INICIAR SESIÓN“เค งั้นไปต่อนะ”
“อืม” เธอพยักหน้ารับอีกครั้ง เราเลยติวกันต่อ จนในที่สุดก็ติวจนจบครบทุกเรื่อง(สักที) “ยังมีติดตรงไหนอีกมั้ย” “ไม่มีแล้ว ขอบคุ..” ขวับ! ฮึก! กึก! สงสัยเธอตั้งใจจะขอบคุณผมจนเผลอลืมตัว ตอนพูดเธอถึงได้พูดพร้อมกับหันมาหาผม แล้วบังเอิญหน้าผมมันยังอยู่ใกล้เธอพอดี จากการที่เมื่อกี้ผมเลื่อนหน้าลงไปติวใกล้ๆ พอเธอหันมา จมูกเธอมันเลยโดนแก้มผมเต็มๆ ปากนุ่มๆของเธอก็ด้วย มันโดนริมฝีปากด้านขวาของผมเข้าเต็มๆ เล่นเอาผมเองก็ชะงักไปเหมือนกัน ไม่รู้ทำไมมันถึงเกิดอาการแบบนี้ขึ้น ทั้งๆที่ผมก็ไม่ใช่ไม่เคยโดนผู้หญิงจูบหรือว่าโดนหอมแก้ม แต่ทำไมผมถึงตื่นเต้นก็ไม่รู้ หัวใจมันเต้นแรงไปหมด ผมสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ผมเป็นอะไร แล้วความรู้สึกลึกๆของผมตอนนี้มันคืออะไรกันแน่ ผมไม่รู้เลยผมรู้แต่ว่าพอผมหายชะงัก ผมก็ค่อยๆหันไปสบตากับโมนาโดยอัตโนมัติอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ มือผมที่กำลังเลื่อนขึ้นไปจับหน้าเธออยู่ตอนนี้ก็เหมือนกัน ผมควบคุมมันไม่ได้ มันเป็นไปตามความรู้สึก มันสั่งว่าอยากทำแบบนี้ อยากโอบประคองสองแก้มของเธอ อยากสบตากับเธอ ดวงตาเธอที่มันเหมือนมีความรู้สึกบางอย่างอยู่ภายในไม่ต่างจากผม
และมันไม่ใช่แค่นั้น เพราะยิ่งเห็นสายตาลึกซึ้งนั้นของเธอ ยิ่งผมได้สบกับมัน ยิ่งได้จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ผมก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ มือผมมันถึงยิ่งกระชับใบหน้าเธอ แล้วค่อยๆเลื่อนริมฝีปากเข้าหาเธอจนกระทั่งริมฝีปากของผมกับริมฝีปากนุ่มนิ่มของเธอมันสัมผัสกัน
วินาทีนั้นผมยิ่งรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบอยู่ภายในตัวผม และผมหยุดการกระทำนี้ไม่ได้ ยิ่งจินตนาการไปว่าแค่ได้สัมผัสเบาๆมันก็นุ่มนิ่มและให้ความรู้สึกดีขนาดนี้ แล้วถ้าได้เชยชิมและดื่มด่ำกับมันมากกว่านี้ รสชาติของมันจะหวานและให้ความรู้สึกดีขนาดไหนกัน คิดได้อย่างนั้น ผมก็ไม่รอช้า ผมเริ่มบดคลึงริมฝีปากอวบอิ่มของโมนาเบาๆ ก่อนจะเริ่มบดคลึงและดูดดึงแรงขึ้น แรงขึ้น ตามความต้องการที่มันเพิ่มขึ้น เลือดในกายมันสูบฉีดเร็วแรงขึ้นเรื่อยๆ จนผมร้อนระอุไปทั้งตัว ร้อนไปทั้งตัวลามไปถึงลมหายใจ จุ๊บ จ๊วบ.. เพราะความร้อนและความต้องการที่มากมายเกินต้านทาน ทำให้ผมยิ่งดูดดึงกลีบปากของเธอรุนแรงจนมันคงเริ่มบวมเจ่อ ก่อนผมจะสอดลิ้นเข้าไปภายในโพรงปากแล้วกวาดชิมความหวาน จากนั้นถึงดูดดึงเรียวลิ้นของเธออย่างหิวกระหายรุนแรง ผมยั้งตัวเองเอาไว้ไม่ไหวจริงๆ ยิ่งเธอยอมให้ผมจูบแต่โดยดี ผมก็ยิ่งยั้งอารมณ์ที่มันกำลังพวยพุ่งของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ ถึงเธอจะไม่ประสีประสา ถึงเธอจะไม่จูบตอบผมและยอมให้ผมดูดดึงกลีบปากและเรียวลิ้นของเธออยู่ฝ่ายเดียวก็ตาม แต่ผมก็ไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันเหมือนยิ่งกระตุ้นอารมณ์ผมให้ยิ่งร้อนระอุและยิ่งกระเจิดกระเจิงจนมันอัดอั้นเอาไว้ไม่ไหวอีกแล้ว ยิ่งจูบก็ยิ่งถลำลึก มันทั้งหอมทั้งหวาน ทั้งกลมกล่อมถูกใจอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ผมคลั่งจนแข็งเร็วขนาดนี้ได้เท่าเธอ แข็งจนโคตรอึดอัด หายใจไม่ออกแล้วแม่ง ผมต้องระบายเดี๋ยวนี้ และต้องได้ระบายกับเธอ เธอเท่านั้น! คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าผู้หญิงที่ผมคิดว่าจืดชืด ไม่อร่อย ไม่เร้าอารมณ์แบบเธอ จริงๆแล้วเด็ดจนทำผมแทบคลั่งตั้งแต่ยังไม่ได้แทง แค่ได้จูบ(ดูดดื่ม)สติสตังค์ก็เตลิดไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้ แถมร้อนชิบหาย ร้อนจนอกจะแตกตายอยู่แล้ว และผมคงตายแน่ๆ ถ้ายังไม่ได้แทง จุ๊บ! ผมถอนจูบออกจากเธออย่างอ้อยอิ่งแล้วมองเธอด้วยสายตาร้อนผ่าวและเว้าวอนปนอึดอัดทรมาน “ฉันไม่อยากทำแค่จูบแล้ว เธอทำให้ฉันทนไม่ไหวแล้วโมนา ฉันขอได้มั้ย เป็นของฉันได้มั้ย” ผมร้องขอเธอด้วยน้ำเสียงกระเส่า แถมความอึดอัดทรมานและความต้องการ(แทง)มันมีมากมายเท่าไหร่ มันก็คงไปกับน้ำเสียงและสีหน้าแววตาของผมหมดแล้ว ในขณะที่เธอมองผมเหมือนคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ และภวังค์นั้น ถ้าผมเดาไม่ผิด มันคงเป็นภวังค์ของความปรารถนา พูดง่ายๆคือจูบเมื่อกี้มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนผม เธอต้องการผม เหมือนที่ผมต้องการเธอต้องการมากจนลูกชายแม่งแข็งจะตายห่าอยู่แล้ว แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมแน่ใจว่ายังไงเธอก็ต้องพยักหน้าตอบรับคำขอของผม “อือ อืม” หึ เห็นมั้ยว่าเซ้นส์ผมแม่งแรง โมนาพยักหน้า และคำตอบรับของเธอแม่งโคตรถูกใจผม งั้นผมไปต่อไม่รอแล้วนะ จะรอได้ไงล่ะ รอก็กระอักตายดิ ก็บอกแล้วไงว่าลูกชายผมแข็งจะตายห่าอยู่แล้ว “น่ารักจัง เพราะเธอน่ารักแบบนี้ ฉันถึงห้ามใจไม่ไหว” ผมบอกเธออีกประโยค ก่อนพุ่งเข้าไปประกบจูบเธออีกครั้งพร้อมกับยกเธอขึ้นมาอุ้มท่าลิงอุ้มแตง แล้วพาเธอเดินไปวางลงบนเตียงพร้อมกับผมที่ลงไปคร่อม โดยที่เรายังจูบกันอยู่ตลอดเวลา จูบที่มีเธอเริ่มจูบตอบผมกลับ และเธอน่ารักตรงที่พยายามเรียนรู้และจูบตอบผมอย่างดูดดื่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนที่ผมจูบเธอ คล้ายกับว่าเธอทั้งต้องการตอบสนองความต้องการของตัวเอง ทั้งพยายามจะทำให้ถูกใจผม ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งน่ารักเลย สงสัยผมคงต้องจัดหนักให้เธอเป็นรางวัลซะแล้ว แต่ก่อนจะได้จัดหนัก ผมขอจัดการเสื้อผ้าเธอก่อน จุ๊บ! ผมถอนจูบอีกครั้งอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความหื่นกระหายรุนแรง “ถอดเสื้อผ้าออกนะ ฉันอยากเห็นแล้ว ว่าเธอสวยขนาดไหน” ผมบอกแล้วละห่างจากเธอเล็กน้อย ก่อนจะจัดการเสื้อผ้าเธอโดยไม่รอคำอนุญาต เพราะตกอยู่ในอารมณ์สวาทแบบนี้ เธอไม่มีทางปฏิเสธหรอกครับ “สวยจัง” พอถอดทุกชิ้นของเธอออกหมด ผมก็อดอุทานบอกเธอไม่ได้ เพราะทั้งตัวของเธอมันสวยเหลือเกิน สวยมากจริงๆ สวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่ผมเคยเจอมา และเธอก็เขินนะ หน้าแดงไปหมด แถมเม้มปากเบี่ยงหน้าหลบสายตาผมเล็กน้อยด้วย แต่มือเธออยู่ข้างตัวนะครับ ไม่ได้ยกขึ้นมาปิดบังความสวยงามของตัวเอง อายนั่นแหละ แต่เหมือนไม่อยากจะทำอะไรให้ผมรู้สึกขัดใจ หรือไม่พอใจ เธอเหมือนอยากจะเอาใจผม เธอแม่งน่ารักว่ะ แถมสวยจนน่าขย้ำทีเดียวให้หมดทั้งตัว เพิ่งรู้ว่าเธอแม่งซ่อนรูป นึกว่าจะเล็กๆ แต่ความจริงไอ้ดอกบัวตูมคู่งามของเธอมันเหมือนจะล้นไม้ล้นมือผมไปซะอีก ทนไม่ไหวแล้วแม่ง เลือดลมผมสูบฉีดแรงไปหมด หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุอยู่แล้ว มันอยากจะกินเธอทั้งตัว อยากจะแทงเธอให้ร้องครางใต้ร่างผมให้ทั้งวันทั้งคืน ว่าแล้วก็จัดเลยแล้วกัน เริ่มด้วยการถอดเสื้อผ้าผมก่อน“เกี่ยวดิ แบบว่าผัวรู้ใจเมียไง พอลูกออกมา ลูกเลยรู้ใจแม่ เห็นมั้ย ลูกได้เชื้อรู้ใจจากพ่อมาเต็มๆ” ไง ทีนี้ชัดมั้ยล่ะครับ เมียเองก็คงได้ยินชัดแล้วล่ะ เธอถึงเปลี่ยนจากยิ้มแปลกเป็นยิ้มพร้อมมองผมอย่างหมั่นไส้แทน“หืออ หลงตัวเอง” หลงตัวเองเหรอ? เอ.. หรือจะจริง เค งั้นเลิกก็ได้“โอเค งั้นไม่หลงตัวเองแล้วก็ได้ แต่ให้เมียหลงได้ป้ะ” ผมหยอดไปเต็มๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่พูดนะ แต่ผมเลื่อนหน้าไปหาเมียสุดที่รักพร้อมกับส่งสายตาปิ๊งๆ ให้เธอด้วย ทำเอาเธอยิ้มกว้าง หน้าแดงทันควันด้วยความเขิน“บ้า พอเลย อย่ามาอ่อยแถวนี้นะ อายเขา..อุ๊ย! ไอศกรีมนี่ ไปกินกันมั้ย รำลึกความหลังตอนเราไปฮันนีมูนกันไง จำได้มั้ย ว่าตอนนั้นเราไปนั่งกินไอศกรีมที่ม้านั่งแล้วรับลมตอนเย็นๆ กัน จะว่าไป ตอนนี้มันก็ใกล้เย็นแล้วเหมือนกับวันนั้นเลย”โมนายิ้มเขินแล้วจู่ๆ สายตาก็คงบังเอิญเหลือบไปเห็นร้านไอศกรีมที่เปิดขายอยู่ในสวน ผมเลยหันมองตาม ถึงได้เห็นว่ามันเป็นร้านไอศกรีมเล็กๆ ดูน่ารักอยู่เหมือนกัน และโมนาคงชอบ ผมเลยละจากร้านไอศกรีมแล้วหันกลับไปยิ้มให้เธอ“จำได้ดิ งั้นไปซื้อกันเลยมั้ย เสร็จแล้วค่อยไปนั่งกินตรงนั้นกัน ตรงนั้นมีที่นั่งพอดี”ผมหมาย
“นี่ค่ะ ถึงจะเป็นของธรรมดา แต่พวกเราก็ตั้งใจให้แม่กับป๊านะคะ” มีอาตอบรับ ก่อนก้มหยิบซองอะไรสักอย่างจากกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองขึ้นมาแล้วส่งให้ผมกับโมนา “อะไรเหรอลูก” โมนาถามเสียงเรียบ แต่ผมก็พอดูออก ว่าเธอกำลังตื่นเต้นไม่น้อย ไม่ต่างจากผม เพราะผมก็กำลังตื่นเต้น ไม่รู้ว่าในซองสีชมพูอ่อนนั่นมีอะไร “ลองเปิดดูสิคะ เป็นของขวัญจากเราสี่คนค่ะ” ยังคงเป็นมีอาที่ตอบคำถาม ส่วนหนุ่มๆอีกสามคนกำลังยิ้มมองแบบลุ้นๆ “โอเค งั้นแม่เปิดละนะ โมเปิดละนะ” โมนายิ้มบอกลูกๆ ก่อนหันมายิ้มกับผม “อือฮึ อยากรู้แล้วเหมือนกัน ว่าลูกให้อะไรเรา” “โอเค ฮืออ ตื่นเต้น” ครั้งนี้โมนายอมพูดและแสดงอาการออกมาพร้อมรอยยิ้มมีความสุข ก่อนจะรับซองสีชมพูนั่นมาจากมือของมีอาแล้วจัดการเปิดมันออกท่ามกลางความตื่นเต้นและโคตรลุ้นระทึกของผม ลูกๆเองก็เหมือนจะกำลังลุ้นอยู่ไม่น้อย ว่าพอผมกับโมนาเห็นของในซองแล้วจะเป็นยังไง กึก! แล้วก็เป็นแบบนี้ไง คือผมกับโมนาชะงักด้วยความคาดไม่ถึง “นะ..นี่มัน..” “ตั๋วออกเดทค่ะ” มีอาแทรกโมนาขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและหวังดี ไม่ต่างกับสามหนุ่มที่ก็กำลังมองเราสองคนด้วยสายตาแบบนั้นเช่นกั
“อะ..อ๊าา~” ทุกจังหวะที่ผมกำลังกระหน่ำปรนเปรอให้เธอมันคงถึงใจเธอโคตรๆ เธอถึงยังครางสะท้านจนแทบลืมหายใจไม่หยุดหย่อน มือบางขยุ้มผมของผมแรงขึ้น ส่วนมืออีกข้าง เธอเอาไปจับมือผมข้างที่กำลังแหวกกลีบดอกไม้สีสวยของเธอเอาไว้อีกทีแบบค่อนข้างแรง ราวกับว่าจะให้มันช่วยระบายความเสียว ความร้อน และความอึดอัด ทั้งๆที่เธอก็คงจะรู้ดีนั่นแหละครับ ว่าทำยังไงก็ไม่ช่วยหรอก อะไรๆก็ช่วยเธอไม่ได้มากเท่ากับผม ผมเท่านั้นที่ช่วยเธอได้ดีที่สุด และผมยินดีช่วย โคตรยินดีแล้วก็โคตรเต็มใจ แถมเต็มใจช่วยทั้งคืนเลย ไม่เสร็จไม่หยุด ไม่อิ่มไม่เลิก เอาให้สำลักความสุขกันไปข้าง ก็ต่างคนต่างโคตรหื่นนี่ครับ แล้วมันจะไปจบที่ไหนได้ ถ้าไม่ใช่เอากันจนอิ่ม เอากันจนหมดแรง เอากันจนสำลักน้ำ เอ้ย! เอากันจนสำลักความสุขให้ยันเช้าไปเลย แล้วถ้าพรุ่งนี้เมียตื่นมาเลี้ยงเจ้าตัวแสบไม่ไหวก็ไม่เป็นไร ผมจะดูแลให้เอง ผมก็เคยช่วยเธอเลี้ยงนี่ครับ ผมจัดการได้อยู่แล้ว มั้งนะ ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าผมทำแล้วก็ต้องรับผิดชอบ อีกอย่าง ผมอยากให้โมนาพักบ้าง ชวนเธอทำ(ลูก) แล้วจะไม่ให้เธอพักได้ไง แถมไม่ใช่ชวนทำแป๊บๆ แต่ก็อย่างที่บอก ว่าคงชวนทำทั้งคืน ไม่อิ่มไม่เ
“ได้สิครับ” ผมตอบรับทันทีอย่างไม่ต้องคิด ก่อนยกเธอขึ้นมานั่งคร่อมขาผม โดยที่ผมเหยียดขายาวออกไป สองมือกอดแผ่นหลังและลำตัวที่เริ่มชื้นเหงื่อไม่ต่างจากผมของเธอ ในขณะที่เธอกอดคอผมไว้แล้วขย่มผมแรงๆทันทีอย่างรู้งาน คราวนี้เสียงสั่นของเตียงยิ่งชัดเจนเข้าไปอีก ก่อนแสงสวรรค์จะมาเยือนเราสองคนพร้อมกัน ทีนี้ก็ถึงเวลายิงกระสุนแล้วล่ะครับ รับรองว่าไม้ได้น้องแน่นอน ฟุ่บ! “อืมม” โมนาฟุบหน้าลงกับบ่าผมพร้อมกับกอดคอผมแน่นขึ้นทันทีด้วยลมหายใจเหนื่อยหอบ หลังจากกรำศึกที่ร้อนระอุมาพักหนึ่ง ตอนนี้เธอกระตุกเกร็งถี่ๆ ในขณะที่ผมเพิ่งจะยิงกระสุนผลิตลูกอุณหภูมิอุ่นๆใส่ช่องรองรับในตัวเธอจนหมดทุกหยด สองมือโอบกอดเธอแน่นพร้อมกับหายใจหอบเหนื่อยพอๆกับเธอ ไม่สิ น่าจะน้อยกว่าเธอ เพราะพอผ่านไปไม่นาน ลมหายใจร้อนผ่าวของผมก็ไม่ได้อยู่ในจังหวะหอบเหนื่อยแล้ว หมายถึงตอนนี้ผมเริ่มหายเหนื่อยแล้ว แม้บนตัวจะยังมีเม็ดเหงื่อผุดพรายก็ตาม แต่ผมก็เริ่มหายเหนื่อยแล้ว ในขณะที่เธอยังคงหายใจเหนื่อยๆอยู่ แม้จะไม่มากเท่าตอนเพิ่งเสร็จ(กิจ)ใหม่ๆก็ตาม “เมียจ๋า” ผมเรียกเธอเบาๆ เธอที่ยังคงสวมกอดผมพร้อมกับซุกใบหน้าไปกับบ่าแกร่งชื้นเหงื่อ
“หืม? อะไรกัน อิจฉา อื้อ อิจฉาแม้กระทั่งลูกอ่ะเหรอ” เธอถามยิ้มๆปนเสียงคราง แววตาที่เงยมองผมยังคงร้อนผ่าวและสอดแทรกด้วยความต้องการ “อิจฉาสิ เพราะงั้นคืนนี้ผัวขอกินบ้างนะ ได้มั้ย” “ได้มั้ยเหรอ มาทำคนอื่นเขาหื่นขนาดนี้ ยังจะมีหน้ามาถามอีกนะ” เธอพูดมาแบบนี้ ผมก็มั่นใจในคำตอบแล้วล่ะ “ก็ถามเพื่อความแน่ใจไง” ฟึ่บ! “อุ๊ย!” จู่ๆผมก็อุ้มเธอขึ้นมาอย่างไม่บอกไม่กล่าว เธอก็เลยตกใจมั้งครับ “จะอุ้มทำไมไม่บอก” “อยากให้ตื่นเต้น ไม่ตื่นเต้นมาพักใหญ่แล้ว” ผมยิ้มบอกเสียงพร่า นัยน์ตามีเพียงไฟร้อนจากความต้องการ ก่อนผมจะพาเธอตรงไปที่เตียง ปึก! ผมวางเธอลงเบาๆ ก่อนจะขึ้นไปคร่อมแล้วก้มลงไปจูบแลกลิ้นอย่างดูดดื่มกับเธอทันที แต่เป้าหมายหลักของผมมันไม่ได้มีแค่นี้ ก็บอกไปแล้ว มือผมมันถึงลูบไล้เรือนร่างบอบบางของเธอแค่พอหอมปากหอมคอ ก่อนจัดการปลดกระดุมเสื้อเธอแล้วบีบคลึงอกอวบเบาๆ ในขณะที่ปากเรามันจูบกันจนพอใจ ถึงได้ถอนจูบออกเพื่อพักหายใจบ้าง แต่ผมพักเดี๋ยวเดียวพอ เพราะความหื่นกระหายและความร้อนรุ่มจนแทบขาดใจมันสั่งให้ไม่จำเป็นต้องพัก ผมถึงก้มลงไปจูบดูดดึงเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นซอกคอและใบหูของเธอ ผมจูบ
ส่วนโมนา ตั้งแต่เราแต่งงานกันและรู้ว่าเธอท้องเจ้าตัวแสบ ผมก็ไม่ให้เธอทำงานอีกเลย คนท้องคนไส้ จะให้ทำงานได้ไงกัน แต่ความจริงผมก็กะจะไม่ให้เธอทำงานตั้งแต่เราแต่งงานกันใหม่ๆแล้วล่ะครับ เพราะผมไม่อยากให้เธอเหนื่อย ผมอยากทำงานหาเลี้ยงเธอเอง แต่เธอไม่ยอม บอกว่าอยากทำงานน่ะครับ อยากช่วยกันสร้างครอบครัว ผมออดอ้อน(ออเซาะ)เธอแค่ไหน เธอก็ไม่ยอม จนสุดท้ายผมก็จนปัญญา ต้องยอมให้เธอทำงาน แต่พอรู้ว่าเธอท้อง ผมก็รีบอ้างเรื่องลูกทันที อ้างโน้นอ้างนี่ว่าคนท้องไม่ควรทำงานอะไรที่มันเหนื่อย เดี๋ยวมันจะไอ้นั่น เดี๋ยวมันจะไอ้นี่ เดี๋ยวแม่จะไม่แข็งแรง เดี๋ยวลูกของเราก็จะไม่แข็งแรงตามไปด้วย ผมเป็นห่วงทั้งแม่ทั้งลูก ผมโน่นผมนี่ บลาๆๆ สารพัดเหตุผลที่ผมใช้เอาไปอ้าง และสารพัดเหตุผลที่ผมร่ายไป สรุปว่ามันใช้ได้ผลเว้ย เพราะโมนายอมลาออกจากงานแล้วมาอยู่บ้าน จริงสิครับ ลืมบอก คือพอเราแต่งงาน ผมก็ใช้เงินเก็บของผมซื้อบ้าน เพราะคิดว่าเวลาเรามีลูกกันสักครึ่งทีมฟุตบอล ลูกๆจะได้มีสนามหญ้ากว้างๆเอาไว้วิ่งเล่น และนอกจากซื้อบ้าน ผมก็ออกมาเปิดธุรกิจของตัวเอง จะได้สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว ได้สร้างอะไรเอาไว้ให้ลูกๆแบบเป็นช







