LOGIN
ชนากานต์เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมตอบรับคำขอนั้นเสียงแผ่วเบา
“ดะ ได้ค่ะ เดี๋ยวพรีนขึ้นไปตามให้ค่ะ”
พูดจบเธอก็รีบหมุนตัวเดินออกจากห้องอาหารแทบจะทันที ฝีเท้าเร่งขึ้นโดยไม่รู้ตัวราวกับยิ่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไรความอึดอัดก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น
น้อยมองตามแผ่นหลังหลานสาวไปอย่างไม่คลายกังวล สีหน้าบอกชัดว่าเป็นห่วงก่อนถอนหายใจแผ่วเบา หันหลังเดินกลับเข้าครัว เพื่อจัดการอาหารเช้าที่เหลือให้เสร็จเรียบร้อยตามเวลาแม้ในใจจะยังรู้สึกหนักอึ้งอยู่ไม่น้อยก็ตาม
ด้านชนากานต์ที่ขึ้นมาถึงชั้นบน เธอยืนนิ่งชั่งใจอยู่หน้าประตูนานหลายนาที ปลายนิ้วเย็นเฉียบขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงใบหน้าบึ้งตึงและแววตาเย็นชาของเจ้าของห้องที่มองมาเมื่อวาน ความรู้สึกหวั่นเกรงมีอยู่บ้างแต่ไม่ถึงกับมากมายจนทำให้เธอไม่กล้าเข้าใกล้
เพราะหากมองให้ลึกลงไป เธอกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้เย็นชาโดยนิสัยของตนจริง ๆ หากเพียงแต่เขากำลังสร้างกำแพงบางอย่างขึ้นมาป้องกันตัวเอง
กำแพงที่ก่อเกิดขึ้นมาจากความเสียใจและเรื่องราวในอดีตที่เธอเองก็ไม่อาจรู้ทั้งหมด
ท้ายที่สุดเธอจึงสูดลมหายใจลึกรวบรวมความกล้า ยกกำปั้นน้อย ไป ขึ้นเคาะลงบนบานประตูอย่างแผ่วเบา แต่ชัดเจน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“คุณหนูคะ คุณหญิงให้มาตามคุณหนูลงไปทานข้าวค่ะ”
เธอเคาะครั้งแรกพร้อมบอกจุดประสงค์ ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับตอบกลับมา ความเงียบด้านในทำให้เธอขมวดคิ้วน้อย ๆ เผลอคิดว่าคนข้างในอาจยังไม่ได้ยิน จึงเป็นเหตุผลให้การเคาะครั้งที่สองได้ตามมาติด ๆ
“คุณหนูคะ คุณหนู!”
เสียงเรียกครั้งนี้ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีเสียงตอบรับและไม่มีแม้แต่เสียงขยับตัวของคนด้านใน
ความเงียบที่ยาวนานเกินไปทำให้ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนไหลย้อนกลับมาในความคิด
ใช่สิ เขาเมาหนักมาก
แล้วตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง อาการฝันร้ายเมื่อคืนจะยังตามหลอกหลอนอยู่หรือเปล่า ความเป็นห่วงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย
จนท้ายที่สุดความเป็นห่วงมันก็ชนะความกลัวในใจไปจนหมด เธอเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูด้วยหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะตัดสินใจถือวิสาสะผลักบานประตูแล้วก้าวเข้าไปด้านในอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่ผ่านกรอบประตูเข้ามา ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็ปะทะใบหน้า ห้องทั้งห้องเงียบและสลัว ม่านยังปิดสนิท ขณะที่กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ
และแล้วเสี้ยววินาทีต่อมา
“เข้ามาทำไม!!” น้ำเสียงเย็นจัดแฝงความหงุดหงิดก็ได้ดังกร้าวขึ้น
ปภาวียืนกอดอกนิ่งอยู่หน้าห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำสีอ่อนตวัดสายตามองผู้บุกรุกที่ยืนตัวสั่นอยู่กลางห้องอย่างไม่พอใจ
“ใครใช้ให้เธอเข้ามาในห้องของฉัน!”
“คะ คุณหนู”
“ฉันถาม หูนวกรึไง!” ทุกถ้อยคำกระแทกออกมาหนักแน่น ราวกับตบใส่กลางหน้า จนลมหายใจของชนากานต์สะดุดกึกอยู่ตรงนั้น
ดวงตาคมกริบวาวโรจน์จ้องมองคนอายุน้อยกว่าอย่างเอาเรื่อง ไม่ปิดบังความไม่พอใจที่อีกฝ่ายบังอาจล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว ทั้งที่เธอยังไม่ได้เอ่ยอนุญาตแม้แต่คำเดียว
ชนากานต์เห็นท่าทีแข็งกร้าวเช่นนั้นก็ได้แต่ก้มหน้างุด รีบอธิบายเหตุผลที่ตนเข้ามา พร้อมเอ่ยคำขอโทษเสียงเบา ที่ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
“คะ คุณหญิงให้พรีนมาตามคุณหนูลงไปทานข้าวค่ะ”
“ฉันไม่กิน!” คำตอบสั้น ห้วน และไร้เยื่อใย ถูกตัดบทแทบจะทันที ชนากานต์ชะงักไปเล็กน้อยแต่ยังคงฝืนเอ่ยต่อด้วยความเป็นห่วงที่ยังไม่จางหาย
“ไม่กินไม่ได้นะคะ อาหารเช้าเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเมื่อคืนคุณหนู-”
“เมื่อคืนฉันทำไม!” ปภาวีขมวดคิ้วถามเสียงเข้มขึ้นอย่างชัดเจน สองเท้าก้าวเข้าหาชนากานต์ช้า ๆ ทว่าทุกย่างก้าวกลับกดดันเสียยิ่งกว่าคำพูด จนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าถอยหลังกรู่แทบชิดกับขอบเตียง
“ตอบมา!”
น้ำเสียงดุดันทำเอาชนากานต์กลืนน้ำลายลงคอ ด้วยความประหม่าแล่นวูบขึ้นมา แต่กระนั้นเธอก็ยังใจดีสู้เสือ พยายามรวบรวมสติอธิบายเหตุผลของตนเองออกไป
“คะ คือ เมื่อคืนคุณหนูดื่มหนัก พรีนกลัวว่าคุณจะปวดหัวหรือแสบกระเพาะถ้าไม่ทานอะไรเลย ลงไปทานสักนิดนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้”
ริมฝีปากเล็กเอ่ยรวดเดียวจบโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา นิ้วมือทั้งสองข้างบีบชายเสื้อแน่นราวกับใช้มันยึดเหนี่ยวความกล้า
ปภาวีมองนิ่ง สายตาคมทอดมองร่างเล็กตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ แววแข็งกร้าวเมื่อครู่คล้ายสั่นไหววูบหนึ่ง ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีก็ถูกกลบด้วยสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม
จากนั้นสองเท้าจึงก้าวเข้าหาชนากานต์ช้า ๆ อย่างจงใจ แต่ละย่างก้าวหนักแน่นและกดดัน กระทั่งหยุดยืนใกล้กันเพียงลมหายใจคั่นกลาง
ปภาวีโน้มตัวลงเล็กน้อย ไออุ่นจากลมหายใจแผ่วร้อนปะทะข้างแก้มของอีกฝ่าย กลิ่นสบู่อ่อนจางผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศทำให้หัวใจของชนากานต์ยิ่งเต้นระส่ำ
“อย่ามายุ่งกับฉัน” ก่อนที่เสียงกระซิบเย็นเฉียบดังชิดข้างใบหู ทำเอาร่างเล็กตัวชาวูบวาบ ปลายนิ้วที่กำชายเสื้อยิ่งบีบแน่นขึ้นกว่าเดิม
แล้วในชั่วพริบตา
“ออกไป!!!” เสียงตวาดดังลั่นห้อง รุนแรงจนเหมือนอากาศรอบตัวสั่นสะเทือน
ชนากานต์สะดุ้งสุดตัว ดวงตาเอ่อคลอด้วยความตกใจ ลมหายใจติดขัดอยู่ในอก ก่อนจะหมุนตัววิ่งออกจากห้องไปอย่างลนลานเพราะกลัวว่าหากช้ากว่านี้เพียงวินาที น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้จะไหลออกมาต่อหน้าเจ้าของห้อง
ประตูถูกบานใหญ่ถูกปิดลงพร้อม ๆ เสียงดังแผ่วเบาในโถงทางเดินที่เงียบสงัด
ฝีเท้าเล็กเร่งลงบันไดแทบไม่เป็นจังหวะ มือหนึ่งยกขึ้นปาดหางตาอย่างลวก ๆ หัวใจยังเต้นแรงไม่ยอมสงบ ทั้งจากความตกใจและความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
เมื่อมาถึงชั้นล่างเธอจึงค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าลง สูดลมหายใจลึกพยายามกลั้นอารมณ์ ปรับสีหน้าให้ดูปกติที่สุด ก่อนจะก้มหน้าเดินผ่านห้องอาหารหมายจะเลี่ยงเข้าไปทางครัว หลบสายตาของคุณหญิงให้ได้มากที่สุด
ทว่าไม่พ้น
“เข้ามาหาฉันหน่อยหนูพรีน”
เสียงเรียบของคุณหญิงดังขึ้นจากโต๊ะอาหาร ทำให้ชนากานต์ชะงักเท้าทันที ปลายนิ้วเรียวกลับมาเย็นเฉียบอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว ริมริมฝีปากเล็กเม้มแน่นอย่างจนใจ ก่อนจะหมุนตัวกลับช้า ๆ เดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แม้ในอกจะยังสั่นไหวไม่จางหาย
Next... “เธอมาฟ้องอะไรแม่ฉัน!” “ฮึก ๆ ปะ ปล่อยแขนพรีนก่อนนะคะคุณหนู พรีนเจ็บ” “อย่าสำออยไปหน่อยเลย แน่จริงเธอก็เรียกแม่ฉันมาช่วยอีกสิ เรียกสิ เรียกเลย!”
“คืออะไรคะพี่รัน มีอะไรปิดบังพรีนอยู่หรือเปล่า”“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร จริงไหมคุณ”“จริงครับจริง”ภาสกรจำต้องฝืนยิ้มรับ พลางพยักหน้าประกอบคำพูดของแฟนสาว ทั้งที่ในใจแทบอยากหลุดหัวเราะกับท่าทีพิรุธของพวกตัวเอง“จริงครับ พี่รันเขาแค่ เอ่อ ยังไม่รู้จะอธิบายยังไงดี”ชนากานต์หรี่ตามองทั้งสองคนอย่างจับพิรุธดวงตากลมใสไล่มองจากใบหน้าพี่สาวไปยังภาสกรสลับกันไปมา ราวกับพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่“พวกพี่แปลก ๆ นะคะ”“แปลกตรงไหน ไม่มี๊” รติมารีบตอบเสียงสูงเกินปกติ จนภาสกรต้องรีบยกมือขึ้นลูบหน้าผากอย่างปลง ๆ“ก็วันนี้แดดมันร้อนน่ะครับ ทุกคนเลยดูตื่น ๆ กันหน่อย”คำแก้ตัวนั้นฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ชนากานต์ยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม“พี่ต้นโกหกไม่เก่งเลยนะคะ”“อ้าว”ภาสกรถึงกับไปไม่เป็น รติมาเห็นดังนั้นจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“เอาเป็นว่าพรีนไปล้างมือเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหม เดี๋ยววันนี้พี่มีเซอร์ไพรส์”“เซอร์ไพรส์อะไรคะ”“บอกแล้วจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้ยังไง”ชนากานต์ยังคงมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าเบา ๆ“ก็ได้ค่ะ”เธอลุกจากเก้าอี้ ก่อนวางกรรไกรตัดกิ่งไม้ลงบนโต๊ะ แล้วเดินกลับเ
หลังจากมื้อค่ำผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในคฤหาสน์ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและรอยยิ้มบทสนทนาของผู้ใหญ่ไหลเรื่อยตั้งแต่เรื่องสุขภาพ การเดินทาง ไปจนถึงเรื่องราวในอดีตที่ถูกหยิบขึ้นมาเล่าอย่างออกรส จนหลายครั้งเสียงหัวเราะก็ดังลั่นไปทั่วห้องรับแขกกระทั่งเวลาล่วงเข้าสี่ทุ่มชินพัฒน์ที่นั่งฟังทุกคนคุยกันเงียบ ๆ มาตลอดจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก“ผมมีเรื่องอยากขอร้องทุกคนครับ”ประโยคนั้นทำให้ทุกสายตาหันมามอง เขาหันไปสบตานิลเนตร ก่อนยิ้มบาง“ผมอยากกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลย ได้รึเปล่าคะรับ”ปภาวีที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบชะงักเล็กน้อย“ได้สิคะคุณพ่อ ภัคก็อยากเซอร์ไพรส์น้องพรีนจะแย่อยู่แล้ว”“ขอบคุณที่รักลูกสาวพ่อนะภัค ขอบคุณที่ให้โอกาสขอบคุณจริง ๆ ลูก ไม่รู่ว่าป๋านนี้เด็กคนนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าพ่อมารักษาตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ สงสัยคงยังคิดว่าพ่อนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเชียงใหม่เหมือนเดิม”“น้องพรีนยังไม่รู้ค่ะคุณพ่อ คุณแม่ เพราะอยากเก็บเป็นความลับไว้เซอร์ไพรส์”“ดีเลยภัค พ่ออยากไปยืนอยู่ตรงหน้า แล้วบอกเขาด้วยตัวเองว่าพ่อหายแล้ว”“เห็นด้วยค่ะ”นิลเนตรพยักหน้ารับ พลางยิ้มทั้งน้ำตาส่วนคุณหญิงรุจิราที่นั
ช่วงหัวค่ำแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลกลางโถงใหญ่ส่องประกายอบอุ่นไปทั่วคฤหาสน์ บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงข้าวของกระทบกันเบา ๆ จากห้องอาหารด้านในป้าน้อยกำลังช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะมื้อค่ำอย่างขะมักเขม้น ขณะที่คุณหญิงนั่งรออยู่ในห้องรับแขก พลางเหลือบมองนาฬิกาเป็นระยะ“นี่ก็ได้เวลาแล้วนะ ทำไมภัคยังไม่กลับอีก”“คงใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะคุณหญิง”ยังไม่ทันสิ้นเสียง เสียงเครื่องยนต์รถก็ดังแว่วมาจากหน้าคฤหาสน์ป้าน้อยชะเง้อมองทันที ก่อนจะรีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน“เดี๋ยวน้อยออกไปรับเองค่ะ”หญิงวัยกลางคนก้าวเร็ว ๆ ไปยังประตูใหญ่ ก่อนเปิดออกกว้างด้วยรอยยิ้มต้อนรับตามปกติแต่ทันทีที่เห็นคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านรอยยิ้มนั้นก็หยุดค้างดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที“พัฒน์?”เสียงเรียกสั่นพร่าแทบไม่เชื่อตัวเองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างนิลเนตรเงยหน้ามอง ก่อนรอยยิ้มอบอุ่นจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า“พี่น้อย”เพียงได้ยินคำเรียกนั้น น้ำตาของป้าน้อยก็เอ่อคลอในทันที“โอ๊ย พัฒน์จริง ๆ ด้วย”เธอรีบก้าวเข้าไปหา ก่อนเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่ายราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเลือนหายไป“หายแล้วเหรอ มองเห็นแล้วจริง ๆ เหรอ”“ครับพี่น้อ
มันเหนือความคาดหมายไปไกลกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ จากเด็กชายตัวอ้วนผิวคล้ำที่เคยวิ่งตามหลังเธอต้อย ๆ ในวัยเด็ก เด็กที่ดูไม่ค่อยสนใจการเรียน ใครจะไปคิดว่าเด็กคนนั้นจะเติบโตมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวันนี้ปภาวีกะพริบตาช้า ๆ คล้ายเรียกสติกลับคืน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปในที่สุด“นายเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้เหรอ”“ครับ”“แล้วทำไมนายถึงได้ไปอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้นแล้วยังตรวจไข้ให้พรีนอีกด้วยอ่ะ”“ผมไปหาคุณพ่อครับ คุณพ่อผมเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้น” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเสริมอย่างสุภาพ “แล้ววันที่พี่เห็นผม ผมไม่ได้เป็นคนตรวจไข้หรอกนะครับ รวมถึงเคสของน้องพรีนด้วย”“เดี๋ยวนะ ฉันงงหมดแล้ว นายหมายความว่ายังไง”“วันนั้นที่น้องพรีนเข้าโรงพยาบาล หมออีกท่านเป็นคนเจ้าของไข้ แต่พอดีตอนนั้นท่านติดเคสด่วนกะทันหัน ผมเลยอาสามาแจ้งแทนเท่านั้นเองครับ”เขาอธิบายเหตุการณ์วันนั้นด้วยความใจเย็น จริง ๆ แล้วเขาเพียงไปหาพ่อตามปกติอย่างเช่นทุกวัน ซึ่งวันนั้นบังเอิญว่าเขามีธุระสำคัญที่จะต้องคุยกับนายแพทย์คนหนึ่งจึงทำให้กลับช้ากว่าปกติ ในขณะที่เขากับแพทย์รุ่นพี่กำลังคุยกันอยู่ท
ก่อนที่เสียงทักทายของใครบางคนจะดังแทรกเข้ามาจากทางประตู“ขออนุญาตครับ”บานประตูเลื่อนเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงเสียดสีแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นนุ่มลึก สุภาพ และมีจังหวะการพูดที่ทำให้หัวใจของเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะมันคุ้นหูอย่างประหลาดเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน หรือว่าจะเป็น!ความคิดยังไม่ทันสิ้นสุด ปภาวีก็หันขวับไปตามสัญชาตญาณ สายตาเบิกกว้างโดยไม่รู้ตัว เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวสะอาดยืนอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟเหนือศีรษะสะท้อนผ้าสีอ่อนจนดูสว่างตา ใบหน้าคมคุ้นเคยนั้นทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ“แทนคุณ!”ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ ก่อนจะยกมือไหว้เล็กน้อย“สวัสดีครับ พี่ภัค”คำทักทายสั้น ๆ แต่ชัดเจนในน้ำเสียง ทำให้ปภาวีนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนลงชั่วคราว เธอยกเรียวนิ้วยาวขึ้นขยี้เปลือกตาเบา ๆ ราวกับต้องการยืนยันว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตาเพราะเท่าที่จำได้ อีกฝ่ายนั้นเป็นหมอประจำโรงพยาบาลทางฝั่งธนบุรีไม่ใช่แถวนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มายืนวางมาดนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอได้“สวัสดีครับคุณน้า” แทนคุณหันไปกล่าวทักทายนิลเนตรและชินพัฒน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่
ว่าจบเขาก็ลุกขึ้นเต็มความสูง เหยียดแขนขึ้น บิดไหล่เบา ๆ คลายความเมื่อยล้าจากการนั่งรออยู่นาน ก่อนจะหมุนตัวเดินนำไปอย่างรู้ทาง ก่อนหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง“ห้องนี้แหละ” พยักเพยิดหน้าเล็กน้อย พร้อมปรายตามองเพื่อนสาวที่เดินตามมาห่าง ๆ“แกไม่เข้าไปด้วยกันเหรอ?”ยังไม่ทันที่ภาสกรจะเอ่ยตอบ เสียงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เขาหยิบออกพร้อมก้มมองหน้าจอแล้วเห็นว่าชื่อ ตติญาน้องสาวปรากฏเด่นอยู่กลางจอ จึงยกเครื่องขึ้นโชว์ให้เพื่อนดูแทนคำตอบปภาวีเหลือบตามองแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเข้าใจ“เดี๋ยวฉันตามเข้าไปทีหลัง ไปคุยธุระแป๊บนึง” เขาว่าพลางยกมือตบไหล่เพืีอนสาวเบา ๆ อย่างเป็นมิตร ก่อนถอยหลังสองก้าว กดรับสายแล้วหมุนตัวเดินลับไปทางปลายโถงอย่างเร่งรีบโดยที่ปภาวียังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวสิบนาที แล้วจึงหันกลับมาที่ประตูตรงหน้าอีกครั้ง มือเรียวเอื้อมบิดลูกบิดอย่างช้า ๆ แล้วผลักเข้าไปภายในห้องด้วยความระมัดระวังเพียงก้าวแรกที่ก้าวเข้ามา หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างน่าประหลาด มันมีทั้งความตื่นเต้นและความกังวลในเวลาเดียวกัน หรือว่าอาการเกล่านี้จะเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอจะได้เห็นหน้าบ
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา...ปภาวีขับรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานสำหรับลูกค้า VVIP ของ Velluto Club สถานบันเทิงหรูย่านกลางเมืองที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมักใช้เป็นที่พักใจยามมีเรื่องไม่สบายใจเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนัก ๆ ดังทะลุออกมาถึงลานจอดรถ ไฟนีออนสีม่วงเข้มจากป้ายชื่อร้านสะท้อนกับกระโปร
“พรีน หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นลงมาแบบนี้”“ปะ เปล่าค่ะ”“เป็นเด็กริอาจโกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีรู้หรือเปล่า” คุณหญิงรุจิราวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ถามออกไปก็เพียงแค่ต้องการฟังจากปากของเด็กสาวตรงหน้าให้แน่ใจว่าสิ่งท
“ว่าอะไรเหรอคะป้า?”“เปล่าหรอกไม่มีอะไร เอาเป็นว่าพรีนอยู่ห่างจากคุณหนูไว้น่ะดีที่สุด แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้คุณหนูจริง ๆ พรีนก็จะต้องเว้นระยะห่าง อย่าเข้าใกล้จนเกินไป เข้าใจที่ป้าพูดไหม?”“ทำไมละคะ ทำไมพรีนถึงอยู่ใกล้คุณหนูไม่ได้”เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมป้า
“วันนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ ภัคมีนัดอาจจะกลับดึก”“นัดกับใครอีกล่ะคราวนี้”“เพื่อนค่ะ” ตอบเสียงเรียบ“รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้จะสำคัญเป็นพิเศษนะ นัดกันแทบทุกสัปดาห์ แล้วนี่ใจคอไม่คิดจะไม่อยู่บ้านกับแม่บ้างหรือไง” คุณหญิงรุจิราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเชิงประชดประชัด เพราะไม่ว่าจะวันไหน ๆ ลูกคนนี้ก็มักจะมีนั



![ผัวแฝดของผมเป็นมาเฟีย [YAOI] + [BDSM] + [3P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



![แกรนด์ดยุกของข้าคลั่งรักไม่ไหว [YAOI] + [BDSM] + [PWP] + [NC](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)