ANMELDEN“ทำไมพี่ถึงมาขอลาออก”
“ผมให้เหตุผลกับคุณพ่อคุณหนูไปหมดแล้วครับ”
“แต่พี่เป็นคนขับรถของผมไม่ใช่ป๊า พี่ก็ต้องให้เหตุผลกับผม แล้วผมอนุญาตหรือไม่มันก็อีกเรื่องหนึ่ง” ออกัสกอดอกจ้องหน้าวันเดย์ด้วยความไม่พอใจ
“ก็…”
“อ่อ แล้วอีกอย่างพี่เลิกเรียกผมว่าคุณหนูด้วยน้ำเสียงประชดแบบนั้นสักที ถ้าลำบากมากพี่ก็คุยปกติเถอะครับฟังแล้วมันขัดหู” ออกัสนับหนึ่งถึงสิบในใจ เพื่อให้ตัวเองใจเย็นมากพอกับคนตรงหน้า เกิดมาคนแบบเขายังไม่เคยต้องอดทนกับใครมากเท่านี้มาก่อน
“ก็แค่ไม่อยากเสียงานที่ร้านไอศกรีมไป พี่นิติที่หอเก่าเขาอุตส่าห์ไปฝากงานให้” วันเดย์บอกเหตุผลออกมา
“ก็ไหนตอนแรกพี่บอกผมว่าไม่มีปัญหาเรื่องเวลาไง แล้วจู่ ๆ ทำไมมีปัญหาได้เหรอครับ” ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ตัววันเดย์เองเป็นคนบอกแบบนั้น
“แล้วตัวคุณเองละครับ ปกติใครจะเข้าจะออกก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แม่บ้านก็ไล่ออกเดือนหนึ่งตั้งไม่รู้กี่คน แล้วทำไมกับผมที่มาขอลาออกเองดี ๆ แบบนี้ถึงมีปัญหาล่ะ คุณก็ใช่ว่าจะปลื้มผมสักเท่าไร” วันเดย์พูดความจริงออกมายาวเหยียดแล้วเอ่ยถามย้อนออกัสพร้อมกับเอียงหัวด้วยความสงสัย
การที่วันเดย์ทำหน้าทำตาแบบนั้นมันหมายความว่าคนตรงหน้ากำลังขบขันกับการตั้งคำถามของออกัส ซึ่งแม้แต่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่ามันตลกตรงไหนในเมื่อเขาแค่อยากรู้เหตุผล
ตอนแรกออกัสจะไล่วันเดย์ออก ก็ถูกกล่าวหาว่าป๊อด ไม่แน่จริง แต่พอนึกจะลาออกอีกฝ่ายกับเดินออกไปเองเฉย ๆ แบบนี้สำหรับเขามองว่าไร้สาระสิ้นดี
“พี่จะหาข้ออ้างเพื่อที่จะบอกว่าตัวเองมีเหตุผลทั้ง ๆ ที่ความจริง พี่แค่ป๊อดก็พูดมาเหอะ ทำไมเหรอครับ เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องวิ่งไปขอลาออกเลยเหรอ นี่แค่สองวันเองนะ” ทุกคำพูดของวันเดย์ถูกออกัสมองมันเป็นเพียงข้ออ้างที่อีกคนพยายามจะหนีจากเขาเท่านั้น
“นี่ คุณช่วยแยกระหว่างคำว่าป๊อดกับรำคาญด้วยนะ ซึ่งของผมคืออย่างหลัง ผม รำ คาญ คุณ มันไม่ได้แปลว่าผมป๊อด” วันเดย์จงใจเน้นทีละคำให้ออกัสรู้ว่าตนนั้นพูดออกไปตามความรู้สึกจริง ๆ
จากที่ตั้งใจจะมาถามเหตุผลดี ๆ สุดท้ายก็จบด้วยการทะเลาะกันอีกตามเคยเพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ในเมื่อคำพูดของวันเดย์ก็แรง ออกัสก็เอาแต่ใจ
“ผมถามพี่ดี ๆ เอาแบบจริงจัง ทำไมถึงลาออก เลิกหาเรื่องกันสัก 10 นาทีจะได้ไหมครับ” ออกัสพยายามจะหาคำตอบและเหตุผลทั้งหมดจากคนตรงหน้า
“ได้ ถ้าอยากรู้เหตุผลจริง ๆ ก็จะบอก เพราะคนคนนั้นเป็นคุณไงผมเลยลาออก ชัดเจนพอที่จะให้เลิกถามได้ยัง” คำตอบที่ได้ทำให้ออกัสโมโหเป็นอย่างมาก
“ก็ดี งั้นผมจะไล่พี่เอกออกแทน” ออกัสที่โกรธจัดเลยพูดขู่วันเดย์ด้วยการไล่คนขับรถอีกคนออกแทน
“นี่ออกัส คุณต้องการอะไรจากผม คุณจะเอาแต่ใจไร้สาระแบบนี้ไม่ได้นะ พี่เอกเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย ทำไมต้องไล่พี่เขาออก” ออกัสเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ถ้ามีคนต้องมาเดือดร้อนเพราะตัววันเดย์ยังจะกล้าปฏิเสธอยู่ไหม
ในเมื่อญาติดีกันไม่ได้ ก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย มาลองดูกันสักตั้งว่าใครจะเหนือกว่ากัน
ต่อให้วันเดย์จะต่อว่า ๆ เขาจะเอาแต่ใจ เขาก็ไม่แคร์ เพราะตัวเขาเองรู้ความจริงข้อนี้ของตัวเองดี ในเมื่อมันเป็นอย่างเดียวที่สามารถทำได้ แล้วทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายยอมล่ะ
“ข้อเสนอง่าย ๆ ของผมคือพี่กลับมาขับรถแต่โดยดี หรือจะทำให้พี่เอกตกงานก็เลือกเอา หวังว่าพรุ่งนี้ตื่นมาผมคงได้คำตอบ” ออกัสก็ทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้แบบนั้น ที่เหลือคนที่ต้องตัดสินใจคือตัวของวันเดย์เองแล้ว
ต่อจากนี้ไปวันเดย์จะได้รู้ว่าคนแบบออกัสทำอะไรได้มากกว่าที่อีกฝ่ายคิด
“เคลิ้มอะไรครับ ผมก็แค่ง่วงนอน”“ไอ้เดย์มันดูดีใช่ไหมล่ะ เวลาอยู่กับเครื่องดนตรี เพราะตอนที่มันได้อยู่กับของพวกนี้ มันได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดแล้วแหละ”“แล้วพี่จะมาบอกผมทำไมครับ มันก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย” รุ่นพี่ในชมรมคนนั้นถือวิสาสะนั่งลงข้าง ๆ ออกัสจริง ๆ รุ่นพี่คนนี้ออกัสค่อนข้างคุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี เพราะเป็นหนึ่งในกลุ่มรุ่นพี่เถื่อน ที่อยู่กับคนขับรถของเขาบ่อย ๆ“ไอ้คุณนีโอ มานั่งทำเหี้ยอะไรตรงนี้ครับ วงมึงไม่มีซ้อมหรือไง” หลังจากวงของวันเดย์ที่ซ้อมอยู่จบลง คนขับรถของออกัสก็เดินมาเท้าเอวจ้องหน้าเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา“ก็วงมึงซ้อมเสียงดัง รบกวนวงเทพ ๆ อย่างกู อีกอย่าง กูอยากมาทำความรู้จักสมาชิกใหม่ด้วย เพิ่งรู้ว่าญาติดีกันแล้ว” นีโอตอบวันเดย์ ก่อนจะหันมามองออกัสเล็กน้อยแล้วหันกลับไปถามพี่มันอีกครั้ง“น้องมันไม่ใช่สมาชิกใหม่ น้องมันแค่มานั่งรอกูเฉย ๆ” วันเดย์ตอบ“ก็ปกติเห็นมึงบอกห้ามพาคนนอกเข้าชมรม”“กูเป็นคนขับรถบ้านน้องมัน ก็เลยต้องให้มารอ เดี๋ยวเสร็จงานชมรมจะกลับบ้านแล้ว”“เออดีจริง เป็นคนขับรถเขา แต่ให้เขามานั่งรอ แหม!! ดีเว้ย ๆ
“มานั่งทำอะไรแถวนี้” ออกัสนั่งมองโทรศัพท์ในมือไม่รู้ว่านานเท่าไร ก่อนที่จะมีคนเดินมาใกล้แล้วเอ่ยทักขึ้น“ทำไม ตรงนี้มีป้ายห้ามนั่งเหรอครับ ผมถึงนั่งไม่ได้”“คนถามดี ๆ อยากกลับบ้านแล้วหรือไง หน้างอเชียว”“เปล่า ผมแค่ไม่มีอะไรทำ เพื่อน ๆ กลับกันไปหมดแล้วก็แค่นั้น” ร่างสูงของวันเดย์เดินเข้ามาหาออกัสที่นั่งหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ ๆ กับห้องชมรมดนตรี“โทรให้ที่บ้านมารับก่อนไหม อีกพักใหญ่เลยนะกว่าจะเสร็จ”“หน้าที่รับส่งผม มันเป็นหน้าที่พี่” ออกัสเอ่ยออกมาพร้อมปรายตามองคนที่ยืนอยู่หน้า“เออ ย้ำจัง รู้แล้วว่าเป็นคนขับรถ งั้นไปนั่งในชมรมไหมตรงนี้มันร้อนเดี๋ยวเป็นลมตาย ผมไม่มีปัญญาหาลูกชายไปคืนให้พ่อคุณหรอกนะ” วันเดย์พูดกวนประสาทออกัสอีกครั้ง“คนนอกเข้าได้ด้วยเหรอ” ออกัสถามด้วยความสงสัย“ปกติก็ห้ามนะ แต่ถือว่าเป็นกรณีพิเศษแล้วกัน จะไปไม่ไป”“ไป!!” ออกัสตอบพร้อมดีดตัวลุกขึ้น เรื่องอะไรที่เขาจะต้องทนร้อนอยู่ตรงนี้ละ อย่างน้อยในชมรมบรรยากาศก็คงดีกว่าตรงนี้“เออเมื่อกี้เพื่อนคุณมาหาผมที่ชมรมด้วยนะ” จู่ ๆ วันเดย์เอ่ยขึ้นมาในระหว่างที่เดินไปห้องชมรม“เพื่อนคนไหน แล้วเขามาทำไมเหรอครับ” ออ
Special By “Oneday”อันที่จริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ได้มีอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่วันเดย์แค่รู้สึกสนุกกับการได้ปั่นประสาทคุณหนูของเขาเล่น ๆ ก็เท่านั้นเองอย่างเช่นเรื่องของไข่มุก ตอนแรกวันเดย์ก็หลงคิดว่าเธอกับออกัสเป็นแฟนกัน แต่พอมารู้ทีหลังว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้นเรื่องที่ออกัสสงสัย จริง ๆ คือเมื่อวานไข่มุกเธอโพสต์รูปภาพอะไรสักอย่างในอินสตาแกรม ซึ่งวันเดย์เองก็ไม่ได้ติดตามอะไรเธอ ก็เลยไม่รู้ว่าเธอลงรูปอะไรไป แต่รูปนั้นมันทำให้เจ้านายสุดที่รักของเขา ตามมาซักไซ้ราวกับเขาเป็นนักโทษพอตอบกลับไปคราวนี้ออกัสก็นิ่งเงียบไปเลย ไม่เห็นปากเก่งเหมือนตอนแรก ตลอดชีวิตของคุณหนูคงจะอยู่ท่ามกลางคนรุมล้อมที่คอยตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยต้องเรียนรู้คำว่าผิดหวัง มันก็เลยทำให้ออกัสรู้สึกไม่โอเค ที่จู่ ๆ มีใครคนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อต้าน ไม่ทำตามที่เขาต้องการมันก็ตลกดีแทนที่ออกัสจะไล่วันเดย์ออกเหมือนคนอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่พอใจ แต่กลับไปตามตัวเขากลับมาด้วยตัวเอง และที่บ้าไปกว่านั้นคือเขาดันยอมกลับมานะสิ“ผมขอบอกพี่อีกครั้งเลยนะ ว่า...อย่าแม้แต่จะคิดหรือมายุ่งว
วันรุ่งขึ้นออกัสตื่นนอนก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย แต่ไม่ยอมลุกออกจากเตียง ก่อนจะนึกได้ว่าเช้านี้ต้องเอาคำตอบกับคนขับรถให้ได้ เขาจึงรีบดีดตัวลุกจากเตียงจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย พอออกมาหน้าบ้านก็เจอหน้าคนที่ต้องการถามพอดี ก่อนจะเดินขึ้นรถที่สตาร์ตเครื่องรออยู่“เมื่อวานเพื่อนผมแวะไปหาพี่ที่ร้านเหรอครับ ผมเห็นเธอถ่ายรูปลงโซเชียล” ออกัสเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ออกมาจากบ้านได้สักพักแล้ว วันเดย์ทำหน้างงกับคำถามเขา ก่อนจะนึกอะไรสักอย่าง“หมายถึงไข่มุกเหรอ ก็ใช่นะ เห็นเขาบอกว่าไปซื้อของกับที่บ้าน ก็เลยแวะหาไอศกรีมกินแล้วบังเอิญเจอผมทำงานอยู่พอดี”“โลกกลมดีเนอะ” ออกัสพูดลอย ๆ ออกไป“กลมสิ ดูอย่างเราสิ แค่นี้ก็เป็นคำตอบละ ว่าโลกมันกลมจนหน้าหงุดหงิดขนาดไหน ไปถึงแล้วรีบ ๆ ลงไปได้แล้ว คนอื่นเขามีเรียนนะครับ ไม่ได้ว่าง”แทนที่จะได้คำตอบ สุดท้ายออกัสกลับถูกคนขับรถไล่ลงจากรถของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ที่น่าโมโหคือเขายอมเดินลงมาอย่าง งง ๆกว่าจะนึกขึ้นได้วันเดย์ก็ขับรถไปจอดแล้วส่วนคนที่ทิ้งระเบิดใส่เขาไว้ได้เดินย้อนกลับไปที่อาคารเรียนภาคไทยเรียบร้อยแล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะ ออกัสได้แต่เก็บค
ออกัสละความสนใจจากคนขับรถก่อนจะจัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย แล้วก็เดินไปที่บ้านใหญ่ เพื่อรอเวลาทานข้าวเย็นระหว่างที่ออกัสนั่งเล่นอยู่ในห้องรับแขก ก็นึกขึ้นมาได้เกี่ยวกับเรื่องของวันเดย์ที่พึ่งแยกกันไป เขาอยากรู้เหมือนกันว่าจะสามารถหาข้อมูลนักศึกษาในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยได้ไหมไม่รอช้าออกัสยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเข้าเว็บมหาลัยในทันทีและนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาเปิดเข้ามาดูเว็บบอร์ดนี้เลยก็ว่าได้ เขาจัดการพิมพ์ชื่อของวันเดย์ที่จำมาตอนเอากระเป๊าเงินไปคืนเข้าไปในช่องค้นหานั้นทันที ก่อนจะกดค้นหา ข้อมูลของพี่มันก็เด้งขึ้นมายาวเหยียดจนต้องเลื่อนลงไปอ่าน‘นายวันเวฬา ดำรงธรรมมา’‘นักเรียนทุนดีเด่น’‘นักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัย’‘ประธานชมรมดนตรีสากล’‘ประธานสโมสรนักศึกษาของมหาวิทยาลัย’‘รูปใบประกาศนียบัตร รูปถ้วยและเหรียญรางวัลจากการแข่งขันต่าง ๆ ตั้งแต่งานวิชาการจนถึงกีฬาของมหาวิทยาลัย’ออกัสนั่งมองตำแหน่งและรางวัลของคนขับรถเขาจากมือถืออย่างอึ้ง ๆ ที่เป็นแค่คนธรรมดา แต่กลับมีตำแหน่งหน้าที่ในมหาวิทยาลัยมากมายขนาดนี้ นี่คงเป็นเหตุผลที่ใ
ออกัสแอบนึกหมั่นไส้ในใจที่คนด้านข้างคุยกับวายุเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย เพราะปกติไม่เคยเห็นจะพูดดี ๆ กับเขาแบบนี้บ้างเลย“เออ ขอโทษนะคะ พี่เดย์ใช่ไหมคะ” จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาหญิงเดินเข้ามาระหว่างบทสนทนาวายุกับวันเดย์“ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า” วันเดย์ตอบกลับ“ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” เสียงบุคคลไม่ได้รับเชิญทำเอาออกัสต้องเด้งตัวขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ต้องเป็นคนดังขนาดไหน ถึงได้มีนักศึกษาเดินมาขอถ่ายรูปด้วยแบบนี้ที่สำคัญที่นี่เป็นฝั่งภาคอินเตอร์ ซึ่งมันน้อยมากที่เด็กอินเตอร์จะรู้จักนักศึกษาภาคไทยสำหรับมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ขนาดนี้การที่คนคนหนึ่งจะเป็นที่รู้จักได้ทั้งสองภาคต้องเป็นคนดังในมหาวิทยาลัยมากพอสมควร อย่างเช่น เป็นดาวเดือน แบบไข่มุกหรือพวกนามสกุลดัง ๆ แบบออกัสแต่นี่ คนตรงหน้าออกัสคือคนขับรถ และครอบครัวของวันเดย์ก็ทำงานที่บ้านผมอีกด้วย ซึ่งสามารถตัดเรื่องนามสกุลดังออกไปได้เลย อีกข้อที่น่าเป็นไปได้คือเดือนมหาวิทยาลัย แต่ดูท่าทางเขาคงไม่ใช่คนที่ชอบทำกิจกรรมอะไรแบบนั้นแน่ ๆ แค่เห็นสีหน้าตอนที่สาว ๆ มาขอถ่ายรูปก็พอเดาได้“มีสาวมาขอถ่ายรูปด้วย พี่คนดังหรือเป







