My Ex. แฟนเก่าของฉันเป็นประธานบริษัท

My Ex. แฟนเก่าของฉันเป็นประธานบริษัท

last updateDernière mise à jour : 2025-09-12
Par:  light skyComplété
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
66Chapitres
1.8KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ชีวิตการเป็นเด็กฝึกงานของ “นับแต้ม” เหมือนจะไม่ง่ายซะแล้ว ในเมื่อคนประเมินการฝึกงานคือแฟนเก่าที่ตัวเองดันไปบอกเลิกนี่ซิ งานนี้แขวนพระองค์ไหนก็เหมือนจะไม่รอดเพราะเจ้ากรรม “ไนล์” เวรเขาแรงจริงๆ ค่า

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

INTRO

Hello, my ex.

ท้องฟ้ายามเข็มสั้นอยู่ตรงเลขสามนั้นถูกปกคลุมไปด้วยสีดำมืดสนิท หากแต่ภาพเบื้องหน้าที่เห็นอยู่นี้แทนที่จะเป็นความเงียบที่สงัดกลับกลายเป็นภาพของพ่อค้าแม่ขายที่กำลังตั้งแผงร้านของตัวเองกันอยู่ บ่งบอกเวลาได้เป็นอย่างดีว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะถึงนี้แสงของเช้าวันใหม่คงมาเยือน

ฉันเดินผ่านจุดที่ตั้งของตลาดแล้วเดินเข้ามาภายในตรอกซอยหนึ่ง สองข้างทางมีบ้านของคนในพื้นที่สลับกับอะพาร์ตเมนต์น้อยใหญ่ หนึ่งในนั้นคือตึกเดี่ยวสี่ชั้นสภาพดูเก่าทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ก็ไม่ถึงกับแย่มากมายอะไรนักเมื่อเทียบกับค่าเช่าประมาณเดือนละพันต้นๆ ซึ่งถือว่าหายากมากในทำเลแบบนี้ ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ฉันใช้ซุกหัวนอนมาตลอดเป็นเวลาหลายเดือนนับตั้งแต่หลังจากจบปีหนึ่งเนื่องจากหอพักมหาวิทยาลัยอนุญาตให้นักศึกษาปีหนึ่งเข้าพักได้เพียงเท่านั้น

ไม่มีที่สำหรับจอดรถ ไม่มีคีย์การ์ดหรือพี่ยามเหมือนที่อื่นๆ เขา ที่นี่มีแต่ป้าตุ้มที่เฝ้าอยู่ด้านล่างด้วยสภาพสะลึมสะลือเสมอ แน่นอนว่ามันดูไม่ค่อยปลอดภัยนักหากมันก็แลกมากับค่าเช่าที่เอื้อมถึง ฉันเดินผ่านป้าที่น่าจะกำลังฝันหวานอยู่ พาตัวเองขึ้นบันไดไปยังชั้นบนสุดของตึก ทางเดินที่คับแคบชนิดที่ว่าหากต้องเดินสวนกันต้องเอียงตัวหลบ ยังดีที่ห้องของฉันอยู่ห้องแรกสุดทำให้ไม่ต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นนั้นบ่อยนัก

ฉันเปิดกระเป๋าหยิบกุญแจห้องขึ้นมาไขประตู

หากแต่ประตูไม่ได้ล็อก

ฉันเก็บกุญแจไว้ในกระเป๋าตามเดิมก่อนจะค่อยบิดลูกบิดประตูแล้วเดินเข้าไปภายในห้อง ห้องขนาดไม่ใหญ่ไม่จำเป็นต้องกวาดสายตามองก็สามารถเห็นพื้นที่ของห้องได้หมด ฉันวางกระเป๋าลงบนโต๊ะที่ใช้มันเป็นทั้งโต๊ะหนังสือ โต๊ะเครื่องแป้งและบางครั้งก็เป็นโต๊ะกินข้าวในตัวเดียวกัน ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ วางคางลงบนมือทั้งสองที่ประสานตั้งไว้อยู่บนพนักเก้าอี้ หันหน้าไปทางเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่งที่มีใครบางคนกำลังนอนอยู่

“ไนล์” ฉันเรียกเจ้าของแผ่นหลังกว้างตรงหน้า

ไนล์เป็นแฟนหนุ่มที่พัฒนาจากการเป็นเพื่อนร่วมภาควิชาเคมีของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เราเริ่มคุยกันเมื่อตอนรับน้องก่อนจะตกลงคบกันในฐานะคนรักอย่างเปิดเผยเมื่อปลายปีก่อนนั่นคือหลังจากการสอบไฟนอลเทอมแรกของปีหนึ่งได้เสร็จสิ้น นับดูแล้วนี่ก็ใกล้จะปีครึ่งแล้วเห็นจะได้ที่เราคบกันมา

ไม่น่าเชื่อเลย

“มาแล้วเหรอ” ไนล์ส่งเสียงเบาก่อนจะพลิกตัวกลับมา ฉันพยักหน้าตอบเขาท่ามกลางความมืดสลัว ลุกขึ้นเปลี่ยนที่นั่งจากเก้าอี้ไปยังเตียงนอน

มือหนาเปิดโคมไฟ

“เหนื่อยมั้ยนับแต้ม” ไม่มีคำถามว่าทำไมถึงกลับดึก นัยน์ตาดำขลับนั้นยังฉายชัดถึงความเป็นห่วงดั่งเช่นเสมอมา

ชื่อของฉันฟังดูอ่อนหวานเสมอเมื่อหลุดออกมาจากริมฝีปากของอีกฝ่าย ฉันส่ายหน้าพลางคลี่ยิ้มบาง เอื้อมมือไปทาบกับแก้มของไนล์แล้วจ้องมองอย่างพินิจพิเคราะห์ ดูจากนัยน์ตาสีนิลที่ดูล้าของเจ้าตัวแล้วพนันได้เลยว่าอีกฝ่ายคงนอนรอฉันจนเผลอหลับไปอีกแล้ว

“ไนล์ล่ะ?”

“หืม?”

“...เหนื่อยไหม” ฉันถามเสียงกระซิบแล้วลูบแก้มของอีกฝ่ายไปมา ถามเสร็จก็เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอจนเม้มปากตัวเองไว้แน่น

ทั้งโล่งอกที่ได้ถามและทั้งหวาดกลัวในคำตอบ

“ไม่เห...”

“โกหก”

ก่อนที่ปากหยักจะเอ่ยคำโกหกออกมาอีกฉันก็โน้มหน้าเข้าไปดูดดึงคำโกหกนั่นเอาไว้เสียเอง คำตอบของไนล์ก็ยังเหมือนเดิม เป็นคำตอบที่ทำให้ฉันใจชื้นแต่ทว่าหนักอึ้งไปพร้อมๆ กัน อีกฝ่ายพยายามผละออกไป หากเป็นฉันเสียเองที่หลงใหลกับคำโป้ปดแสนหวานนั่น

ความพยายามของฉันได้ผลเมื่อมือหนาที่ก่อนหน้านี้ได้ทำหน้าที่ผลักฉันออกตอนนี้กลับร่นมาอยู่ตรงเอวและโอบฉันให้เข้าหาอีกฝ่ายมากขึ้น เป็นอีกครั้งที่เสียงครางอื้ออึงเริ่มดังขึ้นภายในห้องแห่งนี้ ต่างฝ่ายต่างผละออกมามองหน้ากันและเก็บเกี่ยวอากาศหายใจก่อนที่จะโน้มใบหน้าเข้าหากันอีกครั้งและแนบชิดยิ่งกว่าเคย

เป็นลิ้นหยุ่นของฉันที่เข้าไปควานหาคำโกหกของอีกฝ่ายก่อน ช่างขยัน ช่างเสาะหา หากแม้เจออีกฉันจะกลืนคำเหล่านั้นลงท้องตัวเองให้หมด เสื้อยืดตัวโคร่งถูกถอดออกไปจากร่างกายของฉันเผยให้เห็นถึงเสื้อสายเดี่ยวสีดำที่สวมเอาไว้ก่อนหน้านี้

ไนล์ชะงัก แม้เพียงเสี้ยวหนึ่งฉันก็เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามแต่เขาก็ไม่ปริปากออกมา ร่างสูงถอดเสื้อของตัวเองออกเป็นลำดับถัดมา ผิวขาวของเจ้าตัวต้องกับแสงสีส้มของโคมไฟดูน่ามองยิ่งกว่าเดิมในความคิดของฉัน เขายิ้มอย่างภูมิใจเมื่อเห็นฉันจ้องเขาไม่กะพริบ

“ไนล์รักนับแต้มนะ”

เสียงบอกรัก...

“นับแต้ม”

เสียงเรียกชื่อฉัน...

“นับแต้ม!!”

ฉันคงไม่มีวันได้ยินมันอีกแล้ว...

“นับแต้ม บอสเรียก!”

เหมือนถูกดูดเข้าหลุมดำแล้วหลุดเข้ามาอีกในโลกหนึ่ง โลกของความเป็นจริง...ฉันสะดุ้งจนตัวโยนแล้วมองไปรอบๆ ไม่มีห้องแคบๆ ไม่มีโคมไฟแสงนวล ไม่มีโต๊ะหนังสือที่คุ้นเคยและไม่มีเขาในอ้อมกอด...

“ฝันกลางวันอยู่เหรอเรา”

ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองคนพูดก่อนจะส่งสายตาลุขอโทษไปให้ เธอคือพี่ปิ่นหัวหน้าแผนกการตลาดของบริษัทผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์ชื่อดังแห่งนี้ ส่วนฉันก็คือเด็กฝึกงานตัวเล็กๆ ที่เพิ่งเข้ามารายงานตัวอยู่ในบริษัทยักษ์ใหญ่นี้เป็นวันแรก

“ขอโทษค่ะพี่ปิ่น”

“ตามฉันมา”

“มีเรื่องอะไรเหรอคะ”

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เธอไปก่อเรื่องอะไรมาหรือเปล่า” พี่ปิ่นมีสีหน้าปั้นยากขณะมองฉันอย่างต้องการเค้นความจริง ฉันได้แต่ส่ายหน้าไปมา เพิ่งเข้ามาฝึกงานที่นี่ไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำขออย่าให้มีเรื่องเซอร์ไพรส์กับเธอนักเลย แค่เจอใครคนนั้นมาก็เกือบจะหนีกลับบ้านอยู่รอมร่อแล้ว

ฉันคิดอย่างปลงๆ แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นผู้บริหารที่อยู่บนสุดพร้อมกับพี่ปิ่น นึกแล้วก็เคราะห์ซ้ำกรรมซัด อุตส่าห์ดีใจที่ได้มาฝึกงานในบริษัทใหญ่โตแบบนี้แต่มาก็ดันเจอดีปะกับคนที่ใจไม่พร้อมเจอตั้งแต่เช้า

“น้องฝึกงานมาแล้วค่ะท่านประธาน” พี่ปิ่นว่าหลังจากเคาะประตูห้องประธานกรรมการบริหาร

“ผมบอกให้เรียกผมว่ายังไงนะ”

เสียงนี้มัน...อย่าบอกนะว่า!

“ขอโทษค่ะบอส”

ไนล์!!!

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
66
บทที่ 1
INTRO Hello, my ex. ท้องฟ้ายามเข็มสั้นอยู่ตรงเลขสามนั้นถูกปกคลุมไปด้วยสีดำมืดสนิท หากแต่ภาพเบื้องหน้าที่เห็นอยู่นี้แทนที่จะเป็นความเงียบที่สงัดกลับกลายเป็นภาพของพ่อค้าแม่ขายที่กำลังตั้งแผงร้านของตัวเองกันอยู่ บ่งบอกเวลาได้เป็นอย่างดีว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะถึงนี้แสงของเช้าวันใหม่คงมาเยือน ฉันเดินผ่านจุดที่ตั้งของตลาดแล้วเดินเข้ามาภายในตรอกซอยหนึ่ง สองข้างทางมีบ้านของคนในพื้นที่สลับกับอะพาร์ตเมนต์น้อยใหญ่ หนึ่งในนั้นคือตึกเดี่ยวสี่ชั้นสภาพดูเก่าทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ก็ไม่ถึงกับแย่มากมายอะไรนักเมื่อเทียบกับค่าเช่าประมาณเดือนละพันต้นๆ ซึ่งถือว่าหายากมากในทำเลแบบนี้ ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ฉันใช้ซุกหัวนอนมาตลอดเป็นเวลาหลายเดือนนับตั้งแต่หลังจากจบปีหนึ่งเนื่องจากหอพักมหาวิทยาลัยอนุญาตให้นักศึกษาปีหนึ่งเข้าพักได้เพียงเท่านั้น ไม่มีที่สำหรับจอดรถ ไม่มีคีย์การ์ดหรือพี่ยามเหมือนที่อื่นๆ เขา ที่นี่มีแต่ป้าตุ้มที่เฝ้าอยู่ด้านล่างด้วยสภาพสะลึมสะลือเสมอ แน่นอนว่ามันดูไม่ค่อยปลอดภัยนักหากมันก็แลกมากับค่าเช่าที่เอื้อมถึง ฉันเดินผ่านป้าที่น่าจะกำลังฝันหวานอยู่ พาตัวเองขึ้นบันไดไปยังชั้นบนสุด
Read More
บทที่ 2
Chapter 1 ไม่อยากเจอเธอแล้ว การเลิกกับใครสักคนคนหนึ่งนั้นมันไม่ต้องหาเหตุผลร้อยแปดอะไรมาอ้างมากมาย แค่เพียงคบกันสักพักเรียนรู้ซึ่งกันและกันจนวันหนึ่งมันก็มาถึงจุดอิ่มตัวของความสัมพันธ์ เหมือนวันนั้นเมื่อสี่ปีก่อน เป็นเช้าที่อากาศแจ่มใส มีแสงแดดส่องผ่านลอดมาทางหน้าต่างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ร้อนจนต้องพลิกตัวหนีหรือลุกขึ้นหลบ เป็นวันธรรมดาที่ฉันตื่นขึ้นมาแล้วพบกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยเหมือนกับฉันในตอนนี้ ต่างกันตรงที่เขาสวมบ็อกเซอร์และกำลังนั่งขัดสมาธิที่พื้นตรงโต๊ะญี่ปุ่นหันหลังให้ฉันอยู่ ในขณะที่ฉันไม่ได้สวมอะไรอยู่เลย “ไนล์” เสียงเรียกเบาๆ ก็ทำให้เจ้าของชื่อที่กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอไอแพดหันมายิ้มให้ “ตื่นแล้วเหรอ หิวมั้ย” คำถามนั้นทำให้ฉันรับรู้ถึงกลิ่นหอมของน้ำเต้าหู้ที่ลอยเตะมาจมูก คาดว่าอีกฝ่ายคงลงไปซื้อที่ตลาดเช้าตรงหน้าปากซอยเหมือนเช่นเคย “เมื่อวานขอโทษนะที่ลืมวันเกิด” “ไม่เห็นเป็นอะไรเลย” ไนล์ยังคงมีรอยยิ้มขณะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีง่ายๆ ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ทั้งๆ ที่เขาวางแพลนต่างๆ ไว้มากมาย ทั้งจองร้านอาหาร ทั้งซื้อตั๋วหนัง เมื่อคืนก็เป็นอีกคืนที่ฉันกลับถึงห้
Read More
บทที่ 3
Chapter 2 ท่านประธาน “จะพยายามไม่ให้ไปอยู่ในสายตาแล้วกัน” หลังจากเอ่ยประโยคนั้นจบฉันก็พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรักษาคำพูดของตัวเอง โชคดีที่ตอนนั้นใกล้สอบไฟนอล รายวิชาต่างๆ เลยทยอยกันปิดคอร์สลงเพื่อให้นักศึกษาแยกย้ายกันไปเตรียมตัวสอบ และโชคดีที่รหัสนักศึกษาเราห่างกันทำให้ส่วนใหญ่เรากันสอบคนละห้อง เผลอๆ คนละตึกเสียด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นการปิดท้ายปี 2 อย่างสมบูรณ์แบบ ฉันทำมันมาได้ตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมานี้ ก่อนที่มันจะพังครืนไม่เป็นท่าเพราะวันนี้วันเดียว วันนี้ก็เป็นอีกวันวันหนึ่งที่ท้องฟ้าสดใสเหมาะกับการเริ่มต้นใหม่อย่างเช่นการฝึกงานในแผนกการตลาดในฐานะนักศึกษาปี 4 เทอมสุดท้าย บริษัทที่จะมาฝึกงานถูกแรนด้อมด้วยอาจารย์และเหล่าบริษัทที่โคกันเอาไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยระดับท็อปของประเทศ ฝ่าการจราจรอันคับคั่งจนในที่สุดก็มาถึงตึกสูงซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางหลากหลายยี่ห้อที่คุ้นชื่อกันเป็นอย่างดีในตลาด ด้วยความที่มาก่อนเวลานัดค่อนข้างจะเยอะฉันจึงเลือกที่จะไปหาอะไรดื่มรองท้องก่อนจะเข้าไปหาแผนกบุคคล แต่ถ้าย้อนเวลากล
Read More
บทที่ 4
Chapter 3 ไล่ออก ร่างสูงเอ่ยประโยคดังกล่าวน้ำเสียงมีน้ำโหเล็กน้อยแต่ก็มากพอที่จะสร้างความน่าตกใจให้แก่คนฟัง อุณหภูมิห้องที่ว่าหนาวอยู่แล้วกลับยิ่งเย็นเยือกยิ่งเข้าไปอีก กล่าวเสร็จเขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนที่ยืนอยู่ มือหนาคว้าแฟ้มสีดำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่านเป็นการปิดบทสนทนา “บ..บอสคะ มีเรื่องอะไรกันรึเปล่าคะ” พี่ปิ่นคล้ายจะตั้งสติได้ในเวลาต่อมา เธอเอ่ยขึ้นกับบอสด้วยท่าทีไม่มั่นใจเล็กน้อยแต่ก็รวบรวมความกล้าที่จะถามออกไป “เด็กฝึกงานคนนี้ไม่มีความรับผิดชอบ” เขาพูดออกมาโดยที่สายตายังคงจับจ้องที่เอกสารในมืออยู่ “ฉันอธิบายได้ค่ะ” ฉับ! เสียงปิดแฟ้มดังขึ้น ร่างสูงโยนแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างลวกๆ ศอกทั้งสองเลื่อนไปพักอยู่บนที่วางแขนขณะที่นิ้วมือทั้งสิบสอดประสานกันไว้กลางกระดุมเม็ดที่สามของเสื้อเชิ้ต นัยน์ตาสีเข้มจ้องมาทางฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกแต่เหมือนจะรอฟังคำอธิบายของฉันอยู่ “คือเมื่อเช้า—” “เมื่อเช้าเด็กฝึกงานคนนี้ทำเสื้อสูทผมเลอะจนไม่สามารถใส่มันได้อีก ผมให้โอกาสเธอแก้ไขปัญหานี้แต่เธอกลับวิ่งหนีความผิดของตัวเอง” ไม่รอให้ฉันเอ่ยจบร่างสูงก็พูดแทรกอธิบายเรื่องเมื่อเช้าขึ
Read More
บทที่ 5
Chapter 4 ชดใช้หนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาทิ่มแทงจากร่างสูงที่มองมาฉันเลยรวบรวมกำลังใจและกำลังกายเท่าที่จะทำได้เอามาโฟกัสที่งานตรงหน้าอีกครั้ง ข้อมูลในแฟ้มนับสิบสรุปออกมาเป็นหน้ากระดาษ A4 ประมาณยี่สิบแผ่นเริ่มตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของบริษัท Being You ที่ก่อตั้งมาเป็นเวลาเกือบสี่สิบปี เป็นบริษัทแรกๆ ที่เข้ามาจับธุรกิจเครื่องสำอางและสกินแคร์แทนที่จะพึ่งพาต่างชาติแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ อะไรที่ต่างชาติมี Being you ก็มี และในหลายๆ ครั้งก็เป็นคนเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงได้รับวางใจจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ในข้อมูลยังระบุอีกว่าในระยะสิบปีให้หลังมานี้บริษัทได้เผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ มากมายเนื่องจากตลาดความสวยความงามที่ก้าวกระโดดและมีบริษัทน้อยใหญ่ที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดทำให้บางช่วงผลประกอบการระดับไตรมาสนั้นน้อยลง หากด้วยการแก้ปัญหาที่ทันท่วงทีและบริษัทนั้นได้มีแผนสำรองอยู่เสมอนั้นตัวเลขในผลประกอบการจึงเป็นที่น่าพอใจในระยะยาว ในที่สุดภาระงานที่ได้รับมอบหมายในวันนี้ก็สิ้นสุดลงในเวลาประมาณสี่ทุ่มกว่า ฉันเซฟไฟล์งานลงเครื่องแล้วกดสั่งพรินต์เป็นอันสิ้นสุดข
Read More
บทที่ 6
Chapter 5 แฟนเก่าของฉันคนหนึ่ง ราคาของเสื้อสูทหนึ่งตัวนั้นเทียบเท่ากับเงินเดือนทั้งปีของใครหลายๆ คนแน่นอนว่าฉันไม่สามารถชดใช้มันหมดภายในระยะเวลาสามเดือนเป็นแน่ ตั้งแต่เกิดมาจนถึงจะถึงวัยเบญจเพสชีวิตฉันไม่เลยสัมผัสถึงเงินหลักแสนมาก่อนด้วยซ้ำ และเงินเก็บของฉันส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการจ่ายค่ามัดจำที่พักเพื่อมาฝึกงานที่นี่หมดแล้ว -Ring- เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในขณะที่ฉันพยายามเดินตามร่างสูงและคุณจันทร์ให้ทัน ฉันหยิบมันมาดูก่อนจะพบว่าปลายสายเป็นน้องชายที่กำลังเรียนมหาลัยอยู่ชั้นปีที่สองในสายงานของโลจิสติกส์ ฉันรีบกดตัดสายเพราะไม่สะดวกที่จะคุยตอนนี้ เมื่อนับตังค์เห็นแบบนั้นก็มีส่งข้อความทันที มันเป็นสติกเกอร์เด็กผู้ชายดูอ่อนแรงและมีข้อความกำกับไว้ว่า ‘ทรัพย์จาง’ แทนที่ฉันจะส่งอะไรตอบกลับไปฉันกลับเลื่อนนิ้วมือกดเข้าไปยังแอปของธนาคารหนึ่งแล้วจัดการโอนเงินจำนวนหนึ่งพันบาทส่งให้อีกฝ่ายไปแล้วรีบเก็บโทรศัพท์กลับเข้าที่เดิม ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่นับตังค์มักจะโทรมาขอเงินจากฉันแทนที่จะโทรหาพ่อกับแม่ เพราะรู้ดีว่าทางบ้านนั้นมีสถานะการเงินที่ค่อนข้างไม่แน่นอนเนื่องจากอาชีพหลักของพวกเขาคือกา
Read More
บทที่ 7
ตัวย่อ ‘NT’ เด่นหราขึ้นกลางหน้าจอก่อนจะเขียนกำกับข้างล่างไว้สั้นๆ ว่า ‘NewType’ “อย่างที่ทุกคนทราบคร่าวๆ ว่าผมจะเปิดตัวแบรนด์ใหม่นิวไทป์โดนจะเน้นไปที่เครื่องสำอาง กลุ่มเป้าหมายของเราคือเหล่าวัยรุ่นที่มีกำลังทรัพย์ระดับปานกลาง จุดเด่นของตัวสินค้าคือซื้อชิ้นเดียวแต่สามารถแต่งหน้าได้ทุกส่วน แทนที่จะพกอะไรใส่กระเป๋าเยอะแยะแต่นิวไทป์สามารถทำให้คุณพกที่เขียนคิ้วกับลิปสติกอยู่ในชิ้นเดียวกันได้” ฝ่ายออกแบบแพ็กเกจจิ้งคงปวดหัวแน่ๆ “ตอนนี้สินค้าของเราอยู่ในระหว่างทดสอบคุณภาพ และในระหว่างนี้ขอให้ทุกคนช่วยกันระดมความคิดทำให้แบรนด์นี้เป็นที่รู้จัก” “บอสครับ” คนหนึ่งยกมือขึ้น “ดูจากราคาสินค้าแล้วมันจะไม่ไปลดคุณค่าของแบรนด์อื่นๆ ในเครือของเราเหรอครับ Being you ทำแบรนด์ที่เป็นระดับแนวหน้ามาตลอด ผมว่ามันไม่ค่อยคุ้ม...” “นั่นเป็นความท้าทายของพวกคุณไงล่ะว่าจะสร้างแบรนด์ราคานี้ให้มีความรู้สึกเหมือนซื้อผลิตภัณฑ์จากเคาน์เตอร์แบรนด์ยังไง” นี่มันยากไปแล้ว! ทุกคนล้วนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้าบอสต้องการให้แบรนด์ไปอยู่ในร้านเครื่องสำอางชื่อดังยังพอไหว ด้วยชื่อเสียงของบริษัทล้วนทำได้แน่นอน แต่ถ้าต้
Read More
บทที่ 8
Chapter 6 เด็กนั่งดริงก์ Nile’ s part จวบจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจนักว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายวันมานี้มันคือความจริงหรือเป็นเพียงแค่จินตนาการของผมกันแน่ ผมเหลือบมองเม็ดยาที่ถูกแบ่งออกให้เป็นชิ้นส่วนที่เล็กลงด้วยความรู้สึกที่สับสน อาการปวดศีรษะทำให้ผมตัดสินใจหยิบมันเข้าปากทีละครึ่งเม็ดแล้วตามด้วยน้ำเปล่าจนหมด สายตาแห่งความพึงพอใจเปล่งออกมาจากนัยน์ตาคู่สวยเมื่อเห็นว่าการกินยาของผมผ่านไปได้ด้วยดี ผมเป็นคนที่กินยายากมาตั้งแต่ความจำได้ ถ้าให้เลือกระหว่างกินยากับฉีดยาแน่นอนว่าผมเลือกอย่างหลังอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีสถานการณ์ที่ผมต้องกินยาเม็ดอย่างช่วยไม่ได้ และบ่อยครั้งที่ ‘แฟนเก่า’ ของผมจะบดยาเป็นผงก่อนจะละลายกับน้ำป้อนผมด้วยริมฝีปากอ่อนนุ่มและมักจะตบท้ายด้วยรสจูบหวานๆ เสมอ “มีแผนการตลาดมานำเสนอค่ะ” นับแต้มเอ่ยขึ้นมาเมื่อขยับตัวเองกลับไปยืนตรงกันข้ามกับผมกั้นด้วยโต๊ะทำงาน ผมรับแฟ้มงานมาแล้วโยนลงบนโต๊ะก่อนจะเอนตัวพิงพนักอย่างไม่คิดจะเปิดอ่าน “ว่ามาสิ” ผู้หญิงตรงหน้าผมคนนี้หายออกไปจากชีวิตของผมเป็นเวลาสี่ปีเต็ม เธอไม่มีทางรู้เลยว่าผมกระวนกระวายใจแค่ไหนเมื่อเปิดเ
Read More
บทที่ 9
แทนที่จะตรงดิ่งกลับที่พักเหมือนดังเช่นทุกวัน วันนี้ฉันกลับนั่งรถเมล์เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงแรมระดับสามดาวที่ตัวเองนั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดีแม้จะไม่มานานมากแล้วก็ตาม “นับแต้ม! เธอมาสักที” “พี่เฟี้ยต สวัสดีค่ะ” ทันทีที่เข้ามาในส่วนของพนักงานพี่เฟี้ยตก็ปรี่ตรงมาหาฉันทันที อีกฝ่ายมีสีหน้าโล่งอกก่อนจะดันฉันให้เข้ามาอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วยัดชุดที่แขวนอยู่มาไว้ในมือฉัน “เธอรู้ใช่มั้ยว่าถึงแม้โรงแรมนี้จะสามดาว แต่ผับของเรานั้นมีชื่อเสียงยิ่งกว่าผับในโรงแรมห้าดาวหกดาวเสียอีก! เมื่อกี้มีวีไอพีมาเปิดห้องแล้วเด็กในร้านไม่พอ พี่รู้ว่าเธอเพิ่งจะกลับมาแต่ขอร้องละ ช่วยพี่หน่อยได้มั้ย” พี่เฟี้ยตพูดด้วยน้ำเสียงวิงวอน “เรื่องแค่นี้นับแต้มทำให้ได้อยู่แล้วค่ะ พี่เฟี้ยตก็รู้ว่าพี่เฟี้ยตมีบุญคุณกับนับแต้มขนาดไหน” “อย่าเรียกว่าบุญคุณเลย เราสองคนก็เปรียบเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า พี่เห็นเราเป็นน้องสาวแท้ๆ ของพี่เลยนะ เอาละรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ วีไอพีห้องนี้ทิปหนักมากเลยนะจะบอกให้” ทันใดนั้นฉันก็คิดถึงเสื้อสูทของไนล์ขึ้นมา... ฉันถอดชุดนักศึกษาเก็บไว้ก่อนจะออกมาใหม่ด้วยชุดสายเดี่ยวสีแดงเพลิงมี
Read More
บทที่ 10
Chapter 7 คุณมีน้ำหนักในใจผมขนาดนั้นเลยเหรอ การก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยพี่ปิ่นในโปรเจกต์นี้ดูเหมือนว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับใครบางคนและสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับคนบางกลุ่มในทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งถ้ามองจากมุมพวกเขาก็สามารถทำความเข้าใจได้ ฉันเป็นใครกัน? ฉันเป็นแค่นักศึกษาฝึกงานคนหนึ่งไม่แม้แต่เป็นพนักงานฝึกหัดของที่นี่ด้วยซ้ำมีสิทธิ์อะไรที่มาข้ามหน้าข้ามตาพนักงานประจำอย่างพวกเขากัน? “นับแต้มเอารายชื่อพรีเซนเตอร์ไปให้บอสดูหน่อย” “ได้ค่ะพี่ปิ่น” ฉันละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่งเสียงออกไป ดูเหมือนว่า ‘การส่งแฟ้มให้บอส’ จะอยู่ในเนื้องานของฉันไปโดยปริยาย มองเผินๆ อาจจะเป็นการให้โอกาส แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปจะให้ประกายความหวังในแววตาของคนในทีมมากกว่าครึ่งที่เฝ้ารอที่จะได้เห็นฉันโดนบอสไล่ตะเพิดออกมา ฉันวางงานตรงหน้าซึ่งนั่นก็คือสำรวจแนวโน้มกลุ่มเป้าหมายหลักของผู้ที่จะซื้อแบรนด์ NewType ลุกขึ้นไปรับแฟ้มแล้วเดินออกมา “เดี๋ยวก่อนนับแต้ม” เสียงพี่สาดังไล่มา “เธอเอาข้อมูลชุดนี้ไปถ่ายเอกสารเดี๋ยวฉันจะเอางานเข้าไปให้บอสเอง ยังไงฉันก็มีประสบการณ์มากกว่าเธอและรู้จักดาราเกรดท็อปเหล่านี้
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status