LOGINตอนที่
13
พายุเริ่มตั้งเค้า
ท่ามกลางแสงสีที่สาดสลับไปมาและเสียงดนตรีที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจภายในคลับหรูใจกลางเมืองเพลินตา ในชุดเดรสสีแดงเพลิงเดินฝ่าฝูงชนด้วยท่าทางมั่นใจแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความกังวล
เธอพยายามกดโทรศัพท์หาใบพลูเป็นรอบที่ร้อยของวันแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสัญญาณว่างเปล่า ความเป็นห่วงเพื่อนสนิทที่หายเงียบไปหลังจากบอกว่าจะไปอยู่กับคุณอาทำให้เพลินตานั่งไม่ติด เธอจึงตัดสินใจกลับมาที่คลับแห่งนี้อีกครั้งเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่เครียดๆ ของเธอ
“แกหายไปไหนของแกกันแน่ใบพลู ทำไมไม่บอกฉันสักนิดว่าอยู่ที่ไหน”
“หาใครอยู่หรือครับหรือว่า ติดใจรสชาติวิสกี้ที่หกใส่เสื้อผมวันก่อน จนต้องตามมาดูให้เห็นกับตาว่าผมใส่ตัวไหนมาคืนนี้”
เสียงทุ้มที่กวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืดข้างโซนวีไอพี เพลินตาหันขวับไปมองและพบกับ พายุ ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาติดจะเจ้าเล่ห์ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีแดงเข้ม
ในมือถือแก้วบรั่นดีที่แกว่งไปมาอย่างใจเย็น สายตาคมกริบที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความท้าทายแกมขบขัน
“นี่คุณคนไร้มารยาท มาแอบฟังคนอื่นทำไมไม่ทราบ” เพลินตาแผดเสียงแข่งกับดนตรีจังหวะหนัก
“ผมไม่ได้แอบฟัง ผมนั่งอยู่ตรงนี้ของผมดีๆ คุณต่างหากที่เดินบ่นพึมพำเหมือนคนสติไม่ดีเข้ามาในเขตของผมเอง” พายุลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาข่มขวัญเธอได้ไม่น้อย
“ถามจริงเถอะมาตามหาใคร หรือว่ากำลังเป็นห่วงเพื่อนที่ชื่อใบพลูจนตัวสั่น”
เพลินตาชะงัก ชี้หน้าเขาด้วยนิ้วที่สั่นเทา
“คุณรู้ชื่อเพื่อนฉันได้ยังไง คุณทำอะไรใบพลู บอกมานะ”
พายุขยับยิ้มมุมปาก เขาไม่ตอบแต่กลับก้าวเท้าเข้าหาจนเพลินตาต้องถอยกรูดไปจนแผ่นหลังชนกับผนังเย็นเฉียบ เขาเท้าแขนลงกับกำแพง กักขังเธอไว้ในวงแขนกว้าง
“ผมรู้มากกว่าที่คุณคิดเพลินตาและจะบอกให้เป็นวิทยาทานนะ ว่าเพื่อนคุณน่ะสบายดี ดีจนคุณจินตนาการไม่ออกเลยล่ะ แต่ถ้าคุณยังเที่ยวเดินสะเหล่อสอดรู้สอดเห็นไปทั่วแบบนี้ เพื่อนคุณอาจจะลำบากเพราะความหวังดีโง่ๆ ของคุณก็ได้”
“คุณขู่ฉันเหรอ” เพลินตาพยายามจะผลักอกเขาออก แต่พายุกลับรวบข้อมือเล็กไว้ด้วยมือเดียว แรงบีบที่ไม่หนักนักแต่หนักแน่นทำให้เธอหนีไปไหนไม่ได้
“ผมไม่ได้ขู่ ผมแค่เตือน” พายุโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นเครื่องดื่มจางๆ ทำให้เพลินตาใจเต้นรัวด้วยความประหม่าที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน
“กลับไปซะ อย่าให้ผมเห็นคุณป้วนเปี้ยนแถวนี้อีก ไม่อย่างนั้นคราวนี้ผมจะไม่แค่เตือนแต่จะ ต้อนคุณให้จนมุมจริงๆ อยากลองดูไหมล่ะ”
“แล้วทำไมต้องกลับ นี่คือที่เที่ยว ทำไมฉันต้องกลับ” เพลินตาเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ท้าทายสายตาของพายุ
“ก็เพราะมันอันตราย”
“ไม่ต้องห่วงคนอื่นหรอกเพราะคนที่อันตรายไม่มีใครนอกจากคุณ”
“คุณนี่มันดื้อจริงๆ เลยนะ มานี่กลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวผมไปส่ง” พายุไม่พูดเปล่า เขาออกแรงดึงข้อมือเล็กให้เดินตามเขาไปทางประตูทางออกวีไอพีอย่างเผด็จการ เพลินตาพยายามขัดขืนสุดกำลัง เธอทั้งจิกทั้งดึงแต่ร่างสูงสง่าของพายุกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาลากเธอมาจนถึงลานจอดรถด้านหลังคลับที่อากาศค่อนข้างเย็นชื้นเพราะฝนเพิ่งหยุดตกไป
“ปล่อยนะ ฉันบอกให้ปล่อยไงไอ้คนบ้าอำนาจ” เพลินตาสะบัดข้อมือออกทันทีที่เขาหยุดเดินข้างรถสปอร์ตคันหรู
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาบังคับฉัน ฉันจะเที่ยวที่ไหน จะกลับตอนไหน มันก็เรื่องของฉัน”
“สิทธิ์ในฐานะคนที่ไม่อยากเห็นคุณโดนหิ้วไปทำมิดีมิร้ายไงล่ะ” พายุหันมาประจันหน้า ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว
“คุณใส่ชุดแบบนี้ เดินเมาๆ เพ้อเจ้อถึงเพื่อนแบบนั้น มันล่อตาล่อใจพวกเสือสิงห์กระทิงแรดขนาดไหนรู้ตัวบ้างไหม”
“ฉันไม่ได้เมาและฉันก็ดูแลตัวเองได้” เพลินตาเชิดหน้าขึ้นอย่างรั้นๆ
“แล้วอีกอย่างเรื่องใบพลู คุณยังไม่ตอบฉันเลยนะว่าคุณรู้เรื่องเพื่อนฉันได้ยังไง”
พายุพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เขาพิงหลังกับรถคันงามแล้วกอดอกมองเธอ
“ไว้ถึงเวลาคุณก็จะรู้เอง แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือกลับบ้านไปนอนซะ อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้เลยเพลินตา”
เธอเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีเกี่ยวกับชะตากรรมของใบพลู แต่ก่อนที่จะได้อ้าปากซักไซ้ต่อ พายุก็จัดการเปิดประตูรถแล้วกึ่งผลักกึ่งดันร่างบางเข้าไปนั่งในเบาะผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว
“ขึ้นรถถ้ายังไม่เลิกโวยวาย ผมจะปิดปากคุณด้วยวิธีของผมจริงๆ แล้วนะ” พายุแกล้งโน้มตัวลงมาหาจนเพลินตาต้องหดคอหนีด้วยความเขินอายผสมความโกรธ
“ก็ได้ฉันขึ้นรถก็ได้”
ตลอดทางที่รถแล่นไปบนถนนยามค่ำคืน ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่ เพลินตาได้แต่นั่งกำสายกระเป๋าแน่น แอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ดูสุขุมขึ้นกว่าตอนที่ยียวนกวนประสาท เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อันตราย อันตรายต่อทั้งความลับของเพื่อนและอันตรายต่อหัวใจของเธอเองอย่างบอกไม่ถูก
ที่ออฟฟิศชั้นบริหาร บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าอึดอัด ใบพลูนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานอย่างตั้งใจ เธอพยายามมีสมาธิกับเอกสารตรงหน้าเพื่อเลี่ยงการปะทะสายตากับใคร
ทว่าความสวยใสที่ดูบริสุทธิ์ของเธอกลับดึงดูดสายตาพนักงานชายในชั้นนั้นได้ไม่ยาก โดยเฉพาะพนักงานชายคนหนึ่งที่มักจะหาเรื่องเดินเอาเอกสารมาส่งที่โต๊ะเธอถ่อยๆ และพยายามชวนคุยเกินความจำเป็น
“คุณใบพลูครับ ตรงนี้ผมไม่ค่อยเข้าใจ รบกวนช่วยอธิบายเพิ่มหน่อยได้ไหมครับ” พนักงานชายคนนั้นโน้มตัวลงมาจนใกล้ชิดจนใบพลูรู้สึกอึดอัด เธอขยับตัวออกห่างตามมารยาทพร้อมกับพยายามยิ้มตอบแบบแกนๆ
ตอนที่22บทลงโทษท่ามกลางรอยร้าวเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังฉ่ำแฉะและหนักหน่วง ใบพลูโยกคลอนไปตามแรงอารมณ์ดิบ สองมือที่ถูกตรึงไว้เหนือหัวพยายามจิกเกร็งจนเส้นเลือดขึ้นหลังมือ เธอส่ายหน้าไปมาบนหมอนพลางส่งเสียงครางที่ฟังไม่ได้ศัพท์ไอ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! อาคิมไม่ไหว พลูจะขาดใจ อ่าแรงไป เบาหน่อย อ่า ซี๊ด”“เบาเหรอ หึ!!! คนอย่างเธอต้องโดนแบบนี้”คิมหันต์กระชากร่างเล็กให้ลุกขึ้นมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ก่อนจะโถมแรงกระแทกจากทางด้านบนอย่างดุดัน มือหนาบีบเคล้นทรวงอกคู่สวยจนล้นง่ามนิ้ว แรงกระแทกแต่ละครั้งทำเอาใบพลูตาเหลือกค้างด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงจนเกินจะรับไหว ช่องทางรักบีบรัดตัวตนของเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับจะรีดเค้นวิญญาณออกมา“จ๊วบ อื้มมม รัดแรงแบบนี้ อยากให้ฉันกระแทกแรงๆ ใช่ไหม อือ จัดให้”“อ่า บอสขา พลูเสียวพลูไม่ไหวจะเสร็จแล้วนะคะ”เสียงหวานร้องระงมไปทั่วห้องนอนที่พร่าเลือน ใบพลูสะอึกสะอื้นพร้อมกับแอ่นสะโพกรับการตะบันครั้งสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง คิมหันต์เร่งจังหวะจนถึงขีดสุด เขาคำรามลั่นห้องราวกับราชสีห์ที่ได้เหยื่อ ก่อนจะปลดปล่อยหยาดธารร้อนฉ่าพุ่งทะลักเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจน
ตอนที่22บทลงโทษท่ามกลางรอยร้าว บรรยากาศภายในวิลล่าเงียบสงัดจนน่าใจหาย มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงกระทบหลังคาดังเปาะแปะ คิมหันต์กระชากแขนใบพลูให้เดินตามขึ้นมาบนชั้นสองอย่างไม่ใยดี ร่างบางเปียกโชกจนน้ำหยดเป็นทางตามพรมราคาแพง ใบพลูพยายามกลั้นเสียงสะอื้นขณะที่มืออีกข้างของคิมหันต์ยังคงโอบอุ้มนุ่มนิ่มที่หลับพับไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการร้องไห้อย่างหนักเมื่อมาถึงหน้าห้องนอนเล็ก คิมหันต์หยุดกะทันหันก่อนจะหันมามองใบพลูด้วยสายตาที่คมกริบราวกับจะเชือดเฉือนเนื้อหนัง“ทำหน้าที่ของเธอซะใบพลู กล่อมนุ่มนิ่มให้นอน แล้วอย่าคิดจะหนีออกไปทางหน้าต่างหรือระเบียงอีกล่ะ เพราะถ้าฉันเห็นเธอคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะให้คนไปลากคอไอ้นั่นกลับมาลงโทษต่อหน้าเธอทันที”ใบพลูไม่ได้ตอบโต้ เธอทำได้เพียงพยักหน้าอย่างจำนนด้วยดวงตาที่บวมช้ำ คิมหันต์ส่งร่างนุ่มนิ่มให้เธออุ้มต่อ ความหนักของเด็กน้อยในอ้อมแขนไม่ได้ครึ่งหนึ่งของความหนักอึ้งในใจเธอเลย ใบพลูค่อยๆ ก้าวเข้าไปในห้องนอนสีพาสเทลที่ดูอบอุ่น ขัดกับพายุอารมณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่เธอวางนุ่มนิ่มลงบนเตียงหนานุ่มอย่างแผ่วเบา จัดแจงเปลี่ยนชุดนอนที่เปียกชื้นอ
ตอนที่21โซ่ตรวนไร้รูปใบพลูทำได้เพียงพยักหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอ เธอกำผ้าปูโต๊ะจนแน่น รู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุมในเกมที่คิมหันต์เป็นคนคุมกระดานทั้งหมดเวลาตีหนึ่งสี่สิบห้านาทีเสียงฝนกระหน่ำลงบนหลังคาวิลล่าดังกึกก้อง สายฟ้าฟาดลงมาเป็นระยะจนห้องนอนสว่างวาบเป็นสีขาวโพลน ใบพลูที่ไม่ได้นอนเลยทั้งคืนค่อยๆ ขยับตัวออกจากเตียง เธอหันไปมองร่างเล็กๆ ของนุ่มนิ่มที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เด็กน้อยดูเปราะบางและไร้ทางสู้เหลือเกินใบพลูเดินเข้าไปทรุดตัวลงข้างเตียง ก้มลงประทับรอยจูบแผ่วเบาบนหน้าผากของเด็กน้อย น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดไหลอาบแก้ม“พี่ขอโทษนะนุ่มนิ่มพี่อยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว อาคิมไม่ใช่คนที่พี่รู้จักอีกต่อไป พี่ต้องหนีเพื่อที่จะรักษาจิตใจตัวเองไว้ ขอให้หนูมีความสุขนะลูก อย่าจำพี่ในฐานะคนที่ทิ้งหนูไปเลยนะ”เธอคว้าเป้ใบเล็กที่ซ่อนไว้ใต้เตียง ย่องออกจากห้องนอนผ่านทางเดินที่มืดสนิท เธอเห็นเงาร่างของคิมหันต์ที่นั่งพิงเก้าอี้อยู่ตรงห้องรับแขกโดยมีเพียงแสงไฟริบหรี่จากตะเกียงเขาดูเหมือนกำลังหลับ ใบพลูจึงกลั้นหายใจและค่อยๆ เลี่ยงออกไปทางประตูหลัง ฝ่าลมพายุที่บ้าคลั่งออกไปสู่
ตอนที่21โซ่ตรวนไร้รูปเมฆฝนก้อนมหึมาเริ่มเคลื่อนตัวบดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ชายหาดหัวหินจนบรรยากาศรอบกายดูสลัวลางลมทะเลพัดแรงขึ้นจนใบมะพร้าวส่งเสียงเสียดสีกันดังเกรียวกราว ใบพลูนั่งอยู่บนผืนทรายขาว สายตาของเธอทอดลึกลงไปในเกลียวคลื่นที่กำลังม้วนตัวเข้าหาฝั่ง ในหัวของเธอมีแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่ยังคงตามหลอกหลอน รอยตีตราที่คิมหันต์ฝากไว้ใต้ร่มผ้ายังคงร้อนผ่าวราวกับจะตอกย้ำว่าเธอคือสมบัติของเขาห่างออกไปไม่กี่เมตร นุ่มนิ่มกำลังวิ่งไล่จับปูลมอย่างร่าเริง เสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจที่แห้งผากของใบพลูชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง“พี่ใบพลูขาดูสิคะ ปูตัวนี้มันวิ่งเร็วมากเลย เหมือนมันกำลังหนีอะไรอยู่เลยค่ะ” นุ่มนิ่มตะโกนบอกพลางชี้ชวนให้ดู‘มันคงกำลังหนีเพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนพี่ไงคะนุ่มนิ่ม’ ใบพลูคิดในใจ แต่กลับทำได้เพียงยิ้มตอบ“งั้นเราอย่าไปแกล้งมันเลยนะคะปล่อยให้มันกลับบ้านไปหาพ่อแม่เถอะค่ะ”ทันใดนั้นคิมหันต์ที่นั่งจิบกาแฟอยู่บนระเบียงวิลล่าก็ลุกขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาคุยท่าทางเคร่งเครียดก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าไปในตัวบ้าน ใบพลูเห็นโอกาสทองจึงแสร้งเดินไปทางโขดห
ตอนที่20เพลิงรักกลางคลื่น (18+)เขากดแช่ตัวตนไว้แบบนั้น หอบหายใจรดซอกคอที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ก่อนจะเลียวนรอบใบหูของเธออย่างย่ามใจ“จำรสชาตินี้ไว้เพราะจากนี้ไป เธอต้องรับมันจากฉันคนเดียวทุกวัน ทุกคืน”ใบพลูซบหน้าลงกับบ่าแกร่งอย่างหมดแรง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินผ่านรอยกัดที่หัวไหล่ ความรัญจวนใจที่เขามอบให้มันรุนแรงจนเธอแทบจะหลงลืมความแค้นและเผลอไผลไปกับกรงขังพิศวาสที่ชื่อคิมหันต์อย่างไม่อาจถอนตัวหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มบทรักที่เร่าร้อนขึ้นอีกครั้ง ความเจ็บปวดจากการถูกบังคับเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามอย่างน่าประหลาดใบพลูเกลียดตัวเองที่ร่างกายกลับทรยศความรู้สึกลึกๆ ในใจ ทุกครั้งที่ฝ่ามือร้อนลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า เธอกลับเผลอแอ่นกายเข้าหาอย่างลืมตัว คิมหันต์ยกยิ้มร้ายกาจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่เธอพยายามจะปกปิด“เกลียดฉันนักไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมเธอถึงได้สั่นขนาดนี้ล่ะใบพลู” เขาถามเสียงพร่าก่อนจะฝังคมเขี้ยวลงบนไหล่บางและเนินอกอย่างแรงจนเกิดรอยรักสีแดงจัดหลายจุด รอยพวกนี้คือเครื่องหมายแห่งการจองจำที่เขาตั้งใจประทับไว้“อ่าๆ ๆ อย่าทำรอย อาคิมพลูขอร้อง” เธอประท้วงด้วยเสียงที่ขาดห
ตอนที่20เพลิงรักกลางคลื่น (18+) เสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินดังสนั่นเลื่อนลั่นไปทั่วชายหาดหัวหินที่มืดมิด ราวกับเป็นพยานให้กับบทรักที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในห้องนอนใหญ่ของวิลล่าสีขาวสะอาดตา แสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามาด้านใน เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ ที่กำลังอุ้ม ใบพลู เดินตรงไปยังเตียงกว้างอย่างคุกคามใบพลูพยายามดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบ“ปล่อยพลูเถอะค่ะอาคิม อย่าทำแบบนี้เลย พลูขอร้อง”คิมหันต์ไม่ฟังคำอ้อนวอน เขาโยนร่างบางลงบนที่นอนหนานุ่มอย่างแรงจนเธอจุกและเสียหลัก ใบพลูพยายามจะตะเกียกตะกายหนีไปที่ขอบเตียง แต่คิมหันต์กลับรวดเร็วกว่า เขาโถมกายเข้าหาและกดข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ แรงบีบจากมือหนาทำให้เธอรู้สึกเจ็บจนต้องนิ่วหน้า“จะหนีไปไหนใบพลู ในเมื่อวันนี้เธอเองไม่ใช่เหรอที่ปั้นหน้ามีความสุขต่อหน้านุ่มนิ่ม” คิมหันต์เค้นเสียงต่ำ แววตาของเขาในเงามืดดุดันและวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนาที่พุ่งพล่าน“นุ่มนิ่มหลับไปแล้วและตอนนี้ถึงเวลาให้รางวัลพ่อครัวอย่างฉันแล้วไม่ใช่หรือไง”“รางวัลที่คุณอาต้องการมันคือการย่ำยีพลูใช่ไหมคะ” ใบพลู







