เข้าสู่ระบบฟองจันทร์เลือกที่จะเดินทางกลับบ้านโดยการนั่งเครื่องบิน เพราะที่บ้านเกิดของเธอที่จังหวัดอุดรธานีนั้นมีสนามบิน เมื่อลงเครื่องที่ตัวจังหวัดต่อรถเข้าไปยังหมู่บ้านของเธอก็ราว ๆ 40 กิโลเมตร ถนนหนทางก็สะดวกสบาย อีกอย่างคือของใช้ของเธอก็ขนกลับไปก่อนหน้านั้นเรียบร้อยแล้ว
เมื่อขึ้นเครื่องและได้ที่นั่งเรียบร้อยเธอก็โทรบอกแม่ว่ากำลังขึ้นเครื่อง และปิดมือถือ ที่นั่งข้าง ๆ เธอเป็นคุณป้าอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของเธอ แต่ก็ยังดูแข็งแรง ฟองจันทร์จึงยิ้มให้ท่านเป็นการทักทาย อย่างน้อยก็เพื่อสร้างสัมพันธไมตรี เพราะต้องร่วมทางกันอีกตั้งเกือบชั่วโมง จะว่าไปเธอก็ไม่ค่อยได้นั่งเครื่องบินบ่อย ๆ หรอก มีบ้างก็ตอนที่ไปดูงาน แต่ทุกครั้งจะมีเรลี่นั่งไปด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอโดยสารด้วยเครื่องบินเพียงลำพัง ระหว่างที่เครื่องบินลอยตัวอยู่นั้น เธอก็สังเกตเห็นคุณป้าที่นั่งข้างกันหน้าซีด ๆ และท่านก็บีบแขนเธออย่างแรง "คุณป้าคะ เป็นอะไรรึเปล่า ให้เรียกเจ้าหน้าที่ให้ไหมคะ" ฟองจันทร์ถามท่านอย่างเป็นห่วงปนตกใจ ด้วยไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ท่านส่ายหัว "ป้าไม่เป็นไรมากหรอกหนู แค่หน้ามืด มียาดมไหมป้าขอยืมหน่อย" แต่ฟองจันทร์ไม่ชอบดมยา เธอมีแต่น้ำมันหอมระเหยเธอจึงเอาให้ท่าน "ไม่มียาดมมีแต่นี่ได้ไหมคะ" ชูขวดให้ท่านดู ท่านพยักหน้า ฟองจันทร์จึงรีบเปิดฝาขวดและเอาไปจ่อตรงจมูก ท่านสูดดมเข้าไปฟอดใหญ่ สักพักสีหน้าของท่านก็ดีขึ้น "ขอบใจมากนะหนู ป้าดีขึ้นแล้ว เอ้านี่ของหนู" พูดพร้อมกับวางขวดน้ำมันหอมระเหยใส่มือฟองจันทร์ "ป้าเก็บไว้ใช้เถอะค่ะ เผื่อหน้ามืดอีก" "เอางั้นเหรอ ขอบใจมากนะหนู ถ้าไม่ได้หนูป้าคงแย่ ว่าแต่หนูชื่ออะไร" "หนูชื่อฟองจันทร์ค่ะ" "ชื่อน่ารักจัง ป้าชื่อเอมอร เรียกป้าอรก็ได้" จากนั้นทั้งสองคนก็คุยกันอย่างถูกคอ ป้าอรเดินทางมาหาลูกสาวที่กรุงเทพ ฯ ท่านเดินทางไป ๆ มา ๆ ระหว่างกรุงเทพ ฯ อุดรธานี บ่อย ๆ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่คิดถึงลูกสาวท่านก็จะนั่งเครื่องมาหาที่กรุงเทพ ฯ อยู่จนหายคิดถึงจึงกลับ จนกระทั่งเครื่องลงจอดนั่นแหละถึงได้แยกย้ายกัน เมื่อลงเครื่องแล้วฟองจันทร์ก็เปิดเครื่องและโทรหาแม่ เมื่อรู้จุดนัดหมายแล้วเธอก็รีบตรงไปทันที แม่เหมารถป้ารินทร์ป้าที่อยู่บ้านติดกันมารับเธอ เพราะที่บ้านไม่มีรถ "ฟอง ๆ ๆ !" ป้าจำนงค์หรือป้านงค์ตะโกนเรียกลูกสาวทันทีที่เห็นฟองจันทร์เดินออกมาจากเกท เธอจึงรีบวิ่งไปหาแม่ ยกมือไหว้และกอดท่านด้วยความคิดถึง "ป้ะ ไปขึ้นรถ รถจอดอยู่ทางโน้น" ป้านงค์จูงมือลูกสาวให้เดินตามมาตรงที่รถจอดอยู่ ลูกสาวของป้ารินทร์เป็นคนขับมา "แวะซื้ออะไรก่อนไหม" แม่ถามเธอหลังจากที่ขึ้นไปนั่งบนกระบะสี่ประตูยี่ห้อยอดนิยมเรียบร้อยแล้ว "ไม่ล่ะแม่ หนูเหนื่อย อีกอย่างอยากไปดูของที่รถขนส่งเขาขนมาให้ก่อนหน้านี้ด้วย" "ก็อยู่ที่บ้านแหละ แม่ยังไม่ได้เอาออกจากกล่องเลย" ฟองจันทร์พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ประมาณเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้าน หมู่บ้านของฟองจันทร์ตั้งอยู่ในอำเภอหนองวัวซอ ตำบลอูบมุง ห่างจากตัวจังหวัดอุดรธานีประมาณ 40 กิโลเมตร อำเภอหนองวัวซอเป็นอำเภอที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ขึ้นชื่อในเรื่องของมะม่วงน้ำดอกไม้ และมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เช่นน้ำตกหินตั้ง ( ข้อมูลจริง ) วัดเขาช่องชาด เป็นต้น เมื่อเข้าบ้านเรียบร้อยแล้วฟองจันทร์ก็ไปจุดธูปไหว้รูปถ่ายของพ่อที่เสียไปเมื่อสองปีก่อน เสร็จแล้วก็ไปดูของที่อยู่ในกล่อง เพื่อที่จะได้ทำการจัดเก็บให้เข้าที่เข้าทาง เธอมองสำรวจบ้านไปด้วยเผื่อว่าจะได้ปรับปรุงตรงใหนเพิ่มเติม "ฟองมากินข้าวก่อนลูก" เสียงแม่เรียกให้ไปกินข้าวฟองจันทร์จึงเดินเข้าไปในครัวและช่วยแม่ยกสำรับกับข้าวมาวางไว้ที่โต๊ะ เมื่อพร้อมแล้วก็นั่งลงกินข้าวพร้อมหน้าสองคนแม่ลูกในรอบหลายปี "แม่หนูมาอยู่นี่ หนูจะมาดูแลแม่หรือจะมาเป็นภาระแม่กันแน่ก็ยังไม่รู้" ฟองจันทร์คุยกับแม่ระหว่างที่ล้างจานไปด้วยหลังกินข้าวเสร็จแล้ว "หนูยังไม่รู้เลยว่าจะทำงานอะไร เงินเก็บก็ไม่ค่อยเยอะด้วย แรก ๆ อาจจะต้องขอแม่ใช้ก่อนนะ แหะ ๆ" ป้านงค์ยิ้มและบอกกับลูกสาว "ไม่ต้องห่วงหรอกน่า แม่เป็นคนบอกให้เอ็งกลับมาอยู่กับแม่เอง แม่ย่อมเลี้ยงเอ็งได้อยู่แล้ว แถมมีเงินให้เอ็งลงทุนอีกก้อนหนึ่งด้วย" "จริงง่ะ ? ไปรวยมาจากใหนเนี่ย รึถูกหวย" ฟองจันทร์พูดกระเซ้าเย้าแหย่แม่อย่างมีความสุข เสียงหัวเราะลอยออกมาจากบ้านหลังน้อย เป็นระยะ ๆวันนี้ฟองจันทร์ปิดร้านหนึ่งวันเพราะจะเข้าเมืองเพื่อไปซื้อรถมอร์เตอร์ไซค์ โดยเพชรอาสาจะพาเธอไป คราแรกฟองจันทร์ปฏิเสธ เธอกะว่าจะจ้างรถของป้าข้างบ้านที่เคยไปรับที่สนามบินเมื่อคราวก่อนให้พาไป อีกอย่างเธอเกรงใจเพรชด้วย แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าให้เขาพาไปแหละดีแล้ว เธอจะได้รับส่วนลดเยอะ ๆ ที่สำคัญงานนี้เขาไม่ได้พาไปฟรี ๆ เพราะเขาก็ได้เปอร์เซ็นต์จากการแนะนำในครั้งนี้ด้วย ยิ่งเธอซื้อเงินสดด้วยงานนี้หวานหมู ฟองจันทร์ก็เลยจำนนต่อเหตุผลของเขา ตอนแรกเธอกะว่าจะชวนฝนไปเป็นเพื่อน ป้องกันคำครหาของชาวบ้าน หากเธอกับเขาไปกันสองต่อสองคงไม่พ้นคนนินทาแน่ ๆ แต่คิดไปคิดมาถ้าชวนฝนไป ฝนก็ต้องปิดร้านขาดรายได้อีก เธอจึงให้แม่ไปเป็นเพื่อน ซึ่งป้านงค์ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะท่านก็ไม่อยากให้ลูกสาวเป็นขี้ปากชาวบ้าน อีกอย่างไม่ได้เข้าเมืองนานแล้วไปหาซื้อของใช้เข้าบ้านก็ดีเหมือนกัน สองแม่ลูกตื่นเช้ากันเป็นปกติอยู่แล้ว ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มานั่งรอเพชรที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน ประมาณเจ็ดโมงครึ่งเพชรก็ขับรถกระบะสี่ประตูของเขามารับ "สวัสดีครับป้านงค์ ไปกันเลยไหมครับ"เขายกมือไหว้ป้านงค์และส่งยิ้มให้ฟองจันทร์ด้วย"ไปกันเลย ป้ากับฟอง
"เรลี่ ตกลงสงกรานต์นี้แกจะมาเที่ยวหาฉันหรือเปล่า หยุดตั้งหลายวันไม่ใช่เหรอ"ฟองจันทร์วีดีโอคอลหาเรลี่ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"ไปสิ ไปอยู่แล้ว ว่าแต่มีอะไรน่าเที่ยว ตอนแรกฉันกะว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่นะเนี่ย แต่ทนคิดถึงแกไม่ไหว ไปเที่ยวอุดรก็ได้""ดีมากเพื่อนเลิฟ อุดรบ้านฉันมีที่เที่ยวเยอะแยะ สาธยายไม่หมดหรอก แค่อำเภอหนองวัวซอนี่ก็เที่ยวไม่หวาดไม่ไหวแล้ว"โฆษณาบ้านตัวเองเสียหน่อย ให้อิเรลี่น้ำลายหกเล่น ๆ"หรือแกจะไปคำชะโนดมั้ยล่ะ อำเภอบ้านดุงไม่ไกลมาก สายมูต้องมาที่นี่เลยนะแก""เออ ! จริงด้วย 'คำชะโนด' ฉันอยากไปนานแล้ว บ้านแกนี่ของดีเยอะจริงว่ะ" ฟองจันทร์เดินผิวปากออกมาจากบ้านอย่างอารมณ์ดี เพราะอีกไม่กี่วันก็จะได้เจอหน้าเพื่อนรักอย่างเรลี่แล้ว ถ้าไปเที่ยวเดี๋ยวเธอจะชวนฝนไปด้วย แต่ไม่รู้ว่าฝนจะสะดวกไปด้วยหรือเปล่า เพราะต้องปิดร้านไป แต่ยังไงก็คงต้องลองชวนดู"ทำไมวันนี้ดูอารมณ์ดี มีหนุ่มมาจีบหรือไง"ป้านงค์อดแซวลูกสาวไม่ได้"แม่ขา..ไม่ต้องมีคนมาจีบหนูก็อารมณ์ดีตลอดอยู่แล้ว"พูดจบก็เดินไปกอดเอวแม่อย่างประจบ"แม่ สงกรานต์นี้เพื่อนหนูที่กรุงเทพ ฯ เค้าจะมาเที่ยวบ้านเรานะ""ก็ดีสิ มากันกี่
ฟองจันทร์แอบมองเพชรเป็นระยะ ๆ จนเขารู้ตัวว่าเธอแอบมองเขา จึงหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเธอ"มีอะไร"ถามเธอเสียงเข้มอีกแล้ว"มะ ไม่มีอะไร มองเฉย ๆ"ตะกุกตะกักตอบเขาไป"รถยนต์ มันขับยากไหมอ้ะ"เธอก็เลยเฉไฉถามเขาไปอีกเรื่อง ลดความอึดอัดของบรรยากาศภายในรถ"ไม่ยากหรอก อย่าบอกนะว่าคุณขับไม่เป็น"ถามเธออย่างแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าฟองจันทร์จะขับรถไม่เป็น ดูท่าทางของเธอแล้วเพชรไม่อยากจะเชื่อเลย"ใช่ ขับไม่เป็น ขับเป็นแต่มอเตอร์ไซค์""ขับไม่ยากหรอก เอางี้ไหมล่ะ ถ้าว่างผมจะสอนให้""จริงเหรอคะ แต่..ไม่เอาดีกว่า ฟองเกรงใจ"ออกจากหมู่บ้านของฟองจันทร์กับเพชรมาประมาณ 10 นาที ก็มาถึงหมู่บ้านของฝน "บ้านของฝนหลังใหนคะ"ถามเขา แต่เพชรไม่ตอบ เขาขับเข้าไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา กี่เลี้ยวฟองจันทร์ก็จำไม่ได้ จนกระทั่งมาจอดที่บ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างไกลออกมาทางทุ่งนาเพชรก็จอดรถ แต่ไม่ได้ดับเครื่อง เขาเปิดประตูรถและเดินเข้าไป ไฟในบ้านยังไม่ปิด เสียงหมาในบ้านเห่า และคนในบ้านก็เดินออกมา"อ้าว..พ่อเพชร ไปไงมาไง เข้ามาก่อน"ผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะไม่เกิน 45 ปีน่าจะเป็นพ่อของฝนเปิดประตูรั้วออกมา"พี่สอน
"พี่ฟองอย่าพึ่ง ๆ ถ่ายรูปก่อน"ฝนตีมือฟองจันทร์เบา ๆ เป็นการปรามก่อนที่ฟองจันทร์จะหยิบปลาหมึกย่างเข้าปากเพราะต้องการจะถ่ายรูปอัพลงโซเชียล ฟองจันทร์จึงนึกได้หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปบ้าง ที่จริงแล้วเธอก็ชอบทำอะไรแบบนี้เหมือนกันเวลาที่ไปกินไปเที่ยวกับเรลี่ แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้วเธอไม่ได้ไปไหนเลย และอีกอย่างไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วย เธอจึงลืมนึกถึงข้อนี้ไปสองสาวถ่ายรูปจนพอใจและอัพลงโซเชี่ยลจนครบทุกแพล็ตฟอร์มนั่นแหละถึงได้ลงมือจิบเบียร์และเมาท์มอยกันต่อ "พี่ฟองเล่าเรื่องเกี่ยวกับกรุงเทพ ฯ ให้ฟังหน่อย" กระดกเบียร์ไปหลายแก้วแล้วฝนชักมึนและเกิดอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองกรุงขึ้นมา จึงขอให้ฟองจันทร์เล่าให้เธอฟัง"ทำไม ฝนอยากไปเหรอ"พูดจบก็ยกเบียร์ขึ้นกระดกจนหมดแก้ว รินเบียร์เพิ่มให้ตัวเองและเติมให้ฝนด้วย"ก็อยากไปนะพี่ แต่ไม่มีใครอยู่กับพ่อกับแม่ ใหนจะน้องอีก"ฝนบอกกับฟองจันทร์เชิงระบายมากกว่า"กรุงเทพ ฯ น่ะ ตามที่พี่ไปอยู่มาสิบกว่าปีนะ มันก็ดีแหละ สอนประสบการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างให้พี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความอดทน ความมีระเบียบวินัย และที่สำคัญเราต้องเพิ่มศักยภาพและต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
เพชรกระโดดขึ้นรถหกล้อดั๊มพ์คันประจำของเขา ซึ่งวันนี้มีงานรับเหมาถมที่ 200 เที่ยวชิว ๆ เป็นโครงการของเทศบาลที่ต้องการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะซึ่งว่างอยู่ให้เป็นสนามกีฬา ไว้เพื่อให้เด็กและเยาวชนมาใช้สำหรับเล่นกีฬาหรืออกกำลังกาย ซึ่งบังเอิญว่าอยู่ใกล้กับปั๊มน้ำมันของเขา เพชรจึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ เพราะจะได้กินกาแฟเจ้าอร่อย เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอารมณ์ดี พลางนึกอนาถตัวเองอยู่ในใจ ผู้หญิงที่ตัวเองชอบอยู่ใกล้แค่นี้แต่เขากลับไม่กล้าคุยกับเธอ ได้แต่เฉียดไปเฉียดมาสั่งกาแฟวันหนึ่งสองสามแก้ว เพียงเพราะต้องการเห็นหน้าเธอเท่านั้น ไม่ไหว ๆ ขืนกินกาแฟวันละสองสามแก้วแบบนี้นอกจากจะนอนไม่ค่อยหลับแล้ว เบาหวานจะขึ้นเอาน่ะสิ ไม่ได้เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ยิ่งได้ยินข่าวว่าร้านของเธอกำลังถูกพูดถึงปากต่อปากว่า กาแฟอร่อย บริการประทับใจ และที่สำคัญแม่ค้าสวย ทำให้พวกข้าราชการหนุ่ม ๆ ในอำเภออยากลองมาชิมกาแฟที่ร้านของเธอ ไม่ว่าจะเป็นผู้กอง ครูใหญ่ หรือแม้กระทั่งปลัดอำเภอ ก็เคยมาอุดหนุนร้านเธอกันทั้งนั้น แต่เขาจะทำยังไงดีล่ะ ยังคิดไม่ออกเลย"เอสเย็น เข้ม ๆ แก้วนึง"เสียงเข้มสั่งเมนูเดิมซึ่งฟองจันทร์ก็
ฟองจันทร์เริ่มศึกษาหาข้อมูลในการเปิดร้านกาแฟโดยมีเรลี่ที่อยู่กรุงเทพ ฯ คอยให้คำปรึกษา เธอนึกขอบคุณที่ตอนนี้คือยุค 5G ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การติดต่อสื่อสารล้วนสะดวกสบาย อยู่ไกลกันแค่ไหนก็สามารถพูดคุย เห็นหน้าเห็นตากันได้ ประมาณอาทิตย์นึง โครงการร้านกาแฟของฟองจันทร์ก็เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พร้อมที่จะเปิดร้านได้ ระหว่างที่เธอตกแต่งร้านอยู่ในปั๊มน้ำมันนั้นเธอก็รู้จักคนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฝนแม่ค้าขายน้ำปั่นคนสวย พี่ดาว แม่ค้าน้ำแข็งใส ป้ามลเจ้าของร้านลาบขมต้มแซบ ป้าสายเจ้าของร้านขายส้มตำ ป้าน้อยเจ้าของร้านขนมจีนน้ำยา ปั๊มน้ำมันแห่งนี้คนพลุกพล่านมาก และแต่ละร้านขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แม่ค้าแต่ละคนก็อัธยาศัยดีมาก ๆ ฟองจันทร์บอกกับตัวเองว่าเธอโชคดีที่สุดที่ได้มาเปิดร้านที่นี่ เธอลงทุนกับโปรเจ็คนี้ไปเกือบแสน เหลือเงินเก็บไว้ช็อปปิ้งออนไลน์อีกนิดหน่อย กว่าจะคืนทุนก็คงจะหลายเดือนอยู่ เอาน่าอย่างน้อยบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อล่ะวะ ฟองจันทร์คิดปลอบใจตัวเองให้ฮึกเหิมและแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดร้าน ป้านงค์นิมนต์หลวงตาที่วัดมาทำพิธีเปิดร้านให้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล เสียดายเรลี่งานยุ่งจึงไม่ได้







![เจ้าสาวจัดดอก [PWP] + [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)