مشاركة

บทที่ 2 /3

last update تاريخ النشر: 2026-07-08 16:33:39



“ป้าถามว่าทำอะไร!”

“ปะ เปล่าค่ะ”

“เปล่าอะไร ก็ป้าเห็นอยู่ นี่อย่าบอกนะว่า-”

“มะ ไม่ใช่นะคะ ป้าเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว พอดีคุณหนูเธอละเมอถึงคุณพ่อแล้วคิดว่าแขนพรีนคือแขนของพ่อเธอ เธอเลยดึงพรีนเพราะเจ้าใตผิดแค่นั้นค่ะ” ชนากานต์รีบอธิบายเสียงรัวหวังเพืีอให้คนเป็นป้าได้เข้าใจ

น้อยที่ได้ยินดังนั้นก็คลายความกังวลลงเล็กน้อย พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะรีบแกะมือปลาหมึกของปภาวีออกจากแขนของหลานสาวอย่างระมัดระวัง

“เดี๋ยวพรีนกลับไปที่ห้องก่อนเลยนะ ป้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณหนูเธอก่อน”

“ให้พรีนช่วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวป้าทำเอง พรีนกลับห้องไปก่อนไป เชื่อป้า”

“กะ ก็ได้ค่ะ” แม้ใจจะยังอยากอยู่ช่วย แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของป้าน้อย เธอก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอม

มือบางเอื้อมไปจับลูกบิดประตู ทว่าในห้วงวินาทีนั้น ภาพของปภาวีที่ละเมอเรียกหาคุณพ่อด้วยเสียงสะอื้นปานจะขาดใจก็แว่วกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง เสียงนั้นยังชัดเจนราวกับดังอยู่ข้างหู ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก

สองขาเผลอชะงักค่อย ๆ หันกลับไปมอง ภาพคุณหนูที่ยังหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงทำให้ความลังเลในใจยิ่งทวีขึ้น

เธอเกือบจะก้าวกลับเข้าไปแล้วด้วยซ้ำ ทว่าสายตาของผู้เป็นป้าที่มองมานั้นหนักแน่นพอจะหยุดทุกความคิดได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด

สุดท้ายเธอจึงทำได้แต่เม้มริมฝีปาก กลืนคำถามและความเป็นห่วงทั้งหมดลงคอ หมุนลูกบิดประตูเปิดออก แล้วเดินคอตกออกจากห้องไปช้า ๆ

โดยที่ในใจยังคงเต็มไปด้วยความสับสนและไม่มีคำอธิบายใด ๆ มารองรับสิ่งที่เธอเพิ่งได้เห็นเมื่อครู่เลยสักนิด







เช้าวันต่อมา

ปภาวีค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกับอาการหนักอึ้งที่ถาโถมอยู่ในศีรษะราวกับมีหมอกหนาทึบกดทับความคิดเอาไว้จนทุกอย่างเชื่องช้าไปหมด เปลือกตาหนักอึ้ง ลำคอแห้งผากและขมปร่าค้างอยู่ปลายลิ้น

เธอหลับตาลงอีกครั้งพยายามทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทว่าความทรงจำกลับพร่าเลือนแตกกระจายเป็นเสี้ยวบาง ๆ จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกเลยสักอย่าง

ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาแวบ ๆ แล้วก็ดับหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและอาการปวดตุบ ๆ กลางศีรษะที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ฝืนคิด

“โอ๊ยยย! ทำไมปวดหัวแบบนี้วะเนี่ย”

เธอยีผมตัวเองแรง ๆ อย่างหงุดหงิดก่อนที่เสียงสบถหลุดออกมาโดยไม่คิดจะกลั้น เมื่อพยายามเค้นคิดความจำมากเท่าไรก็ยิ่งไร้ผล

จำได้มากสุดก็เพียงว่าหลังจากไล่อลิซออกจากห้องไปเธอก็นั่งดื่มต่ออยู่คนเดียวภายในห้องที่มีเพียงแสงไฟสลัวสะท้อนกับกระป๋องเบียร์ในมือ จนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง

แล้วหลังจากนั้น ...

ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์สั่นครืดคัดผ่านความเงียบขณะที่ภาพความทรงจำกำลังจะย้อนมา ปภาวีกวาดตามองหาต้นเสียงอย่างรำคาญ ก่อนจะคว้ามันขึ้นมากดรับโดยไม่ได้ทันดูชื่อบนหน้าจอ

“กว่าจะรับสายได้นะคะ”

เพียงได้ยินน้ำเสียงนั้นคิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันทันที มือที่ถือโทรศัพท์ค่อย ๆ ลดลงจากหู ดวงตาคมก้มมองหน้าจอชื่อที่ปรากฏอยู่ชัดเจน อลิซ

ลมหายใจถูกปล่อยออกมาช้า ๆ อย่างพยายามข่มอารมณ์ ก่อนจะยกโทรศัพท์กลับขึ้นแนบหูอีกครั้ง สีหน้าเรียบตึงกว่าเดิม

“โทรมาทำไม ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าฉันไม่ต้องการ อย่า-”

“จุ๊ ๆ อย่าเพิ่งดุกันสิคะ เมื่อคืน ... เราสองคนยังสนุกกันอยู่เลย”

“เธอพูดเรื่องอะไร”

“นี่บอกนะคะ ว่าภัคจำอะไรไม่ได้เลย” น้ำเสียงคนปลายสายยังคงยียวนกวนประสาทอย่างไม่เกรงกลัว

ทำให้คนฟังอย่างปภาวีเผลอกำโทรศัพท์แน่นจนเส้นเอ็นที่ข้อมือปูดขึ้นเห็นชัดลมหายใจติดขัดจากความโกรธที่แล่นขึ้นมาจนถึงขมับ

“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน”

“ก็เมื่อคืนอลิซลืมโทรศัพท์ก็เลยกลับเร็วในห้อง คุณเมามาก ขาดสติ อลิซพยายามห้ามคุณแล้วแต่คุณไม่ฟัง เราสองคนก็เลย ...”

คำพูดถูกเว้นค้างไว้อย่างตั้งใจและเพียงเท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ความทรงจำที่พร่าเลือนของปภาวีเริ่มปะติดปะต่อกันได้อย่างดี

ก่อนที่นิ้วจะกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำอธิบายใด ๆ เพิ่มเติมอีกหลังจากนั้น

เธอสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ใต้ความรู้สึกไม่ให้ปะทุออก ก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงอย่างไม่ใส่ใจจากนั้นจึงลุกไปเข้าห้องน้ำ หวังให้สายน้ำเย็นจัดช่วยบรรเทาอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอาการแฮงค์จากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังคงคั่งค้างอยู่ในอก

ซึ่งในขณะเดียวกัน ด้านล่างของบ้าน

"ยัยภัคยังไม่ลงมาอีกหรือน้อย"

"ยังค่ะคุณหญิง" น้อยตอบอย่างสุภาพขณะวางถ้วยน้ำชาลงตรงหน้าของเจ้านาย

“แฮงค์แหง๋ ๆ ล่ะฉันว่า เฮ้อ! จริงจริงเลยลูกคนนี้ ถ้างั้นฉันขอรบกวนน้อยสักนิดจะได้ไหม ช่วยขึ้นไปตามยัยภัคให้ฉันที บอกว่าฉันมีธุระสำคัญจะคุยด้วย”

“ได้ค่ะคุณหญิง”

น้อยรับคำก่อนจะหันหลังเตรียมเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ทว่าก้าวขายังไม่ทันพ้นประตูห้องเสียงเดิมก็ดังขึ้นขัดไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนน้อย ฉันว่าให้หนูพรีนขึ้นไปตามให้ดีกว่านะ น้อยจะได้เตรียมอาหารเช้าให้เสร็จ”

“เอ่อ น้อยว่า” น้อยอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ กับคำพูดนั้น ปฏิเสธก็ไม่กล้าพอ ครั้นจะให้หลานสาวขึ้นไปก็เกรงว่าจะมีปัญหากับเจ้าของห้องขึ้นมาเสียอีก

ซึ่งจังหวะที่เธอกำลังครุ่นคิดหาคำบ่ายเบี่ยงก็เหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้าง เพราะชนากานต์ดันเดินผ่านหน้าห้องอาหารมาพอดิบพอดี

และทันทีที่สายตาของคุณหญิงหันไปเห็น ก็ทำให้รู้ชัดแล้วว่าตอนนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงอะไรได้อีกแล้ว

“หนูพรีน หนูพรีน”

“คะคุณหญิง”

“ฉันขอรบกวนหนูช่วยขึ้นไปตามคุณภัคให้ทีได้ไหม”

“เอ่อ ...”

คำขอนั้นทำให้ชนากานต์ชะงักไปเล็กน้อย แววตาลังเลฉายชัด เธอเผลอเหลือบมองไปทางป้าน้อยโดยอัตโนมัติ นึกถึงคำย้ำหนักแน่นเมื่อคืนที่ว่า อย่าเข้าใกล้คุณหนูมากเกินไป

หากจะตอบปฏิเสธไปก็คงไม่สมควร ในเมื่อผู้ที่เอ่ยปากขอก็คือเจ้าของบ้านที่มีพระคุณกับเธอ

“สรุปว่ายังไง ช่วยฉันหน่อยได้ไหม” คุณหญิงถามย้ำพร้อมสลับมองหน้าสองป้าหลานไปมาคล้ายรับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 107 จบบริบูรณ์

    “คืออะไรคะพี่รัน มีอะไรปิดบังพรีนอยู่หรือเปล่า”“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร จริงไหมคุณ”“จริงครับจริง”ภาสกรจำต้องฝืนยิ้มรับ พลางพยักหน้าประกอบคำพูดของแฟนสาว ทั้งที่ในใจแทบอยากหลุดหัวเราะกับท่าทีพิรุธของพวกตัวเอง“จริงครับ พี่รันเขาแค่ เอ่อ ยังไม่รู้จะอธิบายยังไงดี”ชนากานต์หรี่ตามองทั้งสองคนอย่างจับพิรุธดวงตากลมใสไล่มองจากใบหน้าพี่สาวไปยังภาสกรสลับกันไปมา ราวกับพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่“พวกพี่แปลก ๆ นะคะ”“แปลกตรงไหน ไม่มี๊” รติมารีบตอบเสียงสูงเกินปกติ จนภาสกรต้องรีบยกมือขึ้นลูบหน้าผากอย่างปลง ๆ“ก็วันนี้แดดมันร้อนน่ะครับ ทุกคนเลยดูตื่น ๆ กันหน่อย”คำแก้ตัวนั้นฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ชนากานต์ยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม“พี่ต้นโกหกไม่เก่งเลยนะคะ”“อ้าว”ภาสกรถึงกับไปไม่เป็น รติมาเห็นดังนั้นจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“เอาเป็นว่าพรีนไปล้างมือเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหม เดี๋ยววันนี้พี่มีเซอร์ไพรส์”“เซอร์ไพรส์อะไรคะ”“บอกแล้วจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้ยังไง”ชนากานต์ยังคงมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าเบา ๆ“ก็ได้ค่ะ”เธอลุกจากเก้าอี้ ก่อนวางกรรไกรตัดกิ่งไม้ลงบนโต๊ะ แล้วเดินกลับเ

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 106

    หลังจากมื้อค่ำผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในคฤหาสน์ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและรอยยิ้มบทสนทนาของผู้ใหญ่ไหลเรื่อยตั้งแต่เรื่องสุขภาพ การเดินทาง ไปจนถึงเรื่องราวในอดีตที่ถูกหยิบขึ้นมาเล่าอย่างออกรส จนหลายครั้งเสียงหัวเราะก็ดังลั่นไปทั่วห้องรับแขกกระทั่งเวลาล่วงเข้าสี่ทุ่มชินพัฒน์ที่นั่งฟังทุกคนคุยกันเงียบ ๆ มาตลอดจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก“ผมมีเรื่องอยากขอร้องทุกคนครับ”ประโยคนั้นทำให้ทุกสายตาหันมามอง เขาหันไปสบตานิลเนตร ก่อนยิ้มบาง“ผมอยากกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลย ได้รึเปล่าคะรับ”ปภาวีที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบชะงักเล็กน้อย“ได้สิคะคุณพ่อ ภัคก็อยากเซอร์ไพรส์น้องพรีนจะแย่อยู่แล้ว”“ขอบคุณที่รักลูกสาวพ่อนะภัค ขอบคุณที่ให้โอกาสขอบคุณจริง ๆ ลูก ไม่รู่ว่าป๋านนี้เด็กคนนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าพ่อมารักษาตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ สงสัยคงยังคิดว่าพ่อนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเชียงใหม่เหมือนเดิม”“น้องพรีนยังไม่รู้ค่ะคุณพ่อ คุณแม่ เพราะอยากเก็บเป็นความลับไว้เซอร์ไพรส์”“ดีเลยภัค พ่ออยากไปยืนอยู่ตรงหน้า แล้วบอกเขาด้วยตัวเองว่าพ่อหายแล้ว”“เห็นด้วยค่ะ”นิลเนตรพยักหน้ารับ พลางยิ้มทั้งน้ำตาส่วนคุณหญิงรุจิราที่นั

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 105

    ช่วงหัวค่ำแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลกลางโถงใหญ่ส่องประกายอบอุ่นไปทั่วคฤหาสน์ บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงข้าวของกระทบกันเบา ๆ จากห้องอาหารด้านในป้าน้อยกำลังช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะมื้อค่ำอย่างขะมักเขม้น ขณะที่คุณหญิงนั่งรออยู่ในห้องรับแขก พลางเหลือบมองนาฬิกาเป็นระยะ“นี่ก็ได้เวลาแล้วนะ ทำไมภัคยังไม่กลับอีก”“คงใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะคุณหญิง”ยังไม่ทันสิ้นเสียง เสียงเครื่องยนต์รถก็ดังแว่วมาจากหน้าคฤหาสน์ป้าน้อยชะเง้อมองทันที ก่อนจะรีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน“เดี๋ยวน้อยออกไปรับเองค่ะ”หญิงวัยกลางคนก้าวเร็ว ๆ ไปยังประตูใหญ่ ก่อนเปิดออกกว้างด้วยรอยยิ้มต้อนรับตามปกติแต่ทันทีที่เห็นคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านรอยยิ้มนั้นก็หยุดค้างดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที“พัฒน์?”เสียงเรียกสั่นพร่าแทบไม่เชื่อตัวเองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างนิลเนตรเงยหน้ามอง ก่อนรอยยิ้มอบอุ่นจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า“พี่น้อย”เพียงได้ยินคำเรียกนั้น น้ำตาของป้าน้อยก็เอ่อคลอในทันที“โอ๊ย พัฒน์จริง ๆ ด้วย”เธอรีบก้าวเข้าไปหา ก่อนเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่ายราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเลือนหายไป“หายแล้วเหรอ มองเห็นแล้วจริง ๆ เหรอ”“ครับพี่น้อ

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 104

    มันเหนือความคาดหมายไปไกลกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ จากเด็กชายตัวอ้วนผิวคล้ำที่เคยวิ่งตามหลังเธอต้อย ๆ ในวัยเด็ก เด็กที่ดูไม่ค่อยสนใจการเรียน ใครจะไปคิดว่าเด็กคนนั้นจะเติบโตมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวันนี้ปภาวีกะพริบตาช้า ๆ คล้ายเรียกสติกลับคืน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปในที่สุด“นายเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้เหรอ”“ครับ”“แล้วทำไมนายถึงได้ไปอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้นแล้วยังตรวจไข้ให้พรีนอีกด้วยอ่ะ”“ผมไปหาคุณพ่อครับ คุณพ่อผมเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้น” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเสริมอย่างสุภาพ “แล้ววันที่พี่เห็นผม ผมไม่ได้เป็นคนตรวจไข้หรอกนะครับ รวมถึงเคสของน้องพรีนด้วย”“เดี๋ยวนะ ฉันงงหมดแล้ว นายหมายความว่ายังไง”“วันนั้นที่น้องพรีนเข้าโรงพยาบาล หมออีกท่านเป็นคนเจ้าของไข้ แต่พอดีตอนนั้นท่านติดเคสด่วนกะทันหัน ผมเลยอาสามาแจ้งแทนเท่านั้นเองครับ”เขาอธิบายเหตุการณ์วันนั้นด้วยความใจเย็น จริง ๆ แล้วเขาเพียงไปหาพ่อตามปกติอย่างเช่นทุกวัน ซึ่งวันนั้นบังเอิญว่าเขามีธุระสำคัญที่จะต้องคุยกับนายแพทย์คนหนึ่งจึงทำให้กลับช้ากว่าปกติ ในขณะที่เขากับแพทย์รุ่นพี่กำลังคุยกันอยู่ท

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 103

    ก่อนที่เสียงทักทายของใครบางคนจะดังแทรกเข้ามาจากทางประตู“ขออนุญาตครับ”บานประตูเลื่อนเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงเสียดสีแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นนุ่มลึก สุภาพ และมีจังหวะการพูดที่ทำให้หัวใจของเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะมันคุ้นหูอย่างประหลาดเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน หรือว่าจะเป็น!ความคิดยังไม่ทันสิ้นสุด ปภาวีก็หันขวับไปตามสัญชาตญาณ สายตาเบิกกว้างโดยไม่รู้ตัว เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวสะอาดยืนอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟเหนือศีรษะสะท้อนผ้าสีอ่อนจนดูสว่างตา ใบหน้าคมคุ้นเคยนั้นทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ“แทนคุณ!”ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ ก่อนจะยกมือไหว้เล็กน้อย“สวัสดีครับ พี่ภัค”คำทักทายสั้น ๆ แต่ชัดเจนในน้ำเสียง ทำให้ปภาวีนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนลงชั่วคราว เธอยกเรียวนิ้วยาวขึ้นขยี้เปลือกตาเบา ๆ ราวกับต้องการยืนยันว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตาเพราะเท่าที่จำได้ อีกฝ่ายนั้นเป็นหมอประจำโรงพยาบาลทางฝั่งธนบุรีไม่ใช่แถวนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มายืนวางมาดนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอได้“สวัสดีครับคุณน้า” แทนคุณหันไปกล่าวทักทายนิลเนตรและชินพัฒน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่102

    ว่าจบเขาก็ลุกขึ้นเต็มความสูง เหยียดแขนขึ้น บิดไหล่เบา ๆ คลายความเมื่อยล้าจากการนั่งรออยู่นาน ก่อนจะหมุนตัวเดินนำไปอย่างรู้ทาง ก่อนหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง“ห้องนี้แหละ” พยักเพยิดหน้าเล็กน้อย พร้อมปรายตามองเพื่อนสาวที่เดินตามมาห่าง ๆ“แกไม่เข้าไปด้วยกันเหรอ?”ยังไม่ทันที่ภาสกรจะเอ่ยตอบ เสียงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เขาหยิบออกพร้อมก้มมองหน้าจอแล้วเห็นว่าชื่อ ตติญาน้องสาวปรากฏเด่นอยู่กลางจอ จึงยกเครื่องขึ้นโชว์ให้เพื่อนดูแทนคำตอบปภาวีเหลือบตามองแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเข้าใจ“เดี๋ยวฉันตามเข้าไปทีหลัง ไปคุยธุระแป๊บนึง” เขาว่าพลางยกมือตบไหล่เพืีอนสาวเบา ๆ อย่างเป็นมิตร ก่อนถอยหลังสองก้าว กดรับสายแล้วหมุนตัวเดินลับไปทางปลายโถงอย่างเร่งรีบโดยที่ปภาวียังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวสิบนาที แล้วจึงหันกลับมาที่ประตูตรงหน้าอีกครั้ง มือเรียวเอื้อมบิดลูกบิดอย่างช้า ๆ แล้วผลักเข้าไปภายในห้องด้วยความระมัดระวังเพียงก้าวแรกที่ก้าวเข้ามา หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างน่าประหลาด มันมีทั้งความตื่นเต้นและความกังวลในเวลาเดียวกัน หรือว่าอาการเกล่านี้จะเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอจะได้เห็นหน้าบ

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 4

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา...ปภาวีขับรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานสำหรับลูกค้า VVIP ของ Velluto Club สถานบันเทิงหรูย่านกลางเมืองที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมักใช้เป็นที่พักใจยามมีเรื่องไม่สบายใจเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนัก ๆ ดังทะลุออกมาถึงลานจอดรถ ไฟนีออนสีม่วงเข้มจากป้ายชื่อร้านสะท้อนกับกระโปร

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 3

    “พรีน หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นลงมาแบบนี้”“ปะ เปล่าค่ะ”“เป็นเด็กริอาจโกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีรู้หรือเปล่า” คุณหญิงรุจิราวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ถามออกไปก็เพียงแค่ต้องการฟังจากปากของเด็กสาวตรงหน้าให้แน่ใจว่าสิ่งท

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 2

    “ว่าอะไรเหรอคะป้า?”“เปล่าหรอกไม่มีอะไร เอาเป็นว่าพรีนอยู่ห่างจากคุณหนูไว้น่ะดีที่สุด แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้คุณหนูจริง ๆ พรีนก็จะต้องเว้นระยะห่าง อย่าเข้าใกล้จนเกินไป เข้าใจที่ป้าพูดไหม?”“ทำไมละคะ ทำไมพรีนถึงอยู่ใกล้คุณหนูไม่ได้”เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมป้า

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 1

    “วันนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ ภัคมีนัดอาจจะกลับดึก”“นัดกับใครอีกล่ะคราวนี้”“เพื่อนค่ะ” ตอบเสียงเรียบ“รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้จะสำคัญเป็นพิเศษนะ นัดกันแทบทุกสัปดาห์ แล้วนี่ใจคอไม่คิดจะไม่อยู่บ้านกับแม่บ้างหรือไง” คุณหญิงรุจิราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเชิงประชดประชัด เพราะไม่ว่าจะวันไหน ๆ ลูกคนนี้ก็มักจะมีนั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status