LOGIN"นี่ห้องน้ำหญิง เดี๋ยวฉันเข้าไปดูให้ดีกว่าค่ะ"
สิ้นเสียงของผู้หญิง ฉันก็นั่งตัวเกร็ง ใบหูได้ยินเสียงประตูแต่ละบานถูกผลักเปิดจนมาถึงห้องข้างๆ ฉันตัดสินใจยื่นมือไปปลดล็อกกลอนและประตูก็ถูกผลักเข้ามา ผู้หญิงมีอายุที่คาดว่าเป็นแม่บ้านตกใจที่เห็นฉัน เธอนิ่งไปชั่วครู่แล้วดึงประตูปิดให้ ฉันกดล็อกกลอนอีกครั้ง ถอนหายใจอย่างโล่งใจแล้วเอามือถือมาแนบหูพูดคุยกับเก้าเสียงกระซิบ
"ฮึก! เก้า.. ต้องมานะ"
[เราจะถึงแล้ว]
"ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลยค่ะคุณ ลูกคุณอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้นะ" เสียงแม่บ้านคนนั้นลอยมาอีกครั้ง
"ขอบคุณมาก"
แต่พอได้ยินเสียงคุณนิธิหัวใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ หวังว่าเขาจะถอดใจแล้วไปจากตรงนี้ ไม่นานประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะ
"หนูๆ เขาไปแล้ว ออกมาได้แล้ว"
ในเมื่อมีคนช่วยฉันจึงไม่รีรอเปิดประตู ป้าแม่บ้านรีบเข้ามาช่วยพยุงฉันออกมาตรงหน้ากระจก
"ไหวไหมหนู ป้าไปแจ้งผู้จัดการโรงแรมให้ดีไหม"
ฉันวักน้ำล้างหน้าให้รู้สึกดีขึ้นเสร็จก็เงยหน้าขึ้นพนมมือไหว้
"ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวรอเพื่อนหนูมาถึงก่อนดีกว่า"
"หนูก็ฉลาดนะที่ชูข้อความในมือถือให้ป้าเห็น ไม่งั้นป้าคงตะโกนเรียกให้คนนั้นรู้ตัว ไปอยู่แถวลอบบี้น่าจะปลอดภัยกว่า ตรงนั้นคนเยอะ"
ป้าแม่บ้านพยุงฉันออกมาด้านหน้าลอบบี้ สายตาก็คอยสอดส่องคุณนิธิไปด้วยว่าเขายังคงวนเวียนอยู่แถวนี้หรือไม่ แต่คนที่ฉันเห็นไม่ใช่เขา กลับเป็นเก้าที่กำลังวิ่งตรงมาทางนี้
"เก้า.."
เพียงเก้าวิ่งมาถึงตัว ฉันก็ถลาเข้าสวมกอดเขาแนบแน่นราวกับได้ที่พักพิงปลอดภัยที่สุดในชีวิต
"นายมาจริงๆ ด้วย ฮึก! ขอบคุณนะ"
"กลับกันเถอะ เดี๋ยวเราจะมาจัดการให้เธอทีหลัง" เก้าโอบกอดฉัน มือข้างหนึ่งลูบศีรษะปลอบโยน แล้วโอบประคองฉันออกมายังรถของเขาที่จอดเอาไว้ด้านหน้าโรงแรม
รถเคลื่อนตัวออกมาได้ไม่นาน เก้าก็ผลักศีรษะของฉันให้หนุนนอนบนหน้าตักของเขา ใช้มือใหญ่ลูบศีรษะกล่อมให้ฉันหลับไปตลอดทาง แต่ฉันกลับไม่หลับอย่างควรจะเป็น น้ำตาซึมไหลด้วยความอุ่นใจ ขอบคุณจากหัวใจที่เก้าไม่เมินฉันและรีบมารับฉันอย่างไม่ลังเล ฉันพูดได้เต็มปากแล้วนะว่า.. รักเขาที่สุดเลย
เก้าโอบอุ้มฉันขึ้นมาบนห้องแทนการให้เดิน เขาวางฉันให้นั่งบนโซฟาแล้วย่อตัวนั่งลงด้านหน้าถอดรองเท้าผ้าใบให้
"เล่าให้ฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น"
เขาเอารองเท้าไปเก็บบนชั้น เดินหายเข้าไปในห้องครัวแล้วกลับมาพร้อมน้ำเปล่าหนึ่งแก้วและผ้าเย็นหนึ่งผืน ทั้งหมดถูกยื่นให้ฉันรับมาดื่มและเช็ดใบหน้า
"คิดว่าถูกวางยานะ แต่ไม่รู้เลยว่าโดนตอนไหน"
"ใคร" น้ำเสียงที่ถามเข้มจัดจนฉันแอบตกใจ เขายืนอยู่ตรงหน้า สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงทำท่าทางประหนึ่งตำรวจซักไซ้ถามผู้ต้องหา
"ลูกค้าคนนี้ชื่อนิธิ เป็นผู้จัดการธนาคาร เขาดูเป็นผู้ใหญ่ ชวนคุยแต่เรื่องเรียน ไม่มีแววสักนิดเลยว่าจะคิดอะไรไม่ดี แต่อยู่ดีๆ เราก็มึนหัวแล้วเขาก็พาเราขึ้นห้อง"
"มันทำอะไรให้เธอ!"
ครั้งนี้เก้าโมโห เขามาย่อตัวนั่งลงด้านหน้าสำรวจตัวฉันหาร่องรอยหลักฐาน
"ยัง.. เราหนีออกมาได้แล้วโทรหาเก้านั่นแหละ เขามาตามหาเราที่ห้องน้ำ แต่พอดีมีป้าแม่บ้านอยู่ เราใช้มือถือเขียนข้อความขอความช่วยเหลือ ป้าแกเลยช่วยออกมาจนเจอนาย"
"ต้องไปแจ้งตำรวจและงานของเธอ... ต้องวางแผนให้ดีกว่านี้"
ฉันพยักหน้า ตอนนี้เก้าพูดอะไรฉันจะเชื่อฟังทุกอย่าง
"ยังมึนหัวอยู่ไหม"
"อื้อ"
"ไปอาบน้ำแล้วนอน เธอจะดีขึ้น"
ไม่รอให้ฉันได้ลุกขึ้นยืน เก้ายังคงโอบอุ้มฉันเข้ามาส่งถึงที่ เขาให้นั่งบนฐานอ่างล้างมือแล้วหันไปหยิบผ้าขนหนูบนราวแขวนผ้ามายื่นให้
“ยังมึนหัวแล้วจะอาบน้ำเองได้ใช่ไหม”
ถ้าบอกว่าไม่ได้ เขาจะอาบให้ฉันเหรอ..
“ได้นั่นแหละ”
เก้าไม่ได้ทู่ซี้ อุ้มฉันลงมายืน แต่พอเขาจะออกไปจากห้องน้ำ มือของฉันกลับรั้งแขนของเขาเอาไว้
“ขอกอดนายอีกสักทีได้ไหม”
แขนที่ฉันจับกระตุกดึงเข้าหาตัว เก้าโอบรั้งฉันเข้าหาสวมกอด ให้ฉันได้กอดเขาถนัดมากขึ้น
"ขอบคุณอีกครั้งนะ ดีใจที่มีนายอยู่ใกล้ๆ"
ฉันแนบแก้มกับหน้าอกแกร่ง นอกจากพ่อแล้วก็เก้าที่อกอุ่นที่สุด
"ดีใจที่เธอเก่ง เอาตัวรอดเป็น" มือของเก้ายังคงอ่อนโยนกับฉัน เขาใช้มันลูบแผ่นหลังของฉันไปมา
นานเกินไปจนฉันกลัวว่าจะดึงตัวเองออกไม่ได้แล้วงอแงกอดเขาทั้งคืนจึงรีบผละออก แต่ความรักที่ฉันมีล้นอกทำให้ตัวเองบ้าดีเดือดจุ๊บแก้มสากเบาๆ ไม่ให้เก้าได้ตั้งตัว
"ขอบคุณๆ"
ฉันระบายยิ้มขัดเขินแล้วหันหลังมาซ่อนแก้มร้อนผ่าว แต่ดันพลาดเพราะลืมไปว่าตรงหน้าคือกระจก ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเก้าที่ยืนนิ่งงัน ตั้งแต่ที่โรงแรมจนถึงตอนนี้เก้าเพิ่งจะยิ้มให้ฉันราวกับว่าจุ๊บเบาๆ ของฉันช่วยให้ยิ้มได้
"ชอบเหรอ"
"แล้วใครจะไม่ชอบบ้าง ทำไม.. ยายังไม่หมดฤทธิ์หรือไง" เขาขำ
นั่นสิ! หรืออาจเป็นผลพวงของยาที่ไม่รู้เลยว่าจุดประสงค์ของมันคืออะไร แต่ที่แน่ๆ ฉันอยากใช้ความมึนงงทำอะไรที่อยากทำแต่ไม่เคยกล้าทำสักที
"อาจจะใช่ล่ะมั้ง"
ฉันหมุนตัวกลับไปหาเขา ขยับเข้าไปใกล้เก้าอีกครั้งแล้วแหงนเงยใบหน้าขึ้น
"มึนๆ เบลอๆ อยากจูบนายยังไงก็ไม่รู้"
ความบ้าเข้าสิงร่างฉันแล้ว เมื่อสิ้นประโยคฉันก็จูบเก้าทันที เก้าไม่ได้ปัดป้องและไม่ได้ตกใจ เขายืนนิ่ง ไม่ตอบสนองจูบฉันด้วยซ้ำ
ฉันเข้าใจ คนเราใช่ว่าจูบกับใครแล้วจะรู้สึกดี เก้าไม่ได้คิดอะไรกับฉัน เขาไม่ได้อยากจูบฉัน จะนิ่งราวกับรูปปั้นก็ไม่แปลก ฉันจึงผละออก ยิ้มทั้งที่ความเศร้าคลุมทั่วศีรษะ
"ไม่ผ่าน ไปเรียนมาใหม่"
แซวจบก็กดใบหน้าแตกยับลงต่ำมองเสื้อเชิ้ตของเขาแทนการสบตา ฉันควรเลิกเล่นแล้วอาบน้ำจริงๆ สักที แต่เพียงแค่หันหลัง ริมฝีปากร้อนฉ่าของเขาก็กดแนบใบหู มือใหญ่สอดรับปลายคางล็อกแน่นให้ฉันสบตาเขาผ่านกระจก
พลันลำตัวของฉันก็ร้อนผ่าว ก็ดวงตาคมที่เคยเห็นว่าอ่อนโยนและขี้เล่น ยามนี้กลับกลายเป็นไฟแผดเผาหัวใจของฉันให้มอดไหม้ไม่เหลือชิ้นดี
"คนที่ต้องเรียนคือเธอ เรายินดีเป็นครูสอนให้"
"อื้อ!"
มือนั้นบิดปลายคางให้หันหน้าเข้าหา เก้าจูบฉันที่แตกต่างจากเมื่อครู่ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตอบสนอง แต่เขาเป็นคนนำพาจูบของเราให้เรียกว่าจูบจริงๆ จนร่างกายของฉันร้อนผ่าว ช่องท้องมวนบิดไม่ต่างจากตอนขับรถขึ้นลงสะพานสูงๆ และเมื่อเรียวลิ้นสากเปิดปากของฉันให้อ้าออกรับลิ้นของเขาที่เข้ามาเกี่ยวกวัดหยอกล้อลิ้นของฉัน สองขาที่เคยวิ่งผลัดได้เรียนทองก็ไม่ต่างจากคนกล้ามเนื้ออ่อนแรงหยัดยืนไม่ไหว
เก้าคงรับรู้ได้ถึงยกตัวฉันให้ขึ้นนั่งบนฐานอ่างล้างมืออีกครั้ง จูบของเราเกิดขึ้นเนิ่นนาน ไปพร้อมกับมือใหญ่สอดเข้าไปในกระโปรงชุดเดรสลูบไล้ขาอ่อนชวนขนลุก เก้าจับสองขาของฉันอ้ากว้างรองรับตัวเขาแทรกตรงกลาง เพียงเขาเข้ามาใกล้ มือของฉันก็เป็นฝ่ายซุกซนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างรีบร้อน รั้งมันออกกองลงบนพื้น เผยเนื้อตัวหนัดแน่นน่ามอง ปลายนิ้วของฉันแตะลงบนต้นแขนข้างซ้ายที่มีรอยสักลวดลายกราฟิกอยู่ เคลื่อนปลายนิ้วชี้ขึ้นด้านบนแตะลงบนหน้าอก ตรงนี้ก็มีรอยสักชื่อจริงและนามสกุลของเขาเป็นภาษาอังกฤษ
"เหมาะกับนายไปหมดทุกอย่าง"
"อือ.. " เก้าครางรับแผ่วเบา กดจมูกสูดดมลำคอขาวไล้มาถึงไหปลาร้า ทุกสัมผัสของเขาทำฉันเกร็งและขนลุกไปทั้งตัว ยิ่งเขาจูบตรงไหน ตรงนั้นก็พร้อมจะตื่นตัว ฉันเคลิ้มจนไม่รู้ตัวเลยว่ามือใหญ่เคลื่อนตัวสูงขึ้น กระทั่งหน้าอกถูกกอบกุมบีบขย้ำ
"อื้อ!"
"เจ็บเหรอ" เขาดูตกใจผงกศีรษะขึ้นถาม
ฉันยิ้ม ส่ายหน้าปฏิเสธ "แค่ตกใจ"
"ขอโทษ"
กระซิบเสียงพร่าแล้วจูบริมฝีปากของฉันอีกครั้ง ฉันรู้สึกว่าเก้ามีอารมณ์ เขาหายใจรุนแรง หน้าแดงและตัวแดง แถมยังจูบแบบไม่พักและดูใจร้อนขึ้นเมื่อได้บีบขย้ำนมของฉันทั้งสองข้าง
"เต็มมือดี"
ผู้ชายชมฉันก็เขินแย่ กลั้นยิ้มแทบไม่ได้แล้วด้วย
"ถอดนะ อยากเห็น"
ทั้งฉันและเขาช่วยกันถอดชุดเดรสออกทางศีรษะจนเหลือเพียงบรากับแพนตี้ เก้ามองฉันอย่างโลมเลียไม่ปิดบังให้ฉันเบือนหน้าหนีเขินอาย
"นายอยากเห็นเอง เราไม่ได้อ่อยนะ"
"ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลย"
มือใหญ่แนบด้านหลัง สะกิดตะขอบราเซียออกอย่างชำนาญ ด้านบนเปลือย เก้าก็ไม่รีรอก้มลงมาเล่นกับหน้าอกของฉัน มือยังทำงานรั้งแพนตี้ออกทางเรียวขา พลันความเย็นก็ปะทะก้นเปลือยลามเลียทั่วทั้งตัว ฉันบดเบียดร่างกายเข้าหาเก้า สองแขนโอบรอบคอเขาแหงนเงยใบหน้า
"เสียว.." ร้องบอกความรู้สึกทั้งบนและล่าง เก้าไม่ปราณีฉันด้วยการกรีดกรายนิ้วมือแตะต้องขาอ่อน ถึงจุดหวาดเสียวเขาก็ไม่รั้งรอแตะต้องสอดเรียวนิ้วยาวเข้าไปในร่างกาย "อื้อ เจ็บ"
"ขอโทษ"
เขาชักนิ้วออกทันที ผละออกมาปลดเข็มขัดกับรูดซิปลง ก่อนจะรั้งลงเขาหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดเคสออกเล็กน้อยแล้วหยิบถุงยางอนามัยออกมาใช้งาน
เพิ่งรู้เลยแหะว่าผู้ชายพกไอ้เจ้านี่เอาไว้ตรงนี้
ฉันมองเก้าสวมใส่มันอย่างเพลิดเพลิน ดวงตาล่องลอยมองเจ้านั่นที่ตัวอวบอ้วนสมบูรณ์เพราะคงถูกเลี้ยงมาดี รู้ตัวอีกทีเก้าค่อมตัวลงเล็กน้อยมาสบตา มือจับสองขาของฉันตั้งชันขึ้นวางเท้าบนฐานหินอ่อน
"ไม่หยุดแล้วนะ"
"ไม่ได้อยากให้หยุดอยู่แล้ว"
"ห้ามมางอแงทีหลัง"
พรึบ! สองแขนแกร่งสอดรัดเรียวขา กระชับให้ของฉันกับของเขาแนบชิดกัน หัวใจจะวาย ทั้งร้อน ทั้งหนาว ทั้งเสียว ทั้งอยากแนบชิดเขา ทุกอย่างผสมรวมกันอยู่ในตัวฉันตอนนี้
กระทั่งความปรารถนาของฉันสมบูรณ์ เก้าพาตัวตนของเขาสอดลึกให้ฉันกลืนกิน ฉันแหงนเงยใบหน้ากรีดร้องตัวเกร็ง ความเจ็บแล่นพล่านทรมาน
"เจ็บมากไหม ขอโทษนะ"
มือใหญ่ลูบแก้มฉัน เก้าถามอย่างห่วงใยแต่ช่วงล่างยังคงดุนดันเข้าไปเรื่อยๆ แม้จะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาเราก็ครอบครองกันอย่างสมบูรณ์
"อ๊าส์!"
"ซี้ด! เธอแน่น"
ก็ต้องแบบนั้นเพราะฉันไม่เคย ฝ่ามือของฉันลูบไล้แก้มสากปลอบโยนคนหล่อที่เผลอทำใบหน้าเหยเกไปพักหนึ่ง แต่เก้ากลับคว้ามือนั้นไปจูบให้ฉันขัดเขิน ช่วงล่างเริ่มขยับไปพร้อมกัน
"เตือนแล้วนะ.. ห้ามงอแง"
"มะ ไม่ อื้อ!"
เสียงของฉันถูกกลืนหายด้วยจูบเร่าร้อน เก้าสาดสะโพกใส่ฉันดั่งพายุที่พร้อมจะพัดพาทุกสิ่งให้ไปกับเขา โดยเฉพาะหัวใจของฉันที่ไปอยู่กับเขาแล้วทั้งหมด
ที่วินซ์บอกจัดการไม่ยากคือเรื่องจริง อีกวันตำรวจสามารถจับตัวนิธิได้พร้อมกับพนักงานโรงแรมที่รับเงินค่าจ้างผสมยาในขวดน้ำเปล่าที่รินใส่แก้วให้ฉัน เก้าพาฉันไปชี้ตัวคนทำผิดที่สถานีตำรวจ ป้าแม่บ้านก็ยืนยันว่าใช่ด้วยเช่นกัน สุดท้ายยอมจำนนทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลยอมรับสารภาพว่ามอมยาฉันเพื่อหวังขืนใจจริงๆตั้งแต่เกิดเรื่องฉันก็ยังไม่ได้รับงานแฟนเดย์อีกเลย กระทั่งคุณโรมส่งข้อความแชทเข้ามาทวงคิวงานที่บอกจะยกยอดไปวันอื่น ฉันก็เลยแจ้งกฏการจ้างแฟนเดย์พร้อมเรทราคาให้เขาใหม่ ปักหมุดสถานที่เป็น Nine Sweet Cafe ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะตอบตกลงอย่างง่ายดายสิบโมงฉันก็เลยติดรถเก้ามาที่คาเฟ่ด้วย แต่เวลานัดหมายคือสิบเอ็ดโมงก็เลยมีเวลานั่งเล่นกับเจ้าแมวเหมียวที่ถูกปล่อยให้ออกมาเดินเผ่นผ่านรอเล่นกับลูกค้า"นี่ยัยอ้อน ได้ข่าวว่าแกชอบอ้อนผู้ชายเหรอ"ฉันอุ้มเจ้าเหมียวตัวสีเทาขึ้นมา ลูบหัวมันเบาๆ อย่างเอ็นดู แม้จะไม่ได้รักแมว แต่ก็ชอบความน่ารักของมันอยู่ไม่น้อย"แกเป็นแมวที่โชคดีนะยังมีผู้ชายให้อ้อน ฉันนี่สิ.. ได้เขาเป็นผัวแต่เขาไม่เอาฉัน"ประโยคหลังฉันกระซิบพลางเหล่ตามองเก้าที่กำลังอบรมพนักงานอยู่ ตั้งแต่คืนนั้นเร
เรามาต่อกันในห้องนอนอีกหลายรอบโดยไม่มีปัญหาเรื่องถุงยางอนามัยเพราะก่อนนี้เก้าเคยอยู่ที่นี่ ลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือชั้นล่างสุดที่ฉันไม่เคยเปิด นั่นคือจุดเก็บถุงยางอนามัยของเขาในอดีต เรานอนด้วยกันในห้องของฉัน เข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากตื่นมาเจอหน้าคนรักเป็นคนแรกว่าเป็นอย่างไรก็วันนี้ เราไม่ได้กอดกัน แต่มือของเขาวางแนบศีรษะของฉันตลอดคืน ฉันมีความสุขมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แม้ว่าฉันกับเก้าจะมีสถานะแค่คนที่หวังดีต่อกันเท่านั้น"ออม คุยกันหน่อยได้ไหม"เก้านั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งจานข้าวของเขาวางอยู่บนโต๊ะ ท่าทางซีเรียสของเก้าทำฉันใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ยอมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา พอมาเจอหน้าจังๆ ก็เกิดอาการเขินอายไม่กล้าสบตาตรงๆ"คุยสิ""เมื่อคืนเราเมา ขอโทษนะ""อื้อ" ฉันตอบรับอย่างว่าง่าย เมื่อคืนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเขา ฉันรู้ว่าเขาไปดื่มมาและตัวกระตุ้นอารมณ์ของเขาก็คงเป็นมันแอบเจ็บ แต่ฉันเองที่เป็นคนเริ่มจูบเขาจนเราสองคนเลยเถิดกัน"เราก็ขอโทษที่มึนยาอะไรก็ไม่รู้จนลวนลามนาย""ไม่โกรธเราใช่ไหม""โกรธ.. แต่โกรธตัวเองนะ ดูนายลำบากใจ"เก้าแสดงออกแบบนั้นจริงๆ และฉันก็เสียเซลฟ์มาก ถึงตอนนั้นเข
"นี่ห้องน้ำหญิง เดี๋ยวฉันเข้าไปดูให้ดีกว่าค่ะ"สิ้นเสียงของผู้หญิง ฉันก็นั่งตัวเกร็ง ใบหูได้ยินเสียงประตูแต่ละบานถูกผลักเปิดจนมาถึงห้องข้างๆ ฉันตัดสินใจยื่นมือไปปลดล็อกกลอนและประตูก็ถูกผลักเข้ามา ผู้หญิงมีอายุที่คาดว่าเป็นแม่บ้านตกใจที่เห็นฉัน เธอนิ่งไปชั่วครู่แล้วดึงประตูปิดให้ ฉันกดล็อกกลอนอีกครั้ง ถอนหายใจอย่างโล่งใจแล้วเอามือถือมาแนบหูพูดคุยกับเก้าเสียงกระซิบ"ฮึก! เก้า.. ต้องมานะ"[เราจะถึงแล้ว]"ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลยค่ะคุณ ลูกคุณอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้นะ" เสียงแม่บ้านคนนั้นลอยมาอีกครั้ง"ขอบคุณมาก"แต่พอได้ยินเสียงคุณนิธิหัวใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ หวังว่าเขาจะถอดใจแล้วไปจากตรงนี้ ไม่นานประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะ"หนูๆ เขาไปแล้ว ออกมาได้แล้ว"ในเมื่อมีคนช่วยฉันจึงไม่รีรอเปิดประตู ป้าแม่บ้านรีบเข้ามาช่วยพยุงฉันออกมาตรงหน้ากระจก"ไหวไหมหนู ป้าไปแจ้งผู้จัดการโรงแรมให้ดีไหม"ฉันวักน้ำล้างหน้าให้รู้สึกดีขึ้นเสร็จก็เงยหน้าขึ้นพนมมือไหว้"ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวรอเพื่อนหนูมาถึงก่อนดีกว่า""หนูก็ฉลาดนะที่ชูข้อความในมือถือให้ป้าเห็น ไม่งั้นป้าคงตะโกนเรียกให้คนนั้นรู้ตัว ไปอยู่แถวลอบบี้น่าจะปลอดภัยกว
@บ้านเขมราชย์เก้ากลับบ้านอีกครั้งในรอบเดือนเพราะถูกมารดาโทรตามให้มารับประทานอาหารเย็น ในค่ำคืนนี้สวนข้างตัวบ้านจึงถูกเนรมิตเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ในครอบครัวอีกครั้งหลังจากที่มันถูกใช้งานไปแล้วในลักษณะเดียวกันเมื่อสองเดือนก่อนครอบครัวเขมราชย์ผู้ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องหนังส่งออก มีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวรินนทีมายาวนานด้วยเพราะหัวเรือใหญ่ของทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนกันไม่บ่อยที่สองครอบครัวจะนัดหมายพบปะได้แบบครบองค์ประชุม โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กของบ้านเขมราชย์ที่การเรียนและการงานรัดตัวจนหาตัวจับยากไม่มีเวลาว่างค่ำคืนนี้เก้าก็ใช่ว่าจะว่าง งานที่คาเฟ่เป็นหลักหากไม่สำคัญจริงๆ เขาไม่มีทางทิ้งแต่เพราะมารดาขู่เข็ญว่าจะยึดที่ดินตรงคาเฟ่คืนหากเขาไม่โผล่มา ณ เวลานี้เก้าจึงนั่งอยู่ข้างแก้วกัลยาพี่สาวของเขา ฝั่งตรงข้ามคือครอบครัวรินนทีผู้มีลูกสาวหนึ่งคนอายุไล่เลี่ยกับเก้าชื่อว่าคนึงนิตหรือน้องนิดของทุกคน"ยินดีด้วยนะน้องนิด ดูสิ.. เจออีกทีก็จะแต่งงานซะแล้ว พี่ยังจำภาพเราวิ่งไล่จับกับเก้าได้อยู่เลย"แก้วกัลยาแซวคนึงนิตผู้ที่เป็นคนสำคัญของการนัดกินข้าวในค่ำคืนนี้คนึงนิตผู้จัดการบริษัทนำเข้าอาหารสัต
ลำพังตัวกะเปี๊ยกอย่างแพรวจะไปสู้ผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณโรมได้ยังไงถ้าเดย์ไม่รีบมาช่วย แถมเดย์ที่มีพ่อเป็นอดีตนายพลผู้มีอำนาจเหลือล้นยังพกไฟที่ได้ยินมาว่าเป็นลูกชายนักการเมืองมาใช้อำนาจข่มด้วยอีกคนคราวนี้ทรงเอหรือจะสู้ทรงอำนาจ คุณโรมไม่เอาเรื่องยัยแพรว แต่ขอเค้กกลับบ้านไปฝากสุนัขสามปอนด์ ทางพี่สะใภ้ของเดย์จัดการให้โดยมีเดย์เป็นคนออกค่าใช้จ่าย ไม่ใช่เพียงร้านโดนผลกระทบ ฉันเองก็ด้วยเพราะงานแฟนเดย์เพิ่งเริ่มไปไม่กี่นาที คุณโรมจึงขอยกยอดของวันนี้ไปเป็นวันอื่น ส่วนเหตุผลของเพื่อนฉันก็..."ดูก็รู้ว่าไม่น่าไว้ใจ ท่าทางก็น่ากลัวอาจหลอกแกไปขายก็ได้นะ ฉันเลยต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม"แบบนี้ฉันจะไปต่อว่าแพรวลงได้อย่างไร ฉันวางมือลงบนศีรษะเล็กแล้วยีเส้นผมเบาๆ "ขอบใจนะ แกทำดีแล้วล่ะที่ช่วยสแกนคนให้ฉัน"แต่แทนที่จะทำงานให้เสร็จวันนี้แล้วจบไป กลับต้องยกยอดเป็นวันอื่นช่างเถอะ.. เพื่อนหวังดี"ไอ้ไฟไปส่งออมสินที กูจะพาแพรวไปหาหมอ"เดย์ย่อตัวนั่งลง จับขาของแพรวดูตรงตำแหน่งที่ถูกน้ำร้อนลวกตอนชงกาแฟอย่างห่วงใยไฟพยักหน้า ไม่ได้พูดสิ่งใดแล้วเดินนำฉันไปยังรถซูเปอร์คาร์ของเขา คนนี้ก็น่ากลัวนะ เคยได้ยินว่าขาโหดชอบ
ฉันกลับมามองหน้าเก้าได้อีกครั้งเพิ่มเติมความชอบในตัวเขามีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ฉันชอบที่เขาใส่ใจและสนใจความรู้สึก.. ของฉันเราออกมาจากห้องน้ำก็กลับมานั่งที่โต๊ะ ถูกสายตาของเพื่อนๆ เขามองอย่าล้อเลียน แต่เก้าก็เฉลยในทันทีว่าเป็นเพราะพูดจาไม่ดีกับฉันเลยตามไปขอโทษ ไม่ได้ทำอะไรเสียหายและไม่ได้ทำอะไรชั่วๆ อย่างที่พวกมึงคิดดูสิ.. เขาให้เกียรติและปกป้องฉันด้วยนะ น่ารักที่สุดเลยดื่มเสร็จเราก็กลับด้วยกัน ระหว่างทางก็คุยเรื่องงานของฉันในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเขาจะสนใจมันไม่น้อยเพราะก่อนนี้เขาถามแทบจะทุกวันเลยถึงห้องเราก็แยกกัน ตอนเช้าฉันก็มาทำอาหารให้เขาปกติ ช่วงนี้ฉันกับเก้าปิดเทอมแล้วจึงไม่ได้เร่งรีบเรื่องเวลา ระหว่างรอเก้าออกกำลังกายก็เดินออกมาตรงระเบียง มุมขวามือมีกระถางดอกไม้ห้อยอยู่สามต้นเลยมายืนรดน้ำไปพลางๆ บ้างก็หันไปมองคนหล่อที่เดี๋ยววิดพื้น เดี๋ยวซิทอัพในช่วงชีวิตฉันเคยแอบชอบเพื่อนชอบรุ่นพี่มาก่อน แต่ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับใครแบบนี้สักคน ความรู้สึกของฉันตอนนี้จึงเรียกได้ว่ามีความสุขมาก เก้าทำให้โลกของฉันที่พบเจอผู้คนหลากหลายให้เปลี่ยนมาพบเจอเขาเพียงคนเดียว ฉันอยากอยู่กับเขาแบบนี้นาน







