Masuk“งั้นเราก็ต้องเคลียร์กันหน่อยแล้วล่ะ” ฉันต้องถามเขาให้รู้ไปเลย ไม่งั้นคงนอนไม่หลับ
ทว่ากี่สายต่อกี่สายที่ติดต่อเฮียไปกลับไร้แววว่าเขาจะรับหรือโทรกลับ จนฉันถอดถอนลมหายใจ นั่งหน้าอมทุกข์เหมือนคนอึไม่ออก ไม่ถึงสิบนาทีสายเรียกเข้าจากคนที่อยากคุยด้วยมากที่สุด ณ เวลานี้ก็ติดต่อกลับมา เรียกได้ว่าแทบจะเป็นการตะครุบโทรศัพท์มือถือรับสาย (โทรมาป่านนี้มีอะไร ไม่หลับไม่นอน) จะให้ฉันบอกตรงๆ ว่าที่ไม่นอนเพราะใจมันเอาแต่คิดเรื่องเฮียก็กระไรอยู่ “มุกนอนไม่หลับ มุกปวดท้องมากเลย เฮียอยู่ที่ไหนคะ มาหามุกหน่อยได้ไหม” เสียงหวานหยดของผู้หญิงร้อยเล่ห์มารยาอย่างฉัน งัดออกมาให้หมด (ปวดท้องก็ไปหาหมอไม่ใช่โทรมาหาฉัน) ดูพูดเข้าเถอะ ใจร้ายซะจริง “แต่มุกลุกไม่รอดเลยเฮีย ปวดมาก ปวดไปหมด” พูดกับปลายสายและทำสีหน้าประหนึ่งเจ็บปวดจริงๆ มือก็กุมหน้าท้องไปด้วย (หายาทานแล้วนอนพักซะจะได้ดีขึ้น) “มุก…” ติ๊ด! เชื่อเขาเลย ฉันโดนวางสายใส่ ขนาดแกล้งเจ็บจะป็นจะตายเฮียยังไม่สนใจ เศษเสี้ยวในความคิดเขาเคยรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยฉันเหมือนเมื่อก่อนบ้างไหมนะ สูดลมหายใจได้ไม่เต็มปอดนัก มันร้อนรุ่มในอกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปกติเฮียก็เย็นชากับฉันมากอยู่แล้ว พอมีผู้หญิงเข้ามาคงได้ตัดขาดกันไปเลย แล้วจะให้ฉันทนอยู่เฉยๆ อีกได้ยังไง นั่นเขานะ…เขาทั้งคน คิดแล้วเสียใจชะมัด ฉันนอนทำใจสักพัก พยายามอย่างมากที่จะให้อาการกระสับกระส่ายของตัวเองลดลง อยากเลิกคิดเรื่องเฮียไปเลยเหมือนกันแต่จะทำไงได้ในเมื่อทุกลมหายใจเข้าออกมันมีแต่เขา เวลาล่วงเลยเที่ยงคืนพอสมควร ตอนที่ฉันตัดสินใจลุกขึ้นดับไฟ กลับได้ยินเสียงรถคุ้นหูแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน รู้ได้ในทันทีว่าเป็นใคร สมองประมวลผลอัตโนมัติ รีบปีนขึ้นเตียงและซุกตัวนอนใต้ผ้าห่มผืนหนา แสดงสีหน้าท่าทางน่าสงสารเข้าไว้ เสียงไขประตูข้างนอกดังก๊อกแก๊กและไม่นานเสียงไฟในบ้านก็สว่างวาบมาจนถึงข้างใน แกร๊ก! เฮียคิเรย์เปิดประตูห้องนอน ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นของเขาที่เดินเข้ามาทรุดกายนั่งลงบนเตียงข้างๆ ฉัน กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นน้ำหอมไม่คุ้นจมูกทำหัวใจฉันปวดแปลบ อดคิดไม่ได้ว่าคงเป็นน้ำหอมของผู้หญิงที่เฮียไปหา แล้วสมองมันก็ดันไหลคิดไปเองต่างๆ นาๆ เขาและเธอทำอะไรกันบ้าง ใจหนึ่งก็บอกว่าเฮียจะทำแบบนั้นกับฉันจริงๆ เหรอ ไม่หรอกมั้ง ที่ผ่านมาเฮียครองตัวเป็นโสดไม่เคยคิดคบใครจริงจังเลยนะ แต่ทว่าอีกใจกลับแย้งอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงคนนี้คุยกับเฮียได้เกือบหนึ่งเดือนเชียวนะ ถ้าเฮียคิดจะจริงจังกับเธอล่ะ จะมีเรื่องอย่างว่าก็คงไม่แปลก ภายใต้เปลือกตาสีไข่ที่ปิดสนิทแกล้งหลับ จะรู้หรือเปล่าว่าซ่อนหยาดน้ำตาอุ่นๆ เอาไว้ ทำไมถึงได้ปวดไปทั้งใจแบบนี้กันนะ “มุกดา..” เสียงเรียบนิ่งแผ่วเบาเอ่ยเรียกชื่อ มือสากลูบหัวอย่างนุ่มนวล บทจะเย็นชาก็ทำให้หน่วงใจแต่พออ่อนโยนทีไรฉันดันอ่อนไหวทุกทีเลย “เฮีย..” ฉันเล่นละครต่อ แกล้งตื่นทำเป็นสะลึมสะลือมองหน้าเขา ขยับใกล้เฮียอีกนิดก่อนจะคว้าแขนแกร่งกอดไว้ ซบใบหน้าสวยออดอ้อนพร้อมน้ำเสียงหวาน “เฮียขา~ มุกปวดท้อง” ไม่มีใครทนความน่ารักของฉันได้สักคน แต่ทำไมมันใช้ไม่ได้ผลกับเฮียคิเรย์บ้างนะ “ไปกินอะไรมาล่ะ” “มุกไม่ได้กินอะไร ประจำเดือนมามันเลยปวด” “แต่เดือนก่อนๆ ไม่เห็นเป็นงี้” “ก็นั่นน่ะสิ” ฉันยู่ปากอ้อนเขา ในขณะที่คุยกับเฮีย มือหนาแสนอบอุ่นยังคงลูบหัวราวปลอบประโลมให้ความปวดจางหายไป รู้สึกดีมากๆ เลย “ถ้าปวดเยอะก็ลุก จะพาไปหาหมอ” “มุกกินยาแล้ว นอนพักสักหน่อยอาการคงทุเลาลงบ้าง แต่คืนนี้เฮียนอนกับมุกได้ไหมคะ” ใช้สายตาที่คิดว่าน่าสงสาร แม้มัดใจเขาไม่ได้แต่งัดทุกมารยามัดตัวเขาไว้ให้นานที่สุด เฮียคิเรย์ทำเพียงมองกันนิ่งๆ นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นราบเรียบไม่รู้ว่าในหัวกำลังขบคิดอะไร เฮียวางมือบนหน้าท้องแบนราบของฉันและลูบมันเบาๆ เริ่มมั่นใจแล้วว่าคืนนี้คงได้นอนกอดเขาเป็นแน่ ทว่าดีใจได้ไม่ทันไร หัวใจกลับเต้นรัวแรงในตอนที่มือสากล้วงเข้าในกางเกงและสอดนิ้วผ่านช่องทางคับแคบที่แห้งเหือดไร้ของเหลวใดๆ ทั้งสิ้น “อ๊ะ..อื้อ” “นี่อะไร” เฮียชูนิ้วมือข้างที่พึ่งล้วงของฉันมาหมาดๆ เพราะมันไม่มีอะไรเลยนี่ยังไงล่ะ เฮียถึงส่งสายตาอำมหิตแบบนั้น “คือว่ามุก…” “โกหกฉันทำไมมุกดา” เสียงดุดันทำใจฉันหดเหลือจิ๋วเดียว และดูเหมือนว่าตัวจะหดตามไปด้วย ฉันย่นคอหลบในผ้าห่ม กลืนน้ำลายหลายอึกให้กับความโป๊ะแตกของตัวเอง ลืมเสียสนิทว่าเขาไม่ใช่คนที่ฉันจะโกหกกันได้ง่ายๆ แต่ใครจะไปคิด ว่าเฮียถึงขั้นล้วงหาความจริง…ล้วงเลยนะ “มุกแค่อยากให้เฮียสนใจมุกบ้าง” ตอบเสียงหงอย หน้าก็หงอยพอๆ กับเสียง “เรียกร้องความสนใจไม่เข้าเรื่อง สนุกมากรึไง เวลานี้เธอสมควรนอนมากกว่าโทรมาสร้างเรื่องโกหกฉันไม่ใช่เหรอ” เฮียยังดุกันไม่เลิก ทุกคำของเขาทำฉันคอตก “ถ้ามุกไม่ทำแบบนี้เฮียจะมาหามุกเหรอ ถ้าบอกตรงๆ ว่ามุกอยากนอนกับเฮีย เฮียจะยอมทิ้งผู้หญิงคนนั้นมาหามุกแบบนี้มั้ย” ฉันผุดลุกนั่งในทันมี มือที่จับมือของเขากลับถูกเจ้าตัวสลัดออก เฮียคิเรย์ลุกขึ้นยืน ร่างสูงปรายตาลงมอง แววตาแข็งกระด้างเย็นเยียบไม่ต่างอะไรจากมนุษย์น้ำแข็ง “เธอก็ไม่สมควรโกหกฉันอยู่ดี รู้รึเปล่าว่ายิ่งเธอทำแบบนี้ฉันยิ่งไม่อยากมาเจอเธออีก” “เฮีย..” เสียงสั่นเครือของฉันไม่ต่างอะไรจากคนโดนบอกข่าวร้ายเลยสักนิด “มุกต้องทำยังไงคะ เฮียถึงจะรักมุกสักที เวลาที่ผ่านมาทั้งหมดมันไม่ได้ทำให้เฮียใจอ่อนเลยเหรอ” “อย่าพูดเรื่องไร้สาระ” “มุกไม่ได้ไร้สาระ มุกพูดเรื่องจริงและก็จริงจังมาก เฮียตอบมุกมาสิว่าเฮียคิดกับมุกยังไง อย่าปล่อยให้ต้องคิดไปเองได้มั้ย” เขามองหน้าฉัน จ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมสวยที่สั่นระริก เขาเห็นถึงความอ่อนไหวในตัวฉันเสมอ ในขณะที่ฉันเดาความรู้สึกของเขาไม่ได้เลย “ฉันว่าเธอก็รู้คำตอบดีแก่ใจว่าฉันคิดกับเธอยังไง เพราะฉะนั้นเลิกหลอกตัวเอง” “เฮียแม่ง..” ฉันกัดปาก กลั้นเสียงสะอื้นที่เกือบหลุดออกไปเต็มที สีหน้ากล้ำกลืนฝืนความเจ็บปวด มันทรมานเหลือเกิน “อย่าเรียกร้องความรักจากฉันเพราะฉันไม่มีให้ สิ่งเดียวที่เธอจะได้คือร่างกายตอนที่เราอยู่บนนี้” เขาชี้ลงบนเตียง มันคือการตอกย้ำฉันให้ยอมรับความจริงสักที “ถ้ารับไม่ได้ก็แค่ออกจากชีวิตฉันไปซะ แล้วไม่ต้องหาวิธีกลับเข้ามาอีก แต่ถ้าจะอยู่ก็แค่จำกฏของเราให้ขึ้นใจ” กฎบ้ากฎบอ…คนตั้งกฎไม่รู้สึกอะไร แต่คนฝืนทำตามเพียงเพราะอยากเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ ในชีวิตเขาอย่างฉัน มันเจ็บทุกครั้งที่เขาย้ำเรื่องนี้ “เลิกทำตัวงี่เง่าเรียกร้องความสนใจอยากมีบทบาทในชีวิตฉันซะ เพราะถ้าเธอยังทำแบบนี้อีก เราก็คงได้ตัดขาดกันจริงๆ” นี่ขนาดเรียกผัวได้ไม่เต็มปากเต็มคำยังเจ็บจี๊ดทุกดอก เฮียทิ้งสายตาเย็นชามองฉันอีกชั่วอึดใจก่อนจะเดินกลับออกไปจากห้องในที่สุด คงเหลือแค่มวลอากาศของความอึดอัดจางๆ และความรู้สึกเจ็บระบมที่ก่อตัวในใจดวงน้อยของฉัน จากความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดีอยู่แล้ว ต่อไปมันคงได้ยุ่งเหยิงกว่าเดิมร้อยเท่าพันเท่าแน่ๆ แค่คิดก็ไม่อยากรับมือแล้วเธอรีบลากแขนเขาพร้อมถุงมะม่วงเบาออกมา ก่อนที่คนตัวโตจะได้จัดการเผารังมดแดงแล้วลุกลามวอดวายกันไปทั้งสวนมุกดาเตรียมน้ำปลาหวาน ทีเด็ดขาดไม่ได้คือพริกเกลือลาว นั่งล้อมวงบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะยมริมทุ่งที่พ่อมักเอาวัวควายมาล่ามให้กินหญ้าบริเวณนี้ บรรยากาศตอนเย็นกำลังดี เป็นการกินมะม่วงที่มีแต่เสียงซู้ดปากเพราะทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด มาเฟียหนุ่มและลูกน้องหน้าแดงไปตามๆ กัน สักครู่เดียวมีสายโทรเข้ามา มุกดารีบรับสาย คุยตอบอะไรกับทางโน้นไม่กี่คำก็กดวาง“ใครโทรมาเหรอ”“พี่จูนค่ะ มุกถ่ายรูปมะม่วงเบาส่งไปอวด พี่อยากกินด้วย มุกก็เลยชวนมา ถ้าไม่พอมุกจะไปปีนให้อีก..”“พอเลย..หยุดความคิดไว้แค่นั้น” คิเรย์รีบเบรก ไม่อยากให้เมียตกต้นไม้รอบสอง และไม่อยากต้องทะเลาะกับมดแดงถ้าเกิดมันเข้าในกางเกงกัดจิ๋มน้อยๆ ของเมียเขา “พวกมึงสองคนถ้าปีนต้นไม้ไม่เป็นก็ไปหาไม้มาสอย อย่าให้ต้องถึงมือเมียกูอีก” มะม่วงเบาคาอยู่ในปากของนายน์และว่าน กินเพลินจนลืมไปว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ทั้งสองคนยิ้มแหยก่อนรีบวิ่งออกจากสวนเพื่อจัดการหาไม้มาสอย“เฮียก็ชอบดุพวกเขา หูลู่หางตกหมดแล้ว”“ถ้ามันอยากทำงานกับเฮียนานๆ ก็ต้องดุกัน
กว่าความเร่าร้อนจะลดทอนน้อยลง มุกดาเกือบหลับคาลำเอ็น คิเรย์ต้องอุ้มพาเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวด้วยกัน ก่อนออกมาจากห้องน้ำก็ยังช่วยซับแข้ง ซับขา ใส่แพนตี้ ใส่กางเกงนอนให้พร้อมเสร็จสรรพ คืนนี้เขาไม่อยากรังแกเธอเยอะ เหนื่อยมาทั้งวันกับการประกวดก็ควรได้นอนพักผ่อนบ้าง เขากินเธอแค่รอบเดียวก็อิ่มเอมแล้ว เก็บไว้ครั้งต่อๆ ไปได้ ถึงอย่างไรไม่มีความคิดเปลี่ยนใจไปจากคนนี้แล้ว “เฮียขา” “ขา~” ขานรับคนตัวเล็กเสียงหวาน เขาอยากทำแบบนี้มานานแล้ว เมื่อก่อนติดคำว่าอาย แต่พอลองได้แสดงออกไป เขามีความสุข มุกดาก็มีความสุข ยิ้มเขินไม่หยุด “วันนี้ลอยกระทงมุกมีความสุขมาก” “…” “ปีแรกที่ได้ลอยกับเฮีย เหมือนฝันเลยอะ” คิเรย์ตั้งใจฟังทุกคำของอีกฝ่าย แม้เจ้าตัวนั้นจะสัปหงกแทบหลับเต็มทีก็ตาม “ปีหน้าเราไปต้องได้ลอยกระทงด้วยกันอีกนะคะ “แน่นอนครับ เฮียจะอยู่ลอยกับเธอทุกปี จะอยู่กับเธอทุกเทศกาลเลยนะ” มือหยาบลูบผมนิ่มจนคนตัวเล็กหลับตาพริ้ม เธอถามคำถามอีกประโยค เล่นเอาใจแกร่งสั่นไหว “เฮียรักมุกมั้ยคะ” ทั้งที่ตาจะหลับแล้วแต่ยังอยากได้ยินอะไรดีๆ ก่อนนอน จะได้นอนฝันหวาน คิเรย์มองมุกดาด้วยสายตาคล้ายมีฟ
เสียงหยาบโลนปนไปกับเสียงร้องครวญครางปานจะขาดใจไม่ใช่เกิดการฆาตกรรมกันแต่อย่างใด แค่ผัวเมียคู่หนึ่งที่กอดรัดฟัดเหวี่ยง พลอดรักเร่าร้อนบนเตียงชนิดที่ว่าหมอน ผ้าหม ผ้าปูที่นอนกระจุยกระจาย ร่างขาวโพลนอวดบั้นท้ายงามงอน ขณะช่องทางรักมีท่อนเนื้อขนาดใหญ่ผลุบโผล่เข้าออกเป็นจังหวะรุนแรง ควบขี่เธอเหมือนขี่ม้า ฟาดฝ่ามือสากใส่แก้มก้นนิ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเป็นรอยแดงเถือก คนถูกฟาดก็สะใจ ร่อนขย่มสะโพกสวนกลับเอาเป็นเอาตาย ร่องเนื้อบีบรัดแก่นกายยักษ์จนได้ยินเสียงซู้ดปากครั้งแล้วครั้งเล่า เพิ่มไฟร่านในตัวให้ลุกโชน“อ๊ะ! อ๊า..เสียวสุดๆ” ใบหน้าสวยหวานร้อนแรงตามอารมณ์กระสันซ่าน เชิดหน้าปลดปล่อยเสียงครางหวานขณะโดนกระแทกกระทั้นไม่มีพัก“ซี้ดดด ท่านี้โคตรดี เสียวชิบ” ลมร้อนพ่นหนักๆ ออกทางปากขณะสองมือรวบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าหาตัว ทำให้ความเป็นชายสอดใส่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เร่งโหมสะโพกหนักจนร่างเล็กสั่นคลอน เล็บสวยจิกแน่นบนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ “อื้อออ เฮียขา..มันจุก อ๊ะ..อ๊า ลึกเกินไปแล้ว” น้ำตาเล็ดน้ำตาไหลกับความเสียวมากมายที่เขามอบให้ไม่มีพัก เขากำลังจะส่งเธอไปสวรรค์โดยการฆ่ากันด้วยเซ็กส์รุนแรงใช่ไหม“อ
ตอบคำถามครบทุกคน เหล่ากรรมการปรึกษาหารือลงคะแนนอีกรอบ มุกดารู้สึกลุ้นจนฉี่จะแตกเมื่อการประกาศเข้ารอบสามคนสุดท้ายเริ่มขึ้น“หมายเลขเก้า น้องปูเป้” คนแรกยังไม่ใช่เธอ“หมายเลขสาม น้องแตงไทย”คนที่สองก็ยังไม่ใช่เหมือนกัน“และหมายเลขเจ็ด น้องมุกดาครับ”กรี๊ดดดด! หญิงสาวยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกและดีใจ ข้างล่างเวทีเกิดเสียงโห่ร้องปรือมือให้กันเรื่อยๆ สีหน้าของทุกคนที่มาเชียร์เธอล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความภูมิใจทั้งนั้น หวังว่าการตอบคำถามรอบต่อไปจะเป็นไปได้ด้วยดีนะ มุกดายกมือพนมสาธุในใจ คำถามต่อมาไม่ได้ยากจนเกินไป หากแต่ตัวเธอเองที่ตื้นเต้นเมื่อล่างเวทีเงียบกริบเพราะรอฟังคำตอบ หญิงสาวใจเต้นตึกตักแทบทะลุออกนอกโพรงอก ซึ่งคนเดียวที่จะทำให้เธอเรียกขวัญกำลังใจกลับมาได้ก็คือคิเรย์เธอสบตาเขา จ้องลึกในแววตาสีเข้มคู่นั้นที่แม้แต่จะอยู่ไกลกันก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยน มุกดาผ่อนคลายมากขึ้น ใจเต้นช้าลง เธอสูดลมหายใจลึกเข้าปอดและเริ่มตอบคำถามด้วยน้ำเสียงหวานจับใจ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี “ในลำดับต่อมาคือการประกาศผลผู้ชนะ นางนพมาศปีนี้ รายชื่อคนชนะอยู่ในมือผมแล้วนะครับพ่อแม่พี่น้อง” พิธีกรสะบัด
“เสร็จละ หาที่ทิ้งด่วน”“ตามกูมา มึงถือดีๆ ด้วย อย่าให้มาโดนกู”“เออน่า มึงรีบออกไปสักที” สองบอดี้การ์ดหนุ่มพากันออกมาจากหลังเวที เดินหาถังขยะไกลๆ จากจุดจัดงานเพื่อทิ้งตัวต้นเรื่องปกปิดหลักฐานก่อนพากันเดินกลับเข้างานเหมือนไม่มีอะไร ขณะนั้นมุกดาเริ่มแนะนำตัวพอดี เจ๊หยก พี่จูน น้ำอ้อยภูมิใจในความกุลสตรีไทยเสียงหวานหยดย้อยสมกับที่ฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างมาก แม้ตัวจริงจะปากจัดด่าเด็กแว้นแถวบ้านสาดเสียเทเสียเลยก็ตาม ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี มุกดาเดินสวย ยิ้มสวย พูดจาฉะฉานอ่อนหวานน่าฟัง เรียกรอยยิ้มจากกรรมการทั้งสี่คน พี่เลี้ยงใจชื้นกันเป็นกอง ในลำดับต่อไปจะเป็นการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษ มุกดาต้องเปลี่ยนชุด คนอื่นๆ ที่เตรียมการแสดงก็จัดเต็มจัดใหญ่ไม่แพ้กัน “กรี๊ดดด..แม่ นุ้ยคัน อ๊ายยย! คัน” (กรี๊ดดด..แม่ หนูคัน อ๊ายยย! คัน)ขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งวุ่นวายรีบทำทุกอย่างให้เสร็จก่อนถึงลำดับคิวของตัวเอง เสียงดังโดยหวนประหนึ่งผีขอส่วนบุญทำเอาทุกสายตาหันมองต้นเสียง มุมหนึ่งของห้องมีร่างหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเต้นเร่าไปมา สองมือเกาไปทั่วตัวซึ่งสวมใส่ชุดราตรีสีแดงสด เป็นชุดที่คงจะใส่ขึ้นแสดงโชว์
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง~เสียงเพลงที่ว่ายังคงเปิดดังต่อเนื่องกว่าหนึ่งชั่วโมง เครื่องเสียงกระหึ่มดังทั่วเทศบาลที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานลอยกระทงของทุกๆ ปี ลานออกกำลังกายเต้นแอโรบิคเปลี่ยนโฉมเป็นเวทีขนาดใหญ่ตั้งโดดเด่นไม่แพ้เวทีคอนเสิร์ต ด้านล่างเรียงรายไปด้วยเก้าอี้ซึ่งมีบรรดาผู้คนมาจับจองที่นั่งรอชมธิดานพมาศทั้งรุ่นจิ๋วและรุ่นสาว เสียงเพลงและเสียงคุยแซแซ่ดดังมาถึงหลังเวทีซึ่งเป็นที่เก็บตัวของเหล่านางนพมาศและพี่เลี้ยง ขณะนี้เป็นคิวการโชว์ความสามารถของหนูน้อยนพมาศ รอเวลาคัดตัวอีกรอบ ตอบคำถามและประกาศผลรับรางวัล ต่อไปก็จะถึงคราวนางนพมาศสาวสวยอย่างมุกดาหลังเวทีแออัดกันพอสมควร หากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จำต้องไสหัวออกไปก่อน เพราะมิฉะนั้นแล้วจะถือว่าเกะกะการทำงานของช่างมาก แต่มันใช้ไม่ได้สำหรับคิเรย์ การปรากฏตัวของชายหนุ่มท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาหลังเวที ดูเหมือนว่าตัวเขาเองได้กลายเป็นจุดรวมความสนใจไปโดยปริยายแม้แต่ลูกป้าจ้วงอย่างยัยข้าวเจ้ายังมองผู้ชายของมุกดาไม่วางตา ปากนี่อ้าจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้อยู่แล้ว “น้ำค่ะ”“ขอบคุณค่ะที่รัก” มุกดายิ้มหวาน เน้นช้าๆ
คิเรย์ยกมือไหว้ว่าที่แม่ยายที่คอยบริการตักข้าว รินน้ำดื่มให้เขา เริ่มใจชื้นขึ้นเป็นกองเมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของท่าน ต่อไปก็เหลือคนเป็นพ่อและลูกสาว ส่วนน้องชายรายนั้นคงคุยด้วยง่ายกว่าทุกคนอยู่แล้ว “กินได้ม่าย” (กินได้ไหม) แม่ถามเมื่อมองดูชายหนุ่มตักแกงรสชาติเข้มข้นราดข้าวอย่างไม่กลัวเผ็ด “กินได้คร
ลัมโบร์กินีหรูขับเข้ามาในหมู่บ้านซึ่งเป็นบ้านเกิดมุกดา ละแวกโดนรอบมีทั้งป่าเขาลำเนาไพร แหล่งชุมชน วัด โรงเรียน ร้านชำน้อยใหญ่มีให้เห็นประปราย บ้านของมุกดาต้องขับเข้าไปลึกอยู่ใกล้ภูเขาลูกใหญ่ที่สุดของตัวตำบล บรรยากาศดีจนคิเรย์ต้องลดกระจก ยิ่งทำให้เขาเป็นที่สนใจของเหล่าชาวบ้านยามรถหรูขับผ่านไป พรุ่
“พวกมึงดูนี่ดิ น้องมุกอัปรูปล่าสุด โคตรสวยเลยว่ะ”“ออร่าคนโสดก็งี้”“วาสนาใครน้อจะได้น้องไปเป็นแฟน แต่ที่แน่ๆ กูหมดหวังแล้วหนึ่ง”บทสนทนาของเพื่อนสามคนราวกับตั้งใจคุยกันให้คิเรย์ได้ยิน เวลาล่วงเข้าวันที่สามก็ยังไม่เห็นแววมันคิดได้ว่าต้องเอาไงต่อ เหมือนจะปล่อยผ่านได้แล้วแต่พอได้ยินคนอื่นเอ่ยชื่อม
เขามันบ้า! เป็นผู้ชายที่หน้ามึนและเอาแต่ใจตัวเองที่สุด สายแข็งกร้าวจ้องประสานแววตาสั่นระริกด้วยความกลัวในขณะค่อยๆ บิดข้อมือของเธอจนมีดหล่นจากมือเมื่อเห็นว่าเธอดีแต่ปาก ไม่กล้าแทงจริงๆ “เฮียไล่มุก บอกให้เราเลิกยุ่งกัน แต่ทำไมตอนนี้เฮียทำไม่ได้เหมือนที่พูดวะ กลับกลอกชิบหาย” คิเรย์ไม่มีคำตอบให้มุก




![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

