เข้าสู่ระบบ“เล่าไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก ตามนั้นล่ะค่ะ” ฉันชำเลืองไปมองรุ่นพี่ที่ทำหน้าดุอยู่ข้างๆ แล้วหันไปพูดกระแทกเสียงใส่ยัยรุ่นพี่ที่ตั้งใจเดินมาชนฉัน
“พูดดีๆ” แล้วเสียงดุๆ ที่ดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองอย่างไม่พอใจ
“แล้วที่พูดนี่ไม่ดีตรงไหนคะ” ฉันท้าวเอวมองหน้ารุ่นพี่หน้านิ่งแล้วตั้งคำถาม
“มึง ไม่เอา” จันทร์เจ้าเพื่อนของฉันรีบเข้ามาห้ามทันที
“ทำกิริยาแบบนี้กับรุ่นพี่แบบนี้เหมือนไม่เคารพรุ่นพี่เลยนะคะน้อง” พี่วิเวียนคนดีก็พูดขึ้นปกป้องผู้ชายพร้อมมองฉันด้วยสายตาจิกๆ แล้วยิ้มเยาะใส่ฉัน
“แล้วรุ่นพี่ที่น่าเคารพล่ะคะ ทำตัวให้น้องเคารพรึเปล่า” ฉันก็พูดแล้วมองเธอกลับด้วยสายตาจิกเช่นกัน
จิกมาจิกกลับ ไม่โกง
“น้อง!!” พี่วิเวียนร้องขึ้นอย่างโมโหแล้วทำท่าจะเดินมาหาฉันอย่างเอาเรื่อง
“วิเวียน” เพื่อนของเธอรีบดึงเธอไว้แล้วกระซิบอะไรซักอย่าง พี่วิเวียนจึงหันไปมองรอบๆ แล้วทำหน้าเจื่อนๆ
“เหอะ” ฉันเห็นท่าทางของรุ่นพี่แบบนั้นก็เค้นหัวเราะแล้วเบะปากให้เธออย่างสมเพช
จะร้ายก็ร้ายไม่สุด มัวแต่แอ๊บ
น่าสงสารนะว่ามั้ย??
และนั่นทำให้พี่วิเวียนมองฉันด้วยสายตาที่อยากจะเข้ามาตบฉันเต็มทน
“พอได้แล้ว” เสียงเข้มดุๆ พูดขึ้น
“ครั้งนี้ฉันจะถือว่าเข้าใจผิดกัน แต่อย่าให้มีแบบนี้อีกนะ” รุ่นพี่หน้านิ่งพูดต่อแล้วมองหน้าฉันกับพี่วิเวียนสลับกัน
“เข้าใจรึเปล่าวิเวียน น้องวาเลน” พี่ฟีนิกซ์ รุ่นพี่ปี 2 ที่เป็นหัวหน้าพี่สันทนาการของคณะฉันถามย้ำ
“แต่เราไม่ได้ตั้งใจหาเรื่องน้องจริงๆ นะ” พี่วิเวียนพูดขึ้นแล้วมองหน้าพี่ๆ อย่างเลิ่กลั่ก
ฉันเบะปากมองบนอย่างเอือมๆ
อยากจะออกไปอ้วกให้กับท่าทางของรุ่นพี่กลุ่มเต็มทนแล้วนะ
“หรอ” เสียงพี่ฟอร์จ รุ่นพี่ผู้หญิงที่คอยห้ามแล้วก็ช่วยกลุ่มฉันตลอดถามขึ้นแล้วมองกลุ่มพี่วิเวียนยิ้มๆ
“ไม่ใช่เรื่องของแกอย่ามายุ่งดีกว่านะฟอร์จ” เพื่อนพี่วิเวียนหันไปมองพี่ฟอร์จแล้วพูดขึ้นเสียงแข็ง
“อะไร เพื่อนฉันก็แค่ถาม” พี่มินะเพื่อนพี่ฟอร์จที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่ฟอร์จพูดขึ้นยิ้มๆ
“แต่ฟอร์จมันพูดเหมือนไม่เชื่อวิเวียน”
“ฉันก็พูดตามที่ฉันเห็น” พี่ฟอร์จยักไหล่ให้อย่างไม่ใส่ใจท่าทางเอาเรื่องของกลุ่มพี่วิเวียน
“เห็นอะไรของแก” พี่วิเวียนถามขึ้นแล้วมองพี่ฟอร์จอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ฉันก็เห็นพวกแกหาเรื่องน้องตลอดไง หรือจะเถียงล่ะว่าไม่จริง” พี่ฟอร์จหุบยิ้มแล้วมองกลับด้วยสายตาเดียวกัน
ฉันชอบพี่คนนี้ ร้ายตรงๆ ได้ใจฉันดี
“ฟอร์จ!!” พี่วิเวียนเรียกชื่อพี่ฟอร์จเสียงดัง
“อะไร เรียกเพื่อนฉันทำไม เสียงดัง หนวกหู” พี่มินะพูดขึ้นอย่างหัวเสีย
ฉันเองได้ยินเสียงแหลมๆ นี่ก็ปวดหูเต็มทน
“สาบานสิวิเวียนว่าพวกเธอไม่ได้หาเรื่องน้องก่อน” พี่ฟอร์จถามขึ้นอีกครั้ง นั่นทำให้พี่วิเวียนและเพื่อนหันไปมองกันเลิ่กลั่ก
“เหอะ คนอะไรว่ะจะเดินชนน้องกลุ่มเดียวได้ทุกวัน มีเรื่องกับน้องได้ทุกวัน เหอะ แล้วพวกมึงนี่ก็เชื่อทุกครั้งนะ โง่” พี่ฟอร์จเห็นท่าทางกลุ่มพี่วิเวียนแล้วก็พูดขึ้น ทำหน้าเอือมระอา จากนั้นก็หันไปหารุ่นพี่ผู้ชายที่ยืนอยู่แล้วก็พูดใส่หน้าพี่ๆ เขาอย่างจัง
ใช่ โง่มาก ไม่รู้ว่ามองผู้หญิงพวกนี้ยังไงถึงไม่รู้ว่าตอแหลแค่ไหน
คนอะไรจะเดินมาชนฉันได้ทุกวัน ตั้งแต่วันแรกที่เข้ากิจกรรม
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะ” เมื่อเห็นพวกพี่ฟอร์จเดินไปแล้วฉันก็พูดขึ้นบ้าง เพราะไม่อย่างอยู่ตรงนี้นานๆ เอียนคนตอแหลกับคนโง่
เสียเวลาทำมาหากินของฉันจริงๆ
ฉันยกมือไหว้พี่ๆ แล้วเดินหนีออกมาทันที ได้ยินเสียงเพื่อนเรียกแล้วก็วิ่งตามมา
“นึกว่าจะได้ตบซะล่ะ” รรันพูดขึ้นแล้วหัวเราะเบาๆ
“รัน มึงอย่าไปให้ท้ายมันสิ” จันทร์เจ้าหันไปมองหน้ารรันดุๆ
“หึ กูว่าซักวันคงได้จัด” ฉันหันไปมองหน้ารรันเล็กน้อยแล้วหัวเราะให้กันเบาๆ ส่วนจันทร์เจ้าก็ทำหน้าหงิกหน้างออย่างขัดใจ
แต่ซักวันก็คงได้จัดจริงๆ นั่นแหละ เพราะรุ่นพี่กลุ่มนี้หาเรื่องฉันตั้งแต่วันแรกที่ฉันมาเข้ากิจกรรม ไม่รู้ว่าพวกฉันไปทำอะไรให้พวกเธอ และไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียวนะ หึ เดี๋ยวนานๆ ไปพวกคุณก็รู้
ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะ สวัสดี ฉันชื่อวาเลน วริศรา จิร- กูลการ ที่บ้านฉันไม่ได้รวยอะไรหรอก เป็นครอบครัวฐานะปานกลาง พ่อทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเล็กๆ ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน ฉันมีเพื่อน 2 คน ชื่อรรัน และจันทร์เจ้า คนแรกสายลุย แรง ไปไหนไปกัน ส่วนคนที่สองจะซอร์ฟลงมาหน่อย ไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่ากลุ่มฉันเป็นยังไง สายตบ สายลุยก็ฉันกับรรัน ส่วนคนที่คอยห้ามก็คือจันทร์เจ้า เราสามคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่มัธยม แล้วก็ตัดสินใจมาเรียนด้วยกันในรั้วมหาลัย สนิทกันจนพูดมึงกูได้สะดวกใจ ขออภัยในคำหยาบด้วยนะคะ ถ้ามีหลังจากนี้
รู้จักกันแค่นี้ก่อนนะ ค่อยๆ ทำความรู้จักกันไป แล้วจะรู้เลยว่าฉันเป็นคนยังไง
มาแล้วค้าบบบบบ
“จะไปส่ง เร็ว” ผมพูดขึ้นเร่งๆ เพราะสามทุ่มผมมีนัดกับไอ้พวกนั้นผับประจำไม่ได้ไปดื่มนะ แค่นัดแนะกันคุยเรื่องรับน้อง“ไม่เป็นไรค่ะ” แต่น้องก็รีบปฏิเสธทันทีผมไม่ได้พูดอะไรแต่มองหน้าน้องดุๆ เพื่อบอกว่าเธอไม่ควรปฏิเสธ“เหอะ งั้นก็ไปค่ะ แต่ปล่อยมือก่อนได้มั้ย” น้องมองหน้าผมแล้วทำหน้าเอือมๆ เล็กน้อย แต่สุดท้ายเธอก็ยอมตอบตกลง แล้วก็พยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุมของผม“จับอย่างนี้แหละ จะได้ไม่หลง” ผมก้มมองที่แขนของเราเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นอย่างไม่แคร์อยากจับเฉยๆ มีใครข้องไรป่ะจากนั้นผมก็จูงมือน้องให้เดินตามมาที่ด้านหน้าปากซอยผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคอนโด M แล้ว ซึ่งข้ามทางม้าลายไปก็หอน้องนั่นเอง“ต้องขอบคุณมั้ยคะ” ผมหันไปมองใบหน้าหวาน แล้วเธอก็เอ่ยถามขึ้น“แล้วแต่” ผมว่าขึ้นอย่างไม่สนใจ“เหอะ อยู่ตรงนี้บอกว่าแล้วแต่ แต่พออยู่มหาลัยไม่ใช่ว่าจะหาเรื่องฉันนะ” คนตรงหน้าผมเค้นหัวเราะแล้วพูดขึ้น แล้วคำพูดที่น้องพูดทำผมขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัยเห็นทีว่าหลังจากนี้ผมต้องลงไปดูการรับน้องเองแล้วล่ะ เพราะคนตรงหน้าผมดูจะแอนตี้รุ่นพี่เหลือเกิน แต่คงเป็นรุ่นพี่เองนี่แหละที่ทำตัวแย่กับเธอก่อน เพราะดูแล้วเธอไม
“ไงมึง” ไอ้ฟีนหันมามองหน้าผมแล้วถามขึ้นผมหันไปมองตามหลังของรุ่นน้องคนนั้นแล้วกระตุกยิ้มเล็กน้อย“น่ารักดี” ผมหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วพูดขึ้น จากนั้นก็เดินออกมาจากตรงนั้น“ห๊ะ เดี๋ยวๆ ไอ้แทน” และก็ตามที่ผมคาดไว้ว่าจะต้องมีเสียงของไอ้พวกเวรนั้นตามมา“เชี่ยยยยย”บนรถ“ชอบหรอว่ะ” ไอ้ทากะที่ขับรถอยู่หันมามองผมที่นั่งข้างๆ อย่างสงสัย ในขณะที่เรากำลังจะกลับคอนโดกันผมอยู่คอนโด M และเพื่อนส่วนใหญ่ของผมก็อยู่ที่นั่นกัน“ถามทำไม” ผมหันไปมองหน้าลูกพี่ลูกน้องตัวเองแล้วถามขึ้นเสียงนิ่ง ผมรู้อยู่แล้วว่าไอ้พวกนั้นต้องส่งไอ้นี่มาถามผมรู้อย่างงี้ให้คนมาขับรถไปให้ที่มหาลัยดีกว่า ปล่อยให้ไอ้พวกนี้สงสัยกันอยู่อย่างนั้นแหละ“ก็ปกติไม่เห็นมึงจะสนใจใคร” ไอ้ทากะว่าขึ้น“ก็ยังไม่ถึงกับชอบ แต่น่ารักดี” ผมตอบแล้วก็นึกถึงเจ้าของใบหน้าหวานที่ทำผมเสียอาการ“จริงจังป่ะ” ไอ้ทากะหันมามองผมแล้วถามหยั่งเชิง“คิดว่าไง” ผมหันไปกระตุกยิ้มร้ายให้มันไป“น้องวาเลนไม่รอดชัวร์ไอ้สัส”“หึ” ผมกระตุกยิ้มเมื่อได้ยินที่มันพูด แล้วสายตาผมก็หันไปเห็นคนสามคนที่อยู่อีกฝั่งตรงข้าม หนึ่งในนั้นใส่ชุดนักศึกษา และผมจะไม่สงสัยเลยถ้าคนนั้นไม่
“พี่ฟีนิกซ์เป็นมาเฟียหรอคะ” ฉันทำใจให้นิ่งแล้วพูดขึ้นพร้อมมองหน้าพี่แทนไทอย่างสงสัยเพราะนักเลงที่ทำตัวกร่างยังต้องกลัวนี่ไม่น่าจะธรรมดา“ป่าว มันเป็นนักเลง” พี่แทนไทตอบแล้วมองฉันอย่างสำรวจ“พี่ฟีนิกซ์นี่นะ” ฉันไม่สนใจสายตาของเขาแล้วก็ถามต่อพี่ฟีนิกซ์นี่นะนักเลง ท่าทางคุณชายขนาดนั้นนี่นะ“สงสัยอะไรเยอะแยะ” พี่แทนไทเงยหน้าขึ้นมามองฉันดุๆ“อะ อ้าว” ฉันท้าวเอวมองหน้ารุ่นพี่คนนี้อย่างหาเรื่องคนถามดีๆ นะ ฉันก็แค่สงสัย ผิดอะไร??“ตัวแค่นี้ทำเก่ง แล้วนี่จะไปไหน” พี่แทนไทมองฉันเอือมๆ แล้วถามขึ้น“กลับหอค่ะ” ฉันตอบกลับอย่างเซ็งๆไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดด้วยหรอกนะ จะคิดว่าเขาชมว่าตัวเล็กก็แล้วกันอันที่จริงก็เก่งไปงั้นแหละ ให้ฉันไปสู้กับผู้ชายก็ไม่ไหวหรอกนะ แต่ถ้าผู้หญิงล่ะก็ มาได้เลยอีวาเลนพร้อมสู้“อยู่ตรงไหน” เขาหันไปมองในซอยแล้วหันมามองหน้าฉัน“หน้าคอนโด M” ฉันชี้ไปทางหน้าปากซอยที่มีคอนโดใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกล แล้วหอฉันก็ไม่ใช่คอนโดนั่นหรอก อยู่ฝั่งตรงข้ามน่ะ“ไปสิ” เขาว่าแล้วเอื้อมมือมาจับมือฉันให้เดินตามไป“ดะ เดี๋ยว” ฉันรีบขืนตัวไว้ทันที“อะไร หรือจะรอให้ไอ้พวกนั้นมันมาลากไปข่มขืนก่อน”
19.42 น.ฉันเดินลัดจากคอนโดรรันที่อยู่อีกซอยเพื่อกลับหอตัวเอง เพราะวันนี้ฉันติดรถรรันกลับ แล้วก็แวะทานข้าวกันด้วย เลยให้ไปคอนโดของเพื่อนเลย เพื่อนจะได้ไม่ต้องมาส่งฉันแล้วไปกลับรถที่ห่างไปอีกเป็นกิโล คอนโดรรันอยู่อีกด้านเป็นถนนใหญ่เหมือนกัน แล้วมันมีซอยลัดน่ะแต่ว่าตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดเพราะเวลาที่ฉันเดินมาหารรันในตอนเช้านั้นต่างกับตอนค่ำโดยสิ้นเชิงเพราะอะไรน่ะหรอก็ผู้ชายที่เดินตามฉันมาในตอนนี้ไงเมื่อรับรู้ได้ว่ามีคนตามมาฉันก็รีบเดินเพื่อให้ไปถึงปากซอยโดยเร็วที่สุดไม่น่าอาสาเดินมาเองเลยวาเลนแล้วไม่รู้ทำไม ปกติฉันจะเรียกวินมอไซต์แถวนั้นให้มาส่งตลอด แต่วันนี้รู้สึกอยากเดินเล่นซะงั้นขยันไม่ถูกเวลาจริงๆแล้วซอยนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยวอะไรนะ แต่มันเป็นซอยที่มีหอพักนักศึกษาซะส่วนใหญ่ แล้วร้านค้าส่วนใหญ่ก็อยู่ปากซอย เรียกได้ว่าแม้จะไม่เปลี่ยว แต่ก็ไม่มีคน ฉันเลยรู้สึกไม่ปลอดภัยพรึบ“จะรีบไปไหนจ๊ะน้องสาว” แล้วเมื่อใกล้ถึงปากซอยแล้วก็มีมือมาจับที่แขนฉันแล้วดึงฉันให้หันไปหา“ปล่อย” ฉันมองผู้ชายสองคนที่เดินตามมาตอนแรกแล้วก้มมองมือหยาบที่จับแขนฉันอยู่อยากตื่นกลัว“โอ๋ๆ อย่าตกใจสิจ๊
“เล่าไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก ตามนั้นล่ะค่ะ” ฉันชำเลืองไปมองรุ่นพี่ที่ทำหน้าดุอยู่ข้างๆ แล้วหันไปพูดกระแทกเสียงใส่ยัยรุ่นพี่ที่ตั้งใจเดินมาชนฉัน“พูดดีๆ” แล้วเสียงดุๆ ที่ดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองอย่างไม่พอใจ“แล้วที่พูดนี่ไม่ดีตรงไหนคะ” ฉันท้าวเอวมองหน้ารุ่นพี่หน้านิ่งแล้วตั้งคำถาม“มึง ไม่เอา” จันทร์เจ้าเพื่อนของฉันรีบเข้ามาห้ามทันที“ทำกิริยาแบบนี้กับรุ่นพี่แบบนี้เหมือนไม่เคารพรุ่นพี่เลยนะคะน้อง” พี่วิเวียนคนดีก็พูดขึ้นปกป้องผู้ชายพร้อมมองฉันด้วยสายตาจิกๆ แล้วยิ้มเยาะใส่ฉัน“แล้วรุ่นพี่ที่น่าเคารพล่ะคะ ทำตัวให้น้องเคารพรึเปล่า” ฉันก็พูดแล้วมองเธอกลับด้วยสายตาจิกเช่นกันจิกมาจิกกลับ ไม่โกง“น้อง!!” พี่วิเวียนร้องขึ้นอย่างโมโหแล้วทำท่าจะเดินมาหาฉันอย่างเอาเรื่อง“วิเวียน” เพื่อนของเธอรีบดึงเธอไว้แล้วกระซิบอะไรซักอย่าง พี่วิเวียนจึงหันไปมองรอบๆ แล้วทำหน้าเจื่อนๆ“เหอะ” ฉันเห็นท่าทางของรุ่นพี่แบบนั้นก็เค้นหัวเราะแล้วเบะปากให้เธออย่างสมเพชจะร้ายก็ร้ายไม่สุด มัวแต่แอ๊บน่าสงสารนะว่ามั้ย??และนั่นทำให้พี่วิเวียนมองฉันด้วยสายตาที่อยากจะเข้ามาตบฉันเต็มทน“พอได้แล้ว” เสียงเข้มดุๆ พูดขึ้น“ครั้งนี
ลานกิจกรรม“นั่นไง” เมื่อผมนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนข้างๆ ลานกิจกรรมไอ้ฟีนก็นั่งลงข้างๆ แล้วชี้ให้ผมดูเด็กปีหนึ่งกลุ่มหนึ่งผมหันไปมองก็เห็นว่ามีผู้หญิง 3 คนที่นั่งหลังสุด ซึ่งที่ทำให้กลุ่มพวกเธอเด่นคือข้างๆ พวกเธอมีแต่ผู้ชาย“ก็ไม่เห็นจะมีอะไร” ผมมองแล้วก็เห็นพวกเธอนั่งทำกิจกรรมกันปกติ ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีต่อต้านอย่างที่เพื่อนผมพูดซักนิด“ตอนนี้อ่ะยังไม่มี แต่ต่อไปน่ะมีแน่” ไอ้แมสพูดขึ้นแล้วทำหน้าแหยง“เออ กูโดนตอกหน้ามาแล้ว น้องๆ แม่งพูดเจ็บจริ๊งไอ้สัส” ไอ้โฟล์คพยักหน้าเห็นด้วยผมก็นั่งฟังเพื่อนผมพูดคุยกันแล้วก็ชำเลืองไปมองน้องๆ กลุ่มนั้นไปด้วยลืมแนะนำตัว สวัสดีครับ ผมแทนไท จิระโชติ พัฒนไพศาล เรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ เพราะพ่อผมทำบริษัทเกี่ยวส่งออกอาหาร แต่ว่าผมไม่น่าจะได้ไปสานต่อธุรกิจของพ่อหรอก เพราะตอนนี้ผมช่วยคุณปู่ดูแลมหาลัยของท่านอยู่ ซึ่งก็คือมหาลัยที่ผมเรียนนี่แหละครับ ผมมีน้องชายแท้ๆ 1 คน ชื่อไทม์ แล้วก็มีเพื่อนสนิทคือไอ้ 4 ตัวที่ว่า แล้วก็ไอ้พวกกลุ่มวิศวะนั่นแหละ แต่มีคนหนึ่งที่พ่วงตำแหน่งลูกพี่ลูกน้องคือ ไอ้ทากะ พ่อมันซึ่งก็คือคุณอาของผมเนี่ยเป็นคณบดีของคณะผ







