Share

เฉียวชน

last update publish date: 2026-10-18 12:40:19

5

เฉียวชน

คอนโด Jm

ปึง

เสียงประตูห้องปิดลงด้วยการใช้เท้าดันปิดของฉัน ภายในห้องมืดสนิทไอรินคงกลับไปแล้ว

“เฮ้อ~”

ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย หลังจากต้องนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนถนนเกือบๆ สองชั่วโมง ระยะทางจากหน่วยกลับคอนโดห่างกันแค่ไม่กี่กิโลเมตร แต่ดันใช้เวลาในการเดินทางมากโขราวกับเดินทางไปต่างจังหวัด

แป๊ก

ฉันกดเปิดสวิตช์ไฟบนผนังด้านซ้ายอย่างไร้เรี่ยวแรง รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแตกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ แม้ปากจะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรและแข็งแรง ความเป็นจริงแล้วก็โกหกทั้งเพ

ยังไงซะฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

ฉันตรงเข้าไปในครัวเพื่อหาน้ำดื่มดับกระหายสักหน่อย แล้วก็พบว่าตู้เย็นว่างเปล่า อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง หรือแม้กระทั่งขนมนมเนยน้ำอัดลมต่างๆ ก็หมดเกลี้ยง แต่ก็ยังดีที่เหลือน้ำเปล่าอยู่ขวดพอประทังความหิว

ฉันหยิบน้ำเปล่าขวดสุดท้ายออกมาหมุนฝาเปิดแล้วกระดกรวดเดียวจนเหลือครึ่งขวด จากนั้นจึงเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาหนานุ่มหน้าทีวี ก่อนจะเอ่ยเรียกหาลูกรักด้วยความคิดถึง

“ลีโอ~”

“...”

“ลีโอจ๋า...”

“...”

“ลีโอ!!!”

“…”

“ลีโอ! หายไปไหนลูก!” ฉันร้องเรียกชื่อสัตว์เลี้ยงเสียงดังลั่นแต่ก็ไร้วี่แววของการขานรับ “ลีโอหายไปไหน?”

ลีโอไม่เคยให้ฉันต้องเรียกหาถึงสามครั้ง แค่ครั้งที่สองมันก็ขานรับด้วยการร้องเหมียวๆ พร้อมกับเดินเข้ามาคลอเคลียแล้ว แต่ครั้งนี้มันไม่ปกติ

“ลีโอหายไป”

ฉันผลุนผลันยืนขึ้นอย่างเร็ว ลืมความเหนื่อยล้าไปในทันที มองซ้ายมองขวาไปทั่วห้องก่อนจะวิ่งหาตามซอกต่าง ๆ

“ลีโอ!” ห้องครัวก็ไม่มี ในห้องน้ำด้านนอกก็ไม่มี ตามระเบียงด้านนอกก็ว่างเปล่า “ไม่นะๆๆ ลีโอหายไปไหน! ลีโอ…ไปซ่อนอยู่ไหนออกมาเร็วลูก!”

ฉันตามหาไปทั่วห้องแต่ก็ยังไร้ร่องรอยของแมวอ้วน โอ้ ฉันลืมไป...ยังเหลืออีกห้องซึ่งก็คือห้องฉันเอง พอคิดได้ดังนั้นก็รีบกลับหลังหันออกจากระเบียงมุ่งตรงไปที่ห้องนอนอย่างรีบร้อน

“ลีโอ ลีโอลูก ละ...”

ทันทีที่ไฟในห้องนอนสว่างจ้าดวงตาฉันก็เบิกโพลงขึ้น แทบจะถลนออกจากเบ้ามาเริงระบำอยู่บนพื้น สิ่งที่ปรากฎอยู่ในห้องคือร่างของผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งลูบขนของลีโอช้าๆ เหม่อมองวิวนอกกระจกอย่างสบายอารมณ์ ราวกับห้องนี้เป็นห้องของเขาเอง

“มกรา” ฉันพึมพำเรียกชื่อของเขาคนนั้นเมื่อเรียกสติคืนกลับมาได้แล้ว “นายมาทำอะไรที่นี่?”

มกราหันหน้ามามองช้าๆ โดยไม่พูดอะไร เขาใช้แววตาอันเย็นเยียบและสีหน้าที่แสนจะไร้อารมณ์นั่น จ้องมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำเอาฉันที่ถูกมองรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

แม้ว่าควรจะชินกับสายตาแบบนั้นก็เถอะ “ไม่ได้ยินที่ถามหรือไง?”

เหมียว~

มกราทำเหมือนฉันเป็นอากาศบริสุทธิ์รอบตัว เขาไม่ตอบคำถามเอาแต่ลูบขนของลีโอต่อไปอยู่อย่างนั้น

เหมียว~

ทันใดนั้นลีโอก็วิ่งเข้ามาคลอเคลียอยู่ที่ขา หลังจากมกราวางมันลงกับพื้น ฉันจึงอุ้มมันขึ้นมาไว้แนบอกพลางถูจมูกของตัวเองกับลีโอด้วยความคิดถึง

“นายมาที่นี่ทำไม มีธุระอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่มีปากรึไง ถามไปตั้งหลายรอบทำไมไม่ตอบ!” ฉันเริ่มมีน้ำโห จริงอยู่ที่หมอนั่นชอบแสดงท่าทางเย็นชาใส่ฉัน แต่เล่นไม่ตอบคำถามอะไรเลยแบบนี้ฉันก็โมโหเป็นเหมือนกัน “ถ้านายกะจะกวนประสาทฉัน ก็- อุ๊บ :x”

เสียงของฉันหายกลับเข้าไปในลำคอราวกับถูกปิดสวิตซ์ มกราพุ่งตัวเข้ามาประกบริมฝีปากจูบอย่างร้อนแรง ทำให้ฉันที่ไม่ได้ตั้งตัวสะดุ้งตกใจเล็กน้อย

“อืม...”

พอได้สติฉันจึงรีบจูบตอบอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน มกราดันตัวฉันเข้าไปติดประตูทางเข้า ก่อนจะบดขยี้จูบลงมาอย่างหนักหน่วง เขาเอื้อมมือขึ้นมาล็อกคอฉันเอาไว้แน่น เขาโถมจูบเข้ามาจนฉันเริ่มหายใจไม่ออก อยากจะผลักตัวเขาให้ห่างออกไปแต่มือดันไม่ว่างเพราะอุ้มลีโอเอาไว้อยู่

“โอ๊ยๆๆ” มกราร้องเสียงหลงพลันถอยห่าง เมื่อฉันกัดเข้าที่ริมฝีปากเขาอย่างแรง “ยัยบ้า”

“นายนั่นแหละเป็นบ้าอะไร จู่ๆ ก็เข้ามาจูบฉัน นายเป็นบ้าหรือไง!!!”

“ก็...”

“ก็อะไร พูดมาสิ!” ฉันขึ้นเสียงเล็กน้อยขณะเดียวกันก็วางลีโอลงบนพื้น “ทำไมนายชอบเงียบนักล่ะ ฉันถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ ไม่มีปากหรือไง ถามจริงเหอะ”

อารมณ์ของฉันตอนนี้เดือดปุดจนเกือบถึงขีดสุด แม้ว่าจะไม่ได้ปฏิเสธจูบของมกรา แต่ก็ไม่ได้เคลิบเคลิ้มไปกับจูบนั่นนักหรอก

“ฉันโมโห”

“โมโห” ฉันพึมพำอย่างเหลือเชื่อ “เฮอะ...โมโหแล้วจูบฉันเนี่ยนะ ให้ตายเถอะนายไม่เคยเป็นแบบนี้นะมกรา”

“เชื่อฟังฉันบ้างสิโนเบล”

ฉันจ้องตาเขาแทนคำตอบ ในหัวตีกันยุ่งเหยิงเต็มไปหมด พยายามอ่านความคิดของมกราจากสายตา (ที่ไม่เคยทำสำเร็จ) เพราะมีเพียงความว่างเปล่าและใบหน้าไร้อารมณ์เท่านั้นที่เขาใช้มองมา

“ทุกคนในบริษัทรวมไปถึงจอร์นเชื่อฟังฉันกันทั้งนั้น ต่างจากเธอที่ไม่ว่าฉันจะสั่งอะไร เธอไม่เคยทำตามเลยสักครั้ง เธอขัดคำสั่งฉันตลอด ฉันยังเป็นหัวหน้าเธอหรือเปล่า”

“ใช่! นายเป็นหัวหน้าฉันและฉันไม่เชื่อฟังนายตรงไหน นายลองคิดย้อนกลับไปดูสิ ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีอะไรบ้างที่ฉันไม่เคยเชื่อฟัง ไม่ว่าจะกี่ภารกิจฉันก็อยู่ใต้บังคับบัญชาตลอด” ฉันกำลังโกรธกล้าดียังไงถึงได้ต่อว่าฉันขนาดนี้ “ไม่ว่าจะเป็นงานเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงอันตราย ฉันเคยขัดสักครั้งไหม ไหนจะตอนที่นายสั่งให้ฉันเข้าไปในห้องมืดๆ ที่มีตุ๊กแกยั้วเยี้ยเต็มไปหมด แม้ว่าฉันจะกลัวตุ๊กแกจนลมแทบจับ ฉันยังทำตามที่นายบอก แล้วแบบนี้นายมาบอกว่าฉันไม่เคยเชื่อฟังเหรอ ให้ตายเถอะมกรา”

“เธอกำลังใช้อารมณ์คุยกับฉันนะโนเบล”

“ใช่! ฉันกำลังโกรธนาย และนายก็ไม่ควรมาจูบฉันแบบนี้ด้วย”

“ไว้เธออารมณ์ดีกว่านี้ค่อยคุยกัน”

อะไรนะ! ทำให้ฉันโมโหจัดขนาดนี้แล้วก็จะปล่อยไว้แบบนี้อย่างนั้นเหรอ? เขาจำไม่ได้หรือไงว่าเมื่อไหร่ที่ฉันโกรธหรือโมโหจัดๆ ฉันมักจะหายใจไม่ออก

“นะ...นายบอกมาตรงๆ เลยดีกว่า นายทำแบบนี้...นะ นายต้องการ ต้องการ...”

“โนเบล ใจเย็นก่อน ฉันไม่ได้จะทำให้เธอโมโหขนาดนี้”

“แต่เหมือนว่า...” อาการโมโหจัดของฉันกำลังกำเริบ ส่งผลให้ลมหายใจติดขัด “นะ นาย...จะตั้งใจ ยั่ว-”

“ไม่ๆๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ เธออย่าพึ่งพูดอะไรเลยดีกว่า เดี๋ยวฉันไปหยิบยามาให้!”

ก็ยังจำได้ดี แต่ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ?

ฉันมองมกราที่กำลังค้นหายาตรงโต๊ะข้างหัวเตียงด้วยสายตาพร่ามัว คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันด้วยความเคร่งเครียด สักพักเขาก็หยิบขวดยาเล็กๆ ขึ้นมาและหันหน้ามาทางฉัน และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันได้เห็นก่อนภาพทุกอย่างจะดับวูบลง

‘เรามาแข่งกันดีกว่าว่าใครจะวิ่งถึงป้ายรถเมล์ก่อนกัน’

‘ไม่เอามันเหนื่อย เธอก็รู้ฉันไม่ชอบเรื่องใช้กำลังแบบนั้น’

‘แค่ครั้งเดียว นะๆๆๆ’

‘เล่นอ้อนแบบนี้แล้วฉันจะใจแข็งได้ยังไงล่ะ’

‘เริ่มละนะ คนแพ้เลี้ยงไอศกรีมหนึ่งอาทิตย์’

‘อ่ะ เดี๋ยวก่อน~ ตลอดเลยนะเบล ชอบขี้โกงอยู่เรื่อย...”

‘ตามมาให้ทะ...’

‘ช่วยด้วย!!!’

‘ระ ริน! รินดา!!’

‘เบลช่วยรินด้วย! กรี๊ดดดดด ปล่อยนะ! เบลช่วยรินด้วย เบล!!!’

“รินดา”

ฉันพึมพำออกมาเสียงแผ่วเบาหลังตื่นขึ้นจากความฝัน มันเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนฉันตลอดสิบเอ็ดปีที่ผ่านมา แล้วทำไมฉันถึงดูไม่ตกใจหรือสะดุ้งสุดตัวเหมือนคนอื่น ๆ เลยล่ะ?

คำตอบคือฉันชินแล้ว

ฉันฝันแบบนี้ซ้ำๆ จนเริ่มชินและชาไปโดยปริยาย ภาพของเด็กผู้หญิงใส่ชุดนักเรียน ม.ต้น โดนผู้ชายสองคนอุ้มขึ้นรถไปต่อหน้า เธอร้องห่มร้องไห้ตะโกนร้องเรียกให้ช่วยเสียงดังลั่นไปทั่วท้องถนน และทุกครั้งที่ฉันฝันเห็นเรื่องราวในอดีตน้ำตาก็จะไหลออกมาโดยอัตโนมัติ

อย่างเช่นตอนนี้

“ฝันร้ายอีกแล้วสินะ”

“อืม ยังอยู่ที่นี่อีกเหรอ”

“ฉันนอนที่นี่น่ะ ขอโทษนะ”

ฉันหันหน้าไปมองมกราช้าๆ เมื่อได้ยินคำขอโทษจากคนอย่างเขา เขาแสดงออกทางสีหน้าว่ารู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ นับว่าเป็นหนึ่งส่วนล้านเลยก็ว่าได้ ที่จะได้เห็นอะไรที่มันน่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้จากมกรา เพราะมีเพียงใบหน้าเดียวที่เขาใช้แสดงออกให้ฉันเห็นคือ...ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์และความรู้สึก

“ในเมื่อรู้ว่าฉันเป็นยังไงเวลาโมโห ก็อย่าทำมันอีกแล้วกัน”

“อืม เข้าใจแล้ว” ในแววตาของเขาที่มองมา มันแสดงออกให้เห็นว่ารู้สึกผิดต่อฉันจริงๆ “ไม่ต้องห่วงเรื่องงานที่หน่วย พักผ่อนจนกว่าจะหายเถอะ เดี๋ยวพวกฉันจะจัดการเอง”

“อืม”

พอมกราเห็นว่าฉันรับรู้และตอบรับอย่างว่าง่าย โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ เขาจึงลุกออกจากเตียงและก้าวเดินออกจากห้องไปเงียบๆ ฉันได้แต่ทอดสายตามองตามแผ่นหลังกว้างกระทั่งประตูปิดสนิท

“เฮ้อ...”

ลมหายใจถูกทอดถอนออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย นาฬิกาตรงโต๊ะหัวเตียงขึ้นโชว์ตัวเลขบอกเวลา 05.46 น. แสดงว่าเช้าของวันใหม่เริ่มขึ้นแล้ว ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาลูบหน้าตัวเองเบาๆ พลางนึกคิดย้อนกลับไปถึงอดีตที่ผ่านมาของฉันและมกรา

ฉันเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยองค์กรเอกชนด้านสืบสวนและสอบสวนเมื่อสามปีที่แล้ว ซึ่งใช้ชื่อองค์กรว่า ‘สำนักงานสายสืบเอกชน’ คนทั่วไปจะมองเห็นแค่ว่าองค์กรนี้ก็คือองค์กรสืบสวนสอบสวนธรรมดาเช่นเดียวกับรัฐบาล

ซึ่งความเป็นจริงแล้วมันมีหน่วยลับย่อยออกมาอีกต่างหากซึ่งก็คือหน่วยลับที่มีชื่อเรียกว่า ‘BlackRoom’

มีสมาชิกทั้งหมดสี่คนด้วยกันประกอบไปด้วยมกรา (ซึ่งเขาเป็นหัวหน้าทีม) พี่เคน คิมหันต์ แล้วก็ฉัน ไม่มีใครรู้ว่ามีหน่วยลับแบบนี้อยู่ในประเทศ ทุกๆ ภารกิจที่ตำรวจทำงานพลาดและปิดคดีไปแบบชุ่ยๆ พวกเราจะเป็นฝ่ายรับหน้าที่ต่อ และยกผลงานทั้งหมดให้กับสำนักงานสายสืบเอกชน

เล่ามาซะนานคงสงสัยกันว่าฉันกับมกรามีความเกี่ยวข้องกันยังไงในอดีต มันเริ่มจากตรงนี้... จอร์นส่งฉันให้มกราเป็นผู้ดูแลและสอนงานต่าง ๆ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเป็นสมาชิกคนใหม่ของหน่วยลับพิเศษ ในที่สุดความรู้สึกดีๆ ที่ฉันมีต่อมกราก็เริ่มก่อตัวขึ้น ฉันเดินเข้าไปสารภาพกับมกราตรงๆ ว่ารู้สึกยังไง แต่มกราปฏิเสธฉันชนิดที่ว่าเฉยชาสุดๆ

‘ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน แบบนั้นน่าจะดีที่สุดนะ’

ฉันจดจำคำว่า ‘เพื่อนร่วมงาน’ จากปากของมกราไว้เป็นอย่างดี เก็บล็อคไว้ส่วนลึกของสมองห้ามลืมคำนี้เด็ดขาด

เขาเข้ามาจูบฉันหน้าตาเฉย มันเป็นเพราะจูบนั่น มันทำให้ฉันโมโหจนควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ ก็จริงที่เขาไม่ได้คิดอะไรเกินเลย

แต่ฉันล่ะ...เขาไม่นึกถึงความรู้สึกของฉันสักนิดเลยหรือไง? น่าโมโห

บาราบิง บาราบุง บุงบุงบุง

ขณะที่กำลังทึ้งหัวตัวเองเพื่อไล่ความคิดบ้าๆ ออกไป โทรศัพท์มือถือราคาครึ่งแสนก็พลันส่งเสียงร้อง ดังนั้นฉันจึงเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครกันที่โทรมาหาตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้

‘คิมหันต์’

ฉันสไลด์หน้าจอรับสายและเอาโทรศัพท์ขึ้นแนบหู มันโทรมาเช้าขนาดนี้ไม่รู้ว่าพึ่งตื่นหรือยังไม่นอนกันแน่ ทำการกรอกเสียงทักทายปลายสาย

“ว่าไง”

(อ่ะ! รับสายด้วย ตื่นแล้วเหรอเจ้)

“ไม่ตื่นแล้วจะคุยกับแกได้ไหม ถามแปลกๆ”

(หยอกๆ)

“มีอะไร...โทรมาแต่เช้า”

(เปล่าหรอก ไม่มาหน่วยใช่ป่ะ งั้นพักผ่อนเยอะๆ ให้หายก่อนนะเจ้ค่อยมาทำงาน แค่นี้แหละบาย)

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด~

ฉันนั่งจ้องโทรศัพท์ที่พึ่งวางสายจากคิมหันต์ไปเมื่อหนึ่งวินาทีที่แล้วอย่างฉงนกลใจ มันโทรมาพูดๆๆ แล้วก็วางสายไป สาระสำคัญอะไรก็ไม่มี เพื่ออะไรก่อนถามจริง

ขณะนี้ฉันอยู่ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตตรงข้ามคอนโด เพราะต้องเลือกซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน เปล่าหรอกออกมาเพราะอาหารแมวลีโอหมดน่ะ ฉันอดข้าวอดน้ำได้แต่แมวต้องได้กินดีอยู่ดี

ใช้เวลาเลือกของในมาร์ทฯ ในราวเกือบหนึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ ฉันหยุดอยู่เชลฟ์ขายอาหารสัตว์ สำรวจดูว่าของทุกอย่างน่าจะครบหมดแล้ว จึงเดินลากรถเข็นมายังแคชเชียร์เพื่อชำระเงิน

“ลีโอคงกินจุน่าดูนะคะ คุณพึ่งซื้ออาหารแมวไปเมื่อไม่กี่วันก่อนเอง”

น้อง ‘ลูกพลับ’ พนักงานสาวพาร์ทไทม์ทักขึ้นขณะคิดราคาสินค้า เธอรู้จักกับฉันและลีโอเพราะฉันมักติดสอยห้อยลีโอมาด้วยเวลาซื้อของเข้าบ้าน

“สองสามวันก่อนฉันทำงานกลับดึกน่ะ ก็เลยเอาอาหารไว้ให้เขาเยอะไปหน่อย มันก็เลยหมดไวน่ะจ้ะ”

“อ๋อ...พี่คงทำงานหนักน่าดูเลยสินะ”

“เป็นช่วงๆ น่ะ ปกติก็ไม่หนักแบบนี้หรอก”

“ค่ะ ว่างๆ พาลีโอมานั่งเล่นที่ร้านได้นะคะ หนูคิดถึงน้อง”

“ได้สิๆๆ” ฉันบอกยิ้มๆ แล้วถามถึงราคาของที่ต้องจ่าย เพราะว่าไม่ได้มีเวลามากนัก “เท่าไหร่จ๊ะ”

“980 บาทค่ะ”

ฉันยื่นแบงก์หนึ่งพันบาทไทยให้ลูกพลับ รอไม่นานเงินทอนยี่สิบบาทถ้วนพร้อมใบเสร็จก็ถูกยื่นกลับมา พอคิดเงินเสร็จฉันจึงกล่าวลาเธอพร้อมบอกว่า...ถ้าว่างเดี๋ยวจะพาลีโอลงมาเล่นด้วยที่ร้าน จากนั้นจึงเดินออกมาจากร้านพร้อมของพะรุงพะรังเต็มมือทั้งสองข้าง

ฉันยืนสงบนิ่งตรงทางขึ้นสะพานด้วยความละเหี้ยใจ ก้มมองของในมือตัวเองแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คอนโดไม่ได้อยู่ไกลก็จริงแต่ทางกลับมันต้องเดินขึ้นสะพาน และที่สำคัญฉันได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ซ้าย แถมฉันดันใช้แขนถือของที่หนักอึ้ง นั่นจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับฉันตอนนี้

สาบานเลยถ้ามีเงินมากพอแม่จะสั่งทุบสะพานลอยที่ฉันกำลังก้าวขึ้นบันไดอยู่ตอนนี้ แล้วสร้างใหม่ให้มีความลาดเอียงมากกว่าเดิมหรือไม่ก็ทำเป็นบันไดเลื่อนอย่างแน่นอน

ไม่ไหว...แบบนี้โนเบลไม่โอเค

ให้วิดพื้นร้อยรอบยังไม่เหนื่อยเท่าเดินข้ามสะพานเลย แม่ล่ะอยากเห็นหน้าคนออกแบบโครงสร้างสะพานนี้ยิ่งนัก

ทำมาได้ยังไงชันขนาดนี้คิดว่าคนสัญจรแถวนี้เป็นนักปีนเขากันหรือไงกัน

ในที่สุด...ฉันก็ข้ามมาอีกฟากฝั่งของถนนได้ด้วยความทุลักทุเล ฉันหยุดพักสักสามสิบวินาทีก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วก้าวขาที่เหมือนจะไร้เรี่ยวแรงเข้าคอนโดอย่างเอื่อยเฉื่อย และทันใดนั้นเองก็มีรถเก๋งสีดำพุ่งออกจากคอนโดมาด้วยความเร็วสูง

“ว้ายยยยย! ตุ้บ...”

ฉันล้มก้นคะมำลงกับพื้นพร้อมกับของที่ซื้อมา ที่ตอนนี้ได้กระจัดกระจายอยู่เต็มถนน ฉันไม่มัวโอดครวญรีบยันตัวลุกขึ้นจากพื้นพลันตวัดสายตามองไปที่เก๋งคันนั้นอย่างถือโทษ

ทว่าแทนที่เขาจะลงมาดูหรือถามไถ่คู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บ กลับกันเจ้าของรถคันนั้นกับเลื่อนกระจกฝั่งคนขับลง มองฉันผ่านกระจกมองข้างด้วยใบหน้าเรียบเฉย จากนั้นก็ขับรถออกไปหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เฮ้ยยยย! หยุดนะ...กลับมาก่อน!”

ฉันตะโกนไล่หลังแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะรถเก๋งสีดำคันนั้นขับห่างออกไปไกลแล้ว ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์นอกจากยามหน้าคอนโด ฉันไม่คิดจะเอาความอยู่แล้วเนื่องจากไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก แผลถลอกตามตัวก็ไม่มีแต่อย่างน้อยเขาควรลงมาแสดงความรับผิดชอบสักหน่อยสิ

แม้จะมองไม่ชัดว่าผู้ชายคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง เพราะเขาสวมแว่นตาดำ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันจำได้คือสีหน้าเยาะเย้ยนั่น เขายิ้มเยาะราวกับว่านั่นคือสิ่งที่เขาตั้งใจให้มันเกิด

แล้วฉันไปก่อเรื่องให้ใครไม่พอใจไว้หรือเปล่านะ?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Story Of Love รักร้ายๆ ของเธอ คุณยอดนักสืบ   ถ้าหากตกลง

    17ถ้าหากตกลง “ดูจากผลงานที่ผ่านมา ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นคนที่ลงมือฆ่าลูกสาวตัวเอง เพราะดูจากบุคลิกแล้ว ท่านเป็นคนที่รักครอบครัวมากๆ เลยทีเดียว” พี่เคนแสดงความคิดเห็นขึ้นมา ขณะที่นั่งมองภาพจากจอแท็บเล็ตขนาดสิบนิ้ว ที่กำลังฉายภาพเหตุการณ์สด ณ สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า “ท่านดูเป็นคนดีเกินกว่าจะฆ่าลูกตัวเอง” “คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ เมื่อความโลภเข้าครอบงำ ทุกคนล้วนแสดงอีกตัวตนหนึ่งออกมากันทั้งนั้น” มกราแสดงความคิดเห็นบ้าง ขณะที่กำลังจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะหันหน้ามาพูดกับฉันที่กำลังนั่งเช็คเครื่องมือสื่อสารอยู่ “เธอมั่นใจนะโนเบล ว่าต้องการรื้อคดีนี้ขึ้นมาสืบสวนใหม่ แม้ว่าทางตำรวจของรัฐจะสรุปปิดคดีไปแล้วก็ตาม” ฉันใส่วิทยุสื่อสารขนาดจิ๋วเข้าไปในหูข้างขวา ส่องกระจกตรวจเช็คความเรียบร้อยให้แน่ใจว่าแน่นหนาพอที่จะไม่หลุดหายระหว่างปฏิบัติงานอีก เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วค่อยหันหน้าไปตอบมกรา ที่นั่งรอคำตอบอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ “ฉันไม่ได้ต้องการรื้อคดีขึ้นมาสืบสวนใหม่ แต่สิ่งที่ฉันต้องการที่แท้จริงคือการลักพาตัวท่

  • Story Of Love รักร้ายๆ ของเธอ คุณยอดนักสืบ   โชว์พิเศษ (ที่สมจริง)

    16โชว์พิเศษ (ที่สมจริง)เอี๊ยดเสียงเครื่องยนต์หยุดลงบริเวณด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงปืนอีกสามถึงสี่นัด ส่งผลให้ผู้คนรอบข้างส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ในส่วนของฉันและทีมการ์ดก็ต่างก้มหลบกระสุนกันเป็นพัลวัน“เบล! รีบขึ้นรถเร็ว!!”เสียงจากคนในรถเรียกให้ฉันได้สติและเงยหน้าขึ้นมองอย่างอยากรู้ ก่อนจะพบว่าคนที่อยู่หลังพวงมาลัยคือมกราที่เข้ามาช่วยได้ทันเวลาพอดีแต่จะดีมากถ้าเขาไม่กราดยิง จนเกือบจะคร่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวไปด้วยฉันรีบสืบเท้าขวายันเข้ากลางลำตัวของการ์ดที่ก้มหลบกระสุนออก แล้วรีบกระเสือกกระสนเปิดประตูรถพลันยัดร่างเข้าไปด้านใน ก่อนที่จะโดนกระสุนของทีมการ์ดเจาะเข้าลำตัว ได้แผลเพิ่มกลับไปโดนหมอไอรินบ่นจนหูชา“ไม่เป็นไรใช่ไหม”“อืม นายมาช่วยได้ทันพอดี” ฉันเอนหลังพิงเบาะพลางสูดหายใจเข้าลึก กดมือลงไปบริเวณแผลผ่าตัดก็พบว่ามีเลือดไหลซิบออกมามากขึ้นกว่าเดิม “แต่แผลน่าจะฉีกตอนที่กำลังต่อสู้”“โอเค” มกราตอบรับน้ำเสียงราบเรียบ เอื้อมมือซ้ายไปคว้านหาอะไรบางอย่างที่เบาะหลัง ไม่กี่อึดใจต่อมาผ้าพันแผลจำนวนมากก็ถูกโยนมาบนหน้าตัก “ใช้ผ้าพันแผลห้ามเลือดเอาไว้ก่อน”“ว้าว

  • Story Of Love รักร้ายๆ ของเธอ คุณยอดนักสืบ   ถูกจับตัว

    15ถูกจับตัว“ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่พวกเธอสองคนนะ”เสียงของไอรินทำให้ฉันและมกรารีบผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ พลันนิ่วหน้าใช้มือกดแผลบริเวณสีข้างราวกับเจ็บนักเจ็บหนา ด้านมกราเองก็ยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยจับนู่นจับนี่ด้วยท่าทางเคอะเขิน“ตื่นแล้วทำไมไม่เรียก ฉันจะได้ตรวจดูอาการ”“ก็เห็นเธอนอนอยู่ ก็เลยไม่อยากกวน”“ไม่อยากกวนก็ต้องเรียก เพราะฉันมีหน้าที่ดูแลรักษาเธอนะเบล”“ขอโทษ...ฉันรู้ว่าเมื่อคืนเธอต้องอดหลับอดนอนเพราะฉันนี่นา”ไอรินมองค้อน เป็นเชิงดุก่อนจะหันหน้าไปพูดกับมกรา “นายไปนั่งรอที่โซฟาก่อนนะ ฉันตรวจดูอาการข้างเคียงของเบลแป๊บหนึ่ง”“อืม ได้สิ”ไอรินใช้เวลาไม่นานมากนักก็ตรวจดูอาการเสร็จ พร้อมกับให้ยาระงับปวดและบอกรายละเอียดเพิ่มเติมนิดหน่อย จากนั้นเธอจึงขอตัวออกไปหาอะไรรองท้องและเตรียมกับข้าวให้ฉันด้วย ดังนั้นในห้องพยาบาลขณะนี้จึงเหลือแค่ฉันและมกราอยู่สองคนและเพื่อเป็นการไม่ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูอึดอัดเกินไป ฉันจึงกระแอมไอในลำคอพลางหาเรื่องชวนคุย“เรื่องเมื่อคืนเป็นอย่างไรบ้างเหรอ ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม”“เรียบร้อย แต่ก็จับได้บางส่วน และยังสาวถึงผู้อยู่เบื้องหลังไม่ได้ ส่วนผู้ประ

  • Story Of Love รักร้ายๆ ของเธอ คุณยอดนักสืบ   ให้ความช่วยเหลือ

    14ให้ความช่วยเหลือแต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเกิดระเบิดควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณงานประมูล และตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของผู้เข้าร่วมงานก่อให้เกิดความโกลาหลขนาดใหญ่“รายงานสถานการณ์ด้วย แค่ก...มันเกิดอะไรขึ้น! เปลี่ยน” มกรายกมือขึ้นปิดจมูกตัวเองขณะที่วิ่งฝ่าฝูงชนเพื่อหาตัวของผู้ประมูล “B4 B4 ได้ยินไหม ทราบแล้วเปลี่ยน”“B4 ทราบแล้วเปลี่ยน!”“โจรปล่อยระเบิดควันเข้ามาภายในงาน ผู้ชายคนนั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย” คิมหันต์รายงานผ่านเครื่องมือสื่อสาร มกราที่มองสถานการณ์ออกอยู่แล้วจึงออกคำสั่งให้เริ่มปฏิบัติการในทันที“บอกคนของเราเข้ามาและพาผู้ประมูลออกไปจากงานให้หมด B3 ปล่อยโดรนสำรวจพื้นที่หาตำแหน่งผู้ต้องสงสัย B4 เข้าคุ้มกันผู้บัญชาการและหมอไอรินโดยด่วน เปลี่ยน”“รับทราบ”“B4…ได้ยินแล้วตอบด้วย!” เสียงของเคนเรียกหาโนเบลอีกครั้ง “เบล เธอได้ยินพี่หรือเปล่า ทราบแล้วตอบด้วย!”ราวกับว่าสัญญาณของเธอขาดหายไปเสียดื้อๆ สถานการณ์ตอนนี้ก็วุ่นวายแถมยังมีฝุ่นควันคละคลุ้ง มกราไม่สามารถมองหาเธอด้วยตาเปล่าได้ อีกทั้งเขายังต้องจัดการกับโจรที่เพิ่มจำนวนเข้ามา“B3 ปล่อยโดรนอีกตัวเพื่อติดตามตำแหน่งขอ

  • Story Of Love รักร้ายๆ ของเธอ คุณยอดนักสืบ   งานประมูล

    13งานประมูลผู้ชายที่ฉันยืนอยู่ต่อหน้าตอนนี้คือคนที่หมายทำร้ายและลักพาตัวฉันเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้าคอนโด ฉันพลาดท่าโดนพวกมันโปะยาสลบและจับตัวไปแต่ก็โชคดีที่คิมหันต์กับมกราช่วยไว้ได้ทัน“ต่อให้พวกแกจะทำร้ายฉันให้ตายตรงนี้ ฉันก็ไม่มีวันบอก” คนร้ายพูดออกมาเหมือนรำพึงจนแทบไม่ได้ยิน“เป็นหมารับใช้ที่จงรักภักดีสินะ” ฉันยืนเอามือกอดอกเอนหลังพิงกำแพงภายในห้องขัง ทอดสายตามองคนร้ายปากแข็ง ที่กำลังจะหมดสติอยู่รอมร่อด้วยสายตาที่ว่างเปล่า “ต่อให้เค้นจนน้ำลายแห้งก็คงไม่ยอมบอกสินะ อืม...โอเคเข้าใจแล้วล่ะ”ฉันใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มของตัวเองด้วยความหงุดหงิด หลังจากที่คิดดูแล้วว่าต่อให้ต้องทรมานไอ้หมารับใช้จนปางตายสักแค่ไหน มันก็ไม่มีวันคายความลับออกมาอย่างแน่นอน ก็คงเดิมพันชีวิตไว้กับผู้อยู่เบื้องหลังของมันไว้เยอะอยู่เหมือนกันแต่ก่อนที่ฉันจะเดินออกไปจากห้องคุมขังก็จำต้องชะงักฝีเท้าลงเสียก่อน ในเมื่อผู้ร้ายต้องการอยากให้ฉันทรมานมากนัก ก็ต้องเลือกใช้วิธีที่ฉันจะไม่เสียแรงเปล่าก็แล้วกัน“อ้อ อีกอย่างนะ อดข้าวอดน้ำตลอดระยะเวลาที่อยู่ในห้องขังใต้ดินนี้ จนกว่าจะหมดลมหายใจก็แล้วกันนะ”ฉันแสยะมุมปากอย่างพอใจ ก้

  • Story Of Love รักร้ายๆ ของเธอ คุณยอดนักสืบ   ของขวัญ

    12ของขวัญเวลาล่วงเลยผ่านไปใช่ว่าภาพจำในอดีตจะลบเลือน หากตัวเราไม่คิดจะลืมและฝังลึกไว้ใต้จิตใจขณะที่กำลังเดินกลับไปที่ห้องทำงาน ภาพในอดีตที่ยังคงฝั่งลึกใต้จิตสำนึกก็ฉายซ้อนขึ้นมา และยิ่งภาพเหล่านั้นฉายชัดมากเท่าไหร่ หัวใจของฉันก็เจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิมร้อยเท่าพันตัว11 ปีที่แล้วย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 วันเกิดเรื่องก่อนที่สำนักข่าวต่างๆ จะออกมารายงานข่าวการลักพาตัวของเด็กน้อยวัย 15 ปี ขณะเดินทางกลับบ้าน14:50 น.“รินดา...อีกครึ่งชั่วโมงเลิกเรียนเราไปหาไรกินกันดีไหม?”ฉันหันหน้าไปถามสาวน้อยผมสั้นสีดำขลับ ขณะนั่งจดเนื้อหาที่พึ่งเรียนจบไปไม่กี่นาทีที่ผ่านมาอย่างขะมักเขม้น แต่พอเธอได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วจากฉันก็เป็นอันต้องหยุดชะงัก แล้วหันใบหน้าเล็กมามองช้าๆ และพูดด้วยน้ำเสียงสดใสว่า“อย่าลืมสิเรามีการบ้านต้องทำตั้งเยอะนะ ไม่ไปหรอกกลับบ้านดีกว่า”“ค่อยกลับไปทำก็ได้ วันนี้ก็วันศุกร์แล้ว เหลือเวลาทำตั้งสองวัน ไปด้วยกันเถอะนะ” ฉันส่งสายตาอ้อนออดไปให้รินดาที่มองมาด้วยใบหน้านิ่งเฉย “นะๆๆ อาทิตย์นี้เรายังไม่ได้ไปกินอะไรหลังเลิกเรียนกันเลย รินไปกับเบลเถอะนะ”“นะๆๆ ส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status