Share

ตอนที่ 5 เริ่มต้น

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-23 00:14:11

ตอนที่ 5

เริ่มต้น

ปล่อยพราวนะ!”มือเรียวพยายามปัดป่ายแกะแขนแกร่งของคนรักเก่าออกจากตัว แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเมื่ออีกฝ่ายมีแรงมากกว่าเธอ

“ไม่ปล่อย เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

หมอภูภูมิคว้าเอาคีย์การ์ดที่ตกอยู่เปิดประตูเข้าไป เขาเหวี่ยงตัวของเธอให้นั่งลงที่โซฟาและรีบล็อคประตูในทันที พราววลินจึงใช้โอกาสนั้นรีบลุกขึ้นทันที

“พี่ทำบ้าอะไรของพี่น่ะพี่ภู นี่มันมากไปแล้วนะคะ”

“มากอะไรพราว? มันมากกว่าคนที่ล่มงานแต่งงานแล้วมาเที่ยวเล่นอยู่กับผู้ชายคนอื่นแบบนี้เหรอ”หมอภูภูมิหันกลับมาสวนเธอด้วยความโกรธและหึงหวง หลังจากวันนั้นที่พราววลินล่มงานแต่งงานก็เกิดเรื่องวุ่นวายเต็มไปหมด เขาโดนครอบครัวตั้งคำถามว่าเขานอกใจเธอไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นอย่างที่เธอพูดจริงหรือเปล่า โดนสอบจรรยาบรรณ

โดนข่าวเล่นงานจนโดนสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ไปถึงสามเดือน

“คนนอกใจไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้นะคะ”

“พี่ไม่ได้นอกใจ! พี่ก็แค่..”

“แค่เผลอไปมีอะไรกับรุ้งแก้วจนท้องอย่างนั้นเหรอห้ะ!”พราววลินเป็นคนตอบแทน ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะทำแบบนี้และพยายามบ่ายเบี่ยงไปเรื่อย ๆ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะต้องเก็บมันไว้อีกต่อไป เธอหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดหลักฐานทุกอย่างให้คนกระทำดูอย่างเต็มตา “นอกใจไม่มีคำว่าเผลอนะคะ รู้ไว้ด้วย”

“พี่ก็รู้ว่ารุ้งแก้วเป็นใครและเป็นอะไรกับพราว แต่พี่ก็ยัง ‘เผลอใจ’ ไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นจนท้อง...พี่เลิกเข้าข้างตัวเองแล้วยอมรับผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำเถอะค่ะ”

“ก็ได้! พี่ยอมรับว่าพี่ทำ แล้วยังไง?! ในเมื่อพราวไม่มีเวลาให้พี่ ไม่ว่าจะวันไหนก็ทำแต่งาน งาน งานแล้วก็งานมาตลอด มันก็ต้องมีบ้างเป็นเรื่องปกตินะพราว พอแต่งงานพี่ก็เลิกแค่นั้นเอง”พราววลินได้แต่อ้าปากเหวอกับสิ่งที่ภูภูมิพูดออกมา เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่เธอคบหามาหลายต่อหลายปีจะมีความคิดที่ไม่ได้เรื่องแบบนี้

นี่เธอหลงคบกับคนแบบนี้ไปได้ยังไงกันเนี่ย!

“การที่พราวทำงาน งาน งาน งาน งานเต็มไปหมด มันคือสาเหตุที่ทำให้พี่เป็นแบบนี้สินะ พราวไม่คิดเลยนะคะว่าพี่ภูจะเป็นคนแบบนี้ พราวคิดว่าพี่คงไม่เหมือนผู้ชายคนนั้น

พี่คงไม่เหมือนพ่อของพราว ที่ไหนได้...พี่ไม่ต่างจากเขาเลยสักนิด และยิ่งเหมือนยิ่งกว่าคือไม่เคยโทษตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว”ดวงตาหงส์เริ่มมีน้ำเอ่อขึ้น น้ำเสียงของเธอแทบจะเปลี่ยนไปจากเดิมคือเค้นความรังเกียจเดิมออกมาให้คนตรงหน้าได้รับรู้ว่าจากนี้ไป

พราววลินจะมองเขาไม่เหมือนเดิม “พี่ขอโทษ พี่ขอโทษที่โมโหใส่”

ภูภูมิเปลี่ยนท่าที เขาค่อย ๆ เดินเข้ามาหาพราววลินด้วยท่าทีที่ระมัดระวัง

แต่หญิงสาวกลับได้ยอมอยู่นิ่งไม่ เธอก้าวขาถอยหลังออกไปจากเขาทีละก้าว

ยิ่งเขาก้าวเข้ามาหาเธอเท่าไร เธอยิ่งก้าวออกห่างเขาเท่านั้น

“พราว เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่นะคะ พี่รักพราวนะ พี่รักพราวมากจริง ๆ ”

“ถ้าพี่รักพราว พี่จะไม่ทำกับพราวแบบนี้พี่ภู พี่คบกับพราวมาพี่ควรจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าพราวเจออะไรมาบ้าง ครอบครัวของพราวต้องแตกแยกด้วยเรื่องอะไร พี่รู้ดีอยู่แล้ว แต่พี่ก็ยังเลือกที่จะทำ จะให้พราวพูดซ้ำอีกกี่ครั้งว่าสิ่งที่พี่ทำมันเหมือนที่พ่อของพราวทำ!”

“เพราะพี่รู้นี่ไงคะ พี่ถึงจะไม่ทำมันอีกแล้ว พราวกลับมาหาพี่เถอะนะ ให้โอกาสพี่นะคะ นะพราว พี่ขอร้อง พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพราว พี่รักพราวจริง ๆ ”

ดวงตาหงส์มองคนรักเก่าที่ขอร้องอ้อนวอนเธอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อย่างน่าสมเพช จากอาจารย์หมอผู้สมบูรณ์แบบต้องมากลายเป็นคนที่ต้องมาขอร้องอ้อนวอนคนอื่นอย่างไม่รู้จักละอายแบบนี้ เรื่องอื่นเธอพอให้อภัยเขาได้ แต่เรื่องนี้มันไม่ได้จริง ๆ ถึงขนาดพลาดท้องไปแล้ว ยังจะมาบอกว่าไม่ตั้งใจ ยังจะมาขอร้องให้เธอกลับไป แปลว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้จักเธอเลยจริง ๆ คนอย่างเธอไม่มีทางโง่กลับไปหาผู้ชายแบบเขาหรอก

“ไม่ค่ะ พราวไม่มีทางยอมให้พี่หลอกซ้ำสองอีกแน่ พี่นั่นแหละที่ควรไปจากชีวิตพราวได้แล้ว แค่นี้พราวก็เมตตาพี่กับผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นมากพอแล้ว”

“พี่ว่ามันไม่ได้เป็นเพราะพี่ฝ่ายเดียวหรอก เป็นเพราะพราวเจอผู้ชายคนใหม่แล้วใช่ไหมล่ะ? ไอ้หมอนั่นเป็นเจ้าของรีสอร์ตนี้นี่?! พราวกับมันมีอะไรกันแล้วใช่ไหมถึงได้ไม่ยอมฟังอะไรพี่เลย!”คราวนี้ความหึงหวงเริ่มทำให้เขาสติหลุด ร่างสูงรีบเดินเข้ามาโดยที่เธอไม่ได้ทันตั้งตัว เขาจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอเหวี่ยงตัวเธอลงบนโซฟาอีกครั้งและตามมาคร่อมตัวของหญิงสาวเอาไว้ “พี่ภู! อย่าทำแบบนี้!”

“ทำอะไร? พี่ก็แค่จะแสดงความเป็นเจ้าของให้พราวกับมันรู้ไงว่าพราวเป็นของพี่ พราวเป็นของพี่มาตลอด!”ว่าจบใบหน้าหล่อตี๋ก็ก้มลงซุกไซ้คอระหง มือข้างหนึ่งฉวยข้อมือของคนใต้ร่างไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มกลายเป็นมือปลาหมึกสัมผัสไปทั่วร่างสมส่วน ส่วนเจ้าของร่างก็พยายามดิ้น “ช่วยด้วย!”เธอปฏิเสธคนเหนือร่างทุกทางจนมีจังหวะที่เขาเผลอ ทำให้เธอสามารถใช้เข่ากระทุ้งที่ท้องของชายหนุ่มได้

“พราว!”ภูภูมิลดมือลงกุมท้องตนเอง พราววลินจึงได้ทีผลักเขาออกและรีบวิ่งออกมาจนถึงประตูก็โดนภูภูมิคว้าตัวไว้อีกครั้ง “พี่ภูปล่อยพราวนะ!”

“ปล่อยเหรอ?! พี่ไม่ปล่อยหรอก พี่ไม่ปล่อยให้มันได้พราวไปหรอก!”

“พราวจะมีใครมันก็เรื่องของพราว พราวเลิกกับพี่ไปแล้วตั้งแต่วันแต่งงาน พราวจะมูฟออนไวก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน พราวไม่จำเป็นต้องอาลัยอาวรณ์ให้กับคนเลว ๆ อย่างพี่หรอก!”เธอยังคงดิ้นและยื้อตัวเองเอาไว้ ในขณะเดียวกันรามินทร์ก็เอาของช็อปปิ้งที่พราววลินลืมไว้บนรถมาคืนให้เธอ แต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งได้ยินเสียงทะเลาะกันดังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนได้รู้ว่านั่นคือเสียงของพราววลินกำลังขอความช่วยเหลืออยู่ด้านใน

“คุณพราว!!”ร่างสูงรีบวิ่งเข้ามา ประตูหน้าบ้านที่ถูกพราววลินเปิดไว้ก่อนแล้วทำให้เขาสามารถเข้าไปได้อย่างง่ายดาย และหมัดของรามินทร์ก็ประทับลงที่ปากของภูภูมิเต็มแรงด้วยความหงุดหงิดอยู่ภายใน “มึง..!”

“ผมว่าคุณหยุดดีกว่าคุณหมอ”เขาชี้หน้าคนที่เพิ่งโดนต่อยไป พราววลินรีบวิ่งไปอยู่ด้านหลังและใช้มือจับแขนของรามินทร์ไว้ แม้เธอจะไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทางอะไรออกมา แต่แรงจับของเธอที่จับแขนของเขาอยู่ ทำให้เขารู้ว่าเธอกลัวมากแค่ไหน

และมันก็ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

“คุณนั่นแหละที่ต้องหยุด พราวกับผมเรายังมีเรื่องต้องคุย คนนอกแบบคุณไม่ควรจะมายุ่งเรื่องนี้”

“ผมไม่ยุ่งไม่ได้หรอก เพราะผมเป็นเจ้าของที่นี่ ถ้าลูกค้ารู้สึกไม่ปลอดภัย

รีสอร์ตของผมก็เสียหายสิครับ แล้วอีกอย่างทางเราเองก็สามารถฟ้องหรือแจ้งตำรวจจับคุณได้เพราะคุณบุกรุกเข้ามาในสถานที่ส่วนตัวโดยที่คุณพราวเธอไม่ได้อนุญาตนะครับคุณหมอ”เขาใช้คำพูดอย่างมีเหตุมีผลและใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ดูท่าภูภูมิยังคงไม่ยอม ทำให้เขาต้องหันกลับมาถามพราววลินแทน “คุณจะให้ผมจัดการเขายังไงดีคุณพราว?”

“ฉัน...”คนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เธอไม่เคยเห็นรามินทร์อยู่ในโหมดเด็ดขาดเลย จะเรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ได้เห็นอีกด้านของเขาก็คงจะไม่ใช่ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพินิจพิเคราะห์นิสัยของใคร สิ่งที่เธอต้องเลือกตอนนี้คือวิธีจัดการกับคนรักเก่าของตนเอง ทั้ง ๆ ที่เธอไม่อยากทำให้ชีวิตเขาพังไปมากกว่านี้แล้วแท้ ๆ ทำไมเขาถึงเลือกที่จะหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้ด้วย “พราวจะแจ้งความ”

“พราว”

“ถ้าพี่ไม่เลิกยุ่งกับพราว พราวจะแจ้งความและจะไม่ยอมความด้วย พี่คงไม่อยากให้อนาคตพี่พังเพราะเรื่องพวกนี้หรอกใช่ไหมคะ”

“ที่วันนั้นพราวบอกให้พี่ปล่อย คือพราวให้โอกาสพี่แล้ว แต่ถ้าพี่เลือกจะทำแบบนี้ต่อ อนาคตของพี่ วิชาชีพของพี่พังจริง ๆ แน่ อนาคตที่พี่สร้างมา พี่อยากให้มันพังจริง ๆ เหรอคะ พราวว่าคนเห็นแก่ตัวแบบพี่ไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นหรอก”พราววลินพยายามดึงเหตุผลทุกอย่างออกมาให้ภูภูมิได้ล่าถอยออกไป เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่ดีที่สุดแล้วที่จะให้เขายอม คนเห็นแก่ตัวแบบภูภูมิไม่มีทางยอมให้อนาคตของตัวเองพัง ที่มาที่นี่อาจจะเป็นเพราะว่าที่บ้านของเขากดดันให้เขามาง้อเธอก็ได้ใครจะรู้

และมันก็เป็นอย่างที่พราววลินพูด ในหัวของภูภูมิรู้สึกปวดตุบพร้อมกับใจของตน ดวงตารีคมมองมือของหญิงสาวที่กำลังเกาะแขนของผู้ชายอีกคนอยู่ด้วยความกลัว บัดนี้เขากลายเป็นตัวน่ารังเกียจ ไม่ใช่คนที่คอยปกป้องเธออีกต่อไป “พราว..”

“คุณได้ยินที่คุณพราวเธอพูดแล้วก็ควรจะไปได้แล้ว เป็นถึงอาจารย์หมอก็น่าจะคุยกับคนปกติรู้เรื่องบ้างนะครับ ถ้าคราวนี้คุณยังไม่ไปอีก ผมจะเรียกคนมาลากตัวคุณออกไป”

รามินทร์ใช้ไม้สุดท้ายขู่คนที่ยังยืนมองพราววลินอยู่ แม้อีกคนจะมองด้วยสายตาเว้าวอนหญิงสาว แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาใจดี ตั้งใจบุกเข้ามาแถมยังทำอะไรแย่ ๆ ใส่อีกจะให้ใจดีได้ยังไง

และสุดท้ายภูภูมิก็เดินจากไปเมื่อมีสายโทรศัพท์ดังเข้ามา ทำให้พราววลินถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน แต่ก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อมือหนาทั้งสองข้างจับแขนเธอหันซ้ายขวาไปมา “คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เขาทำอะไรคุณบ้าง”

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเพราะความเป็นห่วง แววตาเขาบ่งบอกความรู้สึกห่วงใยอย่างปิดไม่มิด “ฉันไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ คุณมาช่วยฉันอีกแล้ว”

เธอตอบกลับเสียงอ่อนราวกับว่าอยากจะร้องไห้ ทั้ง ๆ ที่เธอเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้ว

แท้ ๆ แต่กลับมีเรื่องที่ทำให้เสียใจอยู่ร่ำไป “คุณต้องไปแจ้งตำรวจนะ”

“อย่างน้อยก็เป็นหลักประกันถ้าเขาคิดจะทำอะไรคุณอีก”

“แต่มันจะเป็นข่าว เรารับปากเขาไปแล้วว่าถ้าเขาเลิกยุ่งกับฉัน ฉันจะไม่แจ้งความ”

“ไม่เป็นไร ผมมีเพื่อนเป็นตำรวจ”

กล่าวจบเพียงเท่านั้นรามินทร์ก็พาพราววลินเดินทางไปที่สน. ประจำสงขลาทันที

จะเรียกว่าพาไปก็ไม่ได้ เรียกว่าบังคับไปจะดีกว่า

“ฉันว่าแกควรจะให้ความปลอดภัยกับคุณพราววลินมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นก็ให้เธอจ้างคนคุ้มกันส่วนตัวมาเลยก็ดี”ผู้กองการันต์ เพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยมของรามินทร์กล่าวด้วยสีหน้าเครียดเล็กน้อยหลังจากที่หญิงสาวทำการแจ้งความแล้ว

“เท่าที่ฉันทำคดีมา ส่วนใหญ่คนที่จะฆาตกรรมได้แนบเนียนที่สุดคือคนที่รู้ว่าควรจะใช้มีดยังไง ใช้เครื่องมืออะไร ใช้สารหรือยาอะไร ซึ่งอาชีพนี้ก็เข้าข่าย ถ้าแกเคยได้ยินข่าวเมื่อหลายสิบปีก่อนที่หมอหนุ่มฆาตกรรมคนรักของตัวเองเพราะความหึงหวง แกจะรู้ว่าไม่ควรให้คุณพราวเธออยู่ตัวคนเดียว ฉันบอกตามตรง แกมีลูกน้องมากมาย แกน่าจะคุ้มกันเธอได้ ถ้าเอาคุณพราวไว้ใกล้ ๆ แกจะช่วยได้เร็วกว่าตำรวจแน่ ๆ ”

รามินทร์ถอนหายใจตามคำบอกเล่าของเพื่อน เขาเองก็เครียดไม่ต่างกัน ก็จริงอย่างที่การันต์บอกว่าถึงขนาดบุกเข้ามาทำมิดีมิร้ายขนาดนี้ ถ้ายังให้เธออยู่ที่นี่ตามลำพัง

แม้เขาจะอยู่ใกล้ ๆ แต่กว่าจะมาถึงมันก็อาจจะไม่ทันการอยู่ดี ถ้าให้กลับกรุงเทพฯ ก็เป็นการเปิดทางให้ภูภูมิเข้ามาทำเรื่องแบบนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะก่อนออกไป ภูภูมิไม่ได้รับปากเขาหรือพราววลิน

อีกอย่างตอนนี้ใจของพราววลินก็ไม่ดีมากนัก อารมณ์ของเธออาจจะยิ่งแย่ลง

“ฉันจะให้คุณพราวไปอยู่กับฉัน”

....

พังงา

“เชิญคุณพราวด้านนี้เลยค่ะ”เสียงป้าเล็กผู้เป็นแม่บ้านของรามินทร์ดังขึ้นภายในบ้านชายทะเลของนายหัวรามินทร์เอ่ยบอกกับพราววลิน ผู้พักอาศัยคนใหม่ ดวงตาหงส์มองไปรอบ ๆ พื้นที่ที่เธอยืนอยู่ด้วยแววตาเหม่อลอย

            ร่างสวยนั่งลงบนเตียงที่ถูกจัดไว้เป็นอย่างดีพร้อมกับมองออกไปด้านนอกและถอนหายใจออกมา เพราะตอนนี้ความเงียบสงบกำลังพาเธอกลับเข้าสู่ความทรงจำอันเลวร้าย โดยที่ไม่มีใครเอะใจกับท่าทีของเธอ นอกเสียจากรามินทร์เพียงคนเดียว

            เมื่อวานเขาต้องนอนบ้านหลังเดียวกันกับเธอ พร้อมกับเรียกยามกะดึกมาเฝ้าถึงหน้าบ้านด้วย โดยการเฝ้าครั้งนี้จะถูกเรียกจากกะเช้ามาเป็นพิเศษและรปภ. ก็จะได้รับสิทธิ์ลากะเช้าวันนั้นได้เพื่อกลับไปนอนพักผ่อนและยังได้โอทีไปด้วย ซึ่งคำสั่งของเขาก็ทำให้พนักงานหลายคนต่างพากันสงสัยและเกิดเสียงซุบซิบขึ้นบางส่วน แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดออกมาในวงกว้าง เพราะถึงรามินทร์จะเป็นคนใจดีอย่างไร เขาก็คงไม่ใจดีกับคนที่ปล่อยข่าวเสีย ๆ

หาย ๆ ออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริงหรอก

“พี่ราม? ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้คะ”

เสียงของน้องสาวดังเข้ามาในโสตประสาท ปัญณพรที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนมองหน้าพี่ชายด้วยความฉงนใจ เด็กสาวเดินเข้ามาพร้อมกับมองซ้ายขวาเห็นหนูเล็ก ป้าเล็กและไข่นุ้ยยกกระเป๋าสีขาวดูมีราคาของใครบางคนขึ้นมาในห้องที่พี่ชายกำลังยืนอยู่

“กลับมาแล้วเหรอ”รามินทร์ชะงักมือออกจากประตู ทำให้คนที่กำลังอยู่ในภวังค์กลับมามีสติอีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวคนสวยลุกขึ้นเดินมาเปิดประตูมอง ทำให้ปัญณพรตกใจเป็นอย่างมาก เพราะคนที่เด็กสาวเห็นตรงหน้าคือดาราที่เธอชื่นชอบ!!

“คุณพราววลิน!!”เสียงแหลมปรี๊ดดังออกมาจนพี่ชายตกใจ พราววลินเองก็ไม่ต่างกัน ปัญณพรดิ้นไปมา รีบควานหามือถือออกมาถ่ายรูป แต่ก็โดนพี่ชายห้ามเอาไว้ก่อน

“ยายปัทท์ นี่มันพื้นที่ส่วนตัวนะ อย่าทำแบบนี้”คำเตือนดุ ๆ ของพี่ชาย ทำให้เด็กสาวชะงักมือ จากที่ทำตัวไม่ถูกก็ต้องตั้งสติขึ้นใหม่ “เอ่อ...หนูชื่อปัทท์นะคะ”

“สวัสดีจ้ะ”พราววลินยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร เธอมองหน้าปัญณพรและ

รามินทร์สลับกันไปมา สองคนนี้อายุห่างกันมากจนมองเป็นคนละรุ่น

เขาเป็นพ่อลูกกันเหรอ? เธอไม่อาจเสียมารยาทถาม ได้แต่สงสัยอยู่ในใจ จะถามก็คงไม่ใช่เรื่อง อีกอย่างถ้าจะมีก็คงไม่แปลกเท่าไรหรอก เธอเองก็อายุห่างกับเขามาก ห่างตั้งหลายปี ลูกอายุเท่าเด็กมัธยมปลายก็ถูกแล้ว

แต่ดูเหมือนว่ารามินทร์จะอ่านความคิดของพราววลินออก เขาบอกปัญณพรกลับห้องไป เหลือเพียงแค่เขาและเธอที่ยืนมองหน้ากันอยู่ตอนนี้

“ปัทท์ไม่ใช่ลูกของผมนะครับ”

“เด็กคนนั้นเป็นน้องสาวผม เป็นลูกหลงของพ่อกับแม่น่ะ”เพียงเท่านั้น พราววลินก็อ้าปากเหวอ นี่เธอคิดเสียงดังเกินไปหรือเปล่า ทำไมเขาถึงได้รู้คำถามของเธอได้ แถมยังตอบเสียยืดยาวจนเธอแทบไม่ต้องถามอะไรเพิ่มด้วย “ขอโทษนะคะ ฉันไม่น่าคิดแบบนั้นเลย”

“ไม่เป็นไรครับ ผมกับยายปัทท์อายุห่างกันซะขนาดนั้น เป็นใครก็ต้องคิดครับ

ผมโดนเข้าใจผิดเป็นประจำ”เขายิ้มให้อย่างใจดี ทำให้เธอผ่อนคลายลงไปได้บ้าง เธอคิดถูก

จริง ๆ ที่ฟังพิ้งกี้และครอบครัว ทำให้เธอรับข้อเสนอของรามินทร์มา

“แต่พอพูดถึงแล้วก็เสียดายนะคะที่แม่ไม่ได้มาที่นี่ด้วย แม่น่าจะอยากเจอคุณแม่ของคุณ แม่เล่าให้ฟังว่าท่านไม่ได้เจอกับคุณรดานานแล้ว”

“งั้นคุณน้าก็คงจะมาเสียเที่ยว เพราะพ่อกับแม่ผมไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้”

“หมายความว่ายังไงคะ”

“นี่เป็นบ้านของคุณตากับคุณยาย ส่วนพ่อกับแม่จะอยู่อีกที่หนึ่ง บ้านพวกท่านอย่างกับคฤหาสน์แหน่ะ ชาวบ้านแถวนี้เขาเรียกคุณอันโตนิโอกับเจ๊รดากันหมดแหละ”พูดถึงบ้านหลังใหญ่ที่ตนเคยอยู่อย่างติดตลก บ้านหลังขนาดปานกลางนี้ใครต่างก็เรียกว่าบ้านสวนมาตั้งแต่สมัยรุ่นทวด ตั้งอยู่ในสวนยางและสวนผลไม้ของตระกูล อีกทั้งที่นี่ก็เป็นเขตส่วนตัว ใครจะเข้าจะออกก็ต้องใช้รถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ขับเข้ามา บ้านพักคนงานก็รายล้อมอยู่ใกล้เขตกำแพงทางออก เพราะฉะนั้นกว่าจะรู้ว่ามีบ้านของเจ้าของสวนอยู่ในนี้ก็ใช้เวลานานพอสมควร ถ้าไม่ใช่คนงานหรือคนในพื้นที่ก็ไม่มีใครรู้ทาง

“คุณดูสนิทกับพ่อแม่ดีนะคะ”

“ตอนเด็ก ๆ ก็อาจจะใช่ครับ แต่ตอนนี้ผมโตแล้ว ท่านก็เลยไม่ค่อยอยากยุ่งกับผมเท่าไร จะไปยุ่งกับยายปัทท์เป็นส่วนใหญ่มากกว่า”

“แหน่ะ! แอบนินทาอะไรปัทท์คะนายหัวราม”เด็กสาววิ่งเข้ามาเกาะแขนพี่ชายเอาไว้ ทำให้รามินทร์เขกกะโหลกเด็กจอมแก่นนี้ไปหนึ่งที “ไม่ได้นินทา แค่เล่าสู่กันฟัง”

“หูย ไม่คุยด้วยละ คุยกับพี่..เอ๊ย คุณพราวดีกว่า”

“เรียกพี่ก็ได้จ้ะ พี่ไม่ถือ”

“ได้เหรอคะ!”ปัญณพรรีบโดดมาเกาะแขนพราววลินแทน รอยยิ้มสดใสของเด็กสาวทำให้เธอยิ้มออกมาได้บ้าง นี่สินะ คนสดใสอยู่ที่ไหนก็มีแต่ความสดใสเต็มไปหมด

“อืม ได้สิ พี่เองก็มีแต่น้องชาย ถ้ามีน้องสาวเพิ่มมาสักคนก็ดีเหมือนกัน”

“งั้นมานี่เลยค่ะ นี่พี่พราวเพิ่งมาถึงใช่ไหมคะ หิวน้ำหรือเปล่า อยากทานอะไรไหม”คำถามยืดยาวของเด็กสาวพร้อมกับแรงดึงของปัญณพร ทำให้พราววลินต้องคล้อยตามไป

ปัญณพรพาพี่สาวคนสวยเดินลงมาด้านล่าง พาเดินลงมาที่ครัว พูดนั่นพูดนี่ให้เธอฟังระหว่างที่รอป้าเล็กและหนูเล็กทำกับข้าวอยู่โดยมีรามินทร์คอยมองอยู่ไม่ห่าง

แม้ว่าใบหน้าของเธอจะมีรอยยิ้ม แต่มันก็ยังไม่ใช่รอยยิ้มที่มีความสุข ทำให้เขานึกถึงคำขอของหลวงตาปราบปริญและบุษบา

ก่อนกลับมาที่นี่ เขาได้เข้าไปลาหลวงตาปราบปริญและหลวงตาก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับพราววลินแน่ ๆ แต่ ณ ตอนนั้นท่านไม่ได้เอ่ยหรือพูดกล่าวอะไร เพราะท่านเชื่อใจว่าพราววลินจะไม่ทำอะไรให้ตัวเองต้องบอบช้ำทางกายอย่างแน่นอน

ส่วนทางใจ...แม้หญิงสาวจะไม่ได้ทำร้ายตัวเอง แต่ก็ยังมีคนอื่นมาทำร้ายเธออยู่ดี

อาตมาขอฝากโยมหลาน ดูแลโยมพราว ช่วยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โยมพราวมีความสุข เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้โยมพราวจะยิ้มและบอกว่าไม่เป็นไร แต่ลึก ๆ แล้ว โยมพราวก็ไม่เคยมีความสุขได้จริง ๆ เลยสักครั้ง ตั้งแต่วันที่ครอบครัวของเขาแยกทางกัน หัวใจของโยมพราวก็แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

คำขอที่มาพร้อมกับคำสัญญา เขาตกปากรับคำของหลวงตาปราบปริญไปอย่างไม่มีข้อแม้ เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นที่พึ่งให้กับพราววลินได้ แต่เขาอยากเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เธอมีความสุข แม้มันจะไม่มากแต่ก็อาจจะทำให้เธอลืมเรื่องราวเลวร้ายไปได้บ้าง

แม้จะแค่ชั่วคราวก็ตาม

            ....

ยามเย็นที่แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบทะเล เสียงเจื้อยแจ้วอันสดใสพร้อมกับเสียงหัวเราะดังอยู่ไม่ขาดสาย ประกอบกับลมทะเลและเสียงคลื่นซัดเซาะโขดหินดังมาเป็นระยะ ๆ

ดวงตาหงส์มองจานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ พร้อมทั้งแอบลอบกลืนน้ำลายเบา ๆ เพราะบนโต๊ะอาหารมีทั้งอาหารใต้และอาหารไทยฟิวชั่นหลากหลายตามสไตล์ของป้าเล็ก

มีทั้งที่เธอเคยรับประทานและไม่เคยรับประทานมาก่อน ถ้าเปรียบว่านี่เป็นเกมในมือถือ

ค่าความเศร้าของเธอก็สามารถหายไปได้โดยใช้อาหารนี่แหละเป็นตัวชุบชีวิต

“แม่ตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะคะคุณพราว หนูเล็กก็ช่วยด้วยค่ะ”หนูเล็กพูดติดสำเนียงใต้ เจ้าหล่อนเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าพรหมลิขิตจะทำงานให้มาเจอกับพราววลินอีกครั้ง

แต่คราวนี้ พรหมลิขิตเริ่มทำงานถูกคนแล้ว

ตอนที่หล่อนเห็นข่าวของพราววลิน หล่อนก็ตกใจ แต่หล่อนยิ่งตกใจกว่าเมื่อนางฟ้าของหล่อนมาที่นี่พร้อมกับเจ้านายของตนเอง

“ขอบคุณนะคะ จริง ๆ ก็ไม่ต้องต้อนรับกันดีขนาดนี้ก็ได้ค่ะ”พราววลินบอกอย่างเกรงใจก่อนจะเริ่มตักอาหารเข้าปากท่ามกลางสายตาของทุกคนที่กำลังจ้องมองเธออยู่

“เป็นไงบ้างคะ อาหารถูกปากหรือเปล่า”ป้าเล็กรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“อร่อยมากเลยค่ะ บางอย่างพราวก็ไม่เคยทานเลย สงสัยว่าพราวต้องให้ป้าเล็กกับพี่หนูเล็กช่วยสอนพราวแล้วนะคะเนี่ย”

“แหม คุณพราว ยอป้า ได้เลยค่ะ เดี๋ยวป้าจะสอนให้หมดเลย”ป้าเล็กทำทีขวยเขิน จริง ๆ ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าป้าเล็กนั้นทำอาหารอร่อยมากแค่ไหน ทำให้นอกจากป้าเล็กจะเป็นแม่บ้านแล้ว ป้าเล็กยังรับบทเป็นแม่ครัวใหญ่ทำกับข้าว เช้า กลางวัน เย็นให้กับคนงานในสวนของนายหัวรามินทร์อีกด้วย

“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยสอนเลยครับป้าเล็ก คุณพราวเธอจะได้มีอะไรทำ”รามินทร์บอกเป็นประโยคคำสั่งอย่างรู้กัน เพราะก่อนหน้านั้นเขาได้สั่งให้ทุกคนในบ้านช่วยกันดูแล

พราววลิน และพยายามทำให้เธอลืมเรื่องเศร้า ๆ รวมถึงสั่งให้ไข่นุ้ยบอกกับคนงานทุกคนว่า เขาไม่อนุญาตให้อาจารย์หมอภูภูมิและรุ้งแก้วเข้ามาในอาณาเขตของเขาเป็นอันขาด โชคดีที่คนงานพอจะเข้าใจและรับปากว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งของนายหัวราม เจ้านายของตน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมารามินทร์ไม่เคยใจร้ายกับใครเลย และยังมีเมตตามากเสียด้วยซ้ำ

ข้อนี้ชาวบ้านต่างก็รู้กันดี จึงทำให้มีลูกสาวหลายบ้านต่างพากันวนเวียนมาส่งขนมจีบให้นายหัวรามที่บ้านกันเป็นประจำ

แต่จะโชคดีได้เจอนายหัวหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับดวง เพราะรามินทร์ไม่ค่อยสนใจ แถมหลบได้ก็หลบจนมิด เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ค่อยอยู่บ้าน อยู่แต่ในสวนเท่านั้น

“แล้วนี่พี่พราวจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนคะ พอดีมันตรงกับวันปิดเทอมของปัทท์พอดี ถ้าพี่พราวอยู่ที่นี่นาน ๆ ปัทท์รับรองว่ามีเรื่องสนุกให้ทำเพียบเลยค่ะ”ปัญณพรผู้ยังไม่รู้เรื่องราวก็ไหลตามไปด้วย ซึ่งมันเป็นปกติของเด็กสาวที่อยู่ในวัยกำลังโต ความสดใสนี้ได้มาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ พี่ชายและคนรอบข้าง

“อืม..อาจจะอยู่อีกสักพักเลยจ้ะ”

“พาเล่นอะไรสนุก ๆ งั้นเราก็อย่าพาคุณพราวเขาปีนต้นไม้เล่นเหมือนที่เราทำแล้วกัน และถ้าคุณพราวไม่รังเกียจช่วยสอนน้องสาวผมให้เป็นผู้หญิงขึ้นทีนะครับ”

“โห พี่ราม! ปัทท์ก็เป็นผู้หญิงอยู่นะคะ พูดค่ะ พูดคะ พูดขาก็เป็น”

พราววลินมองสองพี่น้องสลับไปมาอย่างยิ้ม ๆ ทั้งสองคนทำให้เธอนึกถึงตอนที่เธอได้อยู่กับน้อง ๆ พร้อมหน้าพร้อมตาก่อนที่จะเริ่มแยกย้ายทำตามฝันของตัวเอง หลังจากนั้นก็แทบไม่มีเวลาเจอหน้ากัน เพราะฝันของน้อง ๆ แต่ละอย่างล้วนแล้วแต่ไม่มีเวลานอนกันทั้งนั้น เมื่อว่างจากการเรียนก็ต่างพากันไปทำงานอดิเรกหรือไม่ก็นอนพักผ่อนกันอย่างเดียว

ส่วนเธอน่ะเหรอ เรียน ทำงาน เรียน ทำงาน เหนื่อยก็ห้ามนอนวนไปอยู่อย่างนั้น แทบไม่มีเวลาได้ทำในสิ่งที่ชอบ จนตอนนี้เธอไม่รู้แล้วว่าตัวเองชอบทำอะไร ชอบเที่ยวที่ไหน งานอดิเรกของตนเองคืออะไร แต่สุดท้ายมันก็คุ้มค่า ผลจากการที่เธอตรากตรำทำงานทำให้เธอได้มาอยู่ในจุดนี้

ยกเว้นเรื่องความรัก ที่เธอไม่เคยเก่งขึ้นเลย

“น้องปัทท์เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วค่ะ แบบนี้ก็น่ารักดีออก”

“เห็นม้ะ พี่อะซีเรียสเกินไป”

รามินทร์ไม่ได้ตอบกลับอะไรต่อ เขาเพียงแค่ยิ้มให้เธอเท่านั้น หลังจากนั้นทุกคนก็พากันนั่งรับประทานอาหารตามปกติจนกระทั่งตกดึกที่ทุกคนต้องเข้านอน แต่เธอยังคงนั่งเช็คเอกสารต่าง ๆ จากแบรนด์พราวและพราวจิวเวอรี่ทางหน้าจอแล็บท็อป

ต่อให้เสียใจหรือเจอเรื่องหนักหน่วงมากแค่ไหน เธอก็ต้องลากกายสังขารของตนเองมาทำงานให้ได้ เพราะยังมีอีกร้อยกว่าชีวิตที่เธอต้องดูแลต่อไป

“ยังไม่นอนอีกเหรอครับ?”กลิ่นโกโก้ร้อนลอยเข้ามาเตะจมูก มือหนาวางแก้วโกโก้ร้อนลงใกล้ ๆ พร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ “ยังหรอกค่ะ มีงานต้องเคลียร์อีกเยอะเลย”

หญิงสาวหันกลับมายิ้มให้และหันกลับไปสนใจหน้าจอต่อ รามินทร์มองของที่อยู่บนโต๊ะแก้วสีใสของห้องนั่งเล่นแล้วก็พอจะเข้าใจ ปัญณพรคงให้เธอยิ้มเครื่องพิมพ์ หรือ Printer แน่ ๆ เพราะคงไม่มีใครเอาของแบบนี้มาเที่ยวด้วยแน่นอนล่ะ

“ให้ผมช่วยไหม? ดูท่างานคุณคงเยอะน่าดู”

“คุณจะช่วยฉันยังไงคะ”เธอยิ้มกับข้อเสนอพร้อมกับถามกลับไป ทั้งที่ไม่ต้องคิดก็ได้เพราะรามินทร์เองก็เป็นนักธุรกิจ เขาสามารถบริหารจัดการอะไรได้ดีอยู่แล้ว เธอนี่สิ จะต้องขอให้เขาช่วย แต่อย่างเธอเองก็คงไม่ขอให้ใครเขาช่วยอยู่ดี เธอชอบทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่า

“ก็..ช่วยทำเอกสาร เป็นเด็กเดินเอกสาร นั่งคุยเป็นเพื่อน ออกความคิดเห็นอะไรแบบนี้ หรือจะให้ผมทำอย่างอื่น ผมก็ทำได้นะ”

“งั้น...ช่วยนวดให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ”

รอยยิ้มกริ่มเกิดขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว เธอนั่งหันหลังให้ชายหนุ่มทันทีโดยที่เขายังไม่ทันได้ตอบตกลงอะไร มือเรียวใช้มือปัดผมด้านหลังมาด้านหน้า เผยให้เห็นแผ่นหลังอันขาวเนียน จนหนุ่มลูกครึ่งเกิดร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมา

แต่สุภาพบุรุษก็ยังคงเป็นสุภาพบุรุษ มือหนาค่อย ๆ วางมือลงบนไหล่ของเธออย่างเบามือ ความอุ่นจากมือของเขาสัมผัสกับเนื้อผิวเนียนอันเย็นเยียบของเธอจนสะดุ้งเล็กน้อย ร่างสูงค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นก่อนจะก้มลงไปกระซิบ “ถ้าเจ็บ บอกนะครับ”

ประโยคกำกวมแบบนี้นี่มันอะไรกันเนี่ย! พราววลินคิดในใจ จังหวะที่เขาก้มลงกระซิบใกล้ ๆ ทำเธอขนลุกไปหมด นี่เธอคิดผิดหรือเปล่าที่แกล้งเขาแบบนี้

มือหนาเริ่มขยับนวดอย่างเบามือ ค่อย ๆ ไล่ไปตามจุด ปากอวบอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจเป็นการบ่งบอกว่าเธอกำลังรู้สึกสบายตัว

“คุณรามนวดเก่งจังเลยนะคะ”

“จริง ๆ ผมก็ไม่ได้นวดเก่งอะไรหรอกครับ แค่เคยนวดให้ยายกับแม่บ่อย ๆ ตอนเด็ก ๆ นี่เพิ่งได้เอาวิชามาใช้อีกครั้งเลยนะ”

“นึกว่าจะนวดให้สาว ๆ คนอื่นซะอีก”

“ผมไม่เคยมีแฟน”

พราววลินชะงักหันกลับมามองอย่างไม่เชื่อหู จะมาเชื่ออะไรกันล่ะ หล่อ รวย อบอุ่นขนาดนี้ จะไม่มีแฟนได้ยังไง อย่างน้อยก็ควรจะมีสักคนสองคนสิ “ไม่เชื่อเหรอ?”

“รู้ใจฉันขนาดนั้นก็ตอบมาเลยเถอะค่ะ ไม่ต้องถามหรอก”

รามินทร์หัวเราะน้อย ๆ “ผมพูดจริง ๆ ผมไม่เคยมีแฟน”

“ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องความรักเท่าไร แค่เรียนกับทำงานก็เหนื่อยมากพอแล้ว”

“ทำงานตอนเรียนด้วยเหรอคะ”

“ครับ เป็นคนสวนของคุณตาน่ะ”

“ผมเป็นลูกคนโต แล้วก็เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน คุณตาเลยเขี้ยวเข็ญผมเป็นพิเศษ ผมเป็นทั้งคนสวน ทั้งสวนยาง สวนผลไม้ ตื่นแต่เช้าไปกรีดยางกับคุณตาก็เคยทำ จนกระทั่งผมต้องไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยก็เลยไม่ค่อยได้ทำเท่าไร แต่จะไปหนักตรงงาน

รีสอร์ตของพ่อกับแม่แทน แต่มันก็สนุกดีนะ ผมแอบขโมยส้มมาทานคนเดียวบ่อย ๆ ด้วย”

“คุณเก่งจังเลยนะคะ”

“คุณก็เก่งเหมือนกัน ทำงานตั้งแต่ขึ้นมหาวิทยาลัยเลยไม่ใช่เหรอ”

“เอ่อ ขอโทษนะครับ พอดีหลวงตาท่านเล่าให้ฟังน่ะ”

“คุณดูสนิทกับหลวงตามากเลยนะคะ ฉันแทบไม่ได้เข้าไปคุยกับท่านเลย กว่าจะรู้ว่าท่านมีโรคประจำตัวก็หลังจากที่ท่านไปตรวจมาแล้วสามเดือน”

“ท่านคงไม่อยากให้คุณเครียดล่ะมั้งครับ แค่เรียนกับทำงานเป็นเสาหลักตั้งแต่

เด็ก ๆ แค่นี้มันก็มากพอแล้ว”หญิงสาวยิ้มและหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ตอนที่เธอรู้ว่าหลวงตาปราบปริญป่วยเป็นคนสุดท้าย เธอน้อยใจและโกรธทุกคนมากที่ไม่บอกอะไรเธอเลย แต่เมื่อโตขึ้นและตั้งสติได้ เธอก็ได้เข้าใจ เข้าใจในแบบที่รามินทร์พูดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

“แล้วหลวงตากับคุณตาของคุณสนิทกันได้ยังไงเหรอคะ ท่านได้เล่าให้คุณฟังหรือเปล่า?”แววตาสุกใสจ้องมองชายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ ในเวลาแบบนี้ มามองหน้ากันแบบนี้..

“คุณราม เร็วเข้า พราวอยากรู้ค่ะ”มือเรียวแตะสะกิด สรรพนามเรียกเปลี่ยนไปเพราะความอยากรู้ ณ ตอนนี้เธอเอาตัวเองออกมาจากความเครียดที่กองอยู่ข้าง ๆ ได้แล้ว

“คุณตาท่านเคยเรียนที่เดียวกันมาก่อน จริง ๆ หลวงตาท่านไม่รู้หรอกว่าคุณตาผมท่านเป็นใคร เพราะท่านไม่เคยถาม คุณตาผมก็ไม่เคยเล่า ไป ๆ มา ๆ พอคุณตาชวน

หลวงตามาที่บ้านสวน หลวงตาท่านเลยรู้ แล้วทั้งสองท่านก็สนิทกันมาก คอยช่วยเหลือกันตลอด แต่หลวงตาท่านค่อนข้างจะเกรงใจก็เลยไม่ได้ขอให้คุณตาช่วยเท่าไร แต่คุณตาก็แอบช่วยเพื่อนของท่านเสมอนะ แค่ไม่ได้บอกเท่านั้นเอง”

“ท่านบอกว่า คุณน่ะ สมกับเป็นหลานของหลวงตา เวลามีปัญหาอะไรก็จะไม่ปริปากบอกใคร ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือจะรู้สึกยังไงก็ตาม”

“เรื่องนี้ฉันไม่ปฏิเสธค่ะ”

“ฉันไม่อยากเอาความเครียดของตัวเองไปเป็นพลังลบ ๆ ให้กับใคร อาจจะเป็นเพราะฉันขี้เกรงใจด้วยมั้งคะ ฉันเลยไม่ค่อยขอให้ใครช่วย”

“แล้วคุณอยากให้คนอื่นช่วยคุณหรือเปล่า”

“ฉันชอบทำอะไรด้วยตัวเอง เพราะฉันถือว่ามันเป็นประสบการณ์ชั้นดีที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน แต่บางเรื่องฉันก็อยากให้คนอื่นช่วย อย่างเช่นเรื่องในวันแต่งงานกับเรื่องเมื่อวาน”

“วันนั้นฉันไม่ได้สะบัดมือคุณออก เพราะว่าฉันแทบไม่มีแรงจะเดินต่อแล้ว”

“เรื่องนั้นฉันขอบคุณมากจริง ๆ นะคะ ถ้าวันนั้นไม่มีใครสักคนมาช่วยฉัน ฉันคงแย่แน่ ๆ เลย แต่...เรื่องมันผ่านมาแล้วก็แล้วไป ชีวิตต้องเดินหน้าต่อ!”เสียงฮึบสู้ดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เธอไม่ได้พูดมันมานานหลายปี หญิงสาวหันหน้ากลับเข้าหน้าจออีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้เธอหลุดเข้าไปในโลกของงานสุดที่รักแล้ว ส่วนรามินทร์ก็ได้แต่เพียงนั่งข้าง ๆ คอยช่วยดูในส่วนที่เธอขอเท่านั้น จนหนูเล็กที่เดินงัวเงียมาเข้าห้องน้ำเห็นเข้าพอดีจึงได้แอบมองเจ้านายและดาวค้างฟ้าคนสวย แถมหล่อนก็ยังแอบเห็นนายหัวมองพราววลินด้วยสายตาลึกซึ้งมากกว่าคำว่าคนรู้จักกัน

แต่คนรู้จักที่ไหน เขาจะพาเข้าบ้านกันล่ะ จริงไหม?

“อ้าว นายหัว คุณพราว ตื่นเช้าจังเลย”ป้าเล็กเดินเข้ามาทักคนสองคนที่เพิ่งจัดเอกสารส่งกลับกรุงเทพฯ เสร็จ พร้อมกับกวาดบ้านไปด้วยตามปกติที่เคยทำ

“ยังไม่ได้นอนเลยครับป้าเล็ก”

“ว้าย! ทำไมไม่นอนกันล่ะคะ นี่ทำงานอะไรกันอยู่เนี่ย”

“พอดีพราวต้องเคลียร์งานของวันนี้ให้เสร็จน่ะค่ะ ก็เลยอยู่จนถึงเช้าเลย”

“แล้วนายหัวล่ะคะ มานั่งเฝ้าคุณพราวเหรอ”

“ป้าเล็กครับ ไม่ใช่สักหน่อย นั่งเป็นเพื่อนก็พอแล้ว นั่งเฝ้าอะไรกันล่ะ”

“อ๋อ ค่ะ ๆ เชื่อแล้วค่ะ”ป้าเล็กยังคงพูดติดแซวรามินทร์ หล่อนเลี้ยงของหล่อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ทำไมหล่อนจะไม่รู้ว่าที่รามินทร์ทำแบบนี้มันคืออะไร แต่ก็อย่างว่า แค่นี้คงพิสูจน์อะไรไม่ได้มาก รามินทร์อาจจะแค่ปลื้มพราววลินเพราะอีกฝ่ายเป็นดาวค้างฟ้าเหมือนอย่างคนอื่น ๆ ก็เป็นไปได้ ตอนนี้มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ต้องรอดูต่อไป

….

ขอบคุณนะคะที่ช่วยทำงาน ไว้พราวจะพาไปเลี้ยงข้าวดีไหมคะ

พราววลินและรามินทร์เดินขึ้นบันไดพร้อมกัน เพราะต่างคนก็ต่างเหนื่อยกันทั้งคู่

เช้านี้คงต้องแยกย้ายกันไปนอน “คุณบอกว่าคุณทำอาหารเป็น ผมว่าทำให้ผมทานดีกว่า”

“ถึงบอกว่าทำอาหารได้ แต่พราวไม่ได้ทำอร่อยสักหน่อย อยากทานไข่เจียวไหม้เหรอคะนายหัวราม”

“จะไหม้หรือไม่ไหม้ พี่รามเขาก็ทานหมดแหละค่ะ คนสวยทำให้ทั้งทีจะไม่ทานได้ไงล่ะ จริงไหมคะนายหัว”ปัญณพรเดินเข้ามากระเซ้าด้วยชุดนักเรียนของโรงเรียนรัฐบาล วันนี้เป็นวันที่เธอต้องไปโรงเรียนเป็นวันสุดท้ายแล้ว หลังจากนั้นก็ต้องรับกับศึกหนักคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน “ไหนว่าปิดเทอมแล้ว ทำไมยังใส่ชุดนักเรียน”พี่ชายเปลี่ยนเรื่อง

“ปิดวันนี้แหละค่ะ ปิดตอนเย็นไง”

“เออ! วันนี้ทานหมูกระทะกันไหมคะ ปัทท์อยากทานน่ะ”

“แต่พี่พราวต้องรักษารูปร่างนี่น่า แต่ไม่เป็นไร ทานนิดเดียว ไม่อ้วนหรอกค่ะ”

“นั่นสิ คุณต้องมีระเบียบนี่? งั้นถ้าจะทานอะไร คุณบอกป้าเล็กกับหนูเล็กได้เลยนะครับ สองคนนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณอยู่แล้วล่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทานได้ คุณก็เคยเห็นฉันทานส้มตำ”

“อ๋อ จริงด้วยสิ”ทั้งสองคนยิ้มให้กันเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น ถ้าตัดเรื่องที่เธอพบเจอมาก็ถือว่าเป็นการเจอกันครั้งแรกที่น่าประทับใจดีเหมือนกัน

“อะแฮ่ม ๆ เกรงใจน้องหน่อยค่า”ปัญณพรอดไม่ได้ที่จะกระเซ้าพี่ชายและ

พราววลิน ถ้าไม่ติดว่าพราววลินเพิ่งล่มงานแต่งงานกับอาจารย์หมอหนุ่มคนนั้นมา เธอก็ว่าจะเชียร์อยู่หรอก อยากเชียร์ใจจะขาดแต่เชียร์ไม่ได้นี่มันอึดอัดเสียจริง

“กระแอมอะไรล่ะ ไปทานข้าวไป จะได้ไปโรงเรียน”พี่ชายเอื้อมไปเขกกะโหลกน้องสาวที แต่ก็ไม่ทันการ ปัญณพรไหว้ทั้งสองคนและรีบวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว

“คุณพราวอย่าไปถือสายายปัทท์เลยครับ เด็กก็แบบนี้แหละ”

“พราวเข้าใจค่ะ พราวยังไม่ได้คิดอะไรเลย หรือว่าคุณรามคิดล่ะคะ”คำถามจี้ใจ

ทำเอารามินทร์ชะงักไปทั้งที่ยิ้มอยู่ ดวงตาหงส์แกล้งมองอย่างจับผิดก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ ออกมา “ฝันดีนะคะ”

ประตูบานสีขาวถูกปิดลงต่อหน้าเจ้าของบ้าน ใบหน้าหล่อลูกครึ่งคลี่ยิ้มออกมาอย่างลืมตัว เพียงเสี้ยววิก็ส่ายหน้าไปมาเพื่อตั้งสติ พลางคิดไปว่า เขาคงจะง่วงนอนมากเกินไป ก่อนจะเดินกลับไปที่ของตนเอง

....

พราววลินนอนได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นขึ้นมาหาอะไรทำ หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ห้อง งานก็ทำเสร็จหมดแล้ว แต่งตัวก็แต่งเสร็จแล้ว จะเหลืออะไรอีกที่ยังไม่ได้ทำ?

ดวงตาหงส์มองไปที่มือถือของตนที่ปิดการแจ้งเตือนเอาไว้ เธอคิดอยู่นานว่าจะเอามันขึ้นมาเช็คดีหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็เปิดขึ้นมาเลื่อนดูแจ้งเตือนตามแอพพลิคชั่นต่าง ๆ จนพบเข้ากับข่าวของตนเองขึ้นเทรนด์และเนื้อหาในเทรนด์ก็ทำให้เธอเหยียดยิ้มออกมาด้วยความสะใจ

ข่าวที่เธอล่มงานแต่งงานยังคงไม่หายไปจากโซเชียล ยังคงมีคนพูดถึงในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงดุจประการรัตนาที่มีคนไปขุดคุ้ยข่าวเก่า ๆ ของตระกูลนั้นขึ้นมา อย่างเช่นว่า

ตอนพูดถึงมือที่สาม ทำไมพราวต้องหันไปมองครอบครัวพ่อด้วยอะ หรือครอบครัวพ่อเขามีเอี่ยวเรื่องนี้ ละยิ่งพูดว่า ใช่ไหมคะคุณปู่ คือขนลุกจริง นางคือเฟียสเดอะเบสท์มาก กล้าสู้กับตระกูลใหญ่อย่างด. แบบไม่กลัวโดนเขาฟ้อง ฐานทำให้เสียหาย อาจจะเพราะใด ๆ คือนางก็รวยขึ้นได้ด้วยตัวเองเหมือนกัน เลยกล้าเหยียบหน้าด้วยรองเท้าส้นเข็มอะ เลิศเกิน

วงในกระซิบมาว่ามือที่สามคือ นส.ตม.[1] ของพราว ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ทั้งแฟน ทั้งนส. คือเลวมากนะ สมควรละที่จะโดนประจานต่อหน้าที่สาธารณะแบบนี้

เสริมโควทที่บอกว่าวงในหน่อย นี่ก็คิดว่าใช่ บวกกับหลักฐานที่พราวมีอยู่ในมือ

ทั้งรูปทั้งอะไร รูปพรรณสัณฐานคือพอเทียบรูปนส.แล้วคือตรงมาก แล้วรูปที่เอามาแฉ

พราวคงรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร นี่คงแค่จงใจเบลอปั่นหัวมือที่สาม รูปจริงน่าจะชัดกว่านี้

เมื่อหลายปีก่อนหลังจากเข้าวงการมาสักพัก ก็มีคนไปขุดเรื่องเก่าเพราะสงสัยว่าพราวเคยใช่นามสกุลด. แล้วทำไมเปลี่ยนมาใช้อ. ทั้ง ๆ ที่ฝั่งด. เป็นผู้ดีเก่าบวกกับรวยมาก น่าจะเลี้ยงหลานคนเดียวได้สบาย ๆ สรุป ไปขุดเจอพ่อเอาเมียน้อยลูกเจ้าสัวกับลูกสาวอีกคนเข้าบ้าน ฝั่งพราวกับแม่เลยไม่ทน ย้ายออกมาอยู่ที่บ้านตากับยายเขาอะ ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน แต่โคตรน่าสงสาร เป็นถึงหลานสาวตระกูลดังแต่ต้องมาทำงานพาร์ทไทม์ ขอทุนมหาลัยงก ๆ ”

เสริมโควทเรื่องเก่าของตระกูลด. อาจารย์ที่สัมภาษณ์ทุนถามตรง ๆ เลยว่า ทำไมมาขอทุนทั้ง ๆ ที่ด. รวยขนาดนั้น (บอกก่อนว่า คนที่ไม่ได้สนิทกับพราว จะรู้แค่ว่าเคยออกงานกับพ่อเขาบ่อย ๆ เขาก็จะคิดว่าพราวนี่ขึ้นลิสต์เป็นคุณหนูในคณะ ในมหาลัยเลยนะ

 สวย รวย เก่งตามฉบับ) สรุปนางเล่าว่า พ่อหย่ากับแม่ ครอบครัวด. ไม่รับผิดชอบนางกับน้อง นางเคยขอให้ช่วยออกค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนของตัวเองกับน้องแล้ว แต่ฝั่งพ่อไม่ให้ เพราะเลือกก้าวขาออกจากบ้านไปพร้อมแม่แล้ว นางเลยไม่มีทุนอะไรทั้งนั้น เป็นเด็กธรรมดา ๆ ที่ต้องดิ้นรนทุกอย่างด้วยตัวเอง พอฟังจากอาจารย์แล้วคือ สตั้นไปเลย นึกว่าจะมีแต่ในนิยาย จากเจ้าหญิงกลายเป็นคนธรรมดา อาจารย์บอกว่า ตอนนั้นนางเล่าแซ่บมาก แล้วเรื่องนี้ก็นานมากละ เลยเอามาพูดได้ ทุกคนควรได้รับรู้ความอุบาทว์ของคนพวกนี้

เรารู้จักพราวตอนเรียนมหาลัย (ทำพาร์ทไทม์กับเก็บชั่วโมงทุนด้วยกัน) พอรู้เรื่องว่าพราวล่มงานแต่ง เราก็เซฟพราวแค่คนเดียว เพราะเราได้อยู่ในช่วงที่ชีวิตของนางลำบากแบบลำบากมาก ๆ พอ ๆ กับเด็กไม่มีทุนคนอื่น ๆ อาจารย์ก็ยังถามอยู่เลยว่าเป็นหลานสายตรงของท่านพ.แล้วทำไมมาลำบาก อ๋อ สรุป พ่อมีเมียน้อยค่า เลยย้ายออกไปพร้อมแม่แล้วก็น้องชาย

จะว่าพราวไม่ใช่คนในครอบครัว ด. ก็ไม่ใช่อะ พอมีข่าวมา ฝั่งด. ก็ไม่ยื่นฟ้องพราวเลย อยู่เงียบ ๆ อย่างเดียว พอเป็นแบบนี้ก็น่าจะจริงอย่างที่พราวออกมาพูดอะ ใด ๆ คือถ้าตามโควทวงในบอกเป็นเรื่องจริง สันดานเมียน้อยมันคงติดมาถึงลูกนั่นแหละ เสียดายใบวิชาชีพที่นส.ได้มา นี่ส่งกำลังใจให้พราวนะ ขอให้เธอนอนหลับเต็มอิ่ม กินข้าวอร่อย มีรักที่ดีและปังกว่าเดิม พวกเรารอเห็นเจ้าชายคนใหม่ของเธออยู่นะ

เพื่อนนี่เคยเรียนโรงเรียนเดียวกับนส. คนนั้น เคยเป็นเพื่อนกันด้วย นางเล่าว่า พราวเป็นหลานคนแรกของตระกูล ก็สวย รวย เก่งอย่างที่พูดจริง ๆ ทั้งน้องท้องเดียวกันกับลูกพี่ลูกน้องคนอื่น ๆ ทั้งสายตรงและสายอ้อมก็รักและเคารพพราวมาก พราวเป็นที่หนึ่งมาเสมอจนวันหนึ่งต้องออกจากบ้านไปพร้อมกับแม่แล้วก็น้องชายอีกสองคน นส. เลยได้ขึ้นมาเป็นพี่ แต่ไม่ได้เป็นที่หนึ่งแม้จะได้รับการปฏิบัติที่ดีเหมือนพราวก็ตาม (1)”

แล้วนางก็เล่าอีกว่า คนในครอบครัวด. กดดันนส. ให้เรียนหนังสือเก่ง ๆ เหมือนอย่างพส.[2]คนโต แถมพูดลอย ๆ เชิงสอนให้เจียมตัวกับพส. แล้วก็พี่ชายอีกสองคนเสมอ (เพราะอะไรเขาก็รู้ ๆ กันอยู่ในบ้าน) ทำให้นส. เก็บกด บางทีเพื่อนนี่เคยเห็น นส.ทำร้ายตัวเองจนเป็นรอยแดง แต่ก็ยิ้มแย้มตามปกติ จนรู้ว่าที่ทำแบบนั้นเพราะพส. ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งประดับบารมีครอบครัวแม่เขา แล้วท่านพ.กับคุณหญิงพพ. ก็พูดกดดันพ่อให้มากดดันลูกอีกที นี่ว่าแรงจูงใจแย่งแฟนพราวมันมีมากอยู่นะ เอาจริง นส. ควรไปพบจิตแพทย์อะ รู้สึกเหมือนเริ่มมีปัญหาด้านระบบความคิดมานานละ แต่ใด ๆ คือคนผิดก็ผู้ใหญ่ทั้งนั้นอะ ถ้าไม่ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างก่อน เด็กมันจะกล้าทำเหรอวะ แต่ก็ไม่แน่หรอก สมัยนี้ก็เป็นที่สันดานส่วนตัวกันเยอะแยะไป (2)”

พูดถึงฝั่งแฟนบ้าง ผู้ชายอะเมื่อก่อนก็เป็นคนดีนะ แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้กลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ ได้คนสวย ๆ เพียบพร้อมทุกอย่างแบบนั้นไปครองแล้วก็ยังไม่พอ แถมยังทำผู้หญิงคนอื่นท้องทั้ง ๆ ที่ตัวเองกำลังจะแต่งงานอีก สันดานเสียมาก

ได้ข่าวว่าฝั่งผู้ชายเป็นครอบครัวเชื้อสายจีนไม่ใช่เหรอ เรื่องนี้น่าจะอับอายขายขี้หน้าครอบครัวมากอยู่นะ พราวพูดกระแทกหน้าขนาดนั้น ถ้าไม่จริงก็คงพากันโวยวายไปใหญ่ละ แต่นี่เล่นเงียบทั้งสองบ้านเลย ก็คงจะจริง แล้วนี่ก็ว่าฝั่งผู้ชายเขาน่าจะจัดการผู้ชายกันแบบเงียบ ๆ แต่คงแรงอยู่อะ แต่ก็สมควรละ สมน้ำหน้า

เห็นว่าเคยให้สัมภาษณ์ในรายงานพี่สร้อยพี่ปอดว่ารักพราวมาก คน ๆ นี้คือคนที่อยากอยู่ด้วย แต่วันนี้มากลับคำ ทำนส. เขาท้องแทน ผู้ชายคืออุบาศว์สุด ๆ ”

วงในที่ทำงานของผู้ชายบอกว่าผู้ชายกับมือที่สามโดนเรียกสอบจรรยาบรรณนะ ปัจจุบันมีคำสั่งพักงานไปละ แต่นี่ว่าน้อยไปอะ น่าจะโดนไล่ออกไปเลยทั้งคู่ สมน้ำหน้า แต่จะแช่งให้ตายมันก็ง่ายไป มันควรจะทรมานมากกว่านี้

เห็นว่าผู้ชายกับมือที่สามทำงานที่เดียวกัน ประจำแผนกตรวจโรคเดียวกันด้วย ตอนทำคงติดสัตว์ทั้งตัวผู้ตัวเมีย ไม่คิดถึงหน้าแฟนกับอนาคตตัวเอง

เห็นใจพราวนะ แต่เรื่องแบบนี้มันควรคุยกันในวงก่อนไหมอะ เอามาแฉแบบนี้ ชื่อเสียงพราวจะกระทบได้ แล้วอาจจะลามไปถึงเรื่องงานก็ได้ แต่ก็นะ สังคมไม่เอามือที่สามอยู่แล้ว นางคงคิดมาดีแล้วที่จะแฉแฟนกับมือที่สามอะ

เสียงแตกออกเป็นสองฝั่ง ส่วนมากพากันเข้าข้างเธอและโยงเรื่องของรุ้งแก้วกับอาจารย์หมอภูภูมิเข้าหากันอย่างตรงเฉียบราวกับว่าอยู่ใต้เตียง ที่สำคัญกว่านั้นมีข่าวลือออกมาว่าภูภูมิโดนเรียกสอบจรรยาบรรณและโดนพักงานไปสามเดือน เพราะแบบนี้เขาถึงได้มาตามตอแยเธอได้ และมีเพียงส่วนน้อยที่เห็นว่าสิ่งที่เธอทำนั้นไม่สมควรมาทำในที่สาธารณะ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เธอในเชิงลบ สิ่งที่เธอสนใจมากกว่าคือผลที่ดุจประการรัตนาได้รับ

แผนของเธอก็แค่ทิ้งระเบิดไว้ให้ทั้งสองฝั่งโดนเผาทั้งเป็นก็เท่านั้น คนทำผิดก็ต้องได้รับโทษ จะมาให้เธอให้อภัยง่าย ๆ เหมือนนางเอกในละครมันไม่ได้หรอก

“คนที่ชนะมาตั้งแต่เกิดอย่างฉัน ต่อให้เธอจะแย่งอะไรจากฉันไป เธอก็ไม่มีวันชนะฉันได้หรอกรุ้งแก้ว”

‘ก๊อก ๆ ’

ในระหว่างที่กำลังคิดสะใจอยู่ในหัว เสียงเคาะประตูดังเข้ามาในโสตประสาท

พราววลินจึงเก็บมือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นก่อนจะเดินไปเปิดดู

“พี่หนูเล็ก มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“พอดีพี่เห็นว่าบ่ายแล้ว คุณพราวยังไม่ได้ทานอะไร ก็เลยว่าจะขึ้นมาปลุกน่ะค่ะ

ทานข้าวไม่ตรงเวลา จะเป็นโรคกระเพาะได้นะคะ”หนูเล็กบอกด้วยความเป็นห่วง เมื่อครู่หล่อนก็เข้าไปตามรามินทร์แล้ว แต่รายนั้นไม่อยู่ ไม่รู้ไปไหน สงสัยจะเข้าสวนยางไปแล้วกระมัง

ความคิดไม่ทันจางหาย เสียงรถมอเตอร์ไซค์ก็ดังขึ้นหน้าบ้าน เสียงผู้หญิงดังแวดเรียกนายหัวรามจนเกิดเสียงตีกันทำให้หนูเล็กรีบวิ่งออกไปห้าม พราววลินจึงเดินลงมาชะโงกหน้ามอง เพราะเธอเป็นคนสาธารณะที่ใครเขาก็รู้จัก จะออกไปให้ใครเห็นตอนนี้ไม่ได้จริง ๆ

“เอาแล้วเอาหล่าว! เอาอีกแล้ว ตีกันอีกแล้ว!”

“พี่หนูเล็ก นายหัวรามของมะลิอยู่หรือเปล่า”

“นังมะลิ! ใครเป็นนายหัวของแก นายหัวเขาเป็นของฉันจ้ะ!”

“สาระแน! เขาไปเป็นของแกตอนไหน เขาเป็นของฉัน!”

“โอ๊ย! ถามนายหัวเขาหรือยังว่าเขาอยากเป็นของพวกแกกันหรือเปล่า! ไป ๆ กลับบ้านไปไป นายหัวไม่อยู่บ้าน”หนูเล็กแทบจะหัวระเบิด สองคนนี้มโนกันเก่งเสียจริง

“แล้วนายหัวไปไหน! ได้ข่าวว่ากลับมาจากกรุงเทพฯ แล้วนี่พี่”มะลิยังคงไม่ยอม หล่อนรีบเดินไปที่ประตูบ้านตรงที่พราววลินยืนอยู่ ทำให้หญิงสาวต้องรีบวิ่งเข้าไปในห้องครัว แต่ก็ไม่พ้นสายตาของน้ำหอมที่มองเดินเบียดกับมะลิมาด้วยเช่นกัน “เอะ! นั่นใครน่ะ”

“อะไรของแกนังหอม”

“ฉันเห็นผู้หญิงตัวขาว ๆ อยู่ในบ้าน วิ่งเข้าไปในครัวเมื่อกี้”

“ห้ะ! ผู้หญิงเหรอ! ใคร!”ไม่รอช้า ทั้งสองคนรีบเดินเข้าไปด้านใน ไม่ฟังเสียงห้ามของหนูเล็กเลยแม้แต่น้อย ส่วนพราววลินเธอรีบวิ่งออกมาที่ประตูหลังบ้านด้วยเท้าเปล่าและค่อย ๆ เดินแอบตามตัวบ้านไปเรื่อย ๆ

“ไหน ไม่เห็นมีเลย”

“มองตรงนั้นจะเห็นได้ยังไง ก็คนที่พวกพี่เห็นยืนอยู่ตรงนี้”

“คุณน้องปัทท์!”และแล้วเหตุการณ์อันลุ้นระทึกของพราววลินก็ได้จบลง

เมื่อปัญณพรปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าสองสาว ปัญณพรมองทั้งสองคนที่เข้ามาในบ้านของตนโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตแล้วก็ถอนหายใจ ไม่รู้จะว่ายังไงดี เพราะสองคนนี้ก็เคยช่วยเหลืออะไรต่อมิอะไรเธออยู่มาก แม้จะช่วยเพราะอยากเข้าหารามินทร์พี่ชายของเธอก็เถอะ แต่ก็ยังถือว่าช่วยอยู่ดี “พี่รามเขาไม่อยู่หรอกค่ะ ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน น่าจะไปดูรีสอร์ตที่เชียงใหม่มั้งคะ”

“ไปอีกแล้วเหรอคะ ช่วงนี้เดินทางบ่อยจังเลยนะคะเนี่ย ให้พี่มาช่วยพี่หนูเล็กกับป้าเล็กดูแลบ้าน ดูแลคุณน้องปัทท์ดีไหม”

“ขอบคุณนะคะพี่น้ำหอม แต่ปัทท์โตแล้ว ดูแลตัวเองได้ แล้วช่วงนี้ปัทท์ก็ต้องอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย อยากให้บ้านมันเงียบ ๆ น่ะค่ะ แค่ป้าเล็กกับพี่หนูเล็กก็พอแล้ว แล้วปัทท์ก็เกรงใจพี่ ๆ ทั้งสองคนด้วยค่ะ ไม่อยากให้มาลำบากน่ะ”คำตอบแสนหวานแต่เชือดนิ่มของปัญณพรทำเอาน้ำหอมหุบปากแทบไม่ทัน ส่วนมะลิ แม้จะไม่ได้โดนโดยตรงก็ถือว่าโดนด้วย จึงขอตัวลากลับเพราะเกรงว่าหากทำให้ปัญณพรไม่พอใจ รามินทร์ก็จะไม่พอใจไปด้วยเพราะตนเองก็เข้ามาโดยที่เจ้าบ้านไม่ได้อนุญาต

เมื่อเสียงรถมอเตอร์ไซค์สองคันเคลื่อนที่ออกไป ปัญณพรและหนูเล็กจึงรีบเดินออกมาหาพราววลินที่ยังคงอยู่หลังบ้านทันที “พี่พราวคะ!”

“ดีนะคะเนี่ยที่น้องปัทท์มาทันพอดี ไม่งั้นพี่ได้ห้ามจนหัวขมำแน่เลย”หนูเล็กบ่นเสียยกใหญ่เป็นภาษาใต้ ไม่คิดว่าข่าวของนายหัวผู้เป็นเจ้านายจะไวกว่าแสงขนาดนี้

“พี่พราวเป็นยังไงบ้างคะ ไม่ได้ใส่รองเท้าด้วย เจ็บเท้าไหมคะเนี่ย”

“พี่ไม่เป็นไร ว่าแต่สองคนนั้นเป็นเด็กของคุณรามเหรอจ๊ะ”พราววลินอดที่จะถามไม่ได้ ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธอปากไวถามไปอย่างรวดเร็ว เพราะผู้หญิงที่ชื่อมะลิและน้ำหอมต่างก็หน้าตาดีกันทั้งนั้น ที่สำคัญหุ่นก็ดีพอสมควรเลยด้วย ถ้าจะเป็นคู่ขาของรามินทร์ก็คงจะไม่แปลกเท่าไรหรอก “ไม่ใช่หรอกค่ะ เป็นแค่คนที่มาจีบพี่รามน่ะค่ะ”ปัญณพรตอบ

“ตามนั้นแหละค่ะ ไม่ใช่เด็กของนายหัวหรอก อย่างมะลิกับน้ำหอมไม่มีทางได้แอ้มนายหัวของพวกเราหรอกค่ะคุณพราว มา ๆ คุณเข้าบ้านก่อนค่ะ เดี๋ยวหนูเล็กเล่าให้ฟัง”

“นังมะลิเป็นลูกของผู้ใหญ่บ้าน ส่วนนังน้ำหอมเป็นลูกของแม่ค้าขายพวกของสดอย่างพวกกุ้ง หอย ปู ปลาอยู่ในตลาดสดแถวท่าเรือ สองคนนี้แอบชอบนายหัว ตั้งแต่นายหัวกลับมาอยู่ที่นี่หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วล่ะค่ะ พยายามตามตื๊อตามจีบ แต่คนการศึกษา

ดี ๆ มีลูกน้องมากมายอย่างนายหัวไม่สนใจความรักเด็ก ๆ แบบนี้หรอกค่ะ เผลอ ๆ ถ้าเอามาเป็นเมีย คงล้างผลาญสมบัติจนหมด”ระหว่างที่กำลังเตรียมของทำหมูกระทะตอนเย็น

หนูเล็กก็เริ่มเล่าเรื่องของผู้หญิงทั้งสองคนให้พราววลินฟังฆ่าเวลา ประจวบเหมาะกับที่ป้าเล็กกลับมาจากในสวนพร้อมกับปิ่นโตของรามินทร์พอดี

“อ้าว หนูเล็ก! ทำไมให้คุณพราวมานั่งทำแบบนี้เล่า นังลูกคนนี้นี่”

“พราวอยากนั่งทำเองค่ะป้าเล็ก ทำอาหารไปด้วยคุยไปด้วยก็เพลินดีนะคะ”

พราววลินชิงตอบก่อน เธอไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากหรอก แค่นี้ชีวิตก็ยุ่งยากพอแล้ว อย่าเอาใจใครมากจะดีกว่า

“วันหลังถ้าคุณพราวอยากทำ คุณพราวบอกป้านะคะ นั่งตั่งไม้แข็ง ๆ แบบนี้ไม่สบายตัวหรอกค่ะ”

“พราวนั่งได้ค่ะ พราวเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย อยากอยู่กับทุกคนแบบสบายใจมากกว่า อย่าเอาใจพราวมากเลยค่ะ เดี๋ยวพราวจะเคยตัวนะคะ แล้วนี่...คุณรามเขาไปไหนเหรอคะ เขาตื่นก่อนพราวอีกเหรอเนี่ย”

“นายหัวอยู่ในสวนยางน่ะค่ะ อีกสักพักเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”

“ที่ไปสวนยางก็เพราะว่าหนีพี่มะลิกับพี่น้ำหอมนั่นแหละค่ะพี่พราว”ปัญณพรเสริมอย่างติดตลก หลังจากนั้นก็พากันเปลี่ยนเรื่องคุย เรื่องละครบ้าง เรื่องเพลงบ้าง เรื่องอาหารการกินบ้างตามประสาคนที่เพิ่งรู้จักกัน ทำให้ทุกคนเริ่มหายเกร็งขึ้นมาได้บ้างแล้ว และที่สำคัญป้าเล็ก หนูเล็กและปัญณพรได้รู้อีกอย่างคือ พราววลินเป็นอย่างที่เธอบอกไว้เมื่อครู่จริง ๆ

….

พี่รามมาแล้วค่ะเสียงร่าเริงของปัญณพรดังขึ้นรอบบริเวณบ้าน วงหมูกระทะถูกตั้งขึ้นที่โต๊ะไม้บริเวณระเบียงบ้านใกล้กับห้องครัว ระเบียงนี้ทำขึ้นเพื่อสังสรรค์โดยเฉพาะ แต่ส่วนมากก็จะเป็นที่ตากผ้าเวลาฝนตกเสียมากกว่า นาน ๆ ทีถึงจะถูกใช้จริง ๆ

เวลาผ่านไปหลังจากที่ปาร์ตี้หมูกระทะกันเสร็จ พราววลินก็มานั่งอยู่ที่ชิงช้าตัวใหญ่บนหาดทรายที่อยู่ในอาณาเขตบ้านสวนของรามินทร์ เธอเพิ่งจะรู้ว่าหาดแถบนี้ทั้งหมดเป็นของตกทอดตระกูลของเขา ถึงว่าสิ ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็อยากจะได้เขากันทั้งนั้น

ลมทะเลพัดมาให้เย็นใจ เสียงคลื่นทำให้รู้สึกสงบ เธอเอนหัวพิงเชือกเส้นใหญ่ที่รั้งตัวไม้ชิงช้าเอาไว้พร้อมกับแกว่งมันไปมาเบา ๆ พอให้รู้สึกเพลินอารมณ์ แต่ผ่านไปไม่นานเนื้อสัมผัสของผ้าคลุมตัวบางก็โอบรอบตัวของเธอ

“คุณ”

[1] น้องสาวต่างแม่

[2] พี่สาว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 12 รักแท้ต้องใช้เวลา

    ตอนที่ 12รักแท้ต้องใช้เวลาพราววลินหันกลับไปมองคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอ ดวงตาหงส์มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า รุ้งแก้วปรับการแต่งตัวใหม่ เธอใส่ชุดคลุมท้องกระโปรงยาวและรองเท้าคัชชูไม่มีส้นแทน ต่างจากพราววลินที่ยังแต่งตัวด้วยชุดสวย ๆ และรองเท้าส้นสูงดูสง่าและอีกคนที่เธอเจอคือภูภูมิ ซึ่งเดินเลือกของใช้เด็กทารกอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เธอและรุ้งแก้วยืนอยู่เท่าใดนักให้ตายเถอะ ห้างสรรพสินค้าก็ออกจะเยอะแยะ ทำไมเธอต้องมาบังเอิญเจอกับสองคนนี้ด้วย เสียอารมณ์เป็นบ้าเลย“พี่พราว”พราววลินไม่ได้สนใจฟังเสียงของรุ้งแก้วที่เรียกเธอ หญิงสาวทำหูทวนลมและเลือกดูขวดนมที่ดีที่สุดให้กับลูกชายของณิชชยา จนกระทั่งภูภูมิหันมาเจอเธอเข้าพอดี ด้วยความอาลัยรักที่มีต่อพราววลิน ทำให้ชายหนุ่มรีบเดินเข้ามาใกล้ แต่ดันถูกรุ้งแก้วส่งสายตาไม่พอใจไปให้เสียก่อน“พี่พราวมาเลือกดูของใช้เด็กไปให้ใครเหรอคะ”“หรือว่าเอาไปใช้เอง”“...”“พราวเป็นยังไงบ้าง พี่เห็นพราวไปทำบุญกับคุณแม่มา”“...”“พี่พราวก็น่าจะมีความสุขดีนั่นแหละค่ะ เขาไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเหมือนเราสองคน”ไม่วายเอ่ยปากแขวะพี่สาวคนโตของตระกูล แต่กลับกันหลายคำที่พ่นใส่พราววลิน

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 11 รู้สึกจี๊ดในใจ

    ตอนที่ 11รู้สึกจี๊ดในใจวันต่อมาพราววลินได้พารามินทร์มาที่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังสุดโปรดของเธอ เธอจัดการเลือกชุดกระโปรงและชุดน่ารักเหมาะกับวัยให้กับปัญณพรอยู่หลายชุด แถมยังเลือกเผื่อตัวเองไปอีกสองสามตัว “ทั้งหมดสองหมื่นสามพันสี่ร้อยสิบหกค่ะ”“นี่ครับ”“เดี๋ยวค่ะ ชุดฉันต้องคิดแยกนะคะ”“ไม่เป็นไรครับ ใช้บัตรนี้แหละ”รามินทร์ยื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงานอีกครั้ง ทำเอาพนักงานแคชเชียร์ที่รู้จักพราววลินอยู่แล้วยืนมองตาค้างว่า นี่น่ะหรือ ผู้ชายปริศนาที่เป็นข่าวกับดาราสาวตรงหน้า สายเปย์เสียไม่มี“คุณเอาเลขบัญชีมาด้วยนะคะ ฉันจะได้โอนคืน”ออกจากร้านมา เธอก็สะกิดเขาหยิก ๆ แต่เขากลับไม่ฟังเธอเลยแม้แต่น้อย แถมยังเข้าร้านรองเท้าผู้หญิงต่อด้วย“เลือกช่วยผมอีกหน่อยสิครับ”“คุณได้ฟังที่ฉันพูดบ้างไหมคะเนี่ย”“ผมไม่เห็นได้ยินอะไรเลย พูดใหม่สิครับ”ด้วยความสูงที่ต่างกันมากทำให้เขาต้องโน้มตัวก้มลงมาฟังเธอ นี่เขาจะล้อว่าเธอเตี้ยหรือไง“ฉันบอกว่าให้เอาเลขบัญชีมา จะโอนเงินค่าชุดคืน”“โอ๊ย ไม่ได้ยินเลย ก้มตัวนานปวดคอแล้วเนี่ย”เขาทำท่าไม่รู้ไม่ชี้และก่อนที่เธอจะเหวอ ก็มีพนักงานเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม หญิงสา

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 10 ท่ามกลางแสงอุ่น

    ตอนที่ 10ท่ามกลางแสงอุ่น“คิด”“คิด? คิดอะไร อย่ามาพูดมั่วนะ”“ก็คุณถามว่าคิดหรือเปล่า ผมก็ตอบว่าคิด ผมไม่ได้พูดมั่ว ๆ สักหน่อย”พราววลินเม้มปาก ตอนนี้เธอรู้สึกหูแดงหน้าแดง พยายามไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมา แต่มันช่างดูโก๊ะในสายตาของเขาเสียจริงนี่เพิ่งเคยเห็นคนอย่างพราววลินมีท่าทีแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย“เด็กน้อยก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ”มือหนายกมือลูบหัวโดยที่เธอไม่ได้ทันตั้งตัว แสงอุ่นจากดวงไฟที่ส่องตามทางทำให้เธอเผลอยอมรับกับตัวเองว่าตกหลุมรักเขาเข้าจริง ๆ แล้ว“ไม่ ๆ ! พราวไม่! คุณเอามือออกจากหัวพราวเลยนะ”หญิงสาวสะบัดหน้าพร้อมกับดึงมือเขาออกและรีบเดินนำหน้ากลับไปที่ห้องพัก โดยมีเสียงหัวเราะน้อย ๆ ของรามินทร์ตามหลังมาทั้งสองคนนั่งทานอาหารมื้อดึกกันอยู่ที่ริมระเบียงห้อง เห็นวิววัดวาอารามกับงานเทศกาลที่เพิ่งเริ่มจัดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา“เห็นว่างานจะจัดก่อนวันจริงสองวัน ผมว่ามารอบนี้มันก็คุ้มดีนะ คุณเที่ยวได้จุใจเลย”เขานั่งพิงพนักพิงมองคนที่กำลังทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยจนเธอรู้ตัววางช้อนลง“ไม่ทานต่อเหรอครับ?”“ก็คุณนั่งมองหน้าฉัน ฉันจะทานลงได้ยังไงล่ะคะ คุณนั่นแหละ ทำไ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 9 เที่ยว

    ตอนที่ 9เที่ยว“ก็รอมาตั้งนานแล้ว ทำไมแค่นี้จะรอต่อไปไม่ได้”ประโยคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของพราววลิน หลังจากที่ไฟกลับมาเป็นปกติแล้ว เธอก็ขอตัวกลับห้องของตนเองทันที แต่ก็ยังคงเดินไปเดินมาจนป่านนี้ก็ยังไม่หลับไม่นอน“โอ๊ย! พราว! แกเป็นบ้าอะไรของแกเนี่ย ตื่น ๆ อย่าหลงกลคำพูดพวกนั้น”มือเรียวตบหน้าตัวเองเบา ๆ เรียกสติ แต่เธอก็พูดแบบนี้อยู่เป็นสิบครั้ง ไม่เห็นว่ามันจะได้ผลสักครั้งเธอเกลียดตัวเองที่สุดเลยเขาทำดีด้วยแค่นี้ก็หวั่นไหวซะแล้ว“นี่ใจหรือกระดาษเนี่ย บางเก่งจริง ๆ เลย”ตึก ตึก ตึก ตึก...เสียงใจยิ่งตอกย้ำ หญิงสาวยกมือขึ้นกุมกลางใจ แม้ว่าเธอจะจำหลาย ๆ สิ่งเกี่ยวกับเขาไม่ได้ แต่สัญชาตญาณความผูกพันบางอย่างก็เริ่มทำงานพราววลินเดินมาที่ตู้หนังสือ กล่องไม้สีอ่อนถูกจับออกมา กล่องไม้กล่องนี้คือกล่องเก็บความทรงจำใบเดียวที่เธอมีและไม่เคยเปิดมันขึ้นมาอีก มือเรียวเปิดฝากล่องออก มงกุฏดอกไม้ที่แห้งจนกรอบไปแล้วยังคงอยู่ในนั้นพร้อมกับอัลบั้มรูปภาพปกขาวนิ้วแตะสัมผัสกับมงกุฏขนาดเท่าศีรษะในตอนเด็กก่อนจะค่อย ๆ ยกมันมาวางบนเตียงอย่างเบามือและหยิบอัลบั้มรูปเก่าเก็บออกมาเสียงซองรูปค่อย ๆ ดังขึ้นเบ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 8 สั่นไหว

    ตอนที่ 8สั่นไหวกรุงเทพมหานครพราววลินรีบสับเท้าเดินเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างรีบร้อน โดยที่เธอไม่ได้สนใจคนรอบข้างที่กำลังมองดูหรือถ่ายคลิปเธออยู่เลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลวงตาปราบปริญที่กำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่ตอนนี้“แม่คะ พี”“พราว”บุษบาลุกขึ้นยืนและรีบเดินเข้าไปกอดลูกสาว สักครู่หนึ่งรามินทร์ก็เดินตามเข้ามาที่ทำแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต เพราะดูจากท่าทางแล้ว ข่าวของเธอคงยังไม่ได้ซาไปมากนัก หากมีข่าวว่าเดินเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับผู้ชายที่ไหน พราววลินจะถูกครหาจากคนนอกได้“คุณราม”“สวัสดีครับคุณน้า”“หลวงตาเป็นยังไงบ้างคะแม่”“ยังทรง ๆ ตัวอยู่ แม่ใจไม่ดีเลยพราว”“แม่ไม่ต้องกลัวนะคะ พราวจะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาหลวงตาเองค่ะ”“แม่ขอโทษนะที่ทำให้ลูกลำบาก”“แม่ แม่ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกค่ะ เรื่องเจ็บเรื่องป่วย ยังไงเราทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลอยู่แล้ว”เธอกอดปลอบมารดาอีกครั้ง เวลานี้คนที่มีสติที่สุดในครอบครัวคงจะมี แค่พราววลินเท่านั้นหญิงสาวผละออกจากมารดา เธอเดินเข้าไปหาหลวงตาปราบปริญและยืนอยู่ในระยะที่เหมาะสม “หลวงตาคะ”เสียงของหลานสาวดังขึ้นข้างหู หลวงตาปราบปริญลื

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 7 ดาว

    ตอนที่ 7ดาวขาเริ่มขยับตามจังหวะในหัวใจ คนสองคนเต้นรำกันใต้แสงจันทร์ ช้า..เนิบ ราวกับอยากหยุดเวลาไว้ ณ ที่ตรงนี้ แววตาแพรวพราวของหญิงสาวบอกได้เพียงว่าเธอกำลังรู้สึกสบายใจ ไม่ได้บอกถึงความรู้สึกภายในใจที่ยังหลับอยู่ แต่กลับกันสายตาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับครั้งที่เธอเจอคนรักเก่าเป็นครั้งแรก แต่พอคิดไป ความรู้สึกอบอุ่นมันหายไปนานมากแล้ว เธอไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่ตอนไหน หายไปได้ยังไง แต่ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้ง จากคนที่บังเอิญเจอกัน จากคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธออบอุ่น แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกของอารมณ์อะไรอารมณ์หลง อารมณ์ใคร่ อารมณ์รัก อารมณ์ห่วงใยต่อให้เธอจะเป็นคนเก่งแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถแยกอารมณ์เหล่านี้ออกจากกันได้ สายตาของเขาอาจจะมีทุกอารมณ์อยู่ในนี้ก็เป็นได้แต่บางทีมันอาจจะเป็นแค่อารมณ์หลง เขาอาจจะกำลังหลงรูปภายนอกของเธอ“พราวเหนื่อยแล้วค่ะ”ขาเรียวหยุดกึ่ก เธอละมือลงจากไหล่กว้างของอีกฝ่าย ความไม่มั่นคงในจิตใจทำให้เธอตัดสินใจบอกฝันดีเขาและหันหลังกลับเข้าบ้านไป ปล่อยให้อีกคนมองตามหลังเข้าไปด้วยความไม่เข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง แต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status