LOGINที่วินซ์บอกจัดการไม่ยากคือเรื่องจริง อีกวันตำรวจสามารถจับตัวนิธิได้พร้อมกับพนักงานโรงแรมที่รับเงินค่าจ้างผสมยาในขวดน้ำเปล่าที่รินใส่แก้วให้ฉัน เก้าพาฉันไปชี้ตัวคนทำผิดที่สถานีตำรวจ ป้าแม่บ้านก็ยืนยันว่าใช่ด้วยเช่นกัน สุดท้ายยอมจำนนทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลยอมรับสารภาพว่ามอมยาฉันเพื่อหวังขืนใจจริงๆ
ตั้งแต่เกิดเรื่องฉันก็ยังไม่ได้รับงานแฟนเดย์อีกเลย กระทั่งคุณโรมส่งข้อความแชทเข้ามาทวงคิวงานที่บอกจะยกยอดไปวันอื่น ฉันก็เลยแจ้งกฏการจ้างแฟนเดย์พร้อมเรทราคาให้เขาใหม่ ปักหมุดสถานที่เป็น Nine Sweet Cafe ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะตอบตกลงอย่างง่ายดาย
สิบโมงฉันก็เลยติดรถเก้ามาที่คาเฟ่ด้วย แต่เวลานัดหมายคือสิบเอ็ดโมงก็เลยมีเวลานั่งเล่นกับเจ้าแมวเหมียวที่ถูกปล่อยให้ออกมาเดินเผ่นผ่านรอเล่นกับลูกค้า
"นี่ยัยอ้อน ได้ข่าวว่าแกชอบอ้อนผู้ชายเหรอ"
ฉันอุ้มเจ้าเหมียวตัวสีเทาขึ้นมา ลูบหัวมันเบาๆ อย่างเอ็นดู แม้จะไม่ได้รักแมว แต่ก็ชอบความน่ารักของมันอยู่ไม่น้อย
"แกเป็นแมวที่โชคดีนะยังมีผู้ชายให้อ้อน ฉันนี่สิ.. ได้เขาเป็นผัวแต่เขาไม่เอาฉัน"
ประโยคหลังฉันกระซิบพลางเหล่ตามองเก้าที่กำลังอบรมพนักงานอยู่ ตั้งแต่คืนนั้นเราก็ไม่ได้แนบชิดอย่างเร่าร้อนกันอีกเลย เก้าทำทุกอย่างเหมือนปกติราวกับว่าเหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้น ชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาสุภาพบุรุษเกินไปหรือเขาลืมมันไปแล้วกันแน่
"ดื่มกาแฟหรือเปล่า" เก้าเดินตรงมาหาพร้อมแก้วกาแฟที่ถือติดมือมาด้วย
"ถือมาแล้วก็ต้องดื่มแล้วล่ะ ขอบคุณนะ"
ฉันรับกาแฟมาดูดแล้วกดจมูกฟัดหัวเจ้าอ้อนไปด้วยอย่างมันเขี้ยว หางตาเห็นอะไรแวบๆ เลยรีบเงยหน้ามองดู
"แอบถ่ายเหรอ"
เก้ายกมือถือกดถ่ายรูป ขนาดฉันทักก็ยังไม่หยุดถ่าย
"เดี๋ยวส่งให้ ขอเอาไปลงรีวิวเพจร้านด้วย"
"ก็ได้ๆ ถือว่าเป็นค่าให้ยืมสถานที่แล้วกัน"
"วันนี้เรทไหน"
"คนนี้ชอบซื้อเรทจับมือ"
เก้าพยักหน้า ยีเส้นผมฉันอย่างชอบทำ "เซฟตัวเองด้วย"
"เซฟตัวเองแล้ว เซฟเธอด้วยได้ป่ะ"
"หืม?"
"ได้ไหมอ้อน ขอเซฟแกด้วยได้ไหม เดี๋ยวแกมานั่งกับฉันนะจะได้ไม่ต้องไปอ้อนผู้ชายให้ใครอิจฉา"
ฉันทำทีเป็นก้มหน้าคุยกับเจ้าอ้อน เหล่ตามองคนที่บอกว่าขี้อ้อนเหมือนเจ้านี้แต่กลับไม่มีแฟนให้อ้อน
เอ๊ะ! หรือฉันจะปล่อยให้มันไปอ้อนตัวผู้ให้เก้าเห็นดี เผื่อจะมีคนอิจฉาแล้วมาอ้อนฉัน
[9 Part]
นึกไม่ออกเลยว่าถ้าออมสินไม่มีผมเธอจะจัดการเรื่องยุ่งยากยังไง โชคดีที่ไอ้นั่นเป็นเพียงไอ้แก่หื่นกาม ไม่ใช่คนใหญ่คนโตมาให้ผมเจอตอ
แต่เกิดเหตุการณ์นั้นมีข้อดีอยู่หนึ่งอย่าง ออมสินจะได้มองเห็นความเสี่ยงของอาชีพว่ามีมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่รับงานในผับบ้าง ในโรงแรมบ้างให้ตัวเองอันตราย
กรุ๊งกริ๊ง! เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้น ผมละสายตาจากออมสินที่กำลังนั่งกินไอศกรีมกับผู้ชายสักลายมามองผู้มาใหม่
แต่แล้วก็ต้องตกใจไปชั่วขณะเพราะเป็นนิดที่เดินเข้ามากับน้องสาวของเธอ
'มาทำไมวะ' ผมทำอาชีพบริการ ต้องต้อนรับลูกค้าด้วยใจ แต่เว้นไว้คนหนึ่งเถอะ คนนี้ผมพูดตามตรงว่าไม่อยากเจอ.. แม้สักวินาทีเดียว
"เฮ้! เก้าอยู่ที่ร้านจริงๆ ด้วย" นิดตะโกนเรียกผมเสียงดัง ดึงสายตาลูกค้าทุกคน รวมถึงออมสินก็ด้วยเช่นกัน หลบเลี่ยงไม่ได้ผมเลยเผชิญหน้าด้วยการแย่งงานมายน้องพนักงานที่กำลังชงกาแฟทำซะเลย
"ฉันโทรหานายก็ไม่รับสาย นายจะเล่นตัวอะไรนักหนา"
เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า เดี๋ยวเธอกลับไปผมจะเอาเก้าอี้ตรงนี้ไปเก็บ จะได้ไม่ต้องมีคนมาเสนอหน้าชิดใกล้ให้รำคาญใจ
"เธอมีธุระอะไร"
"จะมาชวนนายไปหาออแกไนเซอร์ด้วยกัน"
"ฉันทำงาน ไปกับน้องเธอไง"
"นายอย่าใจร้ายกับฉันสิ"
นิดเดินอ้อมเข้ามาภายในเคาน์เตอร์ กอดแขนผมพิงซบออดอ้อนอย่างที่เธอ..ชอบทำในอดีต ผมก้มหน้าก้มตาชงกาแฟ ทำตัวใจร้ายอย่างที่เธอว่าขัดกับลักษณนิสัยแสนดีของตัวเอง ในเมื่อเคยให้แล้วไม่รักษาก็ไม่ควรจะได้รับอีก
ชงกาแฟเสร็จผมก็นำแก้ววางลงบนถาดที่น้องพนักงานอีกคนรอรับนำไปเสิร์ฟ สายตาส่ายมองไปทางออมสินโดยอัตโนมัติ เธอกำลังมองผมด้วยดวงตาเศร้าสร้อย
ผมขมวดคิ้ว เพียงละสายตาไปไม่นานไอ้ทรงเอหน้าโหดมันลวนลามเธอหรือไงวะ สองขาของผมกำลังก้าวเดินไปหาหวังเอาเรื่อง ทว่าออมสินกลับคลี่ยิ้มส่งกลับมา ก่อนจะหันไปสนใจคนตรงหน้าที่มันคว้ามือบางไปจับแล้วลูบแล้วอีก
ไอ้เรทจับมือก็ไม่สมควรจะมี มือนุ่มนิ่มไม่ควรจะให้ใครแตะต้องนอกจากแฟน.. หมายถึงแฟนตัวจริงของเธอ
"ว่าไงเก้า ไปด้วยกันหน่อยสิ เห็นว่านายเพื่อนเยอะ คนรู้จักแยะไม่ใช่เหรอ นะนะ"
"ผัวเธอล่ะ"
"เขาขับรถเป็น แต่ไม่ถนัดเส้นทางไง.."
"เดี๋ยวส่งคอนแทนออแกไนซ์ที่รู้จักให้แล้วกัน วันนี้ลูกค้าเยอะ ปลีกตัวไม่ได้"
ตัดบทอย่างไร้เยื่อใยแล้วเดินมายังสวนด้านหลังเพื่อไปตรวจเช็คความสะอาดของห้องน้ำ ไม่ทันสังเกตว่าออมสินลุกจากโต๊ะเดินออกมาก่อนตอนไหน
"ออม"
ผมตะโกนเรียก รีบถลาเข้าไปคว้าแขนเล็กแล้วดึงให้เธอถอยกลับมาก่อนจะเดินชนประตูกระจก
"ระวังหน่อย"
"อ๊ะ! ขะ ขอโทษ"
เธอทรงตัวยืน ก้มมองรองเท้าสลิปออนที่หลุดออกจากเท้ากระเด็นไปไกล ท่าทางของออมสินดูแปลกๆ ผมเลยเป็นคนไปเก็บมันมาสวมใส่ให้เธอเพื่อจะใช้โอกาสนี้ถามไถ่เรื่องงาน
"ถูกลวนลามไหม"
"ไม่.. เก้าเราใส่เอง"
น้ำเสียงหวานแผ่วเบา เธอพยายามก้มลงมายื้อแย่งรองเท้าใส่เอง แต่แรงเธอสู้แรงผมไม่ได้ ผมจับมือบาง จ้องนัยน์ตาหวานหาความจริง
"แน่ใจ?"
"อื้อ คนนี้ไม่เคยลวนลาม ทำอย่างมากก็จับมือ"
"ไม่โอเคบอกนะ จะเขาไปพิทักษ์เธอเอง"
"ขอบใจ แต่นายควรปล่อยให้เราไปฉี่สักที"
ผมปล่อยเธอแล้วเปิดประตูกระจกอ้าออกให้ มองตามคนตัวเล็กไปเรื่อยๆ ลากสายตาลงมามองยังรองเท้าที่เพิ่งสวมใส่เมื่อครู่ มันหลวมไปนิดถึงได้หลุดง่ายขนาดนั้น
"นี่นายมีแฟนแล้วเหรอ เอ๊ะ! แต่เขานั่งจับมือกับผู้ชายคนนั้นอยู่นะ"
ยังอยู่อีกเหรอวะ.. ผมหันไปมองหน้านิด ถอนหายใจสุดเซ็ง
"มีไม่มีไม่เกี่ยวกับเธอ แต่จะเกี่ยวกับเธอก็ต่อเมื่อเชิญมาเป็นแขกในงานแต่งเท่านั้น"
นิดยู่จมูกใส่ผม มันคือปฏิกิริยาของผู้หญิงยามไม่พอใจหรือหมั่นไส้เพราะออมสินก็เคยทำใส่ผม แต่น่าแปลกที่กลับได้ความรู้สึกที่แตกต่าง
"ชิ! นายมันเจ้าคิดเจ้าแค้น" พูดจบนิดก็เดินจากไป ผมเดินตามไปดูเห็นเธอออกไปจากร้านพร้อมกับน้องสาวได้ก็โล่งใจ ความสนใจจึงกลับมาที่ผู้หญิงอีกคน ออมสินนั่งลงบนเก้าอี้ได้มือก็ถูกคว้าไปจับอีกเช่นเคย ผมควรจะทำยังไงดี ระหว่างเลิกสนใจ.. กับตัดมือไอ้นั่นทิ้ง
[9 End]
ที่วินซ์บอกจัดการไม่ยากคือเรื่องจริง อีกวันตำรวจสามารถจับตัวนิธิได้พร้อมกับพนักงานโรงแรมที่รับเงินค่าจ้างผสมยาในขวดน้ำเปล่าที่รินใส่แก้วให้ฉัน เก้าพาฉันไปชี้ตัวคนทำผิดที่สถานีตำรวจ ป้าแม่บ้านก็ยืนยันว่าใช่ด้วยเช่นกัน สุดท้ายยอมจำนนทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลยอมรับสารภาพว่ามอมยาฉันเพื่อหวังขืนใจจริงๆตั้งแต่เกิดเรื่องฉันก็ยังไม่ได้รับงานแฟนเดย์อีกเลย กระทั่งคุณโรมส่งข้อความแชทเข้ามาทวงคิวงานที่บอกจะยกยอดไปวันอื่น ฉันก็เลยแจ้งกฏการจ้างแฟนเดย์พร้อมเรทราคาให้เขาใหม่ ปักหมุดสถานที่เป็น Nine Sweet Cafe ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะตอบตกลงอย่างง่ายดายสิบโมงฉันก็เลยติดรถเก้ามาที่คาเฟ่ด้วย แต่เวลานัดหมายคือสิบเอ็ดโมงก็เลยมีเวลานั่งเล่นกับเจ้าแมวเหมียวที่ถูกปล่อยให้ออกมาเดินเผ่นผ่านรอเล่นกับลูกค้า"นี่ยัยอ้อน ได้ข่าวว่าแกชอบอ้อนผู้ชายเหรอ"ฉันอุ้มเจ้าเหมียวตัวสีเทาขึ้นมา ลูบหัวมันเบาๆ อย่างเอ็นดู แม้จะไม่ได้รักแมว แต่ก็ชอบความน่ารักของมันอยู่ไม่น้อย"แกเป็นแมวที่โชคดีนะยังมีผู้ชายให้อ้อน ฉันนี่สิ.. ได้เขาเป็นผัวแต่เขาไม่เอาฉัน"ประโยคหลังฉันกระซิบพลางเหล่ตามองเก้าที่กำลังอบรมพนักงานอยู่ ตั้งแต่คืนนั้นเร
เรามาต่อกันในห้องนอนอีกหลายรอบโดยไม่มีปัญหาเรื่องถุงยางอนามัยเพราะก่อนนี้เก้าเคยอยู่ที่นี่ ลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือชั้นล่างสุดที่ฉันไม่เคยเปิด นั่นคือจุดเก็บถุงยางอนามัยของเขาในอดีต เรานอนด้วยกันในห้องของฉัน เข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากตื่นมาเจอหน้าคนรักเป็นคนแรกว่าเป็นอย่างไรก็วันนี้ เราไม่ได้กอดกัน แต่มือของเขาวางแนบศีรษะของฉันตลอดคืน ฉันมีความสุขมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แม้ว่าฉันกับเก้าจะมีสถานะแค่คนที่หวังดีต่อกันเท่านั้น"ออม คุยกันหน่อยได้ไหม"เก้านั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งจานข้าวของเขาวางอยู่บนโต๊ะ ท่าทางซีเรียสของเก้าทำฉันใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ยอมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา พอมาเจอหน้าจังๆ ก็เกิดอาการเขินอายไม่กล้าสบตาตรงๆ"คุยสิ""เมื่อคืนเราเมา ขอโทษนะ""อื้อ" ฉันตอบรับอย่างว่าง่าย เมื่อคืนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเขา ฉันรู้ว่าเขาไปดื่มมาและตัวกระตุ้นอารมณ์ของเขาก็คงเป็นมันแอบเจ็บ แต่ฉันเองที่เป็นคนเริ่มจูบเขาจนเราสองคนเลยเถิดกัน"เราก็ขอโทษที่มึนยาอะไรก็ไม่รู้จนลวนลามนาย""ไม่โกรธเราใช่ไหม""โกรธ.. แต่โกรธตัวเองนะ ดูนายลำบากใจ"เก้าแสดงออกแบบนั้นจริงๆ และฉันก็เสียเซลฟ์มาก ถึงตอนนั้นเข
"นี่ห้องน้ำหญิง เดี๋ยวฉันเข้าไปดูให้ดีกว่าค่ะ"สิ้นเสียงของผู้หญิง ฉันก็นั่งตัวเกร็ง ใบหูได้ยินเสียงประตูแต่ละบานถูกผลักเปิดจนมาถึงห้องข้างๆ ฉันตัดสินใจยื่นมือไปปลดล็อกกลอนและประตูก็ถูกผลักเข้ามา ผู้หญิงมีอายุที่คาดว่าเป็นแม่บ้านตกใจที่เห็นฉัน เธอนิ่งไปชั่วครู่แล้วดึงประตูปิดให้ ฉันกดล็อกกลอนอีกครั้ง ถอนหายใจอย่างโล่งใจแล้วเอามือถือมาแนบหูพูดคุยกับเก้าเสียงกระซิบ"ฮึก! เก้า.. ต้องมานะ"[เราจะถึงแล้ว]"ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลยค่ะคุณ ลูกคุณอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้นะ" เสียงแม่บ้านคนนั้นลอยมาอีกครั้ง"ขอบคุณมาก"แต่พอได้ยินเสียงคุณนิธิหัวใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ หวังว่าเขาจะถอดใจแล้วไปจากตรงนี้ ไม่นานประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะ"หนูๆ เขาไปแล้ว ออกมาได้แล้ว"ในเมื่อมีคนช่วยฉันจึงไม่รีรอเปิดประตู ป้าแม่บ้านรีบเข้ามาช่วยพยุงฉันออกมาตรงหน้ากระจก"ไหวไหมหนู ป้าไปแจ้งผู้จัดการโรงแรมให้ดีไหม"ฉันวักน้ำล้างหน้าให้รู้สึกดีขึ้นเสร็จก็เงยหน้าขึ้นพนมมือไหว้"ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวรอเพื่อนหนูมาถึงก่อนดีกว่า""หนูก็ฉลาดนะที่ชูข้อความในมือถือให้ป้าเห็น ไม่งั้นป้าคงตะโกนเรียกให้คนนั้นรู้ตัว ไปอยู่แถวลอบบี้น่าจะปลอดภัยกว
@บ้านเขมราชย์เก้ากลับบ้านอีกครั้งในรอบเดือนเพราะถูกมารดาโทรตามให้มารับประทานอาหารเย็น ในค่ำคืนนี้สวนข้างตัวบ้านจึงถูกเนรมิตเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ในครอบครัวอีกครั้งหลังจากที่มันถูกใช้งานไปแล้วในลักษณะเดียวกันเมื่อสองเดือนก่อนครอบครัวเขมราชย์ผู้ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องหนังส่งออก มีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวรินนทีมายาวนานด้วยเพราะหัวเรือใหญ่ของทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนกันไม่บ่อยที่สองครอบครัวจะนัดหมายพบปะได้แบบครบองค์ประชุม โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กของบ้านเขมราชย์ที่การเรียนและการงานรัดตัวจนหาตัวจับยากไม่มีเวลาว่างค่ำคืนนี้เก้าก็ใช่ว่าจะว่าง งานที่คาเฟ่เป็นหลักหากไม่สำคัญจริงๆ เขาไม่มีทางทิ้งแต่เพราะมารดาขู่เข็ญว่าจะยึดที่ดินตรงคาเฟ่คืนหากเขาไม่โผล่มา ณ เวลานี้เก้าจึงนั่งอยู่ข้างแก้วกัลยาพี่สาวของเขา ฝั่งตรงข้ามคือครอบครัวรินนทีผู้มีลูกสาวหนึ่งคนอายุไล่เลี่ยกับเก้าชื่อว่าคนึงนิตหรือน้องนิดของทุกคน"ยินดีด้วยนะน้องนิด ดูสิ.. เจออีกทีก็จะแต่งงานซะแล้ว พี่ยังจำภาพเราวิ่งไล่จับกับเก้าได้อยู่เลย"แก้วกัลยาแซวคนึงนิตผู้ที่เป็นคนสำคัญของการนัดกินข้าวในค่ำคืนนี้คนึงนิตผู้จัดการบริษัทนำเข้าอาหารสัต
ลำพังตัวกะเปี๊ยกอย่างแพรวจะไปสู้ผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณโรมได้ยังไงถ้าเดย์ไม่รีบมาช่วย แถมเดย์ที่มีพ่อเป็นอดีตนายพลผู้มีอำนาจเหลือล้นยังพกไฟที่ได้ยินมาว่าเป็นลูกชายนักการเมืองมาใช้อำนาจข่มด้วยอีกคนคราวนี้ทรงเอหรือจะสู้ทรงอำนาจ คุณโรมไม่เอาเรื่องยัยแพรว แต่ขอเค้กกลับบ้านไปฝากสุนัขสามปอนด์ ทางพี่สะใภ้ของเดย์จัดการให้โดยมีเดย์เป็นคนออกค่าใช้จ่าย ไม่ใช่เพียงร้านโดนผลกระทบ ฉันเองก็ด้วยเพราะงานแฟนเดย์เพิ่งเริ่มไปไม่กี่นาที คุณโรมจึงขอยกยอดของวันนี้ไปเป็นวันอื่น ส่วนเหตุผลของเพื่อนฉันก็..."ดูก็รู้ว่าไม่น่าไว้ใจ ท่าทางก็น่ากลัวอาจหลอกแกไปขายก็ได้นะ ฉันเลยต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม"แบบนี้ฉันจะไปต่อว่าแพรวลงได้อย่างไร ฉันวางมือลงบนศีรษะเล็กแล้วยีเส้นผมเบาๆ "ขอบใจนะ แกทำดีแล้วล่ะที่ช่วยสแกนคนให้ฉัน"แต่แทนที่จะทำงานให้เสร็จวันนี้แล้วจบไป กลับต้องยกยอดเป็นวันอื่นช่างเถอะ.. เพื่อนหวังดี"ไอ้ไฟไปส่งออมสินที กูจะพาแพรวไปหาหมอ"เดย์ย่อตัวนั่งลง จับขาของแพรวดูตรงตำแหน่งที่ถูกน้ำร้อนลวกตอนชงกาแฟอย่างห่วงใยไฟพยักหน้า ไม่ได้พูดสิ่งใดแล้วเดินนำฉันไปยังรถซูเปอร์คาร์ของเขา คนนี้ก็น่ากลัวนะ เคยได้ยินว่าขาโหดชอบ
ฉันกลับมามองหน้าเก้าได้อีกครั้งเพิ่มเติมความชอบในตัวเขามีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ฉันชอบที่เขาใส่ใจและสนใจความรู้สึก.. ของฉันเราออกมาจากห้องน้ำก็กลับมานั่งที่โต๊ะ ถูกสายตาของเพื่อนๆ เขามองอย่าล้อเลียน แต่เก้าก็เฉลยในทันทีว่าเป็นเพราะพูดจาไม่ดีกับฉันเลยตามไปขอโทษ ไม่ได้ทำอะไรเสียหายและไม่ได้ทำอะไรชั่วๆ อย่างที่พวกมึงคิดดูสิ.. เขาให้เกียรติและปกป้องฉันด้วยนะ น่ารักที่สุดเลยดื่มเสร็จเราก็กลับด้วยกัน ระหว่างทางก็คุยเรื่องงานของฉันในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเขาจะสนใจมันไม่น้อยเพราะก่อนนี้เขาถามแทบจะทุกวันเลยถึงห้องเราก็แยกกัน ตอนเช้าฉันก็มาทำอาหารให้เขาปกติ ช่วงนี้ฉันกับเก้าปิดเทอมแล้วจึงไม่ได้เร่งรีบเรื่องเวลา ระหว่างรอเก้าออกกำลังกายก็เดินออกมาตรงระเบียง มุมขวามือมีกระถางดอกไม้ห้อยอยู่สามต้นเลยมายืนรดน้ำไปพลางๆ บ้างก็หันไปมองคนหล่อที่เดี๋ยววิดพื้น เดี๋ยวซิทอัพในช่วงชีวิตฉันเคยแอบชอบเพื่อนชอบรุ่นพี่มาก่อน แต่ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับใครแบบนี้สักคน ความรู้สึกของฉันตอนนี้จึงเรียกได้ว่ามีความสุขมาก เก้าทำให้โลกของฉันที่พบเจอผู้คนหลากหลายให้เปลี่ยนมาพบเจอเขาเพียงคนเดียว ฉันอยากอยู่กับเขาแบบนี้นาน







