แชร์

ตอนที่ 6 สงครามประสาท

ผู้เขียน: SophiaPsp
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-31 19:19:29

แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนหน้าจอแท็บเล็ตขนาดใหญ่ รินทร์กำลังใช้ปากกาสไตลัสขีดเขียนแก้ไขแบบแปลนสามมิติของร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าอย่างมีสมาธิ เวลาบนหน้าปัดนาฬิกาดิจิทัลบอกเวลาสี่ทุ่มตรง ซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนตามปกติของเธอ แต่เพราะงานชิ้นนี้มีกำหนดส่งในเช้าวันมะรืน เธอจึงต้องเร่งมือจัดการให้เสร็จสิ้น

ความเงียบสงบภายในห้องนอนปีกขวาถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน

เสียงเบสหนักหน่วงจากเครื่องเสียงราคาแพงหูฉี่ดังกระหึ่มขึ้นจนผนังห้องสั่นสะเทือน ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเฮฮา เสียงแก้วกระทบกัน และเสียงพูดคุยจอแจที่ดังลอดทะลุประตูไม้บานหนาเข้ามา รินทร์ชะงักปลายปากกา เธอขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันและเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูห้อง

เพนต์เฮาส์ที่เคยเงียบสงบราวกับสุสาน บัดนี้กลายสภาพเป็นไนต์คลับขนาดย่อมไปเสียแล้ว

รินทร์วางปากกาลงบนโต๊ะ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัว กฎข้อที่สองของการอยู่ร่วมกันระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามส่งเสียงดังรบกวนในพื้นที่ส่วนกลางยามวิกาล และพายุกำลังจงใจแหกกฎข้อนั้นอย่างหน้าตาเฉย

หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปที่ประตูห้อง มือบางเอื้อมไปจับลูกบิดหมายจะเปิดออกไปต่อว่าเจ้าของห้องที่ไร้มารยาท แต่แล้วฝีเท้าของเธอก็หยุดชะงัก

เสียงผู้หญิงดัดแหลมเล็กที่ดังแทรกเสียงเพลงเข้ามา ทำให้รินทร์เดาได้ไม่ยากว่าแขกที่พายุพามาคืนนี้ไม่ได้มีแค่เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้อง แต่ยังมีกลุ่มโอเมก้าที่พร้อมจะทอดสะพานให้ซีอีโอหนุ่มรวมอยู่ด้วย

รินทร์ดึงมือกลับจากลูกบิดประตู สมองอันชาญฉลาดของเธอเริ่มประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

คนอย่างพายุ ภักดีนวสกุล ผู้ชายที่หวงแหนพื้นที่ส่วนตัวยิ่งกว่าอะไรดี ไม่มีทางพาคนหมู่มากมาจัดปาร์ตี้ส่งเสียงดังในรังของตัวเองอย่างไร้เหตุผล เขาคืออัลฟ่าจอมเผด็จการที่เกลียดความวุ่นวาย แต่คืนนี้เขากลับสร้างความวุ่นวายขึ้นมาเสียเอง

เป้าหมายของเขาไม่ได้อยู่ที่การเฉลิมฉลอง แต่เป้าหมายของเขาคือตัวเธอต่างหาก

เขาต้องการยั่วโมโหเธอ เขาต้องการเห็นเธอหัวเสีย เดินออกไปโวยวายและแสดงอาการหึงหวงหรืออย่างน้อยก็แสดงความเกรี้ยวกราดออกมา เพื่อทำลายหน้ากากหุ่นยนต์ที่เธอสวมอยู่ เพื่อพิสูจน์ว่าเขาสามารถควบคุมอารมณ์ของเธอได้

รินทร์แค่นยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีน้ำตาลวาววับไปด้วยความรู้ทัน

ถ้าเขาอยากเล่นสงครามประสาท เธอก็จะสนองให้ แต่เธอจะเล่นในกติกาของเธอเอง

หญิงสาวหมุนตัวเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน เธอเปิดลิ้นชักหยิบหูฟังครอบหูแบบตัดเสียงรบกวนคุณภาพสูงออกมาสวมทับใบหน้า กดเปิดโหมดตัดเสียงรบกวนขั้นสูงสุด และเปิดเพลย์ลิสต์เพลงคลาสสิกบรรเลงเปียโนด้วยระดับเสียงที่พอเหมาะ

ทันทีที่เสียงเพลงของโมสาร์ทดังขึ้น เสียงเบสหนักหน่วงและเสียงโหวกเหวกด้านนอกก็ถูกตัดขาดออกไปอย่างสิ้นเชิง โลกของรินทร์กลับมาสงบสุขอีกครั้ง เธอนั่งลงบนเก้าอี้ หยิบปากกาสไตลัสขึ้นมา และจมดิ่งลงสู่แบบแปลนตรงหน้าด้วยสมาธิที่แน่วแน่กว่าเดิม

บริเวณห้องนั่งเล่นด้านนอก บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก

พายุนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ในมือถือแก้ววิสกี้สีอำพัน ข้างกายเขามีโอเมก้าสาวสวยสองคนกำลังพยายามเบียดเสียดเรือนร่างเข้าหาและรินเครื่องดื่มเอาใจ กลิ่นฟีโรโมนหอมหวานของดอกไม้และผลไม้ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่อัลฟ่าหนุ่มกลับไม่ได้รู้สึกพิศวาสหรือตื่นตัวเลยแม้แต่น้อย เขากลับรู้สึกรำคาญจนอยากจะไล่ตะเพิดคนพวกนี้ออกไปให้พ้นหน้า

แต่เขายังทำแบบนั้นไม่ได้ จนกว่าเป้าหมายที่แท้จริงจะปรากฏตัว

นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดมองไปที่ประตูห้องปีกขวาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ห้าสิบนาทีผ่านไปแล้วนับตั้งแต่เขาให้ลูกน้องเปิดเพลงเสียงดังสุดขีด แต่ประตูลายไม้บานนั้นยังคงปิดสนิท ไม่มีการขยับเขยื้อน ไม่มีการเปิดออกมาก่นด่า ไม่มีแม้แต่เงาของผู้หญิงอวดดีคนนั้น

"พายุ มึงคิดบ้าอะไรอยู่วะ ถึงชวนพวกกูมาปาร์ตี้ที่นี่" กริช เพื่อนสนิทที่เป็นอัลฟ่าและหุ้นส่วนธุรกิจเอ่ยถามพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม "ปกติมึงหวงเพนต์เฮาส์นี้ยิ่งกว่าไข่ในหิน ไม่เคยยอมให้ใครเฉียดเข้ามาทำห้องมึงเหม็นกลิ่นเหล้าเลยนี่หว่า"

"กูแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ" พายุตอบปัดๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่ประตูห้องของรินทร์

กริชมองตามสายตาของเพื่อนสนิท ก่อนจะยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงข่าวลือที่กำลังหนาหูในแวดวงสังคม "อ๋อ หรือว่ามึงกำลังทดสอบความอดทนของแม่ยอดยาหยีเบต้าคนนั้นอยู่ กูได้ยินมาว่าเมื่อคืนก่อน เธอฟาดพวกกลุ่มของรตีกลางงานกาลาเสียจนหงายเงิบ ฝีปากร้ายไม่เบาเลยนี่หว่า กูชักอยากจะเห็นหน้าชัดๆ แล้วสิว่าจะสวยหยิ่งขนาดไหน"

"อย่ายุ่งกับคนของกู" พายุกดเสียงต่ำ รังสีความหวงก้างแผ่ออกมาโดยอัตโนมัติจนกริชต้องยกมือสองข้างขึ้นยอมแพ้

"เออๆ กูไม่ยุ่งหรอก แต่กูว่าแผนมึงน่าจะแป้กว่ะ ดูท่าทางแม่เบต้าของมึงจะใจเย็นเป็นน้ำแข็งเลยนะ ปล่อยให้มึงนั่งล้อมรอบไปด้วยโอเมก้าฮีทตั้งนานสองนาน ยังไม่ออกมาดูดำดูดีเลย" กริชหัวเราะร่วนก่อนจะหันไปสนใจแก้วเหล้าของตัวเองต่อ

คำพูดของเพื่อนสนิทแทงใจดำพายุอย่างจัง

ความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ต้นเริ่มปะทุขึ้นในอก เขาเป็นถึงจ่าฝูง เป็นผู้ชายที่โอเมก้าครึ่งค่อนประเทศพร้อมจะถวายตัวให้ แต่ผู้หญิงเบต้าจืดชืดที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน กลับมองเขาเป็นแค่ก้อนหินที่ไร้ค่า เธอไม่หึงหวง ไม่สนใจ ไม่แม้แต่จะเสียเวลาเดินออกมาด่าเขาด้วยซ้ำ

พายุกระดกวิสกี้ในแก้วจนหมดรวดเดียว เขาขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดนูน ในเมื่อใช้เสียงดังยั่วโมโหไม่ได้ผล เขาก็จะใช้วิธีที่ถนัดที่สุดในการบีบบังคับให้เธอต้องคลานออกมาหาเขาเอง

อัลฟ่าหนุ่มปลดปล่อยรังสีอำนาจของยีนเด่นออกมาอย่างเงียบเชียบ

มันไม่ใช่กลิ่นฟีโรโมนที่ยั่วยวน แต่มันคือคลื่นความกดดันที่มองไม่เห็น รังสีอำนาจที่หนักอึ้งแผ่กระจายออกจากร่างของพายุ พุ่งตรงไปยังประตูห้องปีกขวาอย่างจงใจ กริชและลูกน้องอัลฟ่าคนอื่นๆ ในห้องนั่งเล่นสัมผัสได้ถึงความกดดันนี้ พวกเขาชะงักการสนทนาและรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที ส่วนพวกโอเมก้าสาวถึงกับตัวสั่นและก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณ

พายุกระตุกยิ้มมุมปาก คราวนี้แหละ ต่อให้เธอจะใส่หูฟังหรือหลับลึกแค่ไหน เธอก็หนีความกดดันทางกายภาพนี้ไม่พ้น เธอจะต้องทนไม่ไหวและวิ่งหนีออกมาจากห้องอย่างแน่นอน

ภายในห้องนอนปีกขวา รินทร์กำลังลงสีแสงเงาบนแบบแปลนอย่างเพลิดเพลิน

จู่ๆ มวลอากาศรอบตัวก็หนักอึ้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกเหมือนมีใครนำก้อนหินขนาดใหญ่มาวางทับลงบนหน้าอกทำให้จังหวะการหายใจของรินทร์สะดุด อากาศในห้องที่เคยเย็นสบายกลายเป็นความอึดอัดที่บีบรัดจนลำคอตีบตัน ขนอ่อนตามร่างกายลุกซันด้วยความรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้

รินทร์ชะงักมือ ปากกาสไตลัสร่วงหลุดจากนิ้วตกกระทบหน้าจอแท็บเล็ต

เธอรู้ทันทีว่าความรู้สึกทรมานนี้คืออะไร มันคือแรงกดข่มของอัลฟ่ายีนเด่น เป็นพลังอำนาจสกปรกที่พายุเคยใช้บีบบังคับเธอในห้องทำงานของเขา และตอนนี้เขากำลังใช้มันโจมตีเธอทะลุกำแพงห้องเข้ามา

ความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณสัตว์โลกพยายามสั่งให้เธอวิ่งหนีออกไปหาอากาศบริสุทธิ์ สั่งให้เธอเปิดประตูออกไปร้องขอความเมตตาจากจ่าฝูงที่อยู่ด้านนอก ร่างกายของเธอสั่นเทา เหงื่อเย็นเยียบซึมชื้นตามกรอบหน้าและฝ่ามือ

แต่รินทร์ไม่ยอมตกเป็นทาสของสัญชาตญาณ

หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างแรงจนรับรู้ถึงรสชาติคาวเลือด เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกจมลึกลงไปในฝ่ามือ ใช้ความเจ็บปวดทางกายกระชากสติสัมปชัญญะของตัวเองกลับมา รินทร์หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดแม้จะรู้สึกเหมือนปอดกำลังถูกบีบอัด เธอท่องประโยคเดิมซ้ำๆ ในหัว

เขาแค่อยากเห็นฉันพ่ายแพ้ เขาแค่อยากให้ฉันยอมสยบ ฉันจะไม่มีวันให้ในสิ่งที่เขาต้องการเด็ดขาด

รินทร์ฝืนลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีน้ำตาลของเธอวาววับไปด้วยความดื้อรั้นและความโเกลียดชัง เธอเอื้อมมือที่สั่นเทาไปหยิบปากกาสไตลัสขึ้นมาจับให้มั่น เกร็งกล้ามเนื้อแขนเพื่อบังคับไม่ให้มือสั่น หญิงสาวจ้องมองเส้นสายบนหน้าจอแท็บเล็ต บังคับสายตาและสมองให้โฟกัสอยู่กับงานตรงหน้าเท่านั้น

เวลาแต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าและทรมาน รินทร์ต้องสู้กับความรู้สึกอึดอัดที่กดทับลงมาอย่างต่อเนื่อง เธอฝืนลากเส้น ฝืนลงสี ฝืนทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าแรงกดดันของอัลฟ่าไม่สามารถทำลายสมาธิและความตั้งใจของเบต้าอย่างเธอได้

ทางด้านพายุ เวลาผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีแล้วที่เขาแผ่รังสีอำนาจออกไปอย่างเต็มกำลัง

เหงื่อเริ่มซึมตามไรผมของซีอีโอหนุ่ม การคงสภาพแรงกดข่มอย่างต่อเนื่องต้องใช้พลังงานมหาศาล เขาเพ่งมองไปที่ประตูห้องปีกขวาด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมถึงยังไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีแม้แต่ยีนพิเศษ จะทนรับแรงกดดันมหาศาลขนาดนี้ได้อย่างไร

ความรู้สึกท้าทายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดและร้อนรน พายุเริ่มสูญเสียสมาธิ รังสีอำนาจที่เขาแผ่ออกมาเริ่มแกว่งและลดทอนความรุนแรงลง เขาหันไปมองแขกในห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้นั่งเงียบกริบด้วยความอึดอัด ปาร์ตี้ที่เขาตั้งใจจัดขึ้นเพื่อยั่วโมโหรินทร์ ตอนนี้กลับกลายเป็นงานกร่อยที่น่าเบื่อหน่ายที่สุด

"พวกมึงกลับไปให้หมด" พายุเอ่ยปากไล่เสียงห้วน

กริชและลูกน้องคนอื่นๆ ไม่รอให้พูดซ้ำสอง พวกเขารีบคว้าเสื้อคลุมและทยอยเดินออกจากเพนต์เฮาส์ไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครอยากอยู่เป็นกระสอบทรายอารมณ์ให้ซีอีโอจอมเผด็จการในเวลานี้

เมื่อประตูดิจิทัลปิดลง ทิ้งให้เพนต์เฮาส์กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง พายุทิ้งตัวลงพิงพนักโซฟาอย่างแรง เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มของตัวเองด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด

เขาแพ้... เขาแพ้สงครามประสาทครั้งนี้อย่างราบคาบ

พายุผุดลุกขึ้นยืน เขาเดิน 성큼성큼 ตรงไปยังประตูห้องปีกขวา มือหนาเอื้อมไปจับลูกบิดและบิดมันเปิดออกโดยไม่สนใจกฎเกณฑ์เรื่องการห้ามล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวที่รินทร์เคยตั้งไว้

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้อัลฟ่าหนุ่มต้องชะงักงัน

รินทร์ไม่ได้นอนสลบไสลหรือดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นอย่างที่เขาคิดกังวล เธอนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ทำงาน สวมหูฟังครอบหูขนาดใหญ่ นัยน์ตาคู่สวยจดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ต มือบางกำลังขีดเขียนลงสีอย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมา เธอได้ตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่ได้รับรู้ถึงความวุ่นวายรวมถึงแรงกดข่มที่เขาพยายามสาดใส่เธอเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่เมื่อพายุพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เขากลับสังเกตเห็นรอยเลือดจางๆ ที่ริมฝีปากล่างของหญิงสาว และรอยเล็บที่จิกลึกจนห้อเลือดบนหลังมือซ้ายที่วางประคองอยู่บนโต๊ะ

หัวใจของพายุกระตุกวูบ

เธอรับรู้... เธอรับรู้ถึงแรงกดข่มของเขาทุกอย่าง เธอทรมาน เธออึดอัด แต่เธอเลือกที่จะทำร้ายตัวเองเพื่อรักษาสติสัมปชัญญะ เลือกที่จะฝืนทนความเจ็บปวดทางกาย ดีกว่าการยอมเดินออกไปก้มหัวให้เขา

ความรู้สึกผิดระลอกเล็กๆ ตีตื้นขึ้นมาในอกของอัลฟ่าหนุ่ม มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดและไม่คุ้นเคย เขาเคยชินกับการบีบบังคับคนอื่นให้ยอมจำนน แต่เมื่อมาเจอคนที่ยอมหักไม่ยอมงออย่างรินทร์ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนพาลที่ไร้เหตุผลและน่าสมเพช

รินทร์สัมผัสได้ถึงเงาของใครบางคนที่ทาบทับลงมา เธอละสายตาจากหน้าจอ ถอดหูฟังออกแล้วหันไปมองผู้บุกรุก

ใบหน้าของเบต้าสาวยังคงเรียบตึง ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาสีน้ำตาลสบกับดวงตาสีรัตติกาลอย่างนิ่งสงบ

"งานปาร์ตี้จบแล้วเหรอคะ ท่านประธาน" รินทร์เอ่ยถามน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับถามเรื่องสภาพอากาศ "ถ้าคุณแขกกลับไปหมดแล้ว รบกวนช่วยปิดประตูห้องให้ฉันด้วยค่ะ ฉันยังต้องทำงานต่อ"

พายุกัดกรามแน่น คำพูดที่แสนจะสุภาพแต่แฝงไปด้วยความเฉยเมยของเธอกรีดลึกเข้าไปในอีโก้ของเขา

"คุณไม่โกรธเลยหรือไง ที่ผมพาคนมารบกวนเวลาพักผ่อนของคุณ แถมยัง..." พายุหยุดคำพูดไว้แค่นั้น เขาไม่อยากยอมรับออกมาตรงๆ ว่าเขาจงใจใช้แรงกดข่มทำร้ายเธอ

"โกรธไปแล้วฉันจะได้อะไรขึ้นมาคะ" รินทร์ตอบเรียบๆ "คุณเป็นเจ้าของห้อง คุณจ่ายเงินจ้างฉันมา คุณมีสิทธิ์จะทำอะไรในอาณาเขตของคุณก็ได้ ส่วนฉันก็แค่หาวิธีรับมือและตั้งใจทำงานของฉันต่อไป การแสดงความโกรธให้คนที่จงใจยั่วโมโหเห็น มันคือความพ่ายแพ้ค่ะ และฉันเกลียดความพ่ายแพ้"

คำตอบของรินทร์ตอกย้ำความล้มเหลวของพายุอย่างสมบูรณ์แบบ เขาตั้งใจจะยั่วให้เธอสติแตก แต่กลับกลายเป็นเขาเองที่สติหลุดและร้อนรนอยู่ฝ่ายเดียว

"อ้อ แล้วก็..." รินทร์พูดต่อสายตาจับจ้องไปที่มือหนาที่จับลูกบิดประตูอยู่ "คราวหลังถ้าจะทดสอบอำนาจจ่าฝูงของคุณ ช่วยจำกัดขอบเขตให้อยู่แค่ในพื้นที่ส่วนกลางด้วยนะคะ การปล่อยแรงกดข่มเข้ามาในห้องนอนคนอื่น มันเสียมารยาทและสะท้อนถึงการขาดความควบคุมสติปัญญาอย่างรุนแรงค่ะ"

ด่าจบ หญิงสาวก็หันกลับไปสวมหูฟังและจรดปลายปากกาลงบนหน้าจอแท็บเล็ตต่อ ตัดบทสนทนาและตัดเขาออกจากโลกของเธออย่างสิ้นเชิง

พายุยืนนิ่งงันอยู่หน้าประตู เขามองแผ่นหลังบอบบางแต่โคตรจะแข็งแกร่งของเบต้าสาวด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปกันไปหมด ทั้งโกรธที่ถูกด่าหน้าหงาย ทั้งหงุดหงิดที่ทำอะไรเธอไม่ได้ และลึกๆ ในใจ... เขาเริ่มเกิดความรู้สึกยอมรับนับถือในความเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงคนนี้อย่างไม่อาจปฏิเสธได้

อัลฟ่าหนุ่มกำลูกบิดประตูแน่น ก่อนจะดึงมันปิดลงอย่างแผ่วเบาโดยไม่หลุดคำพูดใดๆ ออกมาอีก

พายุเดินกลับมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องนั่งเล่นที่เงียบสงัด เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ สงครามประสาทคืนนี้จบลงแล้ว และซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่ก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้กับเบต้าที่ไม่มีแม้แต่กลิ่นฟีโรโมนป้องกันตัว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 13 หุ้นส่วนที่ลงตัว

    โคมไฟแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับอยู่กลางเพดานห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา งานเลี้ยงขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจของสมาคมอสังหาริมทรัพย์ในค่ำคืนนี้ คลาคล่ำไปด้วยนักลงทุนระดับแนวหน้าและผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายประเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยการเจรจาพาทีและเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันรินทร์ก้าวเดินเคียงข้างพายุเข้าไปในงานด้วยท่วงท่าที่สง่างามและมั่นคง วันนี้เธออยู่ในชุดราตรีปาดไหล่สีแดงเบอร์กันดีที่ขับผิวให้ดูโดดเด่น เส้นผมสีเข้มถูกรวบตึงเป็นมวยต่ำเรียบหรู ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ในขณะที่พายุสวมชุดทักซิโด้สีดำสนิท ทรงผมถูกเซตอย่างเนี้ยบกริบ เขายังคงแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามและอำนาจของซีอีโอหนุ่มไฟแรงออกมาอย่างปิดไม่มิดหลังจากเหตุการณ์ที่ห้างสรรพสินค้าเมื่อวันเสาร์ บรรยากาศระหว่างรินทร์และพายุก็เปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ กำแพงความเย็นชาที่รินทร์เคยตั้งตระหง่าน เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ที่เปิดทางให้ความบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติแทรกซึมเข้ามาได้บ้าง พวกเขาไม่ได้คุยกันเรื่องส่วนตัวมากนัก แต่การจิกกัดและตั้งแง่ใส่กันลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด"เป้าหมายหลักของเ

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 12 การปะทะกับอดีต

    บ่ายวันเสาร์ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง รินทร์เดินทอดน่องดูของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์อยู่ในโซนโฮมดีคอร์ วันนี้เธอตั้งใจมาหาแรงบันดาลใจและสำรวจราคาวัสดุสำหรับโปรเจกต์ใหม่ที่เพิ่งรับมา หญิงสาวอยู่ในชุดวันสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนและกางเกงยีนส์เข้ารูป ใบหน้าแต่งแต้มเพียงเครื่องสำอางบางเบา แต่ก็ยังคงความสวยเฉียบและดูทะมัดทะแมงหลังจากเดินสำรวจจนได้ข้อมูลครบถ้วน รินทร์ก็แวะเข้าไปในร้านกาแฟชื่อดังที่ตั้งอยู่บริเวณมุมหนึ่งของชั้นเพื่อสั่งเครื่องดื่มดับกระหาย ระหว่างที่เธอกำลังยืนรอรับกาแฟอเมริกาโน่เย็นอยู่ที่เคาน์เตอร์ เสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง"รินทร์... นั่นรินทร์ใช่ไหม"น้ำเสียงทุ้มที่เคยคุ้นหูทำให้รินทร์ชะงัก ร่างกายของเธอชาวาบไปชั่วขณะ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองตามต้นเสียงชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัดแบบคนมีเชื้อสายจีนยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เขาอยู่ในชุดเสื้อโปโลแบรนด์เนมและกางเกงสแล็กดูภูมิฐาน นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของเธอชัดๆ"พี่นนท์..." รินทร์เอ่ยชื่อของเขาออกมาแผ่

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 11 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบปลายเตียง รินทร์ขยับเปลือกตาตื่นขึ้นตามความเคยชินของนาฬิกาชีวิต หญิงสาวลุกขึ้นนั่งและยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เมื่อคืนนี้กว่าเธอจะข่มตาหลับลงได้ก็ปาเข้าไปเกือบตีสาม ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นเหงื่อและสัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าวที่เกาะกุมมือเธอไว้อย่างเว้าวอน ยังคงฉายวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นฟิล์มที่เล่นซ้ำไปซ้ำมารินทร์สะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เธอจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดทำงานเรียบหรูตามปกติ ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนปีกขวาและก้าวเดินออกไปยังพื้นที่ส่วนกลางเพนต์เฮาส์กว้างใหญ่เงียบสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยการเคลื่อนไหวใดๆ รินทร์กวาดสายตามองไปทางประตูห้องนอนมาสเตอร์ของพายุ มันยังคงปิดสนิทเหมือนเมื่อคืนตอนที่เธอเดินจากมา หญิงสาวเดินไปที่โซนครัวเพื่อชงกาแฟดำ เธอสังเกตเห็นว่าแก้วน้ำและซองยาที่เธอวางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียงของเขาถูกเก็บไปทิ้งเรียบร้อยแล้ว แผ่นกระดาษโน้ตสีเหลืองใบเล็กแปะอยู่บนเครื่องชงกาแฟ'ผมมีประชุมบอร์ดเช้า กวินมารับไปแล้ว ไม่ต้องเตรียมมื้อเช้าเผื่อ'ลายมือตวัดๆ ที่ดูทรงพลังเป็นของพายุอย่างไม่ต้องสงสัย รินทร์ดึงกระดาษโน้ตแผ่นนั้นออกและ

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 10 คืนที่เปราะบาง

    ความเงียบสงัดยามวิกาลเข้าปกคลุมเพนต์เฮาส์สุดหรูอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์ปะทะอารมณ์ที่หน้าเคาน์เตอร์ครัวจบลง รินทร์กลับเข้ามาในห้องนอนปีกขวา อาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า และล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ทว่าดวงตาคู่สวยกลับเบิกโพลงท่ามกลางความมืดมิดแม้สมองจะสั่งให้พักผ่อนเพื่อเตรียมรับมือกับงานในวันพรุ่งนี้ แต่ร่างกายและจิตใจของเธอยังคงตื่นตัว สัมผัสจากแรงกดข่มที่พุ่งเข้าใส่ก่อนหน้านี้ยังคงทิ้งร่องรอยความอึดอัดไว้จางๆ รินทร์พลิกตัวไปมา พยายามขับไล่ภาพใบหน้าดุดันและดวงตาสีรัตติกาลที่วาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายของซีอีโอหนุ่มออกไปจากหัวตุบ!เสียงของหนักบางอย่างหล่นกระแทกพื้นดังลอดทะลุกำแพงห้องเข้ามา รินทร์ชะงัก เธอผุดลุกขึ้นนั่งและเงี่ยหูฟัง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ต้นเสียงมาจากฝั่งห้องนอนมาสเตอร์ของพายุอย่างไม่ต้องสงสัยตอนแรกหญิงสาวตั้งใจจะล้มตัวลงนอนต่อ เธอบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่กงการอะไรของเธอ เขาอาจจะแค่หงุดหงิดแล้วปาข้าวของระบายอารมณ์ หรืออาจจะเมาค้างจนเดินเตะโต๊ะเก้าอี้ กฎข้อแรกของการอยู่ร่วมกันคือห้ามล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว และเธอตั้งใจจะรักษากฎข้อนั้นไว้อย่างเคร่งครัด"อึก..."แต่

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 9 ภูมิคุ้มกันเบต้า

    เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันที่สามนับตั้งแต่รินทร์หายจากอาการไข้หวัดใหญ่ หญิงสาวกลับมาใช้ชีวิตตามตารางเวลาเดิมอย่างเคร่งครัด เธอตื่นเช้าไปคุมไซต์งาน กลับมาจัดการแบบแปลนในห้อง และรักษาระยะห่างจากเจ้าของเพนต์เฮาส์อย่างสมบูรณ์แบบ กำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นมาใหม่นั้นหนาและสูงชันยิ่งกว่าเดิม ราวกับต้องการลบเลือนความทรงจำเรื่องชามโจ๊กและผ้าชุบน้ำในคืนที่เธอป่วยให้หมดสิ้นเข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาห้าทุ่มครึ่ง รินทร์นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ในโซนครัว แสงไฟสีวอร์มไวท์ส่องกระทบหน้าจอแล็ปท็อปและกองเอกสารที่วางระเกะระกะ มือบางยกแก้วน้ำเย็นจัดขึ้นจิบเพื่อไล่ความง่วงงุน ทว่าความสงบสุขยามวิกาลก็ถูกทำลายลงอย่างกะทันหันเสียงประตูดิจิทัลหน้าเพนต์เฮาส์ถูกปลดล็อกและกระชากเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนิท ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวพรวดพลาดเข้ามาด้านในรินทร์ชะงักมือที่กำลังพิมพ์งาน เธอหันไปมองทางต้นเสียงและพบกับพายุในสภาพที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เสื้อสูทแบรนด์เนมราคาแพงถูกถอดทิ้งไว้ที่พื้นพรมหน้าประตู เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมออกกว้างจนเห็นแผงอกแกร่งที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เนกไทถูกกระชากออกจนยับยู่ยี่ เส้นผมสีเข้มท

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 8 มุมที่คาดไม่ถึง

    กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโจ๊กหมูสับลอยมาเตะจมูก ปลุกให้รินทร์รู้สึกตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนาน หญิงสาวขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างเชื่องช้า แสงไฟสีส้มสลัวภายในห้องนอนปีกขวาบ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำแล้ว ร่างกายของเธอยังคงรุมๆ ด้วยพิษไข้ แต่ความรู้สึกหนักอึ้งและปวดเมื่อยตามข้อต่อลดลงไปมากเมื่อเทียบกับตอนเช้ารินทร์พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบคือภาพที่เธอล้มลงหน้าคลับเฮาส์ท่ามกลางแสงแดดจ้า และเสียงเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนกของใครบางคน"ตื่นแล้วเหรอ"เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมห้องทำให้รินทร์สะดุ้ง เธอหันขวับไปตามต้นเสียง และพบกับภาพที่ทำให้ดวงตาคู่สวยต้องเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจพายุ ภักดีนวสกุล ซีอีโอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและบ้าอำนาจ กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมข้างเตียงนอนของเธอ เขาไม่ได้อยู่ในชุดสูทเต็มยศหรือเสื้อโปโลแบรนด์เนมเหมือนปกติ แต่สวมเพียงเสื้อยืดสีดำคอวีที่ยับย่นเล็กน้อยและกางเกงวอร์มขายาว ผมสีเข้มที่มักจะถูกเซตมาอย่างดีบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยวาววับด้วยความร้ายกาจ บัดนี้ฉายแววอ่อนล้าและมีรอยคล้ำใต้ตาจางๆ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status