LOGIN“พ่อเควี่รักแม่น้ำผึ้งเหรอครับ ถึงอยากเป็นพ่อของพวกเรา” เด็กชายที่มีความคิดโตกว่าวัยถามชายหนุ่ม
“ครับ พ่อเควี่รักแม่น้ำผึ้ง รักน้องคิม น้องวาด้วย” ชายหนุ่มที่โอบกอดวลาลีอยู่ตอบคำถามเด็กชาย
“ถ้าเรียกพ่อเควี่ ก็ต้องเรียกคุณยายว่าคุณย่า แล้วเรียกคุณตาว่าคุณปู่ด้วยนะคะ” คุณกานดาที่ยืนฟังอยู่ห่าง ๆ ในตอนแรกเดินเข้ามาร่วมวงด้วยรอยยิ้มยินดี
“ค่ะ” วลาลีรับปากไม่ติดใจสงสัยอะไร
“แล้วพ่อวายุล่ะครับ”
“พ่อวายุก็ยังเป็นพ่อวายุเหมือนเดิมจ้ะลูก ส่วนพ่อเควี่คือพ่อคนที่สองของพวกหนู พ่อที่จะปกป้องดูแลหนูกับแม่น้ำผึ้งไงลูก”
“พ่อวายุจะไม่เสียใจใช่มั้ยครับคุณยาย”
“ไม่เสียใจหรอกลูก ถ้าพ่อวายุรู้เรื่องนี้ พ่อวายุจะดีใจมากด้วยซ้ำ ที่มีคนเข้ามาปกป้องดูแลลูกชายและลูกสาวสุดที่รักของเขา ดูแลแม่น้ำผึ้งให้เหนื่อยน้อยลง” คุณกานดาไม่ได้พูดแบบขอไปที แต่มั่นใจมาก ๆ ว่าต้องเป็นอย่างที่ท่านพูดออกไป
“ถ้าอย่างนั้นคิมจะเรียกลุงเควี่ว่าพ่อเควี่ครับ” เมื่อได้ยินว่าจะทำให้มารดาหายเหนื่อย เด็กชายก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
และนั่นก็คือบทสนทนาของเมื่อวาน ที่ทำให้เขากลายเป็นพ่อเควี่ในวันนี้..
“หนูน้ำผึ้งมานานแล้วเหรอลูก” คุณกานดาที่เดินลงมาจากชั้นบนเอ่ยปากถามเมื่อเห็นหญิงสาวนั่งอยู่ที่โซฟารับแขก
“แม่น้ำผึ้งมาถึงเมื่อกี้เองค่ะคุณย่า”
“คุณย่าเหรอคะน้องวา” ณัฐวราต้องอึ้งอีกรอบกับคำพูดของหลานสาวตัวน้อย วันนี้มันวันอะไรของเธอเนี่ย ทำไมเจอแต่เรื่องเหลือเชื่อ ครอบครัวนี้ทำอะไรกับหลาน ๆ สุดที่รักของฉันเนี่ย ใครก็ได้ช่วยตอบฉันที เธอตะโกนถามอยู่ในใจ
“ตกใจอะไรจ้ะหนูน้ำผึ้ง ก็ในเมื่อเด็ก ๆ เขายอมรับเควี่เป็นพ่อ ตากับยายก็ต้องเปลี่ยนเป็นปู่กับย่าจริงมั้ย หนูก็เหมือนกันนะน้ำผึ้ง หนูต้องหัดเรียกลุงกับป้าว่าพ่อกับแม่ได้แล้วนะจ้ะ ในเมื่อเปิดใจที่จะคบกันแล้วเราก็ต้องยอมรับได้แล้วนะ แม่พูดได้แค่นี้แหละ” คุณกานดาสรุปแบบมัดมือชก แล้วหันไปขยิบตาใส่ลูกชายที่อุ้มวลาลีอยู่บนตัก มีวาคิมนั่งพิงอยู่ข้าง ๆ ดูท่าเด็ก ๆ จะติดคุณพ่อคนใหม่มากจนไม่สนใจคุณแม่เลย
“ตอนนี้หนูกำลังช็อกมากค่ะคุณป้าคะ” นอกจากช็อกแล้วยังอายมากด้วย เพราะไม่คิดว่าเรื่องนี้จะรู้ถึงหูผู้ใหญ่แล้ว
“ไม่เห็นจะน่าช็อกตรงไหนเลยนี่จ๊ะหนูน้ำผึ้ง ก็แค่เปิดใจยอมรับเท่านั้น แค่เปิดใจก็พอแล้วจ้ะหนู”
“ขอให้หนูพร้อมกว่านี้ก่อนนะคะคุณป้า ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปนะคะ”
“แม่แก่แล้วนี่จ๊ะ เพื่อนคนอื่นเขามีหลานโต ๆ กันหมดแล้ว แต่แม่ยังไม่ได้ไปยืนที่จุดสตาร์ตเลย กว่าจะมีกับเขาบ้าง หลานเพื่อนคงได้บวชกันแล้ว”
“ใจเย็น ๆ นะคะคุณป้า หนูขอเวลาไปหัดท่องก่อนนะคะ ถ้าให้เรียกตอนนี้ไม่ไหวแน่ มันกระดากปาก มันอายค่ะคุณป้า” บ้านนี้เขาทำอะไรกันรุกรับฉับไวจริง ๆ คนหัวสมัยใหม่อย่างเธอยังชิดซ้าย
“ก็ได้จ้ะ แต่อย่าช้านักล่ะ” กานดายอมอ่อนข้อให้หญิงสาว คุยเล่นกันอีกสักพักจนสามีเดินลงมาจากชั้นบน จึงชวนกันไปกินข้าว
ทั้งหมดมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร ลงมือรับประทานอาหารค่ำด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง มีวาคิมและวลาลีคอยถามโน่นนี่ตลอดเวลา วลาลีติดเควินอย่างมาก จากที่เคยนั่งกับมารดา ตอนนี้กลับแปรพักตร์ไปนั่งกับคุณพ่อคนใหม่แทน
เธอพอใจต่อการกระทำของเขามาก แต่ก็อึดอัดมากเช่นกัน เพราะเขาก็เอาใจใส่เธอไม่ต่างกับเด็ก ๆ จนทำให้เธอกลายเป็นเป้าสายตาของผู้อาวุโสทั้งสองของบ้าน
ที่บริษัท
วันนี้ณัฐวราไม่ได้ออกไปหน้างาน เพราะเธอเป็นหัวหน้าแผนก จึงต้องเข้าร่วมประชุมเรื่องงานเลี้ยงเปิดตัวประธานคนใหม่ ร่วมกับผู้บริหารและหัวหน้าแผนกอื่น ๆ ในช่วงสาย เช้านี้เธอจึงนั่งตรวจแบบของทีมงานก่อนจะส่งอนุมัติ
ตุ๊ด ๆ ๆ
“ว่าไงสินี” เธอยกหูโทรศัพท์แล้วทักกลับไป เพราะเบอร์ภายในที่โชว์อยู่ตรงหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้รู้ว่าเป็นเบอร์จากโต๊ะทำงานของเพื่อน
(น้ำผึ้ง เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ คิดถึง อยากคุย ไม่ได้เจอหลายวัน)
“ได้สิ กินส้มตำกันนะ อยากกินปลาร้ามาหลายวันแล้ว จะกินคนเดียวก็ไม่อร่อย พูดแล้วน้ำลายไหลเลยสินี”
(โอเค เดี๋ยวชวนน้องเบียร์ไปด้วยอีกคน จะได้ครบเซ็ตสาวแซ่บ) สินีพูดถึงประชาสัมพันธ์สาวรุ่นน้องอัธยาศัยดี
“ได้เลย เที่ยงนี้เจอกัน บาย”
.........................
ก๊อก ๆ ๆ
ประตูหน้าห้องทำงานของณัฐวราถูกเคาะแล้วเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เธออนุญาต และคนที่เดินเข้ามาก็ทำให้เธอแปลกใจ
“เที่ยงนี้ไปทานข้าวกับผมนะน้ำผึ้ง”
“ไม่ทันแล้วค่ะ น้ำผึ้งนัดคนอื่นไว้แล้ว” เธอกล้าคุยและกล้าสบตากับเขามากขึ้น
“มีนัดกับใครครับ นอกใจผมเหรอ” เขาปั้นหน้ามุ่ยแกล้งทำหึงหวง
หญิงสาวส่งยิ้มให้แล้วพยักหน้ารับ มองตามจนชายหนุ่มนั่งลงจึงถอนสายตากลับมาหาเพื่อน ๆ เห็นทุกคนมองเธอเป็นจุดเดียวก็เลิกคิ้วเป็นคำถาม“ทำไมไม่ไปนั่งกับเขาล่ะน้ำผึ้ง คิดว่าไปนั่งกับสินีก็ได้” ทิวารียกเพื่อนอีกคนมาอ้าง เพราะอยากให้เธอไปนั่งกับเขาเพื่อเป็นการเปิดตัวกลาย ๆ“สินีมันเป็นเลขา แต่ฉันเป็นสถาปนิก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้านายอยู่แล้ว”“แต่แกเป็นแฟนเจ้านายเว้ย เหนือกว่าเลขาอีก” ดารณีช่วยทิวารีอีกแรง และคิดต่อในใจว่าอีกเดี๋ยวก็จะกลายเป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการด้วยหญิงสาวทำเป็นหูทวนลม หันไปให้ความสนใจกับบนเวทีแทน เพราะไม่รู้จะตอบเพื่อนว่าไงดี มันเหมือนคนที่มีชนักติดหลัง เพราะตอนนี้เธอเป็นมากกว่าแฟนเขาเสียอีก..........................ลิปยิ้มด้วยความยินดีเมื่อมองหาเควินเจอแล้ว เธอกำลังจะเดินไปหาเขาที่กำลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้าเวที แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยุดยืนอยู่กับที่ เพราะเธออยากเซอร์ไพรส์เขา ไว้รอเขาลงจากเวทีแล้วเข้าไปหาดีกว่า คิดได้ดังนั้นจึงหันไปสนใจกับ
เควินและทุกคนในครอบครัวนั่งรอณัฐวราอยู่ที่โถงรับแขก เพราะมีเธอคนเดียวที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ แต่ก็ไม่มีใครหงุดหงิดอารมณ์เสีย ต่างก็นั่งคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข คนที่มีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นเด็กหญิงวลาลีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่มีพลังงานเหลือเฟือ เดินเพ่นพ่านไปทั่วห้องรับแขก ชวนคุยไปทั่ว“แม่น้ำผึ้งสวยจังเลยค่ะ” เสียงทักของเด็กหญิงทำให้ทุกคนหันไปมองทางบันไดในทันทีทุกคนมองเธอและต่างก็ร้องว้าวด้วยความถูกใจ โดยเฉพาะเควิน เขามองเธออย่างชื่นชม วันนี้เธออยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าผ่าข้างสูงถึงสะโพก คอถ่วงเผยให้เห็นทรวงอกรำไรยามก้าวเดิน โชว์แผ่นหลังเนียนถึงช่วงเอว อวดส่วนเว้าส่วนโค้งให้น่าหลงใหล แต่งหน้าและเกล้าผมต่ำ ดูสวยเป็นธรรมชาติเข้ากันกับชุดที่ใส่เหลือเกิน“คุณสวยจังเลยฮันนี่” เขารีบเดินไปรับเธอแล้วชมเสียงดัง ทำให้ทุกคนที่นั่นอมยิ้มกันถ้วนหน้า“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับอย่างเขินอาย“เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้วลูก เราน่าจะถึงงานก่อนเวลาสักชั่วโมง” แล้วเดินนำออกไปก่อน“วรรณ ไ
“แต่ถ้าแด๊ดรู้ว่าลูกไปสร้างปัญหาให้กับเควิน เราได้เห็นดีกันแน่” เขาพูดจริงและทำจริง เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีร่วมกับแม็คแคนเลย์มาเป็นสิบปี ต้องมาพังเพราะลูกสาวตัวเอง ถึงแม้ลึก ๆ ในใจอยากจะได้เควินมาเป็นลูกเขย แต่ในเมื่อฝ่ายชายเคยบอกกับเขาว่าไม่ได้คิดกับลิปถึงขั้นคนรัก เขาก็ไม่คิดจะยัดเยียด เพราะมันไม่ใช่นิสัยของเขา“หนูสัญญาค่ะแด๊ด” สัญญาไว้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเธอคิด“แล้วจะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เย็นค่ะแด๊ด” เพราะวันเสาร์เธอจะไปเซอร์ไพรส์เขาที่งานรับตำแหน่งของเขา เดวิดบอกว่าได้จดหมายเชิญจากแม็คแคนเลย์ และเธอจะไปงานนี้กับเดวิดด้วย“นี่ลูกวางแผนไว้ก่อนมาขอแด๊ดแล้วใช่มั้ย”“หนูขอโทษค่ะแด๊ด แด๊ดอย่าโกรธหนูเลยนะคะ” เมื่อทุกอย่างสมหวังได้ดั่งใจแล้ว อารมณ์ของเธอก็ดีจนพูดจาออดอ้อนบิดาได้ระรื่นหู ............................ 
“น้ำผึ้งกลับคนเดียวก็ได้ คุณนอนที่บ้านนี่แหละค่ะ” เธอบอกกับเขาเมื่อถึงเวลากลับบ้าน “ขอกุญแจรถหนึ่งคัน ถ้าเป็นคันเดิมก็จะดีมาก” เธอหมายถึงรถตัวเอง“คุณนอนที่ไหนผมก็จะนอนที่นั่น” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไป “คุณเป็นของผมแล้วนะ อย่าทำตัวเหมือนคนโสดสิครับ”“คุณเควินอย่าพูดให้น้ำผึ้งอายแบบนี้สิคะ” เธออายจนร้อนวาบ ๆ ทั่วใบหน้าเขาหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูในความขี้อายของเธอ “เลิกเรียกผมว่าคุณเควินได้แล้วฮันนี่”“แล้วจะให้เรียกอะไรคะ.. บอสงั้นเหรอ”“เควี่ เรียกเควี่ก็พอ ถ้าไม่เรียกจะคิดค่าปรับเป็น..” แล้วก้มลงกระซิบที่หูเธอเบา ๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อถูกเธอฟาดใส่ต้นแขน ถูกเธอถลึงตาใส่แล้วทำปากขมุบขมิบต่อว่าเขาว่าหน้าไม่อาย “กลับบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงที่นอนแล้ว” แล้วจูงมือเธอออกจากบ้านไปด้วยกัน ..............................&
คำพูดใสซื่อของหลานสาวตัวน้อย ทำเอาน้ำตาของคนเป็นอาถึงกับคลอเบ้า เมื่อก่อนนี้เวลาที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพ่อ เด็ก ๆ ในห้องต้องผลัดกันพาพ่อไปตามคำเชิญของครูประจำชั้น เธอต้องเอาเรื่องพ่อป่วยมาบอกหลานทุกครั้ง ซึ่งหลานสาวก็เข้าใจและไม่เคยงอแง จนเธอมารู้ความจริงวันนี้เองว่าที่ผ่านมาหลานรู้สึกยังไง เธอรีบเอามือป้ายน้ำในตาทิ้งอย่างเร็ว ก่อนที่มันจะไหลออกมา“ไว้โรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้วแม่ย้ายมาอยู่กับพ่อเควี่ดีมั้ยคะ” เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว คนที่สำคัญกับเธอที่สุดคือลูกทั้งสองคนนี้ต่างหาก คนอื่นจะนินทาว่าร้ายอะไรก็ช่างพวกเขาแล้วเควินเอื้อมมือข้างที่ว่างจากอุ้มวาคิมไปกอดคนรักที่อุ้มวลาลี “ยินดีต้อนรับ จำไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอฮันนี่” กระซิบที่ข้างหูเธอแล้วแตะปากลงที่ขมับของเธอแผ่วเบา แต่สร้างความรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจของหญิงสาว............................ภาพของพ่อแม่ลูกกำมะลอกำลังกอดกันอยู่นั้น สร้างความประทับใจให้กับประมุขทั้งสองของบ้านแม็คแคนเลย์มาก พวกท่านที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายหยุดยืน ปล่อยให้ทั้งสี่ได้สัมผัสถึงความอบอุ่นใจซึ่งกันและกัน ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว
เขาทิ้งตัวแนบหน้าลงกับแผ่นหลังเปล่าเปลือยของเธอ พลิกตัวลงไปนอนตะแคงข้างแล้วโอบกอดเธอไว้ หอมที่ต้นคอระหงแล้วพรมจูบที่ลาดไหล่นวลเนียน“น้ำผึ้งจะนอนจริง ๆ แล้วนะคะคุณเควิน”“นอนได้แล้วครับฮันนี่ รับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่กวนอีกทั้งคืน” เขาผงกหัวขึ้นไปจุมพิตที่แก้มนวลแล้วทิ้งตัวลงนอนตามเดิม “ฝันดีค่ะ” เธอบอกเขาแล้วหลับไปแทบจะทันทีด้วยความอ่อนเพลียณัฐวราหลับยาวจนถึงเช้า สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ เธอขยับศีรษะออกจากอกอุ่นที่ซุกซบตลอดคืน รีบเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพราะกลัวจะทำให้เขาตื่น แล้วแอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับสนิท ก่อนจะขยับไปจุมพิตที่ริมฝีปากหนาเบา ๆ เป็นการทักทาย แล้วค่อย ๆ ลุกจากที่นอน“จะรีบลุกไปไหนครับ” เขาคว้าร่างบางเอาไว้ “จุ๊บเมื่อกี้เบาไปนิด ผมยังไม่รู้สึกเลย” แล้วทำปากยื่นรอให้เธอสัมผัส หญิงสาวค้อนใส่ก่อนจะทำตามที่เขาเรียกร้อง ก้มลงไปจูบปากเขาหนัก ๆ และรีบลงจากเตียง“นอนต่ออีกหน่อยก็ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำผึ้งจะเรียกเอง”“ผมขออาบพร้อมคุณได้มั้ย”“ไม่ได้ค่ะ!” เธอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วรีบสะบัดหน้าเดินเข้าห้องน้ำไปทันทีหญิงสาวออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกให้เขาเข







