกรอบแว่นกำลังอ่านวิชาที่ตัวเองต้องเรียนในราบแรกคร่าว ๆ ก่อนนาฬิกาบนข้อมือดังแจ้งเตือนว่าได้เวลาออกไปโรงเรียนได้แล้ว เขาพับหนังสือเก็บใส่กระเป๋าโรงเรียนสะพายข้างสีดำ ก่อนจะหยิบกุญแจรถเดินออกมาจากห้อง แต่ในขณะร่างสูงกำลังจะหันกลับไป ก็ต้อง! “จ๊ะเอ๋!!” “เห้ย!!!” ตกใจสบทเสียงดังออกมา “กรี๊ดดด!” คนที่กำลังยืนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว พอเขาหันมาคนไม่คิดว่าเขาจะตกใจตัวเอง ก็ต้องตกใจตามเสียงดังนั้น “เสียงดังทำไม” “คุณบัดดี้” “วันนี้เริ่มเรียนวันเเรก ป่ะไปเรียนกัน” เขาตั้งสติใหม่ พ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย ชีวิตเขาคงไม่สงบอีกต่อไป เขาตกใจเสียงของเธอ
9ฉันชอบคุณ เขาปิดประตูหน้าห้องอย่างงงงวย ถือถุงนั้นมา ก่อนจะวางไว้บนโต๊ะทานข้าวเดินกลับไปนั่งอ่านหนังสือมุมโปรดอย่างไม่สนใจถุงข้าวสักนิด มือแกร่งหยิบแว่นพร้อมผ้าเช็ดซองเล็ก ๆ เช็ดกรอบด้วยความพิถีพิถัน ขัดจนแว่นเงาวับไม่มีรอย ก่อนจะดันแว่นใสใส่ตา สายตาจ้องตัวหนังสือ มือจดสรุปเนื้อหาตามความเข้าใจ ก่อนท้องจะร้องประท้วงขึ้น เพราะเขาไม่ได้ทานข้าวเย็น มีเพียงไอศกรีมหนึ่งถ้วยตกถึงท้องเพียงเท่านั้น ในคราเเรกเขาจะชวนเเพรวทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่หญิงสาวอยากทานเพียงแค่ไอศกรีมละจะกลับไปทานข้าวเย็นที่บ้านคร๊อก~ เสียงท้องร้องยาวออกมา เขาก็ไม่สนใจอ่านหนังสือต่อคร็อก~ มือแกร่งทาบลงท้อง จิปากเบา ๆ แต่ก็ยังไม่สนใจมันจนกระทั่งคร็อก~ สายตาคมมองไปที่นาฬิกาตั้งโต๊ะแสดงเวลาสามทุ่มครึ่ง หากเขากินข้าวตอนนี้ อาหารย่อยผ่านไปที่กระเพาะใช้เวลาสองชั่วโมง “ห้าทุ่มครึ่งถึงจะนอนได้” เขาลุกขึ้นพ่นลมหายใจก่อนจะเดินผ่านโต๊ะอาหารไปโซนครัว เปิดตู้เย็นก่อนจะต้องรีบปิดลง ข้างในตู้มีเพียงน้ำเปล่าและเบียร์สองกระป๋อง แน่นอนว่าคนแบบเขาไม่ทาน
8คอนโดเดียวกัน ซันรีบวิ่งออกไปที่รถ ก่อนจะสตาร์ทรถเข้าเกียร์ขับออกไป อกข้างซ้ายเต้นแรง ๆ ผิดปกติเพียงแค่อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนั้น เขาสับสนเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเพิ่มความเร็วของรถ เพื่อไปหาใครบางคนร้านไอศครีม เธอนั่งรอเขาอยู่หน้าร้าน ก่อนคนหล่อของเธอจะเดินเข้ามา ออร่าความโดดเด่นปิดไว้ไม่มิดภายใต้ชุดนักเรียน เขาเป็นรุ่นพี่ของเธอหนึ่งปี แพรว พันธิตา โชติอนันวงค์นักเรียนชั้นมอห้าทับหนึ่ง “สวัสดีค่ะพี่ซัน” เธอเจอพี่เขาในงานแข่งขันวิชาการบ่อยครั้ง มีปัญหาการเรียนอะไรเธอมักจะคอยปรึกษาเขา จนวันหนึ่งเราทั้งคู่ตัดสินใจเพิ่มความใกล้ชิดจากพี่น้อง ลองมาเป็นคนคุยหรือคบหา “รอนานไหมคะ” ซันส่งมือวางทับศีรษะคนตัวเล็ก “ไม่ค่ะ” “ไปค่ะ อยากกินไอศครีมรสสตอเบอร์รี่” เเพรวส่ายหน้าไปมา ยิ้มตาหยีส่งให้ ทั้งสองสั่งไอศกรีมคนละถ้วย ความใสซื่อ สดใสเมื่อได้ทานสิ่งที่ชอบ เกิดเป็นความน่ารักให้เขาชมเธอในใจ “โครงการนักเรียนเเลกเปลี่ยนที่ออสเตรีย” “ไปหนึ่งปีเลยนะ” “พี่ซันต้องคิดถึงเเพรวแน่ ๆ” เธอเอ่ย







