LOGINหลังเหตุการณ์วันนั้นออกัสเปลี่ยนไปนิดหน่อยนิดหน่อยจริง ๆ เพราะเขายังเรียกใช้ข้าวปุ้นเหมือนเดิม ยังชอบกวนประสาท ยังเรียกเธอว่ายัยแว่นหรือคนเตี้ยเป็นครั้งคราวและถ้ามีโอกาสก็ยังแย่งขนมจากมือเธอหน้าตาเฉย สิ่งเดียวที่หายไปคือการแกล้งเกี่ยวกับเรื่องงาน
“พี่ออกัสคะ อีกครึ่งชั่วโมงต้องออกค่ะ”
“ครับ”
ข้าวปุ้นชะงัก เธอเงยหน้าจากแท็บเล็ตมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างไม่ไว้ใจ
“อะไร”
“พี่ตอบง่ายจังค่ะ”
“แล้ว?”
“ปกติต้องเถียงปุ้นก่อน”
ออกัสเหลือบตามอง “อยากให้เถียง?”
“ไม่ค่ะ”
“งั้นก็ไปเตรียมของ”
“ค่ะ”
ข้าวปุ้นเดินออกไปสองก้าว
“เดี๋ยว”
เธอหยุดทันที “อะไรคะ”
ออกัสชี้ไปที่โต๊ะ “ขนม”
หญิงสาวมองถุงขนมของตัวเองแล้วรีบคว้ามากอดไว้ “ไม่ให้ค่ะ”
“ยังไม่ได้พูดว่าจะเอา”
“แต่พี่มองอยู่”
“ขอชิ้นหนึ่ง”
“พี่มีของพี่นะคะ”
“ของเธออร่อยกว่า”
“เหมือนกันค่ะ”
“ไม่เหมือน”
“ต่างตรงไหนคะ”
ออกัสตอบโดยไม่ต้องคิด “แย่งมาอร่อยกว่า”
ข้าวปุ้นถอนหายใจทันที “นิสัยไม่ดี”
เธอหยิบขนมหนึ่งชิ้นยื่นให้ “เอาไปค่ะ”
ชายหนุ่มกลับไม่รับ
“อะไรอีกคะ”
“ป้อน”
“พี่มีมือค่ะ”
“เมื่อย”
“เมื่อกี้พี่ยังเล่นโทรศัพท์อยู่เลยนะคะ”
“ตอนนี้เมื่อยแล้ว”
ข้าวปุ้นมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนวางขนมลงบนโต๊ะตรงหน้า “งั้นวางไว้นี่ค่ะ ถ้าหายเมื่อยก็กินเอง”
แล้วเดินหนีทันที ออกัสมองขนมบนโต๊ะก่อนหลุดหัวเราะ
“ใจร้ายว่ะ”
คนที่กำลังเดินออกจากห้องหันกลับมา “ปุ้นได้ยินนะคะ”
“ตั้งใจให้ได้ยิน”
“สมควรค่ะ”
ออกัสยิ้มตามหลัง อย่างน้อยตอนนี้เธอก็กลับมาเถียงเขาเหมือนเดิมแล้ว ช่วงหลายวันแรกหลังทำข้าวปุ้นร้องไห้ เขายอมรับว่าตัวเองระวังทุกอย่างมากกว่าปกติ เวลาจะพูดอะไรต้องคิดก่อนว่าเธอจะเชื่อจริงหรือเปล่า เวลาจะแกล้งก็เลือกเฉพาะเรื่องเล็ก ๆ จนข้าวสวยยังแซวว่าเขากลายเป็นคนมีสติขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่เมื่อข้าวปุ้นกลับมาทำหน้ามุ่ยและเถียงเขาได้เหมือนเดิม ความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจก็ค่อย ๆ เบาลง วันนี้ออกัสมีถ่ายรายการออนไลน์กับนักแสดงและนายแบบอีกหลายคน ทีมงานค่อนข้างเยอะ ข้าวปุ้นจึงต้องวิ่งไปมาระหว่างห้องพักกับสตูดิโอตั้งแต่เช้า
“น้องปุ้น”
เสียงผู้ชายคนหนึ่งเรียกจากด้านหลัง เธอหันไปก็พบ ‘คิม’ นายแบบรุ่นน้องวัยยี่สิบสามที่เคยเจอกันตามกองอยู่สองสามครั้ง
“คะ?”
“ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมว่าแท็กเสื้อพี่ยังโผล่อยู่หรือเปล่า”
ข้าวปุ้นเดินเข้าไปดูด้านหลังคอเสื้อ “นิดหนึ่งค่ะ”
“ช่วยเก็บให้หน่อย”
“ได้ค่ะ”
เธอจับปกเสื้อขึ้นแล้วสอดป้ายลงไปอย่างระมัดระวัง
“เรียบร้อยค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
คิมยิ้มกว้าง “วันนี้ถักเปียอีกแล้ว น่ารักดี”
ข้าวปุ้นจับเปียตัวเอง “ปุ้นทำทรงอื่นไม่ค่อยเป็นค่ะ”
“ทรงนี้ก็ดีแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ”
ทั้งคู่กำลังคุยกันปกติ โดยไม่รู้เลยว่ามีคนยืนมองอยู่ไม่ไกล
“มองอะไรอีกแล้ว”
ข้าวสวยถาม
ออกัสหันกลับ “เปล่า”
“ช่วงนี้มึงเปล่าบ่อยนะ”
“ก็มึงถามบ่อย”
ข้าวสวยมองตามสายตาเพื่อน ก่อนเห็นน้องสาวกำลังคุยกับคิม
“อ๋อ”
“อ๋ออะไร”
“ไม่มีอะไร”
“ทำหน้าแบบนั้นทำไม”
“หน้ากู”
ออกัสปรายตามองเพื่อนก่อนหันกลับไปอีกครั้งคราวนี้คิมกำลังก้มลงคุยกับข้าวปุ้นเพราะความสูงต่างกัน ไม่รู้ทำไมภาพนั้นถึงดูน่ารำคาญ
“ข้าวปุ้น”
เสียงเรียกดังจนคนถูกเรียกหันมา
“คะ?”
“มานี่”
หญิงสาวพูดอะไรกับคิมสั้น ๆ ก่อนเดินเข้ามาหา “มีอะไรคะ”
“น้ำ”
ข้าวปุ้นมองขวดน้ำที่วางอยู่ห่างจากมือเขาไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน
“อยู่ตรงนี้ค่ะ”
“หยิบมา”
เธอหยิบส่งให้
“เปิด”
“พี่เปิดเองได้ค่ะ”
“มือไม่ว่าง”
ข้าวปุ้นมองสองมือของเขาที่ว่างทั้งคู่
“ว่างนะคะ”
“เมื่อย”
“อีกแล้ว?”
“อือ”
เธอถอนหายใจ แต่ก็เปิดฝาให้แล้วยื่นกลับไป
“เรียบร้อยค่ะ”
“จะไปไหน”
“กลับไปช่วยพี่คิมค่ะ”
“ช่วยอะไร”
“เขาหาของอยู่”
“ทีมงานเขามี”
“แต่ปุ้นอยู่ตรงนั้นพอดีค่ะ”
“เธอเป็นผู้ช่วยใคร”
ข้าวปุ้นนิ่งไปนิดหนึ่ง “พี่ออกัสค่ะ”
“งั้นอยู่ตรงนี้”
“แต่ตอนนี้พี่ไม่ได้มีอะไรให้ปุ้นทำแล้วนี่คะ”
“เดี๋ยวมี”
“อะไรคะ”
ออกัสเงียบไปสองวินาที เขาเองก็ยังคิดไม่ออก
“โทรศัพท์”
“อยู่ในมือพี่ค่ะ”
เขาก้มมองโทรศัพท์ตัวเอง ข้าวสวยหลุดหัวเราะพรืด
“เป็นอะไรของมึง”
ออกัสหันไปมองเพื่อน “อะไร”
“เรียกน้องกูมาแล้วไม่รู้จะใช้ทำอะไร?”
“เดี๋ยวกูก็นึกออก”
ข้าวปุ้นยืนรออย่างว่าง่ายจริง ๆ สามวินาที ห้าวินาที สิบวินาที
“พี่ออกัสคะ”
“อะไร”
“ถ้ายังนึกไม่ออก ปุ้นไปทำงานก่อนได้ไหมคะ”
“ไป”
“ค่ะ”
เธอเดินกลับไป ออกัสมองตามอีก
ข้าวสวยยกแขนกอดอก “มึงไม่ได้อยากใช้อะไรมันหรอก”
“แล้ว?”
“มึงแค่ไม่อยากให้มันยืนคุยกับคิม”
“ไร้สาระ”
“กูก็ว่างั้น”
ออกัสหันขวับ “หมายความว่าไง”
“ก็ถ้ามึงไม่ได้เป็นอะไรจะร้อนตัวทำไม”
“กูไม่ได้ร้อนตัว”
“ค่ะ”
“ข้าวสวย”
“ครับ”
“กวนตีน”
คนเป็นเพื่อนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ระหว่างอัดรายการมีช่วงพักยี่สิบนาที ข้าวปุ้นนำผ้ากับน้ำเข้าไปให้ออกัสตามปกติแต่ยังไม่ทันเดินออก คิมก็เดินเข้ามาหา
“ปุ้น เย็นนี้ว่างไหม”
“น่าจะว่างค่ะ ทำไมเหรอคะ”
“พี่ว่าจะชวนทีมไปกินหมูกระทะกัน ไปด้วยกันไหม”
ดวงตากลมเป็นประกายขึ้นทันที “หมูกระทะเหรอคะ”
“ใช่ ร้านใกล้สตูฯ”
“ไปค่ะ”
คำตอบเร็วเสียจนคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้นทันที
“ไม่ว่าง”
ข้าวปุ้นหันไป “คะ?”
ออกัสยังมองโทรศัพท์ “วันนี้เธอไม่ว่าง”
“ปุ้นว่างนะคะ”
“มีงาน”
ดวงตาของข้าวปุ้นเปลี่ยนทันที ออกัสเองก็ชะงัก เขาเห็นแววระแวงขึ้นมาในตาคู่นั้นทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘มีงาน’ ภาพวันที่เธอร้องไห้ย้อนกลับมาอย่างรวดเร็ว
“งานอะไรคะ”
น้ำเสียงเธอเบาลง
ออกัสรีบวางโทรศัพท์ “ไม่มี”
ข้าวปุ้นมองหน้าเขา
“พี่พูดผิด”
“…”
“ไม่มีงานเพิ่ม”
คิมมองทั้งคู่สลับกันอย่างงง ๆ
ออกัสถอนหายใจ ก่อนพูดชัด ๆ “วันนี้ตารางจบหกโมง ไม่มีงานต่อ”
สีหน้าข้าวปุ้นคลายลง
“จริงนะคะ”
คำถามสั้น ๆ กลับทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้ง
“จริง”
“งั้นปุ้นไปกินหมูกระทะได้ใช่ไหมคะ”
“…”
คราวนี้กลับเป็นเขาที่ตอบไม่ได้
คิมหัวเราะ “พี่กัสก็ไปด้วยกันสิครับ”
“ไม่ไป”
“งั้นผมขอยืมผู้ช่วยพี่หนึ่งคืนนะ”
คำว่า ‘ยืมผู้ช่วยพี่’ ทำให้คิ้วของออกัสกระตุก
“ไม่ได้”
ข้าวปุ้นขมวดคิ้ว “ทำไมคะ”
“ก็…”
ชายหนุ่มหยุด ก่อนเปลี่ยนคำ “กลับดึก”
“ร้านอยู่ใกล้ค่ะ”
“พรุ่งนี้มีงานเช้า”
“สิบโมงนะคะ”
“ต้องพัก”
“ปุ้นกลับไม่เกินสามทุ่มค่ะ”
“…”
คิมเริ่มยิ้มเหมือนจับอะไรบางอย่างได้ “ผมไปส่งน้องเองก็ได้ครับ”
ออกัสหันไปทันที “ไม่ต้อง”
“ทำไมครับ”
“บ้านคนละทาง”
“พี่รู้บ้านผมด้วย?”
“ไม่รู้”
“แล้วรู้ได้ไงว่าคนละทาง”
ข้าวปุ้นมองออกัสอย่างสงสัยตาม ชายหนุ่มเริ่มรำคาญทุกคนในห้องขึ้นมาพร้อมกัน
“อยากไปก็ไป”
เขาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไป
ข้าวปุ้นมองตาม “พี่ออกัสเป็นอะไรคะ”
คิมยิ้ม “ไม่รู้สิ”
แต่สีหน้าของคนตอบดูเหมือนรู้อะไรมากกว่าที่พูด สุดท้ายหมูกระทะเย็นนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะการอัดรายการล่าช้ากว่ากำหนดเกือบสองชั่วโมง กว่าจะเสร็จก็เกือบสองทุ่ม ทุกคนจึงแยกย้ายกลับ ข้าวปุ้นเดินออกจากสตูดิโอพร้อมคิม ขณะที่ออกัสเดินตามหลังมากับข้าวสวย
“ไว้คราวหน้าแล้วกันนะ”
คิมบอก
“ได้ค่ะ”
“เดี๋ยวพี่ทักไป”
“ค่ะ”
“ขอไลน์ไว้เลยได้ไหม”
ข้าวปุ้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่คิดอะไร “ได้ค่ะ”
ออกัสที่อยู่ด้านหลังเห็นทุกอย่าง ข้าวสวยก็เห็นหน้าเพื่อนตัวเองทุกวินาที
“หน้ามึงจะบูดทำไม”
“กูเหนื่อย”
“อ๋อ”
“เลิกอ๋อได้ไหม”
“กูก็ยังไม่ได้พูดอะไร”
“แต่มึงคิด”
“เก่งนะ อ่านใจกูออกด้วย”
ออกัสไม่ตอบ เดินตรงไปหาข้าวปุ้นแทน
“กลับ”
“คะ?”
“ขึ้นรถ”
“ปุ้นกำลัง—”
“พรุ่งนี้สิบโมงมีงาน”
“ปุ้นจำได้ค่ะ”
“งั้นกลับ”
ข้าวปุ้นหันไปบอกลาคิมแล้วเดินตามอย่างงง ๆเมื่อขึ้นรถเธอนั่งด้านหน้าตามปกติ ส่วนออกัสนั่งด้านหลัง ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีเสียงเขาก็ดังขึ้น
“ข้าวปุ้น”
“คะ”
“โทรศัพท์”
เธอหันมอง “โทรศัพท์ใครคะ”
“เธอ”
“ทำไม”
“เอามา”
ข้าวปุ้นกอดโทรศัพท์ทันที “ไม่ให้ค่ะ”
“ทำไม”
“ของส่วนตัวปุ้น”
“จะดูอะไรหน่อย”
“อะไรคะ”
“ไลน์”
ดวงตากลมโตขึ้น “ไม่ให้ค่ะ!”
“เสียงดังทำไม”
“พี่จะดูไลน์ปุ้นทำไม”
“อยากรู้ว่าคิมทักมาหรือยัง”
ข้าวปุ้นนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนมองเขาอย่างประหลาด “ทำไมพี่อยากรู้คะ”
“มันเจ้าชู้”
“พี่คิมเหรอคะ”
“อือ”
“พี่รู้จักเขาดีเหรอ”
“เจอกันหลายงาน”
“แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรปุ้นนี่คะ”
“ตอนนี้ยัง”
“แล้วพี่รู้ได้ยังไง”
ออกัสเริ่มจนมุม ข้าวสวยที่นั่งอีกฝั่งแกล้งหลับตา ไม่คิดช่วยเพื่อนแม้แต่น้อย
“ก็บอกไว้”
“ค่ะ ปุ้นจะระวัง”
เธอหันกลับ
“แล้วมันทักมายัง”
ข้าวปุ้นหันกลับมาอีก “พี่ออกัส”
“อะไร”
“พี่เป็นอะไรกับพี่คิมหรือเปล่าคะ”
“อะไร?”
“เหมือนไม่ชอบเขาเลย”
“ไม่ได้เป็นอะไร”
“แล้วทำไมสนใจเขาจัง”
“ไม่ได้สนใจมัน”
“งั้นพี่สนใจอะไรคะ”
คำถามซื่อตรงทำให้คนถูกถามเงียบ ข้าวสวยเปิดตาข้างหนึ่งขึ้นมาดูอย่างสนุก
ออกัสตอบในที่สุด “สนใจผู้ช่วยตัวเอง”
“ปุ้น?”
“อือ”
“ทำไมคะ”
“เธอซื่อ เดี๋ยวโดนหลอก”
ข้าวปุ้นถอนหายใจ “ทุกคนชอบบอกว่าปุ้นซื่อ แต่ปุ้นดูแลตัวเองได้นะคะ”
“แน่ใจ?”
“ค่ะ”
“ตอนพี่ซ่อนแว่นยังหาอยู่ตั้งครึ่งชั่วโมง”
“พี่ออกัส!”
ข้าวสวยหัวเราะลั่นรถ ออกัสเองก็หลุดยิ้มบรรยากาศที่ตึงเมื่อครู่หายไปทันที
ข้าวปุ้นหันกลับไปด้านหน้าแล้วบ่นเบา ๆ “ชอบขุดเรื่องเก่ามาพูด”
“ได้ยิน”
“ตั้งใจให้ได้ยินค่ะ”
คราวนี้ออกัสหัวเราะเต็มเสียง วันถัดมาเป็นงานถ่ายแฟชั่นกลางแจ้ง อากาศร้อนจนทุกคนแทบละลาย ข้าวปุ้นวิ่งแจกน้ำและคอยถือพัดลมให้ทีมงานจนหน้าขาวเริ่มแดง ช่วงหนึ่งเธอกำลังยืนคุยกับทีมเสื้อผ้า ผู้ช่วยช่างภาพหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านแล้วเอาหมวกของตัวเองมาครอบหัวเธอเล่น
“แดดแรง ใส่ไว้ก่อนน้อง”
ข้าวปุ้นหัวเราะ “แล้วพี่ล่ะคะ”
“พี่ทนได้”
“ขอบคุณค่ะ”
ออกัสซึ่งกำลังพักอยู่ใต้ร่มเห็นพอดี ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมาเขาก็เรียก
“ข้าวปุ้น”
เธอวิ่งเข้ามา “คะ?”
“หมวกใคร”
“พี่ทีมงานให้ยืมค่ะ”
“ถอด”
“ทำไมคะ”
“ไม่เข้ากับชุด”
ข้าวปุ้นมองเสื้อยืดกับกางเกงตัวเอง “ปุ้นไม่ได้เข้ากล้องนี่คะ”
“ถอด”
“แต่แดดร้อนค่ะ”
ออกัสหยิบหมวกแก๊ปสีดำของตัวเองที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วครอบลงบนศีรษะเธอแทน ข้าวปุ้นชะงักหมวกใบใหญ่จนเกือบปิดแว่น
“ใส่อันนี้”
“แล้วพี่ล่ะคะ”
“อยู่ใต้ร่ม”
“แต่ปุ้นคืนของพี่เขาก่อน”
“เดี๋ยวพี่คืน”
เขาหยิบหมวกของทีมงานออกจากมือเธอ
ข้าวปุ้นมองหมวกบนหัวตัวเอง ก่อนมองเขา “พี่แปลกอีกแล้วนะคะ”
“ตรงไหน”
“ปกติพี่หวงของจะตาย”
“ใครบอก”
“ปุ้นเคยหยิบแว่นกันแดดพี่ พี่ยังบอกให้วางเลยค่ะ”
“อันนั้นแพง”
“หมวกนี้ไม่แพง?”
“แพง”
“แล้วให้ปุ้นทำไม”
ออกัสนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนเอื้อมมือกดปีกหมวกลงจนปิดตาเธอ
“ถามมาก”
“มองไม่เห็นค่ะ!”
ข้าวปุ้นรีบดันหมวกขึ้น คนแกล้งเดินหนีไปแล้วเธอได้แต่มองตามอย่างไม่เข้าใจ หลังเลิกกองข้าวปุ้นเดินไปคืนหมวกให้ออกัส แต่เขากำลังคุยกับนางแบบสาวคนหนึ่งอยู่ ทั้งคู่ดูสนิทสนม อีกฝ่ายยื่นโทรศัพท์ให้เขาพร้อมพูดอะไรบางอย่าง ก่อนออกัสจะรับไปกดเบอร์ให้ ข้าวปุ้นหยุดรออยู่ห่าง ๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำตั้งแต่เริ่มทำงาน เธอเห็นผู้หญิงเข้าหาเขาแทบทุกวัน บางคนขอเบอร์ บางคนชวนกินข้าว บางคนถึงขั้นเข้ามากอดโดยไม่ถามด้วยซ้ำ ออกัสเองก็ไม่ใช่คนปฏิเสธทุกคน บางคนเขาคุย บางคนให้เบอร์ บางคนมีนัดกันหลังงานและนั่นยิ่งทำให้ข้าวปุ้นมั่นใจว่าพี่สาวพูดถูก ผู้ชายคนนี้อันตรายกับผู้หญิงที่เผลอชอบจริง ๆ
“ข้าวปุ้น”
เธอเดินเข้าไปเมื่อถูกเรียก “คะ”
“มีอะไร”
“เอาหมวกมาคืนค่ะ”
“ใส่ไปก่อน”
“เลิกงานแล้วนะคะ”
“ให้”
“ให้ปุ้น?”
“อือ”
เธอมองหมวก “ไม่เอาค่ะ”
“ทำไม”
“แพง”
“ก็ให้”
“ปุ้นมีหมวกของตัวเองค่ะ”
“งั้นทิ้ง”
“เสียดายค่ะ”
“เรื่องมาก”
ข้าวปุ้นยื่นคืนอีกครั้ง “พี่เก็บไว้เถอะค่ะ”
ออกัสรับมาอย่างเสียไม่ได้
นางแบบสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองทั้งคู่แล้วยิ้ม “แฟนเหรอกัส”
ข้าวปุ้นรีบส่ายหน้าทันที “ไม่ใช่ค่ะ!”
คำตอบดังและเร็วเสียจนออกัสหันมอง
“ผู้ช่วยค่ะ”
ข้าวปุ้นรีบอธิบาย “ปุ้นเป็นน้องสาวพี่สวย”
หญิงสาวพยักหน้า “อ๋อ นึกว่าแฟน เห็นให้หมวกกันด้วย”
“ไม่ใช่จริง ๆ ค่ะ”
ออกัสมองสีหน้าที่รีบปฏิเสธของเธอแล้วรู้สึกขัดใจขึ้นมาอีก
“กลัวคนเข้าใจผิดขนาดนั้นเลย?”
“คะ?”
“ปฏิเสธใหญ่เลย”
“ก็ไม่ใช่นี่คะ”
“รู้แล้ว”
น้ำเสียงห้วนขึ้นทันที
ข้าวปุ้นขมวดคิ้ว “พี่อารมณ์เสียอีกแล้ว?”
“เปล่า”
“เสียงเหมือนค่ะ”
“คิดไปเอง”
เขาหันกลับไปคุยกับนางแบบสาวต่อ ข้าวปุ้นยืนอยู่ครู่หนึ่งก่อนเห็นว่าไม่มีอะไรให้ทำจึงเดินออกไปหาพี่สาว ออกัสเหลือบมองตาม
นางแบบข้างตัวหัวเราะเบา ๆ “น่ารักดีนะ”
“ใคร”
“ผู้ช่วยนายไง”
“เอ๋อจะตาย”
“แต่เมื่อกี้ทำหน้าเหมือนหงุดหงิดตอนน้องปฏิเสธว่าไม่ใช่แฟน”
“คิดมาก”
“เหรอ”
“อือ”
เขาตอบง่าย ๆ ก่อนเปลี่ยนเรื่องคุย คืนนั้นหลังกลับถึงบ้านข้าวปุ้นได้รับข้อความจากคิม
คิม : ถึงบ้านหรือยังครับ
เธอตอบตามปกติ
ข้าวปุ้น : ถึงแล้วค่ะ
อีกฝ่ายส่งสติกเกอร์กลับมา ก่อนชวนคุยเรื่องงานเล็กน้อย ข้าวปุ้นไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งเช้าวันต่อมา ขณะนั่งอยู่ในรถเธอเผลอยิ้มกับมุกที่คิมส่งมา
“ใคร”
เสียงจากด้านหลังดังทันที
ข้าวปุ้นหันกลับ “คะ?”
“ยิ้มให้ใคร”
“พี่คิมค่ะ”
ออกัสเงียบ
“เขาทักทุกวัน?”
“เพิ่งสองวันเองค่ะ”
“คุยอะไร”
“ทั่วไปค่ะ”
“ให้ดู”
“ไม่ค่ะ”
“ทำไม”
“เรื่องส่วนตัว”
ออกัสเอนหลังพิงเบาะ “เดี๋ยวโดนหลอกแล้วอย่ามาร้อง”
ข้าวปุ้นชะงัก ทันทีที่คำว่า ‘ร้อง’ หลุดออกมา ออกัสเองก็นิ่ง บรรยากาศในรถเปลี่ยนไปเล็กน้อย ข้าวปุ้นก้มหน้าลง ชายหนุ่มสบถในใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึงวันนั้น
“ข้าวปุ้น”
“คะ”
“พี่ไม่ได้หมายถึง…”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
เธอหันมายิ้มบาง ๆ “ปุ้นรู้ว่าพี่พูดเล่น”
ออกัสกลับไม่ได้รู้สึกดีขึ้น รอยยิ้มแบบนั้นต่างจากเวลาเธอเถียงเขา มันเหมือนกำลังบอกว่าไม่เป็นไรเพื่อให้เรื่องจบมากกว่า
เขาโน้มตัวมาด้านหน้า “ข้าวปุ้น”
“คะ?”
“หันมา”
เธอหัน
“พี่ไม่ได้ล้อเรื่องวันนั้น”
“ปุ้นรู้ค่ะ”
“แล้วทำหน้าแบบนั้นทำไม”
“หน้าไหนคะ”
“เหมือนจะร้อง”
“ปุ้นไม่ได้จะร้องค่ะ”
“แน่นะ”
หญิงสาวพยักหน้า “แน่ค่ะ”
ออกัสมองดวงตาภายใต้แว่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นเหมือนจะจับศีรษะเธอ แต่หยุดกลางทางสุดท้ายเปลี่ยนเป็นดีดปีกหมวกที่เธอใส่อยู่เบา ๆ
“ก็ดี”
ข้าวปุ้นหันกลับไป ออกัสเองก็กลับไปพิงเบาะ เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่ชอบความรู้สึกเมื่อครู่เลย แค่คิดว่าเธออาจร้องไห้อีกใจก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที ช่วงบ่ายคิมมาที่กองเดียวกันอีกครั้ง เขาเดินเข้ามาหาข้าวปุ้นพร้อมกาแฟหนึ่งแก้ว
“ซื้อมาให้”
“ของปุ้นเหรอคะ”
“ครับ เห็นวันก่อนบอกว่าชอบลาเต้”
“ขอบคุณค่ะ”
เธอยิ้มกว้าง ออกัสเห็นอีกแล้วคราวนี้เขาไม่ได้เรียกเธอ ไม่ได้สั่งน้ำ ไม่ได้หาเรื่องให้เดินมา เพียงมองอยู่เงียบ ๆ
ข้าวสวยที่ยืนข้างกันพูดขึ้น “วันนี้ไม่เรียก?”
“เรียกทำไม”
“ไม่รู้ ปกติเห็นผู้ชายเข้าใกล้น้องกูทีไร มึงปวดแขนปวดขาทุกที”
“กูไม่ได้เป็นอะไร”
“ดี”
ข้าวสวยพยักหน้า “เพราะคิมก็ดูสนใจปุ้นจริง ๆ”
ออกัสหันมาทันที “มึงรู้ได้ไง”
“ดูออก”
“มันเจ้าชู้”
“มึงก็เจ้าชู้”
เงียบ ข้าวสวยแทบหลุดหัวเราะ
“จริงไหม”
“กูไม่เหมือนมัน”
“ต่างตรงไหน”
ออกัสตอบไม่ได้ เพราะถ้าพูดกันตามจริงเขาอาจหนักกว่าคิมด้วยซ้ำ
ข้าวสวยตบไหล่เพื่อนเบา ๆ “เพราะงั้นถ้ามึงไม่ได้คิดอะไรกับน้องกู ก็อย่าไปกันคนอื่นออกจากมัน”
“กูไม่ได้กัน”
“ก็ดี”
เธอเดินจากไป ออกัสยืนอยู่ที่เดิม สายตายังมองข้าวปุ้นซึ่งกำลังหัวเราะกับคิม ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ ก่อตัวอยู่ในอก มันไม่เหมือนความรู้สึกผิดวันที่ทำเธอร้องไห้ ไม่เหมือนความสนุกเวลาหาเรื่องแกล้ง และไม่เหมือนความเอ็นดูที่เขาพยายามใช้เป็นข้ออ้าง เขาไม่ชอบที่คิมซื้อกาแฟให้เธอ ไม่ชอบที่เธอยิ้มให้มัน ไม่ชอบที่ทั้งคู่คุยกันผ่านไลน์ ยิ่งไม่ชอบความคิดว่าถ้าวันหนึ่งข้าวปุ้นมีแฟน คนที่เธอจะยิ้มให้ทุกวันอาจไม่ใช่เขา แต่แทนที่จะยอมรับความรู้สึกนั้น ออกัสกลับเลือกเหตุผลที่ง่ายที่สุดให้ตัวเอง เขาแค่หวงผู้ช่วย ก็เท่านั้น
เย็นวันนั้นคิมกำลังจะเดินมาส่งข้าวปุ้นที่รถ แต่ออกัสเดินเข้ามาคั่นกลางเสียก่อน
“กลับ”
ข้าวปุ้นมองเขา “ปุ้นกำลังบอกลาพี่คิมค่ะ”
“ก็บอกสิ”
“ก็พี่ยืนคั่นอยู่”
ออกัสหันไปมองคิม “กลับก่อน”
คิมเลิกคิ้ว “ผมยังไม่ได้กลับครับ”
“งั้นพวกพี่กลับก่อน”
“ครับ”
คิมหัวเราะเหมือนรู้อะไรอยู่คนเดียว ก่อนโบกมือให้ข้าวปุ้น “ไว้คุยกันนะ”
“ค่ะ”
ข้าวปุ้นโบกกลับ ออกัสเดินนำทันที พอขึ้นรถข้าวปุ้นก็ตามเข้ามานั่งด้านหน้าเหมือนเดิม
“พี่ออกัสคะ”
“อะไร”
“วันนี้พี่ไม่แกล้งปุ้นเลย”
เขาเหลือบมอง “อยากโดน?”
“เปล่าค่ะ แค่แปลก”
“ไม่แกล้งก็บ่น”
“ปุ้นไม่ได้บ่น”
“งั้นพรุ่งนี้เอาใหม่”
“ไม่ต้องค่ะ”
ออกัสยิ้ม ข้าวปุ้นเองก็ยิ้มตามเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกดีอย่างประหลาด เขายังไม่รู้ว่าตัวเองชอบเธอหรือเปล่า แต่สิ่งหนึ่งเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆเขาชอบเวลาข้าวปุ้นยิ้มให้เขามากกว่าเวลายิ้มให้ผู้ชายคนอื่น ชอบเวลาสายตาหลังแว่นคู่นั้นมองมาทางเขาและถึงจะยังไม่ยอมรับว่าหวง ออกัสก็เริ่มมีความคิดเห็นแก่ตัวอยู่เงียบ ๆ ว่า ข้าวปุ้นจะบ่นเขา จะเถียงเขา จะทำหน้ามุ่ยใส่เขาแค่ไหนก็ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องแกล้งเธอ… เขากลับไม่ค่อยอยากให้ใครมาทำหน้าที่นั้นแทนเสียแล้ว
“ปุ้น พรุ่งนี้ไปเขาใหญ่กับออกัสนะ”ข้าวปุ้นที่กำลังดูตารางงานอยู่เงยหน้าขึ้นทันที “แล้วพี่สวยล่ะคะ”“พี่ไปไม่ได้”“ทำไมคะ”“ลูกค้าอีกเจ้าขอประชุมด่วน พี่ต้องอยู่กรุงเทพฯ”ข้าวปุ้นก้มมองตารางอีกครั้ง งานพรุ่งนี้เป็นงานถ่ายแคมเปญของรีสอร์ตหรู ใช้เวลาสองวันหนึ่งคืน ทีมงานส่วนใหญ่เดินทางไปตั้งแต่วันนี้ ส่วนเธอ ออกัส ช่างแต่งหน้าและทีมเล็กอีกสองสามคนจะตามไปตอนเช้า“ปุ้นไปคนเดียวได้ค่ะ”“คนเดียวที่ไหน”เสียงอีกคนดังมาจากโซฟาออกัสที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้น “พี่ก็ไป”ข้าวปุ้นหันมอง “ปุ้นหมายถึงไม่มีพี่สวยค่ะ”“พูดเหมือนพี่ไม่ใช่คน”“ปุ้นไม่ได้หมายความแบบนั้น”“ทำหน้าเหมือนไม่อยากไปกับพี่”“ปุ้นก็ไปทำงานค่ะ จะไปกับใครก็เหมือนกัน”ออกัสหรี่ตา “เหมือนกัน?”“ค่ะ”“ถ้าเป็นคิมก็เหมือนกัน?”ข้าวปุ้นถอนหายใจ “เกี่ยวอะไรกับพี่คิมอีกแล้วคะ”ข้าวสวยหลุดหัวเราะ “มึงเลิกหาเรื่องน้องกูสักห้านาทีได้ไหม”“กูถามเฉย ๆ”“ถามทุกวัน”“แล้ว?”“รำคาญแทน”ออกัสยักไหล่แล้วกลับไปมองโทรศัพท์ข้าวสวยหันมาหาน้อง “พรุ่งนี้รถมารับเจ็ดโมง พักคืนหนึ่ง เสื้อผ้าปุ้นเตรียมเอง ส่วนของมันทีมสไตลิสต์จัดไว้หมดแล้ว”“ค่ะ”“
เช้าวันนี้ข้าวสวยใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็สังเกตเห็นความผิดปกติ ไม่ใช่จากน้องสาวแต่จากเพื่อนสนิทของตัวเอง“ข้าวปุ้น”“คะ?”“น้ำ”ข้าวปุ้นที่กำลังเช็กเสื้อผ้าอยู่หันกลับไปมอง ก่อนชี้ขวดน้ำบนโต๊ะข้างมือเขา “อยู่ข้างพี่ค่ะ”“รู้”“แล้วเรียกปุ้นทำไมคะ”“อยากให้หยิบ”หญิงสาวถอนหายใจ แต่ก็เดินไปหยิบให้ “นี่ค่ะ”“ขอบคุณครับ”ข้าวปุ้นชะงักเล็กน้อย ช่วงนี้ออกัสพูดขอบคุณบ่อยขึ้นจริง ๆ เธอกำลังจะเดินกลับ“ข้าวปุ้น”“อะไรอีกคะ”“ผ้า”“อยู่บนตักพี่ค่ะ”ออกัสก้มมอง ผ้าผืนเล็กวางอยู่บนตักจริง ๆ“อ๋อ”ข้าวปุ้นมองเขาอย่างสงสัย “พี่ง่วงอยู่หรือเปล่าคะ”“เปล่า”“งั้นปุ้นไปทำงานนะคะ”“อือ”เธอเดินออกไป ข้าวสวยที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นเลิกคิ้วขึ้น“มึง”“อะไร”“เป็นง่อยเหรอ”ออกัสปรายตามอง “ปากดี”“น้ำอยู่ข้างมือ ผ้าอยู่บนตัก ยังเรียกน้องกู”“ก็เป็นผู้ช่วย”“ผู้ช่วย ไม่ใช่คนใช้”“มันก็หยิบให้”“เพราะมันใจดี”ออกัสไม่ตอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ข้าวสวยยังไม่ไปไหน“แล้วเมื่อกี้มึงมองอะไร”“อะไร”“ตอนปุ้นเดินออกไป”“ก็มองเฉย ๆ”“มองจนคอแทบหมุนตาม”“เว่อร์”“กูรู้จักมึงมากี่ปี”“นานเกินไป”“กูก็ว่างั
หลังจากคืนที่เลิกกองเกือบตีสอง ข้าวปุ้นคิดว่าตัวเองคงตื่นไม่ไหวแน่ ๆ แต่เจ็ดโมงเช้าเธอกลับลืมตาขึ้นมาก่อนนาฬิกาปลุกเสียอีก สิ่งแรกที่ทำคือคว้าโทรศัพท์มาเช็กตารางงาน ก่อนจะนึกถึงคำสั่งเมื่อคืนขึ้นมาได้‘กลับถึงบ้านแล้วนอนเลย’เธอทำตามจริง ๆ เมื่อคืนหลังอาบน้ำเสร็จ ข้าวปุ้นไม่ได้เปิดตารางซ้ำเหมือนทุกวัน เพราะออกัสเป็นคนบอกว่าจะเช็กเอง แต่พอเปิดแชตขึ้นมาตอนเช้า เธอกลับเจอข้อความที่ถูกส่งมาตอนตีสองครึ่งออกัส : พรุ่งนี้ 11 โมง สตูฯ เดิมตามด้วยอีกข้อความออกัส : ไม่ต้องรีบมาและอีกหนึ่งนาทีต่อมาออกัส : 10.30 ก็พอข้าวปุ้นมองข้อความแล้วหลุดยิ้ม คนที่ปกติต้องให้เธอเตือนทุกอย่าง กลับเป็นฝ่ายส่งตารางมาเตือนเธอเสียเอง เธอพิมพ์ตอบข้าวปุ้น : รับทราบค่ะกำลังจะวางโทรศัพท์ ข้อความฝั่งตรงข้ามก็ขึ้นว่าอ่านแล้วทันที ข้าวปุ้นชะงักข้าวปุ้น : พี่ตื่นแล้วเหรอคะออกัส : อือข้าวปุ้น : นอนกี่ชั่วโมงคะออกัส : พอข้าวปุ้น : พอคือกี่ชั่วโมงเงียบไปครู่หนึ่งออกัส : เธอเป็นแม่พี่หรือไงข้าวปุ้นทำหน้ามุ่ยใส่หน้าจอข้าวปุ้น : ปุ้นถามเพราะเป็นห่วงเรื่องงานค่ะอีกฝั่งอ่านทันทีแต่ไม่ตอบ เธอจึงวางโทรศัพท์แล้วลุก
ข้าวปุ้นเพิ่งค้นพบว่า ตารางงานของนายแบบชื่อดังสามารถทำให้คำว่า ‘เหนื่อย’ ที่เธอเคยรู้จักดูเบาไปทันที เพราะตลอดสามวันที่ผ่านมา ออกัสมีงานต่อกันแทบไม่มีช่องว่าง วันแรกถ่ายโฆษณาตั้งแต่เช้าจนค่ำ วันที่สองบินไปถ่ายงานต่างจังหวัดแล้วกลับกรุงเทพฯ ตอนกลางคืน ส่วนวันนี้เริ่มแต่งหน้าตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ถ่ายแฟชั่นเซตช่วงเช้า ต่อด้วยงานอีเวนต์ตอนบ่าย และปิดท้ายด้วยการถ่ายโฆษณาที่คาดว่าจะเสร็จเกือบเที่ยงคืน คนที่บอกว่าเหนื่อยที่สุดกลับไม่ใช่ออกัส แต่เป็นผู้ช่วยตัวเล็กที่เดินตามเขาจนขาแทบลาก“พี่ออกัสคะ”“หือ”“น้ำค่ะ”ชายหนุ่มที่กำลังนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้รับขวดไปทั้งที่ยังไม่ลืมตา ข้าวปุ้นยืนรอ หนึ่งนาที สองนาที เขายังถือขวดเฉย ๆ“พี่ไม่ดื่มเหรอคะ”“ฝา”“คะ?”“เปิดให้หน่อย”หญิงสาวมองมือเขา “เมื่อยอีกแล้ว?”“อือ”“วันนี้เมื่อยจริงหรือแกล้งปุ้นคะ”“วันนี้จริง”น้ำเสียงเหนื่อยจนเธอไม่เถียงต่อ ข้าวปุ้นรับขวดกลับมาเปิดฝาแล้วส่งให้ เขาดื่มไปเกือบครึ่งขวดก่อนวางลง“กินอะไรไหมคะ”“ไม่”“ตั้งแต่บ่ายพี่ยังกินไปนิดเดียวเองนะคะ”“ไม่หิว”“แซนด์วิชไหม”“ไม่”“กล้วย?”“ไม่”“โยเกิร์ต?”“ข้าวปุ้น”“คะ”ออกัสลืม
หลังเหตุการณ์วันนั้นออกัสเปลี่ยนไปนิดหน่อยนิดหน่อยจริง ๆ เพราะเขายังเรียกใช้ข้าวปุ้นเหมือนเดิม ยังชอบกวนประสาท ยังเรียกเธอว่ายัยแว่นหรือคนเตี้ยเป็นครั้งคราวและถ้ามีโอกาสก็ยังแย่งขนมจากมือเธอหน้าตาเฉย สิ่งเดียวที่หายไปคือการแกล้งเกี่ยวกับเรื่องงาน“พี่ออกัสคะ อีกครึ่งชั่วโมงต้องออกค่ะ”“ครับ”ข้าวปุ้นชะงัก เธอเงยหน้าจากแท็บเล็ตมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างไม่ไว้ใจ“อะไร”“พี่ตอบง่ายจังค่ะ”“แล้ว?”“ปกติต้องเถียงปุ้นก่อน”ออกัสเหลือบตามอง “อยากให้เถียง?”“ไม่ค่ะ”“งั้นก็ไปเตรียมของ”“ค่ะ”ข้าวปุ้นเดินออกไปสองก้าว“เดี๋ยว”เธอหยุดทันที “อะไรคะ”ออกัสชี้ไปที่โต๊ะ “ขนม”หญิงสาวมองถุงขนมของตัวเองแล้วรีบคว้ามากอดไว้ “ไม่ให้ค่ะ”“ยังไม่ได้พูดว่าจะเอา”“แต่พี่มองอยู่”“ขอชิ้นหนึ่ง”“พี่มีของพี่นะคะ”“ของเธออร่อยกว่า”“เหมือนกันค่ะ”“ไม่เหมือน”“ต่างตรงไหนคะ”ออกัสตอบโดยไม่ต้องคิด “แย่งมาอร่อยกว่า”ข้าวปุ้นถอนหายใจทันที “นิสัยไม่ดี”เธอหยิบขนมหนึ่งชิ้นยื่นให้ “เอาไปค่ะ”ชายหนุ่มกลับไม่รับ“อะไรอีกคะ”“ป้อน”“พี่มีมือค่ะ”“เมื่อย”“เมื่อกี้พี่ยังเล่นโทรศัพท์อยู่เลยนะคะ”“ตอนนี้เมื่อยแล้ว”ข้าวปุ้น
เช้าวันถัดมาข้าวปุ้นมาถึงสตูดิโอพร้อมชาอู่หลงไม่หวานหนึ่งแก้วตามคำสั่ง แต่คนที่สั่งกลับยังไม่มา เธอวางแก้วไว้บนโต๊ะแล้วเริ่มเช็กตาราง วันนี้งานไม่หนักเท่าวันก่อน มีถ่ายภาพสำหรับนิตยสารช่วงสายและสัมภาษณ์สั้น ๆ ช่วงบ่าย หากทุกอย่างตรงเวลาเธอน่าจะเลิกงานก่อนหกโมงและทันไปเจอพี่นนท์ตามที่นัดไว้“มองนาฬิกาตั้งแต่เช้าเลยนะ”เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังจนข้าวปุ้นสะดุ้ง เธอหันไปก็เจอออกัสยืนอยู่ใกล้กว่าที่คิด“พี่ออกัส มาไม่ให้เสียงเลยค่ะ”“มาไม่ให้เสียงคืออะไร พี่เดินเข้าประตูปกติ”“ปุ้นตกใจค่ะ”สายตาเขาเหลือบไปยังหน้าจอโทรศัพท์ในมือเธอ “วันนี้รีบ?”“นิดหน่อยค่ะ”“ไปไหน”“มีนัดค่ะ”“กับใคร”ข้าวปุ้นมองหน้าเขา ก่อนนึกถึงบทสนทนาเมื่อคืน “พี่นนท์ค่ะ”สีหน้าคนฟังเรียบลงเล็กน้อย “จำได้”“ปุ้นยังไม่ได้ถามเลยนะคะว่าพี่จำได้ไหม”“ก็พูดให้รู้”“อ๋อค่ะ”เธอวางโทรศัพท์แล้วหยิบชาให้ “ชาอู่หลงไม่หวานค่ะ”ออกัสรับมาแต่ยังไม่ดื่ม “นัดกี่โมง”“หกโมงครึ่งค่ะ”“ที่ไหน”“ร้านกาแฟแถวมหาวิทยาลัย”“ทำไมต้องร้านกาแฟ”“ก็เขาจะเอาหนังสือมาคืนค่ะ”“คืนตรงไหนก็ได้”ข้าวปุ้นขมวดคิ้ว “พี่นนท์บอกว่าจะเลี้ยงข้าวปุ้นด้วยค่ะ ไม่







