LOGINพอคิดมาถึงตรงนี้มันทำให้ดอกแก้วคิดถึงเงื่อนไขที่คุณหญิงชญาดาเสนอให้เธอ ว่าให้เธอเลิกกับฟินแฟนหนุ่มรุ่นน้องของเธอซึ่งเป็นลูกชายของคุณหญิงชญาดา
‘เธอคงไม่มีทางเลือกแล้ว คงต้องเลิกกับฟินจริงๆ’ คิดมาถึงตรงนี้ น้ำตาของดอกแก้วก็เริ่มไหลออกมา
‘เธอกับฟินคบหาเป็นแฟนกันได้เพราะเราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันที่จังหวัดปทุมธานี บ้านของเราอยู่ที่จังหวัดปทุมธานีทั้งคู่ แต่ฟินเขามีบ้านอยู่ที่กรุงเทพด้วยเพราะเขาเคยเล่าให้เธอฟัง ครอบครัวของฟินค่อนข้างมีฐานะดูจากรถที่เขาขับ เขาบอกกับเธอว่าเขาอยู่กับแม่และน้าสาวของเขา ส่วนพ่อของเขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่เธอก็ไม่รู้หรอกว่าครอบครัวของฟินมีฐานะมากขนาดไหนทำธุรกิจอะไรเพราะฟินบอกเธอแค่ว่าที่บ้านของเขาทำธุรกิจแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าทำธุรกิจอะไร เธอเองก็ไม่เคยถามแล้วเธอก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นด้วย เพราะสำหรับเธอ เธอรักฟินด้วยใจจริงไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลย แต่ดูจากวันนี้ที่เธอเจอกับแม่และน้าสาวของเขา ที่บ้านของเขาคงจะร่ำรวยมากแน่ๆเพราะเป็นเจ้าของโรงพยาบาลด้วย เธอเองก็เคยเล่าเรื่องครอบครัวของเธอให้เขาฟังเช่นกันว่าเธออยู่กับแม่สองคนพ่อของเธอเสียชีวิตไปนานแล้วแต่เธอไม่ได้บอกเรื่องอาการป่วยของแม่กับฟิน เธอกับฟินเราเรียนอยู่คณะเดียวกันคือคณะสถาปัตยกรรมเธอเป็นรุ่นพี่และเป็นพี่รหัสของฟินตอนที่ฟินเข้ามาอยู่ปีหนึ่งแล้วเธออยู่ปีสามจนมาตอนนี้เธออยู่ปีสี่ ส่วนฟินตอนนี้อยู่ปีสอง เราคบหากันเป็นแฟนกันมาได้สิบเดือน ฟินเป็นคนจีบเธอก่อน เขาหยอดคำหวานใส่เธอตั้งแต่ตอนที่เจอกันช่วงแรกๆตอนที่เธอยังเป็นพี่รหัสของเขาแต่ช่วงแรกๆเธอก็ยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา จนเขาเข้ามาช่วยเหลือเธอตอนที่เธอเลิกจากกิจกรรมแล้วต้องกลับบ้านดึก เธอเกือบถูกพวกนักเลงหัวไม้ฉุดกระชากลากไปตอนที่เธอเดินออกมาจากมหาวิทยาลัยแต่โชคดีที่ฟินเข้ามาช่วยเหลือเธอไว้ได้ทันแล้วเขาก็มาส่งเธอที่บ้านก่อนที่เขาจะสารภาพรักกับเธอ มันทำให้เธอรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยแล้วก็รู้สึกหวั่นไหวแปลกๆด้วย ฟินใช้เวลาอยู่เกือบปีในการเอาชนะใจเธอจนเธอใจอ่อนยอมคบหากับเขาจนตอนนี้เราคบกันมาได้สิบเดือน ที่สำคัญเขาเป็นรักแรกของเธอ ความสัมพันธ์ของเราเป็นไปได้ด้วยดี เราเข้ากันได้ดีไม่มีปัญหาอะไร ฟินให้เกียรติเธอ ไม่เคยล่วงเกินอะไรเธอเมื่อเธอบอกเขาว่ายังไม่พร้อมเขาก็เข้าใจ จะมีก็แต่มากที่สุดคือ เราเคยจูบกันเท่านั้น แต่มาวันนี้...เรื่องระหว่างเธอกับเขามันคงต้องจบลงแล้วจริงๆ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฟินมันคงเป็นไปไม่ได้แล้วคงต้องสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้’ ดอกแก้วคิดในใจพลางปาดเช็ดน้ำตาที่นองหน้า
‘พรุ่งนี้เธอจะไปบอกเลิกฟินเพื่อให้แม่ของเธอมีชีวิตอยู่ต่อไปและเพื่อให้แม่ของเธอได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ยังไงพรุ่งนี้เธอก็ต้องไปบอกเลิกฟินแล้วก็เลิกติดต่อกับเขาตามที่เธอตกลงกับแม่ของเขาไว้ บอกเลิกฟินซะ ยังไงพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสอบวันสุดท้าย สอบเสร็จก็ปิดเทอม แล้วอีกสองเดือนเธอก็จะเรียนจบก็คงไม่ต้องเจอกันอีก ต่างคนต่างไป...ต่างไปมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้วก็คงจะไม่ต้องเจอกันอีก...ไม่ต้องเจอกันอีกแล้ว ฮือ...ฮือๆๆ’ ดอกแก้วคิดในใจ เธอนั่งร้องไห้อยู่สักพักพลางคิดอย่างหนักว่าเธอจะบอกเลิกฟินแฟนหนุ่มของเธอยังไงเพราะเธอไม่รู้ว่าเธอจะให้เหตุผลในการบอกเลิกกับฟินว่าอะไร เธอกลัวว่าเขาจะไม่ยอมเพราะเธอก็รู้จักนิสัยเขาดี ดอกแก้วปาดน้ำตาทิ้งพลางนั่งคิดอยู่สักพัก....ก่อนที่เธอจะคิดออกแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าแล้วทำการเปิดเครื่องหลังจากที่เธอปิดเครื่องไปตอนที่อยู่บนรถประจำทางเพื่อไม่ต้องรับโทรศัพท์ฟิน หลังจากดอกแก้วเปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก็มีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาหาเธอว่า เบอร์ 089465XXXX ซึ่งเป็นเบอร์ของฟินพยายามติดต่อเธอ นั่นทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาอีกครั้งแต่ดอกแก้วก็พยายามตั้งสติแล้วปาดน้ำตาทิ้งก่อนที่เธอจะโทรศัพท์ไปหาแตงกวาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอเพื่อขอความช่วยเหลือ เธอต้องการให้แตงกวาช่วยเหลือเธอเรื่องที่เธอจะไปบอกเลิกฟินในวันพรุ่งนี้
ดอกแก้วรอสายอยู่สักครู่.....แตงกวาเพื่อนสนิทของเธอก็รับสาย
“ฮัลโหล แตงกวา แกอยู่ไหน” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“ฮัลโหลแก้ว ฉันอยู่กับต้น กำลังกินข้าวกันอยู่ แกมีอะไรเปล่า” แตงกวาเอ่ยพูดออกไป ต้นที่เธอพูดถึงคือแฟนหนุ่มของเธอที่เป็นรุ่นน้องในคณะที่เพิ่งจะตกลงคบหาเป็นแฟนกันได้ห้าวันซึ่งดอกแก้วรู้จักเป็นอย่างดีเพราะต้นก็เป็นรุ่นน้องปีสามที่อยู่ในคณะสถาปัตยกรรมถึงจะเรียนคนละสาขากับพวกเธอก็ตาม
“คือ...ฉันมีเรื่องให้แกช่วย” ดอกแก้วเอ่ยพูด
“เรื่องอะไร เออ แล้ววันนี้แกสอบเสร็จแล้วรีบวิ่งออกไปเลย แกรีบไปไหนอะแก้ว ฟินก็มาถามหาแกกับฉัน ฉันก็ตอบไปว่าไม่รู้” แตงกวาเอ่ยพูด
“คือ..ฉันรีบไปโรงพยาบาลเพราะแม่ฉันอาการกำเริบ” ดอกแก้วเอ่ยพูดกับแตงกวาเพราะแตงกวาก็รู้เรื่องอาการเจ็บป่วยของแม่ดอกแก้วดี
“เฮ้ย แล้วแม่แกเป็นยังไงบ้าง”
“รอบนี้อาการหนัก ฮือๆฮือๆ” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางพยายามกลั้นน้ำตาแต่เธอก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้จริงๆ
“แก้ว เฮ้อ แกใจเย็นๆนะ” แตงกวาพยายามพูดปลอบใจดอกแก้ว
“พี่แก้วเป็นอะไร กวา” ต้นซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของแตงกวาแล้วกำลังนั่งทานข้าวอยู่ตรงข้ามกับแตงกวาเอ่ยพูดขึ้น
“เออ เดี๋ยวค่อยว่ากัน” แตงกวาเอ่ยพูดกับต้นแฟนหนุ่มรุ่นน้องของเธอ
ต้นพยักหน้าตอบรับแตงกวาแล้วทานข้าวต่อ
“เออ แล้วสรุปแกมีอะไรให้ฉันช่วยล่ะแก้ว ถ้าฉันช่วยได้ฉันยินดีช่วยเต็มที่” แตงกวาเอ่ยพูดเพราะดอกแก้วเป็นเพื่อนสนิทของเธอแล้วก็ช่วยเหลือเธอมาเยอะในเรื่องการเรียนถ้ามีอะไรที่เธอพอจะช่วยเพื่อนของเธอได้เธอก็ยินดี
ดอกแก้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆพลางเช็ดน้ำตาแล้วตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เธอได้รับข้อเสนอจากแม่ของฟินมาให้แตงกวาฟัง.............
“โห! แก้ว! นี่มันยิ่งกว่าละครอีกนะ เฮ้อ....” แตงกวาอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดที่ดอกแก้วเล่าให้ฟัง มันทำให้เธอเองรู้สึกอึ้งไปเหมือนกัน ‘ยุคสมัยนี้แล้วยังมีแม่ที่หวงลูกชายจนทำเรื่องแบบนี้อีกเหรอ นึกว่าจะมีแต่ในละคร’ แตงกวาคิดในใจ
“แล้วแกจะทำยังไงแก้ว”
“ไม่ ไม่ครับแม่ ไม่จริง แก้วไม่ใช่คนแบบนั้น ผมจะไปคุยกับแก้วให้รู้เรื่อง ผมจะไปหาเขา” ฟินเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นยืนจากเตียงแล้วกำลังจะเดินไปที่ประตู แต่เขาเดินซวนเซไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงไปที่พื้นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย“ตาฟิน! ตาฟินลูก!” คุณหญิงชญาดาอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อเห็นลูกชายล้มลงจึงรีบเข้าไปประคอง“ฟิน ไปไม่ไหวหรอกลูก ลูกเมาขนาดนี้จะไปได้ยังไง แม่ไม่ให้ไป อะไรจะขนาดนี้นะตาฟิน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดเชิงตำหนิลูกชาย“ไม่ครับแม่ ผมจะไปหาแก้ว แก้ว! แก้ว! อยู่ไหน แก้วอยู่ไหน! แก้ว....” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาก่อนที่เขาจะค่อยๆหลับใหลแล้วสลบไป“ฟิน ฟิน! หลับไปแล้ว ฟ้า ฝน สุก มาช่วยฉันพาตาฟินไปนอนหน่อยเร็ว!!” คุณหญิงชญาดาเอ่ยตะโกนเรียกคนงานในบ้าน ทั้งป้าสุกแม่บ้านใหญ่และสาวใช้อีกสองคน ทั้งหมดรีบวิ่งขึ้นมาข้างบนรวมถึงคุณหญิงชลิตาด้วย ทุกคนช่วยกันพยุงพาฟินไปนอนที่เตียง แล้วป้าสุกก็จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ฟินก่อนที่จะปล่อยให้ฟินได้พักผ่อนแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องพักของตัวเองคุณหญิงชญาดากลับมาที่ห้องพักของเธอแล้วเดินมานั่งที่เตียงนอนพลางครุ่นคิดอย่า
“นี่ยัยตา เสียใจเดี๋ยวตาฟินก็หาย ไม่กี่วันหรอก” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด ถึงแม้ลึกๆเธอจะแอบรู้สึกตกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกชายของเธอดื่มเหล้ามาแบบนั้น ‘นี่ตาฟินเสียใจเรื่องแม่นั่นขนาดนี้เลยเหรอ แต่...ก็คงจะเสียใจไม่กี่วันหรอกมั้ง’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกมั่นใจ“แต่คุณพี่...”“พอยัยตา เดี๋ยวพี่จะโทรไปถามแม่นั่นเพื่อความชัวร์เอง” คุณหญิงชญาดาเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าส่วนตัวซึ่งวางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกเพื่อโทรศัพท์ไปหาดอกแก้ว ‘เธอสืบประวัติของแม่ดอกแก้วนั่นมาหมดแล้วทำไมแค่เบอร์โทรศัพท์ของแม่นั่นเธอจะไม่รู้’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางกดโทรศัพท์โทรออกไปหาดอกแก้วในขณะที่คุณหญิงชลิตาก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับพี่สาวของตัวเองและรู้สึกเห็นใจหลานชายของตัวเองที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ก่อนที่คุณหญิงชลิตาจะเดินกลับไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารด้านดอกแก้วที่กลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากที่ไปเยี่ยมแม่จนตอนนี้เธอกลับมาถึงที่บ้าน ตอนนี้เธอกำลังจะเตรียมตัวเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกายแต่จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น“เบอร์ใคร” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่เธอจะกดรับโทรศัพท์“ฮัลโหล” ดอกแก้วกรอกเสียงพูดลงไป“บอ
ดอกแก้วเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแล้วได้เจอและพูดคุยกับหมอถึงอาการแม่ของเธอ หมอบอกว่าแม่ของเธอมีอาการตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดีแต่หมอยังไม่สามารถตอบได้ว่าแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร แต่โดยรวมแล้วถือว่าอาการแม่ของเธอดีขึ้นจากเมื่อวาน ดอกแก้วได้ฟังหมอพูดแบบนั้นเธอก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อดอกแก้วพูดคุยกับหมอเสร็จเธอก็กล่าวขอบคุณหมอแล้วเดินมายืนมองแม่ของเธอที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูอยู่ที่หน้ากระจกเช่นเดิม ดอกแก้วยังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมแม่ของเธอใกล้ๆได้เพราะแม่ของเธอยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียูที่เป็นห้องปลอดเชื้อ“แม่ เมื่อไรแม่จะฟื้นขึ้นมาคุยกับแก้ว แก้วรอแม่อยู่นะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมา‘แก้วเลิกกับฟินแล้วนะ แม่คงไม่มีโอกาสได้เจอเขาแล้ว แก้วเหนื่อยจังเลยแม่ แก้วอยากให้แม่ตื่นขึ้นมาปลอบใจแก้ว แม่รีบตื่นขึ้นมานะ แก้วจะทำทุกอย่างเพื่อให้แม่อยู่กับแก้ว อยู่กับแก้วให้นานที่สุด’ ดอกแก้วคิดในใจทั้งน้ำตา‘ส่วนเรื่องของเธอกับฟินยังไงมันก็จบลงแล้ว แล้วตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วด้วย เธอเองก็เรียนจบแล้วถึงจะยังไม่เป็นทางการ ที่เหลือก็รอผลสอบซึ่งเธอมั่นใจว่ายังไงเธอก็สอบผ่
“ปล่อย! ปล่อยฉัน! ฟิน คนที่ฉันคบอยู่มาแล้ว คุณอยากรู้เหตุผลไม่ใช่เหรอ นี่ไงเหตุผลที่ฉันต้องเลิกกับคุณ นอกจากที่ฉันจะไม่ได้รักคุณแล้ว ฉันก็มีคนที่ฉันคบอยู่แล้วด้วย คนที่ดีกว่าคุณ ปล่อย!” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางพยายามผลักฟินออก ในขณะที่ต้นเขาก็เดินเข้ามาแล้วช่วยดึงดอกแก้วออกมาจากฟินจนสามารถดึงดอกแก้วออกมาได้ ตอนนี้ต้นกับดอกแก้วยืนอยู่ข้างๆกัน ในขณะที่ฟินเขามองหน้าดอกแก้วกับต้นสลับกันพลางลุกขึ้นยืนจากพื้น“เหอะ ที่แท้ก็มึงนี่เอง” ฟินเอ่ยพูดออกมาทั้งน้ำตาพลางชี้หน้าต้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจ ‘เขาเคยเห็นหน้ามันอยู่สองสามครั้งที่คณะมันเป็นรุ่นพี่ปีสามแล้วเขาก็พอจะรู้ว่ามันรู้จักกับแก้ว นี่...สองคนนี้...’ ฟินคิดในใจ“แก้ว แก้วคบกับมันจริงๆเหรอ ห๊ะ!”“ใช่!” ดอกแก้วเอ่ยตอบ“คบตั้งแต่เมื่อไร! ห๊ะ!” ฟินเอ่ยถามกลับไปด้วยความรู้สึกเดือดจัด ‘อย่างที่บอกเขาเคยเห็นหน้ามัน เขาพอจะจำมันได้มันชื่อต้นเป็นรุ่นพี่อยู่ปีสามเขาเคยเดินสวนกับมันสองสามครั้งแล้วก็รู้ว่ามันรู้จักกับแก้วเพราะเคยเห็นว่ามันกับแก้วทักทายกันไม่คิดเลยว่ามันกับแก้วจะแอบคบกันแบบนี้’ ฟินคิดในใจ“ฉัน..ฉัน ฉัน...” ดอกแก้วพูดไม่ออกเธอไม่รู้ว่าจะตอบ
วันต่อมา ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดปทุมธานี16:20 นาทีด้านหลังตึกบริเวณลานจอดรถของมหาวิทยาลัยเวลานี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ทุกคนต่างทยอยเดินทางกลับบ้านกันหมดหลังจากที่วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนที่จะปิดเทอม ฟินมายืนรอดอกแก้วตามที่ได้นัดหมายกันไว้อยู่ที่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหลังตึกบริเวณลานจอดรถได้สักครู่ก่อนที่เขาจะเห็นดอกแก้วเดินมา ฟินโบกมือให้ดอกแก้วด้วยรอยยิ้มก่อนที่ดอกแก้วจะเดินเข้ามาหาเขา“แก้ว เป็นไงบ้าง วันนี้ผมไม่ได้เจอแก้วไม่ได้ทานข้าวกับแก้วเลย ข้อสอบยากไหม คงเหนื่อยแย่ใช่ไหม ดูทำหน้าเข้าสิ” ฟินเอ่ยพูดทักทายพลางถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไปแล้วจับมือของดอกแก้วไว้ด้วยรอยยิ้ม ‘สงสัยแก้วคงจะเหนื่อยมากดูจากสีหน้าท่าทางของแก้วแล้วดูเหนื่อยๆเพลียๆคงอ่านหนังสือสอบหนักแล้วข้อสอบก็คงจะยากมากแน่ๆ’ ฟินคิดในใจ“เดี๋ยวช่วงปิดเทอม ผมจะพาแก้วไปเที่ยวพักผ่อนนะเพราะแก้วเรียนจบแล้ว แก้วก็คงต้องเริ่มหางานทำ ผมว่าเก่งๆอย่างแก้วคงหางานได้ไม่ยากหรือแก้วจะไปทำงานที่บริษัทของครอบครัวผมไหม ถ้าอยากไปทำงานบริษัทของครอบครัวผมเดี๋ยวผมจัดการให้ งั้นเอางี้ ก่อนที่แก้วจะเริ่มทำงานเราไปเที่ยวพักผ่อนกันก่อ
“ก็นี่แหละแตงกวา ฉันอยากให้แกกับต้นช่วย โดยเฉพาะต้น คือ..พรุ่งนี้ฉันตัดสินใจจะไปบอกเลิกฟินทำตามข้อเสนอของแม่เขา แต่...ฉันกลัวว่าถ้าจู่ๆฉันไปบอกเลิกฟิน ฟินเขาจะไม่ยอมเพราะฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะให้เหตุผลในการบอกเลิกกับฟินว่าอะไร ฉันกลัวว่าเขาจะไม่ยอมเลิก ฉันเลยคิดว่าจะให้ต้นแกล้งมาเป็นแฟนฉันแล้วบอกเลิกเขา ถ้าฟินเห็นว่าฉันมีคนอื่นเขาคงจะยอมเลิกกับฉันไปเอง” ดอกแก้วเอ่ยพูด“เฮ้ย! แก้ว แกจะเอาอย่างนี้จริงๆเหรอ คือฉันไม่ได้หวงแฟนฉันหรอกนะ แต่แกแน่ใจแล้วเหรอแก้ว มันไม่มีทางอื่นแล้วเหรอ” แตงกวาเอ่ยพูดด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาว“ฉัน...ฉันแน่ใจ ฉันคิดมาดีแล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยความมั่นใจ“เฮ้อ...เออ งั้น...แกลองคุยกับต้นเองนะ เฮ้อ...” แตงกวาเอ่ยพูด ‘เธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของเพื่อนสาวสักเท่าไรเพราะเธอคิดว่าความสัมพันธ์ของแก้วกับฟินกำลังไปได้ดี มันไม่ควรจะต้องมาจบลงแบบนี้เลย เฮ้อ...แต่เธอก็ต้องเคารพการตัดสินใจของแก้วเพราะมันก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วมั้ง แต่ก็คงต้องถามต้นแฟนหนุ่มของเธอที่พัฒนาจากรุ่นน้องมาเป็นแฟนด้วย’ แตงกวาคิดในใจ“อะต้น แก้วมันมีเรื่องให้ช่วย ลองคุยดู” แตงกวาเอ่ยพูดพลางยื่นโทร







