Masuk“ก็ไม่ได้มีธุระสำคัญอะไรหรอกค่ะ เทย่าแค่คิดถึงรุจ ที่ผ่านมารุจมักจะยุ่งอยู่กับงานจนไม่มีเวลาให้เทย่า เทย่าก็เลยต้องเป็นฝ่ายมาหารุจแทนที่จะรอให้รุจไปหา แต่น่าน้อยใจจังที่ฟังดูเหมือนรุจไม่อยากให้เทย่ามาหารุจที่นี่”
ทรรศิกาตอบคำถามของเขาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อต่อว่ากลาย ๆ ช่างผิดกับสายตาของเธอที่จ้องมองมาที่เขาด้วยความท้าทาย
คำตอบของเธอทำให้คนถามตาค้างด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าหญิงสาวจะตอบกลับมาเช่นนี้
“ว่าแต่พวกคุณกำลังจะไปไหนกันหรือคะ” ทรรศิกาหันไปถามกลุ่มเพื่อนของเขา โดยมิได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร
“เรากำลังจะไปทานมื้อเที่ยงกันครับ” หมออิทธิพลตอบคำถามนั้นพร้อมรอยยิ้มมีไมตรี
“ตายจริง! นี่เทย่ามารบกวนเวลาของคุณหมอหรือเปล่าคะ”
“ไม่เลยครับ เราอยากจะเชิญคุณเทย่าไปทานมื้อเที่ยงพร้อมกับพวกเราด้วยซ้ำ ไปด้วยกันนะครับ” หมอหนุ่มคนเดิมเอ่ยชวนด้วยความสนิทสนม ทั้งที่เพิ่งจะพบกันเป็นครั้งแรก น้ำเสียงที่พูดก็ฟังดูนุ่มนวลและเป็นมิตร
“เทย่าไปได้ไหมคะรุจ” ทรรศิกาหันไปถามชายหนุ่มข้างตัวเสียงอ่อนหวาน
อติรุจห้ามปรามเธอด้วยสายตา แต่คนอย่างเธอหรือจะกลัว
ฝันไปเถอะ! เมื่อผู้หญิงอย่างทรรศิกาตัดสินใจที่จะทำอะไรแล้วละก็ ไม่มีคำว่าถอยเด็ดขาด
“นายพาแฟนไปทานมื้อเที่ยงพร้อมพวกเราก็ได้นะรุจ” สาธิตเอ่ย
“พวกนายกำลังเข้าใจผิดเธอไม่ใช่...”
นายแพทย์หนุ่มพยายามที่จะพูดปฏิเสธความสัมพันธ์ ระหว่างเขาและหญิงสาวเจ้าปัญหาที่ยืนอยู่ข้างตัว เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของเพื่อน แต่เพื่อนของเขาต่างก็พากันคิดว่าเขากำลังพูดแก้ตัวเพื่อปกปิดความสัมพันธ์นั้น
“นายไม่ต้องปฏิเสธหรอกรุจของมันเห็น ๆ กันอยู่”
“นั่นสิ...น่าอิจฉาหมอรุจที่มีแฟนสวยราวกับนางฟ้า” สาธิตกล่าว
“พวกคุณก็ชมเกินไป ฉันไม่สวยถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”
ทรรศิกาแสร้งพูดถ่อมตัว ก่อนจะหันไปสบสายตาพิฆาตของอติรุจ ที่จ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
‘คิดหรือว่าจะกลัว ไม่มีทาง’
หลานสาวคุณหญิงทิพย์มณียักคิ้วให้เขา พร้อมกับจ้องมองกลับไปด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ จากนั้นก็หันไปพูดกับกลุ่มเพื่อน ๆ ของอติรุจด้วยรอยยิ้มที่กระชากใจ
“ไว้โอกาสหน้านะคะ วันนี้เทย่าคงต้องขอตัวก่อน เพราะไม่อยากทำให้รุจลำบากใจค่ะ”
จากนั้นก็หันไปทิ้งทุ่นระเบิดใส่อติรุจ ด้วยการจงใจจูบแก้มเขาต่อหน้าเพื่อนของเขา พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวาน
“เทย่าไปก่อนนะคะรุจ ไว้เทย่าจะโทร.หานะ”
‘แสดงละครเก่งแบบนี้น่าจะมอบรางวัลตุ๊กตาทองให้’ หมอหนุ่มคิดในใจ
เขาตัดสินใจที่จะตามไปเคลียร์กับแม่ตัวยุ่งให้รู้เรื่อง จึงได้หันไปพูดกับเพื่อนหมอที่มาด้วยกัน
“พวกนายล่วงหน้าไปก่อนละกัน ขอไปจัดการแม่ตัวยุ่งก่อนแล้วจะตามไป”
อิทธิพลตบบ่าอติรุจ “ตามสบายเลยเพื่อนรัก...เราเข้าใจ”
“เข้าใจอะไร!!” เขารีบย้อนถามกลับ
“มัวแต่ถามมากอยู่นั่นแหละ รีบตามไปสิรุจ เดี๋ยวก็ตามไปไม่ทันหรอก”
เพื่อนหมอพร้อมใจกันเอ่ย ทำให้อติรุจต้องรีบเดินตามแม่ตัวยุ่งไป
เมื่อทิ้งทุ่นระเบิดไว้ตามแผนแล้ว ทรรศิกาก็เดินจากมาด้วยความพึงพอใจในผลงานของตนเอง ทันใดนั้นอติรุจก็เดินตรงมาคว้าแขนเธอ
“คุณคิดจะทำอะไรน่ะเทย่า!” อติรุจกัดฟันถาม เขาเผลอเรียกชื่อเล่นของเธอออกไปโดยไม่รู้ตัว
“โอ๊ย!! เจ็บนะ” ทรรศิกาแกล้งโวยวายเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจ ทั้งที่ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย
“แค่นี้ยังนับว่าน้อยไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณทำ ตามผมมานี่” เขาฉุดให้เธอเดินตามเขาไปตรงจุดที่ไม่มีคนพลุกพล่าน
“ฉันก็แค่มาทักทายตามประสาคนรู้จัก”
“เราไปรู้จักหรือสนิทสนมกันตอนไหนไม่ทราบ”
“ทำไมคุณถึงลืมง่ายนัก ในเมื่อเราเคยพบกันตั้งหลายครั้ง และเราก็ยังเคยจูบกันด้วย นี่คุณแกล้งทำเป็นลืมหรือว่าคุณเป็นโรคอัลไซเมอร์กันแน่”
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง บอกมาคุณต้องการอะไร ถึงได้ทำแบบนี้”
“ไม่เห็นจะต้องถามเลยในเมื่อคุณเองก็รู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้ว”
“อย่าบอกนะว่าที่ทำมาทั้งหมดนี้เพราะต้องการให้ผมรับคุณเข้าทำงาน”
“ถูกต้อง”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







