Share

บทที่ 6 กลับจวน/2

Author: LycDin
last update Last Updated: 2026-02-09 08:00:56

เมื่อกลับมาถึงจวนหลัวไป๋เย่ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน ส่วนจางเข่อซินก็หายเงียบไปตักแต่กลับมาถึงเมืองหลวง เช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับนาง เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่คอยรังแกนาง ให้นางพักผ่อนเสียหน่อยก็ดี

“คุณหนูไม่ออกไปเดินเล่นหน่อยหรือเจ้าคะ” นี่ก็มาถึงเมืองหลวงหลายวันแล้วเจ้านายของนางก็ไม่ยอมออกไปไหนเสียที เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในเรือน นางอยากให้เจ้านายของนางออกไปเดินเล่นซื้อของเสียหน่อย เพราะวันนั้นเองแต่ซื้อของให้คุณชาย แต่มิได้หาซื้อของตนเองแม้แต่น้อย

“ไม่ล่ะข้าอยากพักผ่อน” นางเหนื่อยเกินจะออกไปเดินเล่นด้านนอก ตอนนี้นางต้องคิดหาทางเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน นางอยากออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีการใดได้บ้าง

“แต่ว่าตอนนี้คุณหนูไม่มีเครื่องประดับเลยนะเจ้าคะ หรือแม้แต่ชุดงาม ๆ สักชุดก็ยังไม่มี” หลิงหลิงเอ่ยเสียงเศร้า ตอนนี้เจ้านายของนางก็พอมีเงินใช้สอยแล้ว นางอยากให้มีชุดสวย ๆ สวมใส่

“เฮ้อ เช่นนั้นอีกเดี๋ยวพวกเราก็ออกไปด้านนอกกันเถิด เจ้าก็ไปแจ้งฮูหยินใหญ่หน่อยแล้วกัน” ที่ทำเช่นนี้เพราะนางไม่อยากมีปัญหาภายหลัง อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นดูแลเรือน แม้แต่ก่อนเจ้าของร่างนี้จะไม่ค่อยสนใจ ทว่าตอนนี้นางต้องแสดงเป็นคนดีเสียหน่อย เรียกความเอ็นดูจากบิดาเสียหน่อย เผื่อว่าจะได้ทำอะไรง่ายขึ้น

“เจ้าค่ะ” คนที่อยากให้เจ้านายออกไปเดินเล่นเดินยิ้มร่าออกไป ไม่นานนางก็กลับมาหาเจ้านายด้วยใบหน้าที่เบิกบานกว่าเดิม เพราะได้เงินมาหลายตำลึงเชียว

“คุณหนูตอนที่ไปหาฮูหยินใหญ่ นายท่านก็อยู่จึงได้ให้เงินคุณหนูมาด้วยเจ้าค่ะ” นางจะให้คุณหนูของนางใช้เงินนี้ให้หมด เครื่องประดับต้องเป็นของที่ดีที่สุด

“ดี เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถิด” สองนายบ่าวออกไปเดินเล่นที่ตลาด พร้อมกับซื้อของมากมายกลับมา เครื่องประดับและผ้าล้วนซื้อมามากมาย ใช้ไปสองปีก็ไม่รู้ว่าจะหมดหรือไม่

“คุณหนูเครื่องประดับพวกนี้งามยิ่งนักเจ้าค่ะ” หลิงหลิงเอ่ยพร้อมกับเก็บเครื่องประดับเข้ากล่อง ครั้งนี้คุณหนูของนางใช้เงินไปไม่น้อย ผ้าก็เป็นผ้าชั้นดี เงินที่เสียไปไม่รู้ว่ากี่ร้อยตำลึง

“ไม่งามได้อย่างไรเสียเงินไปหลายร้อยเชียว” ของพวกนี้ล้วนแต่เป็นของดีชั้นหนึ่งของร้าน แต่ละชิ้นไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยตำลึง ส่วนผ้านั้นก็ราคามิใช่ถูก ๆ แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้นางมีเงินเหลือใช้เหลือเก็บ ใช้อีกสิบปีก็ไม่รู้จะหมดหรือไม่

“คุณหนูใหญ่ คุณหนูรองมาขอพบเจ้าค่ะ” สาวใช้หน้าเรือนเข้ามารายงาน หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็ทำสีหน้าเบื่อหน่ายทันที ที่มาหานางถึงเรือนเช่นนี้ก็คงอยากมาหาเรื่องนางอีกกระมัง

“ให้นางเข้ามาเถิด” นางบอกพลางลุกขึ้นไปตรวจดูเครื่องประดับที่ได้มาใหม่ ของราคาแพงเพียงนี้หลัวซูอิงไม่มีทางซื้อได้ อยากมากนางก็ได้เงินสองสามร้อยตำลึง หากนำมาซื้อของราคาแพงพวกนี้ คนที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเช่นน้องสาวของนางไม่มีทางตัดใจใช้เงินของตนเองแน่

“คารวะพี่หญิง” หลัวซูอิงยังคงปั้นหน้าเข้าหาผู้เป็นพี่สาว ทั้งที่ในใจอยากจะด่าเต็มทน หากไม่เพราะมารดาบอกเอาไว้ว่าอย่าก่อเรื่อง นางคงตบสั่งสอนสตรีผู้นี้ไปแล้ว

ทว่ายามที่กำลังจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้สายตากลับเหลือบไปเห็นเครื่องประดับที่พี่สาวกำลังถืออยู่ นางเคยเห็นยามที่ไปเลือกซื้อเครื่องประดับ เครื่องประดับผมชุดนี้ราคาหลายร้อยตำลึง ไม่มีทางที่พี่สาวผู้นี้ของนางจะซื้อได้

“เจ้าไปเอาเครื่องประดับผมชุดนี้มาได้อย่างไร” ท่าทางเป็นมิตรนั้นเปลี่ยนไปในทันที

“ทำไม เจ้าคิดว่าข้าไม่มีปัญญาซื้อของพวกนี้หรือ” หลัวไป๋เย่ยกยิ้ม เป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้จริง ๆ ด้วย หลัวซูอิงไม่มีทางเห็นนางได้ดีกว่า

“เจ้าต้องไปทำเรื่องไม่ดีมาแน่ ๆ บอกมานะว่าเจ้าไปทำเรื่องไม่ดีอันใดมาจึงได้ของชิ้นนี้มา” ไม่เชื่อ นางไม่เชื่อว่าหลัวไป๋เย่จะมีเงินมากมายมาซื้อของแพง ๆ เช่นนี้ ขนาดตอนนี้มารดาของนางคุมเรือนหลังยังไม่ให้เงินใช้มากมายขนาดนี้

“ทำไม เงินเพียงเท่านี้คิดว่าข้าไม่มีปัญญาซื้อหรือ เจ้าอย่าลืมนะว่ามารดาของข้าเป็นผู้ใด บุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลฟาง เจ้าคิดว่าพวกเขาจะให้ข้าใช้ชีวิตอย่างยากลำบากจริงหรือ เพียงแค่ข้าเอ่ยปาก พวกเขาก็พร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ไม่เหมือนมารดาของเจ้า ที่ไม่มีตระกูลเดิมหนุนหลัง ต้องพึ่งพาตระกูลหลัวเพียงฝ่ายเดียว” นางวางเครื่องประดับลงพลางปรายตามองน้องสาวด้วยสายตาที่เหนือกว่า มารดาของอีกฝ่ายก็แค่หญิงสาวขุนนางต่างเมือง จะมาสู้บุตรสาวอดีตมหาเสนาบดีเช่นมารดาของนางได้อย่างไร

“เจ้า!!” หลัวซูอิงยกมือขึ้นชี้หน้าพี่สาวอย่างโมโห กล้าดีอย่างไรมาเอ่ยเช่นนี้กลับนาง ทว่าอีกฝ่ายไม่สนใจกลับเอ่ยขึ้นมาเพื่อเป็นการตัดบท

“เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ” หลัวไป๋เย่ถามด้วยท่าเฉยชา ไม่ได้ร่วมแสดงละครไปกับน้องสาว อีกฝ่ายจะคิดเช่นไรก็แล้วแต่ แต่นางไม่มีทางร่วมแสดงละครพี่น้องรักใคร่กับนางเป็นอันขาด

“เรื่องคุณชายป๋อเหวินจ้ง” ตอนนี้หลัวไป๋เย่ก็ถึงเวลาออกเรือนแล้ว ไม่นานคนสกุลป๋อก็คงจะมาคุยเรื่องนี้ และนางจะยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ นางก็เป็นบุตรสาวของท่านพ่อเหมือนกัน เช่นนั้นนางก็มีสิทธิ์แต่งงานกับเขาเหมือนกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลวิธีเอาตัวรอดของสตรีหลงยุค   บทที่ 8 แต่งงาน/2

    สองหนุ่มสาวยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดก็ถูกจับแยก ตอนนี้ป๋อเหวินจ้งยังจับต้นชมปลายไม่ถูกเลยว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น“ชุ่นเหอ!!” เมื่อตั้งสติได้ก็ร้องเรียกคนสนิทด้วยความหัวเสีย สรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ มีเพียงคนสนิทของเขาเท่านั้นที่จะให้คำตอบเรื่องนี้กับเขาได้“คนของข้าไปที่ใด!!” เมื่อสองแม่ลูกออกไปแล้ว ป๋อเหวินจ้งก็เริ่มโวยวายทันที แต่ก็ไม่เห็นคนของตนเองออกมาสักที มีเพียงเสี่ยวเอ้อที่ออกมารับหน้าแทนเท่านั้น“ไม่รู้ว่าไปที่ใดขอรับ”“ชุ่นเหอ เจ้ากล้ามากที่ทิ้งข้าไปเช่นนี้” เขาพูดด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าเจ้าคนไร้ประโยชน์ผู้นั้นหายไปไหน“ข้าคงต้องขอตัวก่อน” เมื่อเสียงในห้องนั้นสงบลงหลัวไป๋เย่ก็ขอตัวกลับจวน หากไม่มีคนเห็นนางอยู่ที่จวนจะเป็นเรื่องเอาได้“ใช้งานเสร็จก็ทิ้งข้าเลยหรือ” เรื่องทุกอย่างเป็

  • กลวิธีเอาตัวรอดของสตรีหลงยุค   บทที่ 8 แต่งงาน/1

    บทที่ 8แต่งงานป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเป็นนางโลมที่ตนเองเรียกมาหลัวไป๋เย่ที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา นางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ปล่อยให้เขาทำตามใจตนเอง และคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับผิดชอบตนเองระหว่างที่ทั้งหลัวซูอิงและป๋อเหวินจ้งเสพสุขร่วมกันอยู่นั้น สองหนุ่มสาวในห้องก็โต้เถียงกันไม่หยุดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน“ท่านจะมานั่งฟังผู้อื่นร่วมเตียงกันเช่นนี้หรือ” หลัวไป๋เย่พูดเสียงดุ ทว่าใบหน้านั้นกลับแดงระเรื่อไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยสักนิด“ทำไม อายหรือ?” เขามองใบหน้าที่แดงระเรื่อด

  • กลวิธีเอาตัวรอดของสตรีหลงยุค   บทที่ 7 ขัดขวาง/3

    เมื่อมาถึงโถงรับรองหญิงสาวก็ทำความเคารพผู้อาวุโสแล้วเดินนั่งลงยังที่ของตนเอง มองดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ตระกูลป๋อมาหารือเรื่องแต่งงาน และก็เป็นไปตามคาดคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยก็คือนางหลัวซูอิงที่รู้เช่นนั้นก็โมโหมาก เพราะคิดว่าอย่างไรคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยคือตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับไม่ชายตาแลนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจส่วนหลัวไป๋เย่ก็กลับมาที่เรือนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาจูงจมูกแน่นอน งานแต่งนี้นางไม่มีวันยอม“หลิงหลิง ไปเรียกไป่ซูมา แล้วเจ้าก็ออกไปก่อน” ทางออกในตอนนี้ก็มีเพียงทางเดียวคือให้จางเข่อซินช่วย เดิมที่นางอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นางมีตัวช่วยที่ดีกว่าตระกูลฟางแล้ว เรื่องร้าย ๆ คนเช่นเขาคงทำมาไม่น้อย“เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ให้มาหาข้าที่เรือน ตระกูลป๋อต้องการแต่งงานกับข้าโดยเร็วที่สุด” ไป่ซูผู้นี้จางเข่อซินส่งมาอ

  • กลวิธีเอาตัวรอดของสตรีหลงยุค   บทที่ 7 ขัดขวาง/2

    “สบายใจจริงนะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่นอนแช่น้ำอยู่ถึงกลับสะดุ้ง“นายท่านมาหาเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำก็เอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวนไปให้คนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ ทว่าคนที่บุรุษเข้ามากลับยืนนิ่งไม่หวั่นไหวไปกับท่าทางที่แสนยั่วยวนของนาง“เหตุใดนายท่านถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งอยู่ก็พอจะเดาออกแล้วว่าต้องเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น หากให้เดาก็คงเป็นเรื่องที่นางออกไปเดินเล่นกับป๋อเหวินจ้งเขายังคงไม่ตอบและยื่นมองนางด้วยสายตานิ่ง ๆ จนคนตัวเล็กต้องลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปดึงคนตัวโตให้เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ โดยไม่ได้เขินอายเลยว่าตอนนี้ตนเองได้โป๊เปลือยอยู่“มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เย่เอ๋อร์ไม่ได้นัดพบกับบุรุษผู้นั้นนะเจ้าคะ” นางนั่งลงไปแช่น้ำเหมือนเดิม แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากมือของเขายังคงจับ

  • กลวิธีเอาตัวรอดของสตรีหลงยุค   บทที่ 7 ขัดขวาง/1

    บทที่ 7ขัดขวางหลัวไป๋เย่รู้สึกเบื่อหน่อยที่ต้องอยู่แต่ในจวนจึงได้ชวนสาวใช้ออกไปเดินเล่น อยู่ที่จวนวัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอันใด เลยคิดว่าจะออกไปใช้เงินแก้เบื่อเสียหน่อย“คุณหนูวันนี้อยากได้อันใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ” พวกนางก็เดินมานานแล้วแต่ไม่เห็นว่าเจ้านายของนางจะสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ“ไม่มี หากถูกใจสิ่งใดค่อยซื้อ” นางยังคงเดินเลือกดูของเผื่อว่าจะเจอของที่ถูกใจ ทว่าในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเข้ามาทักทาย“คุณหนูใหญ่หลัว”“คุณชายใหญ่ป๋อ” หลัวไป๋เย่หันไปทางคนที่เขามาทักทาย เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดนางก็ทำได้เพียงยิ้มรับ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างนางและเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอันใดกัน“มาเดินเล่นหรือ” ใบหน้าของเขายังคงประดับรอยยิ้ม วันนี้โชคดียิ่ง

  • กลวิธีเอาตัวรอดของสตรีหลงยุค   บทที่ 6 กลับจวน/3

    “เช่นนั้นเจ้าก็ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ทั้งสองตระกูลได้ทำสัญญาหมั้นหมายกันเอาไว้ แต่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นผู้ใด เพราะเมื่อก่อนตระกูลหลัวมีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ส่วนฝั่งนั้นก็วางตัวไว้เป็นคุณชายใหญ่ป๋อเหวินจ้ง“ข้าต้องการแต่งงานกับพี่เหวินจ้ง พวกเราสองคนต่างก็มีใจให้กัน เจ้าแต่งเข้าไปก็มีแต่เสียใจเปล่า ๆ เพราะเขาไม่มีทางรักเจ้า” หลัวซูอิงเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ ที่ผ่านมาเขาใส่ใจเพียงนาง ไม่ได้สนใจพี่สาวตัวดีของนางเลยสักนิด“หากเจ้ามีปัญญาก็มาแย่งไปสิ” หากน้องสาวของนางทำได้ก็ดีไปนางจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ แต่หากให้นางเดาคนตระกูลป๋อไม่มีทางยอมรับหลัวซูอิงเด็ดขาด ที่ยอมตกลงเรื่องแต่งงานส่วนหนึ่งก็เพราะตระกูลเดิมของมารดานาง แต่ตระกูลป๋อคำนวณผิดไปหน่อย เพราะหลังจากมารดาของนางจากไปไม่กี่ปีก็พาภรรยาและบุตรสาวอีกคนเข้ามาในจวน“เจ้าไม่ต้องห่วงอย่างไรพี่เหวินจ้งต้องเลือกข้าแน่” หญิงสาวได้แ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status