Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2026-01-22 02:14:41

“หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้!”

คราวนี้เขาชะงักก้าว หันขวับกลับมาตวาดใส่เสียงเข้ม ทว่าอรณิชาก็ยังไม่ฟังอยู่ดี จนชายหนุ่มทนไม่ไหวต้องรวบร่างบางแบกขึ้นใส่บ่า ก่อนจะฟาดมือหนาลงบนสะโพกกลมงอนของเธอเต็มแรงดังเพียะ!

“โอ๊ย! ไอ้คนบ้า!” หญิงสาวร้องโวยวายด้วยความเจ็บปนตกใจ ร่างบางยิ่งดิ้นขลุกขลักมากกว่าเดิม

“ยังไม่หยุดดิ้นอีกใช่ไหม”

ชายหนุ่มเลื่อนมือไปเกาะกุมบั้นท้ายกลมกลึง แล้วบีบขยี้คลึงเป็นจังหวะ ยังผลให้อรณิชาเบิกตาโพลงหวีดร้องหนักกว่าเดิม

“ไอ้บ้า! ไอ้ลามก! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ”

“ไม่ปล่อย”

ชลพฤกษ์สะใจที่สามารถแก้เผ็ดยัยทอมแสบจอมอวดดีได้

ด้านฐิตาภาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ใกล้ๆ เห็นท่าทางไม่ค่อยจะดี จึงรีบวิ่งเข้ามาห้ามปรามชายหนุ่ม

“คุณคะ ปล่อยเพื่อนฉันลงเถอะนะคะ”

เสียงหวานอ้อนวอนบุรุษผู้เป็นคู่กรณีของอรณิชาเพื่อให้เขาหยุดการคุกคามนั่นเสีย

ชลพฤกษ์ตวัดหางตาไปมองแววตาไหวระริกของฐิตาภาที่กำลังอยู่ในอาการตกใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวเหยียด

“ดูเพื่อนเธอสิ มันน่าไหมล่ะ!” เสียงทุ้มคำรามติดตะคอก ทำเอาฐิตาภาสะดุ้งโหยง

“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!” อรณิชายังคงโวยวายเสียงดังและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“ฉันขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ”

ฐิตาภายกมือขึ้นไหว้ เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบเอามากๆ

ชลพฤกษ์ยังนึกโมโหยัยทอมซ่าปากเปราะอยู่ไม่หาย แต่เขาก็ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มจึงวางร่างแสนพยศนั่นลงจากบ่าอย่างไม่นุ่มนวลนัก

“เอ้า...ลงไปซะ!”

ทันทีที่เท้าแตะพื้น อรณิชาก็ถลาตัวเข้าไปหาร่างสูงใหญ่ แล้วใช้เข่าแหลมเล็กกระแทกเข้าไปที่จุดยุทธศาสตร์สุดรักสุดหวงของชายหนุ่มเต็มแรงดังตุ๊บ!

“โอ๊ย!!!”

ชลพฤกษ์หน้าเขียว ดวงตาถลึงเหลือกจนแทบจะทะลุออกมาจากเบ้า ก่อนจะทรุดตัวลงไปนอนดิ้นพล่านอยู่ที่พื้นถนนราวกับต้นไม้ถูกโค่น

“ยัยบ้า...”

เสียงห้าวทุ้มเปล่งออกมาอย่างยากลำบาก มือหนาเลื่อนไปกอบกุมกล่องดวงใจเอาไว้ด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับจ้องมองหน้าอรณิชาเป็นเชิงคาดโทษ

“จำไว้นะ!” หญิงสาวชี้หน้า แววตาดุดัน “คราวหลังอย่าคิดจะทำอะไรสั่วๆ กับฉันอีก ไม่เช่นนั้น...ไอ้หนอนน้อยตัวจิ๋วของนายได้สูญพันธุ์แน่ เข้าใจเอาไว้ด้วย”

อรณิชายิ้มเหยียดและยักคิ้วยุกยิกขึ้นลงแบบยียวน ก่อนจะหันไปคว้าข้อมือของฐิตาภาแล้วเดินเชิดหน้าหนีจากร่างสูงใหญ่ที่ยังคงลุกไม่ขึ้นราวกับผู้ชนะ

“ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยหมาบ้า...”

ชลพฤกษ์สบถออกมาเสียงขรมด้วยความโกรธจัด ที่แน่นอยู่ในอกปานภูเขาไฟกำลังจะระเบิด แล้วจึงค่อยๆ ประคองตัวลุกขึ้นเดินโขยกเขยกไปที่รถสปอร์ตคันหรูอย่างทุลักทุเล

ร่างบอบบางของสองสาวเดินไปตามทางเดินแคบๆ ของสลัมอย่างคล่องแคล่ว เป็นเวลาร่วมยี่สิบปีแล้วที่อรณิชาและฐิตาภาใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเข้าออกไปยังบ้านหลังเล็กๆ ของพวกเธอ

“เจ็บมากไหมฝ้าย” ฐิตาภาหยุดถามเมื่อเดินมาถึงปากทางที่จะเข้าบ้านของตัวเอง

“ไม่มากหรอกภา แต่หมอนั่นสงสัยจะเจ็บหนัก”

อรณิชาพูดอย่างสะใจเมื่อนึกถึงภาพที่ชลพฤกษ์ทรุดตัวลงไปนอนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้นถนนเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา

“แล้วคืนนี้ฝ้ายจะไปทำงานไหวหรือเปล่า?”

“ไหวสิ แค่นี้สบายมาก” อรณิชายิ้มให้เพื่อนอย่างมั่นใจ แล้วแยกทางกับฐิตาภาในตอนนั้น

“ยายจ๋า...ฝ้ายกลับมาแล้ว”

ทันทีที่ย่างกรายเข้ามาถึงบ้านหลังกะทัดรัด เสียงใสๆ ก็ตะโกนเรียกหาผู้เป็นยายเจื้อยแจ้วอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

“กลับมาแล้วเหรอลูก...”

ยายแจ่มหญิงชราวัยเจ็ดสิบปีละมือจากการนวดแป้งที่จะใช้ทำขนม เมื่อได้ยินเสียงเรียกของหลานสาวคนเดียว

อรณิชาเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุเพียงเจ็ดขวบ เธออาศัยอยู่กับยายสองคนมาโดยตลอด ความเป็นอยู่ของทั้งคู่ในชุมชนแออัดแห่งนี้ค่อนข้างลำบากแร้นแค้น แต่อรณิชาก็ไม่เคยย่อท้อ เธอตั้งใจทำงานและส่งเสียตัวเอง จนตอนนี้หญิงสาวเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยในชั้นปีที่สองแล้ว

“วันนี้เป็นไงบ้างลูกขายขนมหมดไหม” ยายแจ่มถามเมื่ออรณิชาเข้ามากอดเอวอย่างประจบ

“ไม่หมดจ้ะยาย”

“แล้วขนมที่เหลือล่ะ อยู่ไหนลูก”

“โดนผู้ชายบ้าที่ไหนก็ไม่รู้ขับรถเหยียบเละหมดแล้ว...” อรณิชาตอบอย่างนึกโกรธๆ

“ตายแล้ว! เป็นอะไรมากหรือเปล่าลูก?” หญิงชรากระวีกระวาดสำรวจหลานสาวของตัวเองอย่างละเอียดยิบ

“ฝ้ายไม่เป็นอะไรจ้ะยาย”

ยกเว้นสะโพกที่เขียวช้ำไปหมด เพราะโดนคนบ้านั่นฟาดซะเต็มแรง หญิงสาวคิดต่อในใจอย่างหงุดหงิดปนฉุนเฉียว

“วันหลังต้องระวังไว้นะลูก ถ้าหนูเป็นอะไรไปยายจะอยู่ยังไง” ยายแจ่มลูบศีรษะเล็กๆ ของหลานสาวด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องห่วงฝ้ายนะจ๊ะยายจ๋า” อรณิชาคลี่ยิ้มละไม “หลานยายคนนี้ไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกจ้ะ”

“แล้วงานที่ทำตอนกลางคืนล่ะ ไม่ทำได้ไหม มันเสี่ยงนะลูก”

“โอ๋ๆ ยายจ๋า นี่อรณิชาที่เคยได้ยูโดสายดำมาแล้วนะจ๊ะ ยายอย่าห่วงเลย ถ้าใครหน้าไหนกล้ามาแหยม ฝ้ายจะเอาให้นอนหยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวันเลยล่ะคอยดู”

อรณิชาพูดเพื่อให้ผู้เป็นยายคลายความกังวล หญิงสาวก็ไม่ได้พูดเกินจริงสักนิดเพราะเธอเป็นสมาชิกชมรมยูโดที่มหาวิทยาลัย ฝีมือเรื่องการต่อสู้ของเธอดีเยี่ยมอยู่ในระดับสายดำทีเดียว กิตติศัพท์ความแก่นแก้วและเก่งกาจของอรณิชาเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งสลัม ทำให้ไม่มีผู้ชายคนไหนในย่านนี้กล้าตอแย มิหนำซ้ำยังมีเด็กผู้ชายหลายคนมาขอเป็นลูกศิษย์ เธอจึงดูเหมือนเป็นหัวหน้าแก๊งกรายๆ

“แต่ถึงยังไงฝ้ายก็เป็นผู้หญิง ควรต้องระวังตัวเอาไว้บ้างก็ดี”

สีหน้าของคนเป็นยายยังเต็มไปด้วยความกังวลเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของหลานสาว

“ถ้าฝ้ายไม่ไปทำงานที่นั่น ฝ้ายก็ไม่มีเงินค่าเทอมสิจ๊ะยาย”

อรณิชาให้เหตุผลเกี่ยวกับความจำเป็นของตัวเอง

“ยายขอโทษนะ ที่ส่งเสียฝ้ายไม่ได้เลย ถ้าพ่อแม่ของฝ้ายยังอยู่ หนูก็คงไม่ลำบากแบบนี้...”

น้ำตาของหญิงชราซึมออกจากขอบตาด้วยความเวทนาหลานสาว อรณิชาโอบที่เอวของผู้เป็นยาย พร้อมกับซบใบหน้าลงแนบบนอกที่ตอนนี้มีรอยเหี่ยวย่นตามวัย

“อย่าพูดอย่างนั้นสิจ๊ะยาย แค่ฝ้ายมียายคอยห่วงใย ฝ้ายก็ดีใจแล้ว ยายไม่ต้องห่วงฝ้ายหรอกนะจ๊ะ ฝ้ายสัญญาว่าถ้าเรียนจบแล้ว ฝ้ายจะเลิกทำงานแบบนั้นทันที”

อรณิชาให้คำมั่นกับยายแจ่ม หญิงชราทอดถอนหายใจออกมา ก่อนจะพยักหน้าให้หลานสาวเพื่อให้คลายความกังวลใจ

จากนั้นอรณิชาก็เดินเลี่ยงเข้าห้องอาบน้ำแต่งตัวใหม่ เพื่อเตรียมไปทำงานในช่วงหัวค่ำ เธอและฐิตาภาทำงานพิเศษในช่วงกลางคืนโดยทำหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ผับแห่งหนึ่ง หญิงสาวเลือกวันที่ไม่ตรงกับตารางเรียนในตอนเช้าของอีกวัน โดยเจ้าของผับก็เข้าใจและยอมให้เลือกวันทำงานได้ เพราะเห็นว่าเธอเป็นคนที่ขยันอดทนและไม่เคยเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน

วิถีชีวิตของอรณิชาเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เริ่มเรียนมัธยมปลายจนมาถึงระดับมหาวิทยาลัย เธอเองไม่ได้รู้เลยว่าอีกไม่นานการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอ...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • กรงสวาทสีเพลิง (แนวตบจูบ)   บทที่ 4

    “ขอโทษครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ”ผู้จัดการผับพูดด้วยน้ำเสียงประนีประนอมเพราะถึงอย่างไรก็ไม่อยากให้มีเรื่องเกิดขึ้นในผับที่เขาดูแลอยู่“ผู้จัดการคะ” อรณิชาชิงพูดขึ้นก่อน “หมอนี่มันลวนลามฝ้าย”“นี่เธอพูดจาให้มันดีๆ นะ!” ชายหนุ่มหันมาตวาดเสียงเข้ม“ก็หรือว่าไม่จริง นายกำลังลวนลามฉันอยู่”“แค่จับมือเนี่ยนะ?” ชลพฤกษ์แสยะยิ้มมุมปาก กึ่งขำกึ่งโมโหกับคำพูดของยัยทอมที่เหมือนใส่ร้ายเขา“ก็ใช่น่ะสิ!” คางเล็กๆ เชิดขึ้นอย่างถือดี“อย่างนี้ต่างหากที่เขาเรียกว่า...ลวนลาม!”สิ้นคำพูด ชายหนุ่มก็กระชากร่างบอบบางของคนอวดดีเข้าไปกอดไว้แน่น วงแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดกิ่ว พร้อมๆ กับที่มือใหญ่วางลงบนสะโพกผายกลมกลึงแล้วขยำเคล้นคลึงอย่างมันเขี้ยว“ว้าย! ไอ้คนบ้า!”อรณิชาแผดเสียงใส่ด้วยความโกรธจัด ร่างบางรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเท่าที่มี รีบผลักร่างหนาให้ออกห่าง ก่อนจะซัดกำปั้นน้อยๆ ลงบนใบหน้าหล่อคมเต็มแรงผัวะ!!!เสียงกำปั้นกระทบกับโหนกแก้มดังให้ได้ยินพอสมควร จนร่างสูงของเขาเซถลานิดๆ ใบหน้าหล่อเหลาสะบัดไปตามแรงเหวี่ยงของกำปั้น เลือดสีแดงฉานซึมออกมาตรงมุมปากและเมื่อชลพฤกษ์ได้ลิ้มรสเลือดของตนเอง ก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้า

  • กรงสวาทสีเพลิง (แนวตบจูบ)   บทที่ 3

    ณ คฤหาสน์มหธาดา“อะไรนะครับคุณแม่!” ‘ชลพฤกษ์’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปี โวยวายขึ้นทันทีหลังจากมารดาพูดบางอย่างจบ“ใจเย็นๆ สิชล แม่มีเหตุผลจริงๆ นะ แม่จำเป็นต้องรักษาสัญญาที่ผู้ใหญ่เคยให้กันไว้”เสียงของคุณหญิงดวงแขพยายามเกลี้ยกล่อมบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของตนเอง“แม่จะสนใจทำไมครับ คุณพ่อท่านเสียไปนานแล้ว”“แต่มันมีผลต่อเกียรติวงศ์ตระกูล ‘มหธาดา’ ของเรานะลูก ถ้าทางโน้นทวงสัญญาขึ้นมาแล้วป่าวประกาศว่าเราตระบัดสัตย์ล่ะ”ได้ยินแบบนั้น ใบหน้าคมสันก็กระด้างขึ้นฉับพลัน พร้อมกับแววตาแข็งกร้าวที่สาดลำแสงร้อนแรงออกมาอย่างเปิดเผย“เป็นตายยังไง ผมก็ไม่มีทางยอมหมั้นกับคนที่ผมยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาหรอกครับคุณแม่ มิหนำซ้ำหัวนอนปลายเท้าของเขาเราก็ยังไม่รู้อีก” ชลพฤกษ์เถียงด้วยน้ำเสียงดื้อดึงและรู้สึกหัวเสียเป็นอย่างมาก ทั้งที่เขาอุตส่าห์รีบบึ่งรถกลับมาคฤหาสน์หลังจากได้รับโทรศัพท์ของคุณหญิงดวงแขที่บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ที่แท้เรื่องสำคัญของผู้เป็นมารดานั้นก็คือ...เรื่องการหมั้นอันไร้สาระนี่เอง!“แต่แม่รู้ว่าคนที่ชลกำลังกล่าวหาว่าไม่มีหัวนอนปลายเท้านั้นคือใคร?”คำพูดดังกล่าวทำเอาชลพฤกษ์รีบขมวดคิ้วแน่น

  • กรงสวาทสีเพลิง (แนวตบจูบ)   บทที่ 2

    “หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้!”คราวนี้เขาชะงักก้าว หันขวับกลับมาตวาดใส่เสียงเข้ม ทว่าอรณิชาก็ยังไม่ฟังอยู่ดี จนชายหนุ่มทนไม่ไหวต้องรวบร่างบางแบกขึ้นใส่บ่า ก่อนจะฟาดมือหนาลงบนสะโพกกลมงอนของเธอเต็มแรงดังเพียะ!“โอ๊ย! ไอ้คนบ้า!” หญิงสาวร้องโวยวายด้วยความเจ็บปนตกใจ ร่างบางยิ่งดิ้นขลุกขลักมากกว่าเดิม“ยังไม่หยุดดิ้นอีกใช่ไหม”ชายหนุ่มเลื่อนมือไปเกาะกุมบั้นท้ายกลมกลึง แล้วบีบขยี้คลึงเป็นจังหวะ ยังผลให้อรณิชาเบิกตาโพลงหวีดร้องหนักกว่าเดิม“ไอ้บ้า! ไอ้ลามก! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ”“ไม่ปล่อย”ชลพฤกษ์สะใจที่สามารถแก้เผ็ดยัยทอมแสบจอมอวดดีได้ด้านฐิตาภาที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ใกล้ๆ เห็นท่าทางไม่ค่อยจะดี จึงรีบวิ่งเข้ามาห้ามปรามชายหนุ่ม“คุณคะ ปล่อยเพื่อนฉันลงเถอะนะคะ”เสียงหวานอ้อนวอนบุรุษผู้เป็นคู่กรณีของอรณิชาเพื่อให้เขาหยุดการคุกคามนั่นเสียชลพฤกษ์ตวัดหางตาไปมองแววตาไหวระริกของฐิตาภาที่กำลังอยู่ในอาการตกใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวเหยียด“ดูเพื่อนเธอสิ มันน่าไหมล่ะ!” เสียงทุ้มคำรามติดตะคอก ทำเอาฐิตาภาสะดุ้งโหยง“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!” อรณิชายังคงโวยวายเสียงดังและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด“ฉันขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ”

  • กรงสวาทสีเพลิง (แนวตบจูบ)   บทที่ 1

    รถสปอร์ตยี่ห้อดังซึ่งนำเข้าจากยุโรปคันหนึ่งกำลังแล่นไปตามท้องถนนปานพญาเหยี่ยวที่กำลังโฉบเฉี่ยวอยู่บนเวหาด้วยความเร็วค่อนข้างสูงตามสมรรถนะของเครื่องยนต์บุรุษที่กำลังบังคับพวงมาลัยและแตะคันเร่งอย่างคล่องแคล่วอยู่นั้นเป็นชายหนุ่มรูปร่างสง่างาม แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์ดังหรูหรา ใบหน้าหล่อคมคายราวกับนายแบบตามหน้านิตยสารดัง มีเพียงคนที่สนิทสนมเท่านั้น ที่รู้ว่าภายใต้ใบหน้านี้ เจ้าตัวกลับเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหร้าย และเอาแต่ใจเป็นที่สุดสายตาคู่คมจดจ้องมองไปเบื้องหน้าพร้อมกับแตะคันเร่งเมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจรกำลังจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง กระทั่งขับผ่านไปได้อย่างหวุดหวิด ขณะที่รถคันอื่นๆ ซึ่งตามหลังมาต่างก็เบรกกันเป็นแถว“ฟู่ววว์...เกือบไม่ทันแล้วเรา”ทว่าความสบายใจนั้นก็ต้องแปรเปลี่ยนเป็นสะดุ้งวาบในวินาทีต่อมา! ชายหนุ่มรีบใช้เท้าเหยียบเบรกเต็มแรง จนเสียงลากล้อรถดังเอี๊ยด พร้อมๆ กับที่หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าค่อนข้างมอมแมม ผงะล้มหงายลงไปกองอยู่กับพื้นถนนก้นจ้ำเบ้า“บ้าชะมัด!” ชลพฤกษ์เจ้าของรถสปอร์ตคันหรู สบถออกมาอย่างหงุดหงิดปนฉุนเฉียว ก่อนจะรีบเปิดประตูรถลงไปดูซึ่งในจังหวะเดี

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status