Partager

บทที่ 4

Auteur: เจ้าตัวแสบ
 วันต่อมา อันหรานลากร่างกายหนักอึ้งราวถูกถ่วงด้วยตะกั่วเดินออกจากธนาคาร

 บนหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นแจ้งเตือนว่าโอนเงินสำเร็จ

 เธอพิงกับตู้เอทีเอ็มเย็นเฉียบ ถอนหายใจลึกออกมายาว ๆ

 จ่ายหมดแล้ว

 หนี้ก้อนสุดท้ายที่ติดค้างตั้งแต่บ้านล้มละลาย ในที่สุดก็ถูกชำระหมดสิ้นก่อนที่เธอจะตาย

 จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็มืดวูบ โถงธนาคารหมุนคว้าง เสียงผู้คนจอแจเริ่มห่างไกลออกไป

 เธออยากคว้าอะไรสักอย่างไว้ แต่แขนกลับอ่อนแรงจนยกไม่ขึ้น

 ตอนอันหรานลืมตาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าพร่ามัวอยู่พักใหญ่กว่าจะชัดขึ้น

 “ฟื้นแล้วเหรอ” ข้าง ๆ มีเสียงผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้วยความเป็นห่วง

 อันหรานหันหน้าไปอย่างยากลำบาก เห็นคุณป้าหน้าตาใจดีคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียง

 ป้าขยับเข้ามาใกล้อีกนิด “หนูเป็นลมที่ธนาคาร ป้าเห็นในรายชื่อฉุกเฉินตั้งสามีไว้ ก็เลยช่วยโทรให้ โทรไปหลายรอบก็ไม่มีคนรับ แล้วก็โทรหาพ่อกับแม่ ก็ไม่มีใครรับอีกเหมือนกัน ไม่มีทางเลือก ป้าเลยเฝ้าอยู่ตรงนี้ก่อน”

 อันหรานรับโทรศัพท์มา เปิดบันทึกการโทร มองคำว่า “สามี” “พ่อ” “แม่” ที่ตามหลังด้วยตัวหนังสือสีแดงว่า “ไม่ได้รับสาย” ยาวเหยียด ปลายนิ้วเย็นเฉียบ

 ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของอันหรานก็สั่นขึ้นมา บนหน้าจอมีคำว่า “สามี” กระพริบอยู่

 “โอ๊ย รีบรับสิ สามีหนูต้องโทรกลับมาแน่!” ป้าใจดีเร่งอยู่ข้าง ๆ

 “ฮัลโหล” เสียงของจี้หวยอันดังมาจากปลายสาย “อันหราน เมื่อกี้คุณโทรมาหรือเปล่า โทรศัพท์ผมปิดเสียงไว้เลยไม่ได้ยิน มีอะไรหรือเปล่า”

 อันหรานอ้าปาก แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ จนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

 ป้าใจดีที่อยู่ข้าง ๆ ทนไม่ไหว รีบพูดใส่โทรศัพท์แทนทันที “ฮัลโหล? คุณเป็นสามีเธอใช่ไหม ภรรยาคุณเป็นลม ตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลน่ะ!”

 ปลายสายเงียบไปหลายวินาที ก่อนเสียงของจี้หวยอันจะดังขึ้น แฝงด้วยความตกใจและความร้อนรนที่ปิดไม่มิด “โรงพยาบาล? เป็นลมงั้นเหรอ เธอ...เธอเป็นอะไร”

 ประมาณ 20 นาทีต่อมา จี้หวยอันรีบร้อนมาถึงห้องฉุกเฉิน

 หน้าผากเขามีเหงื่อบาง ๆ ลมหายใจถี่เล็กน้อย สายตากวาดผ่านอันหรานที่ดูเหมือนไม่เป็นอะไรมาก ก่อนขมวดคิ้วแน่น

 “คุณเป็นอะไรอีก” เขาเดินเข้ามา “เมื่อกี้แม่ยังบอกผมอยู่เลยว่าคุณคงแกล้งป่วยอีกแล้ว อยากให้ผมอยู่ด้วย อันหราน คุณจะใช้มุกนี้อีกถึงเมื่อไหร่”

 “รู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร? กว่าผมจะหาตั๋วละครเวทีที่ซูอี้อยากดูมากเรื่องนั้นได้มันยากแค่ไหน! นี่คือการแสดงสุดท้ายที่เธออยากดูกับครอบครัวก่อนกลับไปต่างประเทศ! เพราะคุณ ตอนนี้พังหมดแล้ว!”

 “ครอบครัวเหรอ” อันหรานเปิดปากในที่สุด เสียงเบาราวขนนก “ครอบครัวของพวกคุณ...ไม่มีฉันอยู่ในนั้นเหรอ”

 จี้หวยอันชะงักไปกับคำถามนั้น มองดวงตาว่างเปล่าของเธอ ในใจพลันเกิดความไม่สบายใจกับความรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล

 เขาหลบสายตาเธอ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น อันหราน ถ้าคุณอยากดูละครเวที ไว้ครั้งหน้าพวกเราไปดูกันก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ แค่ตั๋วรอบนี้มันหายากจริง ๆ แล้วผมหามาได้แค่สี่ใบ ซูอี้เองก็ใกล้จะกลับแล้ว”

 “สี่ใบ” อันหรานทวนคำเบา ๆ ก่อนยิ้มบาง ๆ “พ่อ แม่ ซูอี้ แล้วก็คุณ พอดีเลย”

 จี้หวยอันเริ่มใจไม่ดีเมื่อเห็นเธอยิ้มแบบนั้น เขาจับมือเย็นเฉียบของเธอไว้ “อันหราน อย่าเป็นแบบนี้เลย รอซูอี้ไปก่อน แล้วผมจะพาคุณไปดู ดีไหม”

 “ฉันไม่เป็นไรแล้ว” อันหรานดึงมือกลับ ขัดจังหวะเขา “แค่น้ำตาลต่ำ โรคเก่าน่ะ คุณไปเถอะ เดี๋ยวจะพลาดการแสดง”

 จี้หวยอันมองใบหน้าสงบนิ่งของเธอ แล้วก้มดูเวลา ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “คุณไม่เป็นไรจริงนะ กลับเองไหวใช่ไหม”

 “อืม” อันหรานพยักหน้า “เดี๋ยวฉันเรียกรถกลับเอง”

 จี้หวยอันเหมือนต่อสู้อยู่ในใจไม่กี่วินาที สุดท้ายก็หันหลัง รีบเดินออกจากห้องฉุกเฉินไป โดยไม่หันกลับมามองเธออีกแม้แต่ครั้งเดียว

 ป้าใจดีที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ อ้าปากค้าง สุดท้ายได้แต่ถอนหายใจ แล้วรินน้ำอุ่นให้อันหรานหนึ่งแก้ว

 ดูเหมือนว่าเธอ...จะไม่เคยดูละครเวทีมาก่อนเลย

 จู่ ๆ เธอก็อยากรู้ขึ้นมา ว่าการแสดงที่จี้หวยอันให้ความสำคัญขนาดนั้น ที่เมิ่งซูอี้ตั้งตารอขนาดนั้น ที่ทำให้ “ครอบครัว” สมบูรณ์พร้อมขนาดนั้น จะเป็นแบบไหนกันแน่

 หน้าโรงละครสว่างไสว ผู้คนแน่นขนัด เธอเดินไปที่ช่องขายตั๋ว “ขอถามหน่อยค่ะ ยังมีตั๋วเรื่อง ‘ห้วงเวลาวนคืน’ ไหมคะ ตรงไหนก็ได้ ฉันเพิ่มเงินได้”

 พนักงานในช่องขายตั๋วมองเธออย่างแปลกใจ “ห้วงเวลาวนคืนเหรอครับ ละครเรื่องนี้คนดูไม่ได้เต็มมาตลอดนะครับ ยังมีตั๋วเยอะ ไม่ต้องเพิ่มเงิน คุณต้องการราคาไหน”

 อันหรานนิ่งอึ้ง

 ตอนเธอเดินเข้าไปในโรงละครมืดสลัว การแสดงเริ่มไปแล้ว

 แสงสีบนเวทีสวยงาม เสียงร้องของนักแสดงกังวานไพเราะ แต่เธอไม่ได้ยินอะไรเลย สายตาของเธอจับจ้องไปที่แถวหน้า ตรงกลางสุด

 ตรงนั้น มีคนนั่งเรียงกันอยู่สี่คน

 พ่อเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แม่เอียงตัวคุยอะไรบางอย่างกับเมิ่งซูอี้ด้วยเสียงเบา บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

 เมิ่งซูอี้มองเวทีอย่างตั้งใจ บางครั้งก็ส่งเสียงอุทานเบา ๆ จี้หวยอันนั่งอยู่ริมสุด ด้านข้างใบหน้าของเขาดูนุ่มนวลภายใต้แสงเวที สายตาบางครั้งมองเวที บางครั้งก็หันไปมองเมิ่งซูอี้โดยไม่รู้ตัว

 ส่วนเธอนั่งอยู่มุมไกล ราวกับขโมยที่แอบดูความสุขของคนอื่น

 เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองฝืนจนการแสดงจบได้อย่างไร ตอนแสงไฟเปิดขึ้น เธอก็ก้มหน้าลงอย่างรีบร้อน เดินออกไปตามฝูงชน อยากหลบพวกเขาให้พ้น

 ท่ามกลางความลนลาน เธอเลี้ยวเข้าห้องน้ำ หลบเข้าไปในห้องเล็ก พิงแผ่นกั้นเย็นเยียบ พยายามปรับลมหายใจกับหัวใจที่แทบกระโดดออกมา

 ในตอนนั้นเอง เสียงคุ้นเคยก็ดังมาจากด้านนอก

 “แม่ ค่าใช้จ่ายเดือนนี้ค่ะ” เป็นเสียงเมิ่งซูอี้ที่ฟังเหมือนกำลังออดอ้อน

 “โอ๊ย ดูความจำแม่นี่สิ!” เสียงของแม่เต็มไปด้วยความรักใคร่ “เมื่อเช้าพี่สาวแกเพิ่งโอนเงินมาให้ก้อนหนึ่ง บอกว่าปิดหนี้ก้อนสุดท้ายหมดแล้ว เดี๋ยวแม่โอนให้แกเลย อยู่ต่างประเทศอย่าลำบากตัวเอง อยากซื้ออะไรก็ซื้อ”

 “ขอบคุณค่ะแม่! แต่ว่าถ้าพี่รู้ว่าเงินที่พี่ทำงานใช้หนี้อย่างยากลำบากมาหลายปี จริง ๆ แล้วไม่ได้มีหนี้เยอะขนาดนั้น ส่วนใหญ่ถูกเอามาเป็นค่าใช้จ่ายให้หนู พี่จะโกรธไหมนะ” น้ำเสียงของเมิ่งซูอี้มีความกังวลแผ่วเบาที่แทบจับไม่ได้

 ในห้องเล็ก อันหรานทั้งตัวแข็งค้าง

 เสียงแม่ตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ “จะโกรธอะไร ในฐานะพี่สาว ดูแลแก ช่วยเหลือแก มันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ อันหรานเขาเป็นเด็กดี เข้าใจได้อยู่แล้ว”

 เสียงก๊อกน้ำถูกเปิดขึ้น เสียงน้ำไหลดังกลบคำพูดหลังจากนั้น

 อันหรานยืนตัวสั่นอยู่ในพื้นที่แคบอึดอัดนั้น

 เธอไม่รู้ว่าตัวเองยืนนิ่งอยู่ในห้องน้ำนานแค่ไหน จนกระทั่งขาชา ถึงค่อย ๆ ผลักประตูออก เดินโซเซออกไปอย่างไร้เรี่ยวแรง

 ตอนใกล้จะถึงทางออกโรงละคร สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นด้านหน้าโดยบังเอิญ เมิ่งซูอี้กำลังคล้องแขนแม่อย่างสนิทสนม ส่วนอีกมือจูงสุนัขพันธุ์เล็กขนสีขาวสะอาดที่แต่งตัวอย่างดีตัวหนึ่ง

 ผ้าพันคอที่ควรอยู่บนลำคอของแม่ เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เธอมอบให้ กลับถูกพับลวก ๆ แล้วผูกปลายทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน กลายเป็นสายจูงหยาบ ๆ คล้องอยู่บนคอสุนัขตัวนั้น

 ตอนสุนัขกระโดดวิ่ง ผ้าพันคอก็ลากครูดไปบนพื้นเงาวับของโรงละคร

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน   บทที่ 22

    จี้หวยอันยืนอยู่ใต้ต้นโอ๊กขนาดใหญ่ด้านหลังโบสถ์ พิงลำต้นหยาบกร้านเอาไว้ ราวกับมีเพียงแบบนี้เท่านั้นที่ช่วยพยุงร่างกายอันสั่นคลอนของเขาได้ในมือเขากำการ์ดเชิญร่วมงานแต่งที่ยับย่นจนแทบดูไม่ออกบนการ์ดพิมพ์ชื่อของคู่บ่าวสาวเอาไว้ ชื่อนั้นแทงเข้าตาเขาจนเจ็บอันหราน โจวจิ่งหมิงเป็นเธอจริง ๆตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาตามหาเธอแทบเป็นบ้าแต่เธอจากไปอย่างหมดจด เปลี่ยนช่องทางติดต่อทั้งหมด แม้แต่เพื่อนสมัยเรียนในประเทศก็แทบไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน รู้เพียงคร่าว ๆ ว่าเธอไปต่างประเทศ และใช้ชีวิตได้ดีเธอเหมือนหายไปจากโลกนี้ หรือไม่ก็จงใจลบร่องรอยทั้งหมดที่เคยมีอยู่ในชีวิตเขาออกไปจนสิ้นเขาเคยพยายามลุกขึ้นใหม่ เคยทุ่มพลังทั้งหมดให้กับงาน พยายามใช้ความยุ่งเพื่อทำให้ตัวเองชาแต่ทุกครั้งที่ดึกสงัด พอหลับตา ภาพทั้งหมดที่เกี่ยวกับอันหรานในชาติที่แล้วก็จะถาโถมเข้ามาสายตาที่เธอใช้รอเขากลับบ้าน ใบหน้าซีดเซียวตอนฝืนทนปวดท้อง และร่างผอมเย็นเฉียบของเธอที่นอนอยู่ในตู้แช่เป็นครั้งสุดท้ายรวมถึงสายตาเฉยชาของเธอในคืนฝนตกของชาตินี้ ตอนที่เธอผลักเขาออกเขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถูกความทรงจำจากสองช่วงเวล

  • การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน   บทที่ 21

    มหาวิทยาลัยที่อันหรานสมัครเข้าเรียนนั้นมีบรรยากาศทางวิชาการที่ทั้งเข้มงวดและเปิดกว้าง และสาขาที่เธอเลือกก็เป็นจุดตัดระหว่างความสนใจกับความสามารถของเธอพอดีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นศาสตราจารย์หญิงผู้มีชื่อเสียงในสายงาน สายตาเฉียบคมแต่เต็มไปด้วยความอดทน เธอสังเกตเห็นอันหรานอย่างรวดเร็ว“อันหราน เธอเป็นนักวิจัยโดยกำเนิดเลยนะ” หลังจบคาบอภิปรายครั้งหนึ่ง อาจารย์เรียกเธอไว้เป็นการส่วนตัว ในแววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง “วิธีคิดของเธอมีเอกลักษณ์มาก ไม่ใจร้อน และสามารถจมลึกกับสิ่งที่ทำได้ ถ้าศึกษาต่อในแนวทางนี้ลึกลงไป จะต้องมีผลงานที่ดีแน่”คำยืนยันแบบนี้ สำหรับอันหรานแล้วถือเป็นกำลังใจมหาศาลเธอทุ่มพลังทั้งหมดให้กับการเรียนและงานวิจัย ชีวิตที่วนเวียนอยู่แค่ห้องสมุด ห้องทดลอง และหอพัก แม้เรียบง่าย แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเติมเต็มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเธอชอบโลกที่ถูกสร้างขึ้นจากความรู้และการขบคิด ชอบความสำเร็จจากการค่อย ๆ เปิดเผยความจริงของปัญหาด้วยความพยายามของตัวเองบางครั้ง ตอนออกจากห้องทดลองดึกดื่น พอเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนอันกระจ่างใสของต่างแดน เธอก็จะรู้สึกถึงความสุขสงบแบบหน

  • การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน   บทที่ 20

    เสียงจักจั่นในฤดูร้อนดังระงมไม่หยุด และพร้อมกับเสียงกริ่งจบการสอบวิชาสุดท้าย การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของหลินอวี่ รวมถึงงานสอนพิเศษที่อันหรานทำมาตลอดเกือบหนึ่งปี ก็สิ้นสุดลงเช่นกันแม้คะแนนจะยังไม่ประกาศ แต่สีหน้าผ่อนคลายและความมั่นใจจาง ๆ ของหลินอวี่ตอนเดินออกจากห้องสอบ ก็ทำให้อันหรานรู้ว่าผลคงไม่แย่แน่พ่อแม่ตระกูลหลินดีใจมาก ความรู้สึกขอบคุณที่มีต่ออันหรานแทบล้นออกมา ไม่เพียงจ่ายค่าตอบแทนทั้งหมดครบถ้วน ยังให้ซองแดงหนา ๆ เป็นของขวัญตอบแทนอีกด้วยอันหรานมองยอดเงินเก็บในบัญชีที่สำหรับเธอแล้วเรียกได้ว่าเป็น “เงินก้อนโต” หัวใจก็สงบนิ่งอย่างมากเธอวางแผนอย่างละเอียด ก่อนโอนเงินประมาณหนึ่งในสามเข้าบัญชีของแม่แบบไม่ระบุตัวตนจำนวนนี้มากพอจะช่วยชำระหนี้ส่วนที่เร่งด่วนที่สุดของบ้าน อย่างน้อยก็ทำให้พ่อแม่ไม่ต้องตกอยู่ในทางตันในทันที ถือเป็นการตัดเยื่อใยสุดท้ายเกี่ยวกับ “บุญคุณที่เลี้ยงดูมา” ในใจเธอด้วยหลังทำเรื่องนี้เสร็จ เธอรู้สึกโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนส่วนเงินที่เหลือ เธอมีแผนชัดเจนอยู่แล้วไปเรียนต่อต่างประเทศชาติที่แล้ว เธอถูกพันธนาการไว้ด้วยหนี้ ความเจ็บป่วย และความสัมพัน

  • การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน   บทที่ 19

    จี้หวยอันไม่ยอมแพ้หลังจากความสับสนในตอนแรกผ่านไป ความคิดที่ดื้อดึงยิ่งกว่าก็ผุดขึ้นมา เขาต้องเอาอันหรานกลับคืนมาให้ได้!ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสพวกเขาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เขาจะไม่มีวันเสียเธอไปอีกเด็ดขาด!เขาใช้เส้นสายและความสัมพันธ์ทุกอย่าง ออกตามหาข่าวของอันหรานราวกับคนเสียสติในที่สุด เขาก็รู้ว่าเธอกำลังสอนพิเศษให้เด็กมัธยมปลายคนหนึ่งชื่อหลินอวี่ และพักอยู่ที่บ้านตระกูลหลินมันต่างจากชาติที่แล้วโดยสิ้นเชิง!เมล็ดพันธุ์แห่งความไม่สบายใจเติบโตอย่างบ้าคลั่งในใจเขาเขายิ่งมั่นใจว่าอันหรานเองก็เกิดใหม่เหมือนกันเขาจะรอเฉย ๆ แบบชาติที่แล้วอีกไม่ได้ เขาต้องเป็นฝ่ายลงมือก่อน ต้องบอกเธอว่าทุกอย่างยังเปลี่ยนได้ ต้องบอกเธอว่าความรู้สึกของเขาไม่เหมือนเดิมแล้ว!เย็นวันนั้น จี้หวยอันไปรออยู่บนทางที่ต้องผ่านจากย่านมหาวิทยาลัยไปยังเขตบ้านหรูตั้งแต่หัววันเขารู้ว่าอันหรานมีเรียนวันนี้ และหลังเลิกเรียนเธอจะกลับบ้านตระกูลหลินทันทีที่ร่างคุ้นตาแต่กลับดูแปลกไปเล็กน้อยปรากฏขึ้น หัวใจของจี้หวยอันก็เหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะเธอสวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงยีนส์ สะพายเป้ไว้ด้านหลัง แตกต่างจากอันห

  • การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน   บทที่ 18

    เมื่อประตูรถปิดลง อันหรานเอนตัวพิงเบาะหลังนุ่ม ๆ ก่อนผ่อนลมหายใจออกเบา ๆเสื้อผ้าที่เปียกชื้นแนบติดผิว มอบความเย็นเยียบที่ชวนอึดอัดแต่หัวใจของเธอกลับสงบนิ่งอย่างประหลาดเธอหลับตาลง ภาพตอนที่จี้หวยอันวิ่งฝ่าสายฝนเข้ามากอดเธอเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัว ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความดีใจอย่างบ้าคลั่ง ความตื่นเต้น รวมถึงความหวาดกลัวและหวั่นผวาราวกับกลัวจะสูญเสียอีกครั้งแววตาแบบนั้น ไม่มีทางเป็นจี้หวยอันในช่วงเวลานี้ได้เด็ดขาดวินาทีนั้น อันหรานก็เข้าใจทันทีจี้หวยอันเองก็ย้อนกลับมาเกิดใหม่เหมือนกันสี่เดือนก่อน ตอนที่เธอดิ้นรนตื่นขึ้นมาจากความทรมานของมะเร็งระยะสุดท้ายและความเย็นเยียบใกล้ตาย แล้วพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงในหอมหาวิทยาลัยเมื่อสี่ปีก่อน ด้านนอกหน้าต่างแดดสดใส เพื่อนร่วมห้องกำลังจ้อกันเรื่องมื้อเที่ยงกับตารางเรียนตอนบ่าย เธอเคยคิดว่านี่เป็นความฝัน เป็นภาพหลอนจากความไม่ยอมแพ้ก่อนตายจนกระทั่งเธอหยิกตัวเองแรง ๆ จนกระทั่งเธอยืนยันวันที่บนมือถือได้ จนกระทั่งเธอวิ่งไปค้นข้อมูลในห้องสมุด แล้วเห็นข่าวสารที่ยังไม่เกิดขึ้น เธอถึงค่อย ๆ ยอมรับความจริงนี้ท่ามกลางความเหลือเชื่อและสะเ

  • การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน   บทที่ 17

    จี๋หวยอันหมดสติไปท่ามกลางความอึดอัดราวกับหายใจไม่ออกอย่างรุนแรงข้างกล่องอัฐิของอันหรานคือขวดยานอนหลับที่ว่างเปล่า บนโต๊ะมีจดหมายลาตายที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและสิ้นหวังกางอยู่ และก่อนสติจะดับวูบลง สายตาสุดท้ายที่เขามองรูปแต่งงานก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดไร้สิ้นสุดเขาคิดว่าในที่สุดตัวเองก็คงได้ไปพบเธอแล้ว ต่อให้ทำได้แค่คุกเข่าต่อหน้าเธอ แล้วพูดคำว่า “ขอโทษ” ที่สายเกินไปแต่ความมืดมิดชั่วนิรันดร์อย่างที่คิดกลับไม่มาถึงตรงกันข้าม หลังความรู้สึกเหมือนถูกดึงกระชากผ่านไป จี๋หวยอันก็ลืมตาขึ้นทันที หายใจหอบถี่เขาพบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเบาะคนขับ ด้านนอกหน้าต่างคือฝนที่ตกกระหน่ำ ใบปัดน้ำฝนแกว่งซ้ายขวาอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ยังมองถนนข้างหน้าไม่ชัดทิวถนนที่คุ้นตาถอยผ่านม่านฝนไปอย่างรวดเร็วที่นี่...ที่ไหน?เขาก้มมองอย่างเลื่อนลอย เห็นมือทั้งสองที่จับพวงมาลัยอยู่ ยังหนุ่มแน่น เสื้อผ้าบนตัวคือโค้ตสีเทาเข้มตัวที่เขาชอบใส่เมื่อสามปีก่อนวันที่และเวลาบนหน้าจอในรถ ทำให้เขานิ่งค้างเมื่อ 3 ปีก่อนวันเดียวกับที่บ้านของอันหรานล้มละลาย เมิ่งซูอี้เดินทางไปต่างประเทศ และเป็นเย็นวันที่เขาขับรถออกม

  • การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน   บทที่ 7

     คืนวันสิ้นปี อันหรานพักอยู่ห้องผู้ป่วยเดี่ยว นอกหน้าต่างไกลออกไป แสงไฟสว่างไสวของเมืองเชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว บางครั้งได้ยินเสียงประทัดอู้อี้ดังมาแผ่ว ๆ โทรทัศน์เปิดอยู่ เสียงถูกปรับเบามาก บนจอคือรายการงานเลี้ยงตรุษจีนที่เต็มไปด้วยความคึกคักครื้นเครง หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้นมา ดูแสบตาเป็นพิเศ

  • การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน   บทที่ 6

     อันหรานลืมตาขึ้นอีกครั้ง สติค่อย ๆ กลับคืนมา จี้หวยอัน...เขาเห็นแล้ว เขาคงตกใจมากแน่ ๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาของเขาในตอนสุดท้าย ในใจอันหรานก็เกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอหันหน้าอย่างยากลำบาก มองไปที่ข้างเตียง เตรียมจะอธิบาย บอกเขาว่านี่แค่โรคกระเพาะกำเริบหนักหน่

  • การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน   บทที่ 5

     วันที่ยี่สิบห้าปลายเดือนสิบสองจีน เหลืออีกหนึ่งสัปดาห์ก็จะถึงปีใหม่ อันหรานขดตัวอยู่บนเตียง ฤทธิ์ยาแก้ปวดเพิ่งหมดไป ความปวดหน่วงระลอกใหม่กำลังแผ่ลึกออกมาจากกระเพาะ เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น อันหรานเปิดประตู “แม่” แม่กวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนขมวดคิ้วตามนิสัย “กลางวันแท้ ๆ ทำไมสีห

  • การพบกันอีกครั้งดั่งสายฝนที่ยาวนาน   บทที่ 3

     ตลอดสัปดาห์ถัดมา จี้หวยอันแทบไม่กลับบ้าน แต่ทุกวันตอนหนึ่งทุ่มครึ่ง แจ้งเตือนเดลิเวอรี่อาหารจะเด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของอันหรานตรงเวลาเสมอ จากนั้นก็ตามมาด้วยข้อความของเขา "โจ๊กรีบกินตอนร้อน ๆ กินข้าวให้ตรงเวลา อย่าให้ผมเป็นห่วง" เธอนึกถึงเมื่อก่อน ต่อให้จี้หวยอันยุ่งแค่ไหน ก็จะพยายามกลับบ้าน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status