تسجيل الدخولตอนที่ 8
ค้างคืน
กลับจากมหาวิทยาลัย รดารีบสาวเท้าเดินตรงไปยังบ้านของตัวเอง หญิงสาวลงจากรถแท็กซี่ตรงหน้าปากซอยหลังจากแวะซื้อกับข้าวก็เดินกลับเข้าบ้าน
ตุลธรและนารีบอกให้เธอเอารถของที่บ้านมาใช้เพื่อจะได้สะดวกตอนที่ต้องเดินทาง แต่รดาก็ปฏิเสธเสียงแข็ง เธอไม่อยากรบกวนทางบ้านของพวกท่านมากเกินไป แค่ที่คอยช่วยเหลือดูแลมาตั้งแต่พ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิตไปก็เกรงใจมากพออยู่แล้ว
เสียงปึงปังดังมาจากแถวบริเวณบ้านของเธอ หญิงสาวนึกสงสัยตั้งแต่เดินเข้ามาใกล้ตัวบ้านแล้ว
เสียงเหมือนกำลังมีการก่อสร้างอะไรสักอย่างที่ฟังแล้วคงมาจากบ้านของเธอ แต่เธอก็ไม่ได้บอกให้ใครมาทำอะไรให้นี่นา
หรือจะเป็น...
"พี่วิน ทำอะไรกันคะ" รดาตะโกนเสียงแข่งกับเสียงดังจากการก่อสร้างถามธาวินที่ยืนคุมงานอยู่ไม่ไกล
"..." ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม แต่เดินนำหน้าเธอเข้าไปในตัวบ้านแทน
รดาต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อธาวินเปิดประตูบ้านของเธอเข้าไปอย่างง่ายดาย ทั้งที่กุญแจบ้านก็อยู่กับเธอแท้ ๆ
"ทำกำแพง ใครไปใครมาจะได้รู้จักขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อนถึงจะเข้ามาได้ ไม่ใช่นึกจะเข้าก็เข้าได้ตามใจ" เหมือนกับคนที่เขาเห็นเมื่อวาน
เมื่อประตูบ้านปิดลงก็พอจะกันเสียงดังลงได้ ธาวินจึงหันมาตอบคำถามของเธอ
"ขอบคุณค่ะ" รดายกมือไหว้กล่าวขอบคุณ ถึงเขาจะแค่เหลือบมองแล้วเบนสายตาออกไปมองนอกบ้าน แต่แค่นั้นเธอก็พอใจแล้ว
"พี่วินเข้ามาในบ้านได้ยังไงคะ" รดาถามเสียงเบา เกรงว่าเขาจะดุเธออีกแต่เพราะสงสัยเลยต้องถาม
ตั้งแต่ที่เขาดุเธอไปเมื่อวาน รดาจะคอยเฝ้าแต่สังเกตกุญแจบ้านอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะก่อนนอนหรือตอนตื่นและมันก็อยู่ติดตัวเธอตลอด แต่เขาก็ยังเข้ามาได้อยู่ดี
"ฉันมีสำรอง" พูดแค่นั้นธาวินก็เปิดประตูออกไปคุมงานสร้างกำแพงบ้านต่อ ปล่อยให้รดายืนงงอยู่กับคำตอบของเขา
เกือบค่ำกว่าคนงานก่อสร้างจะเลิกงานแล้วพากันกลับ ธาวินยืนคุมงานด้วยตัวเองตลอดตั้งแต่เย็นจนถึงงานเลิก
รดาเฝ้ามองร่างสูงที่เดินกลับไปยังโรงรถ เขาคงกำลังจะกลับ หญิงสาวกำลังจะเปิดประตูออกไปเพื่อชวนเขาให้อยู่กินข้าวกับเธอก่อน แต่เท้าเล็กก็ต้องหยุดไว้ก่อนถึงประตูบ้าน เพราะธาวินเดินกลับมาอีกครั้งพร้อมกับกระเป๋าเป้ใบเล็กในมือ
"ฉันอยากอาบน้ำ" ทั่งฝุ่นทั้งควันอีกทั้งอากาศก็ร้อนอบอ้าวตั้งแต่บ่ายที่เขาเข้ามาคุมคนงาน พองานเสร็จเขาจึงรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัว
"เชิญค่ะ"
รดาเดินมาไขกุญแจประตูห้องนอนอีกห้องที่อยู่ตรงข้ามกับห้องของเธอเพื่อให้เขาได้อาบน้ำตามต้องการ
"ซื้อกับข้าวมาแล้วใช่ไหม"
"ค่ะ"
"แล้วเธอกินหรือยัง"
"ยังค่ะ"
"งั้นก็รอแป๊บ ฉันอาบน้ำก่อน" พูดจบธาวินก็ปิดประตูห้อง ส่วนคนที่อยู่ด้านนอกก็ได้แต่ทำหน้างง
เขาบอกให้เธอรอกินข้าวพร้อมเขาใช่ไหม
ผ่านไปสิบนาที ธาวินออกมาจากห้องด้วยชุดที่เธอเห็นเขาใส่เป็นประจำก่อนเขาจะเข้านอน
"พี่วิน ชุดนอน" รดาทำหน้าสงสัย นิ้วเรียวชี้ไปที่ชุดของเขา
"ค่ำแบบนี้จะให้ใส่ชุดสูทนอนหรือไง"
"พี่วินจะนอนที่นี่เหรอคะ"
"กำแพงยังสร้างไม่เสร็จ ฉันจะอยู่ที่นี่ไปก่อน คนงานก่อสร้างมีแต่ผู้ชายทั้งนั้น เธอไม่กลัวหรือไง"
"ค่ะ"
ถึงจะเคยอยู่ร่วมบ้านเดียวกับเขาแต่นั่นก็อยู่กันหลายคน และถึงเธอจะเคยเข้าไปนั่งเล่นนอนเล่นในห้องนอนของเขาตอนที่ยังไม่มีเรื่องแต่งงานเข้ามา แต่นั่นก็ไม่ใช่การนอนค้างด้วยกันสักหน่อย
และตอนนี้ถึงจะนอนกันคนละห้องแต่ก็อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน และที่สำคัญความรู้สึกของเขาก็ไม่รู้สึกรักใคร่เธอเหมือนน้องสาวคนนึงแล้วด้วย ถึงแม้จะบอกว่าเขาไม่คิดจะรักเธอแบบผู้หญิงได้แต่มันก็ยังทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวแปลก ๆ อยู่ดี
จากความรู้สึกหวั่นไหวแปลก ๆ ของรดาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความเคยชินที่มีเขามานอนค้างอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย ทุกเช้าธาวินจะพาเธอไปส่งที่มหาวิทยาลัยก่อนที่เขาจะไปทำงาน และตอนเย็นจะกลับมาเจอกันที่บ้านทุกวันและเป็นอย่างนี้มาจนเกือบจะสองอาทิตย์แล้ว
"กำแพงบ้านเสร็จแล้ว พี่วินจะกลับไปที่บ้านวันไหนคะ"
คนงานก่อสร้างทำกำแพงเสร็จไปตั้งแต่สองวันที่แล้ว แต่ธาวินก็ยังมาค้างที่บ้านของเธอไม่มีท่าว่าจะกลับบ้านของตัวเอง
รดาเกรงว่าเขาจะต้องมาเป็นภาระกับเรื่องของเธอมากเกินไปจึงเอ่ยถามออกไปด้วยความเกรงใจ
"ฉันอยู่ที่นี่ทำให้เธอสิ้นเปลืองอย่างนั้นเหรอ" ธาวินละสายตาจากเอกสารในมือที่เขาหอบกลับมาทำที่บ้านทุกวันตั้งแต่เริ่มทำกำแพง เขาต้องออกจากออฟฟิศในช่วงบ่ายเพื่อมาคุมคนงานด้วยตัวเอง ทำให้มีเอกสารมากมายที่ต้องรอการอนุมัติจากเขา ยกเว้นวันไหนที่รดาไม่มีเรียนและหยุดอยู่บ้านเขาก็จะอยู่ที่นี่ทั้งวันและบอกให้เลขาส่งงานทั้งหมดมาที่บ้านของ รดาแทน
"เปล่าค่ะ รดาแค่กลัวว่าพี่วินจะลำบากที่ต้องมาคอยอยู่เป็นเพื่อน รดา"
"แล้วเห็นว่าฉันลำบากตรงไหน ไปนอนได้แล้ว ฉันจะทำงาน"
รดาจำต้องลุกเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง เธอก็แค่เป็นห่วงแต่เขากลับตีความหมายไปเป็นอย่างอื่น กลางวันก็คุมคนงานทั้งวัน ตากแดด ตากลมมาตลอดสองอาทิตย์พอตกกลางคืนก็ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งคร่ำเคร่งกับงานอีก ก็แค่กลัวว่าจะล้มป่วยซะก่อนก็เท่านั้น
ตอนพิเศษ 4 แม้จะปฏิเสธแต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับกระเส่าอย่างคนที่กำลังร้องขอ และร่างกายของเธอก็กำลังตอบรับเขา ซึ่งสวนทางกับคำคัดค้านอย่างสิ้นเชิง“อย่าห้ามพี่เลยนะรดา พี่จะไม่ทำให้ลูกของเราต้องเป็นอันตราย พี่สัญญา” น้ำเสียงที่กระซิบบอกกับเธอก็สั่นพร่าไม่แพ้กัน และตอนนี้เขาก็อยากจะปลดปล่อยความทรมานของตัวเองเต็มที“แต่พี่วินจะต้องห้ามตัวเองไม่ได้นะคะ รดากลัว” ใบหน้าสวยที่ถูกปลุกด้วยปลายนิ้วจนต้องตื่นจากนิทราเอียงมาบอกสามี“ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี เขาก็เป็นลูกพี่เหมือนกัน พี่แค่จะแสดงความรักกับแม่ของเขา พี่ว่าลูกคงจะเข้าใจและเปิดทางให้พี่แน่นอน เชื่อพี่สิ” ถึงเธอไม่เชื่อเขาก็คงไม่ยอมปล่อยให้เธอนอนหลับอย่างสบายแน่“รอให้รดาคลอดลูกก่อนได้ไหมคะ” แม้จะไม่เห็นทางสำเร็จแต่รดาก็ยังพยายามที่จะต่อรองกับเขา“นานไปรดา พี่ทนรอนานขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะ ตอนนี้พี่อยากจะรักรดาเต็มทนแล้ว ขอเถอะนะ” ไม่รอให้รดาปฏิเสธอีกครั้ง ธาวินประกบจูบเพื่อปิดเสียงค้านของเธอไว้ด้วยริมฝีปากของเขา และทำให้ร่างกายของเธอเลิกต่อต้านด้วยปลายนิ้วของเขาต่อเช่นกัน“อ๊ะ พี่วิน อื้ออ อา...” ในที่สุดเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความช่ำชอง
ตอนพิเศษ 3คืนเข้าหอสองเดือนต่อมา...งานแต่งแบบเรียบง่ายที่มีแขกแค่เครือญาติและเพื่อนสนิท สิ้นสุดลงในเวลาเกือบสามทุ่ม หลังจากส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอเสร็จเรียบร้อย ผู้ใหญ่ทุกท่านก็พากันออกจากห้องเพื่อให้บ่าวสาวได้อยู่กันตามลำพัง ตามประเพณีของการแต่งงานรดาอยู่ในชุดเจ้าสาวเกาะอกชายกระโปรงยาวฟูฟ่องสีขาวสะอาดตา ไม่รัดรูปจนน่าอึดอัดเพราะกำลังท้องอ่อน ๆ แต่ก็ไม่หลวมโครกจนดูไม่งามตา น้องของขวัญถูกคุณปู่และคุณย่าพาตัวกลับไปนอนที่บ้านของพวกท่านด้วย บ้านหลังนี้จึงเหลือแค่เธอกับนาวินซึ่งเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้น“พี่วินจะอาบน้ำก่อนก็ได้นะคะ รดาต้องแกะผมแกะชุดก่อน” รดาหันไปบอกสามีที่นอนตะแคงเท้าแขนหนุนหัวมองเธออยู่บนเตียงนอน“คืนนี้เป็นคืนเข้าหอนะรดา” แต่ธาวินกลับไม่สนใจปฏิบัติตามคำบอกกล่าวของเธอ แล้วยังพูดประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชวนขนลุกยังไงชอบกล“ค่ะ คืนเข้าหอ คืนแรกของการแต่งงานก็คือคืนเข้าหอไงคะ ทำไมเหรอคะ”“ก็ปกติคืนเข้าหอ เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็ต้องดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันไม่ใช่เหรอ” รดาเข้าใจความหมายของประโยคนั้นในทันที หญิงสาวส่งสายตามองค้อนไปให้สามีที่คงเริ่มจะหื่นขึ้นมาอีกแล้ว“ตามปกติก
ตอนพิเศษ 2แพ้ท้องอาการหงุดหงิดงุ่นง่านของธาวินหนักขึ้นเรื่อย ๆ เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด มีแต่รดากับลูกสาวที่เขาไม่กล้าจะโมโหใส่ นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือเพื่อนของเขาก็พาลโดนกันไปทุกคน จนรดาเองก็เหนื่อยใจกับอาการเอาแต่ใจ ไร้เหตุผลที่หนักข้อขึ้นทุกวัน"พี่วินคะ พี่วินมีเหตุผลหน่อยได้ไหมคะ ช่วงนี้พี่เป็นอะไรทำไมถึงขี้โมโหแบบนี้" รดาต่อว่าสามีเมื่อกลับมาถึงบ้าน หลายวันมานี้ปรพลมักจะมาหาของขวัญที่ร้านบ่อย ๆ คงเพราะเหงา ๆ เลยอยากมาเล่นกับลูกสาวของเธอ และทำให้ธาวินโมโหและพาลใส่ปรพลได้ทุกครั้งที่เขามาหา ดีหน่อยที่ปรพลไม่ถือสาเพราะเห็นว่าเป็นพื่อนสนิทกัน ไม่อย่างนั้นคงได้มีเรื่องกันไปนานแล้วแน่ ๆ "โธ่ รดาก็ไอ้พลมันเล่นมาที่ร้านทุกวันเลย พี่ก็หึงสิ""แต่พี่ก็เห็นว่าคุณพลเขามาเล่นกับของขวัญนะคะ""แต่มันตั้งใจมาหารดาด้วย พี่รู้" "พี่วิน""พี่ว่ารดาปิดร้านไปเลยดีไหม ไอ้พลจะได้หมดข้ออ้างมาที่ร้านอีก" รดาถอนหายใจอย่างหนักอก สามีของเธอเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องไปตั้งแต่เมื่อไหร่ "รดาไม่พูดกับพี่วินแล้วค่ะ" รดาหมุนตัวจะกลับเข้าห้องแต่ไม่รู้เป็นเพราะหมุนเร็วไปหรือเปล่า จึงทำให้เธอรู้ส
ตอนพิเศษ 1อ้อนพี่ได้คนเดียวครอบครัวแสนสุขของเด็กหญิงธารดาในยามเข้าช่างเป็นภาพที่น่ามอง สาวน้อยยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางร่างของคนเป็นพ่อและแม่ที่กำลังโน้มตัวเข้าหาแล้วหอมแก้มกันในตอนเช้าก่อนจะออกจากบ้าน ใบหน้าเล็กแหงนเงยฉีกยิ้มกับภาพตรงหน้า ก่อนที่ทั้งธาวินและรดาจะก้มลงมองลูกสาวแล้วย่อตัวลงนั่ง"ยิ้มอะไรคะ คนสวยของคุณพ่อ" ธาวินกอดร่างเล็กที่อยู่ระหว่างขาของเขาทั้งสองข้าง เอ่ยถามยิ้ม ๆ เมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขายังยิ้มไม่ยอมหยุด"คุณพ่อจุ๊บคุณแม่" เสียงเล็กเอ่ยบอกพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มน่าเอ็นดู จนคนเป็นพ่ออดที่จะฝังจมูกลงกับแก้มเล็กไม่ได้"คุณพ่อจุ๊บของขวัญด้วยดีไหม""ดีค่ะ" ของขวัญรีบพยักหน้ารัว ๆ เอ่ยตอบน้ำเสียงดีใจ"จุ๊บตรงไหนดีน้าาา" ธาวินทำเป็นมองไปทั้งดวงหน้าน้อยก่อนจะยิ้มแล้วกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเล็กของลูกสาว"หน้าผาก แก้ม จมูก แล้วก็ปากเล็ก ๆ" ริมฝีปากของคนเป็นพ่อพรมจูบไปทุกจุดที่เอ่ยพูด สาวน้อยได้แต่ยิ้มชอบใจ"คุณพ่อจุ๊บทุกวันได้ไหมคะ" "ได้สิคะ คุณพ่อจะจุ๊บของขวัญทุกวันเลยค่ะ""จุ๊บคุณแม่ด้วย""สำหรับคุณแม่คุณพ่อจุ๊บทุกวันและทั้งคืนอยู่แล้วค่ะ" ธาวินพูดบอกลูกสาวพร้อมทั้งส่งสายตาเจ
ตอนที่ 50ตลอดไปตั้งแต่กลับมาถึงบ้านจนถึงเวลาค่ำมืด รดาก็เอาแต่หน้าบึ้งไม่พูดไม่จากับสามี ธาวินเองก็พอจะรู้ว่าอาการแง่งอนของภรรยาเป็นเพราะอะไร เขาพยายามง้องอนหาทางพูดคุยทุกอย่างแล้ว แต่รดาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดปากพูดกับเขาสักคำแต่ก็ใช่ว่าจะหมดหนทางเสียทีเดียว ในเมื่อเขายังมีนางฟ้าตัวน้อยอยู่ทั้งคน ไม่พูดกับพ่อแต่ก็ต้องพูดกับลูกแน่ ธาวินจึงต้องเพิ่งความน่ารักของเด็กน้อยเข้าช่วยเสียแล้ว"ของขวัญคะ คุณแม่ไม่ยอมพูดกับคุณพ่อเลย ของขวัญช่วยคุณพ่อหน่อยได้ไหมคะ" ธาวินก้มพูดกับร่างน้อยที่อยู่บนเตียงนอน ตอนนี้ยังพอมีเวลาก่อนที่เด็กน้อยจะเข้านอน เขาจึงต้องใช้ลูกรักเป็นตัวช่วยให้คนเป็นแม่คืนดีกับเขาเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคืนนี้...อด"ได้ค่ะ" เด็กน้อยพยักหน้ารับคำด้วยเสียงน่ารัก"ถ้าอย่างนั้นของขวัญไปบอกคุณแม่ว่าให้พูดกับคุณพ่อหน่อยนะคะ ถ้าคุณแม่ยังไม่ยอมพูดกับคุณพ่อแบบนี้คุณพ่อคงเศร้าแน่เลยค่ะ""ค่ะคุณพ่อ" ธาวินระบายยิ้มเมื่อต่อรองกับลูกสาวได้สำเร็จ แล้วยกร่างของลูกสาวขึ้นมาอุ้มก่อนจะพาไปยังห้องนอนของตัวเอง ซึ่งคนเป็นแม่หายเงียบเข้าไปได้สักพักแล้ว"คุณแม่ขา" เด็กน้อยส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นร่างของค
ตอนที่ 49หวงเมียบรรยากาศในร้านก็คึกคัก ลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาหาเครื่องดื่มในแบบที่ตัวเองโปรด พนักงานของร้านต่างช่วยกันบริการลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ต่างกับเจ้าของร้านคนสวยที่ยังมีรอยยิ้มให้ลูกค้าอยู่ตลอดเวลาถึงแม้จะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียสักแค่ไหนก็ตาม"สวัสดีครับคุณรดา" เสียงทักคุ้นหูมาจากหน้าประตูร้าน รดาหันไปมองแล้วส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่กลายเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะคุณพล ทำไมวันนี้มาคนเดียวล่ะคะ""เปล่าครับ มากันเยอะ เดี๋ยวภัทรกับยัยแพรวก็ตามมา แล้วพรีมก็ใกล้จะถึงแล้วครับ""นัดกันมาเหรอคะ มากันครบทีมเชียว""ไอ้วินครับมันนัดผมกับพรีมมาเห็นบอกว่าอยากเจอ ส่วนภัทรกับแพรวเห็นว่าจะมาที่นี่อยู่พอดี มาแจกการ์ดน่ะครับ""ออค่ะ งั้นเชิญคุณพลด้านในก่อนแล้วกันค่ะ" ปรพลเล็งมองหาโต๊ะว่างสำหรับสมาชิกที่จะตามมา เลือกได้เป็นมุมโซฟาตัวยาวด้านในสุดของร้าน จึงเข้าไปนั่งรอเป็นคนแรกไม่กี่นาทีต่อมาภัทรและแพรววดีก็เข้ามาถึงร้าน หลังจากกล่าวทักทายเจ้าของร้านเสร็จก็เข้าไปสมทบกับปรพลที่อยู่ด้านในเหลือสองคนสุดท้ายธาวินและกิรณา แต่ไม่นานหญิงสาวหน้าสวยก็เดินยิ้มเข้ามา ขาดแต่ชาย







