LOGIN"Kahit kailan hindi ako magkakagusto sa'yo." Iyan ang mga salitang palaging bukambibig ni Louise sa tuwing aasarin siya ng kaniyang childhood best friend slash boss na si Troy. Guwapo, mayaman, mabait. Halos lahat na yata ng magagandang katangian ng isang lalaki ay nasa kaibigan niya na. Tunay ngang napakadaling sabihin sa isang tao na hindi mo siya gusto, pero napakahirap naman nitong panindigan lalo na kung araw-araw mo itong nakikita at nakakasama. Makakaya nga ba niyang panindigan ang mga salitang sinabi sa kaniyang kaibigan o kakainin niya ang kaniyang sinabi dahil sa paglaon ay hindi niya na rin mapigil ang damdaming nais kumawala sa kaniyang puso?
View Moreเสียงพูดคุยหยาบคายตามประสากลุ่มผู้ชายนิสัยดิบเถื่อนเงียบสงบราวกับถูกกาลเวลาแช่แข็ง ทุกสายตาหันมองสาวน้อยร่างบอบบางที่เปียกปอนอยู่ในชุดนักศึกษาสุดเรียบร้อย คนถูกจ้องอย่างมีเลศนัยทำตัวไม่ถูก รู้สึกประหม่ามากขึ้นเมื่อเผลอสบตาชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลา เธอรู้ตัวทันทีว่าไม่ควรยืนอยู่ตรงนี้ เมื่อตั้งสติได้ก็รีบเร่งฝีเท้าเดินขึ้นบันไดหมายตรงไปยังห้องนอนส่วนตัว
“เดี๋ยวกูมา”
โรม บอกกับเพื่อนๆ ที่เริ่มส่งเสียงหัวเราะในลำคอขณะลอบมองปฏิกิริยาของเขา มือหนาคว้าแก้วเหล้ากระดกดื่มเพียวหนึ่งแก้ว กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแม่นิสิตสาวหน้าหวานไปติดๆ
“พริ้งพลอย!”
น้ำเสียงกัมปนาทดังขึ้น ร่างเล็กหยุดชะงักฝีเท้าทันที
“คะ?” ใบหน้าหวานใสซื่อหันมองคนที่เรียกชื่อเธอ
โรมรู้สึกไม่พอใจที่อีกฝ่ายแสดงสีหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไล้ฝ่ามือจับราวบันไดขณะเดินขึ้นข้างบน เว้นระยะห่างเธอและเขาหนึ่งขั้น
พริ้งพลอย ตัวสั่นเนื่องจากเพิ่งวิ่งฝ่าหยาดฝนมาสดๆ ร้อนๆ แต่ถึงอย่างนั้นความหนาวสะท้านยังไม่เย็นยะเยือกเท่ากับดวงตาสีเขียวมรกตที่กำลังจ้องมองเธออยู่ในขณะนี้ โรมดุนลิ้นดันกระพุ้งแก้มเคาะปลายนิ้วชี้กระทบราวบันไดช้าๆ เขานิ่งเงียบนานเป็นนาที ราวกับว่าต้องการสร้างสงครามจิตวิทยา
“ทำไมเพิ่งกลับบ้าน” น้ำเสียงที่เอ่ยถามค่อนข้างราบเรียบ ขัดแย้งกับแววตาที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ
“พริ้งติวหนังสือให้เพื่อนค่ะ” เธอตอบออกไปตามความจริง ที่กลับช้าเพราะมีนัดติวหนังสือให้เพื่อนในกลุ่ม อีกสัปดาห์เดียวก็จะถึงช่วงสอบปลายภาคแล้ว พริ้งพลอยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักศึกษาเรียนดีที่สุดของรุ่น ย่อมเป็นที่ต้องการของคนในหมู่คณะมากที่สุด
“ติวอะไรดึกดื่น” โรมยกข้อมือข้างซ้ายดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรู เวลาเกือบห้าทุ่มกว่าทำให้ความโกรธที่คลายลงในช่วงแรกตีรวนขึ้นมาอีกครั้ง
“พริ้งขอโทษที่กลับช้าค่ะ แต่พริ้งแจ้งให้คุณเรนนี่ทราบแล้วว่าช่วงนี้จะกลับดึก” เรนนี่ คือพี่สาวของโรม หล่อนเป็นคนใจดีมาก เป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ เป็นคนที่พริ้งพลอยให้ความเคารพมากที่สุดคนหนึ่ง
การที่หยิบยกชื่อของเรนนี่ขึ้นมากล่าวอ้างก็เพื่อต้องการให้โรมหยุดตั้งคำถามไร้สาระกับเธอเสียที เธอโตพอที่จะไม่จำเป็นต้องมาตอบคำถามยิบย่อยพวกนี้อีกแล้ว เธอบรรลุนิติภาวะแล้ว
ดังนั้นเธอมีสิทธิ์ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้อย่างเต็มที่
“เรนนี่ไม่ใช่ผู้ปกครองคนเดียวของพริ้ง เผื่อลืม”
น้ำเสียงเรียบนิ่งกดต่ำในลำคอ สายตาดุกร้าวหรี่แคบลง แสดงออกชัดว่าไม่พอใจที่เธอมองข้ามเขา ทำเหมือนเขาเป็นหัวหลักหัวตอทั้งๆ ที่เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปกครองอีกคนหนึ่ง
“พริ้งขอโทษค่ะ”
พริ้งพลอยยอมลดทิฐิยกมือไหว้เพื่อตัดปัญหา ที่เขาพูดมาก็มีส่วนถูก เธออยู่ภายใต้การดูแลของสองพี่น้องคู่นี้ ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง และเธอรู้นิสัยของโรมดี เขาไม่ชอบให้คนในปกครองทำอะไรข้ามหน้าข้ามตา เธอพลาดเองที่ไม่ได้แจ้งเขาล่วงหน้า คิดแค่ว่าอยากหลีกเลี่ยง แต่ลืมนึกถึงความจริงว่าอย่างไรเสียก็ต้องพบเจอเขาอยู่ดี ตราบใดที่เธอยังอาศัยอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกับเขา โรมไม่มีวันปล่อยน้องสาวบุญธรรมเล็ดลอดสายตาเป็นอันขาด
“ต่อไปจะทำอะไร บอกพี่ด้วย”
ชายหนุ่มทิ้งท้ายก่อนหันหลังเดินกลับเข้าไปรวมกลุ่มเพื่อนที่ห้องรับแขกตามเดิม เสียงแซวดังกระหึ่มทันทีที่ร่างสูงสง่าทิ้งตัวกระแทกนั่งบนโซฟา พรูลมหายใจระบายความหงุดหงิด กระดิกนิ้วสองสามที แก้วน้ำสีอำพันที่ถูกรินถึงครึ่งแก้วก็ถูกเสิร์ฟใส่มือเขาราวกับสั่งได้ เขายกดื่มรวดเดียวหมดแก้วเหมือนเช่นเคย ดีกรีความร้อนแรงของฤทธิ์แอลกฮอล์ที่ไหลผ่านลำคอไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเมามายจนถึงกับควบคุมตัวเองไม่ได้ โรมมีสติเต็มร้อยแม้จะดื่มเข้าไปมาก แต่อุณหภูมิในร่างกายเริ่มขับเคลื่อนความต้องการเบื้องลึกออกมาเรื่อยๆ เขาตัดสินใจถอดเสื้อออกกลางวงเพื่อน บรรดาลูกผู้ชายอกสามศอกผิวปากโห่ร้องกันยกใหญ่
“ไงมึง ให้กูเรียกเด็กไหม โมรุ่นน้องกูมีนางแบบหน้าใหม่เข้ามาหลายคนเลยนะเดือนนี้” คำถามสุดได้ใจของแซมเรียกเสียงฮือฮาจากกลุ่มเพื่อน โรมคว่ำปากพลางยักคิ้วหนึ่งข้าง
“ถ้ามึงอยาก ก็เรียกมา” นิสัยอย่างหนึ่งของโรมที่เพื่อนฝูงต่างรู้ดีคือความเย่อหยิ่ง เขาจะไม่พูดออกมาตรงๆ ว่าอยากได้
“เอาหน่อยเว้ย ไหนๆ คืนนี้ก็รวมตัวกันทั้งที มีสุราแล้วจะขาดนารีได้ยังไงวะ” เพื่อนอีกคนเห็นด้วยกับความคิดที่จะเรียกสาวสวยมานั่งคลอเคลียแก้เหงา นานทีปีหนเพื่อนฝูงจะสละเวลาอันมีค่ามานั่งดื่มพร้อมหน้าพร้อมตา ชีวิตปกติแทบไม่ได้เจอกันเลย
ต่างคนต่างทำงาน ต่างมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ มีโอกาสได้รวมตัวกันครบทีมทั้งที ทุกคนก็อยากสนุกสนานให้เต็มที่
“แต่เดี๋ยวนะ” แซมยกมือปรามเสียงตื่นเต้นของกลุ่มเพื่อนสุดห่าม สบตามองโรมจริงจัง
“ถ้าเรียกเด็กมา น้องมึงจะโอเคไหมวะ”
เวลานี้ไม่ได้มีเพียงเสือป่าอย่างพวกเขาตามลำพัง อย่าลืมว่าน้องสาวหน้าหวานของโรมกลับมาแล้ว จะทำอะไรก็ต้องเกรงใจกันหน่อย อย่างไรพริ้งพลอยก็เป็นผู้หญิง แซมคิดอย่างสุภาพบุรุษ แต่โรมและชายล้วนอีกห้าคนกลับไม่คิดเช่นนั้น
“เอาน่า มึงก็จริงจังไปได้ ทำอย่างกับพริ้งไม่รู้สันดานพวกเรา น้องมันดูออกว่าอะไรเป็นอะไร” เพื่อนในกลุ่มโรมต่างคุ้นเคยกับพริ้งพลอย รู้จักกันมานาน หญิงสาวรู้ไส้รู้พุงพวกเขาดียิ่งกว่าแฟนตัวจริงซะอีก
“ตามนั้น”
โรมเห็นด้วย และแน่นอนว่าเพื่อนคนอื่นก็เห็นพ้องตรงกัน
“โอเค ถ้ามึงยืนยันว่าไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง งั้นกูจัดเลยนะ”
แซมชูมือถือพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รีบสายตรงหารุ่นน้องคนสนิทเพื่อดีลสาวสวยมาประดับปาร์ตี้ให้ค่ำคืนนี้ครื้นเครงยิ่งขึ้น ทางนั้นส่งรูปหญิงสาวมาให้แซมเลือก บรรดาเสือร้ายที่กำลังกระหายหิวต่างกรูเข้ามาเลือกเหยื่อที่ตนถูกใจ
ผิดกับโรมที่นั่งนิ่งอยู่กับที่
นิ้วชี้เรียวยาวหมุนรอบปากแก้วคริสตัลขณะกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างในหัว ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ตกผลึกอยู่ในใจเขาไม่ใช่เรื่องงานหรือเรื่องไร้สาระในชีวิตประจำวัน แต่เป็นเรื่องของน้องสาวบุญธรรมที่เขาไม่สามารถสลัดใบหน้าหวานๆ ออกไปจากใจได้เลย
“โรม มึงชอบคนไหนเลือกมา”
แซมโยนมือถือของตัวเองไปที่ตักของเพื่อน
“คนไหนเด็ดก็เอาคนนั้น”
โรมพูดแบบไม่ยี่หระ หางตาของเขาไม่แม้แต่จะปรายมองรูปภาพของบรรดาสาวสวยที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือเลยสักนิด จะต้องสนใจไปทำไมกัน ในเมื่อคนที่จะมานั่งเอาใจเขามีหน้าที่แค่ดับความร้อนในร่างกายให้มันทุเลาลงเท่านั้น เพราะถ้าไม่หาที่ระบายให้จบๆ ซะตั้งแต่ตอนนี้ เขากลัวความคลั่งไคล้ที่อัดแน่นอยู่ในอกจะระเบิดออกมา กลัวตัวเองหอบเอาสันดานดิบเถื่อนที่พยายามกดเอาไว้ไปบรรเลงใส่ร่างของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อยู่บนห้องนอนชั้นสอง!
“Troy!” sigaw ko sa asawa ko nang maramdaman kong pumutok na ang panubigan ko. “Troy, nasaan ka na?” In that specific moment of my life, I was nervous. Kauuwi lang namin ni Troy sa bahay dito sa Quezon City. Galing kami ng hospital kanina for my final check-up before I give birth. Hindi ko naman alam na pag-uwi namin ay saka puputok ang panubigan ko. If I had known, edi sana hindi na kami umuwi. The thing is, halos three days na kasing sumasakit ang tiyan ko. Hindi ko alam kung normal pa ba ito o hindi. But the doctor kept on reminding me that it is pretty normal. Hindi naman siya sobrang sakit. Parang humihilab lang siya at napapadalas na nga ang pagsipa ng mga bata sa loob. “Louise, what happened?” tarantang tanong niya pagkarating sa second floor. Bakas ang pangamba sa kaniyang mukha. He just went to the kitchen to make me a glass of milk. Paniguradong tinakbo niya mula kusina makarating lang nang mabilis sa second f
“Ngayon na ba kayo mamimili ng mga gamit ng kambal?” tanong ni Riye pagkapasok niya sa working area namin ni Troy sa bahay namin.Napangiti ako nang makita siya. Agad akong tumakbo patungo sa kaniya para salubungin siya.“Woopsie! Be careful ate Louise.” saway niya sa akin nang makitang nagmamadali ako patungo sa kaniya.Hindi ko pinansin ang kaniyang sinabi. Ngumiti lang ako at mabilis siyang niyakap. It’s been two months since I last saw her. Masyado kasi siyang busy sa law school and schedule is so tight kaya naman bihira siyang makadalaw sa amin dito sa Batangas.Nang kumalas ako sa kaniya sa pagkakayakap ay agad kong hinawakan ang kaniyang pisngi.“Namamayat ka, Ri.”Tumawa naman siya.“Isn’t that great? Lahat kasi ng mga friends ko noon, they kept on telling me that I’m getting chubby. Hindi ko naman akalain na Law School lang pala ang makakapagpapayat sa
“Puwede ba tigilan mo ‘yang kakainom ng tubig.” saad ni Mama sabay hablot sa akin ng aking hawak na vacuum flask. Narito kami ngayon sa sala. Hinihintay namin si Troy at ang mga kapatid niya dahil pupunta kami ngayon ng hospital para magpa-ultrasound ng gender ni baby. Hindi ko nga alam kung anong trip ng pamilya ko dahil nais nilang sumama. Akala yata nila ay a-attend kami ng fiesta. Mas bihis na bihis pa ang Nanay at kapatid ko kaysa sa akin.“Ma akin na ‘yan. Iinom ako eh.”Sinimangutan ako nito at mas lalo pang inilayo sa akin ang flask na hawak niya.“Hindi advisable na uminom ng tubig kapag magpapa-ultrasound. Gusto mo bang tubig lang ang makita sa tiyan mo mamaya?”Napanguso naman ako sa sinabi ni Mama. Ang totoo niyan ay kinakabahan ako ngayon. Dahil pang fifth month ko na ngayon, mas malaki na rin siya kumpara sa normal. Noong ipinaalam namin ang tu
“Alam mo hindi ko maintindihan kung bakit palagi mo nalang akong sinasama sa mga meetings mo. Hindi ba puwedeng pass muna ako ngayon?” reklamo ko saka mabilis na nagtalukbong ng kumot.Narinig ko ang mahinang pagtawa ni Troy. Nakaupo ito sa dulo ng kama ko. Kanina pa ako nito kinukulit na samahan siya na magtungo sa Batangas para sa isang client meeting daw. Sinong niloko niya? Araw ng linggo may client meeting na magaganap? Lokohin niya na ang lahat, huwag lang ako na inaantok pa.“Tanghali na inaantok ka pa. Kakapanuod mo ‘yan sa Netflix.”Napanguso naman ako sa ilalim ng kumot. Alam na alam talaga niya ang ginagawa ko kapag gabi. Paniguradong kapatid ko na naman ang nagsumbong. Wala talagang magawang matino iyong lalaking iyon at pati ginagawa ko ay binabantayan pa.Inis na bumangon ako sa kama at binato siya ng unan.“Maiintindihan ko kung weekdays mo ako guguluhin, pero Linggo ngayon Troy. Utan
“Ha?” tanong niya.“Ha?” balik-tanong ko rin sa kaniya.Ano ulit yung sinabi ko? Sandali akong nag-isip at sinubukang paganahin ang utak ko. Nang maalala ko kung ano ang eksaktong sinabi ko kay Sir Troy ay mabilis kong
“Ayos na mga gamit niyo?” tanong ni Richard.Kasalukuyan naming inaayos ni Sir Troy ang mga gamit sa compartment ng sasakyan niya. Karamihan kasi sa mga gamit ay kundi pasalubong, mga damit namin na nasuot na kaya sa likuran nalang namin nilagay.“Sigura
“Sir Troy, uuwi na ba talaga tayo?” tanong ko sa boss ko habang nagliligpit kami ng aming mga gamit sa aming kuwarto.Simpleng tango lang ang isinagot niya sa akin. Napanguso naman ako. Kanina pa ako nakauwi sa hotel at kanina ko pa rin siya kinakausap pero hindi pa
Nanlaki ang mata ko nang marinig ang sinabi ni Leon. Pati mga tao sa paligid ay napanganga sa kanilang narinig. Nagpalipat-lipat ang tingin sa amin ng matandang babaeng nasa harapan namin ngayon.“Is that true?” gulat na tanong nito sa akin.Paano ko ba sasagu
reviewsMore