LOGIN@บ้านเขมราชย์
เก้ากลับบ้านอีกครั้งในรอบเดือนเพราะถูกมารดาโทรตามให้มารับประทานอาหารเย็น ในค่ำคืนนี้สวนข้างตัวบ้านจึงถูกเนรมิตเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ในครอบครัวอีกครั้งหลังจากที่มันถูกใช้งานไปแล้วในลักษณะเดียวกันเมื่อสองเดือนก่อน
ครอบครัวเขมราชย์ผู้ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องหนังส่งออก มีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวรินนทีมายาวนานด้วยเพราะหัวเรือใหญ่ของทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนกัน
ไม่บ่อยที่สองครอบครัวจะนัดหมายพบปะได้แบบครบองค์ประชุม โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กของบ้านเขมราชย์ที่การเรียนและการงานรัดตัวจนหาตัวจับยากไม่มีเวลาว่าง
ค่ำคืนนี้เก้าก็ใช่ว่าจะว่าง งานที่คาเฟ่เป็นหลักหากไม่สำคัญจริงๆ เขาไม่มีทางทิ้ง
แต่เพราะมารดาขู่เข็ญว่าจะยึดที่ดินตรงคาเฟ่คืนหากเขาไม่โผล่มา ณ เวลานี้เก้าจึงนั่งอยู่ข้างแก้วกัลยาพี่สาวของเขา ฝั่งตรงข้ามคือครอบครัวรินนทีผู้มีลูกสาวหนึ่งคนอายุไล่เลี่ยกับเก้าชื่อว่าคนึงนิตหรือน้องนิดของทุกคน
"ยินดีด้วยนะน้องนิด ดูสิ.. เจออีกทีก็จะแต่งงานซะแล้ว พี่ยังจำภาพเราวิ่งไล่จับกับเก้าได้อยู่เลย"
แก้วกัลยาแซวคนึงนิตผู้ที่เป็นคนสำคัญของการนัดกินข้าวในค่ำคืนนี้
คนึงนิตผู้จัดการบริษัทนำเข้าอาหารสัตว์แปรรูปวัยยี่สิบสามปีที่เพิ่งอิมพอร์ตจากเมืองนอกมาช่วยบิดาบริหารบริษัทพนมมือไหว้นอบน้อม
"ขอบคุณค่ะ แต่อีกเก้าเดือนนะคะ ฤกษ์ไปอยู่ตรงนั้น"
หญิงสาวหัวเราะทั้งยังกอดแขนแฟนหนุ่มที่พามาแนะนำให้รู้จัก เขาเป็นชาวต่างชาติที่พบรักกันก่อนเธอจะเรียนจบและขอเธอแต่งงานเมื่อสองเดือนก่อน
"ตาเก้าตามไม่ทันแล้วนะ แฟนกับเขาก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ"
แม่ของเก้าเอ่ยแซว ลูกชายที่กำลังนั่งเล่นรูบิคกับหลานชายคนโตจำต้องชะงักเพราะถูกพาดพิง เก้าสบตากับคนึงนิต ไม่ยิ้ม ผิดแผกกับตัวตนก่อนจะหันไปคุยกับมารดา
"เนื้อคู่ผมน่าจะยังไม่เกิด"
"ยังไม่เกิดหรือเลือกอยู่" คนึงนิตแซว
"คนเราก็ต้องมีสิทธิ์เลือก" เขาตอบน้ำเสียงราบเรียบแล้วหันมาวางมือลงบนศีรษะหลานชาย "เราน่ะเลือกให้ดีรู้ไหม จะได้ไม่ต้องมานั่งร้องไห้ทีหลัง"
"อย่าเพิ่งเสี้ยมหลานนะเก้า เพิ่งจะสิบขวบ" แก้วกัลยาแซวบ้าง
เก้าทำเพียงยิ้ม พยักหน้าทำตามพี่สาวที่เขารักมากพอๆ กับรักตัวเอง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารครื้นเครงด้วยการพูดคุยของผู้ใหญ่ เด็กน้อยสองคนย้ายเข้าไปในเล่นในบ้าน ส่วนเก้าปลีกตัวมายืนสูบบุหรี่อยู่นอกตัวบ้านเพื่อไม่ให้กลิ่นของมันรบกวนคนอื่น
"ดื่มตั้งเยอะ จะขับรถไหวเหรอ"
เสียงของคนึงนิตดังขึ้นด้านหลัง เก้าทำเพียงปรายตามองแล้วหันมาสูบบุหรี่ต่อ
"ขับจนชิน"
"เซียนว่างั้นเถอะ นายน่ะเปลี่ยนไปเลยนะ"
มือเล็กวางลงบนบ่าแกร่งอย่างสนิทสนม คำถามคล้ายต่อว่าแต่คนึงนิตยังคงยิ้ม
"ครั้งที่แล้วเจอกันในรอบสามปีเชียวนะ แต่นายกลับทำเป็นจำฉันไม่ได้ นายเมินฉัน"
"ก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน ใครจะไปจำได้"
"สวยขึ้นล่ะสิ ใช่ไหมๆ"
เธอแกล้งเหย้าเหมือนในอดีตที่เธอกับเขาสนิทสนมกันมากกระทั่งเธอย้ายไปอยู่ต่างประเทศจึงไม่ได้ติดต่อกัน แต่กลับไม่ได้รับคำตอบกลับจากเก้า คนึงนิตยู่จมูกหมั่นไส้คนขี้เก็ก เธออุตส่าห์ดีใจที่ได้เจอเขา แต่ดูเขา...
นอกจากเก้าจะไม่สนใจแล้ว มือถือส่งเสียงร้อง เขาก็ไม่รีรอจะเมินเธอเต็มรูปแบบแล้วหยิบมันมารับสาย
เขาแปลกใจที่เห็นรายชื่อของออมสินโทรมา เมื่อเช้าเธอบอกว่ามีรับงานช่วงเย็น ถ้าดูจากเวลาสองทุ่มแล้วก็น่าจะยังไม่เสร็จสิ้น
"ครับ.."
[เก้า.. เราโทรมารบกวนไหม]
น้ำเสียงแปลกๆ ของออมสินทำเก้าขมวดคิ้ว
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่า"
[คิดว่ามีนะ เราอยู่โรงแรม... เก้ามารับเราหน่อยได้ไหม เรามึนหัว]
ชายหนุ่มประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว โยนบุหรี่ทิ้งแล้ววิ่งไปยังรถขับขี่ออกไป ไม่สนใจเสียงตะโกนเรียกของคนึงนิตที่งุงงงกับท่าทางร้อนรนนั่น
วันนี้ฉันรับงานแฟนเดย์ตามปกติ ลูกค้าเป็นหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบปลายๆ คุณนิธินัดฉันที่ร้านอาหารในโรงแรมหรูเพื่อมาดินเนอร์ใต้แสงเทียนฉลองวันเกิดของเขา
นั่นคือแผนที่ลูกค้าวางให้ฉัน โปรไฟล์ของเขาคือพ่อหม้ายลูกติด บังเอิญวันนี้ลูกชายติดงานไม่สามารถมาฉลองด้วยได้เลยจ้างฉันให้มานั่งกินข้าวเป็นเพื่อน
หนึ่งชั่วโมงที่ฉันทำงาน คุณนิธิพูดคุยราวกับพ่อคุยกับลูกมากกว่าฟีลแฟนเดย์ ถามเรื่องเรียนของฉันเสียเยอะ ทั้งยังแนะนำว่าอนาคตฉันควรไปเรียนต่อด้านภาษาให้แน่นเพราะมันเป็นโอกาสให้เราพัฒนาชีวิตให้มากขึ้น
ทุกอย่างราบรื่นไปด้วยดีไม่มีอะไรผิดแปลก กระทั่งฉันรู้สึกเวียนหัวไร้เรี่ยวแรงจะทรงตัวนั่ง
"หนูเป็นอะไรหรือเปล่า"
ฉันพยายามสะบัดศีรษะไล่อาการวิงเวียน มือชื้นเหงื่อกำหูกระเป๋าสะพายแน่น ครั่นเนื้อครั่นตัวกระสับกระส่ายจนไม่อยากจะนั่งอยู่ตรงนี้
"หนู.. เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ สงสัยเมื่อคืนจะนอนน้อย"
"ถ้างั้นหนูจะไปนอนก่อนไหม ที่นี่เป็นโรงแรม เดี๋ยวผมจะเปิดห้องให้เอง"
แม้จะมึนเบลอแต่ก็มองเห็นรอยยิ้มของคุณนิธิชัดเจน ยิ้มของเขาช่างขัดกับลุคผู้จัดการธนาคาร ดูน่ากลัวจนรู้สึกขนลุก ฉันหันมองพนักงานของร้านอาหารหวังขอความช่วยเหลือ ทว่าไม่ทันคุณนิธิที่เข้ามาโอบประคองให้ฉันลุกขึ้นยืน
"ไปเถอะ นอนพักสักนิด เดี๋ยวหนูก็จะอาการดีขึ้น ตอนนั้นเดี๋ยวผมจะไปส่งเอง"
"ไม่ไปค่ะ หนู.. จะ. หนู"
มั่นใจแล้วว่าตัวเองถูกวางยาแน่นอนก็นาทีนี้
บ้าที่สุด! ฉันอุตส่าห์ระวังตัวอย่างดีแล้วเชียว ไม่ลุกไปเข้าห้องน้ำ มองทุกครั้งที่พนักงานรินน้ำใส่แก้ว ไม่รู้เลยว่าพลาดตรงไหนก็ในเมื่ออาหารเขาเองก็กินเหมือนกัน
ฉันถูกไอ้แก่โรคจิตพาขึ้นมาบนห้องพักได้สำเร็จ เขาไม่ได้ทำการเช็คอินเลยด้วยซ้ำ ราวกับว่าเปิดห้องเอาไว้อยู่แล้ว ฉันถูกวางลงนอนบนเตียง เรี่ยวแรงยังคงหดหาย มึนหัว แต่กลับรับรู้ได้ว่าเขายืนอยู่ปลายเตียงนอนและกำลังยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปหรือวีดีโอ ก่อนจะเอามันแนบหูคุยกับใครสักคน
"สนไหม พอมีเวลา"
เขาเดินหายไปทางห้องน้ำแล้วเข้าไปในนั้น สิ้นเสียงประตูปิดลง เป็นโอกาสทองให้ฉันเอาตัวรอด อีออมสินร้อยแฟนเดย์จะมาเสียท่าไอ้แก่ที่นั่งกินข้าวด้วยกันหนึ่งชั่วโมงไม่ได้
ฉันรวบรวมแรงฮึดลุกขึ้นนั่ง ตบหน้าตัวเองเรียกสติแล้วหยิบยาดมตราหงส์หยกยอดฮิตมาดม สองขาหยัดยืนเดินโซเซออกมาจากห้องได้สำเร็จ
"ฉันรอดไปได้ แกซวยยับแน่"
ยังมีแรงปากดีข่มขู่ พลันใบหน้าของเก้าก็ลอยเด่นให้ฉันนึกถึงคนแรก สภาพนี้คงนั่งรถแท็กซี่กลับเองไม่ได้ อันตรายยังไม่จบสิ้น ระหว่างอยู่ในลิฟต์ฉันโทรหาเขา แต่เพราะในลิฟต์ไร้สัญญาณ กว่าจะโทรติดฉันก็พาตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องน้ำของโรงแรมเพราะเดินไปต่อไม่ไหวอีกแล้ว
[ครับ..]
"เก้า.. เราโทรมารบกวนไหม"
[มีปัญหาอะไรหรือเปล่า]
"คิดว่ามีนะ เราอยู่โรงแรม... เก้ามารับเราหน่อยได้ไหม เรามึนหัว"
[ไม่ต้องวางสาย เราจะไปเดี๋ยวนี้..]
ได้ยินเสียงกุกกักและเสียงผู้หญิงตะโกนเรียกชื่อเก้า แต่ก็เบาบางกว่าเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมหายใจของเขา
[ออม เธออยู่ตรงไหนของโรงแรม]
"ในห้องน้ำ..."
[ล็อกประตูให้ดี อีกสิบนาทีเราจะไปถึง]
"อย่าโกหกนะ นายต้องมานะ.."
[แม่งเอ๊ย!]
เก้าสบถลั่นทำฉันตกใจเพราะไม่เคยเห็นเขาเสียงดังแบบนี้มาก่อน ฉันนั่งอยู่บนชักโครก เอียงหัวพิงผนังห้องน้ำ ภาวนาขออย่าให้ไอ้แก่รู้ว่าฉันอยู่ในนี้และขอให้เก้ามาถึงเร็วๆ
"น้องผู้หญิงใส่ชุดสีครีมใช่ไหมคะ เหมือนฉันจะเห็นแวบๆ ว่าเข้าไปในห้องน้ำ"
"ถ้างั้นผมขอเข้าไปดูหน่อยได้ไหม พอดีเธอเป็นลูกสาวผม"
เฮือก! เสียงนั่น ในที่สุดเขาก็เจอฉันจนได้
"เก้า.. ช่วยด้วย"
ที่วินซ์บอกจัดการไม่ยากคือเรื่องจริง อีกวันตำรวจสามารถจับตัวนิธิได้พร้อมกับพนักงานโรงแรมที่รับเงินค่าจ้างผสมยาในขวดน้ำเปล่าที่รินใส่แก้วให้ฉัน เก้าพาฉันไปชี้ตัวคนทำผิดที่สถานีตำรวจ ป้าแม่บ้านก็ยืนยันว่าใช่ด้วยเช่นกัน สุดท้ายยอมจำนนทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลยอมรับสารภาพว่ามอมยาฉันเพื่อหวังขืนใจจริงๆตั้งแต่เกิดเรื่องฉันก็ยังไม่ได้รับงานแฟนเดย์อีกเลย กระทั่งคุณโรมส่งข้อความแชทเข้ามาทวงคิวงานที่บอกจะยกยอดไปวันอื่น ฉันก็เลยแจ้งกฏการจ้างแฟนเดย์พร้อมเรทราคาให้เขาใหม่ ปักหมุดสถานที่เป็น Nine Sweet Cafe ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะตอบตกลงอย่างง่ายดายสิบโมงฉันก็เลยติดรถเก้ามาที่คาเฟ่ด้วย แต่เวลานัดหมายคือสิบเอ็ดโมงก็เลยมีเวลานั่งเล่นกับเจ้าแมวเหมียวที่ถูกปล่อยให้ออกมาเดินเผ่นผ่านรอเล่นกับลูกค้า"นี่ยัยอ้อน ได้ข่าวว่าแกชอบอ้อนผู้ชายเหรอ"ฉันอุ้มเจ้าเหมียวตัวสีเทาขึ้นมา ลูบหัวมันเบาๆ อย่างเอ็นดู แม้จะไม่ได้รักแมว แต่ก็ชอบความน่ารักของมันอยู่ไม่น้อย"แกเป็นแมวที่โชคดีนะยังมีผู้ชายให้อ้อน ฉันนี่สิ.. ได้เขาเป็นผัวแต่เขาไม่เอาฉัน"ประโยคหลังฉันกระซิบพลางเหล่ตามองเก้าที่กำลังอบรมพนักงานอยู่ ตั้งแต่คืนนั้นเร
เรามาต่อกันในห้องนอนอีกหลายรอบโดยไม่มีปัญหาเรื่องถุงยางอนามัยเพราะก่อนนี้เก้าเคยอยู่ที่นี่ ลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือชั้นล่างสุดที่ฉันไม่เคยเปิด นั่นคือจุดเก็บถุงยางอนามัยของเขาในอดีต เรานอนด้วยกันในห้องของฉัน เข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากตื่นมาเจอหน้าคนรักเป็นคนแรกว่าเป็นอย่างไรก็วันนี้ เราไม่ได้กอดกัน แต่มือของเขาวางแนบศีรษะของฉันตลอดคืน ฉันมีความสุขมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แม้ว่าฉันกับเก้าจะมีสถานะแค่คนที่หวังดีต่อกันเท่านั้น"ออม คุยกันหน่อยได้ไหม"เก้านั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งจานข้าวของเขาวางอยู่บนโต๊ะ ท่าทางซีเรียสของเก้าทำฉันใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ยอมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา พอมาเจอหน้าจังๆ ก็เกิดอาการเขินอายไม่กล้าสบตาตรงๆ"คุยสิ""เมื่อคืนเราเมา ขอโทษนะ""อื้อ" ฉันตอบรับอย่างว่าง่าย เมื่อคืนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเขา ฉันรู้ว่าเขาไปดื่มมาและตัวกระตุ้นอารมณ์ของเขาก็คงเป็นมันแอบเจ็บ แต่ฉันเองที่เป็นคนเริ่มจูบเขาจนเราสองคนเลยเถิดกัน"เราก็ขอโทษที่มึนยาอะไรก็ไม่รู้จนลวนลามนาย""ไม่โกรธเราใช่ไหม""โกรธ.. แต่โกรธตัวเองนะ ดูนายลำบากใจ"เก้าแสดงออกแบบนั้นจริงๆ และฉันก็เสียเซลฟ์มาก ถึงตอนนั้นเข
"นี่ห้องน้ำหญิง เดี๋ยวฉันเข้าไปดูให้ดีกว่าค่ะ"สิ้นเสียงของผู้หญิง ฉันก็นั่งตัวเกร็ง ใบหูได้ยินเสียงประตูแต่ละบานถูกผลักเปิดจนมาถึงห้องข้างๆ ฉันตัดสินใจยื่นมือไปปลดล็อกกลอนและประตูก็ถูกผลักเข้ามา ผู้หญิงมีอายุที่คาดว่าเป็นแม่บ้านตกใจที่เห็นฉัน เธอนิ่งไปชั่วครู่แล้วดึงประตูปิดให้ ฉันกดล็อกกลอนอีกครั้ง ถอนหายใจอย่างโล่งใจแล้วเอามือถือมาแนบหูพูดคุยกับเก้าเสียงกระซิบ"ฮึก! เก้า.. ต้องมานะ"[เราจะถึงแล้ว]"ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลยค่ะคุณ ลูกคุณอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้นะ" เสียงแม่บ้านคนนั้นลอยมาอีกครั้ง"ขอบคุณมาก"แต่พอได้ยินเสียงคุณนิธิหัวใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ หวังว่าเขาจะถอดใจแล้วไปจากตรงนี้ ไม่นานประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะ"หนูๆ เขาไปแล้ว ออกมาได้แล้ว"ในเมื่อมีคนช่วยฉันจึงไม่รีรอเปิดประตู ป้าแม่บ้านรีบเข้ามาช่วยพยุงฉันออกมาตรงหน้ากระจก"ไหวไหมหนู ป้าไปแจ้งผู้จัดการโรงแรมให้ดีไหม"ฉันวักน้ำล้างหน้าให้รู้สึกดีขึ้นเสร็จก็เงยหน้าขึ้นพนมมือไหว้"ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวรอเพื่อนหนูมาถึงก่อนดีกว่า""หนูก็ฉลาดนะที่ชูข้อความในมือถือให้ป้าเห็น ไม่งั้นป้าคงตะโกนเรียกให้คนนั้นรู้ตัว ไปอยู่แถวลอบบี้น่าจะปลอดภัยกว
@บ้านเขมราชย์เก้ากลับบ้านอีกครั้งในรอบเดือนเพราะถูกมารดาโทรตามให้มารับประทานอาหารเย็น ในค่ำคืนนี้สวนข้างตัวบ้านจึงถูกเนรมิตเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ในครอบครัวอีกครั้งหลังจากที่มันถูกใช้งานไปแล้วในลักษณะเดียวกันเมื่อสองเดือนก่อนครอบครัวเขมราชย์ผู้ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องหนังส่งออก มีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวรินนทีมายาวนานด้วยเพราะหัวเรือใหญ่ของทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนกันไม่บ่อยที่สองครอบครัวจะนัดหมายพบปะได้แบบครบองค์ประชุม โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กของบ้านเขมราชย์ที่การเรียนและการงานรัดตัวจนหาตัวจับยากไม่มีเวลาว่างค่ำคืนนี้เก้าก็ใช่ว่าจะว่าง งานที่คาเฟ่เป็นหลักหากไม่สำคัญจริงๆ เขาไม่มีทางทิ้งแต่เพราะมารดาขู่เข็ญว่าจะยึดที่ดินตรงคาเฟ่คืนหากเขาไม่โผล่มา ณ เวลานี้เก้าจึงนั่งอยู่ข้างแก้วกัลยาพี่สาวของเขา ฝั่งตรงข้ามคือครอบครัวรินนทีผู้มีลูกสาวหนึ่งคนอายุไล่เลี่ยกับเก้าชื่อว่าคนึงนิตหรือน้องนิดของทุกคน"ยินดีด้วยนะน้องนิด ดูสิ.. เจออีกทีก็จะแต่งงานซะแล้ว พี่ยังจำภาพเราวิ่งไล่จับกับเก้าได้อยู่เลย"แก้วกัลยาแซวคนึงนิตผู้ที่เป็นคนสำคัญของการนัดกินข้าวในค่ำคืนนี้คนึงนิตผู้จัดการบริษัทนำเข้าอาหารสัต
ลำพังตัวกะเปี๊ยกอย่างแพรวจะไปสู้ผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณโรมได้ยังไงถ้าเดย์ไม่รีบมาช่วย แถมเดย์ที่มีพ่อเป็นอดีตนายพลผู้มีอำนาจเหลือล้นยังพกไฟที่ได้ยินมาว่าเป็นลูกชายนักการเมืองมาใช้อำนาจข่มด้วยอีกคนคราวนี้ทรงเอหรือจะสู้ทรงอำนาจ คุณโรมไม่เอาเรื่องยัยแพรว แต่ขอเค้กกลับบ้านไปฝากสุนัขสามปอนด์ ทางพี่สะใภ้ของเดย์จัดการให้โดยมีเดย์เป็นคนออกค่าใช้จ่าย ไม่ใช่เพียงร้านโดนผลกระทบ ฉันเองก็ด้วยเพราะงานแฟนเดย์เพิ่งเริ่มไปไม่กี่นาที คุณโรมจึงขอยกยอดของวันนี้ไปเป็นวันอื่น ส่วนเหตุผลของเพื่อนฉันก็..."ดูก็รู้ว่าไม่น่าไว้ใจ ท่าทางก็น่ากลัวอาจหลอกแกไปขายก็ได้นะ ฉันเลยต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม"แบบนี้ฉันจะไปต่อว่าแพรวลงได้อย่างไร ฉันวางมือลงบนศีรษะเล็กแล้วยีเส้นผมเบาๆ "ขอบใจนะ แกทำดีแล้วล่ะที่ช่วยสแกนคนให้ฉัน"แต่แทนที่จะทำงานให้เสร็จวันนี้แล้วจบไป กลับต้องยกยอดเป็นวันอื่นช่างเถอะ.. เพื่อนหวังดี"ไอ้ไฟไปส่งออมสินที กูจะพาแพรวไปหาหมอ"เดย์ย่อตัวนั่งลง จับขาของแพรวดูตรงตำแหน่งที่ถูกน้ำร้อนลวกตอนชงกาแฟอย่างห่วงใยไฟพยักหน้า ไม่ได้พูดสิ่งใดแล้วเดินนำฉันไปยังรถซูเปอร์คาร์ของเขา คนนี้ก็น่ากลัวนะ เคยได้ยินว่าขาโหดชอบ
ฉันกลับมามองหน้าเก้าได้อีกครั้งเพิ่มเติมความชอบในตัวเขามีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ฉันชอบที่เขาใส่ใจและสนใจความรู้สึก.. ของฉันเราออกมาจากห้องน้ำก็กลับมานั่งที่โต๊ะ ถูกสายตาของเพื่อนๆ เขามองอย่าล้อเลียน แต่เก้าก็เฉลยในทันทีว่าเป็นเพราะพูดจาไม่ดีกับฉันเลยตามไปขอโทษ ไม่ได้ทำอะไรเสียหายและไม่ได้ทำอะไรชั่วๆ อย่างที่พวกมึงคิดดูสิ.. เขาให้เกียรติและปกป้องฉันด้วยนะ น่ารักที่สุดเลยดื่มเสร็จเราก็กลับด้วยกัน ระหว่างทางก็คุยเรื่องงานของฉันในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเขาจะสนใจมันไม่น้อยเพราะก่อนนี้เขาถามแทบจะทุกวันเลยถึงห้องเราก็แยกกัน ตอนเช้าฉันก็มาทำอาหารให้เขาปกติ ช่วงนี้ฉันกับเก้าปิดเทอมแล้วจึงไม่ได้เร่งรีบเรื่องเวลา ระหว่างรอเก้าออกกำลังกายก็เดินออกมาตรงระเบียง มุมขวามือมีกระถางดอกไม้ห้อยอยู่สามต้นเลยมายืนรดน้ำไปพลางๆ บ้างก็หันไปมองคนหล่อที่เดี๋ยววิดพื้น เดี๋ยวซิทอัพในช่วงชีวิตฉันเคยแอบชอบเพื่อนชอบรุ่นพี่มาก่อน แต่ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับใครแบบนี้สักคน ความรู้สึกของฉันตอนนี้จึงเรียกได้ว่ามีความสุขมาก เก้าทำให้โลกของฉันที่พบเจอผู้คนหลากหลายให้เปลี่ยนมาพบเจอเขาเพียงคนเดียว ฉันอยากอยู่กับเขาแบบนี้นาน







