LOGIN“เล่าไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก ตามนั้นล่ะค่ะ” ฉันชำเลืองไปมองรุ่นพี่ที่ทำหน้าดุอยู่ข้างๆ แล้วหันไปพูดกระแทกเสียงใส่ยัยรุ่นพี่ที่ตั้งใจเดินมาชนฉัน
“พูดดีๆ” แล้วเสียงดุๆ ที่ดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองอย่างไม่พอใจ
“แล้วที่พูดนี่ไม่ดีตรงไหนคะ” ฉันท้าวเอวมองหน้ารุ่นพี่หน้านิ่งแล้วตั้งคำถาม
“มึง ไม่เอา” จันทร์เจ้าเพื่อนของฉันรีบเข้ามาห้ามทันที
“ทำกิริยาแบบนี้กับรุ่นพี่แบบนี้เหมือนไม่เคารพรุ่นพี่เลยนะคะน้อง” พี่วิเวียนคนดีก็พูดขึ้นปกป้องผู้ชายพร้อมมองฉันด้วยสายตาจิกๆ แล้วยิ้มเยาะใส่ฉัน
“แล้วรุ่นพี่ที่น่าเคารพล่ะคะ ทำตัวให้น้องเคารพรึเปล่า” ฉันก็พูดแล้วมองเธอกลับด้วยสายตาจิกเช่นกัน
จิกมาจิกกลับ ไม่โกง
“น้อง!!” พี่วิเวียนร้องขึ้นอย่างโมโหแล้วทำท่าจะเดินมาหาฉันอย่างเอาเรื่อง
“วิเวียน” เพื่อนของเธอรีบดึงเธอไว้แล้วกระซิบอะไรซักอย่าง พี่วิเวียนจึงหันไปมองรอบๆ แล้วทำหน้าเจื่อนๆ
“เหอะ” ฉันเห็นท่าทางของรุ่นพี่แบบนั้นก็เค้นหัวเราะแล้วเบะปากให้เธออย่างสมเพช
จะร้ายก็ร้ายไม่สุด มัวแต่แอ๊บ
น่าสงสารนะว่ามั้ย??
และนั่นทำให้พี่วิเวียนมองฉันด้วยสายตาที่อยากจะเข้ามาตบฉันเต็มทน
“พอได้แล้ว” เสียงเข้มดุๆ พูดขึ้น
“ครั้งนี้ฉันจะถือว่าเข้าใจผิดกัน แต่อย่าให้มีแบบนี้อีกนะ” รุ่นพี่หน้านิ่งพูดต่อแล้วมองหน้าฉันกับพี่วิเวียนสลับกัน
“เข้าใจรึเปล่าวิเวียน น้องวาเลน” พี่ฟีนิกซ์ รุ่นพี่ปี 2 ที่เป็นหัวหน้าพี่สันทนาการของคณะฉันถามย้ำ
“แต่เราไม่ได้ตั้งใจหาเรื่องน้องจริงๆ นะ” พี่วิเวียนพูดขึ้นแล้วมองหน้าพี่ๆ อย่างเลิ่กลั่ก
ฉันเบะปากมองบนอย่างเอือมๆ
อยากจะออกไปอ้วกให้กับท่าทางของรุ่นพี่กลุ่มเต็มทนแล้วนะ
“หรอ” เสียงพี่ฟอร์จ รุ่นพี่ผู้หญิงที่คอยห้ามแล้วก็ช่วยกลุ่มฉันตลอดถามขึ้นแล้วมองกลุ่มพี่วิเวียนยิ้มๆ
“ไม่ใช่เรื่องของแกอย่ามายุ่งดีกว่านะฟอร์จ” เพื่อนพี่วิเวียนหันไปมองพี่ฟอร์จแล้วพูดขึ้นเสียงแข็ง
“อะไร เพื่อนฉันก็แค่ถาม” พี่มินะเพื่อนพี่ฟอร์จที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่ฟอร์จพูดขึ้นยิ้มๆ
“แต่ฟอร์จมันพูดเหมือนไม่เชื่อวิเวียน”
“ฉันก็พูดตามที่ฉันเห็น” พี่ฟอร์จยักไหล่ให้อย่างไม่ใส่ใจท่าทางเอาเรื่องของกลุ่มพี่วิเวียน
“เห็นอะไรของแก” พี่วิเวียนถามขึ้นแล้วมองพี่ฟอร์จอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ฉันก็เห็นพวกแกหาเรื่องน้องตลอดไง หรือจะเถียงล่ะว่าไม่จริง” พี่ฟอร์จหุบยิ้มแล้วมองกลับด้วยสายตาเดียวกัน
ฉันชอบพี่คนนี้ ร้ายตรงๆ ได้ใจฉันดี
“ฟอร์จ!!” พี่วิเวียนเรียกชื่อพี่ฟอร์จเสียงดัง
“อะไร เรียกเพื่อนฉันทำไม เสียงดัง หนวกหู” พี่มินะพูดขึ้นอย่างหัวเสีย
ฉันเองได้ยินเสียงแหลมๆ นี่ก็ปวดหูเต็มทน
“สาบานสิวิเวียนว่าพวกเธอไม่ได้หาเรื่องน้องก่อน” พี่ฟอร์จถามขึ้นอีกครั้ง นั่นทำให้พี่วิเวียนและเพื่อนหันไปมองกันเลิ่กลั่ก
“เหอะ คนอะไรว่ะจะเดินชนน้องกลุ่มเดียวได้ทุกวัน มีเรื่องกับน้องได้ทุกวัน เหอะ แล้วพวกมึงนี่ก็เชื่อทุกครั้งนะ โง่” พี่ฟอร์จเห็นท่าทางกลุ่มพี่วิเวียนแล้วก็พูดขึ้น ทำหน้าเอือมระอา จากนั้นก็หันไปหารุ่นพี่ผู้ชายที่ยืนอยู่แล้วก็พูดใส่หน้าพี่ๆ เขาอย่างจัง
ใช่ โง่มาก ไม่รู้ว่ามองผู้หญิงพวกนี้ยังไงถึงไม่รู้ว่าตอแหลแค่ไหน
คนอะไรจะเดินมาชนฉันได้ทุกวัน ตั้งแต่วันแรกที่เข้ากิจกรรม
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะ” เมื่อเห็นพวกพี่ฟอร์จเดินไปแล้วฉันก็พูดขึ้นบ้าง เพราะไม่อย่างอยู่ตรงนี้นานๆ เอียนคนตอแหลกับคนโง่
เสียเวลาทำมาหากินของฉันจริงๆ
ฉันยกมือไหว้พี่ๆ แล้วเดินหนีออกมาทันที ได้ยินเสียงเพื่อนเรียกแล้วก็วิ่งตามมา
“นึกว่าจะได้ตบซะล่ะ” รรันพูดขึ้นแล้วหัวเราะเบาๆ
“รัน มึงอย่าไปให้ท้ายมันสิ” จันทร์เจ้าหันไปมองหน้ารรันดุๆ
“หึ กูว่าซักวันคงได้จัด” ฉันหันไปมองหน้ารรันเล็กน้อยแล้วหัวเราะให้กันเบาๆ ส่วนจันทร์เจ้าก็ทำหน้าหงิกหน้างออย่างขัดใจ
แต่ซักวันก็คงได้จัดจริงๆ นั่นแหละ เพราะรุ่นพี่กลุ่มนี้หาเรื่องฉันตั้งแต่วันแรกที่ฉันมาเข้ากิจกรรม ไม่รู้ว่าพวกฉันไปทำอะไรให้พวกเธอ และไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียวนะ หึ เดี๋ยวนานๆ ไปพวกคุณก็รู้
ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะ สวัสดี ฉันชื่อวาเลน วริศรา จิร- กูลการ ที่บ้านฉันไม่ได้รวยอะไรหรอก เป็นครอบครัวฐานะปานกลาง พ่อทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเล็กๆ ส่วนแม่เป็นแม่บ้าน ฉันมีเพื่อน 2 คน ชื่อรรัน และจันทร์เจ้า คนแรกสายลุย แรง ไปไหนไปกัน ส่วนคนที่สองจะซอร์ฟลงมาหน่อย ไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่ากลุ่มฉันเป็นยังไง สายตบ สายลุยก็ฉันกับรรัน ส่วนคนที่คอยห้ามก็คือจันทร์เจ้า เราสามคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่มัธยม แล้วก็ตัดสินใจมาเรียนด้วยกันในรั้วมหาลัย สนิทกันจนพูดมึงกูได้สะดวกใจ ขออภัยในคำหยาบด้วยนะคะ ถ้ามีหลังจากนี้
รู้จักกันแค่นี้ก่อนนะ ค่อยๆ ทำความรู้จักกันไป แล้วจะรู้เลยว่าฉันเป็นคนยังไง
มาแล้วค้าบบบบบ
“พวกมึงก็อย่าไปพูดให้น้องมันคิดมากสิว่ะ” พี่โฟนคงจะเห็นสีหน้าเศร้าของฉันเลยพูดดุพี่ๆเขา“ปากพวกมึงทุกตัวนี่มัน” ตามด้วยพี่ดาร์ก“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเข้าใจ” ฉันเกลียดตัวเองตอนนี้มาก แต่ก็ไม่อยากจะงี่เง่าอะไร เพราะเขาทำงาน“อืม มันบอกว่าจะมา เดี๋ยวมันก็มา”“ค่ะ”“งั้นน้องวาเลนมาถ่ายรูปกับพวกพี่ก่อน”แล้วผู้หญิงเพียงคนเดียวอย่างฉันก็ถ่ายรูปกับหนุ่มๆที่เป็นตำนานของคณะวิศวะ ฉันยืนอยู่ตรงกลางฉีกยิ้มให้กล้อง จนกระทั่งสายตามองเห็นกลุ่มลูกโปร่งสีชมพูขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวแหวกฝูงชนเข้าใกล้มาบริเวณที่ฉันยืนอยู่เรื่อยๆ“หู้ววว” สิ่งนั้นเรียกเสียงฮือฮาให้ดังขึ้น ฉันมองอย่างสงสัยปนอิจฉาว่าใครกันที่จัดใหญ่เล่นโตขนาดนี้ แต่เพียงไม่นาน ผู้คนก็แหวกออก ฉันที่มองอยู่ก็ตาโต เพราะพี่แทนกำลังเดินถือมวลลูกโปร่งมากมายนั้นเดินมาหาฉัน และมืออีกข้างก็ถือกุหลาบสีชมพูช่อใหญ่เน้นว่าใหญ่มากกกกพี่แทนยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของฉัน ตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมโดยรอบเลย แม้กระทั่งว่าตัวเองยืนถ่ายรูปกับพี่ๆเขาอยู่ฉันก็ไม่ได้สนใจเลย เพราะสายตาฉันตอนนี้มองที่พี่แทนอย่างเดียวเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน พี่แทนยิ้มกว้างรอยยิ้มที
แล้ววันพิเศษอีกวันในชีวิตของฉันก็มาถึง เพราะเป็นวันที่ฉันเรียบจบแล้วนั้นเองเย้ๆ 4 ปีแห่งความทรมาน ไม่สิ ต้องบอกว่า 4ปีแห่งการเก็บเกี่ยวความรู้และได้ประสบการณ์ต่างๆก็ได้สิ้นสุดลง เพื่อโบยบินสู่โลกอันกว้างใหญ่ตอนนี้ฉันและเพื่อนๆกำลังยืนถ่ายรูปที่หน้าซุ้มต่างๆที่รุ่นน้องจัดเตรียมไว้ให้ บรรยากาศในวันนี้ค่อนข้างจะวุ่นวายและคนเยอะจนแน่นและเบียดกันไปหมด ข้างๆฉันตอนนี้ก็มี พ่อแม่ฉัน แล้วก็พ่อแม่ของพี่แทน กำลังยืนถ่ายรูปยิ้มหน้าบานกันอยู่ ส่วนพี่แทนเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขาบอกว่ากำลังประชุมอยู่ แต่จะรีบมา“ตาแทนนี่ยังไงคะคุณ เมื่อไรจะมาถึงสักที” แม่พี่แทนบ่นลูกชายตัวเสียงดัง ฉันเลยได้แต่หันไปมองยิ้มๆ“ลูกบอกว่าประชุมอยู่เดี๋ยวก็มา” พ่อพี่แทนหลังจากเห็นแววตาที่ไม่พอใจของคุณป้าก็รีบพูดขึ้น แล้วก็ลูบที่แขนเบาๆ เหมือนเป็นการบอกให้ใจเย็น แล้วพ่อกับแม่ของฉันที่ยืนอยู่ก็พูดขึ้นบ้าง“นั่นสิคะคุณพี่ ใจเย็นก่อนค่ะ”“ก็ดูลูกชายตัวดีสิคะ วันสำคัญของแฟนทั้งทียังทำงานได้”“เอาน่าคุณ”“นั่นสิคะคุณป้า เดี๋ยวพี่แทนก็มา” ฉันช่วยพูดด้วย“ผมว่าพวกเราไปนั่งรอกันดีกว่า นี่แดดก็เริ่มแรงแล้ว” ทุกคนเดินเข้าไปนั่งลงที่
ฉันร้องด้วยความตกใจ เพราะเขาจับขาทั้งสองข้างของฉันให้อ้าออกกว้าง จนดอกไม้ของฉันปรากฏให้เขาได้ยลโฉม“อ่า เมียพี่สวยที่สุดเลย” เขาเงยหน้ายิ้มๆมองฉันที่ตอนนี้ที่แดงไปทั้งร่างกาย เพราะถึงแม้ว่าเราสองคนจะมีอะไรกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ฉันก็ยังอายและเขินทุกครั้งอยู่ดี“พะ พี่แทน” ฉันพยายามจะหุบขา แต่ก็โดนเขายื้อเอาไว้ด้วยแรงที่มากกว่าแล้วเขาเอาแต่จ้องอยู่อย่างนั้น“อ๊ายยยย”ฉันร้องเสียงดังอีกครั้งเมื่อพี่แทนก้มเลียที่กุหลาบของฉัน ฉันหมดแรงทิ้งตัวให้ราบไปกับพนักพิงของโซฟา ลิ้นของพี่แทนก็เลียไม่หยุด เขาเหมือนคนอดอยาก กระหายอย่างไม่รู้จักพอ และยิ่งกุหลาบของฉันผลิตน้ำหวานออกมา เขาก็ยิ่งเลียหนักกว่าเดิม“อ๊ะ อ่าส์ เสียว”น้ำตาฉันเริ่มคลอ จากนั้นเขาก็สอดนิ้วของเข้ามาด้านใน แล้วก็ขยับต่อ“อ่าส์”ความรู้สึกของฉันตอนนี้มันยากจนเกินจะบรรยาย เพราะยิ่งเขาขยับนิ้วเข้าออกเร็วเท่าไร ฉันก็ยิ่งเสียวมากขึ้นเท่านั้นและไม่ได้ฉันก็กระตุก ตัวลอยฉันปลดปล่อยออกมา โดยที่พี่แทนดื่มกินน้ำหวานของฉันจนหมด ฉันไม่มีแรง ตอนนี้เลยได้แต่นั่งมองเขาที่ลุกขึ้นยืน ถอดกางเกงออกอย่างเร่งรีบ จากนั้นเขาก็จับให้ฉันนั่งบนตักและหันหน
“พะ พี่แทน”“ดื้ออย่างนี้ ลงโทษแบบไหนดีนะ”“มะ ไม่ อื้อออออ”จ๊วบ จ๊วบพรึบ“จูบแค่นี้ถึงกับเข่าทรุดเลยเหรอที่รัก”“บะ บ้า”“ถ้าเจอหนักกว่านี้จะรับไหวไหมเนี่ย” พี่แทนเงยใบหน้าขึ้นมองฉันด้วยรอยยิ้มร้ายๆ แต่ในสายตาของฉันเขาก็ยังหล่ออยู่ดี ฉันรู้ได้เลยว่าต่อจากนี้ไปตัวเองจะเจอกับอะไรบ้าง เพราะหลังจากที่เขาลากตัวฉันมาจากสถานีตำรวจเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขาก็กึ่งลากกึ่งดึงฉันจนมาถึงคอนโด และทันทีที่เปิดประตูห้องได้เขาก็ผลักฉันพิงกับกำแพงห้องแล้วก็ระดมจูบฉันอย่างหิวกระหายวันนี้พี่แทนร้อนแรงมาก เพียงแค่เขาจูบ ฉันก็ถึงกับเข่าอ่อนนั่งกองลงที่พื้นแล้วตอนนี้หนึ่งปีของการคบกันมา แฟนฉันร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ฉันก็ยังอ่อนหัดเหมือนเดิม แต่สกิลการตบของฉันเก่งขึ้นนะ“นะ หนู” ฉันที่ยังหาเสียงของตัวเองไปเจอก็ถูกจับอุ้มตัวลอย ฉันคิดว่าพี่แทนจะตรงไปที่เตียงนอนในห้องเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้เขากลับจับฉันนั่งลงบนตักเขาบนโซฟาในห้องรับแขก“พี่บอกแล้วไง วันนี้หนูต้องโดนลงโทษ” ฉันตาโตตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน และนั่นทำให้เขายกยิ้มอย่างพอใจคนบ้า“อือ” เขากดริมฝีปากร้อนนั้นเข้ามาหาฉันอีกรอบ แต่ครั้งนี้เขาสอดลิ้น
ก๊อกๆๆแล้วเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมอง“เข้ามา”“ผู้กองครับ มีคนมาขอพบครับ” พอได้รับอนุญาตแล้วตำรวจนายหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามาแล้วรายงานทันที“ใคร”“บอกว่าเป็นผู้ปกครองของคู่กรณี” ตำรวจที่รายงานหันมามองฉันอย่างเกร็งๆ“อื้ม ให้เข้ามา” พอผู้กองที่นั่งหัวโต๊ะอนุญาตก็มีคนเปิดประตูเข้ามาทันที“พี่แทน” พอฉันเห็นคนที่เดินเข้ามาแล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไง หรือต้องรู้สึกยังไงดีไอ้ดีใจกับก็ดีใจนะที่เขามา แต่ว่าพอเห็นหน้าตึงๆ ของเขาแล้วฉันก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“อ้าว แทน” ครอบครัวยัยลินดาหันไปมองก็ทำหน้าแปลกใจ ยกเว้นลูกสาวตัวดีของพวกเขาที่ทำหน้าดีใจอยู่คนเดียว“สวัสดีครับคุณอา” พี่แทนเอ่ยขึ้นแล้วเดินมานั่งข้างฉัน“ไอ้แสบ ก่อเรื่องอีกแล้ว” พอนั่งลงแล้วเบาก็หันมาพูดกับฉันพร้อมส่ายหน้าเอือมๆ“แหะๆ” ฉันก็ได้แต่ยิ้มแห้งน่ะสิ“เอ่อ แม่หนูนี่เป็นอะไรกับแทนหรอ” พอเห็นท่าทางสนิทสนมของพี่แทนกับฉันแล้วแม่ยัยลินดาก็ถามขึ้นทันที“นี่แฟนผมเองครับ” พี่แทนหันไปตอบกลับเสียงนิ่ง“ฟะ แฟน” แล้วท่าทางของพ่อแม่ยัยนั่นก็เปลี่ยนเป็นตกใจทันที ส่วนลูกสาวก็หันมามองฉันอย่างไม่พอใจ“ทำไมถึงมีเรื่องได้วาเลน”
“อีเจ้าล่ะ” ฉันหันไปถามรรันที่ยืนขำอยู่ข้างๆ“อยู่รถกับทิชา กูเห็นว่านาน เลยมาตาม”“กูน่าจะได้ไปโรงพัก มึงพาเจ้ามันกลับเถอะ” ฉันบอกมันไปแบบเซ็งๆ เฮ้อออออ คิดถึงที่นอนจะตายแล้ว เหอะ ฉันน่าจะตบเด็กนั่นเยอะกว่านี้ว่ามั้ย?? โทษฐานที่บังอาจมาขัดขวางการนอนของฉัน“ได้ไง” รรันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ“เออ กูอยู่ได้ เดี๋ยวพี่แทนก็มา” ฉันบอกไปแล้วพูดถึงแฟนสุดโหดของตัวเอง“แน่นะ”“อื้ม พามันไปนอนห้องมึงนะ กูว่ารอบนี้มันหนักว่ะกว่าเดิมอีก ตอนแรกกูว่าจะนอนกับมัน แต่คงดึก” ฉันพยักหน้าให้เพื่อนไป“ได้ๆ มีอะไรโทรมา เป็นยังไงก็ทักบอกกูด้วย” รรันพยักหน้ารับอย่างไม่อิดออด เพราะตอนนี้อีเจ้าก็สำคัญเหมือนกัน แล้วป่านนี้ไม่รู้ทิชามันจะสาปแช่งพวกฉันไปถึงไหนแล้วที่ปล่อยให้มันดูแลคนเมาคนเดียว“อื้ม” ฉันยิ้มให้เพื่อนเล็กน้อยแล้วรรันมันก็รีบเดินออกไป“เฮียบอกมันล่ะ เดี๋ยวให้มันตามไปสถานีตำรวจ” พอรรันไปได้ไม่นานเฮียโฟนก็เดินเข้ามาบอก“ไปเถอะ” เฮียดาร์คหันมาบอกฉัน“ค่ะ”สถานีตำรวจ“เข้าไปก่อนนะ” เฮียโฟนหันมาบอกฉันทันทีที่รถมาจอดที่หน้าโรงพักแล้ว ที่จริงฉันจะได้มารถตำรวจแล้ว แต่เฮียดาร์คไม่ให้ฉันไปกับยัยนั่น เพราะกลั
มหาลัย Kคณะบริหารธุรกิจ07.40 น.ฮัลโหล สวัสดีตอนเช้านะทุกคน วันนี้ฉันมีเรียนเช้า ก็เลยทำให้ฉันต้องเดินหัวฟูลงจากรถที่ผู้ชายใส่เสื้อกั๊กสีส้มมารับฉันที่หน้าคอนโดแล้วมาส่งถึงมหาลัยอย่างปลอดภัย (มั้ง)ฉันจ่ายเงินให้พี่วินแล้วก็เดินมานั่งที่โต๊ะด้านหน้าคณะเพื่อรอเพื่อนทั้งสอง ถามว่าทำไมฉันถึงไม่มากับ
“จะไปส่ง เร็ว” ผมพูดขึ้นเร่งๆ เพราะสามทุ่มผมมีนัดกับไอ้พวกนั้นผับประจำไม่ได้ไปดื่มนะ แค่นัดแนะกันคุยเรื่องรับน้อง“ไม่เป็นไรค่ะ” แต่น้องก็รีบปฏิเสธทันทีผมไม่ได้พูดอะไรแต่มองหน้าน้องดุๆ เพื่อบอกว่าเธอไม่ควรปฏิเสธ“เหอะ งั้นก็ไปค่ะ แต่ปล่อยมือก่อนได้มั้ย” น้องมองหน้าผมแล้วทำหน้าเอือมๆ เล็กน้อย แต่ส
“ไงมึง” ไอ้ฟีนหันมามองหน้าผมแล้วถามขึ้นผมหันไปมองตามหลังของรุ่นน้องคนนั้นแล้วกระตุกยิ้มเล็กน้อย“น่ารักดี” ผมหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วพูดขึ้น จากนั้นก็เดินออกมาจากตรงนั้น“ห๊ะ เดี๋ยวๆ ไอ้แทน” และก็ตามที่ผมคาดไว้ว่าจะต้องมีเสียงของไอ้พวกเวรนั้นตามมา“เชี่ยยยยย”บนรถ“ชอบหรอว่ะ” ไอ้ทากะที่ขับรถอยู่หันม
“พี่ฟีนิกซ์เป็นมาเฟียหรอคะ” ฉันทำใจให้นิ่งแล้วพูดขึ้นพร้อมมองหน้าพี่แทนไทอย่างสงสัยเพราะนักเลงที่ทำตัวกร่างยังต้องกลัวนี่ไม่น่าจะธรรมดา“ป่าว มันเป็นนักเลง” พี่แทนไทตอบแล้วมองฉันอย่างสำรวจ“พี่ฟีนิกซ์นี่นะ” ฉันไม่สนใจสายตาของเขาแล้วก็ถามต่อพี่ฟีนิกซ์นี่นะนักเลง ท่าทางคุณชายขนาดนั้นนี่นะ“สงสัยอะไ







