Mag-log in“งั้นเราก็ต้องเคลียร์กันหน่อยแล้วล่ะ” ฉันต้องถามเขาให้รู้ไปเลย ไม่งั้นคงนอนไม่หลับ
ทว่ากี่สายต่อกี่สายที่ติดต่อเฮียไปกลับไร้แววว่าเขาจะรับหรือโทรกลับ จนฉันถอดถอนลมหายใจ นั่งหน้าอมทุกข์เหมือนคนอึไม่ออก ไม่ถึงสิบนาทีสายเรียกเข้าจากคนที่อยากคุยด้วยมากที่สุด ณ เวลานี้ก็ติดต่อกลับมา เรียกได้ว่าแทบจะเป็นการตะครุบโทรศัพท์มือถือรับสาย (โทรมาป่านนี้มีอะไร ไม่หลับไม่นอน) จะให้ฉันบอกตรงๆ ว่าที่ไม่นอนเพราะใจมันเอาแต่คิดเรื่องเฮียก็กระไรอยู่ “มุกนอนไม่หลับ มุกปวดท้องมากเลย เฮียอยู่ที่ไหนคะ มาหามุกหน่อยได้ไหม” เสียงหวานหยดของผู้หญิงร้อยเล่ห์มารยาอย่างฉัน งัดออกมาให้หมด (ปวดท้องก็ไปหาหมอไม่ใช่โทรมาหาฉัน) ดูพูดเข้าเถอะ ใจร้ายซะจริง “แต่มุกลุกไม่รอดเลยเฮีย ปวดมาก ปวดไปหมด” พูดกับปลายสายและทำสีหน้าประหนึ่งเจ็บปวดจริงๆ มือก็กุมหน้าท้องไปด้วย (หายาทานแล้วนอนพักซะจะได้ดีขึ้น) “มุก…” ติ๊ด! เชื่อเขาเลย ฉันโดนวางสายใส่ ขนาดแกล้งเจ็บจะป็นจะตายเฮียยังไม่สนใจ เศษเสี้ยวในความคิดเขาเคยรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยฉันเหมือนเมื่อก่อนบ้างไหมนะ สูดลมหายใจได้ไม่เต็มปอดนัก มันร้อนรุ่มในอกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปกติเฮียก็เย็นชากับฉันมากอยู่แล้ว พอมีผู้หญิงเข้ามาคงได้ตัดขาดกันไปเลย แล้วจะให้ฉันทนอยู่เฉยๆ อีกได้ยังไง นั่นเขานะ…เขาทั้งคน คิดแล้วเสียใจชะมัด ฉันนอนทำใจสักพัก พยายามอย่างมากที่จะให้อาการกระสับกระส่ายของตัวเองลดลง อยากเลิกคิดเรื่องเฮียไปเลยเหมือนกันแต่จะทำไงได้ในเมื่อทุกลมหายใจเข้าออกมันมีแต่เขา เวลาล่วงเลยเที่ยงคืนพอสมควร ตอนที่ฉันตัดสินใจลุกขึ้นดับไฟ กลับได้ยินเสียงรถคุ้นหูแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน รู้ได้ในทันทีว่าเป็นใคร สมองประมวลผลอัตโนมัติ รีบปีนขึ้นเตียงและซุกตัวนอนใต้ผ้าห่มผืนหนา แสดงสีหน้าท่าทางน่าสงสารเข้าไว้ เสียงไขประตูข้างนอกดังก๊อกแก๊กและไม่นานเสียงไฟในบ้านก็สว่างวาบมาจนถึงข้างใน แกร๊ก! เฮียคิเรย์เปิดประตูห้องนอน ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นของเขาที่เดินเข้ามาทรุดกายนั่งลงบนเตียงข้างๆ ฉัน กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นน้ำหอมไม่คุ้นจมูกทำหัวใจฉันปวดแปลบ อดคิดไม่ได้ว่าคงเป็นน้ำหอมของผู้หญิงที่เฮียไปหา แล้วสมองมันก็ดันไหลคิดไปเองต่างๆ นาๆ เขาและเธอทำอะไรกันบ้าง ใจหนึ่งก็บอกว่าเฮียจะทำแบบนั้นกับฉันจริงๆ เหรอ ไม่หรอกมั้ง ที่ผ่านมาเฮียครองตัวเป็นโสดไม่เคยคิดคบใครจริงจังเลยนะ แต่ทว่าอีกใจกลับแย้งอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงคนนี้คุยกับเฮียได้เกือบหนึ่งเดือนเชียวนะ ถ้าเฮียคิดจะจริงจังกับเธอล่ะ จะมีเรื่องอย่างว่าก็คงไม่แปลก ภายใต้เปลือกตาสีไข่ที่ปิดสนิทแกล้งหลับ จะรู้หรือเปล่าว่าซ่อนหยาดน้ำตาอุ่นๆ เอาไว้ ทำไมถึงได้ปวดไปทั้งใจแบบนี้กันนะ “มุกดา..” เสียงเรียบนิ่งแผ่วเบาเอ่ยเรียกชื่อ มือสากลูบหัวอย่างนุ่มนวล บทจะเย็นชาก็ทำให้หน่วงใจแต่พออ่อนโยนทีไรฉันดันอ่อนไหวทุกทีเลย “เฮีย..” ฉันเล่นละครต่อ แกล้งตื่นทำเป็นสะลึมสะลือมองหน้าเขา ขยับใกล้เฮียอีกนิดก่อนจะคว้าแขนแกร่งกอดไว้ ซบใบหน้าสวยออดอ้อนพร้อมน้ำเสียงหวาน “เฮียขา~ มุกปวดท้อง” ไม่มีใครทนความน่ารักของฉันได้สักคน แต่ทำไมมันใช้ไม่ได้ผลกับเฮียคิเรย์บ้างนะ “ไปกินอะไรมาล่ะ” “มุกไม่ได้กินอะไร ประจำเดือนมามันเลยปวด” “แต่เดือนก่อนๆ ไม่เห็นเป็นงี้” “ก็นั่นน่ะสิ” ฉันยู่ปากอ้อนเขา ในขณะที่คุยกับเฮีย มือหนาแสนอบอุ่นยังคงลูบหัวราวปลอบประโลมให้ความปวดจางหายไป รู้สึกดีมากๆ เลย “ถ้าปวดเยอะก็ลุก จะพาไปหาหมอ” “มุกกินยาแล้ว นอนพักสักหน่อยอาการคงทุเลาลงบ้าง แต่คืนนี้เฮียนอนกับมุกได้ไหมคะ” ใช้สายตาที่คิดว่าน่าสงสาร แม้มัดใจเขาไม่ได้แต่งัดทุกมารยามัดตัวเขาไว้ให้นานที่สุด เฮียคิเรย์ทำเพียงมองกันนิ่งๆ นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นราบเรียบไม่รู้ว่าในหัวกำลังขบคิดอะไร เฮียวางมือบนหน้าท้องแบนราบของฉันและลูบมันเบาๆ เริ่มมั่นใจแล้วว่าคืนนี้คงได้นอนกอดเขาเป็นแน่ ทว่าดีใจได้ไม่ทันไร หัวใจกลับเต้นรัวแรงในตอนที่มือสากล้วงเข้าในกางเกงและสอดนิ้วผ่านช่องทางคับแคบที่แห้งเหือดไร้ของเหลวใดๆ ทั้งสิ้น “อ๊ะ..อื้อ” “นี่อะไร” เฮียชูนิ้วมือข้างที่พึ่งล้วงของฉันมาหมาดๆ เพราะมันไม่มีอะไรเลยนี่ยังไงล่ะ เฮียถึงส่งสายตาอำมหิตแบบนั้น “คือว่ามุก…” “โกหกฉันทำไมมุกดา” เสียงดุดันทำใจฉันหดเหลือจิ๋วเดียว และดูเหมือนว่าตัวจะหดตามไปด้วย ฉันย่นคอหลบในผ้าห่ม กลืนน้ำลายหลายอึกให้กับความโป๊ะแตกของตัวเอง ลืมเสียสนิทว่าเขาไม่ใช่คนที่ฉันจะโกหกกันได้ง่ายๆ แต่ใครจะไปคิด ว่าเฮียถึงขั้นล้วงหาความจริง…ล้วงเลยนะ “มุกแค่อยากให้เฮียสนใจมุกบ้าง” ตอบเสียงหงอย หน้าก็หงอยพอๆ กับเสียง “เรียกร้องความสนใจไม่เข้าเรื่อง สนุกมากรึไง เวลานี้เธอสมควรนอนมากกว่าโทรมาสร้างเรื่องโกหกฉันไม่ใช่เหรอ” เฮียยังดุกันไม่เลิก ทุกคำของเขาทำฉันคอตก “ถ้ามุกไม่ทำแบบนี้เฮียจะมาหามุกเหรอ ถ้าบอกตรงๆ ว่ามุกอยากนอนกับเฮีย เฮียจะยอมทิ้งผู้หญิงคนนั้นมาหามุกแบบนี้มั้ย” ฉันผุดลุกนั่งในทันมี มือที่จับมือของเขากลับถูกเจ้าตัวสลัดออก เฮียคิเรย์ลุกขึ้นยืน ร่างสูงปรายตาลงมอง แววตาแข็งกระด้างเย็นเยียบไม่ต่างอะไรจากมนุษย์น้ำแข็ง “เธอก็ไม่สมควรโกหกฉันอยู่ดี รู้รึเปล่าว่ายิ่งเธอทำแบบนี้ฉันยิ่งไม่อยากมาเจอเธออีก” “เฮีย..” เสียงสั่นเครือของฉันไม่ต่างอะไรจากคนโดนบอกข่าวร้ายเลยสักนิด “มุกต้องทำยังไงคะ เฮียถึงจะรักมุกสักที เวลาที่ผ่านมาทั้งหมดมันไม่ได้ทำให้เฮียใจอ่อนเลยเหรอ” “อย่าพูดเรื่องไร้สาระ” “มุกไม่ได้ไร้สาระ มุกพูดเรื่องจริงและก็จริงจังมาก เฮียตอบมุกมาสิว่าเฮียคิดกับมุกยังไง อย่าปล่อยให้ต้องคิดไปเองได้มั้ย” เขามองหน้าฉัน จ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมสวยที่สั่นระริก เขาเห็นถึงความอ่อนไหวในตัวฉันเสมอ ในขณะที่ฉันเดาความรู้สึกของเขาไม่ได้เลย “ฉันว่าเธอก็รู้คำตอบดีแก่ใจว่าฉันคิดกับเธอยังไง เพราะฉะนั้นเลิกหลอกตัวเอง” “เฮียแม่ง..” ฉันกัดปาก กลั้นเสียงสะอื้นที่เกือบหลุดออกไปเต็มที สีหน้ากล้ำกลืนฝืนความเจ็บปวด มันทรมานเหลือเกิน “อย่าเรียกร้องความรักจากฉันเพราะฉันไม่มีให้ สิ่งเดียวที่เธอจะได้คือร่างกายตอนที่เราอยู่บนนี้” เขาชี้ลงบนเตียง มันคือการตอกย้ำฉันให้ยอมรับความจริงสักที “ถ้ารับไม่ได้ก็แค่ออกจากชีวิตฉันไปซะ แล้วไม่ต้องหาวิธีกลับเข้ามาอีก แต่ถ้าจะอยู่ก็แค่จำกฏของเราให้ขึ้นใจ” กฎบ้ากฎบอ…คนตั้งกฎไม่รู้สึกอะไร แต่คนฝืนทำตามเพียงเพราะอยากเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ ในชีวิตเขาอย่างฉัน มันเจ็บทุกครั้งที่เขาย้ำเรื่องนี้ “เลิกทำตัวงี่เง่าเรียกร้องความสนใจอยากมีบทบาทในชีวิตฉันซะ เพราะถ้าเธอยังทำแบบนี้อีก เราก็คงได้ตัดขาดกันจริงๆ” นี่ขนาดเรียกผัวได้ไม่เต็มปากเต็มคำยังเจ็บจี๊ดทุกดอก เฮียทิ้งสายตาเย็นชามองฉันอีกชั่วอึดใจก่อนจะเดินกลับออกไปจากห้องในที่สุด คงเหลือแค่มวลอากาศของความอึดอัดจางๆ และความรู้สึกเจ็บระบมที่ก่อตัวในใจดวงน้อยของฉัน จากความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว ต่อไปมันคงได้ยุ่งเหยิงกว่าเดิมร้อยเท่าพันเท่าแน่ๆ แค่คิดก็ไม่อยากรับมือแล้วร่างกำยำสูงใหญ่แข็งแรงไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ยิ่งกล้ามหน้าท้องทำมุกดาจ้องตาเขม็ง น้ำลายหกมาแล้วไม่รู้กี่รอบ มือเรียวอดใจไม่ไหว ลูบซิกแพ็คเป็นลอนๆ ที่มันแข็งสู้มือ หัวนมอมชมพูของเขาก็เร้าอารมณ์เธอมาก ใช้ปลายเล็บสะกิดจนมันแข็งเต่ง คิเรย์ถึงกับครางเสียงแหบห้าว ยิ่งกระแทกกระทั้นแก่นกายใส่ช่องทางรักอย่างรุนแรง “อื้อออ…มันจุกนะเฮีย” ร่างเล็กขยับขึ้นลงตามแรงกระแทกรัวเร็ว ปากบอกว่าจุกแต่ไม่วายส่งสีหน้ายั่วยวนเร้าอารมณ์คิเรย์ให้กลัดมันกว่าเดิม หน้าอกอวบอึ๋มสั่นกระเพื่อมโดนมือสากฟอนเฟ้นจนล้นง่ามนิ้ว จุกสีหวานถูกครอบครองด้วยริมฝีปากเดือดเร่า ละเลงลิ้นจนเปียกชุ่ม เสียงจ๊วบจ๊าบขณะดูดกลืนอกอวบราวกับขนมหวานแสนอร่อยดังกระทบสองหูคนตัวเล็ก เธอบิดกายดิ้นเร่าในอ้อมกอดแข็งแรงจนแผ่นหลังบางแทบไม่ติดเตียง ใบหน้าหล่อเหลาของคิเรย์มัวเมากับเต้านุ่มนิ่มขบกัดทำรอยทิ้งไว้ต่างหน้าจนเนื้อตัวขาวสะอาดของมุกดาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ “ชอบนมมุกมากเลยเหรอคะ อ๊า..ถ้าชอบก็ดูดแรงๆ สิ ยังไงคืนนี้มุกก็เป็นของเฮียอยู่แล้ว” เสียงหวานร้องบอกยิ่งทำให้คิเรย์ได้ใจ มือสากบีบขยำ ปากหนาก็ดูดเลียชะโลมความเสียวซ่านทั่วร่างเล็กๆ จนเ
ร่างของคนทั้งคู่สลับกันพลิกไปพลิกมาในขณะที่เสื้อผ้าบนตัวต่างก็มีจำนวนน้อยชิ้น เกือบเป็นการกอดรัดฟัดเหวี่ยงที่เนื้อแนบเนื้อ และคงเกิดขึ้นในอีกไม่นาน “อึก..อื้อ” กลีบปากบางตะโบมจูบเร่าร้อนใส่คนตัวโต พลิกกายเป็นฝ่ายคร่อมเขาอีกครั้งหลังจากเมื่อสักครู่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ภายใต้อ้อมอกแข็งแรงนานสองนาน แผ่นหลังนวลเนียนโดนมือสากลูบไล้จนซ่านสยิวก่อนความวูบวาบจะแล่นไปหยุดตรงก้นลูกพีช บีบขยำเต็มสองมืออย่างเมามัน เธอเองก็ใช่จะยอมให้เขาได้เปรียบฝ่ายเดียว ขณะเป็นผู้คุมอยู่เบื้องบนก็ใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์ ร่างบางบดคลึงกายสาวกับความแข็งแรงชูชัน รู้สึกถึงท่อนลำยาวใหญ่แทบทะลุกางเกงออกมาสัมผัสกับเนินเนื้อเธอตรงๆ เรียกได้ว่ามุกดาเล่นถูเอาๆ จนเป้าแพนตี้เปียกชุ่ม ไม่ต่างอะไรกับการบดจูบใส่เขา ริมฝีปากคนทั้งคู่ฉ่ำวาวด้วยของเหลวซึ่งแลกเปลี่ยนผ่านโพรงปากอิ่มกันไปมา พรึ่บ! ร่างของมุกดาถูกสลับให้เป็นฝ่ายนอนหงายอีกครั้ง เส้นผมสลวยแผ่ขยายเต็มหมอน ใบหน้าสะสวยก่ำแดงไปด้วยอารมณ์ความต้องการ ในขณะคนตัวสูงหน้าแดงเพราะเมาและอารมณ์อย่างว่าเช่นกัน ใบหน้าหล่อจัดซุกไซ้ลำคอระหง มองเห็นรอยช้ำเลือดซึ่งไม่อาจรู้ไ
เส้นทางที่ชายหนุ่มพามาไม่พ้นไปจากคอนโดเขา ทั้งที่ปลายทางมันไกลจากคลับพายัพแต่กลับถึงที่หมายภายในเวลารวดเร็วด้วยสกิลขับรถของเจ้าตัว “พามุกมาที่นี่ทำไมคะ” ใจหญิงสาวเริ่มหวั่น สองขาก้าวตามแผ่นหลังร่างสูงเชื่องช้าจนเขาต้องกลับมาคว้าหมับเอาข้อมือให้เร่งเดินตามมาด้วยกันแบบติดๆ“เดี๋ยวเธอก็รู้” เสียงยะเยือกเย็นตอบกลับ มุกดาหายใจไม่ทั่วท้องในทันที ขณะที่ลิฟต์กำลังขึ้นชั้นบนเธอก็คิดหาคำตอบให้ตัวเองหรือว่ามันจะเป็นเรื่องรอยที่คอ คิเรย์ถึงได้ดูแปลกไปขนาดนี้ ปกติเขาเก็บอาการเก่ง ไม่ใช่คิดอยากทำอะไรก็ทำ เขารอบคอบและระวังตัวเสมอ ส่วนตอนนี้ตรงกันข้ามกับทุกอย่างที่พูดมา ประตูห้องถูกเปิดออกยังไม่ทันให้เวลาตั้งตัว ร่างเล็กของมุกดาโดนกดติดผนัง ร่างสูงใหญ่ตรึงข้อมือเล็กไว้อย่างเหนียวแน่น ใบหน้าดุดันจู่โจมริมฝีปากรวดเร็ว“อึก…อื้ออออ” พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงผลักร่างกำยำของเขาออกห่าง ทว่าไม่เป็นผล นอกจากคิเรย์จะไม่ขยับเขยื้อนแล้วเข้ายังรุกหาเธอมากขึ้นจนกลายเป็นจูบกระชากวิญญาณ ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อรับรสคาวเลือด ลิ้นหนาบุกรุกกวาดต้อนทั่วโพรงปากหวานก่อนจะโดนคนตัวเล็กกัดลิ้นแน่นจนต้องยอมปล่อยจูบ“อึก! เ
แม้ว่าพสุธาจะไม่เห็นด้วยมากๆ กับเรื่องที่น้องสาวก่อเอาไว้ แต่ยังไงขึ้นชื่อว่าน้องเขาก็ต้องปกป้องน้ำฟ้า อีกอย่างเรื่องคลิปที่น้องสาวเคยเล่นยามันสมควรหายไปตั้งนานแล้ว ไม่น่าจะเหลือไว้อีก น้ำฟ้ามีความสุขดีมาตลอดจนกระทั่งคลิปนั่นตกไปอยู่กับคิเรย์ เห็นเธอทุกข์ใจจนสติกระเจิงแบบนี้ พสุธาจำต้องยื่นมือเข้าช่วย “ถ้าอยากได้คลิปคืน ช่วงนี้แกก็อยู่เฉยๆ ก่อน อย่าไปวอแวหาเรื่องไอ้คิเรย์ให้มันมาก ถือว่าเฮียขอ”“แต่หนู…หนูไม่ชอบที่เขาใช้อำนาจกดขี่ เฮียก็รู้ไม่เคยมีใครทำกับหนูแบบที่เขาทำ”“ลดทิฐิแกลงบ้างน้ำฟ้า ถ้าอยากให้เฮียช่วย อยากทำลายคลิปนั่นทิ้งก็ทำตามที่เฮียพูดซะ” เพราะจนปัญญาน้ำฟ้าถึงได้พยักหน้ายอมตามน้ำไปกับพี่ชาย หากยังดันทุรังจะเล่นเกมนี้ด้วยตัวเอง มีหวังเธอคงได้ตายก่อนจบคลับพายัพ“เจ้! เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมเพิ่งมาบอก”“ชู่ว..เงียบๆ ไว้ เจ้อยากให้รู้แค่เราสองคนพอ เสียงดังแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้แตกตื่นกันหมดหรอก” มุกดาจุ๊ปากให้ซาร่าห์อยู่ในความสงบหลังจากเธอเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟังแล้วเพื่อนรุ่นน้องอุทานเสียงดังออกมา “โชคดีนะเนี่ยที่ผู้ชายคนนั้นมาช่วยเจ้ทัน ไม่งั้นล่ะได้เจอคลิ
พูดได้เลยว่าเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงทำเธอฝังใจและเข็ดหลาบกับผู้ชายไปอีกนาน ทว่าพอหัวถึงหมอนมุกดาไม่ได้เอาแต่คิดถึงเหตุการณ์เกือบโดนปลุกปล้ำ ร่างกายเธอชัตน์ดาวไปเอง หลับเป็นตายจนถึงเช้าตรู่“ดูคุณหลับสบายดีนะ หน้าตาก็สดชื่นขึ้นเยอะ” เจ้าของบ้านยิ้มแซวหลังจากเป็นคนเข้าไปปลุกหญิงสาวเองถึงเตียง มิหนำซ้ำยังรอจนอีกฝ่ายอาบน้ำอาบท่าเสร็จถึงได้ลงมาทานมื้อเช้าด้วยกัน มื้อเช้าแบบที่มุกดาเห็นแล้วต้องร้องว้าวออกมา เธอไม่แน่ใจว่าอาหารมากมายบนโต๊ะใช่สำหรับสองคนหรือเปล่า เพราะเท่าที่เห็นในห้องอาหารนอกจากเธอและพสุธา ก็มีแม่บ้านใหญ่อย่างน้าแววและลูกมืออีกสองคน “ผมไม่รู้ว่ามื้อเช้าคุณชอบทานอะไร เลยให้น้าแววจัดเตรียมไว้ให้เท่าที่พอจะหาได้” พสุธาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของหญิงสาว มุกดาไม่รู้เหมือนกันว่าเธอต้องเริ่มทานอะไรก่อน มันดูน่าลิ้มลองไปหมด ตอนนี้แม้ไม่แตะอาหาร เธอชักจะอิ่มขึ้นมาแล้วสิมุกดาเลือกทานอเมริกันเบรกฟาสต์ ก้มหน้าก้มตาทานเงียบๆ ไม่พูดคุยกับคนตรงข้าม แม้ว่าฝ่ายนั้นจะคอยมองเธออยู่ตลอดก็ตาม เหมือนจับผิดกันอย่างไรอย่างนั้น “ฉันก็อึดอัดเป็นนะคะ”“ขอโทษครับ มองเพลินไปหน่อย” ปากบอก
เหล่าชายฉกรรจ์คลุมไอ้โม่งเห็นว่าพสุธาได้รับบาดเจ็บคงไม่คิดสู้ต่อ จึงรีบฉวยโอกาสนี้พากันหนีโดยไม่ลืมกล้อง กล้องซึ่งไม่ได้ถ่ายคลิปอย่างที่ผู้ว่าจ้างสั่งมา มุกดาปรี่เข้าพยุงร่างพสุธา โดนเขาออกคำสั่งให้พาไปที่รถและช่วยขับไปตามทางที่เจ้าตัวสั่ง ไม่ยอมให้เธอได้พาไปทำแผลยังโรงพยาบาล “คุณเลือดไหลเยอะนะ แน่ใจเหรอ…”“ขับไป ผมยังไหว”เม้มปากแน่นด้วยใจหวาดหวั่น สบสายตามองเขาแล้วก็ต้องพยักหน้าออกมา ยอมทำตามอีกฝ่ายต้องการ กระทั่งมาถึงที่หมายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเหยียบคันเร่งได้ตีนแตกขนาดนี้ สถิติใหม่เลยล่ะสถานที่ที่พสุธาให้มุกดาพามาคือเซฟเฮาส์ของเขาเอง ชายหนุ่มเปิดประตูลงจากรถ ท่าทางทุลักทุเลสะบักสะบอมมีมุกดาเข้ามาช่วยพยุง มือหนาของชายหนุ่มกดปิดแผลไว้แน่นไม่ให้เลือดไหลเยอะไปกว่านี้ “นาย! นายไปโดนอะไรมาครับเนี่ย”“อย่าพึ่งถาม มึงพากูเข้าไปด้านในก่อนดิ” เค้นเสียงสั่งลูกน้องสองคนที่รีบเข้ามาหาเขาทันทีเมื่อเห็นสภาพเจ้านายกลับมาพร้อมเลือดอาบแขน มากับผู้หญิงที่นายบอกจะตามไปเฝ้าดูเธอสักหน่อย ไม่ให้ลูกน้องคนสนิทอย่างพวกเขาตามไปด้วยพสุธาถูกนำตัวเข้ามากลางห้องนั่งเล่น ร่างสูงเอนกา







