Mag-log inความสัมพันธ์ร้อนแรงที่เริ่มต้นด้วยความใคร่ ค่อยๆเปิดเผยบางสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิด ภายใต้รอยยิ้มของเขากลับซ่อนความมืดมิดเอาไว้ เธอจะได้พบความรักอีกครั้ง หรือจมดิ่งสู่ความมืดที่ไม่มีวันหวนกลับ?
view moreหลี่เสี่ยวหรูที่กำลังขับรถกลับบ้านบนเขา วันนี้เธอต้องไปส่งสินค้าทั้งหมดคนเดียว น้องชายไม่ว่างเพราะภรรยาเขาเพิ่งคลอดหลานชายให้ หลี่เสี่ยวหรูอายุยิ่สิบแปดแล้วน้องชายอายุยี่สิบห้ากลับได้ลูกชายกับลูกสาวแล้ว ส่วนตัวเธอไม่มีแฟน ไม่มีเวลาคบค้ากับใคร อยู่ชนบททำไร่ชา ไร่ผลไม้ มีเวลาก็ทำvlokเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในชนบท
วันนี้ไปส่งผลิตภัณฑ์แปรรูปมา เนื่องจากสินค้าชาขายดีตอนนี้กำลังทำเรื่องขอจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท เอกสารเรียบร้อยหมดแล้ว
เธอไม่ได้นอนมาหลายคืนแล้ว เพราะงานที่ยุ่งเหยิงน้องสะใภ้ก็มาคลอดลูกตอนนี้ อยากไปรีแรกซ์บ้างจัง เสร็จงานนี้น้องสะใภ้ออกจากโรงพยาบาลเธอจะบินไปมัลดิฟสักสามสี่วัน
Rrrr. Rrrr. Rrrr.
เสียงเรียกเข้าดังมา ตรงข้ามเสี่ยวหรูที่กำลังขับรถลงเนินเขาไม่กล้ารับ ฝนตกมาตั้งแต่เมื่อวานดินเริ่มสไลด์ลงมาทางจึงแคบลง
หลี่เสี่ยวหรูพยายามบังคับรถให้ทาง ก่อนจะมีดินสไลด์ลงมา สัญชาตญาณทำให้เธอหักพวงงมาลัยหลบ แต่ฝั่งที่เธอหักหลบเธอลืมไปว่ามันเป็นเหว รถร่วงลงหน้าผาทันที หล่นลงไปในแม่น้ำ หลี่เสี่ยวหรูพยายามตะเกียกตะกายออกจากรถ แต่แรงดูดทำให้เธอไม่สามารถเปิดประตูรถออกมาได้ รถค่อยๆจมลงพร้อมกับภาพเบื้องหน้าที่มืดสนิท
แคว้นต้าเย่ว
รอบๆร่างบางที่เปียกโชกมีคนรุมล้อมเต็มไปหมด วันนี้เป็นงานเลี้ยงของหวังกุ้ยเฟยสนมคนโปรดของฮ่องเต้ อยู่ๆก็มีคนตะโกนว่ามีคนตกน้ำ เห็นเป็นสตรี ขันทีลงไปงมขึ้นมาก็พบว่าเป็นฮูหยินของราชครูหนุ่มหวงจื่อหาน เขาหน้าดำคร่ำเครียด นางมาทำไมที่นี่กัน เขาไม่ได้ให้นางมาด้วยสักนิด น่าขายหน้าสตรีอัปลักษณ์
ข้างๆมีจ้าวหลานกับหูไห่ถิงที่ดูแลนางอยู่ พวกนางเป็นสหายของหลี่เสี่ยวหรู หมอหลวงมาตรวจมีคนบอกนางไม่หายใจแล้ว หวงจื่อหานจึงเดินขึ้นหน้าจะไปดูเอง อยู่ๆร่างบางก็ลืมตาขึ้นมา
"แค่กๆๆๆ ให้ตายสิพับผ่า น้ำเย็นชะมัดเลย หนาวฉิบ"
ก่อนจะลืมตาก็เห็นคนมุงเธอเต็มไปหมด แต่งตัวประหลาดอีกด้วย หลี่เสี่ยวหรูสลัดศีรษะก่อนจะเอ่ยยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
"หิวน้ำ ขอน้ำกินหน่อยแค่กๆ" เสียงทำไมแปลกไปวะ ยกมือมาจะลูบใบหน้า ก่อนจะตกใจ
"เฮ้ย!! อะไรกันวะเนี่ย หูไห่ถิงส่งชามใส่น้ำให้ หลี่เสี่ยวหรูรับมาก่อนจะเห็นสตรีแต่งหน้าหนาในเงาสะท้อน ทรงผมประหลาด ไม่นะฉันตายแล้วเหรอ ที่นี่ที่ไหน คนพวกนี้เป็นใคร ก่อนที่จะปวดหัวจนต้องกุมขมับ
"อื้อ ไม่เอาแบบนี้โว้ย ขอตายสวยๆยังไม่ได้ยังมาให้ลำบากแบบนี้อีก พระเจ้าสร้างลูกแล้วอย่าทำร้ายกันทีหลังแบบนี้สิ"
ความทรงจำหลั่งไหลเข้ามา หลี่เสี่ยวหรูกุมขมับแน่นก่อนจะชันเข่าขึ้นมาซบหน้าผากลงกับหัวเข่า
ร่างนี้คือเด็กสาวอายุสิบหกหรือ หลานสาวหมอยาที่มีบุญคุณช่วยชีวิตท่านโหวคนหนึ่ง แลกเปลี่ยนโดยการให้แต่งงานกับหลานชายคนโต ที่สำคัญสามีของเด็กคนนี้มีคนรักแล้ว ท่านหญิงเซียงเซียงบุตรสาวไหวอ๋อง
เดิมทีงานเลี้ยงวันนี้เป็นท่านหญิงนั่นแหละที่วางแผนให้นางมาที่นี่ ก่อนจะออกอุบายชมสระบัวจากนั้นก็มีคนผลักนางจากด้านหลัง เด็กน้อยว่ายน้ำไม่เป็นสิ่งที่นางกลัวที่สุดคือน้ำ
"เฮ้อ เรื่องน้ำเน่าแบบนี้เกิดขึ้นกับฉันได้ยังไงวะ Fuke"
"หลี่เสี่ยวหรู นี่เป็นงานเลี้ยงของหวังกุ้ยเฟย แต่เจ้ากลับทำเสียบรรยากาศหมด พี่จื่อหานท่านพูดอะไรสักคำเถอะเจ้าค่ะ"
เสียงอ่อนหวานของอ้ายเซียงเซียงดังขึ้น ทำให้คนตัวโตกระชากร่างบางขึ้นมาอย่างไม่สนใจว่าชุดที่นางใส่นั้นเปียกอีกทั้งยังบางเบาเพราะนางถูกท่านหญิงหลอกให้ใส่ชุดนี้ หูไห่ถิงรีบนำเสื้อของตนมาคลุมก่อนจะเอ่ย
"ท่านราชครู อาหรูคงไม่ได้ตั้งใจอย่าโกรธนางเลยนะเจ้าคะ"
"เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้านมากนัก"
เหลียงหมิงเทาตะคอกคนของตนเอง ก่อนจะมีเสียงดังมาหยุดการสนทนาทั้งหมด
"หวงฮูหยิน พระสนมให้ข้านำชุดมาให้ท่าน ไปผลัดเปลี่ยนด้านในเถอะ"
หลี่เสี่ยวหรูรับชุดมาเป็นชุดนางกำนัล แหม่ที่นี่น่าสนุกดีเนาะ แต่ละคนแต่ละเรื่อง เอาเถอะหนาวจะตายอยู่แล้วเปลี่ยนก่อนเถอะต่อให้ผ้าขี้ริ้วก็ต้องใส่
เปลี่ยนเสร็จก็กลับออกมา บรรดาคุณหนูทั้งหลายก็ขำ ใครๆก็รู้ว่าท่านหญิงเป็นคนรักราชครู ส่วนหวังกุ้ยเฟยเองก็เป็นท่านป้าของนาง
"เจ้าดูสิ นางไม่เหมาะกับชุดฮูหยินสักนิด ชุดนางกำนัลใส่แล้วยังดูน่าเกลียดเลย"
"ใช่ๆ นางเหมาะกับชุดสาวใช้มากกว่าพวกงานซักล้างอะไรเช่นนั้น"
"ท่านหญิงงามที่สุดแล้ว หากไม่ใช่เพราะโหวผู้เฒ่ารับปากปู่จอมเจ้าเล่ห์ของนางรูปร่างอัปลักษณ์เช่นนางหรือจะได้แต่งเข้าจวนราชครู"
"ใช่ท่านหญิงงามที่สุด" เสียงนินทาเข้ามาต่อเนื่อง ไอ้ผู้ชายเส็งเคร็งนั่นปล่อยให้คนนินทาภรรยาตัวเองหน้าตาเฉย มิหนำซ้ำยังส่งสายตาหวานเชื่อมให้กับอ้ายเซียงเซียงแหม่วุ้ย
"อาหรู อย่าคิดมากเลยนะ พวกนางก็แค่สนุกปากไปหน่อย" จ้าวหลานปลอบใจนาง หลี่เสี่ยวหรูยิ้มขอบใจก่อนจะเอ่ยลอยไม่ดังไปไม่เบาไป
"ข้าไม่ถือหรอก คนเราหากสวยจริงต้องมีสามีของตัวเอง ไม่ใช่วิ่งไล่ตามสามีชาวบ้านแบบนี้ที่หุบเขายาไม่เรียกว่างาม"
"แล้วแบบนี้เรียกว่าอันใดหรืออาหรู"
ซุนเฟิงย่าที่เพิ่งมาถึงงานเลี้ยงเอ่ยถาม ฮ่องเต้กับหวังกุ้ยเฟยมาแล้วได้ยินบทสนทนาพอดี อ้ายเซีงเซียงกำมือแน่น อ้ายเทียนหลางนั่งนิ่งอยากฟังว่าเด็กสาวบ้านป่าที่ขุนนางหนุ่มของเขาแต่งงานด้วยจะเอ่ยอันใด
"คนสวยต้องมีสามีของตัวเองถ้าวิ่งไล่หาสามีชาวบ้านที่บ้านข้าเรียกว่าร่าน"
โรสยังคงขยับสะโพกรับการกระแทกของเขาอย่างไม่ยอมให้เขาหยุด เธอรู้สึกถึงความเสียวซ่านที่ทวีคูณขึ้นทุกครั้งที่เขากระแทกเข้าไป“อ๊า... ลูคัส... ไม่ไหวแล้ว... ฉันจะเสร็จแล้ว!” โรสบอกเสียงกระเส่า ขาของเธอสั่นระริก มือของเธอยังบีบยอดอกของตัวเองเพื่อระบายความเสียวซ่านไปพร้อมๆกับสะโพกที่ขยับรับการกระแทกจากเขาลูคัสมองดูร่างของเธอด้วยสายตาที่มืดลง พยายามเก็บอารมณ์ของตัวเองไว้จนแทบจะทนไม่ไหว “คุณไม่ไหวแล้วใช่ไหม?” เขาพูดเสียงต่ำ ขยับสะโพกเข้าไปลึกและแรงขึ้น “ผมไม่อยากหยุดเลย โรส...”แต่เขารู้ดีว่าโรสต้องการอะไร และเขาก็รู้ว่าต้องการทำให้เธอถึงจุดสูงสุดก่อนถึงเวลาของเขา เขาหลับตาลงก่อนจะกระแทกอีกครั้งด้วยความแรงที่เพิ่มขึ้น “ปล่อยออกมาเลยครับ เสร็จออกมาเลย”ทันใดนั้นโรสก็ปล่อยเสียงครางออกมาในลำคออย่างไม่อาจควบคุมได้ ร่างกายของเธอกระตุกไปตามจังหวะที่เขากระแทกเข้าออก ความเสียวที่พุ่งเข้ามาทำให้เธอหลุดเสียงร้อง "อ๊า... ลูคัส... ฉัน... ฉันเสร็จแล้ว!" ร่างของเธอสั่นระริก ขาเกร็งจนเกือบจะล้มแต่ยังคงยืนอยู่ได้เพราะลูคัสยังคอยจับเธอไว้แน่นลูคัสกระแทกเข้าไปอีกครั้ง เขาครางเสียงแหบพร่า ในที่สุดเขาก็ปลดปล่อ
หลังจากกิจกรรมอันเร่าร้อนหลังโขดหินนั้นจบลง ลูคัสพาเธอกลับมาที่ห้องเพื่อทำความสะอาดและพักผ่อนเมื่อถึงห้องพัก ลูคัสกุมมือโรสแน่น รู้ดีว่าไม่มีสิ่งใดสามารถกั้นเขาไม่ให้เข้าใกล้เธอได้อีกแล้ว เมื่อประตูปิดลง เขาจูงเธอตรงไปยังห้องน้ำ เสียงน้ำอุ่นที่กระทบพื้นดังแว่วเป็นจังหวะ แต่สิ่งที่ก้องอยู่ในใจเขาเป็นเพียงเสียงหายใจของเธอ ที่แผ่วเบาแต่สะกดเขาไว้จนไม่อาจหันเหสายตาไปทางอื่นได้ในแสงสลัวจากไฟในห้องน้ำ ลูคัสมองโรสอย่างที่เขาทำไม่ได้ในที่แจ้ง ร่างกายที่ยังมีละอองน้ำทะเลเคลือบผิวดูเย้ายวนจนเขาต้องเผลอกลืนน้ำลายอย่างลืมตัว มือหนาเอื้อมไปปลดปมบิกินี่ของเธอออกอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเขาจ้องมองเธออย่างไม่ปิดบังความรู้สึก“คุณสวย...จนผมไม่อยากละสายตาเลย” ลูคัสเอ่ยเสียงพร่า เขาโน้มตัวเข้าใกล้ ปลายจมูกแตะหน้าผากเธอเบาๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาที่แก้ม โรสหลับตา ปล่อยให้เขาละเลียดจูบที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน“พอเถอะลูคัส...” โรสพูดเสียงกระเส่า แต่มือของเธอกลับเผลอเกาะต้นแขนเขาแน่นลูคัสยิ้มมุมปาก เขารู้ดีว่าเธอกำลังสู้กับตัวเอง “คุณพูดให้ผมหยุด...แต่ร่างกายคุณบอกให้ผมไปต่อ คุณจะเอายังไงดีครับ คุณโรส” น้ำเสียงแฝง
อีกภาพที่เขาจับได้คือตอนที่เธอก้มลงเก็บลิปสติกที่ตกอยู่บนพื้น ผมของเธอปรกลงมาบังใบหน้า เธอปัดมันไปด้านหลังอย่างไม่ใส่ใจ ท่าทางธรรมดานั้นกลับดูดึงดูดจนเขารู้สึกว่ามือที่จับกล้องสั่นเล็กน้อย แล้วก็มีภาพหนึ่ง เป็นช่วงที่โรสหัวเราะพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน แสงสะท้อนจากรอยยิ้มของเธอดูอบอุ่นจนทำให้ห้องทั้งห้องดูมีชีวิตชีวาขึ้น ลูคัสมองผ่านเลนส์ เขารู้สึกเหมือนเธอเป็นภาพถ่ายที่ยังไม่ได้ใส่กรอบ เป็นชั่วขณะที่เขาอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นลูคัสรู้ดีว่าการกระทำแบบนี้อาจจะไม่ถูกต้อง แต่เขาก็ไม่อาจห้ามตัวเองได้ ทุกครั้งที่เธอเคลื่อนไหว กล้องในมือก็เหมือนเป็นเพียงทางเดียวที่เขาจะยึดโยงเธอไว้ได้ในโลกของเขาเองเขาเริ่มสะสมภาพของเธอไว้ในแฟ้มส่วนตัวอย่างเงียบๆแต่ความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อเขารู้ว่าโรสทำงานที่ไหน และพักอาศัยอยู่ที่ใด ลูคัสก็เริ่มสะกดรอยตามเธอในวันหยุดที่เขาควรจะพักผ่อน ลูคัสกลับขับรถไปจอดอยู่ใกล้คาเฟ่ที่โรสชอบแวะไป เขานั่งอยู่ในมุมร้านที่เธอไม่สังเกตเห็น มองดูเธอจิบกาแฟและอ่านหนังสือ บางครั้ง เขาเดินตามเธอไปในห้างสรรพสินค้า จับภาพเธอผ่านหน้าจอโทรศัพท์ขณะเธอเลือกซื้อของใช้เ
บ้านหลังเล็กในเขตชานเมืองยามค่ำคืน เงาของแสงไฟจากหลอดไฟเก่าๆกระพริบอยู่เหมือนมันกำลังจะดับ ลูคัสในวัยเด็กนั่งตัวสั่นอยู่ในมุมมืดของห้องเก็บของเล็กๆ ซึ่งเป็นที่เดียวที่เขารู้สึกปลอดภัย ตุ๊กตาเก่าๆที่มีรอยเย็บซ่อมเต็มตัวอยู่ในอ้อมแขนเล็กๆของเขาราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่ปกป้องเขาได้ เสียงทะเลาะวิวาทดังระงมมาจากห้องนั่งเล่น เป็นเสียงของผู้ชายตะคอกด่าทอผสมกับเสียงผู้หญิงที่พยายามห้ามปรามแล้วเสียงขวดแก้วก็แตกกระจายดังสนั่น เศษแก้วปลิวกระจายไปทั่วพื้น ทำให้ลูคัสสะดุ้งเฮือก น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลรินออกมา เขากดหน้าซุกกับตุ๊กตาและเอามือน้อยๆปิดหูทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้ เพื่อปิดกั้นเสียงเอาไว้ แต่เสียงที่น่าสะพรึงนั้นยังดังอยู่ เสียงแห่งความเจ็บปวด เสียงแห่งความโกรธที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด"ลูคัส!" เสียงกระซิบดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่พี่สาวของเขาจะปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู เธอพุ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับปิดประตูอย่างรวดเร็วก่อนจะกอดเขาไว้แน่น ร่างกายของเธอสั่นระริกไม่ต่างจากเขา "ไม่ต้องกลัว พี่จะปกป้องเธอเอง"ลูคัสเงยหน้าขึ้นมองพี่สาว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความความอ่อนโยน เธอพยายามจะปลอบเขาทั้ง
โรสถอยเท้าหนี ความรู้สึกสงสารและโกรธแค้นประดังเข้ามาในใจ เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอพยายามพูดด้วยเสียงที่นิ่งที่สุด แต่ก็ยังสั่นอย่างเห็นได้ชัด “ความรักของเธอมันหนักเกินไปสำหรับฉัน ลูคัส ฉันไม่สามารถทนรับมันได้อีกแล้ว ฉันแค่...อยากให้ทุกอย่างจบ...”เขาทรุดลงไปอีกครั้ง หมอบกรา
เมื่อโรสย้ายเข้าไปอยู่กับเอมี่ เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เรื่องของลูคัสจนถึงเอเดน เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยเมื่อเล่าถึงช่วงเวลาที่เธอถูกหักหลัง ความรู้สึกอับอายและเจ็บปวดผสมปนเปจนแทบพูดไม่ออก แต่เอมี่ฟังอย่างเงียบๆโดยไม่ขัดอะไร จนกระทั่งทุกอย่างถูกถ่ายทอดออกไปจนหมด"แล้
ในขณะที่เอเดนกำลังพยายามดึงเสื้อผ้าของโรสออก เสียงประตูที่เปิดออกอย่างแรงทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ก่อนที่โรสจะทันได้ประมวลผล คนที่เข้ามาก็ถีบเอเดนออกจากตัวเธออย่างรุนแรง ร่างของเอเดนกระเด็นไปกระแทกกับพื้นเสียงดัง ลูคัสยืนอยู่ตรงนั้น สายตาของเขาเต็มไปด้วยโทสะที่แทบจะ
เสียงของเอเดนเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที แววความห่วงใยเจืออยู่ในทุกคำพูด“คุณอยู่ที่ไหน? เดี๋ยวผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” เอเดนไม่ได้ถามรายละเอียดอะไร แต่เขารู้ว่าเธอต้องได้รับความช่วยเหลือแบบเร่งด่วนน้ำตาของโรสไหลไม่หยุด ร่างกายอ่อนแรงจนเธอแทบยืนไม่ไหว เธอพยายามตอบออกมาอย่างลำบาก “ฉันอยู่แถวๆคอนโดของลูคัส..