홈 / โรแมนติก / [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า / ตอนที่ 8 มุมที่คาดไม่ถึง

공유

ตอนที่ 8 มุมที่คาดไม่ถึง

작가: SophiaPsp
last update 게시일: 2026-08-03 10:59:57

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโจ๊กหมูสับลอยมาเตะจมูก ปลุกให้รินทร์รู้สึกตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนาน หญิงสาวขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างเชื่องช้า แสงไฟสีส้มสลัวภายในห้องนอนปีกขวาบ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำแล้ว ร่างกายของเธอยังคงรุมๆ ด้วยพิษไข้ แต่ความรู้สึกหนักอึ้งและปวดเมื่อยตามข้อต่อลดลงไปมากเมื่อเทียบกับตอนเช้า

รินทร์พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบคือภาพที่เธอล้มลงหน้าคลับเฮาส์ท่ามกลางแสงแดดจ้า และเสียงเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนกของใครบางคน

"ตื่นแล้วเหรอ"

เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมห้องทำให้รินทร์สะดุ้ง เธอหันขวับไปตามต้นเสียง และพบกับภาพที่ทำให้ดวงตาคู่สวยต้องเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

พายุ ภักดีนวสกุล ซีอีโอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและบ้าอำนาจ กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมข้างเตียงนอนของเธอ เขาไม่ได้อยู่ในชุดสูทเต็มยศหรือเสื้อโปโลแบรนด์เนมเหมือนปกติ แต่สวมเพียงเสื้อยืดสีดำคอวีที่ยับย่นเล็กน้อยและกางเกงวอร์มขายาว ผมสีเข้มที่มักจะถูกเซตมาอย่างดีบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยวาววับด้วยความร้ายกาจ บัดนี้ฉายแววอ่อนล้าและมีรอยคล้ำใต้ตาจางๆ

แต่สิ่งที่ทำให้รินทร์ตกตะลึงที่สุด ไม่ใช่สภาพที่ดูไม่จืดของเขา แต่เป็นกะละมังใส่น้ำชุบผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง และชามโจ๊กที่ส่งกลิ่นหอมฉุยซึ่งวางอยู่ข้างๆ กัน

"คุณ... เข้ามาในห้องฉันทำไมคะ" รินทร์เอ่ยถามเสียงแหบพร่า ความตกใจทำให้เธอลืมเลือนกฎข้อห้ามล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวไปชั่วขณะ

"ผมพาคุณกลับมาจากโรงพยาบาล" พายุตอบเรียบๆ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาใกล้เตียง "หมอบอกว่าคุณเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ประกอบกับร่างกายอ่อนเพลียสะสมและขาดน้ำอย่างหนักเพราะตากแดดนานเกินไป หมอฉีดยาลดไข้และให้น้ำเกลือคุณไปแล้วหนึ่งขวด"

รินทร์ก้มลงมองหลังมือซ้ายของตัวเอง ร่องรอยของพลาสเตอร์ปิดแผลขนาดเล็กยืนยันคำพูดของเขา เธอพยายามเรียบเรียงความคิดที่สับสน "แล้ว... ทำไมคุณถึงมานั่งอยู่ตรงนี้คะ"

พายุชะงักไปเล็กน้อย เขากระแอมในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้น "กวินต้องไปจัดการธุระที่ออฟฟิศ แม่บ้านก็เลิกงานกลับไปหมดแล้ว ผมไม่อยากปล่อยให้คนป่วยหนักนอนหมดสติอยู่คนเดียวในเพนต์เฮาส์ เผื่อคุณช็อกตายคาห้องขึ้นมา ผมจะเดือดร้อนต้องมานั่งตอบคำถามตำรวจ"

คำตอบที่พยายามรักษาฟอร์มและแฝงความร้ายกาจตามสไตล์ของพายุ ทำให้รินทร์ลอบถอนหายใจ แต่เมื่อเธอเหลือบไปเห็นผ้าขนหนูชุบน้ำที่ขอบกะละมัง ความรู้สึกบางอย่างก็สะกิดใจเธอ

"คุณเช็ดตัวให้ฉันเหรอคะ" รินทร์ถามตรงๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอัลฟ่าหนุ่ม

พายุหลบสายตาเธอทันที เขาหันไปหยิบชามโจ๊กขึ้นมาถือไว้ "หมอสั่งว่าถ้าไข้ขึ้นสูงให้เช็ดตัวลดไข้ ผมก็แค่ทำตามคำแนะนำทางการแพทย์ ไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินอะไรคุณทั้งนั้น"

รินทร์มองผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ซีอีโอระดับหมื่นล้าน คนที่เคยใช้แรงกดข่มบีบบังคับเธอ คนที่มองเธอเป็นแค่เครื่องมือรับจ้าง กลับยอมลดตัวมานั่งเฝ้าไข้และเช็ดตัวให้เธอด้วยตัวเอง ทั้งที่เขาจะโยนเงินจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลเธอสักกี่คนก็ได้

ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกความเย่อหยิ่งนี้ ทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเบต้าสาวกระตุกเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ความรู้สึกหวั่นไหวเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในใจ มันเป็นความรู้สึกที่เธอคุ้นเคยดีในอดีต ความรู้สึกที่มักจะนำพาความเจ็บปวดมาให้ในตอนจบ

รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก รีบสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมากดทับความหวั่นไหวนั้นเอาไว้ทันที

"ขอบคุณค่ะที่ช่วยเหลือฉันในยามฉุกเฉิน" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการที่สุด "แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกตัวแล้ว ฉันสามารถดูแลตัวเองต่อได้ รบกวนท่านประธานกลับไปพักผ่อนที่ห้องของคุณเถอะค่ะ"

พายุขมวดคิ้ว เขาอุตส่าห์ยอมทิ้งอีโก้มานั่งเฝ้าเธอเป็นชั่วโมงๆ อุตส่าห์ลงมือเช็ดตัวให้ด้วยความเงอะงะเพราะไม่เคยทำเรื่องแบบนี้ให้ใครมาก่อน แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับตอกหน้าเขาด้วยท่าทีห่างเหินและผลักไสเขาอย่างไม่ไยดี

"คุณเพิ่งฟื้นขึ้นมา รินทร์ ร่างกายคุณยังอ่อนแอ" พายุพยายามข่มความหงุดหงิด "กินโจ๊กนี่ก่อน หมอให้ยาหลังอาหารมาด้วย คุณต้องกินยาให้ครบตามกำหนด"

ชายหนุ่มตักโจ๊กขึ้นมาเป่าไล่ความร้อน ก่อนจะยื่นช้อนไปตรงหน้าริมฝีปากซีดเซียวของหญิงสาว

รินทร์เบือนหน้าหนี "ฉันจัดการเองได้ค่ะ วางไว้ตรงนั้นแหละ"

"อย่ามาอวดเก่งตอนที่ตัวเองป่วยจะได้ไหม" พายุกดเสียงต่ำ สัญชาตญาณความอยากเอาชนะเริ่มถูกกระตุ้น "อ้าปาก รินทร์ กินโจ๊กนี่เข้าไปซะ"

"ฉันบอกว่าฉันกินเองได้ไงคะ!"

รินทร์ปัดมือของพายุออกด้วยความรำคาญ แต่เพราะร่างกายที่ยังไม่มีแรง ทำให้การปัดนั้นกลายเป็นการกระแทกช้อนจนโจ๊กหมูสับร้อนๆ หกเลอะลงบนหลังมือและแขนเสื้อของชายหนุ่ม

ความเงียบโรยตัวลงในห้องทันที รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาเจ็บตัว

พายุมองรอยเปื้อนบนแขนเสื้อของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรินทร์ นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมา เขาวางชามโจ๊กลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนิท

"คุณนี่มัน... ดื้อด้านและไม่รู้จักแยกแยะจริงๆ" พายุเค้นเสียงลอดไรฟัน "ผมพยายามจะทำดีกับคุณ พยายามจะดูแลคุณในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง แต่คุณกลับมองทุกอย่างในแง่ร้ายและทำตัวเป็นเม่นพองขนใส่ผมตลอดเวลา"

"ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาทำดีด้วยค่ะ!" รินทร์สวนกลับ ความรู้สึกผิดเมื่อครู่ถูกกลบด้วยความโกรธที่ถูกต่อว่า "ข้อตกลงของเราคือฉันรับจ้างเป็นคนรักบังหน้าคุณ ไม่ได้รวมถึงการให้คุณมาทำตัวล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวและทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแบบนี้"

"ผมไม่ได้ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ผมแค่..."

"แค่ทำตามสัญชาตญาณของการเป็นอัลฟ่างั้นสิคะ" รินทร์แทรกขึ้นมา นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยจ้องมองเขาด้วยความเย้ยหยัน "คุณเห็นคนอ่อนแอกว่า คุณก็อยากจะแสดงอำนาจด้วยการเข้ามาดูแล เพื่อให้ตัวเองรู้สึกเป็นผู้นำ เป็นผู้ปกป้อง คุณไม่ได้ทำไปเพราะห่วงใยฉันหรอกค่ะ คุณทำไปเพราะอยากสนองอีโก้ของตัวเองต่างหาก"

คำพูดที่แทงใจดำและบิดเบือนความตั้งใจของเขา ทำให้ความโกรธของพายุพุ่งถึงขีดสุด อัลฟ่าหนุ่มขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดนูน เขาพยายามกดข่มรังสีอำนาจที่พร้อมจะแผ่ซ่านออกมาตามสัญชาตญาณ เพราะรู้ดีว่าร่างกายของรินทร์ในตอนนี้บอบช้ำเกินกว่าจะรับแรงกดดันใดๆ ได้อีก

พายุสูดลมหายใจเข้าลึก เขาจ้องมองใบหน้าซีดเซียวแต่ยังคงความเย่อหยิ่งของเบต้าสาวด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด และลึกๆ... คือความน้อยใจที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต

"คุณมันบ้า รินทร์ คุณสร้างกำแพงบ้าๆ นั่นขึ้นมาขังตัวเองไว้ แล้วก็คอยผลักไสทุกคนที่พยายามจะเข้าใกล้" พายุเอ่ยเสียงเรียบ แต่เจือไปด้วยความผิดหวังอย่างชัดเจน "ถ้าคุณอยากจะนอนซมเป็นผักอยู่คนเดียวในห้องนี้ก็ตามใจ แต่จำเอาไว้ว่า พรุ่งนี้เช้าคุณต้องหายดีและกลับมาทำหน้าที่ของคุณให้คุ้มกับเงินที่ผมจ่ายไป"

พูดจบ พายุก็หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไป ประตูลายไม้บานใหญ่ปิดลงเสียงดังสนิท ทิ้งให้รินทร์นั่งอยู่บนเตียงท่ามกลางความเงียบสงัด

รินทร์ทอดสายตามองชามโจ๊กที่วางอยู่บนโต๊ะ ความร้อนที่ลอยกรุ่นขึ้นมาในอากาศทำให้ดวงตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ หญิงสาวยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ พยายามขับไล่ความรู้สึกสับสนที่กำลังตีวนอยู่ในอก

เธอรู้ว่าเมื่อกี้เธอทำเกินไป เธอรู้ว่าพายุตั้งใจจะช่วยเหลือเธอจริงๆ และเธอไม่ได้รู้สึกขยะแขยงหรือรังเกียจสัมผัสที่เขาตั้งใจจะป้อนอาหารให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่เพราะเธอกลัว...

รินทร์กลัวว่าถ้าเธอยอมรับความอ่อนโยนนั้น กลัวว่าถ้าเธอยอมลดกำแพงลงและปล่อยให้เขาเข้ามาดูแล สุดท้ายแล้วหัวใจที่บอบช้ำของเธอจะเผลอไปผูกพันกับผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่เป็นอัลฟ่ายีนเด่น ผู้ชายที่วันหนึ่งอาจจะเดินมาบอกเธอว่า เขาเจอคู่แห่งโชคชะตาที่เป็นโอเมก้าและพร้อมจะทิ้งเธอไปอย่างไม่ไยดีเหมือนที่ผ่านมา

เธอต้องปกป้องตัวเอง เธอต้องผลักไสเขาก่อนที่ความรู้สึกของเธอจะถลำลึกไปมากกว่านี้

หญิงสาวเอื้อมมือที่ยังคงสั่นเทาไปหยิบชามโจ๊กขึ้นมา รสชาติของอาหารมื้อนี้จืดชืดกว่าที่ควรจะเป็น รินทร์ฝืนกลืนมันลงคอพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมาในดวงตา เธอต้องรีบหายป่วย เธอต้องรีบกลับไปเป็นหุ่นยนต์เบต้าที่ไร้ความรู้สึก เพื่อที่เธอจะได้ไม่ตกลงไปในหลุมพรางความอ่อนโยนจอมปลอมของอัลฟ่าคนนี้อีก

ทางด้านพายุ เมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องนอนมาสเตอร์ เขาก็กระชากเสื้อยืดที่เปื้อนคราบโจ๊กออกและโยนมันทิ้งลงตะกร้าอย่างหัวเสีย ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นจัดจากฝักบัวราดรดร่างกายเพื่อดับอารมณ์คุกรุ่นในใจ

น้ำเย็นเฉียบไม่สามารถดับความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกได้ พายุยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกลู่ พิงศีรษะเข้ากับผนังกระเบื้องเย็นเยียบ ภาพใบหน้าซีดเซียวและสายตาที่มองเขาด้วยความสมเพชของรินทร์ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ

เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ ตอนที่เห็นเธอล้มลงหน้าคลับเฮาส์ หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเธอทำให้เขาสติแตกจนเผลอตะคอกใส่ลูกน้อง เขาอุ้มเธอขึ้นรถ นั่งมองใบหน้าของเธอตลอดทางไปโรงพยาบาล และปฏิเสธที่จะให้พยาบาลเช็ดตัวให้เธอ โดยอ้างว่าเขาจะจัดการเอง

เขาทำเรื่องบ้าๆ พวกนี้ไปทำไมกัน?

เขาคือพายุ ภักดีนวสกุล ซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่ เขาไม่เคยต้องง้อใคร ไม่เคยต้องลดตัวไปดูแลใคร แต่กับผู้หญิงเบต้าปากร้ายที่เอาแต่ด่าทอเขา เขากลับยอมทิ้งอีโก้ทั้งหมดเพียงเพื่ออยากเห็นเธออาการดีขึ้น

และผลตอบแทนที่เขาได้รับ ก็คือการถูกผลักไสและถูกด่าว่าทำไปเพื่อสนองอีโก้ตัวเอง

พายุกำหมัดแน่นทุบลงบนผนังห้องน้ำอย่างแรง ความเจ็บปวดที่ข้อนิ้วไม่ได้ทำให้ความรู้สึกอึดอัดในใจทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า การเอาชนะผู้หญิงที่ชื่อรินทร์ ไม่สามารถทำได้ด้วยการใช้อำนาจ เงินตรา หรือแรงกดข่มทางสายพันธุ์

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 13 หุ้นส่วนที่ลงตัว

    โคมไฟแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับอยู่กลางเพดานห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา งานเลี้ยงขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจของสมาคมอสังหาริมทรัพย์ในค่ำคืนนี้ คลาคล่ำไปด้วยนักลงทุนระดับแนวหน้าและผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายประเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยการเจรจาพาทีและเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันรินทร์ก้าวเดินเคียงข้างพายุเข้าไปในงานด้วยท่วงท่าที่สง่างามและมั่นคง วันนี้เธออยู่ในชุดราตรีปาดไหล่สีแดงเบอร์กันดีที่ขับผิวให้ดูโดดเด่น เส้นผมสีเข้มถูกรวบตึงเป็นมวยต่ำเรียบหรู ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ในขณะที่พายุสวมชุดทักซิโด้สีดำสนิท ทรงผมถูกเซตอย่างเนี้ยบกริบ เขายังคงแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามและอำนาจของซีอีโอหนุ่มไฟแรงออกมาอย่างปิดไม่มิดหลังจากเหตุการณ์ที่ห้างสรรพสินค้าเมื่อวันเสาร์ บรรยากาศระหว่างรินทร์และพายุก็เปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ กำแพงความเย็นชาที่รินทร์เคยตั้งตระหง่าน เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ที่เปิดทางให้ความบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติแทรกซึมเข้ามาได้บ้าง พวกเขาไม่ได้คุยกันเรื่องส่วนตัวมากนัก แต่การจิกกัดและตั้งแง่ใส่กันลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด"เป้าหมายหลักของเ

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 12 การปะทะกับอดีต

    บ่ายวันเสาร์ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง รินทร์เดินทอดน่องดูของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์อยู่ในโซนโฮมดีคอร์ วันนี้เธอตั้งใจมาหาแรงบันดาลใจและสำรวจราคาวัสดุสำหรับโปรเจกต์ใหม่ที่เพิ่งรับมา หญิงสาวอยู่ในชุดวันสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนและกางเกงยีนส์เข้ารูป ใบหน้าแต่งแต้มเพียงเครื่องสำอางบางเบา แต่ก็ยังคงความสวยเฉียบและดูทะมัดทะแมงหลังจากเดินสำรวจจนได้ข้อมูลครบถ้วน รินทร์ก็แวะเข้าไปในร้านกาแฟชื่อดังที่ตั้งอยู่บริเวณมุมหนึ่งของชั้นเพื่อสั่งเครื่องดื่มดับกระหาย ระหว่างที่เธอกำลังยืนรอรับกาแฟอเมริกาโน่เย็นอยู่ที่เคาน์เตอร์ เสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง"รินทร์... นั่นรินทร์ใช่ไหม"น้ำเสียงทุ้มที่เคยคุ้นหูทำให้รินทร์ชะงัก ร่างกายของเธอชาวาบไปชั่วขณะ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองตามต้นเสียงชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัดแบบคนมีเชื้อสายจีนยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เขาอยู่ในชุดเสื้อโปโลแบรนด์เนมและกางเกงสแล็กดูภูมิฐาน นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของเธอชัดๆ"พี่นนท์..." รินทร์เอ่ยชื่อของเขาออกมาแผ่

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 11 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบปลายเตียง รินทร์ขยับเปลือกตาตื่นขึ้นตามความเคยชินของนาฬิกาชีวิต หญิงสาวลุกขึ้นนั่งและยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เมื่อคืนนี้กว่าเธอจะข่มตาหลับลงได้ก็ปาเข้าไปเกือบตีสาม ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นเหงื่อและสัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าวที่เกาะกุมมือเธอไว้อย่างเว้าวอน ยังคงฉายวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นฟิล์มที่เล่นซ้ำไปซ้ำมารินทร์สะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เธอจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดทำงานเรียบหรูตามปกติ ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนปีกขวาและก้าวเดินออกไปยังพื้นที่ส่วนกลางเพนต์เฮาส์กว้างใหญ่เงียบสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยการเคลื่อนไหวใดๆ รินทร์กวาดสายตามองไปทางประตูห้องนอนมาสเตอร์ของพายุ มันยังคงปิดสนิทเหมือนเมื่อคืนตอนที่เธอเดินจากมา หญิงสาวเดินไปที่โซนครัวเพื่อชงกาแฟดำ เธอสังเกตเห็นว่าแก้วน้ำและซองยาที่เธอวางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียงของเขาถูกเก็บไปทิ้งเรียบร้อยแล้ว แผ่นกระดาษโน้ตสีเหลืองใบเล็กแปะอยู่บนเครื่องชงกาแฟ'ผมมีประชุมบอร์ดเช้า กวินมารับไปแล้ว ไม่ต้องเตรียมมื้อเช้าเผื่อ'ลายมือตวัดๆ ที่ดูทรงพลังเป็นของพายุอย่างไม่ต้องสงสัย รินทร์ดึงกระดาษโน้ตแผ่นนั้นออกและ

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 10 คืนที่เปราะบาง

    ความเงียบสงัดยามวิกาลเข้าปกคลุมเพนต์เฮาส์สุดหรูอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์ปะทะอารมณ์ที่หน้าเคาน์เตอร์ครัวจบลง รินทร์กลับเข้ามาในห้องนอนปีกขวา อาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า และล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ทว่าดวงตาคู่สวยกลับเบิกโพลงท่ามกลางความมืดมิดแม้สมองจะสั่งให้พักผ่อนเพื่อเตรียมรับมือกับงานในวันพรุ่งนี้ แต่ร่างกายและจิตใจของเธอยังคงตื่นตัว สัมผัสจากแรงกดข่มที่พุ่งเข้าใส่ก่อนหน้านี้ยังคงทิ้งร่องรอยความอึดอัดไว้จางๆ รินทร์พลิกตัวไปมา พยายามขับไล่ภาพใบหน้าดุดันและดวงตาสีรัตติกาลที่วาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายของซีอีโอหนุ่มออกไปจากหัวตุบ!เสียงของหนักบางอย่างหล่นกระแทกพื้นดังลอดทะลุกำแพงห้องเข้ามา รินทร์ชะงัก เธอผุดลุกขึ้นนั่งและเงี่ยหูฟัง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ต้นเสียงมาจากฝั่งห้องนอนมาสเตอร์ของพายุอย่างไม่ต้องสงสัยตอนแรกหญิงสาวตั้งใจจะล้มตัวลงนอนต่อ เธอบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่กงการอะไรของเธอ เขาอาจจะแค่หงุดหงิดแล้วปาข้าวของระบายอารมณ์ หรืออาจจะเมาค้างจนเดินเตะโต๊ะเก้าอี้ กฎข้อแรกของการอยู่ร่วมกันคือห้ามล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว และเธอตั้งใจจะรักษากฎข้อนั้นไว้อย่างเคร่งครัด"อึก..."แต่

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 9 ภูมิคุ้มกันเบต้า

    เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันที่สามนับตั้งแต่รินทร์หายจากอาการไข้หวัดใหญ่ หญิงสาวกลับมาใช้ชีวิตตามตารางเวลาเดิมอย่างเคร่งครัด เธอตื่นเช้าไปคุมไซต์งาน กลับมาจัดการแบบแปลนในห้อง และรักษาระยะห่างจากเจ้าของเพนต์เฮาส์อย่างสมบูรณ์แบบ กำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นมาใหม่นั้นหนาและสูงชันยิ่งกว่าเดิม ราวกับต้องการลบเลือนความทรงจำเรื่องชามโจ๊กและผ้าชุบน้ำในคืนที่เธอป่วยให้หมดสิ้นเข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาห้าทุ่มครึ่ง รินทร์นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ในโซนครัว แสงไฟสีวอร์มไวท์ส่องกระทบหน้าจอแล็ปท็อปและกองเอกสารที่วางระเกะระกะ มือบางยกแก้วน้ำเย็นจัดขึ้นจิบเพื่อไล่ความง่วงงุน ทว่าความสงบสุขยามวิกาลก็ถูกทำลายลงอย่างกะทันหันเสียงประตูดิจิทัลหน้าเพนต์เฮาส์ถูกปลดล็อกและกระชากเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนิท ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวพรวดพลาดเข้ามาด้านในรินทร์ชะงักมือที่กำลังพิมพ์งาน เธอหันไปมองทางต้นเสียงและพบกับพายุในสภาพที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เสื้อสูทแบรนด์เนมราคาแพงถูกถอดทิ้งไว้ที่พื้นพรมหน้าประตู เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมออกกว้างจนเห็นแผงอกแกร่งที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เนกไทถูกกระชากออกจนยับยู่ยี่ เส้นผมสีเข้มท

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 8 มุมที่คาดไม่ถึง

    กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโจ๊กหมูสับลอยมาเตะจมูก ปลุกให้รินทร์รู้สึกตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนาน หญิงสาวขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างเชื่องช้า แสงไฟสีส้มสลัวภายในห้องนอนปีกขวาบ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำแล้ว ร่างกายของเธอยังคงรุมๆ ด้วยพิษไข้ แต่ความรู้สึกหนักอึ้งและปวดเมื่อยตามข้อต่อลดลงไปมากเมื่อเทียบกับตอนเช้ารินทร์พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบคือภาพที่เธอล้มลงหน้าคลับเฮาส์ท่ามกลางแสงแดดจ้า และเสียงเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนกของใครบางคน"ตื่นแล้วเหรอ"เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมห้องทำให้รินทร์สะดุ้ง เธอหันขวับไปตามต้นเสียง และพบกับภาพที่ทำให้ดวงตาคู่สวยต้องเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจพายุ ภักดีนวสกุล ซีอีโอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและบ้าอำนาจ กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมข้างเตียงนอนของเธอ เขาไม่ได้อยู่ในชุดสูทเต็มยศหรือเสื้อโปโลแบรนด์เนมเหมือนปกติ แต่สวมเพียงเสื้อยืดสีดำคอวีที่ยับย่นเล็กน้อยและกางเกงวอร์มขายาว ผมสีเข้มที่มักจะถูกเซตมาอย่างดีบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยวาววับด้วยความร้ายกาจ บัดนี้ฉายแววอ่อนล้าและมีรอยคล้ำใต้ตาจางๆ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status