Home / โรแมนติก / My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน / 5. เรื่องงานที่ไม่ควรเอามาเล่น

Share

5. เรื่องงานที่ไม่ควรเอามาเล่น

last update publish date: 2026-10-14 22:11:55

เช้าวันถัดมาข้าวปุ้นมาถึงสตูดิโอพร้อมชาอู่หลงไม่หวานหนึ่งแก้วตามคำสั่ง แต่คนที่สั่งกลับยังไม่มา เธอวางแก้วไว้บนโต๊ะแล้วเริ่มเช็กตาราง วันนี้งานไม่หนักเท่าวันก่อน มีถ่ายภาพสำหรับนิตยสารช่วงสายและสัมภาษณ์สั้น ๆ ช่วงบ่าย หากทุกอย่างตรงเวลาเธอน่าจะเลิกงานก่อนหกโมงและทันไปเจอพี่นนท์ตามที่นัดไว้

“มองนาฬิกาตั้งแต่เช้าเลยนะ”

เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังจนข้าวปุ้นสะดุ้ง เธอหันไปก็เจอออกัสยืนอยู่ใกล้กว่าที่คิด

“พี่ออกัส มาไม่ให้เสียงเลยค่ะ”

“มาไม่ให้เสียงคืออะไร พี่เดินเข้าประตูปกติ”

“ปุ้นตกใจค่ะ”

สายตาเขาเหลือบไปยังหน้าจอโทรศัพท์ในมือเธอ “วันนี้รีบ?”

“นิดหน่อยค่ะ”

“ไปไหน”

“มีนัดค่ะ”

“กับใคร”

ข้าวปุ้นมองหน้าเขา ก่อนนึกถึงบทสนทนาเมื่อคืน “พี่นนท์ค่ะ”

สีหน้าคนฟังเรียบลงเล็กน้อย “จำได้”

“ปุ้นยังไม่ได้ถามเลยนะคะว่าพี่จำได้ไหม”

“ก็พูดให้รู้”

“อ๋อค่ะ”

เธอวางโทรศัพท์แล้วหยิบชาให้ “ชาอู่หลงไม่หวานค่ะ”

ออกัสรับมาแต่ยังไม่ดื่ม “นัดกี่โมง”

“หกโมงครึ่งค่ะ”

“ที่ไหน”

“ร้านกาแฟแถวมหาวิทยาลัย”

“ทำไมต้องร้านกาแฟ”

“ก็เขาจะเอาหนังสือมาคืนค่ะ”

“คืนตรงไหนก็ได้”

ข้าวปุ้นขมวดคิ้ว “พี่นนท์บอกว่าจะเลี้ยงข้าวปุ้นด้วยค่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งแต่ก่อนเรียนจบ”

“ไหนบอกคืนหนังสือ”

“ก็คืนหนังสือแล้วกินข้าวด้วยค่ะ”

“อ๋อ”

คำว่า ‘อ๋อ’ ฟังดูห้วนจนข้าวปุ้นเริ่มระแวง “พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

“เปล่า”

“วันนี้อารมณ์ไม่ดี?”

“ดี”

“งั้นก็ดีค่ะ”

เธอหันกลับไปจัดของต่อ ทำให้ออกัสที่เหมือนกำลังรอคำถามเพิ่มเติมต้องยืนเงียบอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายจึงเดินไปแต่งหน้าเอง เกือบสิบเอ็ดโมงการถ่ายทำเริ่มขึ้น ข้าวปุ้นทำงานคล่องขึ้นมากจนแทบไม่ต้องให้ข้าวสวยคอยบอกแล้ว เธอรู้ว่าควรเตรียมอะไรไว้ตรงไหน รู้ว่าตอนไหนต้องเอาน้ำเข้าไปให้ และเริ่มจำทีมงานประจำได้เกือบหมด

“น้องปุ้น”

ช่างภาพหนุ่มคนหนึ่งเรียกขณะเธอกำลังยกกล่องอุปกรณ์ “เดี๋ยวพี่ยกให้”

“ไม่เป็นไรค่ะ ปุ้นยกได้”

“หนักนะ”

“นิดเดียวค่ะ”

อีกฝ่ายเดินเข้ามารับกล่องจากมือไปอยู่ดี “เดี๋ยวหลังหัก”

“ขอบคุณค่ะพี่ต้น”

ข้าวปุ้นยิ้มกว้างให้ตามปกติ ออกัสที่กำลังยืนให้สไตลิสต์จัดเสื้ออยู่ห่างออกไปมองเห็นพอดี

“มองอะไร”

ข้าวสวยถาม

“เปล่า”

“เปล่าแต่มองน้องกู?”

“มองกล่อง”

“กล่องหล่อไหม”

ออกัสปรายตามองเพื่อน “กวน”

ข้าวสวยหัวเราะ “กูเพิ่งรู้ว่ามึงสนใจอุปกรณ์กองถ่าย”

“กูไม่ได้สนใจ”

“งั้นเลิกมอง”

เขาหันกลับทันทีเหมือนไม่มีอะไร แต่ไม่ถึงนาทีสายตาก็วกกลับไปอีกครั้ง ข้าวปุ้นกำลังยืนคุยกับช่างภาพคนนั้น ทั้งคู่หัวเราะอะไรบางอย่างด้วยกันออกัสขมวดคิ้ว ทำไมกับคนอื่นยิ้มง่ายจังวะ

“ออกัส เข้าฉาก”

“ครับ”

เพียงช่างภาพหลักเรียก สีหน้าหงุดหงิดเมื่อครู่ก็หายไปทันที รอยยิ้มสำหรับกล้องกลับมาเหมือนเปิดสวิตช์ ข้าวปุ้นที่ยืนอยู่ด้านข้างมองภาพนั้นแล้วอดทึ่งไม่ได้ ถึงนิสัยส่วนตัวจะน่ารำคาญแต่เรื่องงานเธอยอมรับว่าออกัสมืออาชีพจริง ๆ การถ่ายช่วงเช้าจบเร็วกว่ากำหนดเกือบครึ่งชั่วโมง ทุกคนจึงได้พักยาว ข้าวปุ้นนั่งอยู่ตรงมุมเดิม เปิดโทรศัพท์ตอบข้อความพี่นนท์

พี่นนท์ : เย็นนี้พี่ไปรับไหม

ข้าวปุ้น : ไม่เป็นไรค่ะ ปุ้นนั่งรถไปเองได้

พี่นนท์ : งั้นหกโมงครึ่งเจอกัน

เธอกำลังจะตอบ เสียงหนึ่งก็ดังเหนือศีรษะ

“ยิ้มอะไร”

ข้าวปุ้นรีบดับหน้าจอ “พี่ออกัส”

“ถามว่ายิ้มอะไร”

“คุยกับเพื่อนค่ะ”

“พี่นนท์?”

“ค่ะ”

“ไหนบอกเป็นรุ่นพี่”

“ก็เป็นทั้งรุ่นพี่ทั้งเพื่อนค่ะ”

ออกัสนั่งลงข้าง ๆ “เอามาดู”

“อะไรคะ”

“โทรศัพท์”

“ทำไมต้องให้ดู”

“มีอะไรปิดบัง?”

“ไม่มีค่ะ แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัว”

“พี่จะดูว่าเขาจีบหรือเปล่า”

“แล้วเกี่ยวอะไรกับพี่คะ”

คำถามเดียวทำให้เขาเงียบ

ข้าวปุ้นมองหน้าอย่างสงสัย “พี่รู้จักพี่นนท์ก็ไม่รู้จัก ทำไมสนใจจังคะ”

“กลัวเธอโดนหลอก”

“ปุ้นอายุยี่สิบสองแล้วนะคะ”

“แต่ซื่อ”

“ปุ้นไม่ได้ซื่อขนาดนั้นค่ะ”

ออกัสมองหน้าเธอนิ่ง ๆ

“อะไรคะ”

“อยากให้ทวนไหมว่าพี่หลอกอะไรเธอสำเร็จไปแล้วบ้าง”

“ไม่ต้องค่ะ”

เธอตอบทันทีจนเขาหลุดหัวเราะ

ข้าวปุ้นลุกหนี “ปุ้นไปกินข้าวดีกว่า”

“กินด้วย”

“พี่มีข้าวของพี่ค่ะ”

“อยากกินของเธอ”

หญิงสาวหันกลับมาทันที “ไม่ให้ค่ะ”

“ยังไม่ได้ขอ”

“เดี๋ยวพี่ก็แย่ง”

“รู้ทันจริงแล้วนี่”

“เพราะพี่คนเดียวเลยค่ะ”

ข้าวปุ้นเดินหนีไปพร้อมกล่องข้าวแนบอก ออกัสมองตามก่อนยิ้มอยู่คนเดียว ข้าวสวยที่ยืนเห็นอยู่ไม่ไกลส่ายหน้าเบา ๆ

“อาการหนักขึ้นทุกวัน”

ช่วงบ่ายหลังจบสัมภาษณ์ ทีมงานแจ้งว่ามีการปรับเวลาเล็กน้อย งานสุดท้ายซึ่งเดิมคาดว่าจะจบห้าโมงครึ่งอาจลากถึงหกโมง ข้าวปุ้นจึงส่งข้อความบอกพี่นนท์ว่าอาจไปช้า ออกัสเห็นเธอมองนาฬิกาบ่อยกว่าปกติตลอดช่วงแต่งตัว

“รีบมาก?”

“กลัวพี่นนท์รอค่ะ”

“ก็ให้กลับ”

“ปุ้นต้องทำงานให้เสร็จก่อนค่ะ”

“ข้าวสวยอยู่”

“แต่วันนี้ปุ้นรับผิดชอบตารางพี่ค่ะ”

เขามองหน้าเธอครู่หนึ่ง “กลัวไปไม่ทัน?”

“นิดหน่อยค่ะ”

“งั้นทำงานสิ มัวแต่คุย”

ข้าวปุ้นทำหน้ามุ่ย “พี่เป็นคนชวนปุ้นคุยนะคะ”

“เถียงอีกแล้ว”

เธอไม่ตอบ หันกลับไปจัดเสื้อผ้าต่อ ออกัสมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนความคิดบางอย่างจะผุดขึ้นมา ตอนแรกเขาแค่คิดจะแกล้งเล่น เหมือนทุกครั้ง

“ข้าวปุ้น”

“คะ”

“วันนี้มีเพิ่มอีกงาน”

มือที่กำลังพับเสื้อหยุดทันที “งานอะไรคะ”

“ถ่ายคอนเทนต์ให้แบรนด์”

“กี่โมง”

“หกโมงครึ่ง”

ดวงตากลมโตขึ้น “วันนี้เหรอคะ”

“อือ”

“ทำไมในตารางไม่มี”

“เพิ่งเพิ่ม”

ข้าวปุ้นรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “พี่สวยยังไม่ได้แจ้งปุ้นเลย”

“แบรนด์บอกพี่ตรง ๆ”

“ถึงกี่โมงคะ”

“ไม่รู้ สองสามทุ่มมั้ง”

ใบหน้าที่สดใสเมื่อครู่เปลี่ยนทันที ออกัสเห็นแล้วเกือบหัวเราะแต่ยังทำหน้านิ่ง

“มีปัญหา?”

“เปล่าค่ะ”

“นัดสำคัญ?”

ข้าวปุ้นส่ายหน้า “งานสำคัญกว่าค่ะ”

เธอก้มหน้าพิมพ์ข้อความทันที

ข้าวปุ้น : พี่นนท์คะ ขอโทษนะคะ วันนี้ปุ้นมีงานเพิ่มกะทันหัน น่าจะไปไม่ได้แล้วค่ะ

ไม่นานอีกฝ่ายก็ตอบกลับ

พี่นนท์ : ไม่เป็นไร ไว้วันหลังก็ได้ ตั้งใจทำงานนะ

ข้าวปุ้นมองข้อความอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบขอบคุณ

ออกัสแอบมอง “ยกเลิกแล้ว?”

“ค่ะ”

“ไม่เสียดาย?”

“เสียดายค่ะ แต่ทำงานก่อน”

น้ำเสียงไม่ได้งอน ไม่ได้โวยวาย เธอเพียงเก็บโทรศัพท์แล้วกลับไปทำงานเหมือนเดิม ออกัสกลับรู้สึกสนุกน้อยกว่าที่คิด แต่เมื่อเห็นข้าวปุ้นไม่ได้เสียใจมากเขาก็ยังไม่ได้บอกความจริง คิดไว้ว่าอีกสักพักค่อยเฉลยเหมือนทุกครั้ง

ห้าโมงครึ่ง งานทั้งหมดจบลงตามกำหนด ข้าวปุ้นรีบเก็บของก่อนเดินมาหาเขา “พี่ออกัสคะ งานต่อไปอยู่ที่ไหน”

“งานอะไร”

เธอชะงัก “ถ่ายคอนเทนต์ไงคะ”

“อ๋อ”

ออกัสยกมุมปาก “ไม่มีแล้ว”

“หมายความว่ายังไงคะ”

“ยกเลิก”

“เมื่อไหร่”

“เมื่อกี้”

ข้าวปุ้นรีบหยิบโทรศัพท์ “ทำไมไม่มีใครบอกปุ้น”

“ก็พี่บอกอยู่นี่ไง”

“แล้วแบรนด์ไหนคะ ปุ้นจะได้เช็กกับทีม”

ออกัสเริ่มเห็นความร้อนใจในสีหน้าเธอ แต่ยังตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “ไม่มีแบรนด์”

ข้าวปุ้นนิ่ง

“อะไรนะคะ”

“พี่แกล้ง”

เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดออกจากริมฝีปากเขา

“ไม่มีงานตั้งแต่แรก”

ข้าวปุ้นยืนมองหน้าเขา

ไม่มีคำว่า ‘พี่ออกัส!’ เหมือนทุกครั้ง ไม่มีแก้มป่อง ไม่มีการเถียง

“พี่…โกหกปุ้นเหรอคะ”

“ก็แกล้งเฉย ๆ”

“เรื่องงาน?”

“อือ”

ออกัสยังยิ้มอยู่ แต่รอยยิ้มนั้นค่อย ๆ หายไปเมื่อเห็นดวงตากลมหลังแว่นเริ่มแดง

“ข้าวปุ้น?”

เธอก้มหน้าลงทันที

“เฮ้ย”

ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้ “เป็นอะไร”

“เปล่าค่ะ”

เสียงสั่น ออกัสชะงัก ไม่เหมือนทุกครั้ง

“ปุ้น”

เธอกัดริมฝีปากแน่นพยายามไม่ร้อง แต่ยิ่งพยายามน้ำตากลับยิ่งเอ่อขึ้นจนภาพตรงหน้าเริ่มพร่า

“พี่ล้อเล่น ไม่ได้มีงานจริง”

“ปุ้นรู้แล้วค่ะ”

“แล้วร้องทำไม”

ทันทีที่คำว่า ‘ร้อง’ หลุดออกมา น้ำตาหยดแรกก็ไหลลงแก้ม ออกัสนิ่งสนิท เขาไม่เคยเห็นเธอร้องไห้ตลอดสองสัปดาห์ต่อให้เขาดึงเปีย แย่งของกิน ซ่อนแว่น เรียกใช้เรื่องไร้สาระหรือกวนจนเธอโกรธ อย่างมากก็แค่หน้ามุ่ยแล้วเถียงกลับ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่

ข้าวปุ้นรีบถอดแว่นออกแล้วเช็ดน้ำตา “ปุ้นรู้ว่าพี่ออกัสชอบแกล้งปุ้นนะคะ”

“…”

“เรื่องขนม เรื่องชา เรื่องแว่น หรือเรื่องอะไรก็ได้ ปุ้นไม่ว่า”

เสียงเธอพยายามนิ่งแต่ยิ่งพูดกลับยิ่งสั่น

“แต่เรื่องงาน…พี่อย่าเอามาแกล้งปุ้นได้ไหมคะ”

ออกัสพูดไม่ออก

“ปุ้นเพิ่งมาทำงาน ปุ้นยังไม่เก่ง ปุ้นกลัวทำผิดทุกวัน พี่สวยไว้ใจให้ปุ้นดูแลพี่ปุ้นก็พยายามจำทุกอย่างพยายามไม่ให้พลาด”

น้ำตาอีกหยดไหลลงมา เธอรีบเช็ด

“พอพี่บอกว่ามีงานเพิ่ม ปุ้นก็เชื่อ เพราะปุ้นคิดว่าถ้าปุ้นไม่รู้ตารางแล้วพาพี่ไปไม่ทัน มันจะเป็นความผิดปุ้น”

“พี่ไม่ได้คิดว่า—”

“ปุ้นรู้ค่ะว่าพี่แค่สนุก”

ประโยคนั้นทำให้เขาหยุด ข้าวปุ้นสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนพูดต่อเบา ๆ

“แต่ปุ้นไม่สนุกด้วยค่ะ”

ออกัสยืนนิ่ง

“ปุ้นรู้ว่าพี่ออกัสไม่ได้ชอบปุ้นเท่าไหร่ แล้วปุ้นอาจจะน่าแกล้ง เพราะปุ้นตามพี่ไม่ทันแต่ปุ้นมาทำงานนะคะ ปุ้นพยายามเต็มที่แล้ว…”

เธอสวมแว่นกลับทั้งที่ดวงตายังแดง

“พี่อย่าเอาเรื่องงานมาแกล้งปุ้นแบบนี้เลยค่ะ”

พูดจบข้าวปุ้นก็ยกมือไหว้เล็กน้อย ก่อนรีบเดินออกจากห้อง

“ข้าวปุ้น”

เธอไม่หยุด ออกัสก้าวตามไปหนึ่งก้าว แต่สุดท้ายกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปหมดแล้ว ประตูห้องปิดลงความเงียบเข้ามาแทนที่

“มึงทำอะไรน้องกู”

เสียงข้าวสวยดังจากด้านหลัง ออกัสหันไป เพื่อนสนิทยืนอยู่ตรงประตูอีกด้าน สีหน้าไม่เหลือแววล้อเล่น

“กูถามว่ามึงทำอะไร”

“กูแค่…”

เขาหยุด คำว่า ‘แกล้งเล่น’ ที่เคยพูดได้ง่ายทุกครั้ง วันนี้กลับพูดออกมายากอย่างประหลาด

“กูบอกมันว่ามีงานเพิ่ม”

“แล้ว?”

“จริง ๆ ไม่มี”

ข้าวสวยหลับตา สูดลมหายใจเข้าลึกเหมือนพยายามระงับอารมณ์ “มันมีนัดวันนี้”

“รู้”

“มึงรู้?”

“อือ”

“แล้วมึงตั้งใจบอกว่ามีงานเพื่อให้มันยกเลิกนัด?”

ออกัสเงียบ

ข้าวสวยมองหน้าเพื่อนอย่างไม่อยากเชื่อ “มึงเป็นบ้าอะไร”

“กูแค่จะแกล้ง”

“กูเตือนมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่าเอาเรื่องงานมาเล่นกับมัน”

“มึงไม่ได้พูดเรื่องงาน”

“กูบอกอย่าเล่นแรง!”

เสียงข้าวสวยดังขึ้น ออกัสไม่เถียง

“ปุ้นมันเพิ่งเรียนจบ นี่เป็นงานแรกของมัน มันกลัวทำพลาดมากกว่าที่มึงคิด ทุกคืนมันกลับบ้านไปเปิดตารางดูซ้ำ บางวันถามกูเรื่องมึงเป็นสิบอย่าง เพราะกลัวเตรียมของให้ไม่ครบ”

ชายหนุ่มนิ่ง

“มึงคิดว่ามันวิ่งซื้อชาให้เพราะมันโง่เหรอ”

“…”

“มันทำเพราะคิดว่านั่นคืองานของมัน”

ภาพข้าวปุ้นวิ่งกลับมาพร้อมแก้วชาและเหงื่อบนหน้าผากย้อนกลับเข้ามาในหัว ตอนนั้นเขาหัวเราะเพราะคิดว่าน่ารักดี

“แล้วมึงรู้ไหม วันนี้มันดีใจแค่ไหนว่าจะได้เลิกเร็ว มันไม่ได้เจอเพื่อนมหา’ลัยตั้งแต่เริ่มมาทำงานกับกู”

ออกัสเม้มริมฝีปาก

“กูไม่ได้คิดว่ามันจะร้อง”

“ปัญหาไม่ใช่ว่ามึงคิดว่ามันจะร้องหรือไม่ร้อง”

ข้าวสวยมองเขาตรง ๆ “ปัญหาคือมึงไม่เคยคิดเลยว่าคนที่โดนมึงแกล้งรู้สึกยังไง”

ประโยคนั้นทำให้ห้องเงียบลง

“สนุกไหมล่ะ”

ออกัสไม่ตอบ

“ตอนมันร้อง สนุกเหมือนทุกครั้งไหม”

“พอแล้ว”

“กูถาม”

“กูบอกว่าพอ”

น้ำเสียงเขาต่ำลง ไม่ใช่เพราะโกรธเพื่อนแต่เพราะภาพน้ำตาของข้าวปุ้นยังติดอยู่ในหัว ข้าวสวยมองออกก่อนถอนหายใจ

“กูไม่ได้ห้ามมึงคุยกับมัน ไม่ได้ห้ามมึงเล่นกับมัน แต่ถ้ามึงยังแยกไม่ออกว่าอะไรควรเล่นอะไรไม่ควร มึงก็อยู่ห่างน้องกูหน่อย”

พูดจบเธอก็เดินตามน้องสาวออกไป ออกัสถูกทิ้งไว้คนเดียว เขาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟามือยกขึ้นลูบหน้าแรง ๆ

“ฉิบหาย”

เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้รู้สึกชนะหลังแกล้งข้าวปุ้นสำเร็จ ไม่มีความสนุก ไม่มีความสะใจ มีเพียงความรู้สึกหนัก ๆ ที่อธิบายไม่ถูก โทรศัพท์ในมือสั่นขึ้น

มีนา : คืนนี้ว่างไหม

เขามองข้อความเพียงแวบเดียวแล้วกดปิดหน้าจอ ปกติถ้าอารมณ์ไม่ดีเขาอาจออกไปหาเพื่อน ไปดื่มหรือหาอะไรทำจนลืม แต่วันนี้กลับไม่อยากเจอใคร ระหว่างนั่งรถกลับบ้านออกัสเปิดแชตกับข้าวปุ้นเป็นครั้งแรก นิ้วพิมพ์ลงไป

ขอโทษ

เขามองอยู่พักหนึ่ง ลบ พิมพ์ใหม่

เมื่อกี้พี่เล่นแรงไป

ลบอีก สุดท้ายหน้าจอก็ว่างเปล่า

คนที่ปกติพูดเก่งเวลาต้องการกวนคนอื่นกลับไม่รู้ว่าจะขอโทษยังไง

อีกด้านหนึ่งข้าวปุ้นนั่งอยู่ในรถกับพี่สาว เธอหยุดร้องแล้ว แต่ดวงตายังแดง

“พี่สวย ปุ้นทำตัวเรื่องมากไหมคะ”

“ไม่”

“พี่ออกัสคงคิดว่าปุ้นขี้แย”

“ช่างหัวมัน”

ข้าวปุ้นเงียบไป ก่อนพูดเบา ๆ “ปุ้นไม่ได้โกรธที่อดไปเจอพี่นนท์นะคะ”

“พี่รู้”

“ปุ้นแค่ตกใจตอนเขาบอกว่ามีงานเพิ่ม ปุ้นคิดว่าตัวเองพลาดอะไรไปหรือเปล่า”

“แกไม่ได้พลาด”

“ค่ะ”

“พรุ่งนี้หยุดไหม”

ข้าวปุ้นรีบส่ายหน้า “ไม่ค่ะ”

“แน่ใจ?”

“ปุ้นทำงานได้ค่ะ”

“ไม่ต้องฝืน”

“ไม่ได้ฝืนค่ะ”

เธอก้มมองมือของตัวเอง “ปุ้นแค่อยากให้พี่ออกัสเข้าใจว่าปุ้นจริงจังกับงาน”

ข้าวสวยยกมือลูบศีรษะน้องเบา ๆ

“มันเข้าใจแล้ว”

“รู้ได้ยังไงคะ”

“ดูหน้ามันก็รู้”

ข้าวปุ้นไม่ได้ตอบ สำหรับเธอเรื่องวันนี้จบแล้วร้องก็ร้องไปแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปทำงานเหมือนเดิม แต่สำหรับอีกคนมันไม่ได้จบง่ายขนาดนั้น

เช้าวันต่อมาข้าวปุ้นมาถึงจุดนัดหมายตามเวลาปกติ ออกัสมาถึงก่อนเธอ เรื่องแรกที่ทำให้เธอแปลกใจ เรื่องที่สองคือบนเบาะหน้ามีชาอู่หลงไม่หวานวางอยู่หนึ่งแก้วพร้อมถุงขนมร้านที่เธอชอบ ข้าวปุ้นมองก่อนหันไปหาเขา

“ของใครคะ”

ออกัสที่นั่งด้านหลังตอบโดยไม่เงยหน้าจากโทรศัพท์ “ของเธอ”

“ทำไมคะ”

“ซื้อเกิน”

“ทั้งชากับขนมเลยเหรอคะ”

“อือ”

“บังเอิญจัง”

“จะกินไหม”

“กินค่ะ”

เธอนั่งลงแล้วหยิบชา ออกัสเหลือบมอง ดวงตาเธอยังบวมนิด ๆ เขารีบหันกลับไปมองโทรศัพท์ ตลอดทางไม่มีการเรียก ‘ข้าวปุ้น’ เล่น ๆ ไม่มีการสะกิดเบาะ ไม่มีการแย่งของกิน เงียบจนคนที่เคยรำคาญกลับเริ่มรู้สึกผิดปกติ

“พี่ออกัสคะ”

“หือ”

“วันนี้พี่ไม่สบายหรือเปล่า”

“เปล่า”

“ทำไมเงียบจังคะ”

เขามองเธอ “เธอไม่ชอบหรือไง”

“เปล่าค่ะ แค่แปลก”

ออกัสเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดโดยไม่มองหน้า

“เมื่อวาน…”

ข้าวปุ้นรอฟัง

“พี่ขอโทษ”

เธอนิ่ง ดูเหมือนประโยคนั้นจะพูดยากสำหรับเขามาก เพราะหลังจากพูดเสร็จก็หันหน้าไปทางหน้าต่างทันที

“ค่ะ”

ออกัสหันกลับ “ค่ะ?”

“ปุ้นรับคำขอโทษค่ะ”

“แค่นี้?”

“แล้วต้องทำยังไงอีกคะ”

“ไม่รู้”

ข้าวปุ้นมองเขา ก่อนยิ้มบาง ๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อวาน “ไม่เป็นไรค่ะ ปุ้นหายโกรธแล้ว”

ความรู้สึกหนักในอกของออกัสเบาลงอย่างประหลาด แต่เธอยังพูดต่อ

“แต่อย่าแกล้งเรื่องงานอีกนะคะ”

“อือ”

“สัญญาไหมคะ”

“อือ”

“อือคือสัญญา?”

“ครับ”

ข้าวปุ้นพยักหน้าอย่างพอใจแล้วหันกลับไปดื่มชาออกัสมองด้านหลังศีรษะเล็กอยู่ครู่หนึ่ง เขายังไม่ได้ตกหลุมรักเธอ ยังไม่ได้คิดจะจีบและยังไม่ได้เลิกสนใจผู้หญิงคนอื่นเพราะเธอ เพียงแต่ตั้งแต่วินาทีที่เห็นน้ำตาไหลลงจากดวงตาคู่นั้น ความสนุกบางอย่างในตัวเขาก็เปลี่ยนไป เขายังอยากแกล้งเธออยู่ยังอยากเห็นแก้มป่อง ๆ เวลาโดนกวน ยังอยากฟังเธอเถียงว่า ‘ปุ้นไม่ได้เตี้ยค่ะ’ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาเพิ่งรู้เพิ่มขึ้นมา เขาไม่อยากเห็นข้าวปุ้นร้องไห้อีก โดยเฉพาะถ้าคนที่ทำให้เธอร้อง… เป็นเขาเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    5. เรื่องงานที่ไม่ควรเอามาเล่น

    เช้าวันถัดมาข้าวปุ้นมาถึงสตูดิโอพร้อมชาอู่หลงไม่หวานหนึ่งแก้วตามคำสั่ง แต่คนที่สั่งกลับยังไม่มา เธอวางแก้วไว้บนโต๊ะแล้วเริ่มเช็กตาราง วันนี้งานไม่หนักเท่าวันก่อน มีถ่ายภาพสำหรับนิตยสารช่วงสายและสัมภาษณ์สั้น ๆ ช่วงบ่าย หากทุกอย่างตรงเวลาเธอน่าจะเลิกงานก่อนหกโมงและทันไปเจอพี่นนท์ตามที่นัดไว้“มองนาฬิกาตั้งแต่เช้าเลยนะ”เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังจนข้าวปุ้นสะดุ้ง เธอหันไปก็เจอออกัสยืนอยู่ใกล้กว่าที่คิด“พี่ออกัส มาไม่ให้เสียงเลยค่ะ”“มาไม่ให้เสียงคืออะไร พี่เดินเข้าประตูปกติ”“ปุ้นตกใจค่ะ”สายตาเขาเหลือบไปยังหน้าจอโทรศัพท์ในมือเธอ “วันนี้รีบ?”“นิดหน่อยค่ะ”“ไปไหน”“มีนัดค่ะ”“กับใคร”ข้าวปุ้นมองหน้าเขา ก่อนนึกถึงบทสนทนาเมื่อคืน “พี่นนท์ค่ะ”สีหน้าคนฟังเรียบลงเล็กน้อย “จำได้”“ปุ้นยังไม่ได้ถามเลยนะคะว่าพี่จำได้ไหม”“ก็พูดให้รู้”“อ๋อค่ะ”เธอวางโทรศัพท์แล้วหยิบชาให้ “ชาอู่หลงไม่หวานค่ะ”ออกัสรับมาแต่ยังไม่ดื่ม “นัดกี่โมง”“หกโมงครึ่งค่ะ”“ที่ไหน”“ร้านกาแฟแถวมหาวิทยาลัย”“ทำไมต้องร้านกาแฟ”“ก็เขาจะเอาหนังสือมาคืนค่ะ”“คืนตรงไหนก็ได้”ข้าวปุ้นขมวดคิ้ว “พี่นนท์บอกว่าจะเลี้ยงข้าวปุ้นด้วยค่ะ ไม่

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    4. คนนี้ไม่เล่นด้วย

    สองสัปดาห์หลังเริ่มงาน ข้าวปุ้นค้นพบกฎสำคัญในการอยู่รอดกับออกัสสามข้อ ข้อแรกอย่าเชื่อทุกอย่างที่เขาพูด ข้อสองอย่าวางของกินไว้ใกล้มือเขา และข้อสุดท้าย ถ้าได้ยินคำว่า “มานี่หน่อย” ให้ถามก่อนทุกครั้งว่าจะให้ไปทำอะไร เพราะแปดสิบเปอร์เซ็นต์ไม่มีเรื่องงานส่วนอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์…ก็อาจไม่มีเหมือนกัน“ข้าวปุ้น มานี่หน่อย”เสียงเรียกดังขึ้นจากอีกฝั่งของห้องแต่งตัว คนที่กำลังเช็กตารางงานอยู่ชะงัก ก่อนเงยหน้าขึ้นเหนือกรอบแว่น “มีอะไรคะ”ออกัสที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเลิกคิ้ว “เดี๋ยวนี้ต้องถามก่อน?”“ค่ะ”“ทำไม”“ปุ้นเรียนรู้แล้วค่ะ”ช่างแต่งหน้าที่กำลังเก็บอุปกรณ์หลุดหัวเราะ ออกัสปรายตามอง ก่อนหันกลับมาหาสาวแว่น “มานี่”“เรื่องงานไหมคะ”“เรื่องงาน”ข้าวปุ้นจึงยอมเดินเข้าไป “อะไรคะ”“ใกล้อีก”เธอขยับหนึ่งก้าว“อีก”“พี่พูดตรงนี้ก็ได้ค่ะ ปุ้นได้ยิน”“มีอะไรติดหน้า”คนตัวเล็กชะงัก รีบยกมือแตะแก้ม “ตรงไหนคะ”“นี่”ออกัสยื่นมือเข้ามาใกล้ ข้าวปุ้นยืนนิ่งอย่างไว้ใจ ก่อนนิ้วยาวจะหยิกแก้มเธอเบา ๆ แล้วดึง“โอ๊ย! พี่ออกัส!”เสียงหัวเราะดังขึ้นทันทีข้าวปุ้นรีบถอยหนี มือกุมแก้มตัวเอง “ไหนบอกมีอะไรติดหน

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    3. แกล้งเก่งนักนะคะ

    ผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ ข้าวปุ้นเริ่มคุ้นเคยกับงานมากขึ้น จากวันแรกที่ต้องเปิดสมุดเช็กทุกอย่างตอนนี้เธอจำได้แล้วว่าออกัสต้องเตรียมอะไรบ้างในแต่ละวัน ช่วงเช้าไม่ดื่มกาแฟ ชอบชาไม่หวาน ไม่กินผักชี ต้องมีน้ำอุณหภูมิห้องติดรถ เสื้อสำหรับเปลี่ยนควรมีอย่างน้อยสองชุดและก่อนขึ้นงานต้องเตือนเรื่องโทรศัพท์ทุกครั้ง เพราะเจ้าตัวชอบวางทิ้งไว้แล้วจำไม่ได้ว่าอยู่ไหน สิ่งเดียวที่ข้าวปุ้นยังไม่ชินก็คือนิสัยของคนที่เธอต้องดูแล เพราะยิ่งผ่านไปหลายวันออกัสยิ่งดูเหมือนค้นพบงานอดิเรกใหม่ นั่นคือการหาเรื่องแกล้งเธอ“ข้าวปุ้น”“คะ”“แว่นเอียง”หญิงสาวรีบจับแว่นตัวเองทันที “เอียงเหรอคะ”“ซ้าย”เธอขยับ“เยอะไป ขวานิด”ข้าวปุ้นขยับกลับ“ขึ้นอีก”เธอดันขึ้น“ลงหน่อย”มือเล็กชะงัก ก่อนดวงตากลมหลังเลนส์จะค่อย ๆ หรี่ลง “พี่ออกัสแกล้งปุ้นหรือเปล่าคะ”คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แต่งหน้าตอบหน้าตาย “เปล่า”“แต่ปุ้นรู้สึกว่ามันตรงตั้งแต่แรกแล้วนะคะ”“งั้นก็ตามนั้น”“…”ข้าวปุ้นมองเขาอย่างระแวง ขณะที่ช่างทำผมด้านหลังต้องก้มหน้ากลั้นหัวเราะ ออกัสทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หยิบโทรศัพท์มาเลื่อนดูสบายใจ ทิ้งให้สาวแว่นยืนจับกรอบแว่น

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    1. ผู้ช่วยคนใหม่

    “ปุ้น พรุ่งนี้ไปทำงานกับพี่นะ”ช้อนที่กำลังจะเข้าปากหยุดค้างกลางอากาศ ข้าวปุ้นเงยหน้าขึ้นมองพี่สาวผ่านแว่นกรอบบาง ดวงตากลมกะพริบช้า ๆ อยู่สองครั้งเหมือนกำลังประมวลผลประโยคเมื่อครู่ เธอเพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัยหลังจัดการเรื่องเอกสารจบการศึกษาเสร็จได้ไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำ แผนชีวิตหลังเรียนจบที่วางเอาไว้คือการนอนตื่นสายหนึ่งอาทิตย์ ดูซีรีส์ที่ดองไว้ แล้วค่อยเริ่มหางานอย่างจริงจัง แต่ดูเหมือนแผนนั้นกำลังจะพังตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม“ทำงานอะไรคะ”“ผู้ช่วยพี่”“แต่ปุ้นเพิ่งเรียนจบนะคะ”“พี่รู้”“จบวันนี้เลยนะคะ”“ก็รู้”“แล้วพรุ่งนี้ทำงานเลยเหรอคะ”ข้าวสวยเงยหน้าจากโทรศัพท์มองน้องสาวแท้ ๆ ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ข้าวปุ้นตัวเล็กกว่าพี่สาวอย่างเห็นได้ชัดทั้งที่เกิดห่างกันเพียงสามปี แต่ถ้าไม่บอกว่าเป็นพี่น้องกัน คนส่วนใหญ่คงเดาไม่ถูก ข้าวสวยสูงเพรียว สวยเฉี่ยว แต่งตัวเก่ง ท่าทางมั่นใจและพูดจาฉะฉาน ส่วนข้าวปุ้นสูงเพียงร้อยหกสิบ ผิวขาว หน้าหวาน มีแว่นติดอยู่บนใบหน้าแทบตลอดเวลา วันนี้ยังถักผมเปียข้างหลวม ๆ ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น ดูอย่างไรก็เหมือนนักศึกษามากกว่าสาววัยทำงาน“พี่ให้วันหยุดแล้

  • My Sweet Model หวานใจนายแบบหน้าหวาน    2. งานใหม่กับคนที่ชอบแกล้ง

    เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้าตรง ข้าวปุ้นควานมือออกจากผ้าห่มอย่างงัวเงีย กดปิดเสียงแล้วนอนนิ่งอยู่สามวินาทีก่อนดวงตาจะเบิกกว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันที่สองของการทำงาน และที่สำคัญกว่านั้นคือพี่สาวบอกเมื่อคืนว่า วันนี้เธอต้องเป็นคนดูแลออกัสมากขึ้นกว่าเมื่อวานร่างเล็กเด้งขึ้นจากเตียงทันที “ห้ามสาย…พี่ออกัสไม่ชอบคนมาสาย”เธอพึมพำสิ่งที่จดเอาไว้ในสมุดก่อนจะรีบคว้าแว่นมาใส่แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ หกโมงครึ่งข้าวปุ้นมาถึงจุดนัดหมายก่อนเวลาเกือบสี่สิบนาที ในมือข้างหนึ่งถือกระเป๋าของตัวเองอีกข้างถือชาไม่หวานที่แวะซื้อมาระหว่างทาง วันนี้เธอเลือกชาอู่หลงเพราะเมื่อคืนยืนคิดหน้าตู้เครื่องดื่มอยู่นานว่าคำว่า ‘อะไรก็ได้’ ของออกัสหมายถึงอะไรกันแน่ สุดท้ายเลยเลือกแบบที่ตัวเองคิดว่าปลอดภัยที่สุด รถตู้ยังมาไม่ถึง ข้าวปุ้นจึงนั่งรออยู่หน้าร้านสะดวกซื้อพลางเปิดตารางงานดูซ้ำ วันนี้ออกัสมีคิวถ่ายเอ็มวีตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงบ่ายสอง ต่อด้วยลองชุดสำหรับงานเปิดตัวแบรนด์และช่วงค่ำมีถ่ายภาพโปรโมตอีกหนึ่งเซตกว่าจะเสร็จน่าจะเกือบสี่ทุ่ม แค่วันที่สองเธอก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่สาวถึงบอกว่างานนี้เหนื่อยโทรศัพท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status