Inicio / โรแมนติก / [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า / ตอนที่ 10 คืนที่เปราะบาง

Compartir

ตอนที่ 10 คืนที่เปราะบาง

Autor: SophiaPsp
last update Fecha de publicación: 2026-08-05 22:57:28

ความเงียบสงัดยามวิกาลเข้าปกคลุมเพนต์เฮาส์สุดหรูอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์ปะทะอารมณ์ที่หน้าเคาน์เตอร์ครัวจบลง รินทร์กลับเข้ามาในห้องนอนปีกขวา อาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า และล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ทว่าดวงตาคู่สวยกลับเบิกโพลงท่ามกลางความมืดมิด

แม้สมองจะสั่งให้พักผ่อนเพื่อเตรียมรับมือกับงานในวันพรุ่งนี้ แต่ร่างกายและจิตใจของเธอยังคงตื่นตัว สัมผัสจากแรงกดข่มที่พุ่งเข้าใส่ก่อนหน้านี้ยังคงทิ้งร่องรอยความอึดอัดไว้จางๆ รินทร์พลิกตัวไปมา พยายามขับไล่ภาพใบหน้าดุดันและดวงตาสีรัตติกาลที่วาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายของซีอีโอหนุ่มออกไปจากหัว

ตุบ!

เสียงของหนักบางอย่างหล่นกระแทกพื้นดังลอดทะลุกำแพงห้องเข้ามา รินทร์ชะงัก เธอผุดลุกขึ้นนั่งและเงี่ยหูฟัง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ต้นเสียงมาจากฝั่งห้องนอนมาสเตอร์ของพายุอย่างไม่ต้องสงสัย

ตอนแรกหญิงสาวตั้งใจจะล้มตัวลงนอนต่อ เธอบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่กงการอะไรของเธอ เขาอาจจะแค่หงุดหงิดแล้วปาข้าวของระบายอารมณ์ หรืออาจจะเมาค้างจนเดินเตะโต๊ะเก้าอี้ กฎข้อแรกของการอยู่ร่วมกันคือห้ามล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว และเธอตั้งใจจะรักษากฎข้อนั้นไว้อย่างเคร่งครัด

"อึก..."

แต่เสียงครางต่ำๆ ที่ดังแว่วมาพร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วง ทำให้ความตั้งใจของรินทร์พังทลายลง มันไม่ใช่เสียงของการอาละวาดทำลายข้าวของ แต่มันคือเสียงของคนที่กำลังเจ็บปวดอย่างรุนแรง

ความรับผิดชอบในฐานะเพื่อนมนุษย์ตีตื้นขึ้นมาเอาชนะความรำคาญ รินทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอสะบัดผ้าห่มออกจากตัว คว้าเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยว ลุกจากเตียงและเดินตรงไปยังประตูห้อง

ทางเดินส่วนกลางมืดมิด มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านล่างของประตูห้องนอนปีกซ้ายที่ลอดออกมา รินทร์ก้าวเท้าเงียบเชียบไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นเคาะ

"คุณพายุ..." รินทร์ส่งเสียงเรียก "คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ฉันได้ยินเสียงของตก"

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงหอบหายใจที่ดังถี่ขึ้น รินทร์บิดลูกบิดประตูและพบว่ามันไม่ได้ล็อก เธอจึงตัดสินใจผลักประตูเปิดออกอย่างระมัดระวัง

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเบต้าสาวสะดุด

ร่างสูงใหญ่ของซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้กำลังทรุดฮวบกองอยู่บนพื้นพรมข้างเตียงนอนคิงไซส์ พายุอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำที่หลุดลุ่ย สองมือของเขากุมศีรษะตัวเองแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อนิ้วปูดนูน แผ่นหลังกว้างสั่นสะท้านตามจังหวะการหอบหายใจ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มกรอบหน้าและลำคอแกร่งราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมาทั้งที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ

รินทร์รีบก้าวเข้าไปหาเขาทันที ความโกรธเกลียดที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการช่วยเหลือผู้ป่วย

"คุณพายุ!" รินทร์ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆ ร่างสูง มือบางเอื้อมไปแตะที่ท่อนแขนของเขา และต้องสะดุ้งเมื่อพบว่าผิวเนื้อของเขาร้อนจัดราวกับไฟสุม "ตัวคุณร้อนมาก นี่คุณไปกินอะไรผิดสำแดงมา หรือว่าพิษไข้กลับ"

พายุค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า นัยน์ตาสีเข้มที่เคยวาววับด้วยอำนาจ บัดนี้พร่ามัวและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามจะอ้าปากพูด แต่ความปวดหนึบที่แล่นริ้วขึ้นมาเหมือนมีค้อนทุบกะโหลกทำให้เขาทำได้เพียงกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นขอบ

"ปวด... หัว..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก

รินทร์ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว อาการแบบนี้ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดา และไม่ใช่การเมาเหล้า เธอเคยอ่านบทความเกี่ยวกับการแพทย์เฉพาะทางของอัลฟ่ามาบ้าง อาการตัวร้อนจัด ปวดศีรษะรุนแรง และควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้แบบนี้ มักจะเกิดขึ้นเมื่ออัลฟ่ายีนเด่นเกิดปฏิกิริยา 'แบคแลช' จากการฝืนสัญชาตญาณตัวเองอย่างหนัก

เขาเพิ่งจะถูกโอเมก้าฮีทกระตุ้นมาหมาดๆ และเธอก็เพิ่งจะสาดน้ำเย็นใส่หน้าเขา บังคับให้เขาดึงสติกลับมา ร่างกายของเขาจึงกำลังประท้วงการกระทำที่ฝืนธรรมชาติอย่างรุนแรง

"ลุกขึ้นก่อนค่ะ คุณนอนกองอยู่ตรงนี้ไม่ได้" รินทร์สอดท่อนแขนเรียวเข้าใต้รักแร้ของชายหนุ่ม พยายามออกแรงพยุงร่างที่หนักอึ้งของเขาให้ลุกขึ้นยืน

พายุฝืนใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดยันตัวขึ้นตามแรงดึงของเธอ ความสูงและน้ำหนักตัวที่แตกต่างกันมากทำให้รินทร์ต้องเซถลาไปด้านหลังเล็กน้อย ร่างหนาทิ้งน้ำหนักส่วนใหญ่ลงบนบ่าบอบบางของเบต้าสาว กลิ่นครีมอาบน้ำราคาแพงผสมกับความร้อนระอุจากผิวกายของเขาแผ่ซ่านมากระทบประสาทสัมผัสของเธอ

รินทร์ประคองพายุไปที่เตียงอย่างทุลักทุเล ทันทีที่ขอบเตียงสัมผัสกับข้อพับเข่า ชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงนอนหงายทันที เขายกมือขึ้นก่ายหน้าผาก หลับตาแน่นด้วยความทรมาน

"รออยู่นี่นะคะ ฉันจะไปเอายามาให้"

รินทร์หมุนตัวเดินออกจากห้องนอน ก้าวเร็วจนเกือบจะเป็นวิ่งไปที่โซนครัว เธอเปิดตู้ยาประจำบ้าน ค้นหายาแก้ปวดชนิดรุนแรงและยาลดไข้ รินน้ำอุ่นใส่แก้ว ก่อนจะเดินกลับมาที่ห้องนอนปีกซ้ายพร้อมกับอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

หญิงสาววางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง เธอทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงข้างร่างที่กำลังนอนกระสับกระส่าย

"คุณพายุ ลุกขึ้นมากินยาก่อนค่ะ" รินทร์แตะที่ไหล่หนาเบาๆ เพื่อเรียกสติ

พายุปรือตาขึ้นมอง ภาพของเบต้าสาวที่กำลังถือเม็ดยาและแก้วน้ำอยู่ในมือดูซ้อนทับกันไปหมด เขาพยายามยันตัวขึ้นนั่ง แต่ความหน้ามืดก็โจมตีจนร่างสูงทำท่าจะหงายหลังลงไปอีกรอบ

รินทร์ถอนหายใจ เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้น สอดมือข้างหนึ่งเข้าประคองหลังแผ่นหลังกว้าง บังคับให้เขาพิงศีรษะเข้ากับลาดไหล่ของเธอเพื่อเป็นหลักยึด ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้รินทร์รู้สึกแปลกแปร่ง ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นผิดจังหวะไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ

แต่นี่ไม่ใช่เวลามานั่งหวั่นไหวกับความใกล้ชิด เธอจับเม็ดยายัดเข้าปากเขา และจ่อแก้วน้ำอุ่นที่ริมฝีปากหยักลึก

"ดื่มน้ำตามเข้าไปเยอะๆ ค่ะ จะได้ช่วยเจือจางความร้อนในร่างกาย" รินทร์ออกคำสั่งเสียงเรียบ

พายุยอมกลืนยาและดื่มน้ำตามอย่างว่าง่าย เขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเถียงหรือแสดงความเย่อหยิ่งใดๆ ออกมา ในเวลานี้ เขาไม่ใช่ซีอีโอผู้มีอำนาจล้นฟ้า ไม่ใช่จ่าฝูงที่ใครๆ ต้องก้มหัวให้ เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนแอของร่างกายตัวเอง

เมื่อเขาดื่มน้ำจนหมด รินทร์ก็ค่อยๆ ประคองร่างหนาให้นอนราบลงกับเตียงอีกครั้ง เธอจัดการดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมทับระดับอกให้เขา ปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเพื่อไม่ให้ห้องเย็นจนเกินไป

"ยาคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะออกฤทธิ์ พยายามหลับตานอนพักซะนะคะ ถ้ารู้สึกปวดจนทนไม่ไหวให้กดโทรศัพท์เรียกฉัน ฉันจะโทรเรียกรถพยาบาลให้" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการ ราวกับพยาบาลที่กำลังแจ้งอาการคนไข้

หญิงสาวหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้อง หน้าที่ความมีมนุษยธรรมของเธอจบลงแล้ว การอยู่ในห้องนอนของอัลฟ่าที่ร่างกายกำลังแปรปรวนนานเกินไปไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก

แต่ก่อนที่รินทร์จะก้าวพ้นขอบเตียง ฝ่ามือร้อนผ่าวขนาดใหญ่ก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธออย่างรวดเร็ว

รินทร์ชะงัก เธอหันขวับกลับมามอง แรงบีบที่ข้อมือนั้นไม่ได้รุนแรงจนน่ากลัว แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างประหลาด

นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยแข็งกร้าว บัดนี้ปรือขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง มันไม่มีความเย่อหยิ่ง ไม่มีความอยากเอาชนะ มีเพียงความอ้างว้างและความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ ซึ่งรินทร์ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้

"อย่าเพิ่งไป..."

เสียงแหบพร่าของพายุดังขึ้นเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ เขาไม่ได้ดึงข้อมือเธอแรงๆ เพื่อบังคับให้อยู่ แต่เขากลับพลิกฝ่ามือของเธอขึ้นมา สอดประสานนิ้วมือของเขาเข้ากับนิ้วมือของเธออย่างหลวมๆ ความร้อนจากฝ่ามือหนาถ่ายทอดมาสู่มือบางที่เย็นเฉียบของรินทร์

หัวใจของเบต้าสาวกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกหวั่นไหวที่พยายามกดทับไว้ใต้กำแพงน้ำแข็งเริ่มตีตื้นขึ้นมาในอก

เขาคือพายุ ภักดีนวสกุล ผู้ชายที่เคยกดข่มเธอด้วยรังสีอำนาจ ผู้ชายที่มองความรู้สึกของคนอื่นเป็นแค่หมากบนกระดาน ผู้ชายที่เธอเกลียดชังตรรกะความเห็นแก่ตัวของเขาเข้าไส้

แต่ในวินาทีนี้ ผู้ชายตรงหน้ากลับดูเหมือนเด็กหลงทางที่กำลังไขว่คว้าหาที่พึ่งพิง

"รินทร์... อยู่ก่อน" พายุพึมพำออกมาอีกครั้ง เปลือกตาของเขาเริ่มหนักอึ้งจากฤทธิ์ยา "อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว... ตอนนี้"

คำขอร้องที่ไร้ซึ่งอีโก้ ทำให้ขาทั้งสองข้างของรินทร์ถูกตรึงอยู่กับที่ เธอทอดสายตามองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ สลับกับมองมือของตัวเองที่ถูกเกาะกุมไว้ ความสับสนตีวนอยู่ในสมองของนักออกแบบสาวอย่างบ้าคลั่ง

ครึ่งหนึ่งของจิตใจร้องบอกให้เธอสะบัดมือออก ผู้ชายคนนี้คืออัลฟ่า คือตัวแทนของสายพันธุ์ที่เคยสร้างบาดแผลลึกให้เธอถึงสามครั้งสามครา การใจอ่อนหรือยอมให้ความสงสารเข้ามาครอบงำ อาจนำไปสู่ความเจ็บปวดที่ซ้ำรอยเดิม

แต่อีกครึ่งหนึ่งของจิตใจ กลับสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงแหบพร่านั้น มันไม่มีกลิ่นฟีโรโมนมาล่อลวง ไม่มีรังสีอำนาจมาบีบบังคับ มีเพียงสัมผัสทางกายภาพของมนุษย์สองคนที่กำลังสื่อสารกันผ่านความเปราะบาง

รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด เธอหลับตาลงเพื่อรวบรวมสติสัมปชัญญะทั้งหมดที่มี

'ฉันจะไม่เอาชีวิตไปผูกกับพวกที่ใช้สัญชาตญาณนำทางเด็ดขาด'

คำปฏิญาณที่เธอตั้งไว้ดังก้องขึ้นในหัวราวกับสัญญาณเตือนภัย รินทร์ฝืนเปิดเปลือกตาขึ้น แววตาของเธอกลับมาว่างเปล่าและเย็นชาเช่นเดิม

หญิงสาวค่อยๆ บิดข้อมือ พยายามแกะนิ้วมือที่ร้อนผ่าวของชายหนุ่มออกอย่างเชื่องช้าและนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

"ฉันคือรินทร์ ลูกจ้างของคุณนะคะ ท่านประธาน" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหว "ฉันมีหน้าที่แค่เป็นคนรักบังหน้าเมื่ออยู่ข้างนอก ไม่ได้มีหน้าที่เป็นแม่พระมานั่งเฝ้าไข้ให้คุณในพื้นที่ส่วนตัว"

พายุในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพยายามจะกระชับฝ่ามือแน่นขึ้น แต่เรี่ยวแรงที่หดหายไปทำให้เขาต้านทานแรงดึงของเธอไม่ได้ มือหนาร่วงหล่นลงบนที่นอนอย่างอ่อนแรง

รินทร์มองดูมือของเขาที่ตกลงไป ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้ามาเกาะกินหัวใจ แต่เธอต้องเข้มแข็ง เธอจะยอมปล่อยให้กำแพงที่สร้างมาอย่างยากลำบากพังทลายลงเพียงเพราะความอ่อนแอชั่วข้ามคืนของผู้ชายคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด

"นอนพักซะเถอะค่ะ พรุ่งนี้เช้าคุณก็จะกลับมาเป็นซีอีโอจอมบงการคนเดิมได้แล้ว"

รินทร์หมุนตัวเดินไปที่สวิตช์ไฟข้างประตู เธอกดปิดไฟดวงหลักในห้อง ปล่อยให้เหลือเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงเท่านั้น ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องนอนมาสเตอร์ไปอย่างเงียบเชียบ

ประตูลายไม้บานใหญ่ปิดลงและกดล็อกดังคลิก

รินทร์ยืนพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตูที่เพิ่งปิดลง หญิงสาวยกมือขึ้นทาบหน้าอกซ้ายของตัวเอง ก้อนเนื้อข้างในกำลังเต้นรัวและแรงจนเธอรู้สึกเหนื่อยหอบ ลมหายใจที่พรูออกมาสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม

เมื่อกี้เธอเกือบไปแล้ว เธอเกือบจะใจอ่อนยอมนั่งเฝ้าเขา เกือบจะลูบผมที่ชื้นเหงื่อของเขาเพื่อปลอบโยน ความรู้สึกหวั่นไหวที่ปะทุขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้เป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด มันอันตรายยิ่งกว่ารังสีอำนาจกดข่มที่เขาเคยใช้กับเธอเสียอีก

ผู้ชายคนนั้นมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอมากกว่าที่เธอคิด

รินทร์กัดริมฝีปากล่างแน่น เธอบอกตัวเองให้ตื่นจากภวังค์ ความอ่อนแอที่เขาแสดงออกมามันก็แค่ผลข้างเคียงทางร่างกาย เมื่อยาออกฤทธิ์และเขาหายดี เขาก็จะกลับมาเป็นพายุ ภักดีนวสกุล อัลฟ่ายีนเด่นที่เย่อหยิ่งและเห็นแก่ตัวเหมือนเดิม ผู้ชายที่พร้อมจะทิ้งทุกอย่างเมื่อสัญชาตญาณของการเจอคู่โชคชะตามาถึง

เธอต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ ต้องสร้างกำแพงให้หนาขึ้นไปอีก

เบต้าสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ เธอผละออกจากหน้าประตูห้องของพายุ และเดินกลับไปยังห้องพักปีกขวาของตัวเอง ทิ้งความเปราะบางและความสับสนทั้งหมดไว้เบื้องหลัง

ค่ำคืนนี้อาจจะยาวนานและเต็มไปด้วยความหวั่นไหว แต่พรุ่งนี้เช้า... เธอจะกลับไปเป็นหุ่นยนต์เบต้าที่ไร้ความรู้สึก และทำหน้าที่ตามสัญญาจ้างอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเหมือนที่ผ่านมา.

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 13 หุ้นส่วนที่ลงตัว

    โคมไฟแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับอยู่กลางเพดานห้องแกรนด์บอลรูมของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา งานเลี้ยงขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจของสมาคมอสังหาริมทรัพย์ในค่ำคืนนี้ คลาคล่ำไปด้วยนักลงทุนระดับแนวหน้าและผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายประเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยการเจรจาพาทีและเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันรินทร์ก้าวเดินเคียงข้างพายุเข้าไปในงานด้วยท่วงท่าที่สง่างามและมั่นคง วันนี้เธออยู่ในชุดราตรีปาดไหล่สีแดงเบอร์กันดีที่ขับผิวให้ดูโดดเด่น เส้นผมสีเข้มถูกรวบตึงเป็นมวยต่ำเรียบหรู ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ในขณะที่พายุสวมชุดทักซิโด้สีดำสนิท ทรงผมถูกเซตอย่างเนี้ยบกริบ เขายังคงแผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามและอำนาจของซีอีโอหนุ่มไฟแรงออกมาอย่างปิดไม่มิดหลังจากเหตุการณ์ที่ห้างสรรพสินค้าเมื่อวันเสาร์ บรรยากาศระหว่างรินทร์และพายุก็เปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ กำแพงความเย็นชาที่รินทร์เคยตั้งตระหง่าน เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ที่เปิดทางให้ความบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติแทรกซึมเข้ามาได้บ้าง พวกเขาไม่ได้คุยกันเรื่องส่วนตัวมากนัก แต่การจิกกัดและตั้งแง่ใส่กันลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด"เป้าหมายหลักของเ

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 12 การปะทะกับอดีต

    บ่ายวันเสาร์ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง รินทร์เดินทอดน่องดูของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์อยู่ในโซนโฮมดีคอร์ วันนี้เธอตั้งใจมาหาแรงบันดาลใจและสำรวจราคาวัสดุสำหรับโปรเจกต์ใหม่ที่เพิ่งรับมา หญิงสาวอยู่ในชุดวันสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนและกางเกงยีนส์เข้ารูป ใบหน้าแต่งแต้มเพียงเครื่องสำอางบางเบา แต่ก็ยังคงความสวยเฉียบและดูทะมัดทะแมงหลังจากเดินสำรวจจนได้ข้อมูลครบถ้วน รินทร์ก็แวะเข้าไปในร้านกาแฟชื่อดังที่ตั้งอยู่บริเวณมุมหนึ่งของชั้นเพื่อสั่งเครื่องดื่มดับกระหาย ระหว่างที่เธอกำลังยืนรอรับกาแฟอเมริกาโน่เย็นอยู่ที่เคาน์เตอร์ เสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง"รินทร์... นั่นรินทร์ใช่ไหม"น้ำเสียงทุ้มที่เคยคุ้นหูทำให้รินทร์ชะงัก ร่างกายของเธอชาวาบไปชั่วขณะ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองตามต้นเสียงชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัดแบบคนมีเชื้อสายจีนยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เขาอยู่ในชุดเสื้อโปโลแบรนด์เนมและกางเกงสแล็กดูภูมิฐาน นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของเธอชัดๆ"พี่นนท์..." รินทร์เอ่ยชื่อของเขาออกมาแผ่

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 11 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบปลายเตียง รินทร์ขยับเปลือกตาตื่นขึ้นตามความเคยชินของนาฬิกาชีวิต หญิงสาวลุกขึ้นนั่งและยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เมื่อคืนนี้กว่าเธอจะข่มตาหลับลงได้ก็ปาเข้าไปเกือบตีสาม ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นเหงื่อและสัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าวที่เกาะกุมมือเธอไว้อย่างเว้าวอน ยังคงฉายวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นฟิล์มที่เล่นซ้ำไปซ้ำมารินทร์สะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เธอจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดทำงานเรียบหรูตามปกติ ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนปีกขวาและก้าวเดินออกไปยังพื้นที่ส่วนกลางเพนต์เฮาส์กว้างใหญ่เงียบสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยการเคลื่อนไหวใดๆ รินทร์กวาดสายตามองไปทางประตูห้องนอนมาสเตอร์ของพายุ มันยังคงปิดสนิทเหมือนเมื่อคืนตอนที่เธอเดินจากมา หญิงสาวเดินไปที่โซนครัวเพื่อชงกาแฟดำ เธอสังเกตเห็นว่าแก้วน้ำและซองยาที่เธอวางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียงของเขาถูกเก็บไปทิ้งเรียบร้อยแล้ว แผ่นกระดาษโน้ตสีเหลืองใบเล็กแปะอยู่บนเครื่องชงกาแฟ'ผมมีประชุมบอร์ดเช้า กวินมารับไปแล้ว ไม่ต้องเตรียมมื้อเช้าเผื่อ'ลายมือตวัดๆ ที่ดูทรงพลังเป็นของพายุอย่างไม่ต้องสงสัย รินทร์ดึงกระดาษโน้ตแผ่นนั้นออกและ

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 10 คืนที่เปราะบาง

    ความเงียบสงัดยามวิกาลเข้าปกคลุมเพนต์เฮาส์สุดหรูอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์ปะทะอารมณ์ที่หน้าเคาน์เตอร์ครัวจบลง รินทร์กลับเข้ามาในห้องนอนปีกขวา อาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า และล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ทว่าดวงตาคู่สวยกลับเบิกโพลงท่ามกลางความมืดมิดแม้สมองจะสั่งให้พักผ่อนเพื่อเตรียมรับมือกับงานในวันพรุ่งนี้ แต่ร่างกายและจิตใจของเธอยังคงตื่นตัว สัมผัสจากแรงกดข่มที่พุ่งเข้าใส่ก่อนหน้านี้ยังคงทิ้งร่องรอยความอึดอัดไว้จางๆ รินทร์พลิกตัวไปมา พยายามขับไล่ภาพใบหน้าดุดันและดวงตาสีรัตติกาลที่วาวโรจน์ราวกับสัตว์ร้ายของซีอีโอหนุ่มออกไปจากหัวตุบ!เสียงของหนักบางอย่างหล่นกระแทกพื้นดังลอดทะลุกำแพงห้องเข้ามา รินทร์ชะงัก เธอผุดลุกขึ้นนั่งและเงี่ยหูฟัง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ต้นเสียงมาจากฝั่งห้องนอนมาสเตอร์ของพายุอย่างไม่ต้องสงสัยตอนแรกหญิงสาวตั้งใจจะล้มตัวลงนอนต่อ เธอบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่กงการอะไรของเธอ เขาอาจจะแค่หงุดหงิดแล้วปาข้าวของระบายอารมณ์ หรืออาจจะเมาค้างจนเดินเตะโต๊ะเก้าอี้ กฎข้อแรกของการอยู่ร่วมกันคือห้ามล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว และเธอตั้งใจจะรักษากฎข้อนั้นไว้อย่างเคร่งครัด"อึก..."แต่

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 9 ภูมิคุ้มกันเบต้า

    เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันที่สามนับตั้งแต่รินทร์หายจากอาการไข้หวัดใหญ่ หญิงสาวกลับมาใช้ชีวิตตามตารางเวลาเดิมอย่างเคร่งครัด เธอตื่นเช้าไปคุมไซต์งาน กลับมาจัดการแบบแปลนในห้อง และรักษาระยะห่างจากเจ้าของเพนต์เฮาส์อย่างสมบูรณ์แบบ กำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นมาใหม่นั้นหนาและสูงชันยิ่งกว่าเดิม ราวกับต้องการลบเลือนความทรงจำเรื่องชามโจ๊กและผ้าชุบน้ำในคืนที่เธอป่วยให้หมดสิ้นเข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาห้าทุ่มครึ่ง รินทร์นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ในโซนครัว แสงไฟสีวอร์มไวท์ส่องกระทบหน้าจอแล็ปท็อปและกองเอกสารที่วางระเกะระกะ มือบางยกแก้วน้ำเย็นจัดขึ้นจิบเพื่อไล่ความง่วงงุน ทว่าความสงบสุขยามวิกาลก็ถูกทำลายลงอย่างกะทันหันเสียงประตูดิจิทัลหน้าเพนต์เฮาส์ถูกปลดล็อกและกระชากเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนิท ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวพรวดพลาดเข้ามาด้านในรินทร์ชะงักมือที่กำลังพิมพ์งาน เธอหันไปมองทางต้นเสียงและพบกับพายุในสภาพที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เสื้อสูทแบรนด์เนมราคาแพงถูกถอดทิ้งไว้ที่พื้นพรมหน้าประตู เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมออกกว้างจนเห็นแผงอกแกร่งที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เนกไทถูกกระชากออกจนยับยู่ยี่ เส้นผมสีเข้มท

  • [NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า   ตอนที่ 8 มุมที่คาดไม่ถึง

    กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโจ๊กหมูสับลอยมาเตะจมูก ปลุกให้รินทร์รู้สึกตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันยาวนาน หญิงสาวขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างเชื่องช้า แสงไฟสีส้มสลัวภายในห้องนอนปีกขวาบ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำแล้ว ร่างกายของเธอยังคงรุมๆ ด้วยพิษไข้ แต่ความรู้สึกหนักอึ้งและปวดเมื่อยตามข้อต่อลดลงไปมากเมื่อเทียบกับตอนเช้ารินทร์พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบคือภาพที่เธอล้มลงหน้าคลับเฮาส์ท่ามกลางแสงแดดจ้า และเสียงเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนกของใครบางคน"ตื่นแล้วเหรอ"เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมห้องทำให้รินทร์สะดุ้ง เธอหันขวับไปตามต้นเสียง และพบกับภาพที่ทำให้ดวงตาคู่สวยต้องเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจพายุ ภักดีนวสกุล ซีอีโอหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและบ้าอำนาจ กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมข้างเตียงนอนของเธอ เขาไม่ได้อยู่ในชุดสูทเต็มยศหรือเสื้อโปโลแบรนด์เนมเหมือนปกติ แต่สวมเพียงเสื้อยืดสีดำคอวีที่ยับย่นเล็กน้อยและกางเกงวอร์มขายาว ผมสีเข้มที่มักจะถูกเซตมาอย่างดีบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยวาววับด้วยความร้ายกาจ บัดนี้ฉายแววอ่อนล้าและมีรอยคล้ำใต้ตาจางๆ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status