Masuk“ไงมึง” ไอ้ฟีนหันมามองหน้าผมแล้วถามขึ้น
ผมหันไปมองตามหลังของรุ่นน้องคนนั้นแล้วกระตุกยิ้มเล็กน้อย
“น่ารักดี” ผมหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วพูดขึ้น จากนั้นก็เดินออกมาจากตรงนั้น
“ห๊ะ เดี๋ยวๆ ไอ้แทน” และก็ตามที่ผมคาดไว้ว่าจะต้องมีเสียงของไอ้พวกเวรนั้นตามมา
“เชี่ยยยยย”
บนรถ
“ชอบหรอว่ะ” ไอ้ทากะที่ขับรถอยู่หันมามองผมที่นั่งข้างๆ อย่างสงสัย ในขณะที่เรากำลังจะกลับคอนโดกัน
ผมอยู่คอนโด M และเพื่อนส่วนใหญ่ของผมก็อยู่ที่นั่นกัน
“ถามทำไม” ผมหันไปมองหน้าลูกพี่ลูกน้องตัวเองแล้วถามขึ้นเสียงนิ่ง ผมรู้อยู่แล้วว่าไอ้พวกนั้นต้องส่งไอ้นี่มาถามผม
รู้อย่างงี้ให้คนมาขับรถไปให้ที่มหาลัยดีกว่า ปล่อยให้ไอ้พวกนี้สงสัยกันอยู่อย่างนั้นแหละ
“ก็ปกติไม่เห็นมึงจะสนใจใคร” ไอ้ทากะว่าขึ้น
“ก็ยังไม่ถึงกับชอบ แต่น่ารักดี” ผมตอบแล้วก็นึกถึงเจ้าของใบหน้าหวานที่ทำผมเสียอาการ
“จริงจังป่ะ” ไอ้ทากะหันมามองผมแล้วถามหยั่งเชิง
“คิดว่าไง” ผมหันไปกระตุกยิ้มร้ายให้มันไป
“น้องวาเลนไม่รอดชัวร์ไอ้สัส”
“หึ” ผมกระตุกยิ้มเมื่อได้ยินที่มันพูด แล้วสายตาผมก็หันไปเห็นคนสามคนที่อยู่อีกฝั่งตรงข้าม หนึ่งในนั้นใส่ชุดนักศึกษา และผมจะไม่สงสัยเลยถ้าคนนั้นไม่ใช่รุ่นน้องที่เป็นหัวข้อสนทนาของผมกับเพื่อนอยู่ในตอนนี้
“ไอ้ทากะ จอด!!” ผมหันไปมองอย่างสงสัยแล้วรีบบอกให้ไอ้ ทากะจอดเมื่อเห็นว่าวาเลนหันมามองรถผมที่กำลังขับผ่านอย่างกลัวๆ
“อะไรว่ะ” ไอ้ทากะหันมามองหน้าผมอย่างงงๆ
“กูบอกให้จอด” ผมล่ะสายตาจากน้องแล้วหันมามองเพื่อนตัวเองอย่างกดดัน
“เออๆ” ไอ้ทากะทำหน้างงแล้วจอดรถให้ผม
“กลับไปก่อนเลย” ผมปลดสายเบลล์แล้วบอกเพื่อนไปอย่างเร่งรีบ
“เห้ยๆ ไอ้แทน เดี๋ยว” ผมเปิดประตูรถลงมาโดยไม่สนใจเสียงห้ามของเพื่อนเลยซักนิด
ผมรีบข้ามฝั่งไปแล้วเดินไปสามคนนั้นที่กำลังฉุดกระชากลากถูกันอยู่
ปึก
“ปากดีนักนะมึง” ผมเดินไปก็เห็นว่าตอนนี้หนึ่งในสองคนนั้นที่จับแขนรุ่นน้องผมอยู่พูดขึ้นอย่างโมโห
“ฉุดผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้นี่แมนจังนะ” และก่อนที่พวกมันจะได้ทำอะไรผมก็พูดขึ้นขัดก่อน
“รุ่นพี่” วาเลนหันมามองผมแล้วพูดขึ้นอย่างดีใจ
“ปล่อยเธอ” ผมเหลือบไปมองหน้าน้องเล็กน้อยแล้วหันไปพูดกับไอ้สองคนนั้นนิ่งๆ
“ยุ่งอะไรด้วยว่ะ” คนที่จับน้องอยู่พูดขึ้นแล้วทำหน้ากวนๆ
“คงไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูไอ้ฟีนิกซ์หรอกนะว่ามีคนมากร่างถิ่นมัน” ผมมองหน้ามันนิ่งๆ แล้วเอ่ยชื่อคนที่เป็นเพื่อนสนิทผมเสียงเรียบ
“ฟะ ฟีนิกซ์” พอพวกมันได้ยินชื่อไอ้ฟีนก็ทำหน้าตกใจ
“อื้ม ไง จะให้กูโทรมั้ย” ผมว่าขึ้นแล้วแล้วกอดอกมองหน้าพวกมันอย่างหยั่งเชิง
“เอาไงดีพี่เบิ้ม” พวกมันหันไปมองหน้ากันอย่างขอความเห็น
“มะ มันไม่รู้จักลูกนายหรอก” ไอ้คนที่จับแขนน้องอยู่พูดขึ้นแล้วหันมามองหน้าผมอย่างไม่กลัว แต่สายตามันก็ปกปิดความกลัวไม่มิดหรอก
“ลองดูมั้ยล่ะ” ผมควักโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วทำท่าจะกดโทรหาเพื่อนอย่างไอ้ฟีนให้มาเคลียร์ให้
“เห้ยๆ อย่านะเว้ย ปล่อยแล้วๆ” แต่ไอ้นั่นก็รีบร้องห้ามแล้วปล่อยมือน้องออกทันที ส่วนวาเลนก็รีบเดินมาหลบที่หลังผมอย่างรู้งาน
พวกมันมองหน้าเราสองคนอย่างลังเลแล้วรีบวิ่งหนีไป คงจะกลัวไอ้ฟีนิกซ์จริงๆ
“พี่ฟีนิกซ์เป็นมาเฟียหรอคะ” ผมหันไปมองหน้าคนที่อยู่ข้างหลังตรงๆ แล้วน้องก็ถามขึ้นอย่างสงสัย
“ป่าว มันเป็นนักเลง” ผมตอบแล้วมองน้องอย่างสำรวจ ว่าพวกมันได้ทำอะไรรึป่าวนอกจากจับแขนขาวๆ นั่น
“พี่ฟีนิกซ์นี่นะ” แต่เด็กน้อยตรงหน้าก็ถามขึ้นอย่างงงๆ
“สงสัยอะไรเยอะแยะ” ผมมองน้องดุๆ และไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องไม่พอใจด้วยที่น้องทำท่าทีสนใจไอ้ฟีน
“อะ อ้าว” วาเลนพูดขึ้นแล้วท้าวเอวมองผมอย่างกับนักเลง
เหอะ
“ตัวแค่นี้ทำเก่ง แล้วนี่จะไปไหน” ผมมองน้องเอือมๆ แล้วถามขึ้น
“กลับหอค่ะ” วาเลนตอบกลับผมแล้วทำหน้าเซ็งๆ
“อยู่ตรงไหน” ผมหันไปมองในซอยแล้วหันมามองหน้าวาเลนอีกครั้ง
“หน้าคอนโด M” แต่น้องชี้ไปทางหน้าปากซอย ซึ่งคอนโดที่ว่านั่นคือคอนโดที่ผมอยู่
“ไปสิ” ผมว่าแล้วก็เอื้อมมือไปจับมือน้องแล้วเดินไป
“ดะ เดี๋ยว” แต่วาเลนกลับขืนตัวไว้ซะงั้น
“อะไร หรือจะรอให้ไอ้พวกนั้นมันมาลากไปข่มขืนก่อน” ผมหันไปมองหน้าน้องนิ่งแล้วมองไปยังด้านหลังน้องเพื่ีอดูว่าไอ้พวกนั้นยังอยู่รึป่าว
“พี่จะไปไหน แล้วจับมือฉันทำไม” น้องหันไปมองตาม แล้วหันมาถามผมอย่างสงสัย
ขี้สงสัยจังว่ะ
“จะไปส่ง เร็ว”
“จะไปส่ง เร็ว” ผมพูดขึ้นเร่งๆ เพราะสามทุ่มผมมีนัดกับไอ้พวกนั้นผับประจำไม่ได้ไปดื่มนะ แค่นัดแนะกันคุยเรื่องรับน้อง“ไม่เป็นไรค่ะ” แต่น้องก็รีบปฏิเสธทันทีผมไม่ได้พูดอะไรแต่มองหน้าน้องดุๆ เพื่อบอกว่าเธอไม่ควรปฏิเสธ“เหอะ งั้นก็ไปค่ะ แต่ปล่อยมือก่อนได้มั้ย” น้องมองหน้าผมแล้วทำหน้าเอือมๆ เล็กน้อย แต่สุดท้ายเธอก็ยอมตอบตกลง แล้วก็พยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุมของผม“จับอย่างนี้แหละ จะได้ไม่หลง” ผมก้มมองที่แขนของเราเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นอย่างไม่แคร์อยากจับเฉยๆ มีใครข้องไรป่ะจากนั้นผมก็จูงมือน้องให้เดินตามมาที่ด้านหน้าปากซอยผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าคอนโด M แล้ว ซึ่งข้ามทางม้าลายไปก็หอน้องนั่นเอง“ต้องขอบคุณมั้ยคะ” ผมหันไปมองใบหน้าหวาน แล้วเธอก็เอ่ยถามขึ้น“แล้วแต่” ผมว่าขึ้นอย่างไม่สนใจ“เหอะ อยู่ตรงนี้บอกว่าแล้วแต่ แต่พออยู่มหาลัยไม่ใช่ว่าจะหาเรื่องฉันนะ” คนตรงหน้าผมเค้นหัวเราะแล้วพูดขึ้น แล้วคำพูดที่น้องพูดทำผมขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างสงสัยเห็นทีว่าหลังจากนี้ผมต้องลงไปดูการรับน้องเองแล้วล่ะ เพราะคนตรงหน้าผมดูจะแอนตี้รุ่นพี่เหลือเกิน แต่คงเป็นรุ่นพี่เองนี่แหละที่ทำตัวแย่กับเธอก่อน เพราะดูแล้วเธอไม
“ไงมึง” ไอ้ฟีนหันมามองหน้าผมแล้วถามขึ้นผมหันไปมองตามหลังของรุ่นน้องคนนั้นแล้วกระตุกยิ้มเล็กน้อย“น่ารักดี” ผมหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วพูดขึ้น จากนั้นก็เดินออกมาจากตรงนั้น“ห๊ะ เดี๋ยวๆ ไอ้แทน” และก็ตามที่ผมคาดไว้ว่าจะต้องมีเสียงของไอ้พวกเวรนั้นตามมา“เชี่ยยยยย”บนรถ“ชอบหรอว่ะ” ไอ้ทากะที่ขับรถอยู่หันมามองผมที่นั่งข้างๆ อย่างสงสัย ในขณะที่เรากำลังจะกลับคอนโดกันผมอยู่คอนโด M และเพื่อนส่วนใหญ่ของผมก็อยู่ที่นั่นกัน“ถามทำไม” ผมหันไปมองหน้าลูกพี่ลูกน้องตัวเองแล้วถามขึ้นเสียงนิ่ง ผมรู้อยู่แล้วว่าไอ้พวกนั้นต้องส่งไอ้นี่มาถามผมรู้อย่างงี้ให้คนมาขับรถไปให้ที่มหาลัยดีกว่า ปล่อยให้ไอ้พวกนี้สงสัยกันอยู่อย่างนั้นแหละ“ก็ปกติไม่เห็นมึงจะสนใจใคร” ไอ้ทากะว่าขึ้น“ก็ยังไม่ถึงกับชอบ แต่น่ารักดี” ผมตอบแล้วก็นึกถึงเจ้าของใบหน้าหวานที่ทำผมเสียอาการ“จริงจังป่ะ” ไอ้ทากะหันมามองผมแล้วถามหยั่งเชิง“คิดว่าไง” ผมหันไปกระตุกยิ้มร้ายให้มันไป“น้องวาเลนไม่รอดชัวร์ไอ้สัส”“หึ” ผมกระตุกยิ้มเมื่อได้ยินที่มันพูด แล้วสายตาผมก็หันไปเห็นคนสามคนที่อยู่อีกฝั่งตรงข้าม หนึ่งในนั้นใส่ชุดนักศึกษา และผมจะไม่สงสัยเลยถ้าคนนั้นไม่
“พี่ฟีนิกซ์เป็นมาเฟียหรอคะ” ฉันทำใจให้นิ่งแล้วพูดขึ้นพร้อมมองหน้าพี่แทนไทอย่างสงสัยเพราะนักเลงที่ทำตัวกร่างยังต้องกลัวนี่ไม่น่าจะธรรมดา“ป่าว มันเป็นนักเลง” พี่แทนไทตอบแล้วมองฉันอย่างสำรวจ“พี่ฟีนิกซ์นี่นะ” ฉันไม่สนใจสายตาของเขาแล้วก็ถามต่อพี่ฟีนิกซ์นี่นะนักเลง ท่าทางคุณชายขนาดนั้นนี่นะ“สงสัยอะไรเยอะแยะ” พี่แทนไทเงยหน้าขึ้นมามองฉันดุๆ“อะ อ้าว” ฉันท้าวเอวมองหน้ารุ่นพี่คนนี้อย่างหาเรื่องคนถามดีๆ นะ ฉันก็แค่สงสัย ผิดอะไร??“ตัวแค่นี้ทำเก่ง แล้วนี่จะไปไหน” พี่แทนไทมองฉันเอือมๆ แล้วถามขึ้น“กลับหอค่ะ” ฉันตอบกลับอย่างเซ็งๆไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดด้วยหรอกนะ จะคิดว่าเขาชมว่าตัวเล็กก็แล้วกันอันที่จริงก็เก่งไปงั้นแหละ ให้ฉันไปสู้กับผู้ชายก็ไม่ไหวหรอกนะ แต่ถ้าผู้หญิงล่ะก็ มาได้เลยอีวาเลนพร้อมสู้“อยู่ตรงไหน” เขาหันไปมองในซอยแล้วหันมามองหน้าฉัน“หน้าคอนโด M” ฉันชี้ไปทางหน้าปากซอยที่มีคอนโดใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกล แล้วหอฉันก็ไม่ใช่คอนโดนั่นหรอก อยู่ฝั่งตรงข้ามน่ะ“ไปสิ” เขาว่าแล้วเอื้อมมือมาจับมือฉันให้เดินตามไป“ดะ เดี๋ยว” ฉันรีบขืนตัวไว้ทันที“อะไร หรือจะรอให้ไอ้พวกนั้นมันมาลากไปข่มขืนก่อน”
19.42 น.ฉันเดินลัดจากคอนโดรรันที่อยู่อีกซอยเพื่อกลับหอตัวเอง เพราะวันนี้ฉันติดรถรรันกลับ แล้วก็แวะทานข้าวกันด้วย เลยให้ไปคอนโดของเพื่อนเลย เพื่อนจะได้ไม่ต้องมาส่งฉันแล้วไปกลับรถที่ห่างไปอีกเป็นกิโล คอนโดรรันอยู่อีกด้านเป็นถนนใหญ่เหมือนกัน แล้วมันมีซอยลัดน่ะแต่ว่าตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดเพราะเวลาที่ฉันเดินมาหารรันในตอนเช้านั้นต่างกับตอนค่ำโดยสิ้นเชิงเพราะอะไรน่ะหรอก็ผู้ชายที่เดินตามฉันมาในตอนนี้ไงเมื่อรับรู้ได้ว่ามีคนตามมาฉันก็รีบเดินเพื่อให้ไปถึงปากซอยโดยเร็วที่สุดไม่น่าอาสาเดินมาเองเลยวาเลนแล้วไม่รู้ทำไม ปกติฉันจะเรียกวินมอไซต์แถวนั้นให้มาส่งตลอด แต่วันนี้รู้สึกอยากเดินเล่นซะงั้นขยันไม่ถูกเวลาจริงๆแล้วซอยนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยวอะไรนะ แต่มันเป็นซอยที่มีหอพักนักศึกษาซะส่วนใหญ่ แล้วร้านค้าส่วนใหญ่ก็อยู่ปากซอย เรียกได้ว่าแม้จะไม่เปลี่ยว แต่ก็ไม่มีคน ฉันเลยรู้สึกไม่ปลอดภัยพรึบ“จะรีบไปไหนจ๊ะน้องสาว” แล้วเมื่อใกล้ถึงปากซอยแล้วก็มีมือมาจับที่แขนฉันแล้วดึงฉันให้หันไปหา“ปล่อย” ฉันมองผู้ชายสองคนที่เดินตามมาตอนแรกแล้วก้มมองมือหยาบที่จับแขนฉันอยู่อยากตื่นกลัว“โอ๋ๆ อย่าตกใจสิจ๊
“เล่าไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก ตามนั้นล่ะค่ะ” ฉันชำเลืองไปมองรุ่นพี่ที่ทำหน้าดุอยู่ข้างๆ แล้วหันไปพูดกระแทกเสียงใส่ยัยรุ่นพี่ที่ตั้งใจเดินมาชนฉัน“พูดดีๆ” แล้วเสียงดุๆ ที่ดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองอย่างไม่พอใจ“แล้วที่พูดนี่ไม่ดีตรงไหนคะ” ฉันท้าวเอวมองหน้ารุ่นพี่หน้านิ่งแล้วตั้งคำถาม“มึง ไม่เอา” จันทร์เจ้าเพื่อนของฉันรีบเข้ามาห้ามทันที“ทำกิริยาแบบนี้กับรุ่นพี่แบบนี้เหมือนไม่เคารพรุ่นพี่เลยนะคะน้อง” พี่วิเวียนคนดีก็พูดขึ้นปกป้องผู้ชายพร้อมมองฉันด้วยสายตาจิกๆ แล้วยิ้มเยาะใส่ฉัน“แล้วรุ่นพี่ที่น่าเคารพล่ะคะ ทำตัวให้น้องเคารพรึเปล่า” ฉันก็พูดแล้วมองเธอกลับด้วยสายตาจิกเช่นกันจิกมาจิกกลับ ไม่โกง“น้อง!!” พี่วิเวียนร้องขึ้นอย่างโมโหแล้วทำท่าจะเดินมาหาฉันอย่างเอาเรื่อง“วิเวียน” เพื่อนของเธอรีบดึงเธอไว้แล้วกระซิบอะไรซักอย่าง พี่วิเวียนจึงหันไปมองรอบๆ แล้วทำหน้าเจื่อนๆ“เหอะ” ฉันเห็นท่าทางของรุ่นพี่แบบนั้นก็เค้นหัวเราะแล้วเบะปากให้เธออย่างสมเพชจะร้ายก็ร้ายไม่สุด มัวแต่แอ๊บน่าสงสารนะว่ามั้ย??และนั่นทำให้พี่วิเวียนมองฉันด้วยสายตาที่อยากจะเข้ามาตบฉันเต็มทน“พอได้แล้ว” เสียงเข้มดุๆ พูดขึ้น“ครั้งนี
ลานกิจกรรม“นั่นไง” เมื่อผมนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนข้างๆ ลานกิจกรรมไอ้ฟีนก็นั่งลงข้างๆ แล้วชี้ให้ผมดูเด็กปีหนึ่งกลุ่มหนึ่งผมหันไปมองก็เห็นว่ามีผู้หญิง 3 คนที่นั่งหลังสุด ซึ่งที่ทำให้กลุ่มพวกเธอเด่นคือข้างๆ พวกเธอมีแต่ผู้ชาย“ก็ไม่เห็นจะมีอะไร” ผมมองแล้วก็เห็นพวกเธอนั่งทำกิจกรรมกันปกติ ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีต่อต้านอย่างที่เพื่อนผมพูดซักนิด“ตอนนี้อ่ะยังไม่มี แต่ต่อไปน่ะมีแน่” ไอ้แมสพูดขึ้นแล้วทำหน้าแหยง“เออ กูโดนตอกหน้ามาแล้ว น้องๆ แม่งพูดเจ็บจริ๊งไอ้สัส” ไอ้โฟล์คพยักหน้าเห็นด้วยผมก็นั่งฟังเพื่อนผมพูดคุยกันแล้วก็ชำเลืองไปมองน้องๆ กลุ่มนั้นไปด้วยลืมแนะนำตัว สวัสดีครับ ผมแทนไท จิระโชติ พัฒนไพศาล เรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ เพราะพ่อผมทำบริษัทเกี่ยวส่งออกอาหาร แต่ว่าผมไม่น่าจะได้ไปสานต่อธุรกิจของพ่อหรอก เพราะตอนนี้ผมช่วยคุณปู่ดูแลมหาลัยของท่านอยู่ ซึ่งก็คือมหาลัยที่ผมเรียนนี่แหละครับ ผมมีน้องชายแท้ๆ 1 คน ชื่อไทม์ แล้วก็มีเพื่อนสนิทคือไอ้ 4 ตัวที่ว่า แล้วก็ไอ้พวกกลุ่มวิศวะนั่นแหละ แต่มีคนหนึ่งที่พ่วงตำแหน่งลูกพี่ลูกน้องคือ ไอ้ทากะ พ่อมันซึ่งก็คือคุณอาของผมเนี่ยเป็นคณบดีของคณะผ




![friend zone รักร้ายนายเพื่อนสนิท [ 3P ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


