ログインSpecial By ‘Oneday’
เรื่องหงุดหงิดที่เกิดขึ้นในชีวิตของวันเดย์คงจะเป็นวันที่ได้เจอกับคุณหนูออกัสคนที่เอาแต่ใจเป็นหนึ่งคนนั้น
ยอมรับว่าวันนั้นเป็นวันเดย์เองที่ไม่ได้ตั้งใจจะไปเตะลูกฟุตบอลใส่หน้าคนที่เดินผ่านมาพอดีเลย แต่พอเขาจะเข้าไปถามดี ๆ สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาดูถูกเหยียดหยาม และคำพูดแสนจะเย่อหยิ่ง เป็นใครก็คงหมดความอดทนด้วยกันทั้งนั้น
คนโบราณเขาบอกเอาไว้ว่าถ้าเริ่มต้นไม่ดี วันนั้นเราก็จะเจอแต่เรื่องที่ไม่ดี
วันเดย์เองก็เพิ่งรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง หลังจากที่เกิดเรื่องกับเด็กภาคอินเตอร์คนนั้นไป เขาบังเอิญนึกขึ้นมาได้ว่าลืมงานไว้ที่หอพักก็เลยรีบกลับไปเอา เพราะกลัวว่าจะไม่ทันมาส่งในคาบบ่าย
“มีอะไรกันเหรอครับ”
“หอพักยกเลิกสัญญาเช่าห้อง ให้พวกเราย้ายของออกภายใน 7 วัน” กลุ่มนักศึกษาหลายสิบคน กำลังยืนออกันอยู่หน้าบอร์ดแจ้งข่าวของหอพัก วันเดย์เลยแทรกเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ได้รับข่าวสุดช็อกจากปากเพื่อนร่วมหอ
“เฮ้ย!! ได้ไง แบบนี้มันก็ผิดข้อสัญญาไม่ใช่เหรอ”
“เขายินดีจ่ายเงินชดเชย 3 เท่าจากมัดจำ แล้วที่เหี้ยไปกว่านั้นคือเด็กในหอส่วนใหญ่เสือกตกลงรับข้อเสนอ” แต่สำหรับวันเดย์ เขาไม่ตกลงและไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยสักนิด
วันเดย์รีบมุ่งตรงไปยังห้องของนิติหอพักทันที มันไม่ยุติธรรมเลยที่จู่ ๆ จะให้ผู้เข้าพักทุกคนมาย้ายออกไปแบบนี้ เขาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เข้าปี 1 หอนี้ถือว่าใกล้ตึกเรียนและถูกที่สุดแล้ว มันต้องชี้แจงเหตุผลอะไรที่มากกว่าการประกาศด้วยกระดาษแผ่นเดียวแบบนั้น
“พี่ครับ เกิดอะไรขึ้นกับหอพัก ทำไมต้องให้ทุกคนย้ายออกไปด้วยครับ” วันเดย์เอ่ยถามทันทีที่เจอนิติของหอพัก
“พอดีที่ตรงหอพักของเรา เขาจะทุบตึกทำลานจอดรถน่ะ เลยต้องให้นักศึกษาทุกคนย้ายออกไป”
“อะไรนะครับ!! จะทำลานจอดรถ”
“ใช่แล้ว ตอนนี้เด็กในหอส่วนใหญ่ไม่ติดปัญหาอะไรนะ ทางพี่ก็ไม่ได้ให้ออกกะทันหัน มีเวลาให้เตรียมตัว แถมจ่ายเงินชดเชยให้อีก เราไปหาหอดี ๆ อยู่ได้สบาย ถ้าไม่รู้จะไปอยู่ไหน ทางพี่มีหอแนะนำให้ ราคาต่างกันไม่เท่าไร”
“แต่หออื่นมันก็แพงกว่าอยู่ดี แล้วไหนจะค่าเดินทางไปกลับที่มันต้องเพิ่มขึ้นมาอีกละครับ” วันเดย์โวยวายอีกครั้ง หลังจากที่คิดถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้น ถึงจะให้เงินเพิ่มหลายเท่า แต่มันจะเหลือใช้ได้สักเท่าไรกัน
“เดย์ คือทางผู้ใหญ่เขาตกลงกันไปแล้ว พี่เองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ขอโทษนะ เดี๋ยวพี่ช่วยดูหอที่มันราคาไม่แพงมากให้แล้วกันนะ อ่อ ถ้าติดเรื่องค่าใช้จ่ายก็ลองไปสมัครงานพาร์ตไทม์ดูไหมพี่พอจะแนะนำได้นะ”
พอได้มาฟังเรื่องทั้งหมดจากปากของคนดูแลห้องพักก็ทำเอาวันเดย์พูดไม่ออกเหมือนกัน เพราะเขาโต้แย้งอะไรไม่ได้เลย ในเมื่อตรงนี้มันไม่ใช่ที่ของเขา
วันเดย์อยากรู้ว่าต้องเป็นคนประเภทไหน ที่มาซื้อหอพักนักศึกษาไปทุบทำลานจอดรถ โดยที่คนคนนั้นไม่คิดถึงความเดือดร้อนของนักศึกษาคนอื่น ๆ เลย
“พี่ครับ ขอโทษนะครับ พอจะบอกได้ไหมว่าใครที่มาซื้อหอไปทำลานจอดรถเหรอครับ ผมอยากรู้” พอได้สติวันเดย์รีบเอ่ยถามคนดูแลหอพักทันที
“คือ…เดย์อย่าไปบอกใครนะเดี๋ยวพี่จะซวย เห็นเขาว่าเป็นคนของตระกูล สิริโชคอำนาจ ซื้อไปให้ลูกชาย พอดีลูกชายเขาอยากได้ลานจอดรถส่วนตัวน่ะ เขาบอกมาแบบนี้นะ” พี่นิติเดินออกไปนอกประตูมองซ้ายมองขวาก่อนจะปิดประตูห้องพักลงแล้วหันมาบอกกับวันเดย์ราวกับเป็นสารลับยังไงอย่างนั้น
“ครับ ขอบคุณครับ” วันเดย์รู้จักนามสกุลนี้ดี เพราะพ่อกับแม่ของเขาทำงานอยู่ที่บ้านตระกูลนั้นมาหลายปี แต่ตัวเขาก็ไม่เคยเจอเจ้านายของพ่อแม่เป็นการส่วนตัวเลยสักครั้ง
อีกอย่างที่ทำให้คุ้นชินกับนามสกุลนี้ เพราะเกือบทุกตึกในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีนามสกุลของครอบครัวนี้ติดป้ายว่าเป็นผู้สนับสนุนการดำเนินงานต่าง ๆ ให้กับมหาวิทยาลัยมานานหลายปี
“มานั่งทำอะไรแถวนี้” ออกัสนั่งมองโทรศัพท์ในมือไม่รู้ว่านานเท่าไร ก่อนที่จะมีคนเดินมาใกล้แล้วเอ่ยทักขึ้น“ทำไม ตรงนี้มีป้ายห้ามนั่งเหรอครับ ผมถึงนั่งไม่ได้”“คนถามดี ๆ อยากกลับบ้านแล้วหรือไง หน้างอเชียว”“เปล่า ผมแค่ไม่มีอะไรทำ เพื่อน ๆ กลับกันไปหมดแล้วก็แค่นั้น” ร่างสูงของวันเดย์เดินเข้ามาหาออกัสที่นั่งหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ ๆ กับห้องชมรมดนตรี“โทรให้ที่บ้านมารับก่อนไหม อีกพักใหญ่เลยนะกว่าจะเสร็จ”“หน้าที่รับส่งผม มันเป็นหน้าที่พี่” ออกัสเอ่ยออกมาพร้อมปรายตามองคนที่ยืนอยู่หน้า“เออ ย้ำจัง รู้แล้วว่าเป็นคนขับรถ งั้นไปนั่งในชมรมไหมตรงนี้มันร้อนเดี๋ยวเป็นลมตาย ผมไม่มีปัญญาหาลูกชายไปคืนให้พ่อคุณหรอกนะ” วันเดย์พูดกวนประสาทออกัสอีกครั้ง“คนนอกเข้าได้ด้วยเหรอ” ออกัสถามด้วยความสงสัย“ปกติก็ห้ามนะ แต่ถือว่าเป็นกรณีพิเศษแล้วกัน จะไปไม่ไป”“ไป!!” ออกัสตอบพร้อมดีดตัวลุกขึ้น เรื่องอะไรที่เขาจะต้องทนร้อนอยู่ตรงนี้ละ อย่างน้อยในชมรมบรรยากาศก็คงดีกว่าตรงนี้“เออเมื่อกี้เพื่อนคุณมาหาผมที่ชมรมด้วยนะ” จู่ ๆ วันเดย์เอ่ยขึ้นมาในระหว่างที่เดินไปห้องชมรม“เพื่อนคนไหน แล้วเขามาทำไมเหรอครับ” ออ
Special By “Oneday”อันที่จริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ได้มีอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่วันเดย์แค่รู้สึกสนุกกับการได้ปั่นประสาทคุณหนูของเขาเล่น ๆ ก็เท่านั้นเองอย่างเช่นเรื่องของไข่มุก ตอนแรกวันเดย์ก็หลงคิดว่าเธอกับออกัสเป็นแฟนกัน แต่พอมารู้ทีหลังว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้นเรื่องที่ออกัสสงสัย จริง ๆ คือเมื่อวานไข่มุกเธอโพสต์รูปภาพอะไรสักอย่างในอินสตาแกรม ซึ่งวันเดย์เองก็ไม่ได้ติดตามอะไรเธอ ก็เลยไม่รู้ว่าเธอลงรูปอะไรไป แต่รูปนั้นมันทำให้เจ้านายสุดที่รักของเขา ตามมาซักไซ้ราวกับเขาเป็นนักโทษพอตอบกลับไปคราวนี้ออกัสก็นิ่งเงียบไปเลย ไม่เห็นปากเก่งเหมือนตอนแรก ตลอดชีวิตของคุณหนูคงจะอยู่ท่ามกลางคนรุมล้อมที่คอยตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยต้องเรียนรู้คำว่าผิดหวัง มันก็เลยทำให้ออกัสรู้สึกไม่โอเค ที่จู่ ๆ มีใครคนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อต้าน ไม่ทำตามที่เขาต้องการมันก็ตลกดีแทนที่ออกัสจะไล่วันเดย์ออกเหมือนคนอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่พอใจ แต่กลับไปตามตัวเขากลับมาด้วยตัวเอง และที่บ้าไปกว่านั้นคือเขาดันยอมกลับมานะสิ“ผมขอบอกพี่อีกครั้งเลยนะ ว่า...อย่าแม้แต่จะคิดหรือมายุ่งว
วันรุ่งขึ้นออกัสตื่นนอนก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย แต่ไม่ยอมลุกออกจากเตียง ก่อนจะนึกได้ว่าเช้านี้ต้องเอาคำตอบกับคนขับรถให้ได้ เขาจึงรีบดีดตัวลุกจากเตียงจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย พอออกมาหน้าบ้านก็เจอหน้าคนที่ต้องการถามพอดี ก่อนจะเดินขึ้นรถที่สตาร์ตเครื่องรออยู่“เมื่อวานเพื่อนผมแวะไปหาพี่ที่ร้านเหรอครับ ผมเห็นเธอถ่ายรูปลงโซเชียล” ออกัสเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ออกมาจากบ้านได้สักพักแล้ว วันเดย์ทำหน้างงกับคำถามเขา ก่อนจะนึกอะไรสักอย่าง“หมายถึงไข่มุกเหรอ ก็ใช่นะ เห็นเขาบอกว่าไปซื้อของกับที่บ้าน ก็เลยแวะหาไอศกรีมกินแล้วบังเอิญเจอผมทำงานอยู่พอดี”“โลกกลมดีเนอะ” ออกัสพูดลอย ๆ ออกไป“กลมสิ ดูอย่างเราสิ แค่นี้ก็เป็นคำตอบละ ว่าโลกมันกลมจนหน้าหงุดหงิดขนาดไหน ไปถึงแล้วรีบ ๆ ลงไปได้แล้ว คนอื่นเขามีเรียนนะครับ ไม่ได้ว่าง”แทนที่จะได้คำตอบ สุดท้ายออกัสกลับถูกคนขับรถไล่ลงจากรถของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ที่น่าโมโหคือเขายอมเดินลงมาอย่าง งง ๆกว่าจะนึกขึ้นได้วันเดย์ก็ขับรถไปจอดแล้วส่วนคนที่ทิ้งระเบิดใส่เขาไว้ได้เดินย้อนกลับไปที่อาคารเรียนภาคไทยเรียบร้อยแล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะ ออกัสได้แต่เก็บค
ออกัสละความสนใจจากคนขับรถก่อนจะจัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย แล้วก็เดินไปที่บ้านใหญ่ เพื่อรอเวลาทานข้าวเย็นระหว่างที่ออกัสนั่งเล่นอยู่ในห้องรับแขก ก็นึกขึ้นมาได้เกี่ยวกับเรื่องของวันเดย์ที่พึ่งแยกกันไป เขาอยากรู้เหมือนกันว่าจะสามารถหาข้อมูลนักศึกษาในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยได้ไหมไม่รอช้าออกัสยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเข้าเว็บมหาลัยในทันทีและนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาเปิดเข้ามาดูเว็บบอร์ดนี้เลยก็ว่าได้ เขาจัดการพิมพ์ชื่อของวันเดย์ที่จำมาตอนเอากระเป๊าเงินไปคืนเข้าไปในช่องค้นหานั้นทันที ก่อนจะกดค้นหา ข้อมูลของพี่มันก็เด้งขึ้นมายาวเหยียดจนต้องเลื่อนลงไปอ่าน‘นายวันเวฬา ดำรงธรรมมา’‘นักเรียนทุนดีเด่น’‘นักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัย’‘ประธานชมรมดนตรีสากล’‘ประธานสโมสรนักศึกษาของมหาวิทยาลัย’‘รูปใบประกาศนียบัตร รูปถ้วยและเหรียญรางวัลจากการแข่งขันต่าง ๆ ตั้งแต่งานวิชาการจนถึงกีฬาของมหาวิทยาลัย’ออกัสนั่งมองตำแหน่งและรางวัลของคนขับรถเขาจากมือถืออย่างอึ้ง ๆ ที่เป็นแค่คนธรรมดา แต่กลับมีตำแหน่งหน้าที่ในมหาวิทยาลัยมากมายขนาดนี้ นี่คงเป็นเหตุผลที่ใ
ออกัสแอบนึกหมั่นไส้ในใจที่คนด้านข้างคุยกับวายุเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย เพราะปกติไม่เคยเห็นจะพูดดี ๆ กับเขาแบบนี้บ้างเลย“เออ ขอโทษนะคะ พี่เดย์ใช่ไหมคะ” จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาหญิงเดินเข้ามาระหว่างบทสนทนาวายุกับวันเดย์“ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า” วันเดย์ตอบกลับ“ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” เสียงบุคคลไม่ได้รับเชิญทำเอาออกัสต้องเด้งตัวขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ต้องเป็นคนดังขนาดไหน ถึงได้มีนักศึกษาเดินมาขอถ่ายรูปด้วยแบบนี้ที่สำคัญที่นี่เป็นฝั่งภาคอินเตอร์ ซึ่งมันน้อยมากที่เด็กอินเตอร์จะรู้จักนักศึกษาภาคไทยสำหรับมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ขนาดนี้การที่คนคนหนึ่งจะเป็นที่รู้จักได้ทั้งสองภาคต้องเป็นคนดังในมหาวิทยาลัยมากพอสมควร อย่างเช่น เป็นดาวเดือน แบบไข่มุกหรือพวกนามสกุลดัง ๆ แบบออกัสแต่นี่ คนตรงหน้าออกัสคือคนขับรถ และครอบครัวของวันเดย์ก็ทำงานที่บ้านผมอีกด้วย ซึ่งสามารถตัดเรื่องนามสกุลดังออกไปได้เลย อีกข้อที่น่าเป็นไปได้คือเดือนมหาวิทยาลัย แต่ดูท่าทางเขาคงไม่ใช่คนที่ชอบทำกิจกรรมอะไรแบบนั้นแน่ ๆ แค่เห็นสีหน้าตอนที่สาว ๆ มาขอถ่ายรูปก็พอเดาได้“มีสาวมาขอถ่ายรูปด้วย พี่คนดังหรือเป
รุ่งเช้า“อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เดย์”“กองไว้แถวนั้นแหละ เชิญขึ้นรถ” วันเดย์ตอบออกัสด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“วันนี้ผมอารมณ์ดี จะไม่ถือคำพูดพี่ก็แล้วกัน” ออกัสยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะเพราะพอออกัสตื่นเช้าขึ้นมาก็เจอกับวันเดย์ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าข้อเสนอของเขา ทำให้คนตรงหน้าตัดสินใจได้ง่ายมากแค่ไหน“แล้วพี่ก็ไปลาออกงานพาร์ตไทม์ได้แล้วนะครับ แค่มาเป็นคนขับรถให้ผมอย่างเดียวก็พอแล้ว”“ไม่ออก เวลามันไม่ได้ชนกัน” วันเดย์รีบตอบกลับทันที“ทำไมพี่ถึงดื้อจัง มีงานสบาย ๆ ทำอย่างเดียวไม่ชอบ ชอบลำบากหรือไงครับ” ออกัสเลยบ่นให้อีกฝ่าย เพราะแค่มาขับรถให้เขาเงินเดือนก็มาพอแล้ว ยังจะต้องวิ่งไปทำงานข้างนอกอีกทำไม“มันเรียกว่าความรับผิดชอบ รู้จักไหม แต่ดูหน้าคงคิดว่าไม่รู้จัก ถ้างั้นมีหน้าที่แค่นั่งรถไปมหาวิทยาลัยก็นั่งไปเถอะ แล้วหยุดพล่ามด้วย รำคาญ” แล้วตลอดทางผมสองคนไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลยต่อให้ไม่พอใจแค่ไหน วันเดย์ไม่สามารถเลือกทางอื่นได้เลย เพราะนั่นหมายความว่าพี่เอกคนขับรถอีกคนต้องมาเดือดร้อนด้วย และพี่เขาก็คงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นจึงยอมมาขับรถส่งคุณหนูแบบเขาให้มันจบ ๆ ไประหว







