Beranda / แฟนตาซี / The Light and Shadow : เงาทมิฬ / บทที่ 8 การเผชิญหน้าครั้งแรก

Share

บทที่ 8 การเผชิญหน้าครั้งแรก

Penulis: RainyStarSea
last update Tanggal publikasi: 2024-12-06 09:58:51

หลังจากที่กองทัพแห่งแอสทาราได้เข้าร่วมเดินทาง การเดินทางที่เคยเต็มไปด้วยอุปสรรคและความลำบากก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ด้วยกำลังพลและการจัดการที่มีระเบียบของทหารจากแอสทารา การเดินทางจึงดูราบรื่นและสะดวกสบายมากขึ้นอย่างชัดเจน

ลีอาและอาเรียน่า สองสาวที่เคยต้องรับมือกับความเหน็ดเหนื่อยและอันตรายตลอดทาง ตอนนี้กลับได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากทหารหนุ่มผู้มีน้ำใจ ทหารเหล่านี้คอยให้การสนับสนุนและปกป้องพวกเธออย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมที่พักให้สะดวกสบายที่สุดหรือการจัดหาอาหารที่ดีที่สุดให้พวกเธอจึงได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

ในแต่ละคืนเมื่อกองทัพหยุดพัก ลีอาและอาเรียน่าจะได้รับการจัดเตรียมที่พักที่ใกล้กับศูนย์กลางของค่ายมากที่สุด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและได้รับการปกป้องจากทหารฝีมือดี พวกเขาจัดเตรียมเต็นท์ที่สะดวกสบาย ปูด้วยพรมหนานุ่มและหมอนที่ทำจากขนสัตว์ พวกเขายังจุดตะเกียงที่ให้แสงสว่างอ่อนๆ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและสงบเงียบ ลีอารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้รับการดูแลเช่นนี้ และเธอก็สังเกตเห็นว่าอาเรียน่าก็เช่นกัน เด็กสาวที่เคยมีใบหน้าตึงเครียดและเหนื่อยล้าตลอดการเดินทาง ตอนนี้กลับมีรอยยิ้มที่สดใสขึ้น

ทหารหนุ่มบางคนที่มีพลังธาตุพิเศษมักจะเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ เช่น การใช้พลังธาตุน้ำเพื่อหาน้ำดื่มที่สะอาดและสดชื่นให้กับพวกเธอ หรือการใช้พลังธาตุดินในการสร้างกำแพงเล็กๆ รอบบริเวณที่พัก เพื่อให้พวกเธอรู้สึกปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในยามค่ำคืน

ในยามเช้า ทหารคนหนึ่งที่มีพลังธาตุลมจะใช้พลังของเขาสร้างกระแสลมอ่อนๆ เพื่อพัดผ่านพื้นที่พัก ทำให้บรรยากาศสดชื่นและเย็นสบาย ลีอารู้สึกถึงความอ่อนโยนของลมที่พัดผ่าน ทำให้เธอเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความรู้สึกที่สดใสและมีพลัง

ไม่เพียงแค่การดูแลในเรื่องที่พักและอาหารเท่านั้น ทหารบางคนยังช่วยแบ่งปันความรู้และเทคนิคการใช้พลังธาตุให้กับลีอาและอาเรียน่า สองสาวได้รับการสอนวิธีใช้พลังธาตุธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลีอาได้รับการึกฝนในการใช้พลังธรรมชาติที่เธอมีในการรักษาและปกป้องผู้อื่น ความรู้เหล่านี้ทำให้ลีอามีความมั่นใจมากขึ้น และพร้อมที่จะเผชิญกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตส่วนอาเรียน่า แม้เด็กสาวจะไม่มีพลังวิเศษใดๆ แต่เธอก็นั่งเรียนเป็นเพื่อนลีอาอย่างสนุกสนานและตื่นเต้น

กลางดึกคืนนั้น อาเรียน่าหลับฝันไป ในความฝันนั้นเต็มไปด้วยความสวยงามและความสงบสุขที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันเป็นสถานที่ที่มีแสงสว่างอ่อนโยนปกคลุมไปทั่วทุกมุม ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้จะทำให้เธอเจ็บปวดหรือทุกข์ใจได้ ท้องฟ้าสีทองประดับด้วยเมฆที่ลอยละล่องอย่างนุ่มนวล สายลมเย็นสบายพัดผ่านตัวเธอเบาๆ กลิ่นหอมของดอกไม้ที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อนลอยผ่านปลายจมูก ทำให้เธอรู้สึกถึงความสงบอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ในขณะที่เธอเดินลึกเข้าไปในสวนดอกไม้แห่งนี้ เธอพบกับ ต้นไม้ต้นหนึ่งที่สูงใหญ่ ต้นไม้ที่ดูงดงามและทรงพลัง มันแตกต่างจากต้นไม้อื่นๆ ในที่แห่งนี้ ลำต้นของมันเปล่งแสงอ่อนๆ ที่น่าหลงใหล กิ่งก้านของมันชูขึ้นฟ้าเหมือนกำลังโอบล้อมท้องฟ้าไว้ ดอกไม้ที่ผลิบานบนกิ่งก้านของมันเรืองแสงราวกับเป็นแสงดาวในคืนที่มืดสนิท

อาเรียน่าหยุดยืนตรงหน้าต้นไม้นั้น หัวใจของเธอรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดให้เข้าไปใกล้ มือของเธอยื่นออกไปแตะที่เปลือกไม้ รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมา พลังที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความสงบ แต่ขณะเดียวกันก็ซ่อนความลึกลับบางอย่างที่เธอไม่อาจอธิบายได้

ทันใดนั้น อาเรียน่าก็เริ่มได้ยินเสียงแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบที่ลอยมาในสายลม เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากท้องฟ้าหรือผืนดิน แต่มาจาก ต้นไม้ ต้นนั้น "เจ้า...ถูกเลือกมาแล้ว" เสียงนั้นกระซิบอ่อนโยน แต่ชัดเจน มันดังก้องในหูของอาเรียน่าราวกับเสียงสะท้อนในห้วงฝัน

อาเรียน่าสะดุ้ง เธอพยายามมองหาที่มาของเสียง แต่ไม่พบใคร นอกจากความเงียบสงัดที่รายล้อม เธอพยายามถามออกไป "ใคร...ใครพูดกับข้า?"

เสียงนั้นตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว "เจ้าถูกเลือกให้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่... เจ้าคือกุญแจแห่งความสมดุล เจ้าไม่อาจปฏิเสธชะตากรรมของเจ้าได้"

อาเรียน่ารู้สึกได้ถึงความสับสนในใจ เสียงนั้นฟังดูน่ากลัว แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่แปลกประหลาด เธอหันมองไปรอบๆ สวนที่เคยงดงาม ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนแปลง ดอกไม้ที่เคยเบ่งบานเริ่มเหี่ยวเฉา และแสงสว่างที่เคยอบอุ่นเริ่มมืดมนลง

"เจ้าต้องเลือก..." เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความเร่งเร้าและตึงเครียด "เจ้าไม่สามารถหนีจากชะตากรรมของเจ้าได้ เจ้าต้องเผชิญกับมัน ไม่ว่าเจ้าจะพร้อมหรือไม่ก็ตาม"

อาเรียน่ารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่กำลังผลักเธอไปในทิศทางที่ไม่อาจหันหลังกลับได้ เธอพยายามหนี แต่เท้าของเธอถูกตรึงไว้กับพื้น ความกลัวเริ่มเข้ามาครอบงำหัวใจของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เสียงในหัวของเธอก็แผ่วเบาลงเรื่อยๆ เหลือเพียงเสียงสะท้อนที่บอกว่าเธอมีบทบาทสำคัญในสิ่งที่กำลังจะมาถึง

อาเรียน่าไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร แต่เธอเริ่มสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งที่ใหญ่กว่าที่เธอเคยรู้รออยู่ข้างหน้า

“เฮือก” เด็กสาวลืมตาโพลง เหงื่อเย็นเต็มหน้าผาก ชุดแนบกับลำตัวเพราะเหงื่อ ลีอาถามขึ้นเบาๆ

“ฝันร้ายเหรอ”

“ไม่เชิงค่ะ พี่สาวนอนต่อเถอะ” อาเรียพูด พลางค่อยๆล่มตัวลงนอนตามเดิม

ในที่สุด คณะเดินทางกลุ่มใหญ่นำโดยแม่ทัพอาร์เดนและไรอันตามด้วยเหล่าทหาร ส่วนกลางขบวนก็มีพวกลีอา เอลเลียต อาเรียน่า และเฟนิกซ์เหยี่ยววายุก็มาถึงปลายทางสุดท้ายที่ระบุไว้ในแผนที่ของผู้เฒ่าปราชญ์ เกาะที่พวกเขายืนอยู่มีชื่อว่า “เกาะยมทูต” เกาะนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบและเงามืดที่เหมือนจะซึมซับทุกแสงสว่างที่ส่องผ่าน ผืนน้ำรอบเกาะเงียบสงบจนผิดปกติ ราวกับเป็นพื้นที่ที่ไม่มีชีวิตใดๆ กล้าเข้ามาใกล้

“ที่นี่น่าจะเป็นที่ที่ลูเซียสซ่อนตัวอยู่” ไรอันพูดขณะมองรอบๆ เกาะด้วยสายตาที่เคร่งเครียด

"เกาะนี้... มันมีพลังบางอย่างที่ไม่ธรรมดา ข้ารู้สึกได้"

“ข้าเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเกาะนี้” แม่ทัพอาร์เดนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“เกาะยมทูตเป็นที่ที่ไม่มีใครกล้าเหยียบย่างเข้าไป มันเคยเป็นที่สังเวยวิญญาณของนักรบผู้กล้าในอดีต และวิญญาณเหล่านั้นไม่เคยไปไหน พวกเขาถูกกักขังไว้ที่นี่ รอคอยวันที่จะได้ล้างแค้นคนที่ทรยศต่อพวกเขา”

“นั่นคงเป็นเหตุผลที่ลูเซียสเลือกที่จะมาที่นี่” ลีอากล่าวเสริม “พลังแห่งความมืดและความแค้นของวิญญาณเหล่านั้นทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เขาติดอยู่ที่นี่ ไม่สามารถกลับสู่แสงสว่างได้”

ทุกคนเงียบไปสักครู่ รู้สึกถึงความหนักอึ้งที่ปกคลุมอยู่เหนือเกาะ พวกเขาเริ่มเดินลึกเข้าไปในเกาะ เส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้แห้งตายและหินสลักโบราณที่ถูกปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำ เฟนิกซ์บินนำหน้าพวกเขา ตรวจสอบพื้นที่อย่างระมัดระวัง

ส่วนแม่ทัพอาร์เดน ก็ส่งทหารของเขาให้นำหน้าไปสำรวจพื้นที่ก่อน แต่ยิ่งเดินเข้าไป ก็ดูเหมือนว่าพลังอำนาจของลูเซียสจะทำให้ทุกสิ่งที่เคยมีชีวิตในเกาะนี้หายไปหมดแล้ว

หลังจากเดินทางผ่านหมอกหนาไปสักระยะ

เสียงฝีเท้าของทหารแอสทาราที่เดินนำหน้าเพื่อตรวจสอบพื้นที่ค่อยๆ เบาลงไปเรื่อยๆ ขณะที่พวกเขาเคลื่อนตัวผ่านหมอกหนาที่ปกคลุมเกาะนี้ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเงียบงันที่ผิดปกติ ท้องฟ้าดูมืดครึ้มแม้ในยามกลางวัน หมอกหนาที่ปกคลุมดินแดนทำให้ทุกอย่างดูราวกับว่าถูกกลืนหายไปในความมืด ทหารที่เดินนำหน้าต่างรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล แต่ยังคงเดินหน้าต่อไปตามคำสั่งของแม่ทัพอาร์เดน

แต่แล้วจู่ๆ เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ทหารในสังกัดของแม่ทัพอาร์เดนที่ถูกส่งไปสำรวจพื้นที่ล่วงหน้า จู่ๆ ก็ล้มลงราวกับใบไม้ร่วง ร่างกายของพวกเขากระแทกพื้นดินโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้องสักแอะ ร่างของพวกเขานอนนิ่งไร้ชีวิต ตาที่ยังเบิกกว้างแสดงถึงความตกตะลึงและหวาดกลัวในวินาทีสุดท้ายที่พวกเขายังมีลมหายใจ เหล่าทหารที่เหลือในกองทัพแอสทาราต่างมองดูภาพนั้นด้วยความสะเทือนใจ รู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านเข้ามาจากหมอกที่ปกคลุมรอบด้าน

แม่ทัพอาร์เดนหยุดชะงัก ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทหารที่เหลือหยุดตาม เขาหรี่ตาลง มองผ่านหมอกหนาที่เริ่มจางลงเล็กน้อย แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นเมื่อหมอกค่อยๆ จางหาย กลับเป็นภาพที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ

กองทัพเงามืดของลูเซียสยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า พวกเขาดูเหมือนเงาที่หลอมรวมกับความมืดมิดโดยรอบ ร่างกายของพวกมันถูกปกคลุมด้วยผ้าคลุมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงที่เปล่งประกายจากใต้หมวกเกราะของพวกมันดูราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งที่มันมองผ่าน เสียงกระซิบแผ่วเบาและเยือกเย็นดังก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับว่าเป็นเสียงของความตายที่กำลังจะมาถึงไรอันจ้องมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เขาเห็นศพของทหารแอสทาราที่ล้มลงไปนอนเรียงรายอยู่ตรงพื้น พร้อมกับกองทัพเงามืดที่ยืนรอพวกเขาอย่างไม่เกรงกลัว

บุคลิกของลูเซียสนั้นเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขาพูดน้อย แต่ทุกคำพูดของเขามีน้ำหนักและมีอำนาจมากพอที่จะทำให้ผู้คนต้องฟังอย่างตั้งใจ เสียงของเขานุ่มลึกและเป็นเสียงที่ชวนให้รู้สึกถึงพลังที่ซ่อนอยู่ข้างใน ราวกับว่ามีบางสิ่งที่เขากำลังปิดบังไว้เบื้องหลังท่าทางที่สงบนิ่งนั้น

ลูเซียสไม่เพียงแค่มีความสามารถในการใช้พลังเงามืดที่ทรงอำนาจเท่านั้น แต่ยังมีเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน ความเย้ายวนในตัวเขาทำให้ผู้ที่พบเจอต้องหวั่นไหวและถูกดึงดูดเข้าสู่ความมืดที่แฝงอยู่ภายในตัวเขาอย่างไม่รู้ตัว

“ไรอัน... ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะกล้ามาหาข้าที่นี่”

“ข้ามาเพื่อช่วยเจ้าและหยุดเจ้า ลูเซียส ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าใช้พลังแห่งความมืดนี้เพื่อทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป” ไรอันประกาศด้วยความมุ่งมั่น

ลูเซียสหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เจ้าคิดว่าเจ้าจะหยุดข้าได้หรือ? เจ้าทิ้งข้าไว้กับความมืดและความแค้น และตอนนี้เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถช่วยข้าได้งั้นหรือ?”

“ข้ารู้ว่าข้าเคยทำผิด ข้าควรจะยืนอยู่ข้างเจ้าตั้งแต่แรก” ไรอันยอมรับด้วยความเจ็บปวด “แต่ข้าก็รู้ว่ามันยังไม่สายเกินไปที่จะหยุดเจ้า ได้โปรดเถอะกลับมาเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องของข้าอีกครั้ง”คำพูดของไรอันทำให้ลูเซียสโกรธเกรี้ยว ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยพลังมืดที่คุกรุ่น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • The Light and Shadow : เงาทมิฬ   ตอนพิเศษ หัวใจทมิฬ

    ลูเซียสยืนนิ่งอยู่ในความมืดที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง ความมืดนี้ไม่ใช่แค่เงาหรือความมืดธรรมดา แต่มันคือพลังที่อยู่ในตัวเขามาตั้งแต่เกิด มันเป็นพลังที่ทำให้เขาถูกตัดสินและขับไล่ออกไปจากครอบครัวตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เขาเงยหน้าขึ้นมองลีอาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความแค้นที่ถูกฝังลึกในใจมาเนิ่นนาน”ข้าเคยเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนั้น” ลูเซียสเริ่มเล่า น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แต่ทุ้มลึก “ข้าเกิดมาในตระกูลสูงส่งแห่งแอสทารา ข้าเคยมีทุกสิ่งที่เด็กคนหนึ่งต้องการ...มีบ้านที่อบอุ่น มีพ่อแม่ที่ข้าเคารพรัก แต่พวกเขาก็เปลี่ยนไป เมื่อพวกเขารู้ว่าข้ามีพลังเงามืดในตัว” ลีอานั่งฟังด้วยความตั้งใจ หัวใจของเธอหนักอึ้งเมื่อได้ยินความเจ็บปวดในคำพูดของเขา เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าลูเซียสต้องทนทุกข์กับอดีตเช่นนี้”ข้าจำได้ชัดเจน ตอนที่ข้ายังเป็นเด็กแค่ 7 ขวบ ข้าคิดว่าพลังนี้เป็นสิ่งพิเศษ ข้ารู้สึกแตกต่าง แต่ข้ากลับไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงทำให้คนอื่นๆ กลัว ข้าพยายามใช้มันเพื่อแสดงให้พ่อแม่เห็นว่า ข้าสามารถปกป้องพวกเขาได้ แต่สิ่งที่ข้าได้รับกลับเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและรังเกียจ” ลูเซียสหยุดไปช

  • The Light and Shadow : เงาทมิฬ   บทสุดท้าย เงาที่เหลืออยู่

    ชีวิตของไรอันและลีอาเดินหน้าไปสู่ความสงบสุขที่พวกเขาเคยฝันถึง หลังจากการต่อสู้ที่ยาวนานและการสูญเสียที่ทำให้หัวใจของพวกเขาต้องบอบช้ำ พวกเขาก็ได้สร้างครอบครัวเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น หมู่บ้านที่เคยถูกครอบงำด้วยเงามืดกลับมาสดใสอีกครั้ง และชีวิตใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับงานแต่งงานเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความยินดีและความหวังลีอาและไรอันมีลูกแฝดชายหญิงที่เปรียบเสมือนดวงดาวสว่างไสวในชีวิตของพวกเขา เด็กทั้งสองคนเปี่ยมไปด้วยความไร้เดียงสาและความสดใสที่ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านรู้สึกถึงความหวังและความสุขที่แท้จริง ครอบครัวของพวกเขาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความรัก ไรอันเป็นพ่อที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและปกป้องลูกๆ ด้วยชีวิต ขณะที่ลีอาเป็นแม่ที่อบอุ่นและอ่อนโยน คอยดูแลทุกคนด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักในขณะเดียวกัน เอลเลียตและเฟนิกซ์ก็ออกเดินทางไปผจญภัยในดินแดนใหม่ๆ เพื่อฝึกฝนตนเองและค้นหาความหมายใหม่ในชีวิต พวกเขาเลือกที่จะไม่หยุดอยู่กับที่ แต่ออกเดินทางเพื่อค้นหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ ที่จะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นในทุกด้านอาเรียน่าเองก็เลือกทางเดินที่แตกต่างออกไป เธอตัดสินใจออกเดินทาง

  • The Light and Shadow : เงาทมิฬ   บทที่ 11 อดีตที่เจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่ (1)

    ลูเซียสหายใจลึก รู้สึกถึงน้ำหนักที่ถูกยกออกจากบ่าของเขา แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่าย และแม้ว่าความมืดในจิตใจของเขายังคงหลงเหลืออยู่ แต่ความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงและหาความสงบสุขในตัวเองก็มีมากกว่าลีอาที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างไรอันก็ยิ้มให้ลูเซียสด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเห็นใจ “ข้ายังเชื่อในตัวเจ้า ลูเซียส ข้ารู้ว่าลึกๆ แล้วเจ้าไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร เจ้าก็แค่ต้องการคนที่จะเชื่อมั่นและอยู่เคียงข้างเจ้า”อาเรียน่าก้าวเข้ามาสมทบ “เราเป็นครอบครัว... ครอบครัวที่ยอมรับกันได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านไม่จำเป็นต้องต่อสู้เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว”ลูเซียสมองดูพวกเขาทั้งสี่คน น้ำตาที่เก็บกดไว้ตลอดหลายปีเริ่มไหลลงมาอาบแก้ม เขารู้สึกถึงความโล่งใจและความหวังที่เคยสูญเสียไปนานแล้ว“ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษสำหรับทุกสิ่งที่ข้าเคยทำ” ลูเซียสกล่าวทั้งน้ำตา “ข้าขอโทษที่ข้าเคยเลือกทางที่ผิด และข้าขอโทษที่ข้าพยายามจะทำร้ายพวกเจ้า”“เจ้าไม่ต้องขอโทษอะไรอีกแล้ว” ไรอันกล่าวขณะที่เขาเข้ามาใกล้ลูเซียสและยื่นมือออกไป “สิ่งสำคัญคือเจ้าได้กลับมา และเราจะผ่านทุกสิ่งไปด้วยกัน” ไ

  • The Light and Shadow : เงาทมิฬ   บทที่ 11 อดีตที่เจ็บปวดและการเริ่มต้นใหม่

    "ในคืนหนึ่ง... ข้าจำได้ว่าแม่ของข้าไม่ได้มาร่ำลาข้า ข้าเพียงเห็นแผ่นหลังของพ่อที่หันมาเอ่ยคำสุดท้ายกับข้า 'เจ้าต้องไป...เพื่อปกป้องตระกูล' คำพูดเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหัวข้าตลอดมา ข้าถูกขับไล่ออกจากบ้าน ถูกส่งไปในป่าลึก โดยไม่มีแม้แต่ใครสักคนที่จะมาอธิบายว่าเหตุใด ข้าเป็นแค่เด็ก แต่ข้ากลับถูกทิ้งไว้ในความมืด โดยไม่มีที่พึ่งพิง ไม่มีความอบอุ่นของครอบครัว" เขาก้มหน้า น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น"ตอนที่ข้าจากไป ไรอันยังไม่เกิด พ่อและแม่ของเราคิดว่าเมื่อข้าไม่อยู่แล้ว พวกเขาจะสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ ข้าถูกลบออกจากความทรงจำของครอบครัว...และไรอัน เขาเกิดขึ้นมาโดยที่ไม่รู้เลยว่าข้าเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา"ลีอาหันไปมองลูเซียสอย่างตกตะลึง เธอไม่เคยได้ยินเรื่องราวนี้มาก่อน ลูเซียส...พี่น้องร่วมสายเลือดของไรอัน ถูกผลักไสออกจากครอบครัวในวัยเด็ก เพียงเพราะพลังที่เขาไม่ได้เลือกที่จะมี"ข้าเร่ร่อนอยู่ในป่า เดียวดายและเต็มไปด้วยความกลัว ข้าไม่รู้ว่าข้าควรทำอย่างไร ข้ารอคอยวันที่ครอบครัวจะมารับข้ากลับ แต่วันนั้นไม่เคยมาถึง ข้าโตขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยวและความเกลียดชัง ข้าเรียนรู้ที่จะใช้พ

  • The Light and Shadow : เงาทมิฬ   บทที่ 10 การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย (2)

    แต่ลีอากลับก้าวออกมาจากเงามืดนั้นอย่างช้าๆ เธอหยุดอยู่ตรงหน้าไรอันและอาเรียน่า น้ำตาของเธอไหลลงมาเมื่อเธอรู้สึกถึงความอบอุ่นจากพวกเขา “ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษที่ข้าเคยละทิ้งพวกเจ้า...”ไรอันยิ้มอย่างอ่อนโยนและก้าวเข้ามากอดเธอไว้ “ไม่เป็นไร ลีอา เจ้ากลับมาแล้ว นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” แสงสว่างที่เปล่งออกมาจากตัวอาเรียน่าเริ่มส่องประกายอย่างแรงกล้าอีกครั้ง ลูเซียสรู้สึกถึงพลังที่ถอยห่างจากตัวเขา ความมืดที่เคยทำให้เขาแข็งแกร่งกลับกลายเป็นภาระที่หนักอึ้ง เขารู้สึกถึงความอ่อนแอที่เข้ามาครอบงำ ร่างกายของเขาเริ่มสั่นไหวและอ่อนแรงลง “ไม่... ไม่!” ลูเซียสตะโกนด้วยความสิ้นหวัง แต่พลังที่เขาเคยยึดมั่นกลับหายไปทีละน้อย เงามืดที่เคยล้อมรอบตัวเขาเริ่มจางหายไป ราวกับว่ามันถูกดูดกลืนเข้าสู่แสงสว่างที่พวกเขาสร้างขึ้นมา ลีอายังคงมองไปทางลูเซียสที่ยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความสับสน ดวงตาของเธอที่เต็มไปด้วยความสงสารและความเห็นใจสะท้อนถึงความรู้สึกที่ซับซ้อนที่เธอมีต่อลูเซียส แม้ว่าเธอจะถูกสะกดจิตในช่วงเวลาที่อยู่กับเขา แต่เธอก็สามารถจดจำทุกเรื่องราวท

  • The Light and Shadow : เงาทมิฬ   บทที่ 10 การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย (1)

    พลังเงามืดของลูเซียสถูกต้านทานด้วยบาเรียน้ำของไรอันและแสงสว่างของอาเรียน่า แต่ลูเซียสก็ไม่ยอมแพ้ เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มีและปล่อยคลื่นพลังมืดออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้มันรุนแรงและน่ากลัวกว่าครั้งก่อน มันเป็นพลังที่ถูกหล่อหลอมจากความแค้นและความโดดเดี่ยว คลื่นพลังมืดที่เขาปล่อยออกมานั้นไม่เพียงแต่รุนแรง แต่ยังเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ลูเซียสไม่มีเจตนาที่จะยอมแพ้หรือยอมให้ใครเข้ามาขวางทางเขาได้อีก เอลเลียตที่เป็นด่านแรกของการป้องกัน ยังคงยืนหยัดไม่ถอย เขาใช้กระบองเหล็กของเขาฟาดลงไปที่พื้นอีกครั้งเพื่อสร้างแรงกระแทกที่พุ่งตรงเข้าไปปะทะกับพลังเงามืด แต่ความรุนแรงของพลังมืดนั้นกลับทำให้พื้นดินแตกออกเป็นรอยแยก ลมพายุจากพลังมืดกวาดเอาเศษซากและฝุ่นผงขึ้นมาหมุนวนรอบตัวเอลเลียต ทำให้การมองเห็นของเขาเริ่มพร่ามัว อย่างไรก็ตาม เอลเลียตยังคงยืนอยู่ได้ด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในตัวเพื่อนร่วมทางของเขา “พวกเจ้ารีบทำสิ่งที่ต้องทำ!” เขาตะโกนด้วยเสียงที่ยังเต็มไปด้วยพลัง “ข้าจะยืนหยัดตรงนี้ ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม!” ไรอันรู้ดีว่

  • The Light and Shadow : เงาทมิฬ   บทที่ 8 การเผชิญหน้ากันครั้งแรก (2)

    บุคลิกของลูเซียสนั้นเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขาพูดน้อย แต่ทุกคำพูดของเขามีน้ำหนักและมีอำนาจมากพอที่จะทำให้ผู้คนต้องฟังอย่างตั้งใจ เสียงของเขานุ่มลึกและเป็นเสียงที่ชวนให้รู้สึกถึงพลังที่ซ่อนอยู่ข้างใน ราวกับว่ามีบางสิ่งที่เขากำลังปิดบังไว้เบื้องหลังท่าทางที่สงบนิ่งนั้น ลูเซียสไม่เพียงแค่

  • The Light and Shadow : เงาทมิฬ   บทที่ 8 การเผชิญหน้ากันครั้งแรก (1)

    พวกเงามืดนี้ดูเหมือนจะไม่มีชีวิต ไม่รู้จักความเจ็บปวดหรือความกลัว มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นจากความมืดที่ลูเซียสได้ปลุกขึ้นมาเพื่อทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กองทัพแอสทาราต่างรู้สึกถึงความกดดันที่หนักอึ้ง แต่แม่ทัพอาร์เดนก็ไม่ยอมให้ความกลัวเข้ามาครอบงำ เขาเงยหน้าขึ้นและตะโกนสั่งการ “ทุกคนเตรียมต

  • The Light and Shadow : เงาทมิฬ   บทที่ 7 กองทัพแห่งราชันย์

    หลังผ่านพ้นทุ่งละเมอที่เกือบทำพวกเขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีก พวกของไรอันก็เดินทางมาถึงจุดหนึ่งกลางป่าที่ทำให้พวกเขาต้องหยุดชะงัก เสียงก้าวเดินที่ดังกึกก้องจากทิศทางเบื้องหน้าบ่งบอกว่ามีคนจำนวนมากกำลังเคลื่อนที่เข้ามา ลีอา เอลเลียต และอาเรียน่าต่างเตรียมตัวพร้อมรับมือ ด้วยความระมัดระวังที่พวกเขาเคยชินกับ

  • The Light and Shadow : เงาทมิฬ   บทที่ 6 ทุ่งละเมอ (1)

    ในที่สุด เมื่อทั้งคู่รวบรวมพลังจิตใจและตระหนักถึงความจริง พวกเขาก็สามารถฉีกห้วงฝันที่ลวงหลอกนั้นออกมาได้ ความจริงเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นอีกครั้ง ทันทีที่พวกเขาตื่นขึ้นมาในโลกแห่งความจริง เสียงของเอลเลียตยังคงก้องอยู่ในหู "พวกเราต้องไปกำราบลูเซียส... อย่าลืมความตั้งใจของพวกเรา"ไรอัน ลีอา แล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status