LOGIN“เฮ้อ...”
“มึงถอนหายใจเป็นร้อยรอบแล้วนะไอ้ธีร์”
“เออ”
“เป็นอะไรของมึง สาว ๆ สักคนไหมเดี๋ยวกูจัดให้”
“ไม่ล่ะกูจะกลับแล้ว” ธีรฉัตรตอบกลับเพื่อนรักด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วออกมาจากตรงนั้นโดยไม่สนใจกลุ่มเพื่อนที่กำลังสังสรรค์กันอยู่สักนิด
“นายจะไปไหนครับ” บอมกับบูม ลูกน้องคนสนิทเอ่ย
“กลับคอนโด”
“ครับ”
ธีรฉัตรแปลว่าร่มของนักปราชญ์มีความฉลาดเป็นเกราะกำบัง ชายหนุ่มรูปงามที่ใคร ๆ ต่างหมายตาอยากจับจองอยากเป็นเจ้าของหัวใจเขา แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเขามันไร้หัวใจแค่ไหน เป็นถึงมาเฟียผู้มีอิทธิพลกว้างขวางแต่เรื่องความรักกลับไม่ได้อยู่ในสมองของเขาเลยสักนิด แค่มีเงินทุกอย่างก็ดูง่ายไปหมด แค่มีเงินก็สามารถกอบโกยความสุขจนมากโขเขาคิดแบบนั้น
“ไปตามหาผู้หญิงคนนี้” บัตรประจำตัวนักเรียนของหญิงสาวคนหนึ่งถูกวางลงตรงหน้าลูกน้องคนสนิท
“คนนี้...” บอมเอ่ยขึ้นพลางนึกอะไรบางอย่าง
“ปกตินายไม่สนใจใครนี่ครับ” บูมทักท้วงขึ้นมาบ้างเมื่อผู้เป็นนายมีนิสัยต่างออกไป เพราะปกติธีรฉัตรไม่เคยนอนซ้ำกับคนเดิมหรือจะพูดให้ถูกเขาไม่มีคู่ขานั่นเอง
“กูสั่งว่าอะไร?”
“ครับ พวกผมจะไปเดี๋ยวนี้” ทั้งสองรับคำสั่งด้วยความรู้สึกมากมาย ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาไหนคำสั่งของผู้เป็นนายถือเป็นคำขาด
ธีรฉัตรทิ้งตัวลงบนที่นอนคราบเลือดจาง ๆ ที่ติดอยู่มันทำให้เขานึกถึงหญิงสาว เธอเป็นคนแรกที่ทำให้เขาไม่สามารถหลับนอนกับคนอื่นได้อีกและเป็นคนแรกที่เขาหลับนอนด้วยถึงสองครั้งแต่น่าแปลกที่เธอคนนั้นกลับไม่ตามหาหรือวอแวเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่น
หลายวันผ่านไป
(ผมเจอเธอแล้วครับนาย)
“อืม”
(ให้ผมจัดการเธอเลยไหมครับ)
“ไม่ต้อง! กูแค่อยากรู้ว่าเธอเป็นใครอยู่ที่ไหนเท่านั้นเอง”
(ครับ แล้วให้พวกผมทำยังไงต่อ)
“ไม่ต้องทำ รู้ที่อยู่แล้วก็พอ”
(ครับ)
ไม่นานรูปถ่ายหญิงสาวก็ถูกส่งเข้ามือถือเขา ภายนอกสดใสน่ารักสมวัยแต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์คืนนั้นแล้วมันต่างกันไปสิ้นเชิง...
“โลกแม่งก็โหดร้าย ผู้ชายแม่งก็เหี้ย”
“เมาก็กลับไปนอนอย่ามาแหกปากด่าคนอื่นแบบนี้เป็นผู้หญิงอะไร”
“เสือกไรด้วยล่ะ ผู้ชายมันก็เฮงซวยเหมือนกันหมด”
“ปากดี!”
“อย่างอื่นก็ดีนะคะ”
น้ำเสียงและท่าทียียวนของคนเมาทำให้เขาคิดว่าเธอคงอยากหลับนอนกับเขาเหมือนคนอื่น เขาจึงพาเธอมายังคอนโดหรูของตนเอง ที่นี่มีไว้สำหรับระบายความสุขทางกายก็ว่าได้
“อื้อ... เจ็บ!” เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสอดใส่แก่นกายเข้าไปแล้วรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
“ยังไม่เคยเหรอวะ” ของเหลวสีแดงที่ชโลมไปทั่วจุดเชื่อมต่อของเขาทั้งสองบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาเป็นคนแรกของเธอ
เช้าอีกวันตื่นขึ้นมาไม่พบหญิงสาวแล้ว มีเพียงบัตรประจำตัวนักเรียนเท่านั้นที่หล่นให้เห็นต่างหน้า
“เพิ่งสิบแปดเองเหรอเนี่ย” เขาว่าพลางดึงศีรษะตัวเองแรง ๆ เพื่อเรียกสติ เกิดมาจะสามสิบอยู่แล้วเพิ่งเคยลิ้มลองเด็กสาวก็คราวนี้
หลังจากเรื่องคืนนั้นเขาก็ไม่เจอเธออีกเลย ...
สามเดือนต่อมา
“วันนี้นายจะไปไหนครับ”
“ไปบ้านคุณย่าแล้วกัน ไม่ได้ไปเยี่ยมท่านนานแล้ว”
“แวะห้างสรรพสินค้าเหมือนเดิมไหมครับ”
“อืม”
ธีรฉัตรรักความสันโดษไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนัก ยกเว้นเพื่อนสนิท เขาสูญเสียผู้เป็นแม่ตั้งแต่เด็ก มีเพียงย่าที่เลี้ยงดูเขาและเวลาต่อมาเขาถูกฝึกให้เป็นนักฆ่า ... ฟังไม่ผิดหรอก เนื่องจากผู้เป็นพ่อต้องการให้ลูกชายเพียงคนเดียวสานต่อธุรกิจทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งธุรกิจสีเทา และการที่จะยืนอยู่ตรงนี้ได้ต้องไร้ความเมตตา เลือดเย็น! เขาใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะเป็นที่ยอมรับของทุกคนเพราะหากไม่มีความสามารถก็ไม่มีสิทธิ์ได้เป็นนายของลูกน้องนับร้อยคนเช่นกัน
ผลัก!
“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ”
ระหว่างที่เขากำลังเลือกของฝากอยู่นั้น เด็กสาวคนหนึ่งเดินชนเขาจนข้าวของล่วงหล่นกระจัดกระจาย ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเปล่าที่ได้เจอเธออีกครั้ง แต่ที่สะดุดตาเขาคงเป็นสมุดเล่มเล็กที่อยู่ในมือเขาตอนนี้
“เอ่อ...อันนี้ของหนู ขอคืนด้วยค่ะ” มองหน้าหญิงสาวครู่หนึ่งก่อนจะคืนให้แล้วเธอก็เดินหายไป
“นายครับ ผู้หญิงคนนี้...”
“เธอท้องงั้นเหรอ?” หันไปถามลูกน้องคนสนิทหวังจะเอาคำตอบ
“ครับ”
“ทำไมมึงไม่บอกกู”
“ก็คิดว่านายไม่สนใจแล้วซะอีก” บูมตอบกลับอย่างไม่จริงจังมากเพราะผู้เป็นนายไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนอยู่แล้ว
“กูสนใจเด็กในท้องต่างหากล่ะ”
“...” ทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ ครั้นจะเอ่ยปากถามก็ดูเหมือนจะละลาบละล้วงมากเกินไปหน่อย
“ไปสืบมาอย่างละเอียดว่าเธอท้องกี่เดือนแล้ว”
“ครับ”
ถึงจะไร้หัวใจแต่ก็ใช่ว่าจะไร้ความรู้สึก หากเด็กในท้องเป็นลูกของเขาอย่างที่คิดไว้จริงยังไงก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว และค่อนข้างมั่นใจด้วยเพราะเขาเป็นคนแรกของเธอ
หลังจากไปเยี่ยมคุณย่าเสร็จเขาได้แวะมายังร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง สายตาคมกริบเพ่งมองหญิงสาวที่กำลังเลือกซื้อของกินอย่างออกรส
“มึงสองคนลงไป กูอยากรู้ว่าเธอซื้ออะไรบ้าง” ออกคำสั่งพร้อมกับยื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง
“ครับ”
เขาเฝ้ามองหญิงสาวทุกอิริยาบถสีหน้าเธอดูตื่นกลัวเล็กน้อย ไม่นานทั้งสองก็กลับมา
“เธอซื้อนมบำรุงครรภ์ครับนาย แบบนี้” บอมเอ่ยก่อนจะยืนนมแพคหนึ่งให้เขาดู
“แล้วมึงเอามาทำไม?”
“ผมบอกเธอว่านายผมก็อยากกินเหมือนกัน เธอเลยแบ่งให้” บูมเอ่ยอย่างอารมณ์ขัน
“ไอ้นี่!”
“ว่าแต่... เอ่อ... ผมถามได้ไหม ทำไมนายถึงสนใจนักล่ะ”
“กูไม่ได้ป้องกัน” ธีรฉัตรตอบไปตามความจริง
“ห๊ะ!”
“...”
“นายไม่คิดว่าเธอจะมีแฟนแล้วบ้างเหรอครับ” บูมเอ่ยถามตามความคิดของตัวเอง
“กูมีวิธีพิสูจน์แล้วกัน”
“แล้วถ้าไม่ใช่ลูกนายล่ะ”
“ก็ปล่อยไปหรือมึงจะให้กูฆ่าเธอ?”
“ไม่ ๆ ผมแค่สงสัยเท่านั้นเอง”
“แล้วเรื่องที่กูให้ไปสืบล่ะถึงไหนแล้ว”
“เธอท้องแต่ไม่มีแฟน อาศัยอยู่กับแม่แค่สองคน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ จะได้รับในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้”
“อืม”
ตึก ... ตึก ... เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นพร้อมกับร่างบางที่เดินนวยนาดเข้ามาหาธีรฉัตรถึงบริษัท เนื่องจากตอนนี้ชายหนุ่มได้เข้ามาช่วยผู้เป็นพ่อบริหารงานแล้ว“คุณธีร์อยู่ไหมคะ” ริมฝีปากบางเอ่ยถามเลขาคนสวยอย่างเป็นกันเอง“ท่านประธานประชุมอยู่ค่ะ คุณสายธารเชิญนั่งรอในห้องได้เลยนะคะ”“ค่ะ นี่ขนมหนูซื้อมาฝาก” “ขอบคุณนะคะ”หลังจากเข้ามาในห้องเธอก็จัดการเอกสารงานค้างของผู้เป็นสามีทันที กระทั่งมีใครคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ“คุณเป็นใคร ทำไมถึงมานั่งที่โต๊ะทำงานของคุณธีร์ได้” สายธารจ้องมองนักศึกษาฝึกงานตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ดูท่าทางแล้วเธอคงจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร “ถามไม่ได้ยิน?”“แล้วคุณเป็นใครคะ เข้าห้องท่านประธานทั้งทีไม่เคาะประตูหน่อยเหรอ หรือไม่มีมารยาท?”“หนูเป็นคนที่ท่านประธานรับเข้ามาฝึกงานค่ะ เลขาด้วยนะคะเพราะอีกเดี๋ยวคุณเลขาคนเก่าเธอจะลาคลอดแล้ว” น้ำเสียงเย้ยหยันเอ่ยอย่างมั่นใจ“พี่ธีร์น่าจะเลือกคนที่มีมารยาทมากกว่านี้นะคะ”“พี่ธีร์งั้นเหรอ... คุณเป็นน้องสาวคุณธีร์เหรอคะ” “เมีย!” น้ำเสียงห้วนเอ่ยก่อนที่ร่างสูงจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้า“คะ คุณธีร์ ขอโทษค่ะแคทไม่ได้ตั้งใจ”
“เรามาทำอะไรที่นี่” เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่ธีร์พามาที่สำนักงานเขต“จดทะเบียนสมรส”“จดทะเบียนสมรสงั้นเหรอ” ฉันเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง“ไม่ดีใจเหรอเธอจะได้ครอบครองฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมายเชียวนะ” ฉันแค่แปลกใจ ไม่คิดว่าเขาจะให้สิทธิ์ฉันมากขนาดนี้ไง “เข้าไปข้างในกันเถอะ” เขาว่าก่อนจะจูงมือฉันเข้าไปด้านใน“สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” เจ้าหน้าที่เอ่ย“จดทะเบียนสมรสครับ”“เชิญด้านนี้ค่ะ” ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่นานกระดาษสีสวยก็ถูกวางลงตรงหน้าเราสองคน เมื่อใดก็ตามที่ฉันจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนี้นั่นหมายความว่าฉันกับพี่ธีร์เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว“เซ็นตรงนี้นะคะ” “ครับ” พี่ธีร์เซ็นชื่อตัวเองโดยไม่ลังเลสักนิด “คุณผู้หญิงเซ็นตรงนี้นะคะ” “...” มองหน้าพี่ธีร์นิ่ง ๆ เขาเองก็มองฉันอยู่เหมือนกัน “ระหว่างพวกเราจะมีอะไรเปลี่ยนไปอีกไหมคะ”“ไม่มี ถ้าฉันทำผิดต่อเธอ เธอยิงฉันทิ้งได้เลย” น้ำเสียงจริงจังเอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มให้ฉัน “ไม่หรอก หนูจะหอบสมบัติหนีแล้วมีผัวใหม่”“ไม่มีวันนั้นหรอก” ฉีกยิ้มให้เขาก่อนจะบรรจงเขียนชื่อตัวเองลงไปในแผ่นกระดาษ...“เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอให้ม
“ง่วงเหรอ” ธีรฉัตรเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งตาปรืออยู่ข้าง ๆ“ค่ะ”“ขึ้นมานอนข้างฉันสิ”“พี่ธีร์นี่มันเตียงผู้ป่วยนะคะ หนูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”“แล้วไง ฉันไม่ถือ”“แต่หนูถือค่ะ”“เธอได้คุยกับไอ้เวย์บ้างไหม?”“คุยค่ะ เขาแค่แวะมาทักทายเฉย ๆ” สายธารตอบไปตามความจริง“อ๋อ...”“พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นแค่คนรู้จักเท่านั้นเอง”“...”“อย่ามองแบบนี้สิคะ”“แล้วจะให้มองแบบไหน?”“แบบตอนที่พี่ถามว่า ไอ้ธัญมึงพาใครมา! แบบนี้ก็ได้ค่ะ” น้ำเสียงกระแนะกระแหนเอ่ยพลางเลียนแบบท่าทางให้สมจริงที่สุด“แล้วยังไงต่อ”“แล้วพี่ธัญก็ตอบว่าเมียกูเอง”“เมีย?”“ใช่ค่ะ!!”“เธอบังอาจไปเป็นเมียคนอื่นได้ยังไงกัน ฉันยังอยู่ตรงนี้ทั้งคน”“ไม่รู้ค่ะ”“หืม!” มือหนาเอื้อมไปดึงแก้มนวลด้วยความมันเขี้ยว“อื้อ เจ็บ...”“เหนื่อยไหม”“เหนื่อยอะไรคะ”“ที่ฉันเป็นแบบนั้นและเธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียว”“เหนื่อยค่ะ แต่ไม่ได้เหนื่อยเลี้ยงลูกหรอกนะ เหนื่อยที่ต้องคอยถามหาพี่จากคนอื่นซึ่งทุกครั้งทุกคนมักจะปฏิเสธเสมอ”“พ่อคงอยากให้เธอกับลูกปลอดภัยที่สุดเท่านั้นเอง”“แล้วทำไมคนที่ได้ดูแลพี่ถึงเป็นลูกปลาล่ะคะ ก็แค่บาดเจ็บสาหัส
“จะจ้องกันอีกนานไหม?” เสียงคุณลุงพูดขึ้นทำให้เราสองคนละสายตาจากกันตอนนี้พวกเรากำลังทานมื้อเช้ากันอยู่ค่ะ แต่พี่ธีร์กลับเอาแต่จ้องหน้าฉันอยู่นั่นแหละ“วันนี้พ่อให้ไอ้ธัญไปประชุมด่วนไม่ใช่เหรอครับ”“ใช่... ทำไม?”“แล้วเธอล่ะ” เธอที่เขาว่าก็คงหมายถึงฉันสินะ“แกก็ไปส่งสิ” ฉันมองหน้าคุณลุงทันที หาเรื่องให้ฉันปวดหัวอีกแล้ว“ก็ได้ครับ ผมอยากรับขวัญหลานอยู่เหมือนกัน” ให้ตายเถอะ ฉันต้องรับมือยังไง พี่ธีร์คนนี้เหมือนจะขี้สงสัยไปหมดซะทุกอย่างแถมยังเจ้าเล่ห์ไม่เงียบขรึมเหมือนคุณธีรฉัตรอีกด้วย“แต่คุณลุงคะ...” ปากกำลังจะปฏิเสธพอเห็นสายตาดุ ๆ เข้าให้ทำเอาคำพูดพวกนั้นกลืนหายไปแทบจะทันที “ก็ได้ค่ะ”หลังจากมื้อเช้าจบลงฉันก็เตรียมตัวจะกลับบ้านและแน่นอนว่าพี่ธีร์มาส่งค่ะ เขาขับรถด้วยตัวเอง บรรยากาศในรถมันน่าอึดอัดเอามาก ๆ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่พวกเราได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ฉันกับลูกกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา“แวะห้างสรรพสินค้าก่อนละกันฉันอยากซื้อของให้เขา” พี่ธีร์พูดขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน“ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องลำบากก็ได้”“มันเป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยคคำถามโอเคนะ”“เผด็จกา
“มึงมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่?”“สักพักแล้วล่ะ”“ทำไมกูไม่เห็นรู้เลย”“ความลับว่ะ กูเป็นพวกไม่ค่อยให้ใครรู้เรื่องส่วนตัวสักเท่าไหร่”“ใช่เหรอ?” พี่ธีร์ยังคงเอ่ยถามอย่างต่อเนื่อง พลางมองหน้าฉันกับน้องชลสลับกันไปมา “แล้วเด็กคนนี้...”“ลูกกูเองแหละ”“...” เขาเงียบไปเมื่อได้ยินพี่ธัญพูดแบบนั้น“เฮ้! สวัสดีเพื่อนรัก สุขสันต์วันเกิดเว้ย” พี่ริวตะโกนมาแต่ไกลก่อนจะยื่นกล่องของขวัญให้พี่ธีร์ วันนี้เป็นวันเกิดเขาสินะ“ขอบใจ ให้อะไรกูเนี่ย”“สิ่งที่มึงอยากได้”“คือ?”“ไม่ใช่ถุงยางเหมือนปีที่แล้วแน่นอน”“กูไม่จำเป็นต้องใช้”“พูดอะไรน่ะพี่ธีร์” ลูกปลาพูดขึ้นอย่างเขินอายก่อนจะเดินเลี่ยงไปจากตรงนี้ แล้วฉันล่ะ? ฉันควรรู้สึกยังไง“น้องสายธารรบกวนมาช่วยพี่ถือถุงขนมหน่อยสิ” พี่ริวเอ่ยก่อนจะขยิบตาให้ฉันคล้ายกับส่งสัญญาณบางอย่าง เห็นแบบนั้นฉันจึงเดินตามไป“ค่ะ ดูลูกด้วยนะคะเดี๋ยวหนูมา” ประโยคหลังนี้ฉันหันไปบอกพี่ธัญที่อุ้มน้องชลอยู่ค่ะ ก็เขาบอกเองนี่ว่าต้องเรียนรู้ให้เป็นเดินตามพี่ริวออกมาด้านนอกเขาก็พูดขึ้น“พี่ขอโทษแทนลูกปลาด้วยนะ พี่เตือนแล้วมันก็ยังดื้อรั้นอยู่”“หนูไม่เข้าใจ”“ไอ้ธีร์มันจำอะไรไม่ได้ ไม
ภายในห้องแคบ ๆ กลับกว้างมากสำหรับฉันในตอนนี้ การเฝ้ารอใครสักคนมันนานมากเลยค่ะ ทั้งที่เวลาเราก็มีเท่ากัน“สายธาร”“คะ?”“...”“คุณน้ามีอะไรเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามเมื่อเห็นคุณนาเงียบไป“เปล่าจ้ะ” ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่เหมือนว่าท่านมีอะไรอยากพูดกับฉันมากกว่า “คือว่าคุณฉัตรเขาอยากเจอน้องชลน่ะ”“ค่ะ หนูไม่ติดอะไรอยู่แล้ว” ฉันตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม แต่จะว่าไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุฉันยังไม่เจอพ่อพี่ธีร์เลยนะคะ รู้แค่ว่าท่านเป็นคนให้ฉันมาอยู่ที่นี่เท่านั้นเอง ส่วนแม่พวกเราโทรคุยกันทุกวันอยู่แล้วค่ะ“งั้นน้าพาน้องชลไปเดินเล่นนะ”“ค่ะ”พออยู่คนเดียวมันกลับรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่ทุกคนก็ยืนยันคำตอบเดียวกันว่าพี่ธีร์ปลอดภัยแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันต้องมีอะไรมากกว่านี้ทำไมฉันถึงรู้ไม่ได้อยู่คนเดียวครืด... ครืด...“สวัสดีค่ะ”(สายธารนี่เราเองนะ)“แอล...”(แกเป็นยังไงบ้าง เรารู้เรื่องหมดแล้วนะ)“ไม่รู้สิ เราก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน”(อดทนไว้นะ รอพี่ธีร์ให้ได้นะสายธาร)“แกก็รู้ใช่ไหมว่าพี่ธีร์อยู่ที่ไหน”(เราไม่รู้... แต่พี่แชมป์รู้)“...”(เราจะแอบสืบให้นะแกไม่ต้องห่วง)“ขอบใจนะแอล”ในแต







