Masukตอนที่
13
พายุเริ่มตั้งเค้า
ท่ามกลางแสงสีที่สาดสลับไปมาและเสียงดนตรีที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจภายในคลับหรูใจกลางเมืองเพลินตา ในชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินฝ่าฝูงชนด้วยท่าทางมั่นใจแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความกังวล
เธอพยายามกดโทรศัพท์หาใบพลูเป็นรอบที่ร้อยของวันแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณว่างเปล่า ความเป็นห่วงเพื่อนสนิทที่หายเงียบไปหลังจากบอกว่าจะไปอยู่กับคุณอาทำให้เพลินตานั่งไม่ติด เธอจึงตัดสินใจกลับมาที่คลับแห่งนี้อีกครั้งเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่เครียดๆ ของเธอ
“แกหายไปไหนของแกกันแน่ใบพลู ทำไมไม่บอกฉันสักนิดว่าอยู่ที่ไหน”
“หาใครอยู่หรือครับหรือว่า ติดใจรสชาติวิสกี้ที่หกใส่เสื้อผมวันก่อน จนต้องตามมาดูให้เห็นกับตาว่าผมใส่ตัวไหนมาคืนนี้”
เสียงทุ้มที่กวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืดข้างโซนวีไอพี เพลินตาหันขวับไปมองและพบกับ พายุ ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาติดจะเจ้าเล่ห์ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีแดงเข้ม
ในมือถือแก้วบรั่นดีที่แกว่งไปมาอย่างใจเย็น สายตาคมกริบที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความท้าทายแกมขบขัน
“นี่คุณคนไร้มารยาท มาแอบฟังคนอื่นทำไมไม่ทราบ” เพลินตาแผดเสียงแข่งกับดนตรีจังหวะหนัก
“ผมไม่ได้แอบฟัง ผมนั่งอยู่ตรงนี้ของผมดีๆ คุณต่างหากที่เดินบ่นพึมพำเหมือนคนสติไม่ดีเข้ามาในเขตของผมเอง” พายุลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาข่มขวัญเธอได้ไม่น้อย
“ถามจริงเถอะมาตามหาใคร หรือว่ากำลังเป็นห่วงเพื่อนที่ชื่อใบพลูจนตัวสั่น”
เพลินตาชะงัก ชี้หน้าเขาด้วยนิ้วที่สั่นเทา
“คุณรู้ชื่อเพื่อนฉันได้ยังไง คุณทำอะไรใบพลู บอกมานะ”
พายุขยับยิ้มมุมปาก เขาไม่ตอบแต่กลับก้าวเท้าเข้าหาจนเพลินตาต้องถอยกรูดไปจนแผ่นหลังชนกับผนังเย็นเฉียบ เขาเท้าแขนลงกับกำแพง กักขังเธอไว้ในวงแขนกว้าง
“ผมรู้มากกว่าที่คุณคิดเพลินตาและจะบอกให้เป็นวิทยาทานนะ ว่าเพื่อนคุณน่ะสบายดี ดีจนคุณจินตนาการไม่ออกเลยล่ะ แต่ถ้าคุณยังเที่ยวเดินสะเหล่อสอดรู้สอดเห็นไปทั่วแบบนี้ เพื่อนคุณอาจจะลำบากเพราะความหวังดีโง่ๆ ของคุณก็ได้”
“คุณขู่ฉันเหรอ” เพลินตาพยายามจะผลักอกเขาออก แต่พายุกลับรวบข้อมือเล็กไว้ด้วยมือเดียว แรงบีบที่ไม่หนักนักแต่หนักแน่นทำให้เธอหนีไปไหนไม่ได้
“ผมไม่ได้ขู่ ผมแค่เตือน” พายุโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นเครื่องดื่มจางๆ ทำให้เพลินตาใจเต้นรัวด้วยความประหม่าที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน
“กลับไปซะ อย่าให้ผมเห็นคุณป้วนเปี้ยนแถวนี้อีก ไม่อย่างนั้นคราวนี้ผมจะไม่แค่เตือนแต่จะ ต้อนคุณให้จนมุมจริงๆ อยากลองดูไหมล่ะ”
“แล้วทำไมต้องกลับ นี่คือที่เที่ยว ทำไมฉันต้องกลับ” เพลินตาเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ท้าทายสายตาของพายุ
“ก็เพราะมันอันตราย”
“ไม่ต้องห่วงคนอื่นหรอกเพราะคนที่อันตรายไม่มีใครนอกจากคุณ”
“คุณนี่มันดื้อจริงๆ เลยนะ มานี่กลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวผมไปส่ง” พายุไม่พูดเปล่า เขาออกแรงดึงข้อมือเล็กให้เดินตามเขาไปทางประตูทางออกวีไอพีอย่างเผด็จการ เพลินตาพยายามขัดขืนสุดกำลัง เธอทั้งจิกทั้งดึงแต่ร่างสูงสง่าของพายุกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาลากเธอมาจนถึงลานจอดรถด้านหลังคลับที่อากาศค่อนข้างเย็นชื้นเพราะฝนเพิ่งหยุดตกไป
“ปล่อยนะ ฉันบอกให้ปล่อยไงไอ้คนบ้าอำนาจ” เพลินตาสะบัดข้อมือออกทันทีที่เขาหยุดเดินข้างรถสปอร์ตคันหรู
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาบังคับฉัน ฉันจะเที่ยวที่ไหน จะกลับตอนไหน มันก็เรื่องของฉัน”
“สิทธิ์ในฐานะคนที่ไม่อยากเห็นคุณโดนหิ้วไปทำมิดีมิร้ายไงล่ะ” พายุหันมาประจันหน้า ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว
“คุณใส่ชุดแบบนี้ เดินเมาๆ เพ้อเจ้อถึงเพื่อนแบบนั้น มันล่อตาล่อใจพวกเสือสิงห์กระทิงแรดขนาดไหนรู้ตัวบ้างไหม”
“ฉันไม่ได้เมาและฉันก็ดูแลตัวเองได้” เพลินตาเชิดหน้าขึ้นอย่างรั้นๆ
“แล้วอีกอย่างเรื่องใบพลู คุณยังไม่ตอบฉันเลยนะว่าคุณรู้เรื่องเพื่อนฉันได้ยังไง”
พายุพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เขาพิงหลังกับรถคันงามแล้วกอดอกมองเธอ
“ไว้ถึงเวลาคุณก็จะรู้เอง แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือกลับบ้านไปนอนซะ อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้เลยเพลินตา”
เธอเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีเกี่ยวกับชะตากรรมของใบพลู แต่ก่อนที่จะได้อ้าปากซักไซ้ต่อ พายุก็จัดการเปิดประตูรถแล้วกึ่งผลักกึ่งดันร่างบางเข้าไปนั่งในเบาะผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว
“ขึ้นรถถ้ายังไม่เลิกโวยวาย ผมจะปิดปากคุณด้วยวิธีของผมจริงๆ แล้วนะ” พายุแกล้งโน้มตัวลงมาหาจนเพลินตาต้องหดคอหนีด้วยความเขินอายผสมความโกรธ
“ก็ได้ฉันขึ้นรถก็ได้”
ตลอดทางที่รถแล่นไปบนถนนยามค่ำคืน ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่ เพลินตาได้แต่นั่งกำสายกระเป๋าแน่น แอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ดูสุขุมขึ้นกว่าตอนที่ยียวนกวนประสาท เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อันตราย อันตรายต่อทั้งความลับของเพื่อนและอันตรายต่อหัวใจของเธอเองอย่างบอกไม่ถูก
ที่ออฟฟิศชั้นบริหาร บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าอึดอัด ใบพลูนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานอย่างตั้งใจ เธอพยายามมีสมาธิกับเอกสารตรงหน้าเพื่อเลี่ยงการปะทะสายตากับใคร
ทว่าความสวยใสที่ดูบริสุทธิ์ของเธอกลับดึงดูดสายตาพนักงานชายในชั้นนั้นได้ไม่ยาก โดยเฉพาะพนักงานชายคนหนึ่งที่มักจะหาเรื่องเดินเอาเอกสารมาส่งที่โต๊ะเธอถ่อยๆ และพยายามชวนคุยเกินความจำเป็น
“คุณใบพลูครับ ตรงนี้ผมไม่ค่อยเข้าใจ รบกวนช่วยอธิบายเพิ่มหน่อยได้ไหมครับ” พนักงานชายคนนั้นโน้มตัวลงมาจนใกล้ชิดจนใบพลูรู้สึกอึดอัด เธอขยับตัวออกห่างตามมารยาทพร้อมกับพยายามยิ้มตอบแบบแกนๆ
ตอนที่15คืนแห่งความทรงจำและสัญญาใต้ฟ้าครามบรรยากาศของงานพรอมในค่ำคืนสุดท้ายก่อนการสำเร็จการศึกษาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและปนไปด้วยความใจหายหม่น ๆ หอประชุมใหญ่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์ใต้แสงดาวเทียม แสงไฟระยิบระยับสะท้อนกับลูกแก้วดิสโก้สร้างเงาเต้นระบำไปบนผนังน้ำปั่นก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสีฟ้าครามที่ ลมเหนือซื้อให้ มันขับเน้นผิวขาวนวลและทำให้เธอดูโดดเด่นราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ทันทีที่เธอปรากฏตัว ลมเหนือที่อยู่ในชุดสูทสากลสีดำเนี้ยบกริบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ สายตาของเขาไม่ได้มองใครอื่นเลยนอกจากผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเมื่อดนตรีจังหวะสโลว์ดังขึ้น ลมเหนือโค้งตัวลงเล็กน้อยพลางยื่นมือออกมา"ให้เกียรติเต้นรำกับเหนือนะยัยตัวแสบ"น้ำปั่นวางมือลงบนฝ่ามือหนาด้วยความขัดเขิน ทั้งคู่ขยับกายไปตามท่วงทำนองที่แสนนุ่มนวล ลมเหนือรวบเอวบางเข้าหาตัวจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นของกันและกัน"น้ำปั่น" ลมเหนือกระซิบข้างหู"ขอบคุณนะ""ขอบคุณเรื่องอะไรคะ""ขอบคุณที่เดินเข้ามาในชีวิตที่เคยเย็นชาของเหนือ ขอบคุณที่ทนกับนิสัยแย่ ๆ และความเงียบของเหนือจนทำให้ห้องหัวใจที่เคยว่างเปล่ามันมีเสียงเพลงขึ้นมาอีกครั้ง" เขา
ตอนที่ 14 บทพิสูจน์ของหัวใจและฝันที่กลายเป็นจริงความเงียบเหงาที่ปกคลุมวง Northern Lights มานานนับสัปดาห์เริ่มทำให้บรรยากาศในโรงเรียนดูหม่นหมอง บาสในฐานะมือกลองและเพื่อนสนิท ทนเห็นสภาพลมเหนือที่เป็นเหมือนซากศพเดินได้ และน้ำปั่นที่ดวงตาบวมช้ำทุกเช้าไม่ไหวอีกต่อไป"ไอ้ลมเหนือแกจะยอมให้ชีวิตมันพังแบบนี้จริงๆ เหรอวะ" บาสกระชากหูฟังออกจากหูของลมเหนือกลางห้องชมรม"แกไล่น้ำปั่นไป แล้วตอนนี้แกมีความสุขไหม กีตาร์ไม่มี น้ำปั่นไม่มี แกเหลืออะไร"ลมเหนือนิ่งเงียบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหว"ฉันไม่อยากให้เธอมาลำบากกับฉัน พ่อฉันเอาจริง""แล้วแกถามเขาหรือยังว่าเขาอยากลำบากไปกับแกไหม" บาสตะคอก"วันนี้บ่ายสาม น้ำปั่นจะไปช่วยงานที่ห้องสมุดคนเดียว แกต้องไปขอโทษเธอ และฉันเตรียมกีตาร์สำรองไว้ให้แกแล้วในรถ ถ้าแกไม่ไปวันนี้แกก็เสียเธอไปตลอดชีวิตซะ"เย็นวันนั้นท้องฟ้ากลับไม่เป็นใจ ฝนตกลงมาอย่างหนักราวกับจะตอกย้ำความเศร้า ลมเหนือยืนพิงกำแพงหน้าประตูบ้านของน้ำปั่น ร่างกายเปียกปอนจนชุ่มไปหมด ในมือเขากอดถุงกระดาษที่ข้างในคือสมุดจดสรุปวิชาเคมีที่น้ำปั่นทิ้งไว้เมื่อน้ำปั่นเดินกลับมาถึงบ้านและเห็นร่างสูงย
ตอนที่ 13จูบ ปลอบขวัญและความเงียบที่บาดลึกบรรยากาศในห้องสมุดโรงเรียนช่วงก่อนสอบกลางภาคเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ลมเหนือนั่งจมกองหนังสือฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ขั้นสูง แสงไฟนีออนตกกระทบใบหน้าคมคายที่ดูอิดโรยกว่าทุกวัน หัวใจของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่ที่สูตรคำนวณ แต่มันหนักอึ้งด้วยความกดดันจากความหวังของตระกูลที่เริ่มบีบคั้นเข้ามาทุกที"พักหน่อยไหมลมเหนือ" น้ำปั่นกระซิบเบาๆ พลางวางโกโก้ร้อนหนึ่งแก้วลงข้างๆ เธอเห็นเขาขมวดคิ้วกุมขมับมานานนับชั่วโมงแล้ว"ฉันทำไม่ได้" ลมเหนือพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย"ต่อให้ฉันสอบได้คะแนนเต็ม พ่อก็มองว่าดนตรีมันคือขยะอยู่ดี"น้ำปั่นเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้ เธอวางมือนุ่มลงบนไหล่ที่ตึงเครียดของเขาแล้วนวดเบาๆ"ไม่ใช่นะคะ ลมเหนือเก่งที่สุดแล้ว ความฝันของลมเหนือไม่ใช่ขยะ แต่มันคือแสงสว่างที่ทำให้น้ำปั่นเห็นลมเหนือคนใหม่ลมเหนือที่ยิ้มได้จริงๆ ไงคะ"ลมเหนือหมุนเก้าอี้กลับมามองเธอ ดวงตาที่เคยเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนแออย่างที่เขาไม่เคยยอมให้ใครเห็น น้ำปั่นโน้มตัวลงไปใกล้ สบตาเขาอย่างปลอบโยน ท่ามกลางชั้นหนังสือที่ไร้ผู้คน ความเงียบรอบกายกลับกลายเป
ตอนที่ 12 ติวเตอร์เฉพาะกิจท่ามกลางบรรยากาศมาคุในห้องปกครองหลังจากที่ครูพรรณ เรียกตัวลมเหนือและน้ำปั่น เข้าพบ แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบโต๊ะไม้ขัดมันดูจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียด ครูพรรณขยับแว่นสายตาพลางมองเอกสารคะแนนสอบย่อยที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะปรายตาพิฆาตไปยังทั้งสองคน"ถ้าพวกเธอคิดว่าการชนะประกวดดนตรีคือพาสปอร์ตในการทิ้งการเรียน ครูขอบอกเลยว่าคิดผิด" เสียงของครูพรรณเรียบแต่หนักแน่น"โดยเฉพาะนายลมเหนือ เธอมีศักยภาพที่จะไปได้ไกลกว่านี้ แต่ถ้าเธอยังเอาเวลาเรียนไปขลุกอยู่แต่ในห้องดนตรี ครูคงต้องคุยกับคุณพายุเรื่องขอยุบชมรมดนตรีชั่วคราว""ครูคะ อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ" น้ำปั่นรีบละล่ำละลัก"พวกเราจะปรับปรุงตัวค่ะ"ครูพรรณยกยิ้มมุมปากที่ดูไม่ออกว่าเอ็นดูหรือสะใจ "งั้นเอาแบบนี้นางสาวน้ำปั่น ในฐานะที่เธอเป็นคนดึงเขาเข้าวง เธอต้องรับผิดชอบเป็นติวเตอร์เฉพาะกิจให้ลมเหนือ ถ้าเกรดวิชาฟิสิกส์และเลขของเขาไม่แตะท็อปห้องในการสอบกลางภาคที่กำลังจะถึงนี้ กีตาร์ตัวนั้นครูจะยึดไว้ที่ห้องพักครูจนกว่าจะจบปีการศึกษา"“อะไรครับอาจารย์ทำไมถึงต้องมาบังคับกันอย่างนี้ด้วยครับ” ลมเหนือเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ทำหน้าเบื่อหน่
ตอนที่ 11สายตาพิฆาตของครูพรรณในขณะที่โลกของ ลมเหนือ กำลังเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ๆ หลังจากเหตุการณ์รางวัลของคนเก่งที่หน้าห้องชมรมดนตรี แต่ในโลกความเป็นจริงของโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ ยังมีปราการด่านสำคัญที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด ความเนี๊ยบ และสายตาพิฆาต ที่นักเรียนทุกคนต่างหวาดเกรงนั่นคือครูพรรณ ครูที่ปรึกษาอาวุโสผู้ดูแลระเบียบวินัย ผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าระเบียบวินัยและความเป็นเลิศทางวิชาการคือหัวใจหลักของการศึกษา ส่วนดนตรีหรือกิจกรรมน่ะเหรอ สำหรับครูพรรณแล้ว มันคือ "สิ่งบันเทิงที่ต้องอยู่ในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น"เช้าวันจันทร์ ลมเหนือเดินเข้าโรงเรียนด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้นจนเพื่อนร่วมห้องสังเกตได้ เขาไม่ได้ใส่หูฟังอันใหญ่ยักษ์เพื่อตัดขาดโลกภายนอกตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน ทว่า ทันทีที่เขาก้าวผ่านประตูอาคารเรียน เขาก็สัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างที่จ้องมองมาจากมุมระเบียงครูพรรณยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดผ้าไทยรีดเรียบกริบ มือถือสมุดพกเล่มเล็ก สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นสี่เหลี่ยมจ้องมองลมเหนือตั้งแต่หัวจรดเท้า"นายลมเหนือ" ครูพรรณพึมพำกับตัวเอง"ช่วงนี้ดูจะสนิทสนมกับกลุ่มเด็กกิจกรรมเกินไปหรือเปล่านะ"ค
ตอนที่ 10รางวัลของคนเก่งแสงไฟสลัวภายในอาคารกิจกรรมยามค่ำคืนเงียบสงัดลงกว่าทุกที หลังจากที่ความวุ่นวายของงานวัฒนธรรมโรงเรียนผ่านพ้นไป เสียงฝีเท้าของคนสองคนดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินที่ทอดยาว ลมเหนือ เดินสะพายกระเป๋ากีตาร์ไฟฟ้าไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่ง ท่าทางที่เคยดูตึงเครียดและเย็นชาบัดนี้ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดบาส ที่แบกขาตั้งกลองเดินนำหน้าอยู่ จู่ๆ ก็หยุดกะทันหันแล้วทำหน้าตาเลิ่กลั่กเหมือนนึกอะไรขึ้นได้"เฮ้ย ลมเหนือ น้ำปั่น ฉันลืมไปเลยว่าต้องรีบไปช่วยไอ้กายคืนแอมป์ให้รุ่นพี่ที่ตึกวิทย์ว่ะ เดี๋ยวเขาจะล็อคตึกซะก่อน พวกนายฝากเก็บกุญแจห้องชมรมไว้ที่ใครคนหนึ่งก่อนนะ ไปล่ะ"ไม่รอให้ใครทักท้วง บาสก็ติดเกียร์หมาวิ่งโกยแน่บหายไปในความมืด ทิ้งให้ลมเหนือกับน้ำปั่นยืนนิ่งอยู่กลางทางเดินเพียงลำพัง"บาสนี่ บทจะรีบก็รีบจนน่าสงสัยนะคะ" น้ำปั่น พึมพำพลางหัวเราะแห้งๆ เธอรู้ดีว่าเพื่อนจอมแสบกำลังเปิดทางให้แน่นอนลมเหนือไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่กระชับกระเป๋ากีตาร์แล้วก้าวเดินต่อช้าๆ น้ำปั่นรีบเดินตามไปขนาบข้าง วันนี้เธอสวมเสื้อยืดวงที่ออกแบบเองจนเหงื่อซุ่ม แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด"ลม
ตอนที่80ทะเล ท้องฟ้า แสงดาว เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ความสัมพันธ์ของนุ่มนิ่มและภามเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากที่ภามไปหานุ่มนิ่มทุกๆ วัน จนนุ่มนิ่มเริ่มใจอ่อนขึ้นมาบ้างแล้ว จนภามชวนไปพักผ่อนที่ทะเลเธอก็อยากไปทันที แต่ก็ต้องรอคำตอบจากคิมหันต์อีกทีภายในห้องโถงกว้างของบ้านของคิมหันต์ บรรยาก
ตอนที่81ดาวเหนือ (18+)หลังจากมื้อค่ำที่เรียบง่ายผ่านไป ภามจูงมือนุ่มนิ่มเดินกลับออกมาที่ระเบียงไม้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปจากคืนแรก แสงเทียนที่เคยสว่างไสวถูกดับลงจนเกือบหมด เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟกระดาษสีนวลที่วางเรียงรายเป็นทางยาวไปสู่จุดชมดาวที่ยื่นออกไปนอกหน้าผา"พี่ภามจะพา
ตอนที่78รสชาติของความห่วงใยนุ่มนิ่มพาภามเดินเลี่ยงความวุ่นวายมายังชั้นรับรองพิเศษสำหรับแขกวีไอพี ซึ่งเป็นโซนที่เงียบสงบและมีกำแพงกระจกใสบานใหญ่เปิดรับวิวโค้งน้ำเจ้าพระยา แสงอาทิตย์ยามเที่ยงสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับราวกับจะช่วยปลอบประโลมจิตใจที่วุ่นวายทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะมุมในสุดซึ่งเป็นส่วนตัวที่ส
ตอนที่68ปาร์ตี้วันเกิดอลเวงแสงแดดยามเช้าทอแสงอ่อนๆ ผ่านม่านลูกไม้สีขาวนวลที่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดูเหมือนจะเริ่มต้นด้วยความเงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็นในวันหยุดพักผ่อน แต่ทว่าสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กถึงสองคน และมีพี่สาววัยกำลังเรียนรู้อีกหนึ่งคน คำว่าสงบมักจะเป็นเพียงคำนิยามในพจนานุกรม







![เพลินพิศวาส [20++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)