เข้าสู่ระบบ19.42 น.
ฉันเดินลัดจากคอนโดรรันที่อยู่อีกซอยเพื่อกลับหอตัวเอง เพราะวันนี้ฉันติดรถรรันกลับ แล้วก็แวะทานข้าวกันด้วย เลยให้ไปคอนโดของเพื่อนเลย เพื่อนจะได้ไม่ต้องมาส่งฉันแล้วไปกลับรถที่ห่างไปอีกเป็นกิโล คอนโดรรันอยู่อีกด้านเป็นถนนใหญ่เหมือนกัน แล้วมันมีซอยลัดน่ะ
แต่ว่าตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด
เพราะเวลาที่ฉันเดินมาหารรันในตอนเช้านั้นต่างกับตอนค่ำโดยสิ้นเชิง
เพราะอะไรน่ะหรอ
ก็ผู้ชายที่เดินตามฉันมาในตอนนี้ไง
เมื่อรับรู้ได้ว่ามีคนตามมาฉันก็รีบเดินเพื่อให้ไปถึงปากซอยโดยเร็วที่สุด
ไม่น่าอาสาเดินมาเองเลยวาเลน
แล้วไม่รู้ทำไม ปกติฉันจะเรียกวินมอไซต์แถวนั้นให้มาส่งตลอด แต่วันนี้รู้สึกอยากเดินเล่นซะงั้น
ขยันไม่ถูกเวลาจริงๆ
แล้วซอยนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยวอะไรนะ แต่มันเป็นซอยที่มีหอพักนักศึกษาซะส่วนใหญ่ แล้วร้านค้าส่วนใหญ่ก็อยู่ปากซอย เรียกได้ว่าแม้จะไม่เปลี่ยว แต่ก็ไม่มีคน ฉันเลยรู้สึกไม่ปลอดภัย
พรึบ
“จะรีบไปไหนจ๊ะน้องสาว” แล้วเมื่อใกล้ถึงปากซอยแล้วก็มีมือมาจับที่แขนฉันแล้วดึงฉันให้หันไปหา
“ปล่อย” ฉันมองผู้ชายสองคนที่เดินตามมาตอนแรกแล้วก้มมองมือหยาบที่จับแขนฉันอยู่อยากตื่นกลัว
“โอ๋ๆ อย่าตกใจสิจ๊ะ พี่แค่มาทักทาย” ผู้ชายร่างท้วมที่จับมือฉันอยู่พูดแล้วยิ้มให้ฉัน
“ไม่ได้อยากรู้จัก ปล่อย” ฉันพูดแล้วบิดแขนออกจากการเกาะกุมของเขา
“แหม่ หยิ่งซะด้วยว่ะ”
“ไม่ได้หยิ่งเว้ย แต่ไม่อยากจะเสวนาด้วย” ฉันร้องขึ้นแล้วพยายามดิ้นหนี
“แต่พี่อยากรู้จักน้องสาวคนสวย เรามาทำความรู้จักกันหน่อยมั้ย” แต่ผู้ชายคนนั้นกลับพูดแล้วมองฉันอย่างหยาบโลน
“ไม่ ช่วยด้วยค่ะ” ฉันหันไปขอความช่วยเหลือจากวินมอไซต์ที่ขับผ่าน แต่เขากลับมองมาแล้วขี่ผ่านไปเฉยๆ
“เรียกให้ตายก็ไม่มีใครช่วยหรอกน้องสาว แถวนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้จักไอ้เบิ้ม”
“ไม่มีใครกล้ามายุ่งหรอก ไปกันดีกว่าจ๊ะคนสวย ไปทำความรู้จักกัน” คนที่มาด้วยพูดขึ้นเสริมทับอีกเสียง
แล้วไอ้ผู้ชายที่จับแขนฉันอยู่ก็ดึงฉันให้เดินตามไป
“ไม่ไปเว้ย ปล่อยฉันนะไอ้พวกเวร ช่วยด้วยค่ะ” ฉันดิ้นหนีอย่างสุดแรงแล้วตะโกนขอความช่วยเหลือรถหรูสีดำที่ขับผ่านมา
“ร้องให้ตายก็ไม่มีใครสนใจหรอก”
และก็จริง ความหวังของฉันที่อยู่กับรถคันนั้นก็หายไปพร้อมกับรถคันนั้นที่ขับผ่านฉันไป
“ปล่อยสิว่ะ ไอ้พวกชั่ว ;฿/&&:” ฉันหันไปดิ้นหนีจากอุ้งมือหนีเหนียวๆ ของไอ้บ้านี่แล้วด่าทอพวกมันไป
“ปากดีนักนะมึง” พอได้ยินคำหยาบออกจากฉัน พวกมันทั้งสองก็ทำหน้าทะมึนแล้วมองฉันอย่างโกรธ
“ฉุดผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้นี่แมนจังนะ” และก่อนที่พวกมันจะได้ทำอะไรฉันก็มีเสียงที่ดังขึ้นจากข้างหลังฉัน
“รุ่นพี่” ฉันเรียกคนที่เข้ามาช่วยอย่างดีใจ
พี่แทนไท??
ใช่ พอฉันหันไปมองก็เจอกับรุ่นพี่หน้านิ่งของคณะฉันที่จันทร์เจ้าบอกว่าเป็นประธานรุ่นปี 2
“ปล่อยเธอ” เขาเหลือบมามองหน้าฉันเล็กน้อยแล้วหันไปพูดกับไอ้สองคนนี้นิ่งๆ
จะนิ่งไปไหนพ่อคุณ
สถานการณ์คับขันนะเห้ย
“ยุ่งอะไรด้วยว่ะ” คนที่จับฉันพูดขึ้นแล้วทำหน้ากวนๆ
“คงไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูไอ้ฟีนิกซ์หรอกนะว่ามีคนมากร่างถิ่นมัน” พี่แทนไทมองพวกมันอย่างไม่กลัวแล้วพูดขึ้น
“ฟะ ฟีนิกซ์” ฉันหันไปมองหน้าพวกมันก็เห็นว่าหน้าพวกมันซีดๆ เหมือนเห็นผียังไงอย่างงั้น
“อื้ม ไง จะให้กูโทรมั้ย”
“เอาไงดีพี่เบิ้ม” พวกมันหันไปมองหน้ากันอย่างขอความเห็น
“มะ มันไม่รู้จักลูกนายหรอก” ไอ้คนชื่อเบิ้มพูดขึ้นแล้วหันมามองหน้าพี่แทนไทอย่างไม่กลัว
“ลองดูมั้ยล่ะ” พี่แทนไทควักโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วทำท่าจะกด
“เห้ยๆ อย่านะเว้ย ปล่อยแล้วๆ” แต่ไอ้เบิ้มก็รีบร้องห้ามแล้วปล่อยมือฉัน ฉันรีบเดินไปหลบหลังพี่แทนไททันที
พวกมันมองหน้าเราสองคนอย่างลังเลแล้วรีบวิ่งหนีไป เหมือนพวกมันจะกลัวพี่ฟีนิกซ์
“จะไปส่ง เร็ว” ผมพูดขึ้นเร่งๆ เพราะสามทุ่มผมมีนัดกับไอ้พวกนั้นผับประจำไม่ได้ไปดื่มนะ แค่นัดแนะกันคุยเรื่องรับน้อง“ไม่เป็นไรค่ะ” แต่น้องก็รีบปฏิเสธทันทีผมไม่ได้พูดอะไรแต่มองหน้าน้องดุๆ เพื่อบอกว่าเธอไม่ควรปฏิเสธ“เหอะ งั้นก็ไปค่ะ แต่ปล่อยมือก่อนได้มั้ย” น้องมองหน้าผมแล้วทำหน้าเอือมๆ เล็กน้อย แต่สุดท้ายเธอก็ยอมตอบตกลง แล้วก็พยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุมของผม“จับอย่างนี้แหละ จะได้ไม่หลง” ผมก้มมองที่แขนของเราเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นอย่างไม่แคร์อยากจับเฉยๆ มีใครข้องไรป่ะจากนั้นผมก็จูงมือน้องให้เดินตามมาที่ด้านหน้าปากซอยผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคอนโด M แล้ว ซึ่งข้ามทางม้าลายไปก็หอน้องนั่นเอง“ต้องขอบคุณมั้ยคะ” ผมหันไปมองใบหน้าหวาน แล้วเธอก็เอ่ยถามขึ้น“แล้วแต่” ผมว่าขึ้นอย่างไม่สนใจ“เหอะ อยู่ตรงนี้บอกว่าแล้วแต่ แต่พออยู่มหาลัยไม่ใช่ว่าจะหาเรื่องฉันนะ” คนตรงหน้าผมเค้นหัวเราะแล้วพูดขึ้น แล้วคำพูดที่น้องพูดทำผมขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัยเห็นทีว่าหลังจากนี้ผมต้องลงไปดูการรับน้องเองแล้วล่ะ เพราะคนตรงหน้าผมดูจะแอนตี้รุ่นพี่เหลือเกิน แต่คงเป็นรุ่นพี่เองนี่แหละที่ทำตัวแย่กับเธอก่อน เพราะดูแล้วเธอไม
“ไงมึง” ไอ้ฟีนหันมามองหน้าผมแล้วถามขึ้นผมหันไปมองตามหลังของรุ่นน้องคนนั้นแล้วกระตุกยิ้มเล็กน้อย“น่ารักดี” ผมหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วพูดขึ้น จากนั้นก็เดินออกมาจากตรงนั้น“ห๊ะ เดี๋ยวๆ ไอ้แทน” และก็ตามที่ผมคาดไว้ว่าจะต้องมีเสียงของไอ้พวกเวรนั้นตามมา“เชี่ยยยยย”บนรถ“ชอบหรอว่ะ” ไอ้ทากะที่ขับรถอยู่หันมามองผมที่นั่งข้างๆ อย่างสงสัย ในขณะที่เรากำลังจะกลับคอนโดกันผมอยู่คอนโด M และเพื่อนส่วนใหญ่ของผมก็อยู่ที่นั่นกัน“ถามทำไม” ผมหันไปมองหน้าลูกพี่ลูกน้องตัวเองแล้วถามขึ้นเสียงนิ่ง ผมรู้อยู่แล้วว่าไอ้พวกนั้นต้องส่งไอ้นี่มาถามผมรู้อย่างงี้ให้คนมาขับรถไปให้ที่มหาลัยดีกว่า ปล่อยให้ไอ้พวกนี้สงสัยกันอยู่อย่างนั้นแหละ“ก็ปกติไม่เห็นมึงจะสนใจใคร” ไอ้ทากะว่าขึ้น“ก็ยังไม่ถึงกับชอบ แต่น่ารักดี” ผมตอบแล้วก็นึกถึงเจ้าของใบหน้าหวานที่ทำผมเสียอาการ“จริงจังป่ะ” ไอ้ทากะหันมามองผมแล้วถามหยั่งเชิง“คิดว่าไง” ผมหันไปกระตุกยิ้มร้ายให้มันไป“น้องวาเลนไม่รอดชัวร์ไอ้สัส”“หึ” ผมกระตุกยิ้มเมื่อได้ยินที่มันพูด แล้วสายตาผมก็หันไปเห็นคนสามคนที่อยู่อีกฝั่งตรงข้าม หนึ่งในนั้นใส่ชุดนักศึกษา และผมจะไม่สงสัยเลยถ้าคนนั้นไม่
“พี่ฟีนิกซ์เป็นมาเฟียหรอคะ” ฉันทำใจให้นิ่งแล้วพูดขึ้นพร้อมมองหน้าพี่แทนไทอย่างสงสัยเพราะนักเลงที่ทำตัวกร่างยังต้องกลัวนี่ไม่น่าจะธรรมดา“ป่าว มันเป็นนักเลง” พี่แทนไทตอบแล้วมองฉันอย่างสำรวจ“พี่ฟีนิกซ์นี่นะ” ฉันไม่สนใจสายตาของเขาแล้วก็ถามต่อพี่ฟีนิกซ์นี่นะนักเลง ท่าทางคุณชายขนาดนั้นนี่นะ“สงสัยอะไรเยอะแยะ” พี่แทนไทเงยหน้าขึ้นมามองฉันดุๆ“อะ อ้าว” ฉันท้าวเอวมองหน้ารุ่นพี่คนนี้อย่างหาเรื่องคนถามดีๆ นะ ฉันก็แค่สงสัย ผิดอะไร??“ตัวแค่นี้ทำเก่ง แล้วนี่จะไปไหน” พี่แทนไทมองฉันเอือมๆ แล้วถามขึ้น“กลับหอค่ะ” ฉันตอบกลับอย่างเซ็งๆไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดด้วยหรอกนะ จะคิดว่าเขาชมว่าตัวเล็กก็แล้วกันอันที่จริงก็เก่งไปงั้นแหละ ให้ฉันไปสู้กับผู้ชายก็ไม่ไหวหรอกนะ แต่ถ้าผู้หญิงล่ะก็ มาได้เลยอีวาเลนพร้อมสู้“อยู่ตรงไหน” เขาหันไปมองในซอยแล้วหันมามองหน้าฉัน“หน้าคอนโด M” ฉันชี้ไปทางหน้าปากซอยที่มีคอนโดใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกล แล้วหอฉันก็ไม่ใช่คอนโดนั่นหรอก อยู่ฝั่งตรงข้ามน่ะ“ไปสิ” เขาว่าแล้วเอื้อมมือมาจับมือฉันให้เดินตามไป“ดะ เดี๋ยว” ฉันรีบขืนตัวไว้ทันที“อะไร หรือจะรอให้ไอ้พวกนั้นมันมาลากไปข่มขืนก่อน”
19.42 น.ฉันเดินลัดจากคอนโดรรันที่อยู่อีกซอยเพื่อกลับหอตัวเอง เพราะวันนี้ฉันติดรถรรันกลับ แล้วก็แวะทานข้าวกันด้วย เลยให้ไปคอนโดของเพื่อนเลย เพื่อนจะได้ไม่ต้องมาส่งฉันแล้วไปกลับรถที่ห่างไปอีกเป็นกิโล คอนโดรรันอยู่อีกด้านเป็นถนนใหญ่เหมือนกัน แล้วมันมีซอยลัดน่ะแต่ว่าตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดเพราะเวลาที่ฉันเดินมาหารรันในตอนเช้านั้นต่างกับตอนค่ำโดยสิ้นเชิงเพราะอะไรน่ะหรอก็ผู้ชายที่เดินตามฉันมาในตอนนี้ไงเมื่อรับรู้ได้ว่ามีคนตามมาฉันก็รีบเดินเพื่อให้ไปถึงปากซอยโดยเร็วที่สุดไม่น่าอาสาเดินมาเองเลยวาเลนแล้วไม่รู้ทำไม ปกติฉันจะเรียกวินมอไซต์แถวนั้นให้มาส่งตลอด แต่วันนี้รู้สึกอยากเดินเล่นซะงั้นขยันไม่ถูกเวลาจริงๆแล้วซอยนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยวอะไรนะ แต่มันเป็นซอยที่มีหอพักนักศึกษาซะส่วนใหญ่ แล้วร้านค้าส่วนใหญ่ก็อยู่ปากซอย เรียกได้ว่าแม้จะไม่เปลี่ยว แต่ก็ไม่มีคน ฉันเลยรู้สึกไม่ปลอดภัยพรึบ“จะรีบไปไหนจ๊ะน้องสาว” แล้วเมื่อใกล้ถึงปากซอยแล้วก็มีมือมาจับที่แขนฉันแล้วดึงฉันให้หันไปหา“ปล่อย” ฉันมองผู้ชายสองคนที่เดินตามมาตอนแรกแล้วก้มมองมือหยาบที่จับแขนฉันอยู่อยากตื่นกลัว“โอ๋ๆ อย่าตกใจสิจ๊
“เล่าไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก ตามนั้นล่ะค่ะ” ฉันชำเลืองไปมองรุ่นพี่ที่ทำหน้าดุอยู่ข้างๆ แล้วหันไปพูดกระแทกเสียงใส่ยัยรุ่นพี่ที่ตั้งใจเดินมาชนฉัน“พูดดีๆ” แล้วเสียงดุๆ ที่ดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองอย่างไม่พอใจ“แล้วที่พูดนี่ไม่ดีตรงไหนคะ” ฉันท้าวเอวมองหน้ารุ่นพี่หน้านิ่งแล้วตั้งคำถาม“มึง ไม่เอา” จันทร์เจ้าเพื่อนของฉันรีบเข้ามาห้ามทันที“ทำกิริยาแบบนี้กับรุ่นพี่แบบนี้เหมือนไม่เคารพรุ่นพี่เลยนะคะน้อง” พี่วิเวียนคนดีก็พูดขึ้นปกป้องผู้ชายพร้อมมองฉันด้วยสายตาจิกๆ แล้วยิ้มเยาะใส่ฉัน“แล้วรุ่นพี่ที่น่าเคารพล่ะคะ ทำตัวให้น้องเคารพรึเปล่า” ฉันก็พูดแล้วมองเธอกลับด้วยสายตาจิกเช่นกันจิกมาจิกกลับ ไม่โกง“น้อง!!” พี่วิเวียนร้องขึ้นอย่างโมโหแล้วทำท่าจะเดินมาหาฉันอย่างเอาเรื่อง“วิเวียน” เพื่อนของเธอรีบดึงเธอไว้แล้วกระซิบอะไรซักอย่าง พี่วิเวียนจึงหันไปมองรอบๆ แล้วทำหน้าเจื่อนๆ“เหอะ” ฉันเห็นท่าทางของรุ่นพี่แบบนั้นก็เค้นหัวเราะแล้วเบะปากให้เธออย่างสมเพชจะร้ายก็ร้ายไม่สุด มัวแต่แอ๊บน่าสงสารนะว่ามั้ย??และนั่นทำให้พี่วิเวียนมองฉันด้วยสายตาที่อยากจะเข้ามาตบฉันเต็มทน“พอได้แล้ว” เสียงเข้มดุๆ พูดขึ้น“ครั้งนี
ลานกิจกรรม“นั่นไง” เมื่อผมนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนข้างๆ ลานกิจกรรมไอ้ฟีนก็นั่งลงข้างๆ แล้วชี้ให้ผมดูเด็กปีหนึ่งกลุ่มหนึ่งผมหันไปมองก็เห็นว่ามีผู้หญิง 3 คนที่นั่งหลังสุด ซึ่งที่ทำให้กลุ่มพวกเธอเด่นคือข้างๆ พวกเธอมีแต่ผู้ชาย“ก็ไม่เห็นจะมีอะไร” ผมมองแล้วก็เห็นพวกเธอนั่งทำกิจกรรมกันปกติ ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีต่อต้านอย่างที่เพื่อนผมพูดซักนิด“ตอนนี้อ่ะยังไม่มี แต่ต่อไปน่ะมีแน่” ไอ้แมสพูดขึ้นแล้วทำหน้าแหยง“เออ กูโดนตอกหน้ามาแล้ว น้องๆ แม่งพูดเจ็บจริ๊งไอ้สัส” ไอ้โฟล์คพยักหน้าเห็นด้วยผมก็นั่งฟังเพื่อนผมพูดคุยกันแล้วก็ชำเลืองไปมองน้องๆ กลุ่มนั้นไปด้วยลืมแนะนำตัว สวัสดีครับ ผมแทนไท จิระโชติ พัฒนไพศาล เรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ เพราะพ่อผมทำบริษัทเกี่ยวส่งออกอาหาร แต่ว่าผมไม่น่าจะได้ไปสานต่อธุรกิจของพ่อหรอก เพราะตอนนี้ผมช่วยคุณปู่ดูแลมหาลัยของท่านอยู่ ซึ่งก็คือมหาลัยที่ผมเรียนนี่แหละครับ ผมมีน้องชายแท้ๆ 1 คน ชื่อไทม์ แล้วก็มีเพื่อนสนิทคือไอ้ 4 ตัวที่ว่า แล้วก็ไอ้พวกกลุ่มวิศวะนั่นแหละ แต่มีคนหนึ่งที่พ่วงตำแหน่งลูกพี่ลูกน้องคือ ไอ้ทากะ พ่อมันซึ่งก็คือคุณอาของผมเนี่ยเป็นคณบดีของคณะผ







