เข้าสู่ระบบซัน : สองต่อสองคืออะไรผมไม่รู้จัก? กิจกรรมสนุก ๆ มันต้องอยู่กันหลาย ๆ คนสิวะ ยัยหุ่นบึ๊มก็เหมือนกัน สักวันผมจะลากมาร่วมวง! จูน : คนอย่างไอ้พี่ซันเหรอคะ? เป็นผู้ชายที่เกิดมามีหน้าที่แค่อย่างเดียวจริง ๆ คือการสร้างความสุขให้กับผู้หญิงบนเตียงเท่านั้นอย่าเผลอเอามาเป็นพ่อพันธ์เชียวนะสงสารอนาคตของชาติ!
ดูเพิ่มเติมCHAPTER 1
“Rizza! Wala bang kanin dito?” Nagising ako dahil sa malakas na kalabog na aking narinig. Kahit antok na antok pa ako ay sapilitan akong bumangon upang silipin kung ano ‘yon. Humihikab pa ako habang palabas ako ng aking kwarto. Kakauwi ko lang galing sa aking trabaho at hindi pa ako nakakatulog ng maayos. Naabutan ko doon si Nanay na nakaupo sa lumang sofa namin. Ang mga kaldero at kawali ay nagkalat sa sahig. Ang aming mga pinggan at kutsara ay nakita ko rin hindi kalayuan sa kinauupuan ni Nanay. Pagod akong tumitig sa aking ina. Pumunta siya kahapon sa isang kaibigan niya upang maglaba pero umaga na nang makauwi ito. At alam kong wala rin itong dalang pera dahil inubos na naman sa sugal at alak. Simula nang mamatay ang aking ama ay naging ganyan na si Nanay. Palaging naglalasing, hindi nananatili rito sa bahay namin. Kahit inaantok pa ako pinulot ko isa-isa ang mga nagkalat na mga gamit. Buti na lang at hindi babasagin ang aming pinggan, gawa lang ito sa plastic kaya kahit saan lumipad ay hindi nasisira. Unti-unting minulat ni Nanay ang kanyang mga mata. “Bakit walang pagkain? Hindi ba kayo nag-iisip na may ina pa kayo at hindi n’yo man lang ako tinirhan ng pagkain?” naiinis na wika nito. Isang beses lang sa isang araw kumain ang dalawang kapatid ko kahapon. Madaling araw na akong nakauwi kaya tulog na sila. Natulog silang walang laman ang tiyan. Nagtrabaho pa kasi ako para makabili ako ng bigas. “Wala naman po kaming kinain kagabi, Nay. Madaling araw na po akong umuwi kanina kaya hindi pa ako nakakapagsaing. May bigas na po d’yan, Nay. Matutulog lang po ako saglit. Kayo na lang po ang magsaing,” mahinanong sabi ko. Pinagpatuloy ko ang pagdampot sa mga pinggan at nilagay iyon sa ibabaw ng lababo namin. “Ako pa ang uutusan mong magsaing? Kung sapakin kaya kita d’yan? Kita mong pagod ako!” malakas na sigaw nito. Ganoon palagi ang nangyayari sa bahay. Dalawang taon ng wala ang ama ko, at dalawang taon na ring ganyan ang ugali ng aking ina. Araw-araw akong may trabaho. Hindi ako pwedeng magpahinga dahil ako na ang bumubuhay sa pamilya namin. Pagod na pagod pa rin ako nang pumasok ako sa loob ng bar. Nagtatrabaho ako bilang isang waitress dito. “Good evening, Miss! Ang ganda mo naman! Upo ka muna saglit dito,” sabi ng isang matandang customer. Sa ilang buwan ko rito ay medyo nasasanay na ako na may makakaharap ako ng ganitong klaseng customer. “Pasensya na po, Sir. Bawal po kasi. May trabaho pa po ako,” sagot ko sa kanila. Nanatili akong mahinahon kahit pinagmumura ko na siya sa isip ko. “Sige na. Saglit lang naman, bibigyan pa kita ng pera,” aniya. Nagtawanan ang mga kasama niya. Lima silang nandito. Halatang maraming mga pera, ang daming mga alahas na nakakabit sa katawan nila. Parehas ding malalaki ang mga tiyan. “Hindi po pwede, Sir. Pasensya na po,” magalang na sabi ko. Tatalikod na sana ako upang umalis nang maramdaman ko ang paghawak nito sa aking pulupulsuhan. “Alam mo, ayaw na ayaw ko sa lahat ay tinatanggihan ako,” maagas na sabi nito. Sinubukan kong tanggalin ang aking kamay ngunit mahigpit ang kapit nito sa akin. “Pasensya na po, Sir. Hindi po pwede. Bitawan n’yo po ako dahil may tatapusin pa po akong trabaho, Sir,” Tinabig ko agad ang kamay niya nang akmang ihahawak niya iyon sa aking pisngi. “Aba’t! Matapang ka, ah?” malakas na sigaw niya. Nakukuha na namin ang atensyon ng ibang customer. “Bitawan niyo po ako, Sir! Nasasaktan na po ako,” mahinahong wika ko. Kailangan kong manatiling kalmado. Nabitawan ko ang tray na aking hawak nang hinawakan niya ang aking buhok gamit ang bakanteng kamay niya at hinila iyon. Nakaponytail ang aking buhok, at isang hila niya lang ay natanggal agad ang tali. “Sir, hindi na po pwede itong ginagawa niyo. Pwede ko po kayong ireport sa manager namin,” wika ko. Napasigaw ako nang muli nitong hinila ang aking buhok. “Let go,” isang malamig at pamilyar na boses ang aking narinig. Sabay kaming napalingon sa pinanggalingan ng boses na iyon. “At sino ka naman? Akin na ‘to. Maghanap ka ng iba. Matagal ko ng nagugustuhan ang babaeng ito. ‘Wag kang mangialam dito ako ang nauna sa kan- Hindi na nito pinatapos ang sasabihin nung matanda dahil mabilis niya itong sinugod ng suntok. “Ninong Dwayne!”“อื้อ~ พี่ซัน~ ซี๊ด~ เสียว~” จูนร้องครางเพราะผมกำลังดูดหน้าอกเธอพร้อมกับกดนิ้วกลางเข้าไปในร่องรักช้า ๆจ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ~ผมดูดนมสองข้างสลับกันไปมา และการดูดนมแม่ลูกอ่อนสิ่งที่ตามมาก็คือน้ำนมที่เข้าไปในปากผมด้วย มันมีรสคาวนิด ๆ แล้วก็ออกหวานหน่อย ๆ รวม ๆ แล้ว...อร่อยดีครับ นมเมียจะรสไหนก็อร่อยทั้งนั้นนั่นแหละ ต่อให้มันมีแต่กลิ่นคาวไม่มีรสหวานเลยถ้าให้กินผมก็พร้อมกินด้วยความเต็มใจ“อื้อ~ มันคาวนะคะ” จูนลูบหัวผม เธอสอดนิ้วเข้ามาขยุ้มผมที่เปียกชื้น ปากบอกคาวแต่แอ่นอกให้ผมเต็มที่จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ~ผมไม่สนใจว่าเธอจะบอกว่าคาว ลูกกำลังหลับถึงตื่นกลางดึกจุ๊บแจงก็มีน้ำนมที่จูนปั๊มไว้ให้กินอยู่ดี เพราะฉะนั้นคืนนี้เมียผมจะคัดนมจนปวด ถ้าผมไม่ช่วยเมียผมก็คงนอนคัดนมทั้งคืน ทรมานแย่เลยครับ“อื้อ~ ที่รักขา เสียว ซี๊ด~” ยิ่งดูดเธอยิ่งครางดัง แล้วก็เป็นคนเอื้อมมือไปปิดน้ำด้วยตัวเอง ผมก็เลยอุ้มเธอขึ้นแล้วพาออกไปด้านนอก ก่อนที่จะยกเธอให้นั่งบนเค้าเตอร์ในห้องน้ำ“นมเมียพี่หวานมากรู้ตัวรึเปล่า” ผมบีบหน้าอกเธอเบา ๆ ส่วนจูนก็นั่งสูดปากมองผมแล้วก็ตั้งเข่ายกเท้าขึ้นวางบนขอบเค้าเตอร์เองโดยที่ผมไม่ต้องบอก ทำให้ตอนนี้
“ว่าไงครับหมูน้อยของคุณพ่อ” ผมกลับจากบริษัทก็พุ่งเข้ามาหาเจ้าหมูของผมทันที เด็กน้อยของผมชื่อว่าน้องเซนส์ครับชื่อนี้มาจากพ่อล้วน ๆ คุณแม่มือใหม่เธอเป็นคนตั้ง เธอบอกว่ายืนพื้น ซ.โซ่ มาจากชื่อพ่อ เป็นพยัญชนะต้น ส่วนสระ วรรณยุกต์ และตัวสะกดที่ตามมาแม่หมูเอามาจากเซนส์ของพ่อนี่ล่ะครับ เซนต์ที่จุ๊บท้องแล้วโดนลูกถีบปากก็มั่นใจบวกกับโมเมเอาว่าเป็นลูกชาย เซนส์มั่ว ๆ ของพ่อดันกลายเป็นเรื่องจริง ไอ้เจ้าหมูน้อยของผมก็เลยมีชื่อน่าหยิกว่า น้องเซนส์“วันนี้ไม่ยอมนอนกลางวันเลยค่ะ” จูนเดินเข้ามาแล้วก็บอกผมด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะเดินมานั่งที่พื้นข้างผม“แล้วเหนื่อยไหมครับ ไปนอนพักผ่อนนะเดี๋ยวพี่ดูลูกต่อเอง” ผมทัดหูให้จูนที่ยิ่งมีลูกก็ยิ่งสวยขึ้น มีน้ำมีนวลขึ้น“แค่เหนื่อยคุยค่ะ เด็กอะไรจ้อได้ทั้งวัน” จูนตอบแล้วก็หันไปทำหน้าหมั่นเขี้ยวลูกที่นอนอยู่บนเบาะ ไอ้หมูน้อยอายุได้สามเดือนแล้ว แถมตัวก็โคตรโต“ถ้างั้นเดี๋ยวคุณพ่อจะพาลูกหมูคุยต่อเองครับ คุณแม่ไปงีบนะดูแลเจ้าหมูน้อยมาทั้งวันแล้ว”“ไม่เป็นไรค่ะพี่ซันทำงานมาเหนื่อย ๆ จูนไม่ได้เลี้ยงคนเดียวซะหน่อย มีจุ๊บแจงช่วย”“พี่ก็ไม่เหนื่อยจ้ะวันนี้งานไม่ได้เยอะ ไ
“จูน”“คะ?”“วันนี้ปวดท้องอีกรึเปล่า”“ก็มีปวดเตือนนะคะ แต่แค่นิดหน่อย” พี่ซันถามแบบนี้ทุกวันตั้งแต่ฉันปวดท้องเตือนครั้งแรก เฮียแกก็ถามแบบถามนั่นล่ะค่ะ ถามจริง ๆ ถามร่ำไร ถามด้วยสีหน้าทั้งตื่นเต้นทั้งเครียด อารมณ์เวลาถามเรื่องนี้จะสวิงมาก“ทำหน้าเครียดอีกแล้วค่ะ” ฉันจับหน้าพี่ซันแล้วเอานิ้วคลึงหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปมของเขา“พี่กลัวจูนเจ็บ”“เรื่องธรรมดาของผู้หญิงนี่คะเวลาคลอดลูก”“ไม่รู้สิครับ พี่เห็นจูนปวดเตือนแล้วพี่สงสาร ขนาดปวดเตือนยังร้องไห้แล้วถ้าคลอดจริงจูนจะเป็นยังไง” ตอนนี้ทั้งเสียงทั้งสีหน้าของเขามันดูเครียดมาก จนฉันอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้“ใคร ๆ เขาก็คลอดลูกกันค่ะ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะพี่ซัน”“แต่พี่ไม่อยากให้เมียพี่เจ็บ เปลี่ยนใจผ่าคลอดไหมที่รัก” คำถามนี้ถูกถามมารอบที่สิบห้าภายในระยะเวลาตลอดสามวันที่ผ่านมา เขากังวลกับการเจ็บปวดของฉันจนแทบจะไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว ยิ่งใกล้ถึงวันคลอดก็ยิ่งกังวลหนัก“พี่ซันคะพี่กำลังทำให้จูนกลัวนะ จากที่จูนพร้อมจะคลอดธรรมชาติแต่คุณพ่อกำลังทำให้คุณแม่กลัวความเจ็บ แล้วเดี๋ยวคุณแม่ก็จะเอาเก็บไปคิดจนนอนไม่หลับ”“เฮ้อ! พี่ขอโทษครับ เอาเป็นว่าวันคลอดพี่จะบีบม
“จูน ๆ จูนครับ”“คะ ฮ้าว~ มีอะไรคะ” ฉันลืมตาตื่นด้วยความสะลึมสะลือเพราะพี่ซันที่ปลุกฉันด้วยเสียงตื่นเต้นหรืออะไรสักอย่างฉันเองก็ยังจับใจความน้ำเสียงเขาไม่ได้“ลูก”“คะ? เป็นอะไรพี่ซันจูนง่วง”“ลูกครับ ลูก...ลูกถีบพี่” พี่ซันหน้าตื่นพูดไปยิ้มไปแต่ลูกอยู่ในท้องจะถีบพี่เขาได้ยังไง“ถีบได้ไงคะ ฮ้าว~” ฉันทั้งถามทั้งแคะขี้ตา มันสว่างรึยังก็ไม่รู้ อยากจะตีคุณพ่อจริง ๆ ที่ใจกล้ามาปลุกคุณแม่แต่เช้าแบบนี้“ถีบปากครับ”“หือ? ถีบได้ไงลูกอยู่ในท้อง พี่ซันฝันเหรอนอนต่อได้แล้วจูนง่วง” ฉันบอกแล้วก็หันไปกอดพี่ซันให้เขานอนสักที“ไม่ ๆ เมื่อกี้ลูกถีบพี่จริง ๆ นะจูน”“อื้อ~ พี่ซันนี่ยังไงจูนจะนอน” ฉันลืมตามองเขาพร้อมกับส่งสายตาให้รู้ว่าฉันต้องการนอนอย่าเพิ่งกวน“เหอะ! ก็แค่ตื่นเต้นที่ลูกดิ้น นอนไปเลยขี้เซา” พี่ซันบ่นฉันเบา ๆ แต่ก็ยอมนอนลงแล้วก็ขยับตัวให้ฉันนอนหนุนไหล่เหมือนที่ฉันชอบทำอยู่ทุกวัน แต่เมื่อกี้พี่เขาบอกว่ายังไงนะ...“ลูกดิ้นเหรอคะ?” นี่มันเข้าเดือนที่หกแล้วนี่คุณหมอก็บอกว่าเบบี๋จะเริ่มดิ้นแต่ฉันยังไม่รู้สึกว่าลูกดิ้นเลยสักครั้ง พอพี่ซันบอกคุณแม่ก็เลยตื่นเต้นจนแทบจะตื่นเต็มตา“ครับ”“อื้อ~ ทำ
“อ้วก!!!”“พี่ซัน ไหวรึเปล่าคะ”“อื้อ~ อุ๊! อ้วก!!!” ตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมารอบนี้รอบที่สามแล้วที่คุณพ่อวิ่งเข้าห้องน้ำ น่าสงสารจริง ๆ หน้าซีดหมดแล้ว“น้ำค่ะ ล้างปากก่อนนะ” ฉันยื่นแก้วน้ำให้คนที่นั่งพิงผนังห้องน้ำข้างชักโครกด้วยท่าทางหมดแรง“ครับ”“ไหวรึเปล่าจูนว่าไปหาหมอดีกว่าไหม อ้วกเยอะมากเลย”“เค
“ว่าไงครับเมีย ไม่อยากอาบน้ำก่อนแล้วเหรอ หืม~”“อื้อ~”“ถ้างั้นพี่พาไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ไม่อยากขัดใจเมีย” พี่ซันพูดแล้วก็ทำท่าจะดึงนิ้วมือออกจากตัวฉัน“อื้อ~ จูน อ๊ะ! จูนขอ ซี๊ด~ ขอ...อาบน้ำพี่ซันก่อนได้ไหม”“จูน...รู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา” พี่ซันหยุดขยับนิ้วแล้วก็ถามฉันเสียงนิ่ง พอเห็นท่าทางของ
“ก็หยุดร้องไห้สิคะน้ำตามันจะได้ไม่ไหล”“ครับ”“...เฮ้อ!”หมับ!“...”“ถ้าไม่หยุดร้องไห้จูนจะเอาเรื่องนี้มาล้อพี่ซันทุกวันยันลูกโตเลย ดีไหมคะ...ที่รัก”“...”“หยุดร้องรึยัง” นอกจากเสียงหวาน ๆ กับตัวหอม ๆ ที่กอดผมจากด้านหลัง ตอนนี้จูนยังเอาคางมาเกยที่ไหล่ผมแล้วก็เอาปากมาชิดกับแก้มผมจนแทบจะหอมผมอยู่แล
“ไม่ต้องเรียกเขามาหรอกเพลง พี่อธิบายให้ฟังก็ได้”“พี่ซันกับจูนคบกันเหรอคะ” เพลงขวัญถามผมแต่ก็ยังไม่วางสายจากจูน“ครับ”“เมื่อไหร่ เพลงจำได้ว่าเพิ่งได้ข่าวพี่ซันเลิกกับแฟนไปเมื่อเดือนที่แล้ว”“เมื่อสองเดือนก่อน”“สองเดือนก่อน? แกมาหาฉันเดี๋ยวนี้เลยจูน!” เพลงขวัญทวนคำแล้วก็บอกจูนเสียงเขียวจากนั้นก็กด