Share

บทที่ 59

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:38:58

            แต่เขาไม่ยอมให้เธอทำเช่นนั้น และรั้งข้อเท้าของเธอไว้แน่น ทำให้มีการยื้อยุดกันเกิดขึ้น

            “อยู่เฉย ๆ สิ” เขาดุเธอ “ไม่เห็นเหรอว่าผมกำลังจะนวดเท้าให้คุณ”

            “เห็นแต่คุณไม่ควรทำแบบนี้ เท้ามันเป็นของต่ำ เดี๋ยวฉันทำเอง”

            “ไม่เป็นไรผมไม่ถือ ถึงคุณอยากทำเองก็ทำไม่ถนัดอยู่ดี แค่นั่งเฉย ๆ ก็พอเดี๋ยวผมจัดการให้”

            ถึงอยากจะเถียงแต่ก็คงไม่มีประโยชน์ เถียงไปก็เท่านั้นเพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องบังคับให้เธอทำตามคำสั่งของเขาอยู่ดี เธอจึงยอมนั่งเฉย ๆ ตามที่เขาบอก และมองดูอติรุจนวดเท้าและน่องให้เธอด้วยความเชี่ยวชาญ

            “ดูคุณจะชำนาญในการนวด สงสัยว่าคงจะทำให้สาว ๆ บ่อยล่ะสิ”

            ทรรศิกาอดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บแนมเขา แต่ก็ยอมรับว่าสิ่งที่เขาทำให้เธอนั้นมันทำให้เธอรู้สึกสบายขึ้นจริง ๆ อาการปวดขาคล้ายจะเป็นตะคริวหายไปเป็นปลิดทิ้ง

            เท่าที่เคยสังเกตการทำงานของเขาแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็ทำให้เธอรู้ว่าเขาเป็นคนที่มีความสุภาพอ่อนโยน เอื้ออาทร และใส่ใจคนรอบข้างโดยเฉพาะกับคนไข้ แต่ก็มีความเด็ดขาดดูได้จากการที่เขาดุคนไข้ที่ทานยาไม่ครบตามที่เขาบอก เพียงแต่เขาไม่เคยทำสิ่งเหล่านั้นกับเธอ นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขากระทำกับเธออย่างอ่อนโยนและใส่ใจ

            “ผู้หญิงที่ผมทำแบบนี้ให้บ่อย ๆ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นคือคุณแม่ของผม ส่วนคุณเป็นคนที่สอง แต่อย่าเข้าใจผิดคิดว่าผมพิศวาสอะไรในตัวคุณ ที่ผมทำแบบนี้ให้คุณเพราะว่าพรุ่งนี้คุณจะต้องไปเป็นผู้ช่วยนอกสถานที่ให้ผม”

            คำพูดของเขาดึงทรรศิกาให้หลุดออกมาจากภวังค์ความคิดของตนเอง

            “คุณไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างหรือไง วันนี้ก็พาฉันตะลอนมาทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ พรุ่งนี้แทนที่จะพักยังจะพาฉันออกไปนอกสถานที่อีก”

            “มันเป็นหน้าที่ของคุณเพราะฉะนั้นห้ามบ่น” เขาพูดในขณะที่กำลังนวดเท้าให้เธออย่างตั้งใจ

            “ไม่บ่นก็ได้ แต่บอกฉันหน่อยได้ไหมว่าคุณจะพาฉันไปไหน คงจะไม่ใช่ไปตรวจคนไข้ในแหล่งเสื่อมโทรมอย่างวันนี้อีกหรอกนะ”

            “ผมไม่ค่อยจะได้ไปตรวจคนไข้ที่ชุมชนแออัดแห่งนั้นบ่อยนักหรอก ส่วนใหญ่จะไปที่ชุมชนแออัดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแถวนี้มากกว่า”

            “อย่าบอกนะว่าพรุ่งนี้เราจะไปที่นั่น”

            “เปล่าเราจะไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”

            “ไปทำอะไร!”

            “ไปตรวจเช็กสุขภาพของเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเหล่านั้น”

            “ฉันไม่เข้าใจคุณทำสิ่งเหล่านี้ไปทำไม ทำแล้วได้อะไร”

            “ก็ได้ความสุขใจที่เงินหาซื้อไม่ได้ เมื่อผมมีมากพอที่จะแบ่งปันได้ งกไว้ก็เท่านั้น ตายไปเราก็เอาอะไรติดตัวไปไม่ได้อยู่ดี”

            “คุณก็เลยแบ่งปันให้คนที่ด้อยโอกาส”

            “ใช่”

            “คุณนี่มันพ่อพระชัด ๆ”

            อติรุจเหลือบสายตาขึ้นมาสบตาเธอในระยะใกล้ก่อนที่จะเอ่ยถาม

            “แล้วคุณสนใจที่จะมาเป็นแม่พระร่วมกับผมไหม”

            “ไม่ล่ะ” ทรรศิการีบส่ายหน้า “กิเลสฉันหนาคงอีกนานกว่าจะทำได้อย่างคุณ”

            “เสร็จละ” อติรุจเอ่ยหลังจากที่เขาเช็ดเท้าของเธอจนแห้ง “รู้สึกดีขึ้นไหม”

            “ดีขึ้นมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับบริการพิเศษที่คุณทำให้ฉัน”

            “รีบนอนซะพรุ่งนี้จะได้มีแรงไปช่วยผมทำงาน เราจะออกจากบ้านประมาณเก้าโมง หวังว่าผมคงไม่ต้องมาปลุกคุณจากที่นอน” เขาพูดพร้อมกับขนอุปกรณ์เดินออกไปจากห้องของเธอโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูให้

            ทรรศิกาลุกขึ้นแต่งตัวด้วยชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวก่อนจะเดินไปซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม

            “เฮ้อ! สบายจังเลย”

            เพราะความเพลียทำให้เธอหลับไปโดยไม่รู้ตัว มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่อติรุจเดินเข้ามาปลุก

            “สายแล้วนะคุณตื่นได้แล้ว จำได้ไหมว่าเราต้องออกไปข้างนอกด้วยกัน”

            “สิบนาที! ฉันขอนอนอีกสิบนาที”

            “ไม่ได้...คุณต้องลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” เขาพูดพร้อมกับฉุดตัวเธอให้ลุกขึ้นมานั่ง แต่พอปล่อยมือทรรศิกาก็ล้มลงไปนอนเหมือนเดิม

            “ยังไม่ลุกอีก ถ้าคุณไม่ลุกอย่าหาว่าผมไม่เตือน”

            แต่อีกฝ่ายกลับนอนนิ่งเฉย ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน อติรุจจึงต้องฉุดทรรศิกาขึ้นมาอีกครั้งแต่ในครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งแรก เพราะเขาคว้าตัวเธอขึ้นพาดบ่าและแบกเธอเดินออกมาจากห้องได้อย่างง่ายดาย มีผลทำให้ทรรศิกาหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง เธอพยายามใช้เท้าทั้งสองข้างของตนเองเตะเขา เพื่อหวังให้เขาปล่อยร่างของเธอให้เป็นอิสระ แต่มันก็ไร้ผลเพราะนอกจากเขาจะไม่ปล่อยตัวเธอแล้ว เขายังเล่นบทโหดโดยการฟาดฝ่ามือลงมาบนบั้นท้ายของเธออย่างแรงถึงสองครั้งติดกันอีกด้วย

            “โอ๊ย! เจ็บนะไอ้หมอบ้า หมอซาดิสม์ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status