Masuk“เทย่ายังไม่ได้บอกพวกเราเลยนะ ใครทำให้เทย่าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแบบนี้ได้” นับดาวถามย้ำอีกครั้งเมื่อยังไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ
“จะใครซะอีกล่ะดาวถ้าไม่ใช่อีตาหมอรุจบ้า” ทรรศิกาพูดใส่อารมณ์
“เขาทำอะไรให้เทย่าโกรธ”
“ก็บังอาจมากล่าวหาเทย่าว่าไปเกะกะระรานการทำงานเขาน่ะสิ”
“แล้วทำไมเขาถึงว่าพี่เทย่าแบบนั้นละครับ”
ทรรศิกาจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง เมื่อฟังจบนับดาวก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า
“ถ้าเกิดเขาไม่ติดต่อกลับมาเทย่าจะทำยังไง”
ที่ต้องถามแบบนี้ เพราะมันมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นเช่นนั้น ก็ทรรศิกาเล่นไปต่อว่าต่อขานเขาไว้มากมาย เขาคงจะติดต่อกลับมาหรอก
“เทย่าไม่รอให้เขาเป็นฝ่ายติดต่อกลับมาเองหรอกดาว แต่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขารับเทย่าเข้าทำงานนี้”
“ด้วยวิธีไหน!!” นับดาวถามด้วยความสงสัย เพราะอยากรู้ว่าเพื่อนรักจะใช้วิธีการอะไร ที่จะทำให้หมออติรุจตกลงใจรับทรรศิกาเข้าทำงาน
“ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะใช้วิธีไหน แต่คงต้องงัดสารพัดวิธีที่คาดว่าจะได้ผลออกมาใช้ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล” หลานสาวคุณหญิงทิพย์มณีเอ่ยด้วยความมั่นใจ
สายตาของทรรศิกาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นว่า ที่สุดแล้วตนเองจะสามารถทำได้ตามที่คิดไว้ ยิ่งเขาปฏิเสธเธอก็ยิ่งอยากที่จะเอาชนะด้วยการทำให้เขารับเธอเข้าทำงานนี้
จังหวะนี้เองมารดาของนับดาวบอกให้ลูกสาวคนรองกับลูกชายคนเล็ก เข้าไปช่วยเธอในครัวเพื่อจัดเตรียมอาหารเย็นสำหรับทุกคน เป็นการเปิดโอกาสให้สองสาวคุยกันตามลำพัง
“เอาจริงหรือเทย่า”
“จริงสิดาว ไม่ว่ายังไงเทย่าก็จะทำให้เขารับเทย่าเข้าทำงานในหน้าที่นี้ให้ได้ ครั้งนี้ไม่มีคำว่าถอดใจ เพราะทรรศิกาถอยไม่ได้อีกแล้ว”
“แทนที่จะไปบังคับให้เขารับเทย่าเข้าทำงาน ดาวว่าเทย่าไปทำงานที่บริษัทอื่นง่ายกว่าตั้งเยอะ”
“เฮ้อ! เทย่าเกรงว่าจะไปเจอพวกปากนีออนเหมือนคราวที่แล้วอีกน่ะสิ”
“มันก็จริง จะว่าไปคุณสมบัติของเทย่าจะไปสมัครงานที่ไหน ก็มีแต่คนพร้อมที่จะอ้าแขนรับ”
“ดาวคิดเหมือนเทย่าเลย มีก็แต่ตาทึ่มอย่างหมอรุจนี่แหละที่คิดต่าง วุฒิการศึกษาชั้นเลิศอย่างเทย่าใช่ว่าจะหากันได้ง่าย ๆ นะ” ทรรศิกาพูดด้วยความภาคภูมิใจ นัยน์ตาของเธอทอประกายแวววาว
“จริง!! อะไรก็ดีหมด ทั้งสวย ทั้งฉลาด และมีสมอง เสียอยู่อย่างเดียวชอบใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ถ้าเทย่าลด ละ เลิก นิสัยเหล่านี้ได้ละก็จะดีมากเลย”
ทรรศิกากระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ย “ตกลงจะชมหรือด่ากันแน่”
“สิ่งไหนดีดาวก็บอกว่าดี สิ่งไหนไม่ดีก็ต้องเอ่ยเตือนในฐานะเพื่อน และเทย่าก็เสียเรื่องนี้จริง ๆ หรือจะเถียง”
หลานสาวคุณหญิงตวัดตาคมค้อนเพื่อนรักโทษฐานที่พูดตรงเกิน ก่อนจะพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ใครจะกล้าเถียงเพื่อนที่แสนดีอย่างคุณนับดาวได้คะ”
นี่ดีนะที่คนพูดตำหนิเธอคือนับดาว ถ้าเป็นคนอื่นมาพูดเช่นนี้กับทรรศิกาคงจะโดนพายุอารมณ์ของเธอไปแล้ว
“ก็คุณเทย่าไงคะที่ทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องอาศัยความกล้าใด ๆ”
“เทย่าไม่ได้เอาแต่ใจตลอดเวลาซะหน่อย มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ปกติเทย่าเป็นคนมีเหตุผลนะ เพียงแต่เหตุผลของเทย่า...”
“ขึ้นอยู่กับอารมณ์” นับดาวพูดทะลุขึ้นมากลางปล้องก่อนที่ทรรศิกาจะพูดจบ
“ถูกต้อง...ดาวนี่สมกับเป็นเพื่อนรักของเทย่าจริง ๆ แค่มองตาก็รู้ว่าเทย่ากำลังคิดอะไร”
นับดาวรู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมทรรศิกาจึงดูสนใจงานนี้มาก ทั้งที่ตนเองก็เป็นคนแนะนำให้เพื่อนไปสมัครงานที่นี่ แต่ก็ไม่คิดว่าทรรศิกาจะสนใจจริงจังขนาดนี้
“เทย่าบอกดาวหน่อยได้ไหมว่าทำไมต้องเป็นงานนี้”
“ไม่ต้องแปลกใจหรอกดาว ก็มันใกล้บ้านดาวไง เดินทางไปกลับก็สะดวก เทย่าจะได้ประหยัดค่าเดินทางเพื่อเก็บเงินมาคืนดาว”
แต่สิ่งที่ทรรศิกาไม่ได้บอกนับดาวคือเธอต้องการที่จะเอาชนะเขา จึงพร้อมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้อติรุจเปลี่ยนใจยอมรับเธอให้ไปทำหน้าที่ผู้ช่วยของเขา และยอมให้เธอย้ายเข้าไปพักที่บ้านของเขาเมื่อเขารับเธอเข้าทำงาน เพราะเธอไม่ต้องการที่จะรบกวนครอบครัวของนับดาวนานนัก ทุกวันนี้ที่เธอต้องมาอยู่ฟรี กินฟรีในบ้านหลังนี้ โดยที่ทุกคนในบ้านต่างก็ให้การต้อนรับเธออย่างดี ทั้งที่พวกเขาก็ใช่ว่าจะร่ำรวย เธอจึงรู้สึกเกรงใจและไม่อยากที่จะรบกวนพวกเขานานนัก นี่จึงเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เธอรบกวนครอบครัวของเพื่อนน้อยลง
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







