เข้าสู่ระบบ“เมื่อไหร่แกจะเลิกใช้ชีวิตแย่ๆ แบบนี้สักที”
หนังสือในมือของคุณผู้หญิงของบ้านเทพวรสุวรรณถูกขว้างออกมาเข้าหาลูกสาวคนเดียวที่เดินลงมาจากชั้นสองของบ้านทันที “ฉันจะใช้ชีวิตแบบไหนมันก็เรื่องของฉัน คุณจะมาใส่ใจทำไม” ปพิชญาพูดออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจ เธอก้มลงหยิบหนังสือที่ผู้เป็นแม่ขว้างใส่เธอก่อนจะโยนมันทิ้งถังขยะอย่างไม่ไยดี “ฉันจะไม่สนใจถ้าแกไม่ได้ใช้ เทพวรสุวรรณ” “ฉันไปเปลี่ยนเลยก็ได้ ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น” หญิงสาวยังคงพูดออกมาด้วยใบหน้านิ่งเรียบอย่างไม่สนใจ ผู้เป็นแม่เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ก่อนจะวางของใช้ทุกอย่างของปพิชญาลงบนโต๊ะ มันมีทั้งกระเป๋าสตางค์ที่เต็มไปด้วยบัตรเครดิต กุญแจรถ “งั้นถ้าไม่อยากใช้เทพวรสุวรรณขนาดนี้ แกก็ไม่ต้องใช้อะไรก็ตามที่เทพวรสุวรรณเป็นคนหามา” “คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้” “ทำไมฉันจะทำไม่ได้ นี่ฉันยึดคืนมาแค่นี้ถือว่าฉันเห็นใจแล้ว ส่วนจากนี้แกจะใช้ชีวิตแบบไหนก็เรื่องของแก ถ้ามีสติเมื่อไหร่ฉันจะคืนให้” ผู้เป็นแม่พูดจบก็รวบทุกอย่างทำท่าจะเดินออกไป แต่ความหงุดหงิดและความอยากเอาชนะของปพิชญาก็ทำให้เธออยากเอาชนะ “มาคิดดูดีๆ แล้วฉันไม่รีบไปเปลี่ยนดีกว่า เพราะถ้าเปลี่ยนง่ายๆ คนอย่างคุณก็คงจะไม่มีเรื่องทุกข์ใจ” เสียงหัวเราะแห้งๆ ในลำคอของปพิชญาดังออกมาเมื่อเห็นผู้เป็นแม่เดินออกไป ดวงตาที่แดงก่ำค่อยๆ ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา ก่อนที่ปพิชญาจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา เวลาเกือบเที่ยงคืน บรรยากาศภายใน Sky Bar ลูกค้าหนาแน่นจนพนักงานใหม่อย่างมะลิตกใจ เจ้าตัวทั้งช่วยเก็บโต๊ะ ดูแลลูกค้าเสิร์ฟ และก็ช่วยงานในครัว “มะลิไปช่วยพี่โรสหน่อยที่ลานจอดรถหลังร้าน” พีเจเดินมากระซิบบอกมะลิที่กำลังยืนดูนักดนตรีเล่นเพลงอยู่บนเวที หลังจากจัดการเสิร์ฟเมนูให้ลูกค้าครบทุกโต๊ะ “ตอนนี้เหรอ” “ใช่ๆ พี่โรสจอดรถอยู่หลังร้าน” ได้ยินแบบนั้นมะลิก็รีบเดินออกไปยังหลังร้านทันที พอเดินมาถึงก็พบว่าพี่โรสกำลังพยุงร่างของผู้หญิงคนหนึ่งลงมาจากรถ “ช่วยพี่หน่อยมะลิ” มะลิรีบเข้าไปช่วยพยุงผู้หญิงคนนั้นทันที เธอกับพี่โรสช่วยกันพยุงผู้หญิงที่เมาแทบไม่มีสติขึ้นมาชั้นสองของร้าน ซึ่งตอนแรกพี่โรสบอกเธอว่าเป็นออฟฟิศ แต่พอได้เข้ามาจริงๆ กลับพบว่าภายในออฟฟิศยังมีห้องพัก และพอเข้ามาแล้วมะลิถึงกับตาค้างกับความหรูหรา “มะลิ พี่ฝากดูแลต่อหน่อยนะ เดี๋ยวพี่ต้องขึ้นเล่นดนตรีแล้ว” พี่โรสบอกกับเธอก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป มะลิมองคนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ก่อนจะตัดสินใจเดินไปหาผ้าเพื่อมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้คนเมา “อื้อ” ทันทีที่มะลิใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดลงบนใบหน้าของคนไม่ได้สติ เจ้าตัวก็ขยับตัวพร้อมเสียงครางในลำคอออกมาอย่างไม่รู้ตัว ตึก ตึก ตึก เสียงจังหวะหัวใจของมะลิดังออกมาจนเจ้าตัวต้องยกมือขึ้นกุมอกตัวเอง ใบหน้าของผู้หญิงตรงหน้าดึงดูดจนมะลิใจเต้น ความรู้สึกร้อนผ่าวเกิดขึ้นบนใบหน้าอย่างที่ไม่เคยรู้สึก มะลิทอดสายตามองคนตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่อ แกร๊ก!! เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับพีเจที่เดินเข้ามา ในมือของพีเจมีขวดน้ำเปล่าสองขวด เจ้าตัวเดินนำขวดน้ำที่ถือมาวางลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงอย่างเบามือ “บอสคงจะมีเรื่องไม่สบายใจอีกแล้วสินะ” คำพูดของพีเจทำให้มะลิหันไปมองพีเจ เจ้าตัวจึงหันมามองพนักงานใหม่อย่างมะลิอีกครั้ง “คนนี้ชื่อปริม เป็นเจ้าของบาร์นี้ พวกเราจะเรียกว่าบอส แต่พี่โรสจะเรียกว่าปริม เพราะพี่โรสกับบอสเป็นเพื่อนกัน” มะลิทำเพียงแค่พยักหน้าตอบรับ พีเจบอกกับมะลิว่าจะลงไปดูลูกค้า ให้มะลิอยู่เฝ้าบอสจนกว่าพี่โรสจะขึ้นมา ทำให้ตอนนี้มะลินั่งอยู่ปลายเตียงของคนเมาที่หลับปุ๋ย “อื้อ” คนบนเตียงค่อยๆ ขยับตัวแล้วยันตัวเองขึ้นนั่ง มะลิเองก็รีบลุกขึ้นหันไปมองอีกคนทันที คุณเขาดูงัวเงียและจ้องมองมาที่เธอ “เอ่อ คือ พี่โรสให้ฉันเฝ้าคุณ” เพราะกลัวอีกคนจะตกใจที่อยู่ๆ ตื่นมาก็เจอคนที่ไม่รู้จัก มะลิเลยรีบเอ่ยบอกออกไปทันที แต่คนที่มองมากลับไม่ได้มีทีท่าอะไร เธอยื่นมือมาดึงมือมะลิแล้วกระตุกจนมะลิล้มลงมาคร่อมตัวเองบนเตียง “จูบเป็นไหม” “อื้อ” ไม่เปิดโอกาสให้มะลิได้ตอบคำถามเลย เมื่อคนถามรั้งใบหน้ามะลิเข้าหาและกดจูบลงบนริมฝีปากของมะลิทันที คุณเขาบดจูบด้วยความเร่งรีบ มะลิที่พยายามจะผละออกก็ถูกอีกคนล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา “อื้ม” เรียวลิ้นของคุณเขาสอดเข้ามาเกี่ยวกระหวัดลิ้นของเธออย่างเอาแต่ใจ มะลิค่อยๆ คล้อยตามคนที่เอาแต่ใจเธอ จูบตอบคุณเขาไปตามอารมณ์ มือแสนนุ่มของคุณเขาเคลื่อนเข้ามาสัมผัสภายในสาบเสื้อเธอ และกำลังจะเคลื่อนขึ้นสูงขึ้น แต่มะลิกลับใช้มือตัวเองห้ามไว้และจับคุณเขากดลงกับเตียงนุ่ม ริมฝีปากของมะลิสัมผัสลงบนต้นคอขาวของคนเมา เสียงครางที่บ่งบอกถึงความพึงพอใจจากคุณเขาทำให้มะลิยิ่งได้ใจ มือเรียวสอดเข้าไปสัมผัสภายใต้ร่มผ้าของคุณเขา พร้อมกับที่มะลิดูดลงตรงเนินอกคุณเขาจนเกิดรอย “อ๊ะ!!” ก๊อก ก๊อก ก๊อก สติของมะลิกลับมาทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตู เธอรีบละออกจากคุณเขาด้วยความตกใจ คุณเขามองมาที่เธอด้วยแววตานิ่งๆ มะลิจัดการจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย “ไปเปิดประตูสิ” “เอ่อ คะ ค่ะ” มะลิเดินไปเปิดประตูทันที และเมื่อโรสเดินเข้ามา คนเมาที่นั่งอยู่บนเตียงก็หันมามองโรส โรสมองไปยังพนักงานใหม่ที่เอาแต่หลบสายตาของเธอ “มะลิไปช่วยข้างล่างเถอะ ร้านใกล้จะปิดแล้ว” “ได้ค่ะพี่โรส” เธอรีบรับคำพี่เขาแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ความรู้สึกมากมายของมะลิกำลังตีรวนกันไปหมด ไม่ใช่เธอไม่เคยจูบใคร แต่ครั้งนี้มันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างออกไปมากกว่าครั้งไหน “ทะเลาะกับคุณหญิงอีกแล้วเหรอ” โรสเปิดประเด็นทันทีเมื่อทั้งห้องเหลือกันเพียงแค่สองคนกับเพื่อนสนิท แต่ดูเหมือนเพื่อนสนิทจะนิ่งและไม่ยอมตอบคำถามเธอเลย “แกรู้ไหม แกจะนอนกับใครไปเรื่อยแบบนี้เพราะอยากประชดแม่ตัวเองไม่ได้” คนบนเตียงยังคงนิ่งไม่ตอบ เพราะทุกครั้งที่เธอมีเรื่องกังวลใจ ปพิชญาเลือกที่จะไปท่องราตรีและหาผู้หญิงสักคนเพื่อมาตอบสนองร่างกายของตัวเอง เพียงแค่ครั้งนี้เพื่อนสนิทอย่างโรสไปรับกลับมาเสียก่อนเมื่อรู้ว่าเธอเมา “เด็กคนนั้นเป็นใคร” เสียงแหบแห้งเอ่ยถามออกมาจากปากของคนที่นั่งอยู่บนเตียง เวลาหลายชั่วโมงที่ผ่านมาทำให้ปพิชญามีสติขึ้นมาไม่น้อย เธอค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นมองเพื่อนตัวเองอย่างต้องการคำตอบ “เด็กใหม่ที่ร้าน มาทำงานวันแรก” “ชื่ออะไร??” “ชื่อมะลิ แกถามทำไม” เมื่อโรสตั้งคำถามกลับมา ปพิชญาก็เงียบ โรสมองเพื่อนสนิทอย่างเอือมระอาในความเอาตัวเองไปประชดประชันแบบนั้น ในขณะที่ในใจก็เข้าใจว่าเหตุผลอะไรที่เพื่อนสนิททำแบบนั้น “แกจะยุ่งกับใครก็ได้ แต่ห้ามยุ่งกับมะลิ” ปพิชญาแหงนหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทอย่างต้องการคำตอบที่อีกคนเอ่ยห้ามกัน พร้อมกับคำถามในหัวที่ไม่ได้พูดออกไปว่าที่เพื่อนห้ามเพราะเพื่อนชอบเด็กคนนั้นใช่ไหม แต่เหมือนเพื่อนสนิทจะรู้ในสิ่งที่เธอคิด “น้องซื่อมาก น้องยังเด็ก ฉันไม่อยากให้แกดึงเด็กนั่นเข้ามาในความสัมพันธ์ที่มันเป็นพิษหรือเกมของแก ฉันขอร้องในฐานะเพื่อน”“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”มะลิเอ่ยบอกพร้อมกลับหลังหันเพื่อจะเดินออกจากห้อง แต่ผู้เป็นเจ้าของร้านกลับรั้งเอาไว้ด้วยประโยค“หิว ทำอะไรให้กินหน่อยสิ”“คะ??”“ฉันบอกว่าหิว ทำอะไรให้กินหน่อย”เจ้าของร้านพูดขึ้นอีกครั้ง มะลิจึงทำเพียงแค่พยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างและเข้าครัว วัตถุดิบในร้านถูกหยิบขึ้นมาทำอาหารง่าย ๆ ให้ผู้เป็นเจ้านาย“ฉันทำข้าวไข่เจียวกับแกงจืดให้คุณ จะได้หายแฮงก์”อาหารถูกเสิร์ฟบนโต๊ะกลางโซฟา ปพิชญามองไข่เจียวสีสันน่าทานพร้อมกับแกงจืดเต้าหู้หมูสับ ซึ่งไม่รู้ว่ามันบังเอิญหรือว่าอะไรที่เด็กคนนี้เลือกทำเมนูโปรดของเธอ“ไว้ฉันจะมาเก็บให้ตอนเข้างานนะคะ กินเสร็จก็วางไว้แบบนี้ได้เลย”“ทำไมต้องวาง เธอไม่ใช่คนรับใช้สักหน่อย”“ฉันแค่เผื่อไว้ค่ะ งั้นขอตัวก่อนนะคะ”“เดี๋ยวสิ”เป็นอีกครั้งที่เจ้าของร้านรั้งเธอไว้ มะลิหยุดขาของตัวเองแล้วมองไปยังเจ้าของร้าน เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้นาน ๆ เพราะมันอันตรายต่อใจของเธอ“คุณมีอะไรกับฉันค่ะ”“เร…เรื่องเมื่อวาน”“อ๋อ ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ใช่คนปากโป้ง ฉันไม่เอาเรื่องคุณกับเด็กคุณไปพูดหรอกค่ะ”ความไม่พอใจปรากฏบนใบหน้าของปพิชญาทันที เธอมองเด็กตรงหน้าด้
“ทุกคน คืนนี้เราจะปิดร้านเร็วกันก่อนสองชั่วโมงนะ”โรสเอ่ยออกมาทำให้พนักงานทุกคนหันมามองกันด้วยความสงสัย“เราจะเลี้ยงต้อนรับมะลิกัน มะลิมาทำงานได้หนึ่งอาทิตย์แล้วยังไม่ได้ต้อนรับเลย”ทันทีที่ประโยคบอกเล่าเอ่ยจบ พีเจก็ร้องโห่ออกมาอย่างดีใจ ทำให้พีพีที่กำลังง่วนกับการเช็ดแก้วหน้าเคาน์เตอร์หันไปมองน้องสาวตัวเองอย่างเอือมระอา“ให้กอล์ฟทำอะไรดีคะ”“หม้อไฟ เจ้กอล์ฟ!!”ไม่ต้องถามเลยว่าเสียงที่เอ่ยออกมาคือใคร เพราะนั่นคือเสียงของตัวแสบประจำร้านอย่างพีเจ“มะลิอยากกินอะไร”โรสหันไปถามมะลิ เพราะอยากให้เจ้าของงานแสดงความคิดเห็นบ้าง ส่วนคนที่ถูกถามก็ทำเพียงแค่ยิ้ม ก่อนจะตอบออกมา“ตามที่พีเจบอกก็ได้ค่ะ”หลังจากปิดร้าน ทุกคนก็มานั่งกันอยู่ที่โต๊ะกลางร้าน โดยที่เจ้กอล์ฟ หญิงสาววัยสามสิบที่ทุกคนต่างเรียกกันว่าเจ้กอล์ฟ เป็นคนลงมือทำหม้อไฟอย่างที่พีเจนำเสนอ“อะไรนะ คือเดินขึ้นดอยไปเก็บผักวันละหลายกิโล”พีเจตกใจกับเรื่องที่มะลิเล่าให้ฟัง จนเอ่ยคำถามออกมาอีกครั้งเมื่อมะลิพูดจบ“มันแปลกตรงไหน ฉันยังทำงานส่งแกเรียนจนจบ”พีพีพูดออกมาบ้าง เพราะเธอเป็นพี่สาวของพีเจ และเพราะพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็ก จึงทำให้สอง
วันนี้เป็นวันที่สองของการทำงานที่ Sky Bar มะลิมาถึงร้านเป็นคนแรกในเวลาหกโมงนิดๆ เธอเปิดประตูเข้ามาเพราะโรสได้บอกที่ซ่อนกุญแจให้เธอเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อเข้ามาภายในร้านมะลิก็สะดุ้งเมื่อเห็นเจ้าของร้านอย่างปริมกำลังนั่งดื่มอยู่ในร้าน“ขอโทษค่ะ ฉันนึกว่าไม่มีคนอยู่”เธอบอกกับเจ้าของร้านที่แหงนหน้าขึ้นมามองเธอ คุณเขาไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่พยักหน้าตอบรับ มะลิจึงเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง เธอใช้เวลาทำโน่นนี่นั่นอยู่ในครัวนานพอสมควรก่อนจะเดินไปยังห้องเก็บของเพื่อเช็กวัตถุดิบ“อ๊ะ!!”มะลิตกใจเมื่อเธอหันมาก็พบว่าบอสเจ้าของร้านที่ไม่รู้ว่าเข้ามาในห้องเก็บของตั้งแต่เมื่อไหร่กำลังยืนอยู่ด้านหลังเธอ“เอ่อ…คุณปริม เอ่อ…บอส มีอะไรหรือเปล่าคะ”ผู้เป็นเจ้านายมองหน้าเธอนิ่งๆ ไม่ยอมพูดยอมจา ก่อนจะยื่นมือของตัวเองขึ้นมาจับปลายคางเธอแล้วประกบปากเธอทันที“อ๊ะ!!”“อื้ม…”เป็นอีกครั้งแล้วที่เขาทำแบบนี้กับเธอ ริมฝีปากของบอสสาวบดเบียดริมฝีปากเธออย่างเอาแต่ใจ เขาดูรีบร้อนและไม่อ่อนโยนเอาเสียเลย หัวใจของเด็กสาววัยยี่สิบสองเต้นรัวอีกครั้ง ก่อนที่มะลิจะเป็นฝ่ายดันบอสสาวให้แผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้
“เมื่อไหร่แกจะเลิกใช้ชีวิตแย่ๆ แบบนี้สักที”หนังสือในมือของคุณผู้หญิงของบ้านเทพวรสุวรรณถูกขว้างออกมาเข้าหาลูกสาวคนเดียวที่เดินลงมาจากชั้นสองของบ้านทันที“ฉันจะใช้ชีวิตแบบไหนมันก็เรื่องของฉัน คุณจะมาใส่ใจทำไม”ปพิชญาพูดออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจ เธอก้มลงหยิบหนังสือที่ผู้เป็นแม่ขว้างใส่เธอก่อนจะโยนมันทิ้งถังขยะอย่างไม่ไยดี“ฉันจะไม่สนใจถ้าแกไม่ได้ใช้ เทพวรสุวรรณ”“ฉันไปเปลี่ยนเลยก็ได้ ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น”หญิงสาวยังคงพูดออกมาด้วยใบหน้านิ่งเรียบอย่างไม่สนใจ ผู้เป็นแม่เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า ก่อนจะวางของใช้ทุกอย่างของปพิชญาลงบนโต๊ะ มันมีทั้งกระเป๋าสตางค์ที่เต็มไปด้วยบัตรเครดิต กุญแจรถ“งั้นถ้าไม่อยากใช้เทพวรสุวรรณขนาดนี้ แกก็ไม่ต้องใช้อะไรก็ตามที่เทพวรสุวรรณเป็นคนหามา”“คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้”“ทำไมฉันจะทำไม่ได้ นี่ฉันยึดคืนมาแค่นี้ถือว่าฉันเห็นใจแล้ว ส่วนจากนี้แกจะใช้ชีวิตแบบไหนก็เรื่องของแก ถ้ามีสติเมื่อไหร่ฉันจะคืนให้”ผู้เป็นแม่พูดจบก็รวบทุกอย่างทำท่าจะเดินออกไป แต่ความหงุดหงิดและความอยากเอาชนะของปพิชญาก็ทำให้เธออยากเอาชนะ“มาคิดดูดีๆ แล้วฉันไม่รีบไปเปลี่ยนดีกว่า เพราะถ้าเปลี่ยนง่ายๆ คนอ
“ว่าไงคะ ยาย”หญิงสาวกรอกเสียงไปตามสายทันทีที่กดรับสาย ในระหว่างที่เธอกำลังเดินไปตามซอยที่รุ่นพี่คนหนึ่งแนะนำที่พักราคาถูกให้กับเธอ หลังจากเธอตัดสินใจเดินทางจากบ้านเพื่อมาหางานทำ“ไม่ต้องห่วงนะคะ มะลิจะดูแลตัวเองดี ๆ”เธอยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสดใสในฉบับของตัวเอง เพราะรู้ดีว่าคุณยายของเธอคงจะเป็นห่วงกับการที่เธอตัดสินใจเดินทางเข้ามายังเมืองหลวงด้วยตัวคนเดียวแบบนี้“งั้นไว้ถึงที่พักมะลิจะโทรหานะคะ ยาย อย่าลืมกินข้าวกินยาด้วย รักยายนะคะ”เธอวางสายยายด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกดมือถือดูที่อยู่ที่รุ่นพี่ของเธอแนะนำและส่งมาให้ พร้อมกับขาที่รีบก้าวไปตามทางด้วยความรวดเร็ว เพราะเริ่มรู้สึกว่าอากาศมันกำลังร้อนขึ้นเรื่อย ๆมะลิ พิรัญญา เมธาวรรณรักษ์ เด็กสาวที่อายุเพียง 22 ปี เธอเป็นเด็กกำพร้าที่มีคุณยายใจดีคนหนึ่งเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก เธอเรียนจบเพียงแค่ระดับชั้นมัธยม เพราะไม่อยากให้คุณยายลำบาก พอเรียนจบเธอก็ออกมาช่วยงานคุณยาย เธอรับจ้างทำสวนทำไร่ จนเมื่อเดือนก่อนคุณยายของเธอเกิดล้มป่วยเพราะอายุที่มากและสุขภาพที่แย่ ผู้ใหญ่บ้านจึงแนะนำให้เธอออกมาหางานทำที่เมืองหลวง โดยได้รับความช่วยเหลือจากลูกสาวของผู้ให







