LOGIN“บ้าที่สุด ทีกับเราล่ะทำเล่นตัวแต่ดันหนีตามมานอนกกผู้ชายอยู่ที่นี่”
เขารู้สึกหงุดหงิดที่เสียเธอไปให้กับผู้ชายคนอื่น แม้จะไม่ได้รู้สึกรักใคร่ไยดีอะไรทรรศิกามากนัก แต่การที่ได้รับรู้ว่าเธอตกไปเป็นของชายอื่นก่อนที่จะตกเป็นของเขานั้น มันทำให้ปกรณ์รู้สึกเสียหน้าอย่างแรง ที่สำคัญสิ่งที่เขาและแม่หวังไว้กำลังจะหลุดมือไปนี่สิน่าเสียดาย เขาโทรศัพท์หาเนตรนภาเพื่อนัดให้ไปเจอกันที่คอนโด ความหงุดหงิดที่พกพากลับมานั้นคงต้องหาที่ระบายออก และเขาก็เลือกที่จะระบายกับวัวเคยขาม้าเคยขี่อย่างเนตรนภา
เมื่อเนตรนภามาถึงที่คอนโด ปกรณ์ไม่รอช้าเขากระชากร่างบางของเธอเข้ามาในอ้อมกอดอย่างแนบชิด และแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงรุนแรง จูบของเขาเร่าร้อนรุนแรงจนเธอแทบจะขาดอากาศหายใจ
“ใจเย็นๆ สิกร ทำไมคุณถึงใจร้อนนัก ฟังเนตรก่อนสิ เนตรมีข่าวดีจะบอก”
“เก็บข่าวดีของคุณไว้ก่อนนะเนตร ไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง ตอนนี้เรามาหาความสุขร่วมกันก่อนดีกว่า คุณรู้ใช่ไหมว่าผมต้องการอะไร”
ปกรณ์พาเนตรนภาเข้ามาในห้องนอน เขาผลักเธอให้นอนลงบนเตียงและแนบร่างตามลงไป เขาจูบริมฝีปากของเธออีกครั้ง มือเรียวยาวของเขาเริ่มซุกซนลูบไล้ไปยังทรวงอกได้รูปผ่านเสื้อตัวบาง และวกเข้าไปยังเนื้อนวลใต้เสื้อ มือเรียวยาวข้างเดิมลูบไล้ผ่านทรวงอกทีละข้างอย่างช้า ๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาลูบไล้ลงบนสะโพกเนียน หญิงสาวในอ้อมแขนเขาเริ่มหายใจติดขัด แล้วบทรักร้อนแรงก็เริ่มต้นขึ้น โดยที่หญิงสาวเองก็ตอบสนองเป็นอย่างดี จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างเร่าร้อนรุนแรง จนทั้งคู่ถึงจุดหมายปลายทางพร้อมกัน ปกรณ์ซบหน้าลงบนซอกคอของเนตรนภาอย่างเหนื่อยอ่อน
เมื่อพายุสวาทผ่านพ้นไป เนตรนภาซึ่งนอนแนบชิดอยู่ในอ้อมกอดของปกรณ์ก็ได้บอกข่าวดีกับชายหนุ่ม
“กรพร้อมที่จะฟังข่าวดีของเนตรหรือยัง”
“ข่าวดีอะไร!”
“ก็ข่าวดีที่กรกำลังจะได้เป็นพ่อคนแล้วนะสิ”
คำพูดประโยคนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดผ่าลงมาที่กลางใจปกรณ์
“คุณท้องหรือเนตร” เขาเอ่ยถามด้วยเสียงแข็งกร้าว
“ใช่ เนตรท้องได้สองเดือนแล้ว”
“ท้องได้ยังไง ในเมื่อผมบอกให้คุณป้องกันทุกครั้ง หรือว่าคุณไม่ได้ทำ” น้ำเสียงของเขาคาดคั้นคำตอบ
“ทำ แต่กรจะให้เนตรทำยังไงในเมื่อมันพลาดไปแล้ว”
“แน่ใจหรือว่าเด็กในท้องคุณเป็นลูกของผม”
“พูดแบบนี้หมายความว่ากรจะไม่รับผิดชอบเนตรกับลูกอย่างนั้นใช่ไหม ถึงเนตรจะชอบเที่ยวเตร่เฮฮาแต่เนตรไม่ได้มั่วนะ เด็กในท้องของเนตรเป็นลูกของกรแน่นอน และถ้ากรคิดที่ปัดความรับผิดชอบละก็เราจะได้เห็นดีกัน”
ปกรณ์กระชับอ้อมกอดก่อนจะพูดแก้ตัว “กรยังไม่ได้บอกเลยว่าจะไม่รับผิดชอบ เพียงแต่กรไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนว่าจะได้เป็นพ่อคนก็เลยตกใจ เนตรบอกเรื่องนี้กับใครหรือยัง”
“ครอบครัวของเนตรรู้เรื่องนี้หมดแล้ว พวกเขาต้องการให้กรแต่งงานกับเนตรโดยเร็วที่สุด กรจะพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอเนตรเมื่อไร เนตรจะได้กลับไปบอกพ่อกับแม่ให้เตรียมตัวไว้”
“ขอผมกลับไปปรึกษาเรื่องนี้กับแม่ก่อนนะแล้วจะบอกเนตรอีกที”
“อย่าช้านะกร ท้องของเนตรโตขึ้นทุกวัน และถ้ากรคิดจะบิดพลิ้วไม่รับผิดชอบเนตรละก็ อย่าหาว่าเนตรไม่เตือน”
ปกรณ์รู้ว่านั่นไม่ใช่คำขู่ ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าบิดาของเนตรนภานั้นมีอิทธิพลมากแค่ไหน และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ปกรณ์ต้องระมัดระวังคำพูดคำจาของตนเอง ทั้งที่ใจจริงแล้วเขาอยากให้เนตรนภาไปเอาเด็กออกด้วยซ้ำ
“กรจะกลับไปคุยเรื่องนี้กับแม่แล้วจะโทร.บอกเนตรนะ”
“เนตรจะกลับไปรอฟังข่าวจากกรที่บ้าน หวังว่าจะเป็นข่าวดี”
ปกรณ์พยักหน้า เขารู้สึกหนักใจกับปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น และรู้ด้วยว่าปัญหานี้จะทำให้เขาไม่สามารถสานต่อความสัมพันธ์กับทรรศิกาได้อีกต่อไป
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ทรรศิกากำลังจะนำยาไปให้ลุงนพตามคำสั่งของอติรุจ เธอบังเอิญไปได้ยินการสนทนาของเหล่าสมาคมแม่บ้าน ที่กำลังนินทาถึงความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวระหว่างเธอและคุณหมอหนุ่มกันอย่างสนุกปาก
ทรรศิการู้ดีว่าเพื่อนบ้านของอติรุจเป็นคนชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของเธอและเขาอยู่เสมอ จนนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปากทั้งที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง คนเหล่านี้มักจะมีเวลาว่างมากก็เลยชอบเมาท์เรื่องของคนอื่น และเรื่องที่พวกเขานำไปเมาท์ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของเธอ แต่ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ยินการนินทาเหล่านั้นด้วยตนเองเหมือนเช่นในวันนี้ แถมครั้งนี้ยังมีตัวละครที่เพิ่มขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งคน
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)