เข้าสู่ระบบวันนี้ฟองจันทร์อยู่ว่าง ๆ จึงขับมอร์เตอร์ไซค์คันเก่าของพ่อไปสำรวจลู่ทางทำมาหากินในหมู่บ้าน จะเอาเสื้อผ้ามาขายเธอก็ยังไม่รู้สไตส์การแต่งตัวของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ในละแวกนี้ จะเป็นแม่ทีมขายครีมเธอก็พูดไม่เก่ง จะเป็นแม่ค้าตลาดนัดก็ยังไม่รู้จะขายอะไร จะเป็นยูทูปเปอร์ ก็ยังคิดคอนเทนต์ไม่ออก ไอ้จะให้อยู่เฉย ๆ รอขอตังค์แม่ก็คงจะไม่ไหว ต้องหาอะไรทำไม่งั้นง่อยรับประทานแน่ เธอขี่รถวนรอบหมู่บ้านหลายรอบ พลางคิดว่าหมู่บ้านของเรานี่ก็ใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย ระหว่างนั้นก็เกิดอาการคอแห้งขึ้นมา จึงมองหาร้านขายน้ำ ก็เจอร้านขายน้ำปั่นกับร้านขายน้ำแข็งใสตั้งอยู่เคียงกันในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เธอจึงแวะเข้าไปและสั่งน้ำ
"สวัสดีค่ะ น้ำมะพร้าวปั่นแก้วนึงค่ะ" พร้อมกับยิ้มทักทายแม่ค้าไปด้วย แม่ค้าเป็นสาววัยรุ่นอายุน่าจะไม่เกินยี่สิบหน้าตาสะสวย "ได้จ้า รอสักครู่นะจ๊ะ" ฟองจันทร์จึงนั่งลงที่โต๊ะตัวที่ตั้งอยู่ภายในร้าน พร้อมกับสำรวจตรวจตราบริเวณนั้นไปด้วย เพราะเธอเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา ขี่รถวนรอบหมู่บ้านก็หลายรอบแล้ว ยังไม่เห็นมีร้านกาแฟเลยสักร้าน ตอนที่อยู่กรุงเทพ ฯ เธอเคยใช้เวลาว่างหลังเลิกงานไปเรียนสูตรชงกาแฟเพราะเป็นคนชอบทานกาแฟอยู่แล้ว ลองใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเปิดร้านขายดูก็คงจะดีไม่น้อย "พี่จ๋า น้ำปั่นได้แล้วยี่สิบห้าบาทจ้า" เสียงแม่ค้าเรียก ฟองจันทร์จึงออกจากภวังค์ความคิด รับน้ำมาและจ่ายเงิน เสร็จแล้วเธอก็ถือโอกาสนี้ลองเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามแม่ค้าคนสวยดูดีกว่าว่าในปั๊มน้ำมันนี้มีที่ว่างให้เช่าอีกไหม "น้องจ๋า ถ้าอยากจะเช่าที่ขายของในปั๊มนี้ต้องติดต่อใครจ๊ะ" แม่ค้ามองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่ก็ยอมบอกเธอแต่โดยดี "พี่ลองไปถามตรงโน้นดูก็ได้จ้า ว่าเค้าจะเปิดให้เช่าที่เพิ่มอีกหรือเปล่า" แม่ค้าคนสวยชี้ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่อีกฟากฝั่งของถนน ฟองจันทร์มองตามก็เห็นรถหกล้อดั๊มพ์ และรถแบล๊คโฮลจอดอยู่หลายคัน โอ้โฮเป็นเจ้าของปั๊ม น้ำมัน มีกิจการรับขุดลอกและถมที่ด้วยแฮะ เจ้าของคงล่ำซำน่าดู "ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ" พูดจบก็เดินออกมาจากร้านขายน้ำและขับรถมอร์เตอร์ไซค์คันเก่าของพ่อข้ามถนนตรงไปยังสถานที่ ที่แม่ค้าคนสวยบอกทันที เมื่อหาที่เหมาะ ๆ จอดรถได้แล้วเธอก็เดินเข้าไป เป้าหมายคือผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ข้างรถแบล๊คโฮล เมื่อเดินเข้ามาใกล้มากพอที่จะคุยกันรู้เรื่องแล้วฟองจันทร์ก็เอ่ยทักทาย "สวัสดีค่ะคุณลุง" เธอเอ่ยทักพร้อมกับพนมมือไหว้เขาด้วย ผู้ชายคนนั้นมีท่าทางแปลกใจ เขาเลิกคิ้วและเพ่งสายตาที่อยู่หลังแว่นกันแดดยี่ห้อเรย์แบรนด์มองดูผู้มาเยือนอย่างแปลกใจ พร้อมกับเหลียวหน้าเหลียวหลังมองหาคนที่เธอเรียกว่าลุง "เอ่อ..ลุงนั่นแหละค่ะ หนูรบกวนสอบถามหน่อยค่ะ" เพชรจึงยืดตัวเต็มความสูง 180 เซ็นติเมตรและเดินตรงมาหาฟองจันทร์ พร้อมเอ่ยปากถาม "จะปรับที่เหรอ ?" "ไม่ใช่ค่ะ หนูอยากเช่าที่ตรงปั๊มน้ำมันเพื่อเปิดร้านขายกาแฟ ไม่ทราบว่าจะพบเจ้าของได้ที่ใหนคะ ถามแม่ค้าขายน้ำเค้าบอกให้มาถามตรงนี้" เมื่อเขามายืนใกล้ ๆ ฟองจันทร์ก็พบว่าเขาเป็นคนที่สูงมาก ใบหน้าเหลี่ยมสันกรามชัดเจน ภายใต้แว่นกันแดดนั้นจมูกโด่งเป็นสันดูมีเสน่ห์มาก ผิวคล้ำน่าจะเพราะทำงานกลางแดด แอบหล่อเหมือนกันนะเนี่ย เสียดายไว้หนวดเครารุงรังไปหน่อย และน่าจะมีครอบครัวแล้วมั้ง "เจ้าของเค้าไม่อยู่นี่หรอก เค้าอยู่บ้านในเมืองโน่น" เสียงทุ้มตอบมาอย่างหงุดหงิดปนรำคาญ "แล้วหนูจะติดต่อเค้าได้ยังไงคะ" ฟองจันทร์ก็ยังไม่ละความพยายาม "ทิ้งเบอร์ไว้ละกันเดี๋ยวจะให้เค้าติดต่อไป" ฟองจันทร์จึงหยิบสมุดโน้ตและปากกาในกระเป๋าสะพายออกมา จดเบอร์โทรและยื่นให้เขา เธอพกสมุดโน้ตและปากกาเสมอเพราะติดนิสัยจากตอนที่ยังทำงาน "ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ" ยกมือไหว้เขาและเดินไปขึ้นมอร์เตอร์ไซค์ขับออกมาและตรงกลับบ้านทันที ต้องไปปรึกษาแม่และระดมทุนหน่อยแล้ว เผื่อเงินเก็บไม่พอในการเปิดร้านจะได้มีแหล่งเงินทุนสำรอง ฟองจันทร์คิดอย่างอารมณ์ดี และฮัมเพลงไปด้วย คราแรกเพชรรู้สึกหงุดหงิดที่มีคนมารบกวนการทำงานของเขา เพราะเขากำลังเช็คระบบการทำงานและบำรุงรักษารถแบล๊คโฮลด้วยการอัดจาระบีเข้าไปยังจุดข้อต่อ และตามน็อตต่าง ๆ อยู่ โดยเฉพาะผู้หญิงด้วยแล้ว เขาจะรำคาญเป็นพิเศษเพราะสาว ๆ เหล่านั้นมักจะมาทอดสะพานให้เขาอยู่เป็นประจำ แต่เขาไม่เล่นด้วย เพราะยังไม่พบคนถูกใจ เขาจึงครองตัวเป็นโสดมาจนอายุ 35 ปี เพชรเรียนจบวิศวะยานยนต์ที่สถาบันมีชื่อย่านลาดกะบัง พอเรียนจบก็มาช่วยครอบครัวบริหารกิจการ ฐานะทางบ้านร่ำรวยระดับจังหวัดจึงไม่แปลกที่สาวน้อยสาวใหญ่จะจ้องเขาตาเป็นมัน แต่พอได้เห็นหน้าแม่สาวคนเมื่อกี้หัวใจเขาถึงกับกระตุกแปลก ๆ ลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่รู้ไม่เคยเจอหน้ามาก่อน เขาจึงได้บอกให้เธอทิ้งเบอร์โทรไว้ ส่วนหนึ่งเพราะจะได้ติดต่อไปเรื่องเช่าร้าน แต่อีกส่วนเพราะอยากรู้จัก เพชรก้มมองลายมือเป็นระเบียบที่เขียนตัวเลขสิบตัวนั้นอย่างชื่นชม นอกจากตัวเลขแล้วยังมีชื่อด้วย 'ฟองจันทร์' เพชรเก็บกระดาษแผ่นเล็ก ๆแผ่นนั้นใส่กระเป๋าเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตไว้ และทำงานต่อ เดี๋ยวเย็นนี้รอให้แม่กลับมาจากในเมืองก่อนแล้วค่อยให้ท่านพิจารณาอีกทีเมื่อใส่บาตรกันเสร็จแล้วฟองจันทร์ก็มาปลุกเรลี่ เพื่อเตรียมตัวเก็บข้าวของกลับกรุงเทพ ฯ เพราะเที่ยวบินของเรลี่ได้รอบเที่ยง กินข้าวกินปลาเสร็จแล้วเพชรก็ขับรถพาสองสาวไปที่สนามบิน "แล้วมาใหม่นะเร"ฟองจันทร์บอกเพื่อนที่เธอรักที่สุดเสียงสั่น"มาแน่นอน แต่คงเป็นตอนรับขวัญหลานโน่นแหละ ไปนะคุณเพชร ดูแลนังฟองดี ๆ ด้วย"ฝากฝังหรือสั่งเสียก็ไม่แน่ใจ"เท่าชีวิต"เพชรรับปากเรลี่เสียงหนักแน่น เรลี่จึงได้วางใจเดินเข้าเกตไป ฟองจันทร์ใช้สายตาส่งเพื่อนจนแผ่นหลังของเรลี่ลับสายตา เพชรโอบไหล่ฟองจันทร์พาเดินออกมาที่รถ"แวะใหนมั้ยเดี๋ยวพี่พาแวะ"ฟองจันทร์พยักหน้า ของที่ร้านขาดหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแก้วพลาสติก ถุงและหลอด เธอคิดระหว่างเดินจูงมือกันไปขึ้นรถ เมื่อเข้าไปในรถและขับออกมาจากสนามบินเพื่อแวะซื้อของที่แหล่งรวมสินค้าสำหรับอุปกรณ์การชงกาแฟ"พี่ไม่อยากให้ฟองขายกาแฟอีกเลย"แต่ก็ช่วยเธอถือของและเลือกของอย่างขันแข็ง"อ้าวทำไมล่ะคะ เป็นผู้หญิงต้องทำมาหากินสิ ถ้าเกิดถูกสามีทิ้งจะได้ไม่อดตาย"ฟองจันทร์ก็ตอบเขาไปตามความนึกคิดของตัวเอง"พี่ไม่มีวันทิ้งฟอง"บอกเธอเสียงดัง และยังพูดต่ออีก"แต่พี่เป็นห่วงถ้าเกิดว่า
หลังจากที่ฝนกับเรลี่ออกไปแล้วป้านงค์ก็มาเคาะประตูห้องลูกสาว ฟองจันทร์แง้มประตูออกมาคุยกับแม่"แม่ไปดูหมอลำก่อนนะ"บอกลูกสาวเสร็จก็สำรวจตรวจตราความเรียบร้อยของบ้านก่อนจะเดินไปชวนป้าข้างบ้านปั่นจักรยานไปดูหมอลำซิ่ง เพชรกับฟองจันทร์มองหน้ากันยิ้ม ๆ เพราะราวกับว่าทุกคนต่างอยากเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้อยู่กันตามลำพัง"พี่เพชรหิวไหมคะ เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"เพราะตั้งแต่ตอนสู่ขวัญแล้วเธอสังเกตเห็นว่าเพชรไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากเบียร์สองสามแก้วที่เพื่อนของเขาเป็นคนยื่นให้ ส่วนฟองจันทร์นั้นฝนซื้อนมกับขนมมาให้ทำให้เธอได้พอมีอะไรรองท้องอยู่บ้าง"หิวนิดหน่อย แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ให้เราออกจากห้องไม่ใช่เหรอ จนกว่าจะเช้า""มันก็ต้องมีข้อยกเว้นบ้างแหละ ไม่งั้นเราจะกินข้าว กับเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอาบท่ายังไง"ฟองจันทร์พูดอย่างมีเหตุผลเพชรพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย"เอางี้พี่เพชรไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"ทั้งสองยังอยู่ในชุดแต่งงานอยู่เลย เพชรคิดจะสวีทหวานแหววกับฟองจันทร์ก็ตั้งหลายที แต่เพราะพวกเพื่อน ๆ ตัวดีของเขานั่นแหละทั้งคอยเคาะประตูใหนจะเคาะหน้าต่างก่อกวนไม่ล้มเลิก เพิ่งจะเงียบเสียงลงเมื่อตอนช่วงบ
และแล้วก็ถึงวันแต่งงาน เรลี่ปลุกสาว ๆ ตั้งแต่ตีสามเพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งหน้าทำผม ส่วนในครัวก็กำลังวุ่นวาย เพราะบรรดาแม่ครัวต่างก็กำลังเตรียมกับข้าวกับปลาไว้ต้อนรับแขก เสียงสับหมูสับไก่ เสียงโขลกน้ำพริก ผสมปนเปกัน ป้านงค์ปลาบปลื้มใจมากที่มีคนมาช่วยงานเยอะขนาดนี้ งานทุกอย่างออกมาราบรื่นดีมาก เสร็จงานแล้วคงต้องตบรางวัลให้แม่ครัวอย่างงามทุกคนในหมู่บ้านต่างออนซอนป้านงค์และลูกสาวที่ได้ค่าดอง (สินสอด)แพง ก็มีแซว ๆ ขำ ๆ กันเล่น ๆ ว่าป้านงค์เลี้ยงลูกด้วยอะไรถึงได้ค่าดองแพงขนาดนี้ ส่วนป้านงค์ก็ได้แต่ยิ้มแฉ่ง"ฉันก็เลี้ยงด้วยข้าวนี่แหละ"ป้านงค์บอกอย่างภูมิใจ ไม่นานกับข้าวกับปลาก็แล้วเสร็จ เหล้ายาปลาปิ้งพร้อมสรรพ ป้านงค์ทุ่มงบไม่อั้นแขกเหรื่อทุกคนต้องอิ่มหนำสำราญ"ตาสีเอ๊ยวันนี้วันแต่งงานของลูกแล้วนะ แกต้องอวยพรและคอยคุ้มครองลูกของเราด้วย"ป้านงค์จุดธูปบอกกล่าวแก่สามีผู้ล่วงลับด้วยความปลาบปลื้มใจ "เพชรแต่งตัวเสร็จหรือยังลูก"ป้าอรเข้ามาตามลูกชายถึงในห้องนอนเพราะกลัวลูกชายจะลุกไม่ไหว เมื่อคืนเพชรดื่มหนักไปหน่อย เพราะเพื่อน ๆ ที่เรียนวิศวะรุ่นเดียวกับเขาต่างหอบลูกจูงเมียมาร่วมงานแต่งเขาทุกคน เ
พรุ่งนี้ก็จะถึงวันสู่ขวัญแต่งงานของฟองจันทร์กับเพชรแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมไว้แล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ห้องนอนของเธอถูกจัดใหม่ทั้งหมด เธอรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตในครั้งนี้ เพราะความจริงแล้วเธอกับเพชรไม่รู้จักกันแม้แต่น้อย จะใช้ชีวิตร่วมกันได้จริง ๆ หรือ แต่ฝนกับเรลี่ก็คอยให้กำลังใจ อย่าคิดอะไรมากมายทำตามเสียงของหัวใจก็พอแล้ว"คิดอะไรมากมายวะแก คุณเพชรรักแก แกรักคุณเพชรแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นยังมาไม่ถึง คิดไปก็ปวดหัว ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ตอนนี้คือ แกกับคุณเพชรได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วก็ต้องดูแลกันให้ดีที่สุด น่าอิจฉาจะตาย เนอะฝน"เรลี่พูดเป็นข้อคิดและให้กำลังใจเพื่อน ฝนก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงเห็นด้วย ฝนมานอนค้างที่บ้านของฟองจันทร์ตั้งแต่เมื่อคืน ขออนุญาติพ่อกับแม่เรียบร้อย เธอให้แม่กับน้องมาขายของให้จนกว่างานแต่งของฟองจันทร์จะเสร็จ แต่ถ้าวันนี้ที่นี่ไม่มีอะไรเธอก็อาจจะแวะเข้าไปดูที่ร้านสักแว้บนึง"พรุ่งนี้เราคงต้องตื่นแต่เช้ากันหน่อย เพราะต้องแต่งหน้าทำผมให้คนตั้งสามคน เจ้าสาวหนึ่ง เพื่อนเจ้าสาวสองคน"เรลี่พูดคุยถึงเรื่องการแต่งหน้าในวันพรุ่งนี้
ฟองจันทร์ตื่นตีสี่เป็นเรื่องปกติป้านงค์ก็เช่นกัน วันนี้เธอไม่ได้ไปเปิดร้านกาแฟเพราะป้านงค์บอกว่าจะต้องเตรียมการอะไรหลายอย่างมาก การ์ดงานแต่งคงพิมพ์ไม่ทัน ป้านงค์จึงใช้วิธีการตามแบบสมัยโบราณก็คือการไปหาที่บ้านของคนที่สนิทหรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือและบอกกล่าวท่านว่าจะมีงานแต่งงาน อยากให้ไปเป็นเกียรติและผูกข้อไม้ข้อมือให้ลูกให้หลานหน่อย ป้านงค์ให้ฟองจันทร์ตระเวณขับมอร์เตอร์ไซค์พาท่านไปบอกกล่าวคนนั้นคนนี้ตลอดช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายก็ให้ผู้เฒ่าผู้แก่มาเย็บบายศรีสู่ขวัญ เตรียมของ 'สมมา' หรือของรับไหว้ ซึ่งทางอีสานส่วนมากจะเป็นพวก ผ้าขาวม้าไหม ซิ่นไหม โสร่งไหม เป็นต้น ส่วนกับข้าวเลี้ยงแขกนั้นก็ได้บรรดาแม่ครัวแถวบ้านมาช่วยโดยไม่ต้องว่าจ้าง เพราะป้านงค์เวลาที่มีบุญมีงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง หรือแม้กระทั่งงานศพ ท่านก็ไปช่วยไม่เคยขาด ถึงเวลามีงานบ้านตัวเองบ้างทุกคนจึงเต็มใจมาช่วยอย่างเต็มที่พวกผู้ชายและคนหนุ่ม ๆ ก็ช่วยกันมากางเต๊นท์ผ้าใบ จัดโต๊ะ จัดเก้าอี้ โชคดีที่บริเวณบ้านของฟองจันทร์มีพื้นที่กว้างขวางกับข้าวกับปลาที่ใช้เลี้ยงแขกนั้น ในงานแต่งแบบนี้ส่วนมากจะเป็นลาบ ไม่ลาบหมูก็ลาบวั
เพชรพาฟองจันทร์ไปที่บ้านของเขา ซึ่งตอนนี้ป้าอรและพราวน้องสาวของเพชรกำลังรออยู่ ฟองจันทร์เดินเข้าไปในบ้านที่ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีผู้เฒ่าผู้แก่อยู่กันหลายคน ป้าอรรีบเดินออกมาหาเธอ"หนูฟอง วันนี้แม่จะพาผู้หลักผู้ใหญ่ไปตกลงพูดคุยเรื่องของหนูกับเพชร"พูดกับเธอเสร็จก็หันไปบอกกับลูกชาย"เพชรกับน้องล่วงหน้าไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่กับย่า ๆ ยาย ๆ จะตามไป ไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย กับข้าวกับปลาแม่เตรียมไว้หมดแล้ว"ก่อนจะไปเพชรพาเธอเดินเข้าไปหาหมอพราวที่กำลังตักกับข้าวใส่หม้ออยู่ในครัว"นี่ยัยพราว น้องสาวพี่เอง หน้าเหมือนกันมั้ย"หมอพราววางมือจากการตักกับข้าว"หวัดดีพี่สะใภ้"พราวเรียกเธออย่างให้เกียรติและยิ้มกว้างเป็นการทักทาย ทั้งที่ความจริงแล้วพราวแก่กว่าฟองจันทร์สองปี "นี่ถ้าเจอพี่พลอยนะฟองจะแยกแทบไม่ออกเลยล่ะ เราสามคนพี่น้องหน้าตาเหมือนกันมาก"พูดจบก็จับจูงมือฟองจันทร์เดินออกมาและเดินไปขึ้นรถมอร์เตอร์ไซค์สตาร์ทและขับพาเธอตรงไปที่บ้านป้าอรกับป้านงค์โทรคุยกันตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากที่ป้าอรวางสายจากเพชรแล้วท่านก็ต่อสายพูดคุยกับป้านงค์ทันที เพราะทนความใจร้อนของลูกชายตัวดีไม่ไหว เมื่อเพชรกับฟองจันทร์ม







