Masukفي ذروة الجفاء بيني وبين غسان المالكي، نشر على فيسبوك منشورا قال فيه: "أوّل مئة شخص يضغطون زر الإعجاب، لهم مكافأة الانفصال" وما هي إلا لحظات حتى بلغ عدد الإعجابات والمشاركات تسعةً وتسعين. كنت أعلم أنه ينتظر استسلامي، ينتظر أن أعود كما في المرات العشر السابقة، أترجاه أن يحذف منشوره. غير أن هذه المرّة كانت مختلفة، شاركت المنشور وكتبت تحته: "وأنا منهم". ثم حظرت كل جهات اتصاله. وبعد ثلاثة أيام، وصلتني رسالة من شقيقته تقول: "ترك لكِ أخي تذكرة لحفل تخرجه، وقال إنه سيصفح عنكِ إن حضرتِ" ألقيت نظرة عابرة إلى تذكرة السفر المستقرّة فوق مكتبي، ثم أجبت: "لا وقت لديّ" ولم يكن ذلك اعتذارًا أتذرع به، بل حقيقة خالصة، فقد نلت قبولًا في الدراسات العليا بجامعة العاصمة، وكانت طائرتي ستقلع تلك الليلة إيذانًا ببداية حياة جديدة. ومنذ ذلك الحين، افترقت بنا المسافات، ولم يجمعنا لقاء بعده أبدًا.
Lihat lebih banyakหงเฟิ่ง องค์กรมือสังหารที่ดำรงตำแหน่งเงาอยู่เบื้องหลังการปกป้องและรับใช้ฮ่องเต้แคว้นคุนหลันมาหลายชั่วอายุคนด้วยความจงรักภักดีได้ถูกใส่ร้ายว่าร่วมมือกับเถียนอ๋องก่อกบฏ
แม้ไม่เคยคิดทำในสิ่งที่ถูกกล่าวหาแต่เวลานี้ไม่อาจพิสูจน์สิ่งใดได้เพราะโดนโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวจึงทำได้แค่เอาชีวิตรอดเพื่อกลับมากอบกู้ชื่อเสียงอีกครั้ง
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหงเฟิ่งสามารถแตกพ่ายไร้หนทางสู้ได้ในเวลาไม่ถึงชั่วข้ามคืน ซ้ำยังถูกมือสังหารบุกเข้ามาถึงฐานลับที่อาศัยมานานหลายชั่วอายุคน
พวกเขาเร่งฝีเท้าไปตามถนนสายเล็กคดเคี้ยว พื้นดินส่วนใหญ่เป็นหินก้อนเล็กแหลมคมขรุขระจนยากต่อการหลบหนี ยิ่งอยู่ในป่าทึบท่ามกลางคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์ ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะหากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายจะขาดสะบั้นทันที
ฉึก!
ศรธนูลอยลิ่วปักเข้าที่กลางหลังชายผู้หนึ่งที่วิ่งมาด้วยจนล้มลง หากแต่เขาไม่แยแสรีบยันตัวลุกขึ้นแล้วยิงธนูสวนกลับไปหาฝ่ายศัตรูอย่างแม่นยำในพริบตา
“เร็วเข้า!” ชายคนนั้นตะโกนบอกพวกที่เหลือ หวังว่าทางข้างหน้าจะมีที่ซ่อนหรือตั้งหลักเพื่อรับมือ ก่อนหันไปหาหัวหน้าหงเฟิ่งแล้วยิ้มมุมปากเพราะสัมผัสได้ว่าร่างกายกำลังผิดแปลกไป “ธนูอาบยาพิษขอรับ”
“ไปกับข้า” สวีจวินฉือไม่ยอมทิ้งลูกน้องผู้ภักดีของตนเอาไว้แต่อีกฝ่ายเอ่ยปากขอร้องแล้วมองเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างเขา
“รีบไปขอรับ ข้าจะถ่วงเวลาให้นานที่สุด”
เจ้าตัวไม่นึกเสียดายชีวิตและยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้คนในองค์กรของตนเองรอดชีวิตมากที่สุดเพราะหวังว่าอย่างน้อยต้องมีสักคน ลากคอผู้อยู่เบื้องหลังออกมาให้ได้
“ท่านอา…” เด็กชายเก้าขวบเอ่ยเรียกคนตรงหน้าด้วยความสนิทสนม สายตากระวนกระวายเมื่อเห็นเขาไอจนเลือดสีดำเปรอะเปื้อนมุมปาก
“สวีอันอวี่ เสียดายที่ข้าไม่มีโอกาสได้เห็นเจ้าเติบโต” เขาเอื้อมมือลูบศีรษะเด็กน้อยที่รักเหมือนลูก “ต้องรอด เข้าใจหรือไม่”
เวลานั้น หนึ่งในหงเฟิ่งที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้เริ่มรู้สึกตัวว่าวิ่งหนีต่อไปไม่ไหวแล้วจึงเสียสละตนเองเป็นฝ่ายยื้อเวลาให้คนที่เหลือ คอยอยู่กับคู่หูข้างกายจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของลมหายใจ
ดวงตาของหัวหน้าหงเฟิ่งมีแววอาลัยอาวรณ์ฉายชัด ไม่นึกเลยว่าวันเหล่านี้จะมาถึง องค์กรมือสังหารที่เคยยิ่งใหญ่โดนมือที่มองไม่เห็นไล่กวาดล้างราวกับไม่ต้องการปล่อยให้ผู้ใดรอดชีวิต
ไม่ทันได้ลังเลใจไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าที่น่าเกรงขามเริ่มเข้ามาใกล้ทุกขณะ คนที่ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อจึงเข้าซ่อนในพุ่มไม้ใหญ่ ขณะที่คนอื่น ๆ วิ่งไปตามทางข้างหน้าด้วยใจที่เคียดแค้นและต้องการสืบหาความจริง
ทว่า พ้นจากแนวป่าเพียงหนึ่งอึดใจกลับเห็นชายชุดดำอาวุธครบมือกลุ่มหนึ่งเข้าขวาง พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปะทะ ล้มศัตรูให้ได้มากที่สุดแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร คนที่จำนวนน้อยกว่าก็ไม่สามารถฝ่าฟันไปได้เลย
“อันอวี่ เจ้าหนีไป” บิดาร้อนรนใจรีบตะโกนบอกบุตรชาย คิดแค่ว่าเวลานี้ต้องปกป้องสายเลือดของตัวเองให้ได้ และอีกใจหนึ่งก็ไม่รู้เลยว่าบุตรชายคนโต ฮูหยินและคนอื่น ๆ ในหงเฟิ่งเป็นตายร้ายดีอย่างไร “จำที่พ่อบอกได้หรือไม่”
เด็กน้อยพยักหน้า ตัวสั่นเทาเพราะกลัวว่าบิดาจะพ่ายแพ้ต่อคนพวกนั้น แววตาสั่นระริก กระวนกระวาย แทบก้าวขาไม่ออกด้วยซ้ำ
“ไป!”
“ท่านพ่อ!” สายตาลังเลมองไปรอบตัวจึงได้เห็นว่าคนที่รู้จักกำลังถูกศัตรูรุมล้อมไม่แพ้กับบิดาของตน วันนี้เจอเรื่องสูญเสียมามากพอแล้ว เขาไม่อยากเสียใครไปอีก “ท่านพ่อ ไปกับข้าเถอะขอรับ”
“ไม่ได้” สวีจวินฉือส่ายหน้า มือข้างขวากำดาบไว้แน่น ตวัดยั้งคมอาวุธที่ฟาดฟันลงมา ปกป้องลูกชายคนเล็กของตัวเองด้วยกำลังทั้งหมด “หนีไป นี่คือคำสั่ง!”
น้ำตาไหลอาบแก้มสวีอันอวี่ ความกลัวฝังอยู่ในใจราวกับรู้ว่าผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้วจะไม่ได้เห็นหน้าบิดาอีก แต่คนตรงหน้ากลับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมเหมือนให้ความหวังว่าบิดาของเขาเป็นถึงผู้นำหงเฟิ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องกลับมาหาครอบครัวได้อย่างแน่นอน
เด็กน้อยพยักหน้าเบา ๆ แล้ววิ่งลัดเข้าไปในทุ่งหญ้าสูงท่วมศีรษะ จังหวะพุ่งตัวไปข้างหน้าได้ไม่ไกลจากจุดที่บิดาอยู่กลับสัมผัสได้ถึงไอสังหารรุนแรงจากศัตรูโดยเฉพาะชายที่มีรอยบากตรงปากเป็นทางยาว
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหันขวับมองไปยังเบื้องหลังภายในพริบตาจึงได้เห็นว่าฝ่ายไล่ล่าทวีจำนวนมากขึ้น พวกมันพุ่งเป้าไปยังคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล
สวีอันอวี่หวั่นเกรงไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิด ไม่อยากรับรู้สิ่งใดแต่ศีรษะกำลังหันไปมอง ไล่ตามเงามืดโดยไม่รู้ตัว
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
มีดเงินแวววาวของชายหน้าบากทิ่มแทงจุดสำคัญบนร่างของบิดาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนทรุดเข่าต่อหน้าศัตรู เลือดแดงฉานไหลอาบร่างพอ ๆ กับน้ำตาบุตรชายที่ร่วงหล่นเพราะไม่อาจช่วยเหลืออันใดได้เลย
นอกเหนือจากนั้น หงเฟิ่งที่เหลือยังต้านแรงฝ่ายตรงข้ามไม่ไหวเพราะพิษจากคมอาวุธแล่นเข้าสู่กระแสเลือด ถูกปลิดชีวิตจนเหลือแต่ร่างไร้ลมหายใจไปตาม ๆ กัน
“หย่งชาง” สวีจวินฉือจำได้ว่าชายที่มีรอยบากตรงปากเป็นมือสังหารของใคร พลันสับสนไปหมดว่าเหตุใดคนของไทเฮาจึงคิดกำจัดพวกเขาให้สิ้นซาก
“วันนี้เจ้าพ่ายแพ้แก่ข้าจนได้” น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยไม่แยแส ยิ่งเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงบุตรชายที่วิ่งหายลับไปในพงหญ้าจึงอดเย้าแหย่เพราะกระหายในความสิ้นหวังของเขาไม่ได้ “ข้าจะส่งพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกันแน่นอน”
ครั้นได้ยินเช่นนั้นจึงตะโกนเรียกสติบุตรชาย “อันอวี่ หนีไป!” แล้วคว้าอาวุธข้างกาย ยืนหยัดสู้กับศัตรูอีกครั้ง
กระนั้น เรี่ยวแรงและกำลังที่มีหายไปจนสิ้น อาการบาดเจ็บแผ่ซ่านไปทุกอณูของร่างกายจนแทบขยับตัวไม่ได้ ลมหายใจขาดห้วง จนท้ายที่สุด อาวุธในมือร่วงหล่นลงพื้น ร่างหนาเอนล้มจบชีวิตในทันที
“ท่านพ่อ!!!”
เขาเผลอร้องลั่นทั้ง ๆ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ ไม่ทันได้ก้าวขาทำสิ่งใดจึงถูกศรธนูพุ่งเฉียดแขนไป เด็กชายกัดฟันจำคำสั่งเสียของบิดาได้ เวลานี้เหลือเพียงเขาเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ล้างมลทินให้หงเฟิ่ง หนทางเดียวคือต้องรอดจึงลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งอย่างไม่คิดชีวิตโดยมีมือสังหารตามมาติด ๆ
หย่งชางที่เหลือคิดกำจัดบุตรชายหัวหน้าหงเฟิ่งตามคำสั่งของชายหน้าบากผู้เป็นหัวหน้ามือสังหาร พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ฝีเท้ากระทบพื้นดังกระหึ่มลั่นสร้างความหวาดหวั่นให้เด็กน้อยเป็นอย่างยิ่ง
สวีอันอวี่เร่งฝีเท้าไปข้างหน้า หอบหายใจ ก้าวเท้าไปโดยไม่รู้เลยว่าอีกเพียงสิบก้าวคือเหวลึกที่รอดูดกลืนวิญญาณของเขา
“!!!”
ดวงตาสั่นระริกมองไปเบื้องล่าง ปลายเท้าสัมผัสได้ว่าดินร่วนลื่นไถลลงไปได้โดยง่ายจึงถอยกลับทันควัน ถอนหายใจเฮือกใหญ่คิดวิ่งไปทางอื่นแต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะหย่งชางไล่ตามมา เมื่อเห็นว่าเป้าหมายสุดท้ายในค่ำคืนนี้ไร้หนทางหนีจึงไม่รอช้ารีบขว้างมีดคู่ประจำกายหมายปลิดลมหายใจ
เด็กน้อยเคยฝึกวิชาพื้นฐานของตระกูลมาบ้างจึงเอี้ยวตัวหลบได้ทัน หากแต่ทางตรงนั้นทั้งมืดและคับแคบ ใจจดจ่อกับการหลบอาวุธจึงพลั้งพลาดเหยียบอากาศว่างเปล่าเสียการทรงตัวร่วงหล่นสู่ก้นเหวไปโดยปริยาย
คนพวกนั้นเข้ามาดูใกล้ ๆ คาดคะเนความสูงและพื้นที่โดยรอบแล้วยิ้มมุมปากเพราะรู้ว่าไม่มีผู้ใดรอดจากเหวนรกแห่งนี้ได้อย่างแน่นอนจึงรีบวิ่งกลับไปยังจุดเดิมที่เพิ่งกำจัดหงเฟิ่ง
“อาจารย์ ทำอย่างไรต่อขอรับ”
หนึ่งในมือสังหารหย่งชางเอ่ยถามคนหน้าบากเพราะแผนจัดการหงเฟิ่งเรียบร้อยแล้ว ยืนยันได้ว่ากลุ่มคนที่หนีมาจากฐานลับในหุบเขาเยว่เทียน ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตอย่างแน่นอน
“ตรวจดูให้แน่ใจ อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว”
“ขอรับ”
ศิษย์ที่สั่งสอนมากับมือรับคำแล้วแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ส่วนเขามุ่งหน้าไปที่แห่งหนึ่งในวังหลวงเพื่อรายงานสถานการณ์
ตำหนักอวี้เหยา
“หงเฟิ่งล้มแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ชายหน้าบากรายงานด้วยน้ำเสียงที่ดูสนุกสนานและตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อได้เห็นว่าเงาเคียงบัลลังก์ตั้งแต่อดีตหลายร้อยปีก่อนถูกกำจัดอย่างง่ายดาย
“ดี” อีกฝ่ายยิ้มมุมปากเพราะแผนสำเร็จไปหนึ่งขั้น เมื่อใดกำจัดเงาที่มีอยู่แต่เดิมได้แล้ว หย่งชางจะกลายเป็นเงาขึ้นมาแทนที่ ไม่ว่าจะชักนำคนผู้นั้นอย่างไรก็ยิ่งง่ายกว่าเดิม
“ฝ่าบาทจะทรงยอมรับหย่งชางจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ” เขาถามคนตรงหน้าด้วยความสงสัยเพราะเดิมทีหงเฟิ่งเป็นองค์กรที่รับใช้เชื้อพระวงศ์สกุลเถียนมาเนิ่นนาน
“เสด็จพี่จะทำอันใดได้”
เถียนซีเย่ พระอนุชาของฮ่องเต้กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพราะรู้ว่าพี่ชายไม่มีทางเลือกอื่นใด และอย่างน้อยหย่งชางก็เป็นมือสังหารที่สืบทอดจากฝั่งมารดา นับว่าเชื่อใจได้มากกว่าผู้ใดในเวลานี้
“เช่นนั้นเถียนอ๋องจะเป็นอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“อู๋เซี่ยเหวิน” บุรุษสูงศักดิ์เอ่ยเรียกนามคนตรงหน้า “รุ่งสางคงได้ยินคำสั่งประหารจากเสด็จพี่กระมัง” เถียนซีเย่ยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับรู้ทุกอย่างล่วงหน้า ไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งสิ้นแล้วคิดดำเนินการแผนต่อไป
เช้าวันต่อมา
คำสั่งประหารเถียนอ๋องเป็นอันรู้โดยทั่วกัน ผู้คนในวังหลวงต่างกระซิบกระซาบด้วยความสงสัย
“เหตุใดเถียนอ๋องต้องทำเช่นนั้นด้วยเล่า พำนักอยู่ที่นอกวังหลวงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ” นางกำนัลพูดกับคนข้างกาย ไม่เข้าใจเหตุผลที่พระโอรสองค์โตของอดีตฮ่องเต้ก่อกบฏเลยแม้แต่น้อย
“นั่นสิ” หญิงสาวอีกคนถอนหายใจเพราะคนวงในเล่ากันว่าอดีตฮ่องเต้รักและหวงแหนเถียนอ๋องมากที่สุดจึงไม่อยากให้พัวพันเรื่องราวในวังหลวง กลัวว่าวันหนึ่งจะถูกลอบสังหารแต่วันนี้เขากลับเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
“ท่านอ๋องทรงคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ครองบัลลังก์กระมัง” หญิงสาวอีกคนครุ่นคิดว่านั่นอาจเป็นสาเหตุ “หรือว่าจะมีใครอยู่เบื้องหลังกันนะ”
“ใครกัน” เพื่อนอีกสองคนอยากรู้ไม่แพ้กัน “แต่นอกจากเรื่องนั้นแล้ว หงเฟิ่งก็ถูกกำจัดด้วยไม่ใช่หรือ เช่นนั้น... ผู้ใดจะกลายเป็นเงาให้ฝ่าบาทเล่า”
“หย่งชางอย่างไรล่ะ”
“…” คนที่เหลือมองหน้ากันไม่อยากคาดเดาแต่ก็พูดออกมา “เจ้าคิดว่าหย่งชางกำจัดหงเฟิ่งอย่างนั้นหรือ”
“อย่าเสียงดังไป อันตราย” พวกนางรู้ดีว่าคนเหล่านั้นเหี้ยมโหดไม่แพ้ผู้ใดจึงต่างคนต่างเงียบปากไม่พูดถึงสิ่งที่จะเป็นภัยต่อตัวเองแล้วแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อีกฟากหนึ่งไม่ไกลจากที่ที่นางกำนัลยืนอยู่ สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของเหรินไทเฮากำลังจับจ้องไปที่พระโอรสองค์เล็ก คิ้วเรียวขมวดมุ่นไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิด
เถียนซีเย่หันมามองพระมารดาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไม่มีปิดบังจนทำให้อีกฝ่ายหน้าซีดเซียวด้วยความกลัวพระโอรสของตัวเองในทันใด
“ปีศาจ” นางพึมพำ ไม่อยากข้องเกี่ยวกับเขาและรู้สึกเสียใจมากเหลือเกินที่คลอดคนประหลาดวิปริตเช่นนั้นออกมา
หากแต่เถียนซีเย่รับรู้ได้ว่าในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดมองว่าเขาเป็นคนผู้หนึ่งที่มีความรู้สึกรัก เกลียดและเจ็บปวดยามถูกผลักไสจึงไม่แยแสสิ่งใดเช่นกัน พลางทำมือนิ้วชี้แตะริมฝีปากเป็นสัญลักษณ์ข่มขู่พระมารดาให้ปิดปากตัวเองเอาไว้ให้ดี
انقبض قلبي قليلًا، واجتاحتني موجة من الضيق.لماذا لا يزال يصر على إظهار نفسه بهذا المظهر المزرِي؟عزمتُ على تغيير طريقي فورًا لأتحاشاه، لكنه بدا كمن استشعر وقع خطواتي، فالتفت نحوي بغتة.كانت حبات المطر قد بللت شعره وكتفيه، وبدا هذه المرة أكثر شحوبًا وانكسارًا من ذي قبل.كانت وجنتاه غائرتين، وعيناه محتقنتين بالدماء، بينما نمت لحيته بشكل أشعث وفوضوي، وكان جسده بأكمله ينضح برائحة الخمر والخراب التام.ولم تشرق تلك العينان الميتتان ببريق مباغت إلا في اللحظة التي وقع فيها بصره عليّ.تمتم بصوت متحشرج كاد ينشطر من شدة الجفاف:"رورو"ثم وقف يترنح في مشيته، حتى كاد يسقط أرضًا.توقفتُ في مكاني.تحرك طرف شفتيه محاولًا اصطناع ابتسامة، لكنها بدت أقسى وأقبح من البكاء.سألني:"أأنهيتِ تجاربكِ للتو؟ الوقت متأخر، أأنتِ متعبة؟".أجبتُه:"لا بأس".ثم جالت نظراتي بين علب الجعة الفارغة المتناثرة عند قدميه، وأردفتُ:"أأصبحتَ مدمنًا على الخمر؟".هز رأسه في سخونة مبطنة بالتهكم على الذات، وقال:"لا... لقد استقلتُ من العمل الذي رتبته لي عائلتي، وغضب أبي لدرجة أنه هددني بقطع صلتنا تمامًا".صمت لبرهة، وراحت عيناه تتأ
تلاشت الدماء من وجهه تمامًا، وتحركت شفتاه مرارًا دون أن يقوى على إخراج صوت مسموع.تمتم بضعف:"رزان"ثم تقدم نصف خطوة أخرى إلى الأمام، ومَدّ يده كأنه يرجو لمسي، لكنها تسمّرت في الهواء وعجزت عن المضي.وتابع قائلًا:"لقد أدركتُ حقًا... كم كنتُ وغدًا. لكنني أقسم أنني لم أقترف معها أي ذنب، ولم يمر عليّ يوم دون أن يمزقني الندم لأنني لم أطلعكِ على الحقيقة وتسببتُ في إغضابكِ. ذلك الحفل، ذلك اليوم كان ذكرى ارتباطنا الثالثة، وقد أعددتُ لكِ...""غسان"قاطعتُه للمرة الثانية، لكن نبرتي حملت هذه المرة أمرًا حازمًا قاطعًا لا يقبل الجدال بضرورة رحيله."أمر الماضي، بخيره وشره، لم أعد راغبة في استدعائه ثانيةً، ولم تعد تعنيني حقيقته أو زيفه في شيء. ما كان بيننا قد انتهى تمامًا وللأبد. أرجوك ألا تأتي للبحث عني بعد الآن، فهذا الأمر بات يسبب لي ضيقًا وإزعاجًا"وما إن أنهيتُ كلماتي، حتى شحتُّ ببصري عن وجهه الذي استحال كقرطاس أبيض وجسده الذي بدا آيلًا للسقوط، واحتضنتُ مراجعي واستدرتُ مغادرة.كانت أشعة الشمس لا تزال تملأ الأرجاء دفئًا، وأوراق الشجرة الذهبية تصدر حفيفًا تحت قدمي.وكنتُ أشعر بنظراته المسمّرة خلفي
حلَّ خريف العاصمة باجتياحٍ خاطف وعاصف.ومنذ أن وطئت قدماي جامعة العاصمة، تبدلت حياتي تمامًا كما تبدلت الفصول؛ فصارت أكثر وضوحًا ونقاءً.كانت حياة طالبة ماجستير في سنتها الأولى أكثر صخبًا وانشغالًا مما تخيلت.فالأستاذة المشرفة سهير كانت صارمة للغاية كما قيل عنها، لكن صرامتها كانت تنصب على العمل لا الأشخاص. وطالما كانت نتائج التجارب دقيقة ومنطق العرض رصينًا، لم تكن تبخل بالثناء والتقدير قط.لذا، قضيتُ جلَّ وقتي غارقة بين جدران المختبر وأروقة المكتبة.وبدأتُ أمتلك دائرة اجتماعية جديدة.فبالرغم من أن الزملاء والزميلات في المختبر كان لكل منهم غرابته الخاصة، إلا أن أغلبهم كانوا في غاية النقاء والصراحة.كانت هناك زميلة تدعى فرح، ذات شخصية مرحة ومنطلقة، وحين رأتني ألزم الوحدة دائمًا، أصرت على جذبي معها أكثر من مرة لتجربة الأطباق الجديدة في المقصف الجامعي، مبررةً ذلك برغبتها في تحسين التغذية لطفلة معزولة.وفي عطلات نهاية الأسبوع، كنتُ أرافق فرح أحيانًا لزيارة المتاحف، أو نكتفي بالتنزه عند ضفة البحيرة.كنا نتبادل الحديث عن تطور التجارب، وخطط المستقبل، وعن أفضل المطاعم في العاصمة؛ لكننا لم نتطرق
شحب وجه داليا في الحال؛ لم تكن تتوقع قط أن غسان يتذكر تلك التفاصيل بهذا الوضوح، ولم يخطر ببالها أبدًا أنه سيمزق قناعها بمثل هذه المباشرة القاسية."أخي غسان، لم أكن أقصد هذا أبدًا، كل ما في الأمر أنني خشيتُ أن تخدعك..."."تخدعني؟"اعتدل غسان في جلسته أخيرًا، وسحق سيجارته في المنفضة بحركة عنيفة حملت غيظًا دفينًا، ثم قال:"داليا، كم سنة مرت على معرفتنا؟ لقد كنتُ أعتبركِ دائمًا بمثابة شقيقتي الصغرى، وظننتُ أنكِ مجرد فتاة نزقة مدللة لا أكثر. لقد تشاجرتْ معي رزان إحدى عشرة مرة، وكانت عشر منها بسببكِ أنتِ، كنتُ أرى في السابق أنها تبالغ في الأمور وتفتعل الأزمات، وظننتُكِ نقيّة لا تحملين ضغينة أو مكرًا".ثبّت نظراته في عينيها اللتين بدأت ملامح الذعر تهاجمهما، وتابع يلقي كلماته بنبرة واضحة بالغة البرودة:"لكنني الآن، حين ألتفت إلى الوراء وأتأمل ما مضى، أدرك كم كنتُ أعمى البصيرة. في كل مرة كان يقع بيني وبينها أدنى جفاء، كنتِ تظهرين فجأة في الموعد تمامًا؛ إما باكية تنشدين مواساتي، أو ناطقة بكلمات تدفعها إلى إساءة الفهم. وفي تلك المرة بالفندق، هل حقًا جئتُ لمواساتكِ لأن مزاجكِ كان سيئًا؟ أم أنكِ حس
في الخارج، كانت أصوات مكبرات الصوت تزلزل الأرجاء وتجعل القلوب تخفق بقوة دون توقف.أما في الداخل، فكان غسان يحدق في رسالة رزان، وشعور طاغٍ بالغيظ يكاد يوقف نبضات قلبه. تلاشت وراء الباب أصوات هتافات الجماهير وصخب خطوات العمال المتسارعة.بقي هو شاخصًا ببصره نحو المرآة، يتأمل ملامحه الحادة والمنسقة بعن
كانت ترتدي فستانًا بلون أصفر هادئ، واندفعت نحو غسان بابتسامة عريضة لتضرب كتفه بخفة وهي تهتف: "أخي غسان!"ثم التفتت لتلمحني، وأدارت عينيها في وجهي مستكشفة، قبل أن تسأل بابتسامة:"أهذه هي حبيبتك؟ تبدو هادئة للغاية".ثم أردفت:"ولكن، ثيابها تبدو... غريبة بعض الشيء".وانطلقت منها ضحكة مكتومة، حملت في طيات
سرعان ما اهتز هاتفي برسالة خاطفة من غسان"ماذا تعنين بهذا؟"ماذا أعني؟ أعني الانفصال بالطبع.لكنني ترفّعتُ عن عناء الشرح، وحظرتُ كل وسائل الاتصال التي تربطني به، ثم غادرتُ تلك المجموعة الصغيرة ذات الاثني عشر شخصًا.حين رفعتُ بصري ثانيةً، وجدتُ السيارة تقف عند بوابة المجمع السكني الذي استأجرناه معًا
حين علمتُ أن غسان المالكي قد حجز غرفة في فندق ليواسي صديقة طفولته المفضلة في محنتها العاطفية، صَفعتُه.كان في غرفته بالفندق، قميصه مفتوح جزئيًا، وعلى عنقه آثار واضحة لم تُفلح محاولات إخفائها. وقفتُ أمامه مباشرةً وسألته: "أهذا ما أستحقه منك؟"أطلق زفرة ضيق، ومرر أصابعه في شعره كأنه استمع لتوّه إلى حم