ANMELDEN“มานั่งทำอะไรแถวนี้” ออกัสนั่งมองโทรศัพท์ในมือไม่รู้ว่านานเท่าไร ก่อนที่จะมีคนเดินมาใกล้แล้วเอ่ยทักขึ้น
“ทำไม ตรงนี้มีป้ายห้ามนั่งเหรอครับ ผมถึงนั่งไม่ได้”
“คนถามดี ๆ อยากกลับบ้านแล้วหรือไง หน้างอเชียว”
“เปล่า ผมแค่ไม่มีอะไรทำ เพื่อน ๆ กลับกันไปหมดแล้วก็แค่นั้น” ร่างสูงของวันเดย์เดินเข้ามาหาออกัสที่นั่งหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ ๆ กับห้องชมรมดนตรี
“โทรให้ที่บ้านมารับก่อนไหม อีกพักใหญ่เลยนะกว่าจะเสร็จ”
“หน้าที่รับส่งผม มันเป็นหน้าที่พี่” ออกัสเอ่ยออกมาพร้อมปรายตามองคนที่ยืนอยู่หน้า
“เออ ย้ำจัง รู้แล้วว่าเป็นคนขับรถ งั้นไปนั่งในชมรมไหมตรงนี้มันร้อนเดี๋ยวเป็นลมตาย ผมไม่มีปัญญาหาลูกชายไปคืนให้พ่อคุณหรอกนะ” วันเดย์พูดกวนประสาทออกัสอีกครั้ง
“คนนอกเข้าได้ด้วยเหรอ” ออกัสถามด้วยความสงสัย
“ปกติก็ห้ามนะ แต่ถือว่าเป็นกรณีพิเศษแล้วกัน จะไปไม่ไป”
“ไป!!” ออกัสตอบพร้อมดีดตัวลุกขึ้น เรื่องอะไรที่เขาจะต้องทนร้อนอยู่ตรงนี้ละ อย่างน้อยในชมรมบรรยากาศก็คงดีกว่าตรงนี้
“เออเมื่อกี้เพื่อนคุณมาหาผมที่ชมรมด้วยนะ” จู่ ๆ วันเดย์เอ่ยขึ้นมาในระหว่างที่เดินไปห้องชมรม
“เพื่อนคนไหน แล้วเขามาทำไมเหรอครับ” ออกัสแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่ในใจก็อยากรู้เหมือนกันว่าไข่มุกเธอมาทำไม แล้ววันเดย์จะยอมเล่าให้ฟังหรือเปล่า
“ไข่มุก แต่มาทำไมไม่รู้นะ ผมไม่ได้ถาม ก็ตามกฎคนนอกห้ามเข้า ผมเลยต้องให้เพื่อนคุณกลับไปก่อน” น่าจะเพราะสาเหตุนี้ ที่ทำให้สีหน้าของไข่มุกเป็นแบบนั้นตอนเดินออกมาจากห้องชมรมไป
“ถ้าแบบนี้ผมก็คนนอกนะ” ออกัสแกล้งพูดออกไป เพราะวันเดย์ชวนเขาแล้วจะกลับคำไม่ได้ ถ้าพี่มันกลับคำนะเขาจะด่าให้หูชาจนถึงบ้านเลยคอยดู
“ก็บอกอยู่นี่ไงว่าผมให้คุณเป็นกรณีพิเศษ ตามมาเหอะ พูดมาก” แล้ววันเดย์ก็ไม่พูดอะไรอีก นอกจากเดินนำออกัสเข้าไปในห้องชมรม
ทันทีที่ก้าวเข้ามาด้านใน มันเหมือนหลุดออกมาอยู่อีกโลกหนึ่ง ห้องชมรมนี้กว้างพอสมควร นักศึกษาสมาชิกชมรม แยกกันไปตามมุมต่าง ๆ เพื่อซ้อมเครื่องดนตรีประจำตัวของใครของมัน
เสียงเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดดังไปทั่วบริเวณ แต่กลับไม่รู้สึกว่ามันน่ารำคาญเลยสักนิด
“สมาชิกใหม่เหรอครับท่านประธาน” เสียงใครคนหนึ่งเอ่ยถามคนเป็นประธานของชมรม
“เปล่า เด็กแถวบ้านหลงทางมา ให้มานั่งรอเดี๋ยวพาไปส่ง” ออกัสตกใจเมื่อวันเดย์เป็นประธานชมรม ทั้ง ๆ ที่เคยอ่านประวัติเขามาแล้วแท้ ๆ ก่อนจะได้สติขึ้นมากับคำพูดเมื่อครู่นี้
“ใครเป็นเด็กแถวบ้านพี่กัน” ออกัสรีบแย้งขึ้นทันที
“อายุน้อยกว่าผม ก็เด็กทั้งนั้นแหละ”
“นี่พี่……”
“ไปนั่งรอตรงนู้นไป จะซ้อมแล้ว อยากรีบกลับบ้าน” วันเดย์ไม่เปิดโอกาสให้ออกัสได้อ้าปากเถียง ก็สั่งให้เขาไปนั่งรอตรงมุมหนึ่งของห้องชมรม
โชคดีที่ตรงนั้นมีพัดลมเปิดเอาไว้ แถมยังอยู่ติดกับหน้าต่าง ออกัสเลยได้นั่งรับลมเย็น ๆ ระหว่างที่ต้องมานั่งรอเวลา ก่อนจะเหลือบไปมองวันเดย์เดินไปหยิบกีตาร์ที่วางเอาไว้มุมห้องขึ้นมา แล้วไปรวมตัวกับเพื่อนร่วมวงคนอื่น ๆ ที่ซ้อมอยู่ก่อนหน้านี้
และเมื่อวงดนตรีของวันเดย์เริ่มเล่น บรรดาสมาชิกชมรมคนอื่น ๆ ก็หยุดการซ้อมทุกอย่างลงพร้อมเพรียงกัน ต่างพากันหันมาให้ความสนใจวงของกลุ่มประธานชมรมแทนอย่างไม่ได้นัดหมาย
บางคนก็โยกตัวตามจังหวะ บางคนก็ขยับปากร้องเพลงตามเบา ๆ และอีกหลายคนที่ยกมือถือขึ้นมาเก็บภาพเหล่านั้นเอาไว้
คนขับรถของออกัสรับหน้าที่เล่นกีตาร์ไฟฟ้า บวกกับร้องนำ สีหน้า ท่าทางเวลาที่อยู่ตรงนั้น มันดูไม่เหมือนคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก
วันเดย์คงจะมีความสุขมากเวลาที่ได้เล่นดนตรี ทั้ง ๆ ที่เป็นคนยิ้มแล้วดูดีมากแท้ ๆ แต่กลับไม่ค่อยชอบยิ้มเวลาที่อยู่กับออกัสเลย จะว่าไปนี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นรอยยิ้มที่จริงใจของพี่มัน
“เคลิ้มเลยเหรอ มองประธานชมรมของเราใหญ่เลยนะ” รุ่นพี่ในชมรมคนหนึ่งเอ่ยออกมากวน ๆ ที่เห็นออกัสมองวันเดย์เล่นกีตาร์ ร้องเพลงแทบไม่กะพริบตา
“เคลิ้มอะไรครับ ผมก็แค่ง่วงนอน”
“เคลิ้มอะไรครับ ผมก็แค่ง่วงนอน”“ไอ้เดย์มันดูดีใช่ไหมล่ะ เวลาอยู่กับเครื่องดนตรี เพราะตอนที่มันได้อยู่กับของพวกนี้ มันได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดแล้วแหละ”“แล้วพี่จะมาบอกผมทำไมครับ มันก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย” รุ่นพี่ในชมรมคนนั้นถือวิสาสะนั่งลงข้าง ๆ ออกัสจริง ๆ รุ่นพี่คนนี้ออกัสค่อนข้างคุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี เพราะเป็นหนึ่งในกลุ่มรุ่นพี่เถื่อน ที่อยู่กับคนขับรถของเขาบ่อย ๆ“ไอ้คุณนีโอ มานั่งทำเหี้ยอะไรตรงนี้ครับ วงมึงไม่มีซ้อมหรือไง” หลังจากวงของวันเดย์ที่ซ้อมอยู่จบลง คนขับรถของออกัสก็เดินมาเท้าเอวจ้องหน้าเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา“ก็วงมึงซ้อมเสียงดัง รบกวนวงเทพ ๆ อย่างกู อีกอย่าง กูอยากมาทำความรู้จักสมาชิกใหม่ด้วย เพิ่งรู้ว่าญาติดีกันแล้ว” นีโอตอบวันเดย์ ก่อนจะหันมามองออกัสเล็กน้อยแล้วหันกลับไปถามพี่มันอีกครั้ง“น้องมันไม่ใช่สมาชิกใหม่ น้องมันแค่มานั่งรอกูเฉย ๆ” วันเดย์ตอบ“ก็ปกติเห็นมึงบอกห้ามพาคนนอกเข้าชมรม”“กูเป็นคนขับรถบ้านน้องมัน ก็เลยต้องให้มารอ เดี๋ยวเสร็จงานชมรมจะกลับบ้านแล้ว”“เออดีจริง เป็นคนขับรถเขา แต่ให้เขามานั่งรอ แหม!! ดีเว้ย ๆ
“มานั่งทำอะไรแถวนี้” ออกัสนั่งมองโทรศัพท์ในมือไม่รู้ว่านานเท่าไร ก่อนที่จะมีคนเดินมาใกล้แล้วเอ่ยทักขึ้น“ทำไม ตรงนี้มีป้ายห้ามนั่งเหรอครับ ผมถึงนั่งไม่ได้”“คนถามดี ๆ อยากกลับบ้านแล้วหรือไง หน้างอเชียว”“เปล่า ผมแค่ไม่มีอะไรทำ เพื่อน ๆ กลับกันไปหมดแล้วก็แค่นั้น” ร่างสูงของวันเดย์เดินเข้ามาหาออกัสที่นั่งหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ ๆ กับห้องชมรมดนตรี“โทรให้ที่บ้านมารับก่อนไหม อีกพักใหญ่เลยนะกว่าจะเสร็จ”“หน้าที่รับส่งผม มันเป็นหน้าที่พี่” ออกัสเอ่ยออกมาพร้อมปรายตามองคนที่ยืนอยู่หน้า“เออ ย้ำจัง รู้แล้วว่าเป็นคนขับรถ งั้นไปนั่งในชมรมไหมตรงนี้มันร้อนเดี๋ยวเป็นลมตาย ผมไม่มีปัญญาหาลูกชายไปคืนให้พ่อคุณหรอกนะ” วันเดย์พูดกวนประสาทออกัสอีกครั้ง“คนนอกเข้าได้ด้วยเหรอ” ออกัสถามด้วยความสงสัย“ปกติก็ห้ามนะ แต่ถือว่าเป็นกรณีพิเศษแล้วกัน จะไปไม่ไป”“ไป!!” ออกัสตอบพร้อมดีดตัวลุกขึ้น เรื่องอะไรที่เขาจะต้องทนร้อนอยู่ตรงนี้ละ อย่างน้อยในชมรมบรรยากาศก็คงดีกว่าตรงนี้“เออเมื่อกี้เพื่อนคุณมาหาผมที่ชมรมด้วยนะ” จู่ ๆ วันเดย์เอ่ยขึ้นมาในระหว่างที่เดินไปห้องชมรม“เพื่อนคนไหน แล้วเขามาทำไมเหรอครับ” ออ
Special By “Oneday”อันที่จริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ได้มีอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่วันเดย์แค่รู้สึกสนุกกับการได้ปั่นประสาทคุณหนูของเขาเล่น ๆ ก็เท่านั้นเองอย่างเช่นเรื่องของไข่มุก ตอนแรกวันเดย์ก็หลงคิดว่าเธอกับออกัสเป็นแฟนกัน แต่พอมารู้ทีหลังว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้นเรื่องที่ออกัสสงสัย จริง ๆ คือเมื่อวานไข่มุกเธอโพสต์รูปภาพอะไรสักอย่างในอินสตาแกรม ซึ่งวันเดย์เองก็ไม่ได้ติดตามอะไรเธอ ก็เลยไม่รู้ว่าเธอลงรูปอะไรไป แต่รูปนั้นมันทำให้เจ้านายสุดที่รักของเขา ตามมาซักไซ้ราวกับเขาเป็นนักโทษพอตอบกลับไปคราวนี้ออกัสก็นิ่งเงียบไปเลย ไม่เห็นปากเก่งเหมือนตอนแรก ตลอดชีวิตของคุณหนูคงจะอยู่ท่ามกลางคนรุมล้อมที่คอยตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยต้องเรียนรู้คำว่าผิดหวัง มันก็เลยทำให้ออกัสรู้สึกไม่โอเค ที่จู่ ๆ มีใครคนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อต้าน ไม่ทำตามที่เขาต้องการมันก็ตลกดีแทนที่ออกัสจะไล่วันเดย์ออกเหมือนคนอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่พอใจ แต่กลับไปตามตัวเขากลับมาด้วยตัวเอง และที่บ้าไปกว่านั้นคือเขาดันยอมกลับมานะสิ“ผมขอบอกพี่อีกครั้งเลยนะ ว่า...อย่าแม้แต่จะคิดหรือมายุ่งว
วันรุ่งขึ้นออกัสตื่นนอนก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย แต่ไม่ยอมลุกออกจากเตียง ก่อนจะนึกได้ว่าเช้านี้ต้องเอาคำตอบกับคนขับรถให้ได้ เขาจึงรีบดีดตัวลุกจากเตียงจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย พอออกมาหน้าบ้านก็เจอหน้าคนที่ต้องการถามพอดี ก่อนจะเดินขึ้นรถที่สตาร์ตเครื่องรออยู่“เมื่อวานเพื่อนผมแวะไปหาพี่ที่ร้านเหรอครับ ผมเห็นเธอถ่ายรูปลงโซเชียล” ออกัสเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ออกมาจากบ้านได้สักพักแล้ว วันเดย์ทำหน้างงกับคำถามเขา ก่อนจะนึกอะไรสักอย่าง“หมายถึงไข่มุกเหรอ ก็ใช่นะ เห็นเขาบอกว่าไปซื้อของกับที่บ้าน ก็เลยแวะหาไอศกรีมกินแล้วบังเอิญเจอผมทำงานอยู่พอดี”“โลกกลมดีเนอะ” ออกัสพูดลอย ๆ ออกไป“กลมสิ ดูอย่างเราสิ แค่นี้ก็เป็นคำตอบละ ว่าโลกมันกลมจนหน้าหงุดหงิดขนาดไหน ไปถึงแล้วรีบ ๆ ลงไปได้แล้ว คนอื่นเขามีเรียนนะครับ ไม่ได้ว่าง”แทนที่จะได้คำตอบ สุดท้ายออกัสกลับถูกคนขับรถไล่ลงจากรถของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ที่น่าโมโหคือเขายอมเดินลงมาอย่าง งง ๆกว่าจะนึกขึ้นได้วันเดย์ก็ขับรถไปจอดแล้วส่วนคนที่ทิ้งระเบิดใส่เขาไว้ได้เดินย้อนกลับไปที่อาคารเรียนภาคไทยเรียบร้อยแล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะ ออกัสได้แต่เก็บค
ออกัสละความสนใจจากคนขับรถก่อนจะจัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย แล้วก็เดินไปที่บ้านใหญ่ เพื่อรอเวลาทานข้าวเย็นระหว่างที่ออกัสนั่งเล่นอยู่ในห้องรับแขก ก็นึกขึ้นมาได้เกี่ยวกับเรื่องของวันเดย์ที่พึ่งแยกกันไป เขาอยากรู้เหมือนกันว่าจะสามารถหาข้อมูลนักศึกษาในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยได้ไหมไม่รอช้าออกัสยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเข้าเว็บมหาลัยในทันทีและนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาเปิดเข้ามาดูเว็บบอร์ดนี้เลยก็ว่าได้ เขาจัดการพิมพ์ชื่อของวันเดย์ที่จำมาตอนเอากระเป๊าเงินไปคืนเข้าไปในช่องค้นหานั้นทันที ก่อนจะกดค้นหา ข้อมูลของพี่มันก็เด้งขึ้นมายาวเหยียดจนต้องเลื่อนลงไปอ่าน‘นายวันเวฬา ดำรงธรรมมา’‘นักเรียนทุนดีเด่น’‘นักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัย’‘ประธานชมรมดนตรีสากล’‘ประธานสโมสรนักศึกษาของมหาวิทยาลัย’‘รูปใบประกาศนียบัตร รูปถ้วยและเหรียญรางวัลจากการแข่งขันต่าง ๆ ตั้งแต่งานวิชาการจนถึงกีฬาของมหาวิทยาลัย’ออกัสนั่งมองตำแหน่งและรางวัลของคนขับรถเขาจากมือถืออย่างอึ้ง ๆ ที่เป็นแค่คนธรรมดา แต่กลับมีตำแหน่งหน้าที่ในมหาวิทยาลัยมากมายขนาดนี้ นี่คงเป็นเหตุผลที่ใ
ออกัสแอบนึกหมั่นไส้ในใจที่คนด้านข้างคุยกับวายุเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย เพราะปกติไม่เคยเห็นจะพูดดี ๆ กับเขาแบบนี้บ้างเลย“เออ ขอโทษนะคะ พี่เดย์ใช่ไหมคะ” จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาหญิงเดินเข้ามาระหว่างบทสนทนาวายุกับวันเดย์“ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า” วันเดย์ตอบกลับ“ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” เสียงบุคคลไม่ได้รับเชิญทำเอาออกัสต้องเด้งตัวขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ต้องเป็นคนดังขนาดไหน ถึงได้มีนักศึกษาเดินมาขอถ่ายรูปด้วยแบบนี้ที่สำคัญที่นี่เป็นฝั่งภาคอินเตอร์ ซึ่งมันน้อยมากที่เด็กอินเตอร์จะรู้จักนักศึกษาภาคไทยสำหรับมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ขนาดนี้การที่คนคนหนึ่งจะเป็นที่รู้จักได้ทั้งสองภาคต้องเป็นคนดังในมหาวิทยาลัยมากพอสมควร อย่างเช่น เป็นดาวเดือน แบบไข่มุกหรือพวกนามสกุลดัง ๆ แบบออกัสแต่นี่ คนตรงหน้าออกัสคือคนขับรถ และครอบครัวของวันเดย์ก็ทำงานที่บ้านผมอีกด้วย ซึ่งสามารถตัดเรื่องนามสกุลดังออกไปได้เลย อีกข้อที่น่าเป็นไปได้คือเดือนมหาวิทยาลัย แต่ดูท่าทางเขาคงไม่ใช่คนที่ชอบทำกิจกรรมอะไรแบบนั้นแน่ ๆ แค่เห็นสีหน้าตอนที่สาว ๆ มาขอถ่ายรูปก็พอเดาได้“มีสาวมาขอถ่ายรูปด้วย พี่คนดังหรือเป




![Boylove the Serise | ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


