LOGINเรามาต่อกันในห้องนอนอีกหลายรอบโดยไม่มีปัญหาเรื่องถุงยางอนามัยเพราะก่อนนี้เก้าเคยอยู่ที่นี่ ลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือชั้นล่างสุดที่ฉันไม่เคยเปิด นั่นคือจุดเก็บถุงยางอนามัยของเขาในอดีต เรานอนด้วยกันในห้องของฉัน เข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากตื่นมาเจอหน้าคนรักเป็นคนแรกว่าเป็นอย่างไรก็วันนี้ เราไม่ได้กอดกัน แต่มือของเขาวางแนบศีรษะของฉันตลอดคืน ฉันมีความสุขมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แม้ว่าฉันกับเก้าจะมีสถานะแค่คนที่หวังดีต่อกันเท่านั้น
"ออม คุยกันหน่อยได้ไหม"
เก้านั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งจานข้าวของเขาวางอยู่บนโต๊ะ ท่าทางซีเรียสของเก้าทำฉันใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ยอมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา พอมาเจอหน้าจังๆ ก็เกิดอาการเขินอายไม่กล้าสบตาตรงๆ
"คุยสิ"
"เมื่อคืนเราเมา ขอโทษนะ"
"อื้อ" ฉันตอบรับอย่างว่าง่าย เมื่อคืนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเขา ฉันรู้ว่าเขาไปดื่มมาและตัวกระตุ้นอารมณ์ของเขาก็คงเป็นมัน
แอบเจ็บ แต่ฉันเองที่เป็นคนเริ่มจูบเขาจนเราสองคนเลยเถิดกัน
"เราก็ขอโทษที่มึนยาอะไรก็ไม่รู้จนลวนลามนาย"
"ไม่โกรธเราใช่ไหม"
"โกรธ.. แต่โกรธตัวเองนะ ดูนายลำบากใจ"
เก้าแสดงออกแบบนั้นจริงๆ และฉันก็เสียเซลฟ์มาก ถึงตอนนั้นเขาจะดุดันไม่เกรงใจใคร ทำเหมือนฟินแบบสุดๆ ก็ตามที
"อย่าโทษตัวเอง โทษเราเถอะ ถ้าเราไม่เมา เซ็กซ์มันก็ไม่เกิด ขอโทษจริงๆ "
ฉันลอบถอนหายใจ สุภาพบุรุษแสนดีขนาดนี้จะไม่ให้ฉันหลงรักได้ยังไง ขนาดสิ่งที่เขาพูดออกจะใจร้ายกับฉันตรงที่มันดูไม่มีเยื่อใยเลยก็ตาม ฉันก็ยังรู้สึกกับเก้าอยู่ดี และเหมือนจะรู้สึกมากขึ้นด้วย
"นายไม่ต้องคิดมากหรอก"
เขายกนิ้วชี้เกาขมับทำท่าทางเหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็เกรงใจ ทว่าในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้น
"คิดมากดิ ก็ครั้งแรกของเธอ"
พลันแก้มก็ร้อนฉ่าเมื่อถูกความจริงกระแทกหน้า ฉันก้มหน้ามองมือตัวเองบนหน้าตัก เพิ่งรู้ว่าผู้ชายสามารถรับรู้ได้เองว่าผู้หญิงคนไหนเคยไม่เคยมีเซ็กซ์มาก่อน
"ไม่เป็นไรหรอก คนเราก็ต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้น นายก็ต้องเคย ใช่ไหมล่ะ" ฉันตอบอ้อมแอ้มเขินอายสุดพลัง ไม่รู้ว่าเก้าจะคิดยังไง ครั้งแรกแต่เร้าผู้ชายสุดๆ
"ออม.."
"หืม?"
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตา เก้ากำลังยิ้ม.. เอ็นดู ฉันรู้สึกว่ายิ้มของเขาเหมือนยิ้มให้เด็กน้อยคนหนึ่งแบบนั้นเลย
"แต่มันดีนะ เราหมายถึง.. เมื่อคืน"
“เราก็ว่าดี.. เหมือนกัน”
ดีจนฉันอยากโอบกอดความรู้สึกนั้นเอาไว้แน่นๆ ไม่อยากให้สัมผัสของเขาจางหายไป ไม่อยากให้ภาพของเก้าที่แนบชิดฉันเลือนหาย ไม่อยากให้เขาไปทำกับใครเหมือนที่ทำกับฉันอีก
ช่วงสายเก้าพาฉันมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบดูว่าฉันได้รับยาใดเข้าร่างกาย ผลตรวจออกมาว่าเป็นยากล่อมประสาทชนิดหนึ่งที่ฤทธิ์ของมันส่งผลให้มึนงงวิงเวียนชั่วขณะ ระหว่างอยู่ที่โรงพยาบาลเก้าก็โทรตามวินซ์กับเดย์ให้มาช่วย คราวนี้ก็ดูกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปเลย
จากนั้นพวกเราก็ไปที่โรงแรมเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดและตามหาตัวพนักงานร้านอาหารที่สมรู้ร่วมคิดกับผู้ชายคนนั้นวางยาฉัน โดยขอให้ป้าแม่บ้านช่วยเป็นพยานให้ด้วยว่าฉันมาขอความช่วยเหลือ แต่น่าผิดหวังตรงที่เราจับมือใครดมไม่ได้ว่าใครคนไหนเป็นคนสมรู้ร่วมคิด เก้าจึงพาฉันไปพึ่งตำรวจก่อนเป็นอันดับแรก พึ่งพาวินซ์ให้ช่วยสืบหาว่านิธิเป็นใครเป็นอันดับต่อมา
"ตอนของแพรว กูก็ให้เลิกทำตั้งแต่ครั้งแรกที่ลอง ใช่ว่าจะเจอคนดีทุกคน"
เดย์พูดกับเก้าแต่เหมือนจะส่งประโยคนั้นมาตำหนิฉันมากกว่า ฉันยืนอยู่เงียบๆ สงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่คิดเถียง เข้าใจ.. และเข้าใจ
"งานเขา ห้ามแบบมึงห้ามเมียไม่ได้หรอก ออม.." เก้าดึงแขนฉันให้ขยับไปยืนใกล้ๆ "เราแนะนำให้รับแค่งานกลางวัน สแกนคนให้ดีเพื่อความปลอดภัยของเธอ"
"ทางที่ดีควรเลือกสถานที่เองไม่ใช่ลูกค้า"
ผัวยัยแพรวสั่งฉัน
"กูเลือกเองดีกว่า" เก้าโพร่งขึ้น "ต่อไปนี้โลเคชั่นรับงานแฟนเดย์ของเธอต้องเป็นแค่ที่ร้านเราเท่านั้น"
"ใจร้าย.."
ฉันโอดครวญ เรทราคาของฉันมีตั้งหลายแบบ ดูหนังกินข้าวก็ราคาแตกต่างกันไป อยู่ที่คาเฟ่ของเก้าคงได้แค่นั่งพูดคุยกินขนม มีหวังกลับไปขอค่าขนมพ่อแม่แน่
แต่ถึงจะพูดแบบนั้น สุดท้ายฉันก็ยอมพยักหน้าหงึกๆ ให้เก้า เพราะอะไรน่ะเหรอ
"ขอล่ะออม"
มือใหญ่สอดประสานมือของฉัน บีบกระชับเว้าวอนทั้งสายตาก็ด้วย
ยอมให้ก็ได้.. รักเขานี่
"เฮ้ย! ได้เรื่องแล้ว ไอ้นิธิเป็นผู้จัดการธนาคารจริง มีประวัติฉาวโฉ่ชอบหลอกหญิงไปซั่มแบบสุกี้.. เฮ้ย!"
ฝ่าเท้าของเก้าเตะป๊าบเข้าที่ก้นของพี่วินซ์จนเจ้าตัวกระเด้งหนีทำหน้างอ
"เกรงใจออมสินหน่อย"
"อุ๊ย! ขอโทษนะ" เหมือนวินซ์จะเพิ่งรู้ว่าฉันยืนอยู่ด้วยหลังจากที่ปลีกตัวไปคุยโทรศัพท์นานสองนาน "ไม่ต้องซีเรียสนะเธอ พนักงานธนาคารธรรมดาไม่มีอำนาจ ตำรวจจัดการให้เธอได้อยู่แล้ว แต่ถ้าตำรวจช้า เดี๋ยวไอ้เก้ามันจัดการให้"
เก้าพยักหน้าสมทบคำพูดของวินซ์ ฉันมองหน้าเก้า เอียงคอสงสัยว่าเขาจะจัดการให้ฉันยังไง แต่ดูจากแบคอัพของเพื่อนๆ แล้ว คงจะจัดการได้จริง
"ขอบใจนะ"
ฉันยิ้มกว้างจนตาหยีให้เก้า กระชับมือที่ยังถูกกอบกุมไม่ปล่อยตอบรับความหวังดีและห่วงใยของเขา
"ขอบใจนายสองคนด้วย เอาไว้ว่างๆ จะเลี้ยงข้าวหมูกรอบ"
"แค่พาแพรวกินก็เอียนแล้ว" เดย์บ่นแล้วเดินไปทางรถของตัวเอง
"แต่เราพร้อมกินข้าวกับเธอเสมอนะออมสิน ไม่ต้องฟีลแฟนเดย์ เอาแค่เฟรนด์เดย์แบบพิเศษๆ ก็พอ"
"ได้เลย จบเรื่องนี้นัดวันมาได้เลยนะวินซ์"
"โอเคเลย" วินซ์เดินไปทางรถของตัวเองบ้าง ยิ้มกว้างพร้อมกับยกมือทำท่าโอเคประกอบคำพูด
เก้าพาฉันเดินตามหลังวินซ์มาขึ้นรถที่จอดอยู่ข้างกัน เขามองตามท้ายรถของวินซ์จนสุดสายตาก็หันมาเคาะนิ้วลงบนหน้าผากของฉันเบาๆ
"ไม่ต้องไปกับมัน ไอ้วินซ์ไม่ต่างกับไอ้คนที่มอมยาเธอหรอก"
"เขาว่าเพื่อนกัน นิสัยต้องเหมือนกัน ไม่งั้นคงคบกันไม่ได้"
"นิสัยไม่เหมือนได้" เก้าโยกตัวมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ รอยยิ้มซุกซนกลับมาฉายชัดลอยเด่นตรงหน้า "แต่เอวสไลด์เหมือนกันแน่นอน"
"ทะลึ่ง!"
ยิ้มคนเดียวไม่พอ มาพาฉันยิ้มไปด้วย ที่นี้จะหุบยิ้มยังไงล่ะ ลำบากอีกแล้ว...
ที่วินซ์บอกจัดการไม่ยากคือเรื่องจริง อีกวันตำรวจสามารถจับตัวนิธิได้พร้อมกับพนักงานโรงแรมที่รับเงินค่าจ้างผสมยาในขวดน้ำเปล่าที่รินใส่แก้วให้ฉัน เก้าพาฉันไปชี้ตัวคนทำผิดที่สถานีตำรวจ ป้าแม่บ้านก็ยืนยันว่าใช่ด้วยเช่นกัน สุดท้ายยอมจำนนทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลยอมรับสารภาพว่ามอมยาฉันเพื่อหวังขืนใจจริงๆตั้งแต่เกิดเรื่องฉันก็ยังไม่ได้รับงานแฟนเดย์อีกเลย กระทั่งคุณโรมส่งข้อความแชทเข้ามาทวงคิวงานที่บอกจะยกยอดไปวันอื่น ฉันก็เลยแจ้งกฏการจ้างแฟนเดย์พร้อมเรทราคาให้เขาใหม่ ปักหมุดสถานที่เป็น Nine Sweet Cafe ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะตอบตกลงอย่างง่ายดายสิบโมงฉันก็เลยติดรถเก้ามาที่คาเฟ่ด้วย แต่เวลานัดหมายคือสิบเอ็ดโมงก็เลยมีเวลานั่งเล่นกับเจ้าแมวเหมียวที่ถูกปล่อยให้ออกมาเดินเผ่นผ่านรอเล่นกับลูกค้า"นี่ยัยอ้อน ได้ข่าวว่าแกชอบอ้อนผู้ชายเหรอ"ฉันอุ้มเจ้าเหมียวตัวสีเทาขึ้นมา ลูบหัวมันเบาๆ อย่างเอ็นดู แม้จะไม่ได้รักแมว แต่ก็ชอบความน่ารักของมันอยู่ไม่น้อย"แกเป็นแมวที่โชคดีนะยังมีผู้ชายให้อ้อน ฉันนี่สิ.. ได้เขาเป็นผัวแต่เขาไม่เอาฉัน"ประโยคหลังฉันกระซิบพลางเหล่ตามองเก้าที่กำลังอบรมพนักงานอยู่ ตั้งแต่คืนนั้นเร
เรามาต่อกันในห้องนอนอีกหลายรอบโดยไม่มีปัญหาเรื่องถุงยางอนามัยเพราะก่อนนี้เก้าเคยอยู่ที่นี่ ลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือชั้นล่างสุดที่ฉันไม่เคยเปิด นั่นคือจุดเก็บถุงยางอนามัยของเขาในอดีต เรานอนด้วยกันในห้องของฉัน เข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากตื่นมาเจอหน้าคนรักเป็นคนแรกว่าเป็นอย่างไรก็วันนี้ เราไม่ได้กอดกัน แต่มือของเขาวางแนบศีรษะของฉันตลอดคืน ฉันมีความสุขมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แม้ว่าฉันกับเก้าจะมีสถานะแค่คนที่หวังดีต่อกันเท่านั้น"ออม คุยกันหน่อยได้ไหม"เก้านั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งจานข้าวของเขาวางอยู่บนโต๊ะ ท่าทางซีเรียสของเก้าทำฉันใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ยอมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา พอมาเจอหน้าจังๆ ก็เกิดอาการเขินอายไม่กล้าสบตาตรงๆ"คุยสิ""เมื่อคืนเราเมา ขอโทษนะ""อื้อ" ฉันตอบรับอย่างว่าง่าย เมื่อคืนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเขา ฉันรู้ว่าเขาไปดื่มมาและตัวกระตุ้นอารมณ์ของเขาก็คงเป็นมันแอบเจ็บ แต่ฉันเองที่เป็นคนเริ่มจูบเขาจนเราสองคนเลยเถิดกัน"เราก็ขอโทษที่มึนยาอะไรก็ไม่รู้จนลวนลามนาย""ไม่โกรธเราใช่ไหม""โกรธ.. แต่โกรธตัวเองนะ ดูนายลำบากใจ"เก้าแสดงออกแบบนั้นจริงๆ และฉันก็เสียเซลฟ์มาก ถึงตอนนั้นเข
"นี่ห้องน้ำหญิง เดี๋ยวฉันเข้าไปดูให้ดีกว่าค่ะ"สิ้นเสียงของผู้หญิง ฉันก็นั่งตัวเกร็ง ใบหูได้ยินเสียงประตูแต่ละบานถูกผลักเปิดจนมาถึงห้องข้างๆ ฉันตัดสินใจยื่นมือไปปลดล็อกกลอนและประตูก็ถูกผลักเข้ามา ผู้หญิงมีอายุที่คาดว่าเป็นแม่บ้านตกใจที่เห็นฉัน เธอนิ่งไปชั่วครู่แล้วดึงประตูปิดให้ ฉันกดล็อกกลอนอีกครั้ง ถอนหายใจอย่างโล่งใจแล้วเอามือถือมาแนบหูพูดคุยกับเก้าเสียงกระซิบ"ฮึก! เก้า.. ต้องมานะ"[เราจะถึงแล้ว]"ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลยค่ะคุณ ลูกคุณอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้นะ" เสียงแม่บ้านคนนั้นลอยมาอีกครั้ง"ขอบคุณมาก"แต่พอได้ยินเสียงคุณนิธิหัวใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ หวังว่าเขาจะถอดใจแล้วไปจากตรงนี้ ไม่นานประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะ"หนูๆ เขาไปแล้ว ออกมาได้แล้ว"ในเมื่อมีคนช่วยฉันจึงไม่รีรอเปิดประตู ป้าแม่บ้านรีบเข้ามาช่วยพยุงฉันออกมาตรงหน้ากระจก"ไหวไหมหนู ป้าไปแจ้งผู้จัดการโรงแรมให้ดีไหม"ฉันวักน้ำล้างหน้าให้รู้สึกดีขึ้นเสร็จก็เงยหน้าขึ้นพนมมือไหว้"ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวรอเพื่อนหนูมาถึงก่อนดีกว่า""หนูก็ฉลาดนะที่ชูข้อความในมือถือให้ป้าเห็น ไม่งั้นป้าคงตะโกนเรียกให้คนนั้นรู้ตัว ไปอยู่แถวลอบบี้น่าจะปลอดภัยกว
@บ้านเขมราชย์เก้ากลับบ้านอีกครั้งในรอบเดือนเพราะถูกมารดาโทรตามให้มารับประทานอาหารเย็น ในค่ำคืนนี้สวนข้างตัวบ้านจึงถูกเนรมิตเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ในครอบครัวอีกครั้งหลังจากที่มันถูกใช้งานไปแล้วในลักษณะเดียวกันเมื่อสองเดือนก่อนครอบครัวเขมราชย์ผู้ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องหนังส่งออก มีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวรินนทีมายาวนานด้วยเพราะหัวเรือใหญ่ของทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนกันไม่บ่อยที่สองครอบครัวจะนัดหมายพบปะได้แบบครบองค์ประชุม โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กของบ้านเขมราชย์ที่การเรียนและการงานรัดตัวจนหาตัวจับยากไม่มีเวลาว่างค่ำคืนนี้เก้าก็ใช่ว่าจะว่าง งานที่คาเฟ่เป็นหลักหากไม่สำคัญจริงๆ เขาไม่มีทางทิ้งแต่เพราะมารดาขู่เข็ญว่าจะยึดที่ดินตรงคาเฟ่คืนหากเขาไม่โผล่มา ณ เวลานี้เก้าจึงนั่งอยู่ข้างแก้วกัลยาพี่สาวของเขา ฝั่งตรงข้ามคือครอบครัวรินนทีผู้มีลูกสาวหนึ่งคนอายุไล่เลี่ยกับเก้าชื่อว่าคนึงนิตหรือน้องนิดของทุกคน"ยินดีด้วยนะน้องนิด ดูสิ.. เจออีกทีก็จะแต่งงานซะแล้ว พี่ยังจำภาพเราวิ่งไล่จับกับเก้าได้อยู่เลย"แก้วกัลยาแซวคนึงนิตผู้ที่เป็นคนสำคัญของการนัดกินข้าวในค่ำคืนนี้คนึงนิตผู้จัดการบริษัทนำเข้าอาหารสัต
ลำพังตัวกะเปี๊ยกอย่างแพรวจะไปสู้ผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณโรมได้ยังไงถ้าเดย์ไม่รีบมาช่วย แถมเดย์ที่มีพ่อเป็นอดีตนายพลผู้มีอำนาจเหลือล้นยังพกไฟที่ได้ยินมาว่าเป็นลูกชายนักการเมืองมาใช้อำนาจข่มด้วยอีกคนคราวนี้ทรงเอหรือจะสู้ทรงอำนาจ คุณโรมไม่เอาเรื่องยัยแพรว แต่ขอเค้กกลับบ้านไปฝากสุนัขสามปอนด์ ทางพี่สะใภ้ของเดย์จัดการให้โดยมีเดย์เป็นคนออกค่าใช้จ่าย ไม่ใช่เพียงร้านโดนผลกระทบ ฉันเองก็ด้วยเพราะงานแฟนเดย์เพิ่งเริ่มไปไม่กี่นาที คุณโรมจึงขอยกยอดของวันนี้ไปเป็นวันอื่น ส่วนเหตุผลของเพื่อนฉันก็..."ดูก็รู้ว่าไม่น่าไว้ใจ ท่าทางก็น่ากลัวอาจหลอกแกไปขายก็ได้นะ ฉันเลยต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม"แบบนี้ฉันจะไปต่อว่าแพรวลงได้อย่างไร ฉันวางมือลงบนศีรษะเล็กแล้วยีเส้นผมเบาๆ "ขอบใจนะ แกทำดีแล้วล่ะที่ช่วยสแกนคนให้ฉัน"แต่แทนที่จะทำงานให้เสร็จวันนี้แล้วจบไป กลับต้องยกยอดเป็นวันอื่นช่างเถอะ.. เพื่อนหวังดี"ไอ้ไฟไปส่งออมสินที กูจะพาแพรวไปหาหมอ"เดย์ย่อตัวนั่งลง จับขาของแพรวดูตรงตำแหน่งที่ถูกน้ำร้อนลวกตอนชงกาแฟอย่างห่วงใยไฟพยักหน้า ไม่ได้พูดสิ่งใดแล้วเดินนำฉันไปยังรถซูเปอร์คาร์ของเขา คนนี้ก็น่ากลัวนะ เคยได้ยินว่าขาโหดชอบ
ฉันกลับมามองหน้าเก้าได้อีกครั้งเพิ่มเติมความชอบในตัวเขามีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ฉันชอบที่เขาใส่ใจและสนใจความรู้สึก.. ของฉันเราออกมาจากห้องน้ำก็กลับมานั่งที่โต๊ะ ถูกสายตาของเพื่อนๆ เขามองอย่าล้อเลียน แต่เก้าก็เฉลยในทันทีว่าเป็นเพราะพูดจาไม่ดีกับฉันเลยตามไปขอโทษ ไม่ได้ทำอะไรเสียหายและไม่ได้ทำอะไรชั่วๆ อย่างที่พวกมึงคิดดูสิ.. เขาให้เกียรติและปกป้องฉันด้วยนะ น่ารักที่สุดเลยดื่มเสร็จเราก็กลับด้วยกัน ระหว่างทางก็คุยเรื่องงานของฉันในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเขาจะสนใจมันไม่น้อยเพราะก่อนนี้เขาถามแทบจะทุกวันเลยถึงห้องเราก็แยกกัน ตอนเช้าฉันก็มาทำอาหารให้เขาปกติ ช่วงนี้ฉันกับเก้าปิดเทอมแล้วจึงไม่ได้เร่งรีบเรื่องเวลา ระหว่างรอเก้าออกกำลังกายก็เดินออกมาตรงระเบียง มุมขวามือมีกระถางดอกไม้ห้อยอยู่สามต้นเลยมายืนรดน้ำไปพลางๆ บ้างก็หันไปมองคนหล่อที่เดี๋ยววิดพื้น เดี๋ยวซิทอัพในช่วงชีวิตฉันเคยแอบชอบเพื่อนชอบรุ่นพี่มาก่อน แต่ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับใครแบบนี้สักคน ความรู้สึกของฉันตอนนี้จึงเรียกได้ว่ามีความสุขมาก เก้าทำให้โลกของฉันที่พบเจอผู้คนหลากหลายให้เปลี่ยนมาพบเจอเขาเพียงคนเดียว ฉันอยากอยู่กับเขาแบบนี้นาน







