แชร์

บทที่ 2 /3

ผู้เขียน: วารินลดา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-08 16:33:39



“ป้าถามว่าทำอะไร!”

“ปะ เปล่าค่ะ”

“เปล่าอะไร ก็ป้าเห็นอยู่ นี่อย่าบอกนะว่า-”

“มะ ไม่ใช่นะคะ ป้าเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว พอดีคุณหนูเธอละเมอถึงคุณพ่อแล้วคิดว่าแขนพรีนคือแขนของพ่อเธอ เธอเลยดึงพรีนเพราะเจ้าใตผิดแค่นั้นค่ะ” ชนากานต์รีบอธิบายเสียงรัวหวังเพืีอให้คนเป็นป้าได้เข้าใจ

น้อยที่ได้ยินดังนั้นก็คลายความกังวลลงเล็กน้อย พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะรีบแกะมือปลาหมึกของปภาวีออกจากแขนของหลานสาวอย่างระมัดระวัง

“เดี๋ยวพรีนกลับไปที่ห้องก่อนเลยนะ ป้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณหนูเธอก่อน”

“ให้พรีนช่วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวป้าทำเอง พรีนกลับห้องไปก่อนไป เชื่อป้า”

“กะ ก็ได้ค่ะ” แม้ใจจะยังอยากอยู่ช่วย แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของป้าน้อย เธอก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอม

มือบางเอื้อมไปจับลูกบิดประตู ทว่าในห้วงวินาทีนั้น ภาพของปภาวีที่ละเมอเรียกหาคุณพ่อด้วยเสียงสะอื้นปานจะขาดใจก็แว่วกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง เสียงนั้นยังชัดเจนราวกับดังอยู่ข้างหู ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก

สองขาเผลอชะงักค่อย ๆ หันกลับไปมอง ภาพคุณหนูที่ยังหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงทำให้ความลังเลในใจยิ่งทวีขึ้น

เธอเกือบจะก้าวกลับเข้าไปแล้วด้วยซ้ำ ทว่าสายตาของผู้เป็นป้าที่มองมานั้นหนักแน่นพอจะหยุดทุกความคิดได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด

สุดท้ายเธอจึงทำได้แต่เม้มริมฝีปาก กลืนคำถามและความเป็นห่วงทั้งหมดลงคอ หมุนลูกบิดประตูเปิดออก แล้วเดินคอตกออกจากห้องไปช้า ๆ

โดยที่ในใจยังคงเต็มไปด้วยความสับสนและไม่มีคำอธิบายใด ๆ มารองรับสิ่งที่เธอเพิ่งได้เห็นเมื่อครู่เลยสักนิด







เช้าวันต่อมา

ปภาวีค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกับอาการหนักอึ้งที่ถาโถมอยู่ในศีรษะราวกับมีหมอกหนาทึบกดทับความคิดเอาไว้จนทุกอย่างเชื่องช้าไปหมด เปลือกตาหนักอึ้ง ลำคอแห้งผากและขมปร่าค้างอยู่ปลายลิ้น

เธอหลับตาลงอีกครั้งพยายามทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทว่าความทรงจำกลับพร่าเลือนแตกกระจายเป็นเสี้ยวบาง ๆ จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกเลยสักอย่าง

ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาแวบ ๆ แล้วก็ดับหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและอาการปวดตุบ ๆ กลางศีรษะที่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ฝืนคิด

“โอ๊ยยย! ทำไมปวดหัวแบบนี้วะเนี่ย”

เธอยีผมตัวเองแรง ๆ อย่างหงุดหงิดก่อนที่เสียงสบถหลุดออกมาโดยไม่คิดจะกลั้น เมื่อพยายามเค้นคิดความจำมากเท่าไรก็ยิ่งไร้ผล

จำได้มากสุดก็เพียงว่าหลังจากไล่อลิซออกจากห้องไปเธอก็นั่งดื่มต่ออยู่คนเดียวภายในห้องที่มีเพียงแสงไฟสลัวสะท้อนกับกระป๋องเบียร์ในมือ จนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง

แล้วหลังจากนั้น ...

ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์สั่นครืดคัดผ่านความเงียบขณะที่ภาพความทรงจำกำลังจะย้อนมา ปภาวีกวาดตามองหาต้นเสียงอย่างรำคาญ ก่อนจะคว้ามันขึ้นมากดรับโดยไม่ได้ทันดูชื่อบนหน้าจอ

“กว่าจะรับสายได้นะคะ”

เพียงได้ยินน้ำเสียงนั้นคิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันทันที มือที่ถือโทรศัพท์ค่อย ๆ ลดลงจากหู ดวงตาคมก้มมองหน้าจอชื่อที่ปรากฏอยู่ชัดเจน อลิซ

ลมหายใจถูกปล่อยออกมาช้า ๆ อย่างพยายามข่มอารมณ์ ก่อนจะยกโทรศัพท์กลับขึ้นแนบหูอีกครั้ง สีหน้าเรียบตึงกว่าเดิม

“โทรมาทำไม ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าฉันไม่ต้องการ อย่า-”

“จุ๊ ๆ อย่าเพิ่งดุกันสิคะ เมื่อคืน ... เราสองคนยังสนุกกันอยู่เลย”

“เธอพูดเรื่องอะไร”

“นี่บอกนะคะ ว่าภัคจำอะไรไม่ได้เลย” น้ำเสียงคนปลายสายยังคงยียวนกวนประสาทอย่างไม่เกรงกลัว

ทำให้คนฟังอย่างปภาวีเผลอกำโทรศัพท์แน่นจนเส้นเอ็นที่ข้อมือปูดขึ้นเห็นชัดลมหายใจติดขัดจากความโกรธที่แล่นขึ้นมาจนถึงขมับ

“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน”

“ก็เมื่อคืนอลิซลืมโทรศัพท์ก็เลยกลับเร็วในห้อง คุณเมามาก ขาดสติ อลิซพยายามห้ามคุณแล้วแต่คุณไม่ฟัง เราสองคนก็เลย ...”

คำพูดถูกเว้นค้างไว้อย่างตั้งใจและเพียงเท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ความทรงจำที่พร่าเลือนของปภาวีเริ่มปะติดปะต่อกันได้อย่างดี

ก่อนที่นิ้วจะกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำอธิบายใด ๆ เพิ่มเติมอีกหลังจากนั้น

เธอสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ใต้ความรู้สึกไม่ให้ปะทุออก ก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงอย่างไม่ใส่ใจจากนั้นจึงลุกไปเข้าห้องน้ำ หวังให้สายน้ำเย็นจัดช่วยบรรเทาอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอาการแฮงค์จากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังคงคั่งค้างอยู่ในอก

ซึ่งในขณะเดียวกัน ด้านล่างของบ้าน

"ยัยภัคยังไม่ลงมาอีกหรือน้อย"

"ยังค่ะคุณหญิง" น้อยตอบอย่างสุภาพขณะวางถ้วยน้ำชาลงตรงหน้าของเจ้านาย

“แฮงค์แหง๋ ๆ ล่ะฉันว่า เฮ้อ! จริงจริงเลยลูกคนนี้ ถ้างั้นฉันขอรบกวนน้อยสักนิดจะได้ไหม ช่วยขึ้นไปตามยัยภัคให้ฉันที บอกว่าฉันมีธุระสำคัญจะคุยด้วย”

“ได้ค่ะคุณหญิง”

น้อยรับคำก่อนจะหันหลังเตรียมเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ทว่าก้าวขายังไม่ทันพ้นประตูห้องเสียงเดิมก็ดังขึ้นขัดไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนน้อย ฉันว่าให้หนูพรีนขึ้นไปตามให้ดีกว่านะ น้อยจะได้เตรียมอาหารเช้าให้เสร็จ”

“เอ่อ น้อยว่า” น้อยอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ กับคำพูดนั้น ปฏิเสธก็ไม่กล้าพอ ครั้นจะให้หลานสาวขึ้นไปก็เกรงว่าจะมีปัญหากับเจ้าของห้องขึ้นมาเสียอีก

ซึ่งจังหวะที่เธอกำลังครุ่นคิดหาคำบ่ายเบี่ยงก็เหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้าง เพราะชนากานต์ดันเดินผ่านหน้าห้องอาหารมาพอดิบพอดี

และทันทีที่สายตาของคุณหญิงหันไปเห็น ก็ทำให้รู้ชัดแล้วว่าตอนนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงอะไรได้อีกแล้ว

“หนูพรีน หนูพรีน”

“คะคุณหญิง”

“ฉันขอรบกวนหนูช่วยขึ้นไปตามคุณภัคให้ทีได้ไหม”

“เอ่อ ...”

คำขอนั้นทำให้ชนากานต์ชะงักไปเล็กน้อย แววตาลังเลฉายชัด เธอเผลอเหลือบมองไปทางป้าน้อยโดยอัตโนมัติ นึกถึงคำย้ำหนักแน่นเมื่อคืนที่ว่า อย่าเข้าใกล้คุณหนูมากเกินไป

หากจะตอบปฏิเสธไปก็คงไม่สมควร ในเมื่อผู้ที่เอ่ยปากขอก็คือเจ้าของบ้านที่มีพระคุณกับเธอ

“สรุปว่ายังไง ช่วยฉันหน่อยได้ไหม” คุณหญิงถามย้ำพร้อมสลับมองหน้าสองป้าหลานไปมาคล้ายรับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 107 จบบริบูรณ์

    “คืออะไรคะพี่รัน มีอะไรปิดบังพรีนอยู่หรือเปล่า”“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร จริงไหมคุณ”“จริงครับจริง”ภาสกรจำต้องฝืนยิ้มรับ พลางพยักหน้าประกอบคำพูดของแฟนสาว ทั้งที่ในใจแทบอยากหลุดหัวเราะกับท่าทีพิรุธของพวกตัวเอง“จริงครับ พี่รันเขาแค่ เอ่อ ยังไม่รู้จะอธิบายยังไงดี”ชนากานต์หรี่ตามองทั้งสองคนอย่างจับพิรุธดวงตากลมใสไล่มองจากใบหน้าพี่สาวไปยังภาสกรสลับกันไปมา ราวกับพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่“พวกพี่แปลก ๆ นะคะ”“แปลกตรงไหน ไม่มี๊” รติมารีบตอบเสียงสูงเกินปกติ จนภาสกรต้องรีบยกมือขึ้นลูบหน้าผากอย่างปลง ๆ“ก็วันนี้แดดมันร้อนน่ะครับ ทุกคนเลยดูตื่น ๆ กันหน่อย”คำแก้ตัวนั้นฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ชนากานต์ยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม“พี่ต้นโกหกไม่เก่งเลยนะคะ”“อ้าว”ภาสกรถึงกับไปไม่เป็น รติมาเห็นดังนั้นจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“เอาเป็นว่าพรีนไปล้างมือเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหม เดี๋ยววันนี้พี่มีเซอร์ไพรส์”“เซอร์ไพรส์อะไรคะ”“บอกแล้วจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้ยังไง”ชนากานต์ยังคงมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าเบา ๆ“ก็ได้ค่ะ”เธอลุกจากเก้าอี้ ก่อนวางกรรไกรตัดกิ่งไม้ลงบนโต๊ะ แล้วเดินกลับเ

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 106

    หลังจากมื้อค่ำผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในคฤหาสน์ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและรอยยิ้มบทสนทนาของผู้ใหญ่ไหลเรื่อยตั้งแต่เรื่องสุขภาพ การเดินทาง ไปจนถึงเรื่องราวในอดีตที่ถูกหยิบขึ้นมาเล่าอย่างออกรส จนหลายครั้งเสียงหัวเราะก็ดังลั่นไปทั่วห้องรับแขกกระทั่งเวลาล่วงเข้าสี่ทุ่มชินพัฒน์ที่นั่งฟังทุกคนคุยกันเงียบ ๆ มาตลอดจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก“ผมมีเรื่องอยากขอร้องทุกคนครับ”ประโยคนั้นทำให้ทุกสายตาหันมามอง เขาหันไปสบตานิลเนตร ก่อนยิ้มบาง“ผมอยากกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลย ได้รึเปล่าคะรับ”ปภาวีที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบชะงักเล็กน้อย“ได้สิคะคุณพ่อ ภัคก็อยากเซอร์ไพรส์น้องพรีนจะแย่อยู่แล้ว”“ขอบคุณที่รักลูกสาวพ่อนะภัค ขอบคุณที่ให้โอกาสขอบคุณจริง ๆ ลูก ไม่รู่ว่าป๋านนี้เด็กคนนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าพ่อมารักษาตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ สงสัยคงยังคิดว่าพ่อนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเชียงใหม่เหมือนเดิม”“น้องพรีนยังไม่รู้ค่ะคุณพ่อ คุณแม่ เพราะอยากเก็บเป็นความลับไว้เซอร์ไพรส์”“ดีเลยภัค พ่ออยากไปยืนอยู่ตรงหน้า แล้วบอกเขาด้วยตัวเองว่าพ่อหายแล้ว”“เห็นด้วยค่ะ”นิลเนตรพยักหน้ารับ พลางยิ้มทั้งน้ำตาส่วนคุณหญิงรุจิราที่นั

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 105

    ช่วงหัวค่ำแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลกลางโถงใหญ่ส่องประกายอบอุ่นไปทั่วคฤหาสน์ บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงข้าวของกระทบกันเบา ๆ จากห้องอาหารด้านในป้าน้อยกำลังช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะมื้อค่ำอย่างขะมักเขม้น ขณะที่คุณหญิงนั่งรออยู่ในห้องรับแขก พลางเหลือบมองนาฬิกาเป็นระยะ“นี่ก็ได้เวลาแล้วนะ ทำไมภัคยังไม่กลับอีก”“คงใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะคุณหญิง”ยังไม่ทันสิ้นเสียง เสียงเครื่องยนต์รถก็ดังแว่วมาจากหน้าคฤหาสน์ป้าน้อยชะเง้อมองทันที ก่อนจะรีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน“เดี๋ยวน้อยออกไปรับเองค่ะ”หญิงวัยกลางคนก้าวเร็ว ๆ ไปยังประตูใหญ่ ก่อนเปิดออกกว้างด้วยรอยยิ้มต้อนรับตามปกติแต่ทันทีที่เห็นคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านรอยยิ้มนั้นก็หยุดค้างดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที“พัฒน์?”เสียงเรียกสั่นพร่าแทบไม่เชื่อตัวเองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างนิลเนตรเงยหน้ามอง ก่อนรอยยิ้มอบอุ่นจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า“พี่น้อย”เพียงได้ยินคำเรียกนั้น น้ำตาของป้าน้อยก็เอ่อคลอในทันที“โอ๊ย พัฒน์จริง ๆ ด้วย”เธอรีบก้าวเข้าไปหา ก่อนเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่ายราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเลือนหายไป“หายแล้วเหรอ มองเห็นแล้วจริง ๆ เหรอ”“ครับพี่น้อ

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 104

    มันเหนือความคาดหมายไปไกลกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ จากเด็กชายตัวอ้วนผิวคล้ำที่เคยวิ่งตามหลังเธอต้อย ๆ ในวัยเด็ก เด็กที่ดูไม่ค่อยสนใจการเรียน ใครจะไปคิดว่าเด็กคนนั้นจะเติบโตมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวันนี้ปภาวีกะพริบตาช้า ๆ คล้ายเรียกสติกลับคืน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปในที่สุด“นายเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้เหรอ”“ครับ”“แล้วทำไมนายถึงได้ไปอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้นแล้วยังตรวจไข้ให้พรีนอีกด้วยอ่ะ”“ผมไปหาคุณพ่อครับ คุณพ่อผมเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้น” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเสริมอย่างสุภาพ “แล้ววันที่พี่เห็นผม ผมไม่ได้เป็นคนตรวจไข้หรอกนะครับ รวมถึงเคสของน้องพรีนด้วย”“เดี๋ยวนะ ฉันงงหมดแล้ว นายหมายความว่ายังไง”“วันนั้นที่น้องพรีนเข้าโรงพยาบาล หมออีกท่านเป็นคนเจ้าของไข้ แต่พอดีตอนนั้นท่านติดเคสด่วนกะทันหัน ผมเลยอาสามาแจ้งแทนเท่านั้นเองครับ”เขาอธิบายเหตุการณ์วันนั้นด้วยความใจเย็น จริง ๆ แล้วเขาเพียงไปหาพ่อตามปกติอย่างเช่นทุกวัน ซึ่งวันนั้นบังเอิญว่าเขามีธุระสำคัญที่จะต้องคุยกับนายแพทย์คนหนึ่งจึงทำให้กลับช้ากว่าปกติ ในขณะที่เขากับแพทย์รุ่นพี่กำลังคุยกันอยู่ท

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 103

    ก่อนที่เสียงทักทายของใครบางคนจะดังแทรกเข้ามาจากทางประตู“ขออนุญาตครับ”บานประตูเลื่อนเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงเสียดสีแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นนุ่มลึก สุภาพ และมีจังหวะการพูดที่ทำให้หัวใจของเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะมันคุ้นหูอย่างประหลาดเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน หรือว่าจะเป็น!ความคิดยังไม่ทันสิ้นสุด ปภาวีก็หันขวับไปตามสัญชาตญาณ สายตาเบิกกว้างโดยไม่รู้ตัว เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวสะอาดยืนอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟเหนือศีรษะสะท้อนผ้าสีอ่อนจนดูสว่างตา ใบหน้าคมคุ้นเคยนั้นทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ“แทนคุณ!”ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ ก่อนจะยกมือไหว้เล็กน้อย“สวัสดีครับ พี่ภัค”คำทักทายสั้น ๆ แต่ชัดเจนในน้ำเสียง ทำให้ปภาวีนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนลงชั่วคราว เธอยกเรียวนิ้วยาวขึ้นขยี้เปลือกตาเบา ๆ ราวกับต้องการยืนยันว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตาเพราะเท่าที่จำได้ อีกฝ่ายนั้นเป็นหมอประจำโรงพยาบาลทางฝั่งธนบุรีไม่ใช่แถวนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มายืนวางมาดนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอได้“สวัสดีครับคุณน้า” แทนคุณหันไปกล่าวทักทายนิลเนตรและชินพัฒน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่102

    ว่าจบเขาก็ลุกขึ้นเต็มความสูง เหยียดแขนขึ้น บิดไหล่เบา ๆ คลายความเมื่อยล้าจากการนั่งรออยู่นาน ก่อนจะหมุนตัวเดินนำไปอย่างรู้ทาง ก่อนหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง“ห้องนี้แหละ” พยักเพยิดหน้าเล็กน้อย พร้อมปรายตามองเพื่อนสาวที่เดินตามมาห่าง ๆ“แกไม่เข้าไปด้วยกันเหรอ?”ยังไม่ทันที่ภาสกรจะเอ่ยตอบ เสียงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เขาหยิบออกพร้อมก้มมองหน้าจอแล้วเห็นว่าชื่อ ตติญาน้องสาวปรากฏเด่นอยู่กลางจอ จึงยกเครื่องขึ้นโชว์ให้เพื่อนดูแทนคำตอบปภาวีเหลือบตามองแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเข้าใจ“เดี๋ยวฉันตามเข้าไปทีหลัง ไปคุยธุระแป๊บนึง” เขาว่าพลางยกมือตบไหล่เพืีอนสาวเบา ๆ อย่างเป็นมิตร ก่อนถอยหลังสองก้าว กดรับสายแล้วหมุนตัวเดินลับไปทางปลายโถงอย่างเร่งรีบโดยที่ปภาวียังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวสิบนาที แล้วจึงหันกลับมาที่ประตูตรงหน้าอีกครั้ง มือเรียวเอื้อมบิดลูกบิดอย่างช้า ๆ แล้วผลักเข้าไปภายในห้องด้วยความระมัดระวังเพียงก้าวแรกที่ก้าวเข้ามา หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างน่าประหลาด มันมีทั้งความตื่นเต้นและความกังวลในเวลาเดียวกัน หรือว่าอาการเกล่านี้จะเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอจะได้เห็นหน้าบ

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 20

    19:15 น.ณ โรงพยาบาลหลังจากขับรถออกมาจากร้านอาหารด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่น ปภาวีใช้เวลาพักใหญ่รวบรวมสติขับรถมุ่งหน้ามายังจุดหมายปลายทางซึ่งก็คือโรงพยาบาลที่มีใครบางคนนอนพักรักษาตัวอยู่แต่กว่าจะมาถึง ท้องฟ้า ณ ตอนนี้ก็ได้ถูกม่านรัตติกาลสีเทาเข้มกลืนกินไปเกือบหมด เหลือเพียงไฟถนนที่ทยอยสว่างขึ้นทีละดว

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 19

    ภาสกรถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบลุกตามออกไปแทบจะทันที ใจเต้นโครมครามอย่างไม่รู้ว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างปภาวีเดินฉับ ๆ เข้าไปโดยไม่สนใจสายตาของใครในร้าน เสียงส้นสูงกระทบพื้นไม้ดังกังวานตัดกับบรรยากาศเงียบสงบของร้านอาหารแค่ไม่กี่ก้าว เธอก็ไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของโต๊ะที่มีชาย

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 2

    “ว่าอะไรเหรอคะป้า?”“เปล่าหรอกไม่มีอะไร เอาเป็นว่าพรีนอยู่ห่างจากคุณหนูไว้น่ะดีที่สุด แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้คุณหนูจริง ๆ พรีนก็จะต้องเว้นระยะห่าง อย่าเข้าใกล้จนเกินไป เข้าใจที่ป้าพูดไหม?”“ทำไมละคะ ทำไมพรีนถึงอยู่ใกล้คุณหนูไม่ได้”เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมป้า

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 1

    “วันนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ ภัคมีนัดอาจจะกลับดึก”“นัดกับใครอีกล่ะคราวนี้”“เพื่อนค่ะ” ตอบเสียงเรียบ“รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้จะสำคัญเป็นพิเศษนะ นัดกันแทบทุกสัปดาห์ แล้วนี่ใจคอไม่คิดจะไม่อยู่บ้านกับแม่บ้างหรือไง” คุณหญิงรุจิราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเชิงประชดประชัด เพราะไม่ว่าจะวันไหน ๆ ลูกคนนี้ก็มักจะมีนั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status