Se connecter“ผมแอบเข้าไปในคาสิโนเพราะอยากได้เงินมาจ่ายค่าเทอม แต่ผมกลับได้เจ้าของคาสิโนซะงั้น”
Voir plus2 ปีก่อน
ใบหน้าเนียนของเด็กหนุ่มในวัยแรกรุ่นซีดเผือด นัยน์ตากำลังหวาดกลัวกับสิ่งที่ต้องเผชิญอยู่ตรงหน้า แขนเรียวถูกจับมัดไว้ไพล่หลังด้วยมือหนาแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก
“จับได้ที่โต๊ะ 4 ครับนาย” โยชิวางสิ่งของบางอย่างลงข้าง ๆ ร่างเล็กที่กำลังสั่นเทาเพราะความหวาดกลัว พร้อมกับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้เป็นนาย
ผู้ที่ถูกเรียกว่า ‘นาย’ หรี่ตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาคาดโทษ ที่บังอาจเข้ามาล้วงคอมังกรอย่างเขา
กาสิโนระดับ VIP บนเกาะแห่งนี้ เป็นหนึ่งในธุรกิจของครอบครัวลีวาณิชย์ ได้รับอนุญาตให้เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาล หนึ่งในเงื่อนไขนั้นก็คือจำกัดอายุของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
“ทำไมถึงปล่อยเด็กให้เข้ามาในกาสิโนของเราได้” ปานเทพ ลีวาณิชย์ ส่งสายตาตำหนิไปยังลูกน้องคนสนิท ก่อนจะปรายตามองไปยังร่างบางที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ได้เข้ามาทางด้านหน้าครับ น่าจะลักลอบเข้ามาทางด้านหลัง” คำอธิบายนั้นยิ่งทำให้ปานเทพขมวดคิ้วมุ่น แสดงว่ากาสิโนของเขาหละหลวมเรื่องการรักษาความปลอดภัยอย่างนั้นหรือ “ผมกำลังให้คนจัดการเรื่องนั้นอยู่ครับ” แต่โยชิก็รีบอธิบายต่อ ด้วยอ่านสายตาของผู้เป็นนายออก
ปานเทพพยักหน้ารับอย่างพอใจ คลายสีหน้ากังวลลง สายตาคมกริบกลับมาสนใจเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง
“กล้ามากนะ ที่ทำแบบนี้” น้ำเสียงเรียบแต่ทรงอำนาจนั้นถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหยักลึกของคนที่ โปรดปราณ คิดว่าน่าจะเป็นเจ้าของที่นี่ ที่ที่เขาหวังจะมาหาค่าเทอม
“ผม ผมขอโทษ ผมแค่…” โปรดปราณกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ขอบตาร้อนผ่าว
“แค่อะไร?” ปานเทพเอ่ยเสียงเรียบ รอฟังเหตุผลของเด็กหนุ่มตรงหน้า เขาก็อยากจะรู้เหลือเกินว่าจะมีเหตุผลอะไร ที่เด็กในวัยนี้จะต้องลักลอบเข้ามาในกาสิโนแทนที่จะไปโรงเรียน แถมยังพกอุปกรณ์การโกงง่อย ๆ เข้ามาด้วย
“ผมแค่จะมาหาค่าเทอม” โปรดปราณครางเสียงเครือ
“ค่าเทอม?” ปานเทพเลิกคิ้วสูง
“ครับ” เด็กหนุ่มรีบพยักหน้ารับ เป็นครั้งแรกที่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาบุคคลน่าเกรงขามตรงหน้า
“ใครสั่งใครสอนให้มาหาค่าเทอมในกาสิโน?”
คนตัวเล็กก้มหน้านิ่ง พลางคิดในใจ ไม่ได้มีใครสอน แต่เขาอับจนหนทาง มีปัญญาหาทางออกได้เท่านี้จริง ๆ
“เรียนอยู่ชั้นไหน?”
ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของกาสิโนอีกครั้ง ก่อนจะตอบเสียงสั่นเครือ
“กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยครับ”
ร่างสูงยกคิ้วด้วยความแปลกใจ “นึกว่ายังอยู่มอต้นเสียอีก” เพราะใบหน้าอ่อนวัยของเด็กหนุ่มตรงหน้า บวกกับรูปร่างผอมบางค่อนข้างอ้อนแอ้นทำให้ปานเทพประเมินอายุของเจ้าของมันต่ำเกินจริงไปมาก
“วิศวะ มหา’ลัยxxx”
เมื่อได้ยินชื่อคณะและมหาวิทยาลัยชื่อดังที่โปรดปราณอ้างถึง ปานเทพก็ส่งสายตาบางอย่างให้ลูกน้องคนสนิททันที
โยชิก้าวออกจากห้องทำงานของเจ้านายอย่างรู้หน้าที่ ปล่อยให้เจ้านายสอบสวนผู้ร้ายต่อเพียงลำพัง
“พ่อแม่ไม่มีหรือไง?” ร่างสูงถามด้วยความแปลกใจ เด็กวัยนี้ควรมีพ่อแม่คอยส่งเสียให้เล่าเรียนไม่ใช่หรือ
“มีแต่พ่อ”
ปานเทพโยกใบหน้าขึ้นลงเป็นเชิงเข้าใจ แต่สายตาคมกริบยังจ้องคนตัวเล็กอย่างไม่วางตา
“แล้วทำไม ไม่ขอเงินพ่อ”
“พ่อป่วยครับ ไม่ได้ทำงานมาสักพักแล้ว” โปรดปราณรีบอธิบาย น้ำเสียงเริ่มปกติ ไม่สั่นเครือเหมือนคราแรก
“แล้วทำไมไม่หางานพิเศษทำ มีเยอะแยะไป”
“ทำอยู่ครับ แต่มันไม่พอ อาทิตย์หน้าผมต้องไปลงทะเบียนเรียนแล้ว”
คำอธิบายของเด็กหนุ่มตรงหน้า ทำให้ปานเทพสะท้อนใจ นี่เหรออนาคตของชาติ
“แล้วคิดว่าที่นี่จะมีค่าเทอมให้หรือไง?” ไม่รู้ทำไมเขาต้องขึ้นขนาดนี้ อาจเป็นเพราะเสียดายแทนประเทศชาติมั้ง ที่เด็กรุ่นหลังคิดอะไรสั้น ๆ แบบนี้
“ก็ผมไม่รู้จะทำยังไงนี่” แต่น้ำเสียงอ่อนของคนตรงหน้า กับท่าทีหวาดกลัวที่กลับมาอีกครั้ง ก็ทำให้ปานเทพเย็นลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
โยชิเคาะประตูก่อนจะผลักเข้ามา เดินตรงเข้าไปหาเจ้านาย แล้วกระซิบบางอย่าง
ปานเทพพยักหน้า พ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะสั่ง
“นายออกไปดูความเรียบร้อยข้างล่างเถอะ เรื่องนี้ฉันจัดการต่อเอง” ปานเทพสั่งลูกน้องคนสนิท ก่อนจะหันมาจ้องหน้าโปรดปราณ แล้วสั่งเสียงเรียบ
“มานั่งนี่”
โปรดปราณค่อย ๆ หยัดกายขึ้นจากการคุกเข่ากับพื้น แล้วค่อย ๆ เดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่ปานเทพปรายตามอง
“ต้องใช้เงินเท่าไร?”
“สองหมื่นครับ” โปรดปราณเอ่ยเสียงเครือ พร้อมกับสบตาคนตรงหน้า
ปานเทพเปิดลิ้นชัก ควานหาอะไรบางอย่าง ก่อนจะยื่นมาให้
โปรดปราณจ้องธนบัตรสามปึกตรงหน้าด้วยสายตามีคำถาม
“สามหมื่น เผื่อเหลือเผื่อขาด” นั่นยิ่งทำให้โปรดปราณขมวดคิ้วมุ่น ช้อนตาขึ้นมองคนพูดอีกครั้ง
“ให้ผม?” พร้อมกับชี้หน้าตัวเอง
ปานเทพยักคิ้วให้หนึ่งครั้งเป็นเชิงว่า ‘ใช่’
“ให้ทำไมครับ?” ก็จะไม่ให้สงสัยได้อย่างไร ในเมื่อเขาเข้ามาที่นี่เพื่อมาขโมยเงินของกาสิโนด้วยกลโกงที่ศึกษามาอย่างดีจากอินเทอร์เน็ต แต่เพราะความอ่อนด้อยประสบการณ์ ขนาดว่าซักซ้อมมาอย่างดีแล้วกับเพื่อนสนิทอย่าง โรมัน แต่ก็ยังพลาดถูกจับได้ ตอนแรกคิดว่าจะถูกกระทืบตาย แต่ไหงกลับได้ค่าเทอมจากเจ้าของกาสิโน
“เรื่องค่าเทอมของเธอ ต่อไปนี้ฉันจะจัดการให้”
สายตาคมกริบจ้องใบหน้าเนียนของคนตรงหน้าด้วยสายตาที่คนถูกมองอ่านไม่ออก มีเพียงคำถามที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเท่านั้น
“ทำไมครับ?”
“ไม่ได้ช่วยฟรี ๆ หรอกน่า”
“แลกกับ?” โปรดปราณครางถามเสียงแผ่ว ภายในใจพยายามคิดเดา อย่าบอกนะว่า?…
“ถึงเวลาแล้วจะบอก ตั้งใจเรียนก็แล้วกัน”
ปานเทพพูดแค่นั้น…
ตั้งแต่วันนั้น ก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว ถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่บอก โปรดปราณได้แต่เก็บความสงสัยไว้ แล้วก็ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุข สุขทุกครั้งที่คิดถึงเจ้าของกาสิโน เจ้าของค่าเทอม และเป็นเจ้าของ…
แต่…พอไวน์ขาวเข้าไปเจอกับหอยนางรมที่นอนรออยู่ในกระเพาะ ร่างกายของผมก็เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง ผมนั่งบิดกายอย่างทรมานจนคุณปานเทพที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผิดสังเกต“เป็นอะไรไป หืม? ทำไมหน้าแดง เมาแล้วเหรอ?” เสียงนุ่มเอ่ยอยู่ใกล้ ๆ หู พร้อมกับวงแขนแข็งแรงที่โอบมาหลวม ๆ ผมส่ายหน้าช้า ๆ เป็นเชิงว่าไม่… ผมไม่ได้เมา แต่ผม…อื้อ… สงสัยหอยนางรมมันคงออกฤทธิ์แล้วละครับ ผมอยากจะเรียกเชฟมาถามเหลือเกินว่าเลี้ยงหอยนางรมด้วยยาปลุกเซ็กซ์หรือไง ทำไมร่างกายของผมมันถึงได้“อื้อ… คุณหนึ่ง” ผมรีบเบียดกายเข้าไปใกล้คนตัวใหญ่ ยกขาขึ้นไขว่ห้างเพื่อปกปิดสิ่งที่มันบวมใหญ่ในหว่างขา “ผม… อื้อ!”หูของผมอื้อไปหมดแล้วครับ สายตาที่พร่าเลือนมองเห็นราง ๆ ว่าคนอื่นกำลังพูดคุยหยอกเย้าคุณขั้นเทพกันอย่างสนุกสนาน แต่หูของผมมันไม่ได้ยินอะไรเลยครับ“คุณหนึ่ง ผม… อื้อ ผมไม่ไหวแล้ว”คุณปานเทพเหมือนจะดูออกแล้วครับว่าร่างกายของผมเริ่มผิดปกติส่วนผมก็เริ่ม…ยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอคนตัวใหญ่ แล้วก็บดเบียดกายเข้าหาอย่างไม่อายใคร ใบหน้าหวานแหงนเงย โหนตัวขึ้นไปควานหาริมฝีปากหยักอย่างต้องการ ผมควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วครับ“โปรด เดี๋ยว ใจเย็น ๆ หายใจเข
คุณปานเทพกะเวลาได้เป๊ะมากครับ พอเราทั้งสองอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เชฟจอห์นก็กำลังรังสรรค์เมนูสุดพิเศษสำหรับมื้อเที่ยงพอดีเลยครับและเนื่องจากแดดเมืองไทยแรงเข้าใกล้จุดเดือดไปทุกที บรรดาเดอะแก๊งก็เลยย้ายที่เข้ามานั่งในซาลูนผมนั่งเบียดบนเบาะเดียวกันกับคุณปานเทพ กลัวน้อยหน้าพี่อคินครับ เพราะรายนั้นขึ้นไปเกยอยู่บนตักคุณอินทัชนานแล้วห้องมันแคบครับ นั่งเบียดกันนิด ไม่มีอะไรหรอกครับ แหม!!!มาสนใจเมนูอาหารตรงหน้ากันดีกว่าครับ ความพิเศษของมื้อนี้ก็คือ ไม่มีใครมีสิทธิ์รีเควสต์อะไรทั้งนั้นครับ เชฟจอห์นรังสรรค์เมนูอะไรให้ใครก็ต้องกินอันนั้น ห้ามเลือก!!!ผมมองตามจานสีดำเงาใบใหญ่เกือบเท่าถาด แต่มีกุ้งตัวใหญ่ขดตัวนอนอยู่ตรงขอบจานนั้น 2-3 ตัว บวกกับก้อนกลม ๆ สีดำตรงกลางกับมะม่วงสุกอีกไม่กี่ชิ้น แล้วก็ลุ้นว่ามันจะเป็นของใคร“Prawn with Tamarind Sauce and Grilled Foie Gras & Mango สำหรับคุณสามครับ”ว้าว! โชคดีจังครับที่กุ้งราดซอสมะขามนั่นมันไม่ใช่ของผม เพราะผมว่าผมไม่อิ่มอะ ถึงแม้จะเสิร์ฟคู่กับฟัวกราส์ที่ผมชอบก็เถอะ“Crispy Pork in Red Curry, Sea Bass Fillet in Banana Leaf, and Grilled Australian Lamb Chop
ไม่อยากเชื่อเลยครับว่าผมกับคุณปานเทพเทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพกับเกาะพันดาวนับครั้งไม่ถ้วน แต่ผมก็ยังไม่ได้ Snorkelling กับเขาสักทีวันนี้แหละครับ วันฟ้าสวยทะเลใส บรรยากาศเป็นใจสุด ๆ แถมยังเป็นวันรวมพลเหล่าแก๊งเทพที่พากันมาล่องเรือยอชต์อีกด้วยแต่บรรดาชาวแก๊งเขาดำน้ำกันจนเบื่อแล้วละครับ ก็เลยไม่มีใครยอมลงทะเลกับผม เอาแต่นั่งก๊ง เอ๊ย! นั่งจิบไวน์กันอยู่บนดาดฟ้าเรือโน่นแต่ก็ดีครับ เพราะผมจะได้สวีตวี้ดวิ้วกับหวานใจสองคน ง่อว!!!“เอาใส่ไว้แบบนี้ กัดตรงนี้ไว้ แล้วลองหายใจทางปากดู”ผมกัดปากท่อที่ล็อกติดกับหน้ากากดำน้ำไว้ ดันปากครอบไว้รอบไรฟัน ก่อนจะซ้อมหายใจทางปากอย่างที่คุณปานเทพสอนซ้อมอยู่ไม่นาน ผมก็มั่นใจครับ“ลงเลยครับคุณหนึ่ง ผมทำได้แล้ว”“แน่ใจนะ” เมื่อผมพยักหน้าว่ามั่นใจมาก คุณปานเทพก็จัดแจงสวมหน้ากากจัดตำแหน่งท่อหายใจให้เอียง 45 องศา แล้วเราสองคนก็ค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปในน้ำแต่ยังไม่ทันจะเห็นอะไรเลยครับ หน้ากากของผมก็ขึ้นฝ้า แถมน้ำก็ย้อนเข้าปากเข้าจมูกเต็มไปหมด “แคร่ก ๆๆๆๆ”คุณปานเทพรีบช่วยถอดหน้ากากออก ก่อนจะเอามันลงไปวน ๆ ในน้ำให้หายฝ้า พลางก็มองหน้าผมยิ้ม ๆ“เป็นไง? ไหวมั้ยเรา”
วันนี้ที่อ่าวรีพัลส์เบย์มีผู้คนค่อนข้างบางตา อาจเป็นเพราะไม่ใช่วันหยุด และเป็นช่วง Low Season แต่ก็ดีแล้วละครับ เพราะเราจะได้ไม่ต้องเบียดกับผู้คนมากมายผมกับคุณปานเทพยืนอยู่ตรงหน้าเทพจันทราที่เราเคยมาขอพรด้วยกัน วันนี้ผมจะมาแก้บนครับ แต่จะเรียกว่าแก้บนก็อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะวันนั้นผมไม่ได้บนบานศาลกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่ผมบอกท่านไว้ว่า คนนี้ผมจองผมหันไปมองคุณปานเทพที่กำลังยืนหลับตาพึมพำอะไรบางอย่าง จะขออะไรท่านอีกนะผมเอาริบบิ้นสีแดงมาเขียนขอบคุณเทพจันทรา แล้วก็ลงชื่อผมกับคุณปานเทพกำกับไว้ผมชะเง้อจนคอแทบหัก อยากรู้ว่าคนข้าง ๆ เขียนอะไรลงไปบนริบบิ้น แต่ก็ไม่สำเร็จครับ เพราะคนตัวใหญ่พยายามเอาไหล่มาบังไว้“ชิ! ไม่ดูก็ได้” ผมลุกหนีเอาริบบิ้นไปพันไว้รอบองค์เทพ รีรอให้คุณปานเทพเดินมาสมทบแต่รายนั้นพันริบบิ้นไว้สูงลิ่ว ผมเขย่งจนสุดปลายเท้าก็มองไม่เห็นว่าเขียนว่าอะไรว้อย!!! ความลับเยอะจริง!ผมบู้หน้าอย่างสุดเซ็ง เขย่งจนเมื่อยเท้าก็มองไม่เห็น ก็เลยถอดใจเดินออกมายืนรออยู่ห่าง ๆ ไม่นานร่างสูงก็เดินมาสมทบ“ไปไหนต่อกันดี”“เหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงเอง ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันมั้ยครับ” ผมรีบเสนอคนต