LOGINร่างกายขยับไปเองจนเกิดเรื่องแล้วสิ เธอจะรู้สึกยังไง คงไม่เกลียดหน้าเขาไปเลยใช่ไหม เอสรีบผละออกก่อนทุกอย่างจะเกินเลยไปมากกว่านี้
ทว่าตรงหน้าคือมินนี่ที่หน้าแดงเป็นพริกสุก ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาไม่กระพริบ เด็กคนนี้คิดอะไรอยู่ แต่ถ้ายังไม่ยอมถอยเขาคงได้ทำไม่ดีกับเธอแน่ ผลที่ตามมาอาจจะเลวร้ายกว่าที่คิด “เอ่อ...ขอโทษนะ...ไม่ได้ตั้งใจ” เอสพูดติดขัด เพราะยิ่งอธิบายเหมือนเธอจะโกรธกว่าเดิม “ช่างเถอะ...หนูไม่ถือ...ไม่ได้ตั้งในใช่ไหม” “ใช่...เดี๋ยวก่อนสิ” เธอพูดจบก็หันหลังเดินออกมาไม่สนใจเขาจริง ๆ เอสได้แต่วิ่งตามอย่างรีบร้อน ก่อนจะเห็นเธอจัดการเอกสารให้เขาอยู่ เธอคงหมายความอย่างที่พูดใช่ไหม? “ไปเถอะค่ะ จะพาไปดูรถ” เธอพูดจบก็เดินนำไปที่ห้องพิเศษ ที่นี่มีรถหรูระดับ 200 ล้านขึ้นไป แต่ละคันดูดีมาก เป็นรถในฝันของใครหลายคนเลย รถไฟฟ้าที่แรงเร็ว และ หรูหราในตัว “ขอคันนี้...FF12 รุ่นเปิดประทุน สีแดงสวยดีนะ” “ได้ค่ะ...นี้คือเอกสารที่ต้องจัดเตรียม” มินนี่ยื่นเอกสารมาให้ แต่สีหน้าของเธอยังคงนิ่งไม่ยิ้มสวย ๆ ให้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เอสจึงรีบจัดการเรื่องเอกสารก่อนที่จะไปจ่ายเงิน แล้วเดินมาหามินนี่ที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ “เรียบร้อยแล้ว” “ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ” เธอลุกขึ้นขอบคุณก่อนจะยิ้มให้ไม่ถึงสองวิ แล้วนั่งทำงานต่อ “เป็นไร...ไม่ดีใจเหรอที่พี่มาอุดหนุน อยากให้ได้ค่าคอมมิชชั่นไง” เขาพูดด้วยเหตุผลแต่มินนี่ยังไม่สนใจ ริมฝีปากเป็นเส้นตรงแบบนี้คงยาก “ถ้งงั้นพี่ไปก่อนนะ ตอนเย็นเจอกันที่ร้าน DN นะ” ไม่รอให้เธอตอบเขาก็ออกไปแล้ว พร้อมกับขับรถสุดหรูอย่างสมบูรณ์แบบ ปล่อยให้สาว ๆ พนักงานขายมองตามไม่กระพริบ “มินนี่...เธอโชคดีจังได้รู้จักกับผู้ชายแบบนั้น อิจฉาจัง ดูเหมือนเขาจะชอบเธอนะ” เพื่อนพนักงานของเธอพูดขึ้น “ใช่แล้วเธอ นัดชวนไปเจอด้วย” “ไม่ใช่หรอก พี่เขาเห็นฉันเป็นน้องสาว (แม้จะไม่ได้ตั้งใจจูบ) อย่าคาดหวังเลย เขารวยขนาดนั้นจะสนใจคนอย่างฉันได้ไง" แม้จะรู้สึกเสียดายที่ได้เจอกันอีกครั้ง แถบเขายังโสด แต่เธอยังถูกทำเหมือนเป็นน้องสาวอยู่เหมือนเดิม จะต้องทำยังไงถึงจะได้เลื่อนสถานะกันนะ เอสขับรถไปหาซื้อเสื้อผ้าสักหน่อย ที่ห่างดังในเมืองเป็นศูนย์รวมของเสื้อผ้าระดับพรีเมี่ยม คนดังหรือนักธุรกิจต่างพากันมาซื้อ ตึก BK คือที่สุด พอขับมาจอดรถไว้ที่ชั้นG ก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้นที่ 20 เขามีร้านที่หมายตาไว้แล้ว อย่างที่เคยบอกเขาเป็นคนที่ได้แต่ฝัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ตอนแรกที่เดินเข้ามาในร้าน พนักงานทุกคนหันมามองด้วยความสงสัย แถมยังซุบซิบเบา ๆ ก่อนจะมีคนหนึ่งเดินเข้ามาหา “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าค่ะ” เธอดูเป็นมืออาชีพมาก สีหน้าท่าทางไม่ดูถูกคนอื่น ไม่มีอารมณ์ส่วนตัว และ ยังยิ้มแย้มราวกับนางสาวประกวด “พอดีกำลังหาแนวการแต่งตัว อยากให้หาเสื้อผ้าที่เหมาะ ๆ ให้หน่อย” “เชิญทางนี้เลยค่ะ” หลังจากซื้อเสื้อผ้าครบ ก็ได้เวลาไปฃานเลี้ยงรุ่น ดีเลยจะได้กินข้าวที่นั้นเลย ตอนนี้เขาไม่ใช่คนจน ๆ แถมแต่งตัวดีขึ้นมาแล้ว หวังว่าจะไม่มีใครดูถูกได้อีกนะ เมื่อมาถึงห้องจัดงานก็เห็นเพื่อนสมัยมัธยมหลายคนนั่งกันตามโต๊ะแล้ว พวกเราจองห้องจัดเลี้ยงขนาดเล็กเพราะคนไม่เยอะ ตอนนี้ก็น่าจะมาครบหมด มีหลายคนที่เห็นเอส แล้วทักทายตามมารยาท นั้นคือเพื่อนร่วมชั้นปกติ แต่จะมีอยู่กลุ่มหนึ่งที่มองเขาด้วยสายตาดูถูกมาตลอด เป็นกลุ่มของ วิโรจน์ เรื่องราวต้องย้อนไปเมื่อตอนเรียน เพราะเรื่องเรียนที่ดีกว่า หน้าตาดีกว่าสาว ๆ ชอบมากกว่า และยังได้คบกับวิภาดาอีก วิโรจน์เองก็ชอบวิภาดาเหมือนกัน ทำให้กลุ่มของวิโรจน์ ที่มี มืด,มิก และ สาวสวยสุดแซ่บอย่าง ผิง อยู่ด้วย ตอนนี้พวกนั้นนั่งโต๊ะเดียวกับคุณครูประจำชั้น และดูจากการแต่งตัวแล้ว คงจะประสบความสำเร็จไม่น้อยเลย แต่ไม่ได้ตามข่าวเลยไม่รู้ว่าใครได้ดีบ้าง “มาแล้วเหรอ มานั่งตรงนี้สิที่นี่มีที่ว่างอยู่” เป็นผิงที่น้องเรียก ปกติเธอไม่สนใจเขา แม้แต่หางตายังไม่มอง วันนี้ทำดีด้วยคิดว่าจะมีเรื่องดีหรือเปล่า? รอดูเถอะพวกนี้รวมตัวเมื่อไหร่ต้องมีเรื่องปวดหัวตามมาแน่ ทุกคนมองตามผิง จึงเห็นเอสที่สวมสูทราคาแพง บวกกับช่วงนี้ไม่กังวลเรื่องเงินทำให้ดูดีขึ้นมาก ไหนจะส่วนสูงที่ฟ้าประทานอีก ราวกับไม้แขวนเสื้อดี ๆ นี้เอง “นั้นเอสเหรอ ทำไมดูดีจัง” “ยังหรอเหมือนเดิมเลยนะ” สาว ๆ ต่างพากันชมไม่หยุดปาก ทำให้บางคนกำมือแน่นกดเก็บความโกรธแทบไม่อยู่แล้ว “หล่อไปก็เท่านั้น ไม่มีงานทำก็ไร้ค่า เธออยากไปคบกับเอสก็เอสสิ" วิโรจน์พูดกับผู้หญิงที่ชมเขาจนพวกนั้นเงียบไป พวกเธอจะคบกับคนแบบเอสได้ไง เพราะเรื่องราวของเขาถูกขุดมาพูดจนคนในรุ่นรู้กันหมด คนว่างงาน เล่นเกมเอาเป็นเอาตายเพื่อหาเงินซื้อบะหมี่มายาไส้ ดูสภาพนี้ใครจะสนใจ ทว่าสิ่งที่ทำให้วิโรจน์ไม่พอใจคือ เอสไม่ได้มาในสภาพทรุดโทรมอย่างที่เขาคิดไว้ แต่อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าเสื้อผ้าที่เอสใส่ก็แค่ของปลอม ตัดมาที่งานเลี้ยงคุณครูที่รู้เรื่องว่าเอสไม่มีงานก็รู้สึกเสียใจ เพราะลูกศิษย์ของเขาอย่างน้อยก็มีงานทำ เขาเองก็รู้สึกล้มเหลวที่ทำให้เอสว่างงานแบบนี้ “เอส...ครูขอพูดหน่อย ได้ยินว่าเธอไม่มีงานเหรอ ให้ครูหางานเอาไหม?” แน่นอนว่าคุณครูสายใจ เป็นครูที่หวังดีกับนักเรียนทุกคน เธอเป็นครูมาสามสิบกว่าปี สร้างนักเรียนมาหลายรุ่นแล้ว เอาก็เห็นความใจดีของครู แต่ไม่ใช่เพราะครูที่ทำให้เขาล้มเหลว แต่เป็นเพราะเขาเอง “อย่าเลยครับคุณครู ต่อให้มีเงินเดือนเยอะเขาก็ไม่ทำหรอก ได้ยินว่าเขาไม่อยากเป็นลูกน้องใคร” เอสได้แต่นั่งฟังแล้วยิ้มในใจ มันรู้ได้ไงว่าเขาคิดแบบนั้น หรือคนที่เก็บตัวไม่เข้าสังคมจะเป็นแบบนั้นหมด หมอนี่เหมารวมจริง ๆ “จริงเหรอ” “อย่าสนใจผมเลยครับ ตอนนี้ผมได้งานแล้วครับคุณครู” “ก็ดีแล้ว...ดีใจกับเธอด้วยนะ” “ครับ...” เอสไม่ได้สนใจคนอื่น แล้วตักอาหารมากิน มีแต่ของอร่อย เขาเองไม่ใช่คนเลือกกินด้วยสิ แต่ระหว่างนั้นก็มีมืด กับมิก คอยพูดหาเรื่องอยู่ตลอด แต่ก็ถูกเขาตอบกลับง่าย ๆ ทำให้พวกนั้นไม่พอใจมาก พวกเขาอยากเห็นเอาสติหลุด โมโห อับอายจนวิ่งหนีไป ไม่ใช่คนที่มั่นใจเต็มร้อยแบบนี้ “ได้ยินว่านายถูกยัยดาทิ้งเหรอ แย่หน่อยนะ” วิโรจน์จี้จุดให้เขาเจ็บ เรื่องนี้ทุกคนก็สนใจกันมาก อยากรอเหยียบอยู่ก็เยอะ “ใช่แล้ว เลิกกันได้สามปีแล้วมั้ง” “เหรอ...อย่าโทษยัยเพราะนายสภาพแบบนี้ใครจะครบได้ ถ้าเธอคบกับฉันตอนนี้คงสบายไปแล้ว” วิโรจน์พูดพลางยิ้มเยาะ ก่อนทที่คนอื่นจะหัวเราะชอบใจ “แรงมาก...อย่าจี้สิเพื่อน เดี๋ยวเอสก็เสียใจหรอก" “ก็เรื่องจริง ยุคนี้รักกินไม่ได้หรอกนะ” พูดไปเถอะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะเสียหน้าจนไม่กล้าเจอใครแน่ แต่ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไร ต้องขอบคุณระบบจริง ๆ ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความปกติ แปลกก็ตรงที่ผิงไม่เอากับคนอื่นด้วย เธอแต่งตัวในชุดกระโปรงสั้นมาก ๆ กับเสื้อกล้ามรัดรูปโชว์เนินอกขาว สวมเสื้อโค้ทยืนสีดำ เธอเป็นสาวสวย ออกจะแรง ตอนเรียนได้ยินว่าเธอชอบเก็บแต้มด้วยการมีอะไรกับรุ่นพี่คนอื่น เธอมานั่งข้างเอสวันนี้ ยิ่งแปลกเพราะเธอไม่ชอบคนจนเป็นที่สุด ทว่าวันนี้เธอเหมือนส่งสายตาให้เขาบ่อย ๆ ใต้โต๊ะก็เอาขามาถูอีก คิดอะไรของเธออยู่เนี่ย “อย่าไปสนใจเลยนะ พวกเขายังไม่โต” เธอกระซิบบอกเขา ก่อนจะยกแก้วไวน์ในมือมาชนกับเอส จนคนในโต๊ะมองตาม “อย่าบอกนะว่าเธอจะชอบเอส” มิกพูดเสียงดัง คนในห้องโถงก็ตกใจที่ได้ยิน เพราะระดับผิง คนที่ไม่เคยขาดผู้ชาย และคบแต่คนรวย ๆ จะชอบเอสได้ “มีเรื่องให้สนุกแล้วสิ” “คบกัยนเลยนางฟ้ากับหมาวัด” ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่น้องชายของเขามันไม่เป็นสุขแล้ว จะยั่วขนาดนี้คนหมกมุ่นอย่างเขาจะทนไหวเหรอ ยิ่งเป็นใต้โตึอีก อารมณ์มันขึ้นง่ายด้วย พอหันมามองเจ้าตัวก็ยิ้มร่า ดูท่าแอลกอฮอล์คงจะทำงาน “อย่าสนใจเลยนะ...ดื่มเถอะ...นายไม่ชอบฉันเหรอ” ประโยคสุดท้ายเธอพูดให้ได้ยินแค่สองคนก่อนจะยิ้มให้เขาไปหนึ่งยก จะเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ แต่ตอนนี้หัวใจแทบจะทะลักออกมาแล้ว ก่อนอื่นก็ตั้งสติให้ดีก่อนยะ “ไวน์หมดแล้ว เลี้ยงไวน์ผิงหน่อยสิคะ” เธอเอาหน้ามาอ้อนให้เลี้ยง แถมยังเอาความนุ่มนิ่มมาแนบต้นแขน จะว่าไปตัวเธอหอมมาก ผิวเนียนนุ่ม ถ้าไม่รู้ว่าเธอกินไม่เลือกมีหวังตกหลุมพรางแน่นอน “ได้สิ...เอามาเลย” เมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็ยิ้มสวย ก่อนจะลุกขึ้น “จะเลี้ยงแค่โต๊ะเราคงไม่ดีหรอก ที่นี่มีตั้งสี่โต๊ะ นายก็เลี้ยงสี่ขวดสิ แรกฉันจะเลี้ยงเอง แต่ไม่อยากหักหน้านาย” วิโรจน์ยิ้มมีเลศนัย แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะมีอะไรหรอก อยากดื่มก็ตามสบายเลย “ได้สิ...เอาตามนั้น” เอสหันไปบอกผิงที่ลุกขึ้นจะไปเอาไวน์ ก่อนที่เธอจะก้มลงมาจุ๊บแก้มเขา แล้วเดินยิ้มออกไป ทำให้หลายคนต่างพูดว่าทั้งสองคบกันแล้ว วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรทำไมพวกนี้ดูจะรับมือง่ายไปหน่อย...คงไม่มีอะไรหรอกนะ"ตอนนี้บริษัท F&M จบสิ้นแล้ว ไม่สามารถซื้อชิปประมวลผล ก็เหมือนถูกตัดแขนขา""ทำไมต้องไปยั่วโมโหพวกเขาด้วยนะ คิดว่าจะสามารถเอาชนะ FP ได้จริง ๆ เหรอ""วัยรุ่นก็แบบนี้แหละนะ เลือดร้อนไม่มีความอดทน ก็ต้องได้รับบทเรียนราคาแพงหน่อย"กลุ่มของบริษัทชั้นนำทั้งสิบจับกลุ่มคุยกัน พวกเขาทั้งหมดไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท F&M แม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวจะถูกลูกหลงหลังจากแถลงข่าวออกมา สื่อออนไลน์ต่าง ๆ เล่นข่าวนี้อย่างหนัก เพื่อเน้นย้ำให้ F&M บอบช้ำ และ ทำให้หลายคนที่ใจหายไม่น้อย โดยเฉพาะพนักงาน และ ผู้บริหารระดับสูงพวกเขามีภาระมากกว่าพนักงาน ทั้งผ่อนบ้านผ่อนรถ ส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ถ้าหากเกิดเรื่องกับบริษัทพวกเขาจะเป็นด่านแรกของผลกระทบ ก่อนจะลามไปถึงพนักงานตามระดับขั้น"ตอนนี้ยังจะหยิ่งยโสได้ไหม ยังจะกล้าเมินฉันอีกไหม คราวนี้รู้ชะตาตัวเองหรือยัง" ภัทรเดินมาพูดพร้อมสีหน้าระรื่น ข้างกายยังคงมีสาวสวยคอยปรนนิบัติ"ทำไมเหรอ มีอะไรจะพูดอีกหรือเปล่า" เอาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ว่าเขาจะพูดอะไร"นี่แก...แกล้งทำเป็นไม่เป็นไรสินะ"เอสหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจากโต๊ะ ก่อนจะสูดกลิ่นหอมเบา ๆ ก่อนจะลิ้มรสหวานของไวน์แดงราค
โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง ที่ขึ้นชื่อว่าจองยากมากเพราะคิวยาว ทว่าคืนนี้เอสได้รับเชิญจากบริษัท FP เพราะพวกเขาจะแถลงข่าวหลังจากปิดสัญญาซื้อขายครั้งใหญ่ในงานได้เชิญกลุ่มบริษัทชั้นนำ รวมถึงคนในวงการธุรกิจมาเพื่อเป็นสักขีพยานในความสำเร็จ"ขี้เกียจจังเลย ทำไงดี" เอสนั่งลงช้า ๆ"ต้องไปนะคะ หรือจะให้ฉันกับเลขาไปเหรอ"พนิดา พูดพลางถอดชุดคลุมไหล่ออก เผยให้เห็นชุดเดรสกระโปรงยาว แหวกแผ่นหลังเล็กน้อย ทำให้เธอกลายเป็นจุดสนใจแน่นอนเอาลุกขึ้นดึงเอวบางของเธอเข้ามาแนบ ค่อย ๆ ลูบไล้แผ่นหลังบางเรียบเนียน ผิวของเธอนุ่มมาก กลิ่นหอมที่ต้นคอทำให้เอสอดไม่ได้ที่จะสูดดมอย่างถือสิทธิ์"อย่าทำให้ชุดของฉันขาดนะ ห้ามทำรอยด้วย" เธอพูดเสียงอ่อน พร้อมยกยิ้มอย่างพอใจ"ได้...ฉันจะทำเบา ๆ" เอสพูดเสียงแหบพร่า หัวใจของเขาเต้นระรัว เธอทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่านจนถึงขีดสุด30 นาทีผ่านไป"ทำไมช้าจัง เปลี่ยนชุดด้วยเหรอคะ"แคทนั่งรอข้างล่างได้แต่สงสัย เธอต้องออกไปทำธุระไม่ถึงสิบนาที พอมาถึงยังต้องนั่งรอพวกเขา จนเธอสังเกตเห็นแก้มแดงระเรื่อของพนิดา ถึงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด"อย่าบอกนะว่าจัดหนัก อิจฉาจัง" เธอเข้ามาพูดใกล
เขาไม่เคยคิดว่าจะสามารถสร้างบุญคุณกับคิมได้ขนาดนี้ หลังจากที่สามีของเธอใช้ยาของเขา และฟื้นขึ้นมาได้ เอสก็กลายเป็นผู้มีพระคุณของพวกเขาแต่ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่าก็มาถึง เสียงหวานคุ้นหูดังมาจากข้างหลัง ในระหว่างที่เข้ามาดูสามีของเธอ เอสค่อยหันไปตามเสียงที่คุ้นเคยนั้น"นะ...นาย""ผิง...?"เขาพูดไม่ออกเมื่อเห็นเธอตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เธอสวยขึ้นหรอก แต่เธอเป็นลูกสาวของคิม คนที่มีอำนาจเหนือกว่าเขา และแม้แต่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือแม้แต่บริษัท FP และเรื่องของเขากับเธอมันยาวมาก"มาแล้วเหรอลูก" ประธานวัยหกสิบหันไปพูดเสียงเพราะกับลูกสาวผิงคือลูกคนสุดท้อง มีพี่ชายสองคน กับพี่สาวคนหนึ่ง เธอจึงถูกตามใจที่สุด และเอาแต่ใจที่สุดเช่นกัน เรื่องนั้นเอสรู้ดี ตอนเรียนมัธยมเธอเป็นหัวโจกแกล้งเขาทุกวัน"คุณพ่อฟื้นแล้วเหรอ"เธอเดินผ่านเอสไปราวกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผิวมายืนข้าง ๆ คิม สายตาของเธอเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม เมื่อเห็นพ่อผู้บังเกิดเกล้าลืมตาขึ้นมามองเธอ พร้อมกับเอื้อมมาจับมือเธอช้า ๆ"พ่อ...ฟื้นแล้ว" ชายวัยหกสิบกว่าพูดเสียงแหบพวกเขาคุยกันตามประสาพ่อแม่ลูก และไม่นานก็มีสองสามคนเข้ามา
เอสหันไปตามเสียงของคิม เธอกำลังโกรธอยู่ แน่นอนว่าความผิดเป็นของเขาที่ไม่ได้บอกก่อน แต่ยังไม่ต้องทำให้เธอสงบลง ไม่งั้นเขาอาจจะเดือดร้อนก็ได้"ผมรับประกันว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ผมผิดเองที่ลืมบอกว่ายานี้ต้องใช้เวลานานในการออกฤทธิ์ หวังว่าคุณคิมจะเข้าใจนะครับ""ได้...ฉันจะลองเชื่อเธอดู แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดเธอต้องรับผิดชอบ" คิมจ้องตาเอสเพื่อสังเกตเขา"แน่นอนว่าผมต้องรับผิดชอบ"เอสตอบกลับด้วยความมั่นใจเต็มร้อย เขาเชื่อใจระบบที่ไม่เคยทำอะไรพลาดท่าทางของเอสทำให้เธอใจเย็นลง และรอต่อไป นั่นทำให้พวกสามคนที่อยากก่อกวนไม่พอใจ พวกเขาจึงหันไปพูดกับคนดูในถ่ายทอดสดแทนความคิดเห็นส่วนมาก บอกว่ายาของเอสหลอกลวง ไม่ใช่ความจริง และ ด่าไปถึงบริษัท พวกเขาไม่กล้าสนับสนุนสินค้าของ F&Mพวกนั้นพอใจมากที่ผลลัพธ์เป็นแบบนี้ ยังไม่พอพวกเขายังเล่นข่าวด้วยการใช้อำนาจสั่งการของประธานใหญ่ FP ให้นักข่าวทำข่าวของเอสให้ใหญ่โตไปอีก"หนูดา...ลุงบอกเธอแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ต้องถูกหลอกกี่ครั้งถึงจะพอ เดี๋ยวพอถึงสามสิบนาที เขาก็เลื่อนไปเป็นชั่วโมง แผนตื้น ๆ แบบนี้ยังดูไม่ออกเหรอ" อนันต์พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน"ไม่ต้องสนใจหรอกนะ เดี๋ยวพอ
พวกนั้นตามมาสร้างความวุ่นวายอีกแล้ว ทำไมถึงไม่เอาเวลาไปพัฒนาชีวิตตัวเอง แทนการหาเรื่องคนอื่น เอสถอนหายใจยาวเสียงดังน่ารำคาญพวกนั้นคิมสามารถทำให้หายไปได้ในทันที แต่เธอต้องให้เอสตัดสินใจ"อยากให้ลากพวกเขาออกไปไหม""ไม่ดีกว่าครับ ผมว่านี้จะเป็นโอกาสที่จะตบหน้าพวกเขา แถมยังได้การโปรโมตฟรีอีกด้วย""ไม่เลวเลย แม้แต่ศัตรูก็ยังนำมาใช้ประโยชน์ได้" คิมยิ้มให้ เธอพบคนที่ฉลาดเป็นกรดเข้าให้แล้ว"ชมเกินไปแล้ว ผมไปจัดการก่อนนะ"เอสเดินออกมาที่หน้าประตู พนิดากับแคทกำลังห้ามพวกสามคนเอาไว้อยู่ และกลายเป็นโอกาสที่พวกเขาจะเล่นละครเรียกร้องความเห็นใจ พร้อมกับใส่ร้ายเธอ"ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ จะได้เป็นสักขีพยานในความสำเร็จของฉันด้วย"พนิดาหันไปหาเอสด้วยสีหน้าตกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะยอมให้คนพวกนี้เข้าไปได้"เอาจริงเหรอ""อืม เข้ามาเถอะ"ทั้งสองคนเข้ามาข้างในไม่รอให้พวกนั้นเดินตาม พวกเขาจึงเสนอหน้าเข้าไปแบบไม่มีใครเชิญ เมื่อมาถึงก็เริ่มบทละครอีกตามเคย"น้องชาย ฉันไม่คิดว่านายจะถูกลูกในไส้ทำกับนายแบบนี้ แม้แต่พ่อแท้ ๆ ยังคิดจะจัดการให้พ้นทาง ใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว" อนันต์คุกเข่าข้างเตียง"ใครบอกว่าเธอจะกำจัดพ่อตัว
เธอไม่อยากตัดสินใจเลย แม้จะเชื่อเอสอย่างสนิทใจ แต่นี่คือชีวิตของพ่อกับแม่ ถ้าเป็นเธอเองก็จะไม่ลังเลที่จะใช้ยาของเขาพนิดาอยากให้พ่อกับแม่ฟื้นขึ้นมามากกว่าใคร เธออยากให้ท่านได้มีชีวิตเหมือนคนอื่น แต่ถ้าหากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา เธอคงถูกคนอื่นตราหน้าว่ากลายเป็นลูกที่อกตัญญูแล้วจะยอมเสียงหรือเปล่า เอาไม่เคยพูดอะไรแล้วทำไมได้ พนิดาหันมามองทั้งสองคนที่นอนบนเตียงผู้ป่วย สีหน้าของเธอหนักแน่น ก่อนจะหันมาพูดกับเอส"ฉันตกลงค่ะ ช่วยท่านทั้งสองด้วย""ได้สิ...วางใจได้เลย"เอสยิ้มกว้างให้เธอ พร้อมกับกุมมือที่สั่นไหวเอาไว้แน่น เขาจะไม่ยอมให้อะไรผิดพลาดแน่นอน"พวกคุณเสียสติไปแล้วเหรอ ผมเป็นหมอ คุณไม่เชื่อผมแต่เชื่อคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร ผมผิดหวังมาก"ดร.ปานเทพพูดเสียงดัง เขาไม่คิดว่าจะมีคนเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่อีก ยิ่งฟังจากปากของเอสยิ่งไม่น่าเชื่อถือ‘หรือเขาจะเป็นพวกมิจฉาที่สร้างตัวตนขึ้นมาก่อน แล้วค่อยขายยาปลอมกอบโกยทีหลัง’เขาไม่ยอมให้มิจฉาชีพมาหลอกลวงคนในโรงพยาบาลของเขา"ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด ผมไม่อนุญาตให้คุณเอายาที่ไม่รู้ที่มาให้คนไข้แน่นอน"เอสหันไปหาหมอที่พยายามคัดค้าน ถึงยังไงเขาก็เป็นหมอม







