Partager

 Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ
Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ
Auteur: Sharp pencil

บทนำ

Auteur: Sharp pencil
last update Date de publication: 2026-04-28 19:33:36

ปีที่สองของการเดบิวต์เป็นศิลปิน

‘โมริสึกิ มิโซระ สมาชิกวง Fairish จะเข้าร่วมชมงาน Fashion Show ของแบรนด์ F ในฐานะ Global Ambassador’

ข่าวใหญ่ของสมาชิกที่กลบกระแสต่างๆ นานาของวง ทั้งดีทั้งร้ายทิ้งทั้งหมด โดยพาดหัวนั้นมีรูปของเจ้าของชื่อ โมริสึกิ มิโซระ หญิงสาวผู้เป็นโปรดิวเซอร์และซับโวคอลของวง ที่อยู่ในชุดแฟชั่นคอลเล็กชันล่าสุดของแบรนด์ดังกล่าว

[ว๊าย! แฟร์ริชมีแบรนด์ที่เป็น Global Ambassador ครบทุกคนเลยนะ ค่ายขยันทำงานเกิน ปรบมือ]

[มาช้าแต่มานะ]

[เป็นแอมครบห้าคนแล้ว ปรบมือค่า!]

กระแสความตื่นเต้นกับข่าวนี้ใน SNS เรียกว่าเป็นกระแสที่ค่อนข้างรุนแรง เพราะวงแฟร์ริชทั้งห้าคน มิโซระ เป็นคนสุดท้ายที่ถูกยกขึ้นเป็น Global Ambassador ของแบรนด์ใหญ่ต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้เธอเป็นมิวส์อยู่นาน

ในขณะเดียวกัน เจ้าของร่างเล็กที่อยู่ในข่าวตอนนี้อยู่ที่สนามบินเพื่อจะเดินทางไปมิลานอย่างที่สื่อได้กล่าวไว้

วันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ที่มีโลโก้แบรนด์เป็นแพตเทิร์นทั้งชิ้น คู่กับเสื้อแขนยาวสีขาวรัดรูปและผมสีน้ำตาลอ่อน กำลังยืนให้สื่อมวลชนถ่ายรูป

มิโซระนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยที่ตีคู่มากับอาซึนะ ทั้งสองให้ความรู้สึกสวยหวานที่แตกต่าง แม้เธออาจไม่ได้ดึงดูดตั้งแต่แรกเห็น แต่มิโซระมักจะเป็นสมาชิกที่ทำให้แฟนคลับเกิดปรากฏการณ์กล้องไหลมากที่สุด คือขณะที่แฟนคลับกำลังถ่ายคนอื่นอยู่ สุดท้ายกล้องก็มาจับที่มิโซระอยู่ดี

“มิโซระ กล้องนี้หน่อยจ้า!”

“ทางนี้ด้วยค่า!”

เหล่าช่างภาพทั้งของสื่อมวลชนและบ้านเบสต่างๆ รัวชัตเตอร์ไม่หยุด ขณะหญิงสาวยืนยิ้มหันไปรอบๆ ท่ามกลางสายลมที่ค่อนข้างหนาว

“มิโซระ” เสียงของรินโกะ ผู้จัดการที่จะติดตามเธอไปด้วยในงานครั้งนี้เรียก พร้อมกับเมย์ น้องสาวคนเล็กของทีมโปรดิวเซอร์แฟร์ริชที่เดินทางไปด้วยกัน วิ่งมารับเธอ

“ขอบคุณนะคะ” เสียงหวานพูดกับสื่อมวลชนดังชัด ก่อนร่างเล็กจะโค้งสี่สิบห้าองศาให้กับช่างภาพ แล้วเดินไปพลางโบกมือไปด้วย

การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ยาวนัก เพียงแค่สองสามวันเพื่อไปทำงานเท่านั้น และตารางงานนี้ไม่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่แรก เป็นการเพิ่มเข้ามาอย่างกะทันหัน จึงมีทีมงานตามไปเพียงไม่กี่คน

ร่างเล็กเดินเข้าไปโดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยของสนามบินอำนวยความสะดวก เพราะแฟนคลับไม่ได้มามากนัก การเคลียร์พื้นที่จึงค่อนข้างง่าย

โดยไม่รู้เลยว่า ท่ามกลางผู้โดยสารที่ดูปกติ กลับมีคนคนหนึ่งที่จ้องมองมิโซระอยู่ตลอดโดยไม่ละสายตา

เมื่อทั้งสามคนผ่านด่านเช็กอินและเข้าสู่แอร์ไซด์ [1]สำหรับผู้ที่มีตั๋วหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เหล่าช่างภาพและสื่อต่างๆ ก็ถูกกันออกไปเพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น

“นี่ขนาดขอให้ข่าวลงก่อนมาแค่ชั่วโมงเดียวนะเนี่ย” รินโกะที่โล่งใจเมื่อทุกอย่างสงบบ่นออกมา เพราะการเดินทางครั้งนี้มีคนว่างน้อย และมิโซระก็ไม่อยากให้จ้างการ์ดเพิ่มมาก เธอมองว่าตัวเองไปคนเดียว และในบรรดาสมาชิก เธอมีความนิยมน้อยที่สุด จึงคิดว่าป้องกันพอเป็นพิธีก็เพียงพอแล้ว

“เห็นไหมคะ คนรักพี่มิโซระเยอะแยะ” เมย์ยิ้มอย่างตื่นเต้น เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่ได้ไปทำงานในยุโรปแบบจริงจัง แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ก็ตาม

“ตื่นเต้นใช่ไหมเนี่ย นี่พี่จินให้เบี้ยเลี้ยงมาเท่าไหร่ เดี๋ยวพี่ท็อปเพิ่มให้ เอาไว้ซื้อของฝากกลับบ้าน” มิโซระหันไปคุยกับเมย์ด้วยความเอ็นดู เพราะอีกฝ่ายเป็นเด็กที่สุดในทีมสตาฟ

“พี่จินให้มาเยอะแล้ว ฉันเกรงใจค่ะ ไปไหนกับพี่ๆ พี่ๆ ก็ให้พ็อกเก็ตมันนี่ฉันตลอดเลย” เมย์ยกมือปฏิเสธแทบจะทันทีด้วยความเกรงใจ เพราะเมย์เป็นคนแบบนี้ พวกเธอที่เป็นศิลปินทุกคนเลยเอ็นดูเด็กคนนี้เป็นพิเศษ

มิโซระไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยกยิ้ม โดยไม่ทันสังเกตรอบข้างเลยสักนิดว่ามีคนเดินตามและแอบมองพวกเธอมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว

เพราะพวกเธอมาถึงค่อนข้างเร็วกว่ากำหนดมาก จึงมีเวลานั่งรอที่แอร์ไซด์อยู่นาน สองผู้จัดการจึงสลับกันไปซื้อของเตรียมไว้ถือขึ้นเครื่อง เพราะการเดินทางครั้งนี้อาจใช้เวลากว่าสิบห้าชั่วโมงกว่าจะถึงปลายทาง แม้พวกเธอจะจองที่นั่งชั้นเฟิร์สต์คลาสไว้แล้วก็ตาม

เมื่อผู้จัดการทั้งสองกลับมานั่ง และหลังจากผ่านไปหลายนาที ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเธอมากนัก มิโซระจึงลุกขึ้น

“เดี๋ยวฉันไปซื้อกาแฟกับขนมก่อนนะคะ”

รินโกะพยักหน้าอนุญาต ร่างเล็กจึงเดินไปยังร้านกาแฟยอดนิยม ซึ่งเป็นแบรนด์มาตรฐานของแทบทุกประเทศ โดยมีผู้ชายร่างสูงในชุดเครื่องแบบที่คาดว่าเป็นนักบินยืนอยู่ก่อนหน้าแล้ว

“มิโซระ” เสียงของผู้ชายเรียกเธอจากด้านหลัง ทำให้หญิงสาวหันไปตามเสียง และเห็นชายแปลกหน้าที่เธอไม่คุ้นเคย

“ในที่สุดเราก็มีเวลาคุยกันตามลำพังเสียที”

คำพูดนั้นทำให้เธอรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือสตอล์กเกอร์ที่ช่วงนี้ตามเธออยู่ตลอด แม้กระทั่งยังไปรอเธอที่หน้าบริษัททุกวัน นั่นเป็นสาเหตุที่เธอกับรินโกะเลือกจะปล่อยข่าวเรื่องงานวันนี้ในชั่วโมงสุดท้ายและรีบเดินทางออกมาทันที

มือบางเย็นเฉียบจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่ ในหัวมีเพียงเสียงหัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ความกลัวตีขึ้นมาจนอยากจะตะโกนขอความช่วยเหลือให้ดังที่สุด เธอรู้ว่าเธอต้องหนี แต่ขากลับไม่ยอมขยับ

“อย่าเข้ามานะคะ! กรี๊ด!” มิโซระพยายามห้าม เมื่ออีกฝ่ายยังคงเดินเข้ามาโดยไม่คิดจะหยุด

เธอถอยจนชนเข้ากับแผ่นอกแข็งแรงของใครบางคน แรงกระแทกทำให้แทบเสียหลัก แต่กลับมีมือใหญ่รับเธอไว้แน่น

หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ความกลัวตีรวนในอกจนเธอเผลอยกมือกำชายแขนสูทสีเข้มของเขาไว้แน่น ราวกับเกาะที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว

“จะทำอะไร ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

เสียงทุ้มต่ำเหนือศีรษะของเธอแทรกเข้ามาในโสตประสาท ราวกับดึงสติที่กำลังกระจัดกระจายให้กลับมาอยู่กับความอบอุ่นจากมือที่ถูกประคองไว้บางเบา ราวกับโลกหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ

กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของผู้ชายที่ไม่คุ้นลอยแตะจมูก ทั้งที่เธอไม่รู้จัก แต่มันกลับทำให้เธอสงบใจได้อย่างน่าประหลาด

ผู้ชายที่เธอเผลอจับแขนเสื้อไว้ ทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ร่างสูงดึงเธอมาไว้ข้างหลัง พร้อมถอยจนหลังของเธอติดเคาน์เตอร์ ก่อนจะประคองมือของเธอเบาๆ และตะโกนเสียงดังเพื่อให้พนักงานรักษาความปลอดภัยรู้ตัว

ความอบอุ่นจากมือเขาทำให้ความกลัวในอกของเธอค่อยๆ จางลง

วินาทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มใต้กรอบแว่นพอดี…

นั่นคือครั้งแรกที่เธอรู้ว่า ความปลอดภัย อาจมีเสียงและกลิ่นเป็นของใครบางคนอยู่ในนั้น

“แกอย่ามายุ่ง!”

พูดจบชายคนนั้นก็พุ่งเข้ามาเหมือนจะทำร้ายคนที่มาช่วยเธอ แต่เขาเร็วกว่า ร่างสูงขยับตัวหลบ พลางพาเธอถอยไปด้วยกัน

“ทำร้ายร่างกายนักบินในเครื่องแบบที่เขตแอร์ไซด์เป็นคดีอาญาระดับประเทศนะ” ร่างสูงที่ช่วยเธอพูดข่มขู่อีกฝ่าย เธอไม่เห็นหน้าเขา ใบหน้าสวยก้มลงอย่างหวาดกลัว มือข้างหนึ่งปล่อยให้มือใหญ่กว่าประคอง ส่วนอีกมือจับด้านหลังสูทเครื่องแบบของเขาด้วยอาการสั่นเทา ริมฝีปากเม้มแน่น

“เสือก! ไม่ใช่เรื่องของแกแท้ๆ!” ชายคนนั้นพยายามจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ก็ขยับตัวอย่างรวดเร็ว เข้ามารวบชายที่คลั่งคนนั้นทันที

“หยุดบ้าได้แล้ว นายโดนจับแล้ว เพื่อน! ไปกับพวกฉันทางนี้!” เจ้าหน้าที่ชายที่จับตัวคนนั้นไว้ตะโกนใส่หน้ามันเสียงดัง ตามมาด้วยเจ้าหน้าที่อีกสองสามคนที่เข้ามาช่วยกันรวบตัว พร้อมกับรินโกะและเมย์ที่ทิ้งสัมภาระก่อนขึ้นเครื่องแล้วรีบมาหาเธอพอดี

ดวงตาคู่สวยเห็นว่าผู้ชายคนนั้นโดนจับขาก็แทบทรุด แต่ชายหนุ่มในเครื่องแบบประคองเธอไว้ไม่ให้ล้ม

“นักบินผู้ช่วย ไม่เป็นไรนะครับ?” เจ้าหน้าที่ที่เพิ่งมาถึงหันไปถามผู้ชายที่เข้ามาช่วยเธอด้วยความเป็นห่วง นั่นทำให้เธอเพิ่งตั้งสติได้ว่าเขาคือนักบินที่มาซื้อกาแฟ และดันซวยเพราะเธอไปด้วย

“ผมไม่เป็นไร คุณดูผู้โดยสารเถอะ” เสียงทุ้มเรียบตอบกลับ พลางขยับแว่นบนใบหน้าอย่างช้าๆ แล้วหันมามองเธอ

“ผู้โดยสาร ไม่เป็นอะไรนะครับ?” เจ้าหน้าที่อีกคนเอ่ยถาม ทำให้เธอส่ายหน้าเบาๆ ถึงจะกลัวและตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอควบคุมสติได้

“ขอบคุณนะคะ เกือบทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วยเลย” เธอหันไปหาร่างสูงในชุดเครื่องแบบ พร้อมโค้งเก้าสิบองศาสองสามครั้งเพื่อแสดงความรู้สึกผิดจากใจจริง

“ไม่เป็นไรครับ เรื่องนี้สนามบินน่าจะมีคำอธิบายให้คุณ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเพิ่มเติม คุณแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะครับ” นักบินคนนั้นพูดกับเธอด้วยท่าทางที่ดูเป็นห่วงจริงๆ เธอจึงพยักหน้ารับด้วยความขอบคุณ

“ขอบคุณจริงๆ นะคะ ที่คุณช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะ…” มิโซระกำมือแน่น วินาทีที่หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มใต้กรอบแว่นพอดี แววตาของเขาดูเรียบคมแต่มั่นคงกว่าที่เธอคิด เมื่อสบตากัน รอยยิ้มมุมปากที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกปลอดภัยขึ้น

ไม่รู้ว่าเพราะความโล่งใจหรือเพราะสายตาที่มั่นคงคู่นั้นกันแน่ ส่งผลให้หัวใจของเธอยังเต้นไม่เป็นจังหวะ

“ผมเลือกช่วยคุณเอง แล้วผมก็ไม่ได้เป็นอะไร คุณไม่ต้องรู้สึกผิดครับ” เสียงของเขาอ่อนลงจากเมื่อครู่หลายระดับ จนเธอรับรู้ได้ว่าเขาไม่ได้ถือสาอะไรจริงๆ

“อ… ออเดอร์ได้แล้วนะคะ”

ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อ เคาน์เตอร์กาแฟซึ่งกลับมาทำงานตามปกติหลังสถานการณ์สงบ ก็เรียกออเดอร์ของคุณนักบิน เขาหันไปมองก่อนจะเหลือบกลับมาที่เธออีกครั้ง

“เดินทางให้สนุกนะครับ” ร่างสูงเดินไปหยิบแก้วกาแฟของตัวเอง จึงก้าวออกไปจากตรงนั้น เพื่อกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

ดวงตากลมคู่สวยจ้องแผ่นหลังนั้นจนลับตา แล้วจะถอนหายใจเบาๆ

“ไม่คิดเลยว่ามันจะตามเธอมาถึงนี่”

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ครั้งนี้เขาก็โดนจับแล้ว คงไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีก”

สามสาวโล่งใจเมื่อทุกอย่างเหมือนจะจบ หากแต่ใน SNS ตอนนี้มีการอัปโหลดวิดีโอเหตุการณ์ ทำให้แฮชแท็ก #ProtectOurMisora เริ่มกลายเป็นกระแส

ก่อนจะตามมาด้วยเทรนด์ชื่นชม ‘ฮีโร่พิทักษ์ท้องฟ้า’ คนนั้น และด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น ชาวเน็ตจึงเริ่มตามสืบว่านักบินผู้ช่วยคนนั้นเป็นใครมาจากไหนกันแน่

[1]Air side เป็นส่วนที่อยู่หลังผ่านด่านตรวจความปลอดภัยแล้ว ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้โดยสารจะรอขึ้นเครื่องและขึ้นเครื่องบิน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทส่งท้าย

    การพักงานวันที่สิบสองของมิทสึคุนิ หลังจากที่มิโซระทำงานเสร็จทั้งหมด หญิงสาวก็หลับบนรถ SUV คันหรูที่นั่งสบายที่สุดในชีวิตไปตลอดทาง จนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองไม่ได้ถูกพากลับบ้านเหมือนทุกๆ วันกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบๆ ชั่วโมง รอบข้างมืดหมดแล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ ตื่นและมองไปรอบๆ ก็พบว่าที่นี่มันไม่ใช่ทางไปบ้านของเธอ แต่มันเป็นทางของเขตจังหวัดคานากาวะแล้ว“ไปไหนคะเนี่ย” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้ม“ทำตัวน่าสงสัยนะคะ”“ผมแค่บังคับให้คุณทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผมเท่านั้นเอง ยังไงคุณก็ไม่มีงานไปอีกสามวันนี่ครับ” มิทสึคุนิพูดจบ มิโซระก็หรี่ตามองช้าๆ แต่นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มยิ้ม“ยังไงก็... ค้างต่างจังหวัดสักวันสองวันนะครับ ผมเตรียมเสื้อผ้ามาให้แล้ว”“ก็ต้องแบบนั้นแหละค่ะ แต่อยากรู้จังว่าจะพาไปไหน”มิโซระตอนนี้เธอตื่นแล้วก็มองไปรอบๆ อย่างใจจดจ่อ ส่วนมิทสึคุนิก็ยกยิ้มพยายามขับไปตามทางเพราะเขามีนัดทานมื้อเย็น และเขาต้องไปให้ทัน อีกอย่างเขาจะพามิโซระไปช้ากว

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 40 แถลงการณ์สุดท้าย

    โต๊ะแถลงการณ์ของบริษัท Starlight Entertainment ที่จัดร่วมกับสายการบิน AJN เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถูกจัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ของสนามบินมิทสึคุนิในชุดนักบินเดินขึ้นมานั่งที่ฝั่งของ AJN ในฐานะผู้เสียหายจากการข่มขู่และทำร้ายร่างกายที่สนามบิน รวมถึงผู้เสียหายจากการใส่ร้ายส่วนมิโซระนั่งอยู่ฝั่ง Starlight โดยมีจินและผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรอีกคนอยู่ด้วย และตรงกลางระหว่างทั้งสองบริษัทคือตัวแทนจากสนามบินหลังจากเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันที่สนามบิน และการที่สายการบินปล่อยให้ผู้โดยสารที่เคยมีประวัติขึ้นเครื่องมา ทั้งที่มีการรายงานว่ามีการข่มขู่ฆ่าตั้งแต่ต้นทางเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ เป็นความรับผิดชอบร่วมของสนามบินและสายการบินส่วน Starlight ในฐานะหนึ่งในผู้เสียหายที่ขึ้นมาเพื่อแถลงเฉพาะเรื่องแอคเคาท์ส่วนตัวของมิโซระเท่านั้น“เรื่องบัญชี SNS เดิมของมิโซระ พวกเราได้รับการติดต่อจากคนที่อยู่เบื้องหลังแล้ว เราได้ดำเนินการฟ้องตามกฎหมาย และได้ไกล่เกลี่ยเป็นที่เรียบร้อย ทางผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้คำสัญญาแล้วว่าจะให้ความร่วมมือในการให้ข้

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 39 คนที่ผิดที่สุด

    หลังจากข่าวใหญ่ที่สนามบิน กระแสใน SNS ก็ดุเดือดมาก แม้ก่อนหน้านี้ทุกคนจะเริ่มตั้งคำถามกับมิทสึคุนิ มีคนบางส่วนที่ไม่ได้ชอบที่มิโซระในฐานะศิลปินหญิงแสดงออกแบบนี้แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ และมิทสึคุนิก็ยังคงพยายามปกป้องมิโซระอย่างเห็นได้ชัดทุกคนก็ออกมาประณามคนที่ทำและชื่นชมคนเป็นนักบินกันเป็นทางเดียว ส่วนทางบริษัท Starlight ก็ออกมาแถลงการณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และขอประณามพฤติกรรมดังกล่าวบริษัทฯ จะดำเนินคดีกับทั้งสตอร์กเกอร์และคนที่อยู่เบื้องหลังให้ถึงที่สุดและอีกหนึ่งทางที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ที่สุดและเงียบมาตลอด ในที่สุดก็ออกประกาศออกมาสองฉบับฉบับที่หนึ่ง คือการประกาศ ‘ไทระ โคฮาคุ’ นักบินรวมถึงพนักงานระดับสูงบางคน ว่าไม่ได้เป็นพนักงานของสายการบินอีกต่อไปจากการผิด ‘วินัยร้ายแรง’ ของกลุ่มคนพวกนี้ โดยไม่ได้บอกถึงสาเหตุที่แน่ชัด ทำเอาทุกคนคาดเดากันไปต่างๆ นานาอีกหนึ่งฉบับคือหนังสือประณามการกระทำที่สนามบินของสตอร์กเกอร์คนนั้น ที่กระทำอุกอาจ และหนังสือขอโทษที่ปล่อยให้ผู้โดยสารคนนั้นขึ้นเครื่องมาพร้อมกับมิโซระแ

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 38 สนามบินเดิม

    ‘สวัสดีครับ ผมกัปตันอินุอิ สายการบิน AJN จากประเทศออสเตรเลีย สู่ประเทศปลายทาง...’เสียงของกัปตันประกาศดังขึ้นบนเครื่อง สองหนุ่มสาวที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศได้ขึ้นเครื่องตามเวลาเดิมที่กำหนดหลังจากที่มิทสึคุนิขอให้พนักงานต้อนรับภาคพื้นช่วยเหลือ ทางสายการบินก็ได้ตรวจสอบรายชื่อของผู้โดยสารทั้งไฟลต์ และไม่พบคนที่เคยมีประวัติที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรายชื่อผู้โดยสารก็ไม่ได้มีชื่อของผู้ชายคนนั้นที่เคยทำร้ายมิโซระเมื่อสองปีก่อนทางบริษัทฯ ให้ตัวเลือกกับทั้งสองคนว่าจะเปลี่ยนไฟลต์กลับไม่ว่าจะเป็นไฟล์ตที่เร็วที่สุดหรือหลังจากนั้นโดยสลับกับคนที่ Deadhead[1] กลับฐานแทน และอีกทางคือการกลับไฟล์ตเดิมมิทสึคุนิให้มิโซระเป็นคนตัดสินใจ มิโซระจึงเลือกกลับไฟลต์ที่จองไว้เพื่อไม่ให้เดือดร้อนลูกเรือคนอื่นๆ โดยให้ทางสายการบินและสนามบินได้เตรียมตัวเอาไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน และมิโซระเองก็ได้บอกทางค่ายไปแล้วเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นตลอดไฟลต์หลายชั่วโมง ทั้งสองคนจองที่นั่งชั้นหนึ่งที่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวและเลือกที่จะขึ้นเครื่องมาก่อนใคร จึงแทบจะไม่มีใครสังเกต

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 37 ความกังวลของมิทสึคุนิ

    [หลังจากที่ครบกำหนดสิบสี่วัน ขอให้นักบินผู้ช่วยคุโจ มิทสึคุนิ มารายงานตัวที่สายการบินตามตารางบินที่ระบุ]เนื้อความในอีเมลถูกส่งมายังอีเมลของมิทสึคุนิตั้งแต่เมื่อคืน ชายหนุ่มที่กำลังทานอาหารก่อนที่จะเตรียมตัวบินกลับประเทศมองด้วยความไม่ได้ใส่ใจนักมันไม่ได้ผิดจากที่คาด อย่างน้อยๆ เขาก็ได้วันพักมาสิบสี่วัน แม้จะทำให้ชั่วโมงบินในเดือนนี้ของเขาลดน้อยลงก็ตามความคุ้มค่าของการพักงานนี้ไม่ใช่การเอาคืนโคฮาคุ หรืออะไรอื่นๆ สิ่งที่เขารู้สึกขอบคุณที่ถูกพักงานคือเวลาที่ใช้กับมิโซระ ทุกวินาทีมันมีค่าจริงๆ“ดื่มกาแฟหน่อยไหมคะ” เสียงหวานของมิโซระทำให้ชายหนุ่มเงยหน้ามองตามเสียง“ไม่ล่ะครับ ไว้ผมไปดื่มที่สนามบินทีเดียวเลย” เขาเงยหน้าตอบมิโซระด้วยรอยยิ้ม อีกฝ่ายก็พยักหน้าก่อนจะลุกไปสั่งกาแฟร้อนยามเช้าในตอนนั้นเอง สำหรับมิทสึคุนิแล้วนั้น อีเมลเรื่องงานของเขายังไม่ได้สำคัญเท่ากับสิ่งที่รินโกะบอกเรื่องของสตอล์กเกอร์คนนั้นกลับเป็นสิ่งที่ติดในใจของเขามากกว่าเขาไม่อยากให้มิโซระเจอสถานการณ์แบบวันนั้นอีกใบหน้าคมคายใต้กรอบแว่นในชุดแฟชันที่ยังคงดูสุภาพม

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 36 ผมเลือกเธอครับ

    หลังจากที่มิโซระโพสต์ชี้แจงเรื่องราวทุกอย่างใน SNS ส่วนตัวของตัวเอง กระแสในอินเทอร์เน็ตก็เริ่มมีการสนับสนุนที่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนทั่วๆ ไป และแฟนคลับของศิลปินวงอื่นๆ ที่ก็อยากให้ศิลปินมีความสุขและพื้นที่ส่วนตัวแต่ก็ต้องยอมรับ ทุกอย่างในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับชีวิตของศิลปินนั้นล้วนแล้วแต่ถูกขุดขึ้นมาได้ง่าย[ฉันชอบนะ ที่มิโซระออกมาแสดงจุดยืนแบบนี้ ขอบคุณที่ในประเทศนี้มีศิลปินแบบ Fairish และค่าย Starlight ไม่งั้นศิลปินก็คงเป็นพระเจ้าที่ไม่มีวันมีความรักอย่างเปิดเผยได้จริงๆ][ฉันในฐานะแฟนคลับของ No.1 นะ ฉันคิดว่าค่ายแสงดาวสุดยอดที่สุดแล้วจริงๆ พวกเราจะยืนข้างๆ พวกเธอตลอดไป][มิโซระสู้ๆ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอแค่อยากมีความสุขส่วนตัวบ้างก็เท่านั้น ฉันเชื่อว่าเธอจะกลับมาให้ความสุข และทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่อย่างที่เธอสัญญาแน่นอน]แฟนๆ ที่เข้าใจและอยากให้ศิลปินมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็ออกมาให้กำลังใจกันมากมาย แต่มันก็จะมีบางส่วนที่เริ่มขุดประวัติของมิทสึคุนินอกเหนือจากการศึกษาและการเป็นนักบิน[อันนี้ของจริงไหม เขาเคยแต่งงานแล้วหรอ ม

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 6 ครอบครัว

    ปลายปีที่สามของการเดบิวต์ในฐานะศิลปิน‘การร่วมงานอย่างเป็นทางการรครั้งแรกระหว่าง AJN Airlines x Starlight Entertainment ในงานเปิดตัวฝูงบินใหม่ พร้อมกับการครบรอบเจ็ดปีของค่าย Starlight กำลังจะถูกจัดขึ้นในเร็วๆ นี้’การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเปิดฝูงบินใหม่ของหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศถูก

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 5 ไม่ถูกเวลา

    อุ่น…ความรู้สึกแรกแล่นเข้ามาพร้อมกับลมหายใจแผ่วเบาข้างกาย ทำให้ร่างบางค่อยๆ รู้สึกตัว เธอกะพริบตาปรับสายตา ก่อนจะมองไปรอบห้อง เห็นผนังด้านหนึ่งที่มีตู้เสื้อผ้าเปิดค้างไว้ และชุดยูนิฟอร์มสีขาวกับสูทสีเข้มเข้มแขวนอยู่ภายใน…ชุดที่สะท้อนถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของมันมือบางเอื้อมไปหยิบโทรศัพ

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 4 คืนสุดท้ายที่มิลาน

    เลาจน์ของโรงแรมในช่วงเวลานี้ค่อนข้างเงียบและเป็นส่วนตัวชายหนุ่มชาวเอเชียร่างสูงนั่งอยู่ที่โต๊ะพร้อมเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ เนื่องจากวันพรุ่งนี้เขามีเที่ยวบินในช่วงบ่าย เขาจึงหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกกรณีที่ไม่จำเป็นบนโต๊ะมีแท็บเล็ตเปิดเอกสารบรีฟรูต สลับกับแอปที่รายงานข่าวด้านการบิน เส้นทางบิน และสภา

  • Touchdown: แตะที่ใจ จอดที่เธอ   บทที่ 3 นางฟ้าที่ร่วงหล่น

    เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน แสงแฟลชสาดทั่วโซนสื่อมวลชนของงาน Milan Fashion Week ที่ประดับไปด้วยโลโก้ของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังจากทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะจากอิตาลีขาเรียวก้าวลงจากลิมูซีนที่ทางแบรนด์เตรียมไว้ ท่ามกลางแสงแฟลชและเสียงชัตเตอร์ที่รายล้อมโดยไม่มีความตื่นกลัวแม้แต่น้อยส้นร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status