Share

ตอนที่ 30 อยากกลับบ้าน! 2

last update Last Updated: 2026-01-12 08:32:48

ล้อเคลื่อนจากหน้าตึก มุ่งหน้าไปยังเป้าหมาย คือบ้านของทั้งสองที่อยู่ถัดจากซอยนี้เพียงไม่กี่ซอย เสียงพูดคุยซักถามระหว่างแม่กับลูก ช่างเป็นบทสนทนาที่คนนอกอย่างสาวน้อยยิ้มแป้นไปกับการพูดคุยที่อบอุ่นของแม่ลูกคู่นี้เสียจริง ๆ

“หนูป๊อบแวะกินข้าวเย็นที่บ้านนะ” แม่เอ่ยชวนสาวน้อย

“จะดีเหรอคะแม่” สาวน้อยตอบกลับด้วยเสียงเกรงใจ

“ดีสิ เดี๋ยวแม่โทรบอกแม่ให้” แม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาระหว่างรอรถติดไฟแดงทางเข้าซอยบ้าน

“เอางั้นก็ได้ค่ะแม่” สาวน้อยยิ้มรับด้วยความเต็มใจ

เพียงไม่กี่นาทีก็ถึงบ้านของกานต์ แม่ถอยรถเข้าโรงรถด้วยความละเมียด ทั้งสามคนเดินลงจากรถ เข้าบ้าน พร้อมวางสัมภาระของตัวเอง นั่งลงตรงโต๊ะกินข้าว ที่มีอาหารหลากหลายเตรียมวางไว้หมดแล้ว

ในเย็นวันนั้น วงข้าวที่มีแค่กานต์และแม่ ก็ได้มีป๊อบเข้ามาร่วมด้วย บทสนทนาที่หลากหลาย เรื่องพูดคุยที่ถามตอบ ทำให้อาหารมื้อนั้นอร่อยเป็นพิเศษ เพียงไม่นานความอิ่มท้องพร้อมความอิ่มใจก็เต็มปริ่มแทบจะล้นของเขาทั้งสาม

สาวน้อยขอตัวกลับ แม่ฝากให้กานต์อยู่บ้านล็อกประตู แม่ถอยรถออกอีกครั้ง นำพาสาวน้อยกลับสู่อ้อมกอดของแม่

“แก้ว แกลักพาตัวลูกฉันเหรอ” ทันทีที่รถจอดเทียบรั้วบ้าน แม่ประภาเท้าสะเอวรอ พร้อมพูดจิกกัดขบขำ ตรงกระจกคนขับที่เลื่อนลงพูดคุยทันที สาวน้อยขอตัวลงจากรถ และเดินเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว คล้ายกับว่าเธอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจจากนี้

“ลูกแกก็เหมือนลูกชั้นนั่นแหละ อย่าขี้หวงเหมือนตอนสมัยก่อนเลยภา” แม่แก้วจิกกลับด้วยน้ำเสียงเชิงเสียดสี พร้อมหัวเราะเบา

“แกลงมานี่เลย มากินข้าวกับฉันเลย” แม่ประภาเงื้อมแขนปลดล็อกประตูจากข้างใน คว้าแขนแม่แก้วลงมา

“แล้วนี่ หนูกานต์ไม่มาด้วยเหรอ”

“นี่ไง ฉันถึงอยู่กินข้าวกับแกไม่ได้ เพราะทิ้งกานต์ไว้บ้านคนเดียวน่ะ”

“เหลี่ยมจัดไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ”

“ก็แหงอยู่แล้ว ไม่มีใครทันเล่ห์แกเท่าฉันแล้วจ้า ยัยภาหมาตื่น” คำพูดของแม่แก้วทำทั้งสองหัวเราะชอบใจไปพักใหญ่ ก่อนจะทักถามชีวิตกันอยู่ครู่ เล่าเรื่องราวชีวิต แลกเปลี่ยน ปลอบใจ รวมไปถึงสมน้ำหน้า

“ฉันต้องกลับแล้ว เดี๋ยวเจอกันใหม่นะ” แม่แก้วเอ่ยกล่าว พร้อมก้าวตัวเข้าไปในรถ

“อือ ทั้งที่บ้านใกล้กันขนาดนี้ แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเลยเนอะ” แม่ประภาช่วยปิดประตูรถให้

“เจอกันแก ...”

ทั้งสองมองหน้า พร้อมพูดประโยคที่พูดกันทุกครั้งที่เจอหน้า “เราจะเลี้ยงลูกไม่เปรต / เราจะเลี้ยงลูกไม่เปรต” แล้วจากลากันด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า

ทุกครั้งที่กานต์และป๊อบได้มาเล่นด้วยกันในตอนเด็ก ๆ ช่วงขวบสองขวบ เขาทั้งสองมักจะจำได้ลาง ๆ ถึงความสนิทชิดเชื้อของแม่ทั้งสอง จึงค่อย ๆ ซึมซับและรับรู้ว่า แม่แก้วและแม่ประภาเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่อนุบาล เป็นศิษย์เก่าวาสวิทฯมาด้วยกัน จึงไม่แปลกใจเลยที่เพื่อนคนเดียวของป๊อบจึงเป็นกานต์ และเพื่อนสนิทของกานต์จึงเป็นป๊อบ เพราะเพื่อนสนิทของแม่ ๆ ของพวกเขา ก็น่าจะมีแค่แม่ ๆ ของอีกฝ่ายมาโดยตลอดเหมือนกัน

ค่ำคืนที่แสนว้าวุ่นของสาวน้อยกับที่เรียนพิเศษ รวมไปถึงการลักพาตัวลูกสาวเพื่อนไปร่วมโต๊ะอาหาร ก็ค่อย ๆ เคลื่อนย้ายราตรี เป็นอีกค่ำคืนที่ส่งสาวน้อยหลับใหลได้อย่างง่าย หัวถึงหมอนก็เข้าเฝ้าพระอินทร์ในทันใด

แต่ ... ค่ำคืนที่แสนธรรมดาของหนุ่มน้อย กลับกลายเป็นค่ำคืนที่หม่นหมองท่ามกลางแสงจันทร์ที่สว่างจ้าส่องผ่านม่านห้อยระย้ากระทบซีกหน้า ราวกับมีอะไรให้คิดในหัวอยู่ร้อยพันเรื่อง ท่อนแขนวางพาดหน้าผาก มองฝ้าเพดานอย่างปล่อยใจ ความคิด จินตนาการหลุดล่อง วนเวียน ตีกันอยู่ในหัว ค่ำคืนที่เงียบสงัดนี้ ช่างเป็นคืนที่นำพาห้วงนิทรามาไม่ถึงเขาเลยสักนิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 52 ภารกิจ ... 2

    1 เดือนผ่านไป ถึงช่วงเวลาที่เหล่านักเรียนรอคอยที่สุดของปี การฝึกซ้อมที่แสนหนักเพื่อให้เป็นหนึ่ง การต่อสู้ฟาดฟันด้วยศักดิ์ศรีจากรุ่นสู่รุ่น การปะทะคารมของคนที่เคยรักกันกลมเกลียวในห้องเดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณที่แย่งกันปานจะตัดขาดเผาผี รวมไปถึง การเก็บความลับต่าง ๆ ให้มิดชิดที่สุด และป้องกันการสืบข่าวจากคู่แข่ง แม้ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม ความลับนั้นจะถูกปิดผนึกไว้อย่างดี นั่นคือกลิ่นอายของมหกรรมกีฬาภายในโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กีฬาสี” “พร้อมกันยัง ต่อไปคู่เราแล้วนะ” เสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้นพร้อมกางระเบียบโปรแกรมขึ้นดู กลางวงล้อมของนักกีฬาที่กำลังนั่งยืดวอร์มร่างกาย “พร้อมครับพี่ฟ้า” “ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ พี่ต้องดูแลนักกีฬาเต็มที่อยู่แล้ว” ร่างสูงบางยิ้มส่งกำลังใจ ก่อนจะหันมาถามหนุ่มน้อยที่ตั้งใจยืดอยู่ด้านข้าง “ไงน้องกานต์ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” “ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ให้ผมลงชื่อในวันนั้น” “ฮ่า ๆ พี่ขอ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 51 ภารกิจ ...

    “ไม่ใช่ใช่ไหม”เธอทำหน้าเหยเก แล้วจู่ ๆ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด คือการที่สมองบ้า ๆ ของเธออยากจะรู้อยากเห็นขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่อยากจะทำแบบนั้นเลยสักนิด เธอค่อย ๆ หันกลับหลังตามที่สมองของเธอสั่ง เธอมองแผงหน้าท้องตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมองหน้า สิ่งที่เธอเห็นทำเธอพูดไม่ออก ใบหน้าขาวโพลน ที่มีไฟส่องเสยคาง เห็นเงาตกกระทบใบหน้า ภาพที่เธอเห็นทำเธอนิ่งช็อกอีกครั้ง ก่อนจะกรีดร้องดังลั่นตึก“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ~”ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง ทรุดตัวนั่งยองก้มหัวกอดเข่า มือเล็กยกพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นไปทั้งตัวพร้อมเสียงสวดมนต์ที่ไม่เป็นคำมือใหญ่เย็นยะเยือก วางทาบหัวไหล่สั่นเทาของเธอ “นักเรียน ๆ นี่ครูเอง” เสียงทุ้มหนาที่เธอเอะ เหมือนจะคุ้นเคย เรียกสติของเธอกลับมาได้นิดหนึ่ง เธอหยุดสวดมนต์ภาษาต่างดาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองไฟที่ส่องมาที่เธอ “ครูเอง” “ครูวิท” สาวน้อยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจ “ลุกขึ้นก่อน ๆ” ครูหนุ่มค่อย ๆ ประคองร่างสั่นเบาของเธอ พาเธอเดินลงมาหน้าตึกที่มีไฟส่องสว่าง “ไปอยู่อะไรตรงนั้นดึก ๆ ดื่น ๆ” ทันทีท

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 50 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ 2

    หนุ่มน้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนที่กำลังหลับใหลท่องนิทราอย่างไม่รู้ตัวอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิด และเงียบสงัด จนเวลาล่วงมาถึงสองทุ่ม แม่ที่นั่งรอสาวน้อยกลับบ้าน หยิบโทรศัพท์โทรหา แต่ก็ไม่ติด นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอที่มักจะปล่อยให้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อย ๆ กระนั้นแม่ก็ไม่เคยจะคุ้นชินได้เลย ใจแม่เริ่มหวิวกังวลนิด ๆ ด้วยที่สาวน้อยเริ่มที่จะเป็นสาว อะไรที่ไม่เคยได้ห่วง ก็พลันห่วงขึ้นมาอย่างผลักออกไปไม่ได้ แม่นั่งครุ่นคิดตัดสินใจอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ มุ่งไปยังบ้านของหนุ่มน้อย ที่เธอบอกว่าเธอจะรอกลับพร้อมเขา “หนูกานต์ ๆ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน พลางเสียงกริ่งแทรกซ้อนไม่หยุด จนเจ้าของบ้านต้องรีบเดินออกมาดู“ว่าไงยัยแก้ว แกมีอะไร … ทำไมทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”“หนูกานต์อยู่ในบ้านไหม ?”“อยู่ --- กำลังอาบน้ำน่ะ แกมีไร”“แล้วหนูป๊อบล่ะ” แม่ของสาวน้อยพยายามชะโงกหน้า มองหาลูกสาวในบ้านผ่านกระจกใสบ้านใหญ่“ไม่เห็นหนูป๊อบนะ” แม่หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“ก็ยัยป

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 49 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ

    “กูไปรอซ้อมก่อนนะมึง” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง ที่มีเพื่อนสาวยืนรออยู่ข้างหน้า มากับชุดที่พร้อมจะลงสนาม กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬาผ้ามันรัดรูป เผยร่างเล็กที่เห็นกล้ามเนื้อแน่น ๆ “เออ ๆ ตั้งใจซ้อมล่ะ” “มึงไม่ไปนั่งรอข้างสนามกับกูเหรอ” “ไม่อะ กูจะไปแอบดูบนตึก 3 ไปข้างขนามไก่ก็ตื่นดิ”“มึงหลบดี ๆ นะ อย่าให้พี่สแตนด์ตามหามึงเจอล่ะ” เพื่อนสาวเดินแยก โบกมือไปมาสองสาวเดินแยกออกจากกัน เธอแยกเดินอ้อมไปหลังตึก 3 ส่วนเพื่อนสาวของเธอแยกไปยังสนาม เธอนั่งรอเฝ้ามองดูผู้คนที่ค่อย ๆ มายังสนามทีละคน ๆ รวมไปถึงพี่กล้าที่ก็มาซ้อมเหมือนกัน เธอได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ความในใจที่เคยหนักอึ้ง มันได้สะสาง จากแต่ก่อนที่ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายนั่งมองอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด “มันก็ไม่แย่นะ” เธอเอ่ยเบากับตัวเอง จนหนุ่มน้อยย่างเข้าสนามพร้อมกระเป๋าประจำตัว วางบนไม้หินอ่อนข้าง ๆ สายตาของเธอจ้องมองเขม็ง ราวกับเสือโหยที่จ้องจะเข้าขย้ำเหยื่อพร้อมกัดกินเหยื่อนั้นในคำเดียว “ใครที่มันบังอาจมายุ่งกั

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 48 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ 2

    เธอครุ่นคิดอยู่นาน จนเสียงเดินรอบข้างเงียบสงบลงเพราะเริ่มเรียนในคาบสุดท้ายแล้ว เธอได้แต่คิดอยู่คนเดียวอย่างลำพัง โดยไม่สนใจที่จะเข้าเรียนคาบสุดท้าย สาวน้อยตัดสินใจลุกพรวดขึ้น ในหัวของเธอตอนนี้คือต้องการพูดคุยกับพี่เขา ถึงจะยังไง ก็ต้องได้อธิบาย ก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอไม่รู้ว่าชั่วโมงนี้เขาเรียนวิชาอะไร แต่สิ่งที่นึกขึ้นได้คือห้องชมรม ด้วยสิ่งที่เธอรู้คือ พวกพี่ ๆ กลุ่มพี่กล้ารวมถึงพี่กล้า มักจะเอากระเป๋าเรียน หรือของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ในห้องชมรม เธอคิดได้แค่ว่า เขียนข้อความขอโทษและอธิบายหยอดเข้าไว้ในล็อกเกอร์ก็ดี เพราะตั้งแต่วันนั้นช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ที่เคยคุยกัน พี่เขาลบออกจนหมดเกลี้ยง รวมถึงถ้าจะให้พูดต่อหน้ามันก็คงพูดอะไรได้ไม่ดีเท่ากับการที่เธอจะเขียนเธอค่อย ๆ เดินหลบตามกำแพงตึกต่าง ๆ จากตึกสังคม ลอดมุดหลบมุมตึกอังกฤษ จนมาโผล่ตึกวิทย์ฯ แต่การที่จะเดินเข้าไปโต้ง ๆ ก็คงจะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป เธอนึกขึ้นได้ว่า หน้าต่างบานในสุดของห้องมักจะไม่ได้ล็อกกลอนไว้ เนื่องจากกลุ่มพี่ ๆ มักจะแอบเข้าไปเล่นไพ่กันในคาบว่าง เธอค่อย ๆ ย่องก้มตัวต่ำเ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 47 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ

    สิ้นเสียงบรรเลงเพลงจบ นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการเข้าแถวในช่วงเช้าที่แสนจะวุ่นวายในวันธรรมดา สาวน้อยเดินยิ้มร่าด้วยท่าทางกระโดดโลดเต้นดั่งกวางน้อยที่เห็นหญ้าเขียวหวาน วิ่งเข้ามาแทรกกลางแถวที่มีเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ข้างหน้า ด้วยนาน ๆ ทีมาเข้าแถวได้ทันเวลา หนำซ้ำวันนี้การบ้านทุกวิชาก็เสร็จพร้อมที่จะส่งเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “มาแล้วจ้าเจสซี่เพื่อนรัก” มือเล็กวางทาบแผ่นหลังเพื่อนสาวที่ยืนตบแป้งอยู่ข้างหน้า“หล่อนดูอารมณ์ดีนะคะ” หน้าสีสองโทนหันกลับมาทักทาย จนเธอแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่“ไม่ต้องมองด้วยสีหน้าแบบนั้นค่ะ วันนี้งานเร่ง”“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่า สวยออก เทรนด์ใหม่มาแรง เดี๋ยวคนอื่น ๆ เห็นก็จะแต่งตาม เชื่อสิ”“ตอแหล ดูออก”เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุย หยอกล้อกันระหว่างจัดแถว“เออเดี๋ยวมึงได้ฟังในสิ่งที่กูจะบอก มึงจะเลิกอารมณ์ดี”“ให้กูอารมณ์ดีจนเข้าแถวเสร็จเถอะนะ”“โอเค เลิกแถวแล้วกูจะบอก”สองร่างเล็กเดินเคียงกัน ยื่นสมุดการบ้านให้หัวหน้าห้องที่ยืนรอรวบรวมพร้อมจะส่ง เสร็จสรรพก็รุดนั่งลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ“ว่ามาค่ะ เรื่องที่จะทำให้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status