เข้าสู่ระบบหลังจากมื้ออาหารจบลง บรรยากาศในร้านเริ่มเงียบ พนักงานเก็บจานชุดสุดท้ายออกจากโต๊ะ การันต์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา ก่อนหันไปเอ่ยถามลลิลด้วยความเป็นห่วง
“ดึกแล้ว จะกลับยังไงล่ะหนู” “หนูนั่งแท็กซี่กลับได้ค่ะ” การันต์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนหันหน้าไปมองลูกชายของเขา“แท็กซี่เหรอ?” "....." “คีริน ลูกไปส่งน้องหน่อยสิ” ประโยคนั้นทำให้ลลิลรีบพูดแทรกขึ้นมาทันที“ไม่เป็นไรค่ะคุณอา หนูกลับเองได้จริง ๆ” เธอรีบปฏิเสธ เพราะความคิดเดียวที่อยู่ในหัวตอนนี้คือไม่อยากอยู่กับเขาสองต่อสอง แต่ก่อนที่การันต์จะพูดอะไรต่อ เสียงของคีรินก็ดังแทรกขึ้นมา“ผมไปส่งเองครับ” ร่างเล็กหันขวับไปมองเขาทันที แววตาเธอมีความตกใจชัดเจน ไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนั้นออกมา “ดีเลย งั้นฝากด้วยนะ” หญิงสาวไม่มีทางปฏิเสธต่อได้อีก เธอจึงจำใจเดินตามร่างสูงออกจากร้านอาหาร อากาศช่วงค่ำเย็นกว่าที่คิดเล็กน้อย บริเวณลานจอดรถค่อนข้างเงียบ มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟเรียงราย ทั้งสองคนเดินไปด้วยกัน เว้นระยะห่างจากกันพอสมควร ไม่มีเสียงบทสนทนา มีเพียงความเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน คีรินเดินนำหน้า มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับคนที่กำลังเดินกับคนแปลกหน้า ส่วนลลิลเดินตามหลังเขา ความเงียบระหว่างทางทำให้เธอเริ่มรู้สึกอึดอัด มันเงียบเกินไป เงียบจนเหมือนมีอะไรหนัก ๆ กดทับอยู่กลางอก เธอเหลือบมองแผ่นหลังของเขาเป็นระยะ ผู้ชายที่เธอรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ทว่าเขาไม่ใช่คนเดิมเมื่อสี่ปีก่อน เธอจำได้ว่าเขาเป็นคนเงียบ ๆ ก็จริง แต่ก็ไม่เคยเย็นชาถึงขนาดนี้ แล้วเธอต้องสนใจทำไม ในเมื่อตัวเธอเองก็ต่างจากในอดีตมาก เธอเคยเป็นผู้หญิงขี้เล่น ชอบพูดจาตรงไปตรงมา บางครั้งก็ถูกมองว่าเป็นผู้หญิงแรง ๆ แต่ทว่าเพราะหนี้สินก้อนโตที่ไล่ตามเธอเป็นเงา ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เธอเลยเรียนรู้ที่จะเงียบ กลายเป็นคนเจียมตัว ไม่อยากสร้างปัญหาเพิ่มให้กับชีวิต ที่เธอมองว่ามันบัดซบมากพอแล้ว ติ๊ด! ร่างเล็กสะดุ้ง เพราะกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง จนเดินถึงรถของเขา ได้ยินเสียงเขากดปลดล็อก ก่อนจะเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้เธอ พรึ่บ! “ขึ้นไป” เธอพยักหน้าช้า ๆ ก่อนเบียดตัวขึ้นไปนั่ง เห็นเขาเดินอ้อมหน้ารถ เปิดประตูขึ้นมานั่งฝั่งคนขับ ภายในรถเงียบสนิท เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเบา ๆ ก่อนรถเคลื่อนออกจากลานจอด ทั้งสองคนยังไม่พูดกันสักคำ ลลิลหันมองออกไปนอกหน้าต่าง ในหัวกำลังคิดว่าเธอควรเป็นฝ่ายพูดอะไรออกไปก่อนดี ทว่าก่อนที่เธอจะคิดออก เสียงทุ้มก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา “ยกเลิกการแต่งงานบ้าบอนี่ซะ” คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าเธอจนรู้สึกชา ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะหันไปมองเสี้ยวหน้าของเขา “ทำไมพี่ไม่ยกเลิกเองล่ะคะ” เสียงหวานเอ่ยออกไปด้วยความไม่พอใจ ที่คล้ายกำลังถูกเขาปฏิเสธเธอออกมา “ในเมื่อคนที่จัดการเรื่องนี้คือพ่อของพี่” คีรินไม่ตอบ สายตาคมมองตรงไปที่ถนน มือหนากำพวงมาลัยแน่นขึ้น แต่ทว่าความเงียบของเขา ทำให้ลลิลเข้าใจทันที ก่อนเธอจะเอ่ยออกมาอย่างรู้ทัน “อ๋อ…” "....." “พี่ไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณอาสินะ” เขายังคงเงียบ ถึงไม่ได้ปฏิเสธ แต่ความเงียบนั้นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้ว ร่างเล็กเอนหลังพิงเบาะ ก่อนถอนหายใจยาว จากตอนแรกเธอตั้งใจจะอยู่เงียบ ๆ ไม่อยากสร้างปัญหา ไม่อยากทำให้เขาเกลียดเธอไปมากกว่านี้ แต่ตอนนี้…ดูเหมือนมันจะไม่มีประโยชน์ ในเมื่อไม่ว่ายังไง เขาก็เกลียดเธออยู่แล้ว จึงหันไปมองเขาอีกครั้ง ดวงตากลมโตเริ่มมีประกายแบบที่เคยเป็นเมื่อหลายปีก่อน เป็นแววตาของผู้หญิงที่เย่อหยิ่ง ไม่เคยยอมใคร “ไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ” คำถามนั้นทำให้มือของคีรินที่จับพวงมาลัยชะงักไปเสี้ยววินาที “ไม่เจอกันตั้งสี่ปีเลยนะ” ร่างสูงยังคงตั้งใจมองถนนตรงหน้า พยายามควบคุมอารมณ์คุกกรุ่นของตัวเองอย่างที่สุด ก่อนจะตอบกลับเธอออกไป “ทำไมฉันต้องคิดถึงเธอ” คำตอบนั้นทำให้ลลิลชะงักไปเล็กน้อย แต่เธอก็ยังแกล้งยิ้มออกมา“พี่ไม่ดีใจเหรอคะ” “ดีใจอะไรของเธอ” “ก็ดีใจที่ได้แต่งงานกับฉัน” "....." “ยังไงฉันก็เป็นผู้หญิงที่พี่อยากได้มาตลอดนี่” ประโยคนั้นเหมือนจุดชนวนบางอย่างขึ้นมาในอกของร่างสูงทันที เอี๊ยดดดดด!!! เสียงเบรกดังลั่น รถสปอร์ตสีดำพุ่งเข้าจอดข้างทางอย่างกะทันหัน ทำเอาร่างเล็กสะดุ้งตกใจเพราะคาดไม่ถึง ก่อนจะหันไปมองหน้าเขา ที่หันมามองเธอพอดี สายตาคมของเขาที่มองมาเต็มไปด้วยความโกรธ เขากวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เหมือนกำลังประเมินบางอย่าง และเธอคิดว่าตัวเองเห็นแววตาของเขา ที่ทำให้บรรยากาศในรถหนักอึ้งขึ้นทันที “ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยแบบเธอ” "....." “ผู้หญิงที่ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ไหนก็ได้ เพื่อใช้หนี้ หึ”เขาหัวเราะในลำคออย่างเย็นชา “แบบนี้น่ะเหรอ ที่ฉันต้องคิดถึง” ก่อนประโยคต่อมาจะเหมือนมีดที่แทงตรงเข้ากลางอกของเธอ “เธอมันสกปรกเกินไป” หลังจากเขาพูดจบ รถกลับมาเคลื่อนตัวอีกครั้ง แต่ทว่าร่างเล็กนั้นหูดับไปแล้ว คำพูดของเขายังคงก้องอยู่ในหัว มันรู้สึกเจ็บปวดจนอยากจะร้องไห้ออกมา ไม่ใช่แค่คำพูดของเขา แต่เพราะเกลียดชีวิตของตัวเอง ที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายอะไรแบบนี้ แต่ทว่าเธอเลือกที่จะกดทุกอย่างไว้ ไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้ผู้ชายคนนี้เห็น เพราะรู้ว่าเขาคงไม่คิดสงสารหรือเห็นใจ เธอคงได้แค่ความเวทนาจากเขาเสียมากกว่า จึงยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มเยาะ ที่เธอมักใช้กดความรู้สึกเจ็บปวดของตัวเองมาตลอด “ฉันไม่เชื่อหรอกนะ ว่าพี่จะลืมฉันไปแล้ว” คำพูดนั้นทำให้ร่างสูงเหลือบตามองเธอทันที แต่ก็เพียงแค่แวบเดียว เขาก็หันกลับไปสนใจถนนข้างหน้าต่อ “ถ้าพี่ลืมฉันจริง ๆ พี่คงมีผู้หญิงคนอื่นไปแล้วสิ คงไม่รอจนคุณอาต้องบังคับให้แต่งงานแบบนี้หรอก ใช่ไหมคะ" "อย่าคิดเข้าข้างตัวเอง ถ้าฉันรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเธอ ฉันไม่มีวันรับปากพ่อฉันไปแน่" "....." "ใครจะคิดว่าลูกคุณหนูปากดี ติดแบรนด์เนมแบบเธอ จะกลายเป็นคุณหนูตกอับ มีหนี้สินเป็นร้อยล้าน จนต้องเอาตัวเองเข้าแลกแบบนี้ล่ะ" มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโตวูบไหว คำพูดของเขามีผลต่อความรู้สึกของเธอมากพอสมควร เพราะมันแทงใจดำเข้าอย่างจัง "ฉันรู้สึกยังไง ต้องให้สาธยายพูดออกไปให้หมดหรือเปล่า"พูดจบเขาก็ถูกฝ่ามือของเมียฟาดเข้าที่แผงอกของเขาทันที แต่ทว่าแทนที่จะรู้สึกเจ็บ เขากลับหัวเราะชอบใจ ในขณะที่เธอหน้าตาบูดบึ้งก่นด่าเขาออกมา "พี่มันคนหื่น พอให้เอาหน่อย ก็เอาไม่หยุด ราวกับคนเก็บกด" "หึ ก็เก็บกดจริง ๆ เพราะไม่ได้เอาเมียมาเกือบสองเดือน เลยอยากชดเชยเอาให้คุ้ม" "ถ้าพี่ทำอะไรลิลอีกนะ ลิลจะร้องให้คนในบ้านมาช่วย" คีรินหัวเราะออกมาเสียงดังทันที เขาชอบแกล้งเธอก็เพราะแบบนี้ หากวันไหนไม่ได้แกล้ง เขาจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป "พี่แค่พูดเล่นเอง...แต่ถ้าให้จริงก็เอา" ลลิลรีบหยัดตัวลุกขึ้น เธอเดินเข้าห้องน้ำและกดล็อคประตูกันคนหื่นตามเธอเข้ามา ถึงจะรู้ว่าเขาแค่แกล้ง แต่เธอก็ยังกลัวว่าตัวเองจะเผลอตามใจเขาเหมือนกัน หลังจากคารอสหลับสนิทในเปลห้องเลี้ยงเด็ก ทั้งสองคนก็มานั่งทานอาหารเช้ากับการันต์ที่โต๊ะอาหารเหมือนทุกวัน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น ระหว่างที่กำลังทานเข้ากันอยู่นั้น การันต์ก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา “วันนี้พ่อจะช่วยเลี้ยงคารอสให้เองนะ แกกับหนูลิลออกไปเดินเล่น เปิดหูเปิดตาบ้างเถอะ อยู่บ้านเลี้ยงลูกทุกวัน พ่อกลัวว่าจะเครียด” คีรินที่นั่งทานข้าวต้มอยู่ หันมามอ
แล้วค่อย ๆ ยกสะโพกขึ้น นั่งคร่อมท่อนลำของเขา มือเล็กจับแท่งเนื้อที่ร้อนผ่าว วางจ่อที่ร่องรักที่ชุ่มฉ่ำของตัวเอง ก่อนทรุดตัวลง ให้ร่องแคบกลืนกินท่อนลำของเขาจนลึกสุดโคน สวบ! “อ๊าสสส จุก” ลลิลครางแผ่ว นั่งนิ่งสักพักเพื่อให้ร่องรักของเธอปรับตัว จากนั้นเธอจึงเริ่มขย่มสะโพกขึ้นลงช้า ๆ ในจังหวะสม่ำเสมอ “อ่ะ อ่ะ อ่ะ อ๊าสสส”เสียงหวานร้องครวญคราง ขณะที่สะโพกยังคงขยับไม่หยุด คีรินที่เห็นแบบนั้น ก็กลัวเธอจะเหนื่อยเกินไป เขาจึงจับสะโพกเธอไว้แน่น ช่วยยกและกดลงตามจังหวะ เพื่อเร่งให้เธอขย่มเร็วขึ้นเล็กน้อย หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงตอกอัด ไหล่บางสั่นไหวระริกด้วยความเสียวซ่าน ก่อนเธอจะก้มลงจูบเขาเป็นระยะ ขณะที่ร่องรักตอดรัดท่อนลำของเขาอย่างแนบแน่น “อื้อ~ ลิลจะเสร็จแล้ว อร้ายยย” ทั้งสองคนถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน ร่างเล็กเกร็งกระตุกสุดแรง ร้องครางเสียงสั่น ร่องรักของเธอตอดรัดเขาแน่น น้ำสีใสไหลทะลักออกมาจนเปียกชุ่ม ด้านคีรินก็กดสะโพกเธอลง ปลดปล่อยน้ำรักขาวขุ่นพุ่งทะลักเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มของเธอ “อึก อ๊าสสส” หลังจากที่ปลดปล่อยรอบแรกออกมา คีรินก็กดจูบไปตามกรอบหน้าที่ชื้นเหงื่อของลลิลด้วยควา
ลลิลถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดคลอดด้วยความตื่นเต้นและความกังวลปนกัน เธอกำลังจะได้เห็นหน้าลูกชายคนแรก มีคีรินที่คอยยืนให้กำลังใจเธออยู่ข้างเตียงไม่ห่าง ส่วนการันต์นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยความตื่นเต้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความกังวลตลอดเวลา จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องแรกของทารกดังขึ้นในห้องผ่าตัด คีรินก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว อุแว้! อุแว้! “ลูกชายพ่อมาแล้ว” เขาพูดพลางกดจูบลงบนหน้าผากของลลิล ที่เต็มไปด้วยเหงื่อ"ลิลเก่งมากเลยนะครับ" หลังจากนั้นลลิลก็ถูกส่งตัวไปนอนพักฟื้นอยู่ในห้องพิเศษระดับวีไอพี ที่คนเป็นปู่เป็นคนกำชับว่าต้องเป็นห้องนี้เท่านั้น เพราะอยากให้ลูกสะใภ้ได้นอนสบาย ข้างเตียงพักฟื้นตอนนี้ คีรินกำลังอุ้มลูกชายตัวเล็กที่พยาบาลเพิ่งเอาเข้ามาให้ในอ้อมแขนแกร่ง เด็กน้อยมีใบหน้าที่เหมือนเขามากจนน่าตกใจ และหากมองดูดี ๆ ก็คล้ายกับคนเป็นปู่ด้วยเหมือนกัน “ลูกเราหน้าตาเหมือนคุณพ่อเลยค่ะ” "ต้องเหมือนปู่อยู่แล้ว"การันต์ยืดอกพูดอย่างภูมิใจ ในขณะที่ลูกชายเอ่ยค้านทันที "เหมือนพี่ต่างหาก เหมือนพ่อแค่จมูกเท่านั้นแหละ" ลลิลส่ายหน้าและหลุดขำ กับความไม่
หลังจากที่คีรินเริ่มมีอาการแพ้ท้องแทนเมียอย่างหนัก เขาก็แทบไม่ได้ลุกจากเตียงเลย ร่างกายของเขาซีดเซียว รู้สึกเวียนหัว อยากจะอาเจียนตลอดเวลา จนแทบไม่มีแรงลุกขึ้น อาหารที่เคยชอบกลับทำให้เขาอาเจียนเกือบทุกมื้อ และลลิลกลายเป็นคนดูแลเขาอย่างใกล้ชิด เธอนั่งอยู่ข้างเตียง ลูบศรีษะเขาเบา ๆ อย่างอ่อนโยน ระหว่างนั้นแชทกลุ่มเพื่อนสนิทก็ระเบิดเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาไม่หยุด สกาย: 55555 ไอ้คีริน มึงแพ้ท้องแทนเมียจริงเหรอวะ คาเตอร์: กูหัวเราะจนน้ำตาไหลแล้วว่ะ ผัวแพ้ท้องแทนเมีย นี่มันหลงระดับไหนว่ะ ยีนส์: ไหนถ่ายหน้ามาให้กูดูสิ ว่าซีดขนาดไหน ตะวัน: 55555 กูส่งรูปมึงนอนฟุบกับหมอนไปให้เมียกูดูแล้ว เมียกูหัวเราะจนท้องแข็ง โซล: คงไม่ต้องถึงขั้นไปนอนโรงพยาบาลแบบกูนะ คีรินที่นอนฟุบอยู่บนเตียง อ่านข้อความเหล่านั้นด้วยความโมโห มือกำโทรศัพท์แน่น แล้วหันไปฟ้องลลิลที่นั่งลูบหัวเขาอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแบบเด็กน้อย “เมียจ๋า ดูสิ เพื่อนพี่แกล้งพี่อีกแล้ว ลิลช่วยบอกพวกมันหน่อยสิ ว่าพี่ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” ลลิลหลุดขำออกมากับท่าทางนั้น“โธ่ เพื่อนพี่ก็แค่พูดแซวเองค่ะ แต่พี่ก็แพ้ท้องแทนลิลจริงนะคะ แล้ว
วันต่อมา ร่างเล็กลุกขึ้นจากเตียงในตอนเช้า ร่างกายยังอ่อนเพลียเล็กน้อย แต่ทว่าที่เธอรู้สึกแปลกใจคือเมื่อเดินเข้าห้องน้ำแล้วไม่พบอาการคลื่นไส้หรืออยากอาเจียนเหมือนทุกวัน “แปลกจัง”เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะยืนแปรงฟันหน้ากระจกในห้องน้ำ ทว่ายังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ คีรินก็เดินเข้ามาในห้องน้ำอย่างไม่อายสายตาเธอเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงเปลือยเปล่า แก่นกายของเขายังแข็งขืนตั้งลำตรง หัวบานแดงก่ำแวววาว หลอดเลือดปูดโปนชัดเจน เป็นเธอที่เคยเป็นฝ่ายชอบยั่วเย้าเขาแทบทุกครั้ง กลับชะงักไปทั้งตัว แปรงสีฟันในมือเกือบหลุด “พี่”เธออ้าปากค้าง หน้าแดงก่ำทันที ก่อนเขาจะเดินตรงเข้ามา โอบกอดเธอจากด้านหลังทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ท่อนลำร้อนผ่าวที่แข็งเป็นลำเต็มที่เสียดสีกับก้นกลมกลึงของเธอผ่านเนื้อผ้าบางของชุดคลุมอาบน้ำ มือหนาข้างหนึ่งแยกสาบชุดคลุมของเธอออกอย่างรวดเร็ว แล้วบีบเคล้นเต้าอวบอิ่ม เขาวางคางเกยลงบนไหล่ขาวเนียนของเธอ จ้องมองภาพสะท้อนของเขาและเธอในกระจกด้วยสายตาหยาดเยิ้ม “พี่อยากเอาเมียอีกแล้ว” ลลิลรีบส่ายหน้าทันที ปากยังอมแปรงสีฟันอยู่ “อื้อ ขออาบน้ำแปรงฟันก่อนได้ไหมคะ”เธอพูดเสียงอู้อี้ แต่ทว่าคน
ลลิลดิ้นเร่าราวกับถูกไฟช็อต สะโพกกระตุกขึ้นลงตามจังหวะรัวลิ้นของเขา มือเล็กทั้งสองข้างจิกผ้าปูที่นอนแน่นจนผ้าเกือบขาด ปลายนิ้วเท้าจิกเกร็งอย่างแรง "อื้อ~ อ๊าสสส" ร่างสูงยังคงเร่งจังหวะ ดูดติ่งสีสดด้านบนอย่างแรง พร้อมกับสอดลิ้นเข้าไปในร่องแคบตอดตุบของเธออย่างดุเดือด ลิ้นตวัดเลียวนภายในโพรงรัก กวาดเลียน้ำหวานสีใสของเธอไม่หยุด “อ๊าาสสส พี่จ๋า ลิลจะเสร็จแล้ว ยะ อย่าหยุด อ่ะ อ๊าสสส อื้อ~” ร่างเล็กเกร็งกระตุกสุดแรง ร่างกายทุกส่วนเดือดพล่าน อกอวบกระเพื่อมขึ้นลง ก่อนจะปลดปล่อยน้ำหวานสีใสเข้าปากของคนตัวสูงอย่างรุนแรง มีบางส่วนกระเด็นโดนใบหน้าหล่อเหลาของเขา "อร้ายยยยย" ลลิลร้องครางยาว น้ำตาไหลพรากจากความเสียวที่ท่วมท้น ทว่าร่างสูงยังคงกวาดน้ำหวานของเธอเข้าปากไปจนหมด ก่อนจะยกตัวขึ้น มองใบหน้าสวยหวานของเมียรัก ที่ลำตัวอ่อนยวบ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเสร็จสม หลังจากนั้น เขาก็หยัดตัวขึ้น จับเสื้อยืดถอดออกทางศรีษะ ตามด้วยกางเกงที่ถูกดึงตามออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนทิ้งลงไปกองกับพื้นห้อง เอ็นร้อนแข็งขืนเต็มลำดีดเด้งออกมา ปลายหัวบานแดงก่ำ มีน้ำเสียวผุดซึมออกมาตรงรูเล็ก จากความกระสันที่กำลังเดือด
คำตอบของเธอทำให้เขากำปากกาในมือแน่นขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทว่าร่างเล็กกลับหลุดยิ้มออกมา เธอไม่ได้เกรงกลัวสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย"พี่จะพยายามทำเป็นเกลียดฉันไปทำไมคะ เหนื่อยเปล่า ๆ ค่ะ"".....""ไปทานข้าวดีกว่าค่ะ คุณอาอุตส่าห์จองร้านอาหารไว้ให้นะคะ"ปึก!ปากกาในมือถูกวางลง
หลังจากลองชุดแต่งงาน และคีรินเป็นคนเลือกชุดสุดท้ายที่เธอลองโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกระอักกระอ่วนจนต้องรีบกลับลลิลนั่งเงียบ สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถตลอดทาง จนกระทั่งรถจอดสนิทที่หน้าคอนโดของเธอ เสียงหวานถึงได้เอ่ยออกมา"ต่อให้พี่จะเกลียดหรือรังเกียจฉันสักแค่ไหน แต่ยังไงเร
วันต่อมาเวลาเก้าโมงตรง รถสปอร์ตสีดำจอดนิ่งอยู่หน้าคอนโดของลลิล ร่างสูงของคีรินนั่งอยู่หลังพวงมาลัย สายตามองนาฬิกาข้อมือของตัวเองเขาเอนหลังพิงเบาะ รอด้วยท่าทางเรียบเฉย ทว่าผ่านไปห้านาที ทุกอย่างก็ยังคงเงียบ สิบนาทีแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววลลิลเดินออกมา คีรินเริ่มขมวดคิ้ว หงุดหงิดที่เธอเป็นคนไม่รักษา
“มึงมีทางเลือกลิล แต่มึงไม่เลือกตั้งแต่แรก”“ใช่...เพราะกูบอกมึงแล้วว่าเรื่องหนี้ พวกกูช่วยมึงได้ แต่มึงก็เลือกที่จะพึ่งพาตัวเอง”พายเอ่ยเห็นด้วยกับความคิดของมีนาทันที เรื่องหนี้สินของลลิล พวกเธอเองรู้มาตั้งแต่ต้นและยินดีที่จะช่วยเหลือเพื่อนทุกอย่าง เพื่อให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤตนี้ไปให้ได้ แต่ทว่าลลิลที







