تسجيل الدخولพอคิดมาถึงตรงนี้มันทำให้ดอกแก้วคิดถึงเงื่อนไขที่คุณหญิงชญาดาเสนอให้เธอ ว่าให้เธอเลิกกับฟินแฟนหนุ่มรุ่นน้องของเธอซึ่งเป็นลูกชายของคุณหญิงชญาดา
‘เธอคงไม่มีทางเลือกแล้ว คงต้องเลิกกับฟินจริงๆ’ คิดมาถึงตรงนี้ น้ำตาของดอกแก้วก็เริ่มไหลออกมา
‘เธอกับฟินคบหาเป็นแฟนกันได้เพราะเราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันที่จังหวัดปทุมธานี บ้านของเราอยู่ที่จังหวัดปทุมธานีทั้งคู่ แต่ฟินเขามีบ้านอยู่ที่กรุงเทพด้วยเพราะเขาเคยเล่าให้เธอฟัง ครอบครัวของฟินค่อนข้างมีฐานะดูจากรถที่เขาขับ เขาบอกกับเธอว่าเขาอยู่กับแม่และน้าสาวของเขา ส่วนพ่อของเขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่เธอก็ไม่รู้หรอกว่าครอบครัวของฟินมีฐานะมากขนาดไหนทำธุรกิจอะไรเพราะฟินบอกเธอแค่ว่าที่บ้านของเขาทำธุรกิจแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าทำธุรกิจอะไร เธอเองก็ไม่เคยถามแล้วเธอก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นด้วย เพราะสำหรับเธอ เธอรักฟินด้วยใจจริงไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลย แต่ดูจากวันนี้ที่เธอเจอกับแม่และน้าสาวของเขา ที่บ้านของเขาคงจะร่ำรวยมากแน่ๆเพราะเป็นเจ้าของโรงพยาบาลด้วย เธอเองก็เคยเล่าเรื่องครอบครัวของเธอให้เขาฟังเช่นกันว่าเธออยู่กับแม่สองคนพ่อของเธอเสียชีวิตไปนานแล้วแต่เธอไม่ได้บอกเรื่องอาการป่วยของแม่กับฟิน เธอกับฟินเราเรียนอยู่คณะเดียวกันคือคณะสถาปัตยกรรมเธอเป็นรุ่นพี่และเป็นพี่รหัสของฟินตอนที่ฟินเข้ามาอยู่ปีหนึ่งแล้วเธออยู่ปีสามจนมาตอนนี้เธออยู่ปีสี่ ส่วนฟินตอนนี้อยู่ปีสอง เราคบหากันเป็นแฟนกันมาได้สิบเดือน ฟินเป็นคนจีบเธอก่อน เขาหยอดคำหวานใส่เธอตั้งแต่ตอนที่เจอกันช่วงแรกๆตอนที่เธอยังเป็นพี่รหัสของเขาแต่ช่วงแรกๆเธอก็ยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา จนเขาเข้ามาช่วยเหลือเธอตอนที่เธอเลิกจากกิจกรรมแล้วต้องกลับบ้านดึก เธอเกือบถูกพวกนักเลงหัวไม้ฉุดกระชากลากไปตอนที่เธอเดินออกมาจากมหาวิทยาลัยแต่โชคดีที่ฟินเข้ามาช่วยเหลือเธอไว้ได้ทันแล้วเขาก็มาส่งเธอที่บ้านก่อนที่เขาจะสารภาพรักกับเธอ มันทำให้เธอรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยแล้วก็รู้สึกหวั่นไหวแปลกๆด้วย ฟินใช้เวลาอยู่เกือบปีในการเอาชนะใจเธอจนเธอใจอ่อนยอมคบหากับเขาจนตอนนี้เราคบกันมาได้สิบเดือน ที่สำคัญเขาเป็นรักแรกของเธอ ความสัมพันธ์ของเราเป็นไปได้ด้วยดี เราเข้ากันได้ดีไม่มีปัญหาอะไร ฟินให้เกียรติเธอ ไม่เคยล่วงเกินอะไรเธอเมื่อเธอบอกเขาว่ายังไม่พร้อมเขาก็เข้าใจ จะมีก็แต่มากที่สุดคือ เราเคยจูบกันเท่านั้น แต่มาวันนี้...เรื่องระหว่างเธอกับเขามันคงต้องจบลงแล้วจริงๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฟินมันคงเป็นไปไม่ได้แล้วคงต้องสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้’ ดอกแก้วคิดในใจพลางปาดเช็ดน้ำตาที่นองหน้า
‘พรุ่งนี้เธอจะไปบอกเลิกฟินเพื่อให้แม่ของเธอมีชีวิตอยู่ต่อไปและเพื่อให้แม่ของเธอได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ยังไงพรุ่งนี้เธอก็ต้องไปบอกเลิกฟินแล้วก็เลิกติดต่อกับเขาตามที่เธอตกลงกับแม่ของเขาไว้ บอกเลิกฟินซะ ยังไงพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสอบวันสุดท้าย สอบเสร็จก็ปิดเทอม แล้วอีกสองเดือนเธอก็จะเรียนจบก็คงไม่ต้องเจอกันอีก ต่างคนต่างไป...ต่างไปมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้วก็คงจะไม่ต้องเจอกันอีก...ไม่ต้องเจอกันอีกแล้ว ฮือ...ฮือๆๆ’ ดอกแก้วคิดในใจ เธอนั่งร้องไห้อยู่สักพักพลางคิดอย่างหนักว่าเธอจะบอกเลิกฟินแฟนหนุ่มของเธอยังไงเพราะเธอไม่รู้ว่าเธอจะให้เหตุผลในการบอกเลิกกับฟินว่าอะไร เธอกลัวว่าเขาจะไม่ยอมเพราะเธอก็รู้จักนิสัยเขาดี ดอกแก้วปาดน้ำตาทิ้งพลางนั่งคิดอยู่สักพัก....ก่อนที่เธอจะคิดออกแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าแล้วทำการเปิดเครื่องหลังจากที่เธอปิดเครื่องไปตอนที่อยู่บนรถประจำทางเพื่อไม่ต้องรับโทรศัพท์ฟิน หลังจากดอกแก้วเปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก็มีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาหาเธอว่า เบอร์ 089465XXXX ซึ่งเป็นเบอร์ของฟินพยายามติดต่อเธอ นั่นทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาอีกครั้งแต่ดอกแก้วก็พยายามตั้งสติแล้วปาดน้ำตาทิ้งก่อนที่เธอจะโทรศัพท์ไปหาแตงกวาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอเพื่อขอความช่วยเหลือ เธอต้องการให้แตงกวาช่วยเหลือเธอเรื่องที่เธอจะไปบอกเลิกฟินในวันพรุ่งนี้
ดอกแก้วรอสายอยู่สักครู่.....แตงกวาเพื่อนสนิทของเธอก็รับสาย
“ฮัลโหล แตงกวา แกอยู่ไหน” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“ฮัลโหลแก้ว ฉันอยู่กับต้น กำลังกินข้าวกันอยู่ แกมีอะไรเปล่า” แตงกวาเอ่ยพูดออกไป ต้นที่เธอพูดถึงคือแฟนหนุ่มของเธอที่เป็นรุ่นน้องในคณะที่เพิ่งจะตกลงคบหาเป็นแฟนกันได้ห้าวันซึ่งดอกแก้วรู้จักเป็นอย่างดีเพราะต้นก็เป็นรุ่นน้องปีสามที่อยู่ในคณะสถาปัตยกรรมถึงจะเรียนคนละสาขากับพวกเธอก็ตาม
“คือ...ฉันมีเรื่องให้แกช่วย” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“เรื่องอะไร เออ แล้ววันนี้แกสอบเสร็จแล้วรีบวิ่งออกไปเลย แกรีบไปไหนอะแก้ว ฟินก็มาถามหาแกกับฉัน ฉันก็ตอบไปว่าไม่รู้” แตงกวาเอ่ยพูด
“คือ..ฉันรีบไปโรงพยาบาลเพราะแม่ฉันอาการกำเริบ” ดอกแก้วเอ่ยพูดกับแตงกวาเพราะแตงกวาก็รู้เรื่องอาการเจ็บป่วยของแม่ดอกแก้วดี
“เฮ้ย แล้วแม่แกเป็นยังไงบ้าง”
“รอบนี้อาการหนัก ฮือๆฮือๆ” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางพยายามกลั้นน้ำตาแต่เธอก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้จริงๆ
“แก้ว เฮ้อ แกใจเย็นๆนะ” แตงกวาพยายามพูดปลอบใจดอกแก้ว
“พี่แก้วเป็นอะไร กวา” ต้นซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของแตงกวาแล้วกำลังนั่งทานข้าวอยู่ตรงข้ามกับแตงกวาเอ่ยพูดขึ้น
“เออ เดี๋ยวค่อยว่ากัน” แตงกวาเอ่ยพูดกับต้นแฟนหนุ่มรุ่นน้องของเธอ
ต้นพยักหน้าตอบรับแตงกวาแล้วทานข้าวต่อ
“เออ แล้วสรุปแกมีอะไรให้ฉันช่วยล่ะแก้ว ถ้าฉันช่วยได้ฉันยินดีช่วยเต็มที่” แตงกวาเอ่ยพูดเพราะดอกแก้วเป็นเพื่อนสนิทของเธอแล้วก็ช่วยเหลือเธอมาเยอะในเรื่องการเรียนถ้ามีอะไรที่เธอพอจะช่วยเพื่อนของเธอได้เธอก็ยินดี
ดอกแก้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆพลางเช็ดน้ำตาแล้วตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้รับข้อเสนอจากแม่ของฟินมาให้แตงกวาฟัง.............
“โห! แก้ว! นี่มันยิ่งกว่าละครอีกนะ เฮ้อ....” แตงกวาอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดที่ดอกแก้วเล่าให้ฟัง มันทำให้เธอเองรู้สึกอึ้งไปเหมือนกัน ‘ยุคสมัยนี้แล้วยังมีแม่ที่หวงลูกชายจนทำเรื่องแบบนี้อีกเหรอ นึกว่าจะมีแต่ในละคร’ แตงกวาคิดในใจ
“แล้วแกจะทำยังไงแก้ว”
ที่โรงพยาบาลหลังจากที่ดอกแก้วฝากครรภ์เรียบร้อยแล้วเธอกับฟินก็ออกมาพูดคุยกับคุณหญิงชญาดาและคุณหญิงชลิตาที่นั่งรออยู่ด้านนอก“เดี๋ยวแม่กับน้าต้องไปเข้าประชุมแล้วนะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“อ้าว...ผมว่าจะชวนแม่กับน้าตาไปทานข้าวฉลองด้วยกัน”“เอาไว้วันหลังก็ได้ลูก วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ แล้ววันเสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้านไปทานข้าวกับแม่และน้าเหมือนเดิมด้วยนะ ไม่ใช่มีเมียแล้วลืมแม่กับน้า พาเมียไปด้วยก็ได้จะได้รู้จักกันมากขึ้น” คุณหญิงชญาดาพูด“ครับแม่ ผมไม่ลืมแม่กับน้าตาหรอกครับ”“เธอก็เหมือนกัน ดอกแก้ว ฝากท้องแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ทานข้าวให้ตรงเวลา เดินเหินอะไรก็ระมัดระวัง แล้วเดี๋ยวฉันจะให้สาวใช้ที่บ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่ตาฟินไปทำงานคอยทำงานบ้านให้ด้วย แล้วถ้าฉันว่างฉันจะไปหา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ขอบคุณค่ะ คุณป้า” ดอกแก้วเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เรื่องมาก“แหมคุณพี่ ไม่ค่อยเป็นห่วงลูกสะใภ้เลยนะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยแซวคุณหญิงชญาดา“ฉันเป็นห่วงหลานฉันต่างหาก”“เหรอคะ ปากแข็งนะคะคุณพี่” คุณหญิงชลิตารู้ดีว่าพี่สาวของเธอเริ่มจะใจอ่อนเปิดใจให้ดอกแก้วบ้างแล้ว“นี่ยัยตา อย่ามาแซวพี่ ไปประชุมกัน
วันต่อมาคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาเดินทางมาที่บ้านพงษ์วานิชเพราะต้องการจะมาพูดคุยกับฟินและดอกแก้วถึงชีวิตของทั้งคู่โดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาที่ต้องการจะมาพูดคุยกับทั้งคู่ถึงชีวิตหลังจากนี้ คุณหญิงชญาดาคิดว่าฟินคงจะอยู่กับดอกแก้วที่บ้าน ‘เพราะเธอโทรไปเช็คกับเลขาของฟินแล้วว่าวันนี้ฟินไม่เข้าบริษัท ช่วงเช้านี้เธอเองก็พอจะมีเวลาก็เลยตัดสินใจให้คนขับรถขับรถพาเข้ากรุงเทพเพื่อมาหาฟินกับดอกแก้วเพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเธอก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจในขณะที่ฟินกับดอกแก้วที่กำลังเดินลงบันไดมาจากห้องพัก ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมาโดยที่ฟินโอบกอดเอวบางของดอกแก้วเอาไว้“วันนี้แก้ว...แต่งตัวสวยจัง สวยเป็นพิเศษเลยนะจากปกติที่ก็สวยมากๆอยู่แล้ว ผมว่าจะชมแก้วตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางก้มลงไปหอมเรือนผมของดอกแก้ว“ค่ะแก้วไม่ปฏิเสธ ก็วันนี้เป็นวันแต่งงานเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราอย่างเป็นทางการนี่คะ แต่วันนี้ฟินก็แต่งตัวหล่อกว่าทุกวันจากปกติที่ก็หล่อมากๆอยู่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดชมฟินกลับไปด้วยความรู้สึกเขินอาย“ครับ แน่นอน ผมก็ไม่ปฏิเสธเหมือนกัน ก็วันนี้เป็นวันสำคัญของเราผ
“ก็..ค่ะ แก้ว...แก้วจะแต่งงานกับฟิน”“เยส!” ฟินเอ่ยพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปจูบหน้าผากของดอกแก้วก่อนที่เขาจะผละออกมาแล้วใช้มือลูบศีรษะของเธอ“ผมรักแก้วนะ รักมากที่สุดเลย”“อืม แก้วรู้แล้ว แก้วก็รักฟินเหมือนกันนะ”“อือ แล้วเราจะจัดงานแต่งงานกันแบบไหนดี” ฟินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เออ...คือ...แก้วขอไม่จัดงานแต่งได้ไหม”“ทำไมอะแก้ว”“ก็...จริงๆแก้วก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงาน...แล้วแก้วก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วด้วย...สำหรับแก้วงานแต่งงานมันไม่จำเป็นหรอกสิ้นเปลืองเปล่าๆขอแค่...แก้วได้อยู่กับฟินแก้วก็ดีใจมากแล้ว”“แก้ว แน่ใจนะ” ‘จริงๆเขาเองก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงานเหมือนกัน แต่เขาก็แค่อยากจะให้เกียรติเธอ แต่ยังไงก็คงต้องแล้วแต่เธอเพราะเขายังไงก็ได้อยู่แล้วขอแค่เขาได้อยู่กับเธอก็พอแล้ว’ ฟินคิดในใจ“อืม” ดอกแก้วเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม“งั้นไม่อยากจัดงานแต่งงานก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็...จดทะเบียนสมรสกันนะ” ฟินเอ่ยพูด“อือ ค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกันก็พอ” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่ฟินกับดอกแก้วจะโผเข้ากอดกันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกมา“งั้นผมว่าเราไปดินเนอร์กัน
“ก็ได้ ยังไงนังดอกแก้วมันก็ท้องแล้วนี่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางมองหน้าลูกชายของเธอ“พูดถึงเมียผมให้มันดีๆหน่อยครับแม่”“เออๆ ไหนๆมันก็...เอ้ย!...ดอกแก้วก็ท้องแล้วนี่ ลูกฟินก็หลานแม่เหมือนกัน ถึงแม่จะไม่ชอบมัน...เอ้ย!...ดอกแก้ว แต่แม่ก็คงไม่ใจร้ายกับหลานตัวเองจนพรากครอบครัวของหลานตัวเองไปหรอก แต่...ฟินก็ต้องให้เวลาแม่ทำใจยอมรับเมียฟินบ้าง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางปาดเช็ดน้ำตา“ครับ...แต่อย่านานนะครับแม่”“เออ แม่รู้แล้ว”“ดีแล้วค่ะคุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางจับแขนพี่สาวของเธอเอาไว้“คงสมใจเธอแล้วสิยัยตาที่ได้แม่ดอกแก้วเป็นหลานสะใภ้น่ะ”“ค่ะ คุณพี่ สมใจตามาก น้ายินดีด้วยนะฟิน เอาไว้พาแม่ดอกแก้วเขามาทานข้าวด้วยกันที่บ้านบ้าง”“นี่ยัยตา!..น้อยๆหน่อย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางกระทุ้งข้อศอกใส่น้องสาวของเธอ“ครับน้าตา ขอบคุณมากนะครับ”“เฮ้อ...นี่ฉันคงต้องโทรไปขอโทษคุณหญิงปิ่นแก้วกับหนูแพรวพรรณรายว่าคงไม่ได้ดองกันแล้ว เพราะตาฟินมีครอบครัวแล้วนี่ เสียดายชะมัด” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ก็ดีแล้วครับแม่ รีบโทรไปบอกเลย งั้นไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”“จะไปไหนล่ะไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่
คุณหญิงชญาดาแอบฉุกคิดในสิ่งที่คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด ‘เธอเองก็แอบกลัว...ว่าตาฟินจะโกรธจนไม่ยอมมาหาเธอมาเจอเธออีกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน...แล้ว...ถ้าตาฟินหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับแม่ดอกแก้วตามที่น้องสาวของเธอพูดล่ะ...เฮ้อ แต่เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเหมือนกัน แต่...ไม่...เธอไม่ยอมรับเธอยอมรับไม่ได้...เฮ้อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสนก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเขาปอดลึกๆเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเอ่ยพูดขึ้น“ไม่! ยังไงพี่ก็รับไม่ได้ เธอไม่ต้องมาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่อีก พี่จะหาทางขัดขวางตาฟินกับนังดอกแก้วให้ได้”“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฟินที่ยืนแอบฟังอยู่นานเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ได้ยินแม่ของเขาพูดจาแบบนั้นพลางกำหมัดไว้แน่น ‘เขากะว่าจะมาคุยด้วยดีๆแต่เขาต้องมาได้ยินแม่ของเขาพูดอะไรแบบนี้ หึ’ ฟินคิดในใจส่วนคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาด้วยความรู้สึกตกใจที่เห็นฟินมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทั้งสองคนคิดว่าฟินคงจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดคุยกัน“ฟิน....” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจแต่เธอ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก







